พระอรรถกถาจารย์กล่าวถึงเหตุ
๑๑ ประการที่ทำให้พระภิกษุเกิดความเพียร ในที่นี้จะนำมาเรียบเรียงใหม่เหลือ
๘ ข้อ ดังนี้
๑.
ถ้าไม่รีบทำความดีเสียในวันนี้ พรุ่งนี้เราอาจจะตาย เลยหมดโอกาสทำความดี
๒.
งานจะเสร็จได้ก็ต่อเมื่อลงมือทำอย่างจริงจัง ถ้ามัวนอนอยู่งานก็ไม่มีวันเสร็จ
๓.
เราจะเดินไปตามทางที่พระพุทธเจ้า พระสาวก พระเจ้าจักรพรรดิ
มหาเศรษฐี หรือบุคคลผู้ประสบความสำเร็จอื่นๆ ได้เสด็จดำเนินและเดินไปแล้ว
แต่ทางนั้นคนเกียจคร้านไม่อาจจะเดินไปได้
๔.
ถ้าเรามัวเกียจคร้าน ดีแต่แบมือขอจากพ่อแม่ญาติพี่น้อง
เราไม่อายเขาบ้างหรือ?
๕.
ถ้าเรามัวเกียจคร้าน ก็ไม่อาจรักษามรดกที่ตกทอดมาจากบรรพบุรุษไว้ได้
ตายแล้วจะไปพบหน้าท่านได้อย่างไร?
๖.
เราเกิดมาในตระกูลที่มีชื่อเสียงและฐานะถึงเพียงนี้ ถ้ามัวเกียจคร้านอยู่จะสมควรหรือ?
๗.
เขาก็คน เราก็คน เมื่อเขาทำดีได้ เราก็ต้องทำดีให้ได้อย่างเขาหรือดีกว่า
๘.
แม้แต่สัตว์ตัวเล็กๆ เช่น มด ยังรู้จักขยันหากินและสร้างรัง
ถ้ามัวนอนอยู่ เราไม่อายสัตว์มันบ้างหรือ?
นอกจากนี้
ความเพียรอาจเกิดจาก
๙.
ความเมตตากรุณา เช่น อยากช่วยเหลือคนไข้ จึงพยายามเรียนแพทย์จนสำเร็จ
๑๐.
ตัณหา เช่น อยากได้ของที่ถูกใจ แต่ไม่อาจได้โดยสุจริต
จึงพยายามขโมยจนสำเร็จ
๑๑.
ความอาฆาต จึงพยายามแก้แค้นจนสำเร็จ
๑๒.
ความกลัว เช่น กลัวจะไม่มีกิน เลยพยายามทำมาหากินตัวเป็นเกลียว
เหตุเกิดความเพียรมีมากทั้งดีและชั่ว แต่ถ้าจะสรุปก็เหลือเพียงประการเดียว
คือเห็นประโยชน์ที่เกิดจากความเพียร และเห็นโทษของความเกียจคร้าน
|