สมเด็จพระมหาสมณเจ้า
กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ทรงวางมาตรการที่จะนำชีวิตไปสู่ความเจริญก้าวหน้าและสำเร็จ
เป็นมาตรการที่มนุษย์ควรยึดถือเป็นหลักในการดำเนินชีวิต
มาตรการดังกล่าวมีดังนี้
มาตรา
๑ จงมีความเชื่อถือตัวเอง รีบคิดตั้งตัวเอง อย่ามุ่งต่อความอุปถัมภ์ค้ำจุนของท่านผู้อื่น
จงตีศัสตราของตัวเองไว้สู้สงครามของตัวด้วยกำลังของตัวเองคืออุตสาหะศึกษาให้เป็นคนมีสติปัญญาความคิด
ประกอบกิจธุระของตนตามลำพังตน
มาตรา
๒ ถ้าการนั้นยังต้องพึ่งผู้อื่น ก็จงออกกำลังความคิดกำลังทรัพย์อย่างใดอย่างหนึ่งให้เขาได้ผลคุ้มกัน
หรือเต็มความสามารถของตนที่จะพึงทำได้ อย่าคิดพึ่งเขาเปล่า
เช่นนี้ก็ยังนับว่าเลี้ยงชีพของตัวด้วยกำลังของตัวเอง
มาตรา
๓ ถ้ายังไม่สามารถด้วยประการนั้น จำจะต้องพึ่งเขาเปล่า
จงคิดตอบ อุปการะของเขาในภายหลังผู้ละเมิดกฎ ๓ มาตรานี้แต่อย่างใดอย่างหนึ่ง
จะต้องรับโทษ ๓ สถาน คือตั้งตัวไม่ได้ ไม่ได้ความเจริญตลอดชีวิต
เป็นคนอกตัญญู อย่างใดอย่างหนึ่งโดยควรแก่โทษานุโทษ ใครตั้งกฎนี้ไว้
เมื่อมีผู้ละเมิด ใครลงโทษ ธรรมดาตั้งกฎนี้ไว้ ธรรมดาเป็นผู้ลงโทษแก่ผู้ละเมิด
ผู้ละเมิดกฎที่ธรรมดาตั้งไว้จะขอกรุณา งดโทษหรือแบ่งให้เบาลง
หรือหลบหนีให้พ้น ดุจผู้ละเมิดกฎที่มนุษย์ตั้งไว้ ย่อมเป็นไปไม่ได้
มาตรา
๔ จงประพฤติยั่งยืน คือมีความพอใจแน่นอนในกิจที่ตัวประกอบอย่าจืดจางเสียเร็ว
อดทนเพียรประกอบไปโดยลำดับ
มาตรา
๕ จงรีบกระตือรือร้นประกอบกิจนั้น ให้ทันกาลทันสมัย
อย่าให้ล่วงกาลไปได้
มาตรา
๖ จงประพฤติแม่นยำอยู่ในกิจที่ประกอบ ระวังอย่าให้คลาดเคลื่อนไปได้
คือจะประพฤติอะไรก็ให้ได้จริง ผู้ละเมิดกฎ ๓ มาตรานี้แต่อย่างใดอย่างหนึ่ง
จะต้องรับโทษ ๒ สถาน คือทำอะไรไม่สำเร็จและไม่เป็นที่เชื่อถือของผู้อื่น
ทั้ง ๒ อย่างหรืออย่างใดอย่างหนึ่งโดยควรแก่โทษานุโทษ
กฎนี้ธรรมดาตั้งไว้เหมือนกัน
มาตรา
๗ เมื่อจะประกอบกิจอะไร จงมีความพอใจลงเป็นหนึ่ง
ถึงกับจะกล่าวได้ว่า เห็นกิจอื่นทั้งหมดเหมือนหาประโยชน์มิได้ไปชั่วคราวหนึ่ง
มาตรา
๘ จงทุ่มเทอุตสาหะทั้งหมดลงในกิจนั้นอย่างเดียว
ดำเนินตรงไปเฉพาะกิจนั้น ไม่เหลียวซ้ายแลขวา กล่าวคือตั้งหน้าประกอบกิจนั้น
ไม่หันเหไปในกิจอื่นๆ มุ่งแต่จะให้สำเร็จลงได้ ผู้ละเมิดกฎ
๒ มาตรานี้แต่อย่างใดอย่างหนึ่ง จะต้องรับโทษ คือประกอบการ
ไม่มีผลไพบูลย์ กฎนี้ธรรมดาตั้งไว้เหมือนกัน
มาตรา
๙ จงตั้งตนเหมือนคนผู้อยากจะเบียดไปในประตูอันมีหมู่คนออแน่น
ต่างคนต่างอยากจะเบียดเข้าไป เขาพึงยันพื้นให้แน่นและแหวกเข้าไปเต็มแรง
อย่ายืนนิ่งเสีย เพราะทำเช่นนั้นเป็นการให้สิ้นที่หวัง
มาตรา
๑๐ เขาพึงตั้งอุตสาหะเพื่อประกอบการงานอย่างยวดยิ่ง
ให้สุดสามารถที่จะทำได้ จงเป็นคนไหวพริบ อดทน ทำงานแข็ง
ระวังอย่าให้ล่วงคราว จงเป็นคนซื่อตรงอย่างเข้มงวด และตั้งใจเพื่อให้ดีที่สุด
ผู้ประกอบด้วยองคคุณเช่นว่า แม้พลาดไป ไม่ถึงที่สุดแห่งปรารถนา
เขาจักทำกาลกิริยาด้วยรู้สึกว่าได้ทำดีที่สุด นี่แลอย่างต่ำก็เป็นความสำเร็จอันแท้ที่สุด
ซึ่งคนจะพึงปรารถนาได้
มาตรา
๑๑ เมื่อพบสิ่งใดว่าเป็นหน้าที่ของตนแล้วพึงมุ่งพยายามทำสิ่งนั้น
ให้ดีที่สุดโดยเต็มปัญญาอุตสาหะ
มาตรา
๑๒ จงเป็นผู้รีบกระตือรือร้นหมั่นเอาใจใส่ เพื่อให้การนั้นสำเร็จโดยชอบ
ถ้าจะประกอบให้สำเร็จไม่ได้โดยแท้แล้ว ก็พึงทำให้เป็นดีที่สุดตามการซึ่งจะพึงเป็นได้
รองเป็นอันดับลงมา ผู้ล่วงกฎ ๒ มาตรานี้ (๑๑-๑๒) จะต้องมีโทษคือหาชื่อเสียงมิได้
กฎนี้ธรรมดาตั้งไว้เหมือนกัน
มาตรา
๑๓ จงนำคำสุภาษิตว่า "ช้าเป็นการ
นานเป็นคุณ" เอามาใช้ในลักษณะนี้ให้ถูกต้อง
จะประกอบการอะไร อย่ามักง่าย โดยเห็นแก่แล้วเร็ว จงเอาใจใส่การนั้นให้รอบคอบ
การนั้นจึงจะสำเร็จด้วยดี ไม่ต้องกลัวช้า เพราะว่าเมื่อมีความช่ำชองแล้ว
ก็คงทำได้เร็วขึ้นโดยลำดับอยู่เอง
มาตรา
๑๔ จงนำคำสุภาษิตว่า "สิบเบี้ยใกล้มือ
ยี่สิบไกลมือ" มาใช้ในลักษณะนี้ให้ถูกต้อง
จงเป็นคนละเอียดลอออุตสาหะเก็บเล็กผสมน้อย ระวังตนอย่าให้ต้องคำสุภาษิตซึ่งติเตียนว่า
"โลภมาก ลาภหาย" หรือว่า "หมายน้ำตัดกระบอก"
ผู้ล่วงกฎ ๒ มาตรานี้ จะต้องโทษคือทำอะไรไม่ได้ดี และไม่ได้ประสบผลอันไพบูลย์
กฎนี้ธรรมดาตั้งไว้เหมือนกัน
(มนุษยวิทยา เล่ม
๑ โดย สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส)
|