อัจฉริยบุคคลใช่ว่าจะมีพรสวรรค์มาแต่กำเนิด
แต่เขาสร้างมันขึ้นมาเอง อย่างเช่น อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์
นักวิทยาศาสตร์ชื่อดังก้องโลก ตอนเด็กๆ เรียนแย่มาก แต่เขาก็พยายามจนพบความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่
โธมัส เอดิสัน นักประดิษฐ์ที่มีผลงาน มากมาย ตอนเด็กๆ
ถูกไล่ออกจากโรงเรียนชั้นประถม เพราะเรียนไม่เอาไหน แต่ด้วยความอุตสาหะ
เอาจริงเอาจัง เขาสามารถยืนอย่างผู้พิชิต ทำประโยชน์แก่มนุษย์อย่างใหญ่หลวง
เช่นเดียวกับ เซเรน่า ยัง ซึ่งพิการมาแต่เด็กๆ แต่เมื่อเธออายุ
๓๔ ปี ได้บรรลุถึงความใฝ่ฝันของเธอ โดยได้เป็นศัลยแพทย์ผ่าตัดคนพิการ
"ตลอดเวลาผู้คนมักบอกกับดิฉันว่า จงเลิกคิดเลิกใฝ่ฝันเสียทีเถิด
แต่ดิฉันก็ไม่เคยล้มเลิกความตั้งใจ" เธอเล่าด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
แฝงไว้ด้วยความอิ่มเอิบใจ
"ดิฉันมาสหรัฐอเมริกาจากไต้หวันบ้านเกิดโดยใช้มือคลานมา
ทุกวันนี้ดิฉันสามารถใช้ขาพยุงร่างยืนขึ้นได้ และเดินโดยใช้ไม้ค้ำ
สามารถยืนผ่าตัดได้เป็นเวลาติดต่อกันถึง ๑๔ ชม. โดยพิงกับโต๊ะผ่าตัด
ดิฉันประสบความสำเร็จ ดิฉันเป็นสตรีที่มีความสุข"
เซเรน่า ยัง กล่าวย้ำด้วยดวงตาเป็นประกาย
เซเรน่า
ยัง สาวชาวจีนไต้หวันคนนี้ เป็นโรคโปลิโอมาตั้งแต่อายุ
๒ ขวบ ทำให้เธอเป็นอัมพาตตั้งแต่ลำคอลงไป แต่ต่อมาเธอค่อยๆ
ใช้มือได้ แต่ขาเธอไม่สามารถใช้ได้เลย เมื่อเซเรน่าอายุ
๔ ขวบ ครอบครัวเธอได้อพยพมาอยู่ที่สหรัฐฯ จุดประสงค์เพื่อนำเธอมารักษา
เพราะที่นั่นวิทยาการทางแพทย์เจริญก้าวหน้ากว่าไต้หวัน
"ดิฉันได้รับการผ่าตัดถึง ๔ ครั้ง ผ่าตัดเปลี่ยนกล้ามเนื้อ
รักษาหัวเข่า เท้าและตาตุ่ม" เธอเล่า "เพราะการผ่าตัดเหล่านี้เองทำให้ดิฉันก้าวต่อไป
ดิฉันเริ่มต้นคิดที่จะเป็นศัลยแพทย์ผ่าตัดคนพิการ ซึ่งจะทำให้ดิฉันช่วยเด็กๆ
คนพิการเหมือนดิฉัน" "ดิฉันประจักษ์แจ้งว่า
การจะทำให้ความฝันนี้เป็นจริงได้นั้น ทำได้ทีละน้อย และต้องใช้เวลานาน
หนทางข้างหน้ามีแต่อุปสรรคมากมาย" เซเรน่า ถอดหัวใจออกมาพูด
แต่บ่งบอกถึงหัวใจอันแน่วแน่
เซเรน่า
ยัง เริ่มต้นสร้างความใฝ่ฝันของเธอให้เป็นจริงขึ้นมา โดยเธอได้เข้าโรงเรียนสำหรับคนพิการ
แต่พอเธอเรียนถึงชั้น ๗ เธอก็ย้ายมาโรงเรียนไฮสคูลธรรมดา
ซึ่งโรงเรียนนั้นมีเพียงเธอคนเดียวที่เป็นโปลิโอ และพิการ
ก็เรียนอยู่โรงเรียนนั้น ล้วนแต่เผชิญกับความวิกฤต พวกนักเรียนจะชี้มายังดิฉัน
และมองดูดิฉันเหมือนกับคนประหลาด แต่ดิฉันก็ค่อยๆ สงบใจ
พยายามทำใจไม่คำนึงถึง และยอมรับว่าตัวเองเป็นคนที่ร่างกายไม่สมบูรณ์
แต่ก็ไม่ไร้ประสิทธิภาพ เซเรน่าทบทวนความหลังอันขมขื่น
ภายหลังจากเรียนจบมัธยมแล้ว
เธอก็เข้ามหาวิทยาลัยทำปริญญาทางชีววิทยา จากนั้นก็เรียนแพทย์ต่อ
สำเร็จเมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๔ แล้วเธอก็เริ่มเป็นศัลยแพทย์ผ่าตัดคนพิการ
"ภายหลังจากที่ดิฉันได้ยื่นใบสมัคร ซึ่งได้เล่ารายละเอียดถึงความพิการของดิฉัน
เมื่อดิฉันถูกเรียกสัมภาษณ์ กรรมการสัมภาษณ์มองดิฉันจนตาค้างอย่างไม่แน่ใจ
ดิฉันบอกกรรมการว่า ดิฉันสามารถยืนได้ และไม้ค้ำสามารถทำให้ดิฉันไปได้ทุกหนทุกแห่งดิฉันยังจำได้ดี
ศัลยแพทย์คนหนึ่งได้บอกกับดิฉันว่า ควรจะเลิกล้มความคิดเป็นศัลยแพทย์เสียดีกว่า
เธอบอกว่าดิฉันไม่สามารถจะเป็นแม่ได้ ซึ่งแม่ก็คล้ายๆ
กับศัลยแพทย์ เพราะดิฉันไม่สามารถจะอุ้มเด็กได้ แต่คุณเชื่อไหมว่า"
เซเรน่า ยัง พูดด้วยรอยยิ้มที่ริมฝีปาก "หมอคนนี้ทุกวันนี้เข้าประชุมทางแพทย์ด้วยกัน"
ปัจจุบันนี้เธอเป็นผู้ช่วยหัวหน้าฝ่ายบริการสมองผู้ใหญ่บาดเจ็บที่ศูนย์กลาง
แพทย์ในแคลิฟอร์เนีย
เมื่อบรรดาคนไข้เห็นเธอครั้งแรก
มักจะประหลาดใจมากที่เธอใช้ไม้ค้ำ เธอเล่า "เขามักจะถามว่า
ทำไมดิฉันถึงใช้ไม้ค้ำ ดิฉันก็จะตอบไปตามตรงว่า ดิฉันเป็นโปลิโอมาตั้งแต่เด็ก"
การบอกตรงๆ ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไม่รังเกียจเธออย่างใด
เธอสามารถทำหน้าที่ได้อย่างดีจนเป็นที่เลื่องลือกันไปทั่วว่า
หมอพิการก็มีฝีมือเยี่ยม ในการผ่าตัด "คนไข้ที่มีความเชื่อมั่นให้โอกาสแก่ดิฉัน
มันเป็นโอกาสที่กาลครั้งหนึ่ง ดิฉันคิดว่าทำได้ และเดี๋ยวนี้ดิฉันก็ทำได้จริงๆ"
เสียงเซเรน่าย้ำอย่างหนักแน่น คุณก็สามารถทำให้ความใฝ่ฝันของคุณเป็นจริงขึ้นมาได้เหมือนกัน
ถ้าหากมีความมุ่งมั่นเช่นเดียวกับเซเรน่า ที่พิการมาแต่เด็ก
ยังสามารถเป็นศัลยแพทย์ได้
(คอลัมน์ ภาพชีวิต
โดย แรม น.ส.พ.ไทยรัฐ ๑๘ ก.พ. ๒๕๓๓)
๑.
พระพุทธเจ้าตรัสว่า การอยู่ในถิ่นที่อยู่อันเหมาะสมเป็นมงคล
สำหรับเซเรน่า สหรัฐอเมริกาจัดเป็นที่อยู่อันเหมาะสม เพราะสร้างความเจริญให้กับร่างกายและชีวิตจิตใจของเธอ
๒.
เซเรน่าพิการก็เพียงร่างกาย จิตใจไม่พิการ เธอมีใจเมตตากรุณา
เธอเรียนแพทย์ ไม่ใช่มุ่งหาเงินทอง แต่มุ่งช่วยผู้อื่นให้มีความสุข
พ้นจากความทุกข์ เมื่อเรียนสำเร็จและสามารถช่วยผู้ป่วยได้ดังปรารถนา
เธอจึงมีความสุขมาก
| ชีวิตยัง ไม่ลับ ดับเพียงนี้ |
แรงยังมี จงสู้ กระเสือกกระสน |
| หากเจ็บปวด รวดร้าว จงเฝ้าทน |
ประจวบจน สมหวัง ดังตั้งใจ |
| |
(สำนวนเก่า) |
|