เว็บบอร์ด สนทนาธรรม สอบถามห้องแชดสนทนาธรรมสมุดเยี่ยม ฝากข้อความ ติชมรวมเว็บพระพุทธศาสนารวมรูปภาพ พุทธศิลป์ พระพุทธเจ้า พระพุทธรูป พระเจดีย์ พระสงฆ์
  ตั้งเป็นหน้าแรก   เก็บเข้า Favorites   สั่งพิมพ์   แจ้งปัญหา
   
 
 
 
สารบัญหลัก
  หน้าหลัก
  หนังสือธรรมะ
  บทสวดมนต์
  เสียงธรรม mp3
  เสียงสวดมนต์ mp3
  ห้องสวดมนต์ออนไลน์
  สมาธิ
  กฎแห่งกรรม
  วัดป่า-พระป่า
  วันสำคัญทางศาสนา
  ดาวน์โหลด e-book
  คำสอนจากครูบาอาจารย์
  บทความ..ธรรมจักร
  รูปภาพ
  กระดานสนทนา
  ห้องสนทนา
  สมุดเยี่ยม
  รวมเว็บ
  ติดต่อทีมงาน
ขึ้นบน
 
เว็บบอร์ด
  สนทนาธรรม
  ข่าวกิจกรรม
  สติปัฏฐาน
  สมาธิ
  กฎแห่งกรรม
  นิทานธรรมะ
  หนังสือธรรมะ
  บทความธรรมะ
  กวีธรรม
  นานาสาระ
  วิทยุธรรมะ
  สถานที่ปฏิบัติธรรม
  เสียงธรรมออนไลน์
  เสียงสวดมนต์ออนไลน์
  พระพุทธเจ้า
  ประวัติอสีติมหาสาวก
  ประวัติเอตทัคคะ
  ประวัติครูบาอาจารย์
 
 
^-^ มาฝึกสมาธิกันดีกว่า ^-^
 
@ อยากรู้  ประวัติศาสตร์ วงล้อมธรรมจักร ลัญลักษณ์ของพุทธศาสนา  คลิกอ่าน @
 
รวมเว็บพระพุทธศาสนา แบ่งออกเป็นหมวดหมู่ ง่ายต่อการค้นคว้าหาข้อมูล
 
คำสอนของครูบาอาจารย์ เช่นหลวงปู่ดูลย์,หลวงปู่เทสก์,หลวงพ่อชา,หลวงพ่อพุธ,หลวงพ่อจรัญ,พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต) เป็นต้น
 
อัลบั้มภาพพระพุทธศาสนา
 
เรือนธรรม - บ้านพักผ่อนทางจิตใจด้วยธรรมะ
 
ขอเชิญเข้ามาร่วมสนทนาธรรมด้วยกันครับ
 
ดูซิ ! ว่ามีใครอยู่ในห้องบ้าง
 
ฝากข้อความติชมของท่านได้ที่นี่ครับ
 
 
 
 
   หน้าแรกธรรมจักร   หนังสือธรรมะ   อานุภาพความเพียร ปรับขนาดตัวอักษร เพิ่มขนาด ลดขนาด ขนาดปกติ  
 
 
สำคัญที่ใจ
 

           ลมุด เป็นหญิงสาวผู้มีจิตใจดีงาม มีความอดทนต่อสู้อุปสรรคในชีวิต พ่อของลมุดเสียชีวิตตั้งแต่ลมุดยังเด็ก แม่ก็ไปมีครอบครัวใหม่ ลมุดต้องอาศัยอยู่กับตายาย เมื่อเรียนจบ ป.๖ ก็ต้องออกมาทำงานหารายได้เลี้ยงตนเอง และจุนเจือ ตายายและแม่ เมื่ออายุ ๑๙ ปี ลมุดประสบอุบัติเหตุถูกกระแสไฟฟ้าแรงสูงดูด จึงถูกตัดแขนขาทั้ง ๔ ข้างเพื่อรักษาชีวิตเอาไว้ แม้พิการไร้มือเท้า แต่ลมุดก็ไม่ท้อแท้สิ้นหวัง ไม่ทำตัวให้เป็นภาระแก่ผู้อื่น พยายามพึ่งตนเอง โดยการเข้ารับการบำบัดฟื้นฟูที่ศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูของสภากาชาด ลมุดตั้งใจและขยันหมั่นเพียรฝึกฝนตามโปรแกรมทุกอย่าง ตั้งแต่ฝึกนั่ง ฝึกเดินด้วยขาเทียม ฝึกช่วยเหลือตนเองในกิจวัตร ประจำวัน เช่น อาบน้ำ แต่งตัว กินข้าว เหมือนต้องเริ่มต้นชีวิตใหม่แบบเด็กๆ ใช้เวลา ๑ ปี ๖ เดือน จึงช่วยตัวเองในกิจวัตรประจำวันได้

           แม้จะกลายเป็นคนพิการ แต่ลมุดก็ไม่ได้ปล่อยตัวตามยถากรรม แต่สนใจเรียนรู้และพัฒนาตนเองเสมอ เพื่อจะได้ใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่าและความหมาย จึงฝึกฝน ปักผ้าครอสติชด้วยปาก จนชำนาญสามารถปักผ้าครอสติชได้อย่างสวยงามเหมือนคน ปกติปักด้วยมือ

           ทุกวันนี้ลมุดมีรายได้เลี้ยงตนเองและครอบครัวเดือนละประมาณ ๓๐๐๐ บาท ต้องประหยัด อดออม ตอนนี้ก็มีน้องสาวต่างพ่อมาอยู่ด้วย ต้องเลี้ยงดูและส่งให้เรียนหนังสือ

           จากการที่ลมุดเป็นคนสู้ชีวิต อดทน ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค ซึ่งเป็นแบบอย่างที่ดีแก่น้องๆ และเยาวชนทั่วไป สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมและประสานงานเยาวชนแห่งชาติ (สยช.) ได้ยกย่องให้ลมุดเป็นเยาวชนดีเด่น สาขาคุณธรรม จริยธรรม และการพัฒนาจิตใจ เมื่อปี ๒๕๔๑ ที่ผ่านมา
                                                                  (น.ส.พ.มติชน ๗ มี.ค. ๒๕๔๒)

           ถ้าใครผ่านไปแถวห้างสรรพสินค้าย่านปิ่นเกล้า ก็จะพบ กมลตรี ชายพิการผู้ไม่มีมือ มีแต่เท้าข้างเดียว หาเลี้ยงชีพด้วยการสานที่รองจาน ที่รองแก้วขาย โดยใช้ กระดาษสีเป็นวัสดุ เหตุที่สานที่รองจาน ที่รองแก้ว เริ่มเมื่อ ๑๐ กว่าปีก่อน กมลตรี ได้เห็นพัดที่สานด้วยตอก มีลวดลายที่น่าสนใจ จึงอยากลองทำดูบ้าง ตอนแรกไม่คิดว่าจะทำได้ เมื่อลองพยายามเป็นปีๆ ก็ทำได้ และเกิดความชำนาญ

           ก่อนหน้าที่จะสานเป็น เขาเคยทำงานรีดผ้า เย็บเสื้อ และเลื่อยไม้เพื่อหาเลี้ยงแม่ ซึ่งขณะนี้ยังมีชีวิตอยู่ เมื่อหันมาสานที่รองจาน ที่รองแก้วขาย ก็มีรายได้ดีกว่าแต่ก่อน

           กว่าจะสานได้ดีเช่นนี้ กมลตรีต้องผ่านความลำบากมามาก ต้องใช้เท้าที่เหลือข้างเดียวสานทีละเส้นๆ กว่าจะเสร็จก็กินเวลานาน ตอนแรกๆ ใช้เวลาเกิน ๑ ชั่วโมง เมื่อชำนาญขึ้นก็เหลือประมาณ ๔๐-๔๕ นาที และพยายามพัฒนาให้มีลวดลายมากขึ้นกว่าเดิม

           เวลามานั่งขาย จะมีที่รองจาน ที่รองแก้วที่สานเสร็จแล้วจากบ้านส่วนหนึ่งอีกส่วนหนึ่งกมลตรีจะนั่งสานให้ลูกค้าดู เพราะบางคนไม่เชื่อว่าทำเอง คิดว่าให้คนอื่น ทำ หรือรับเขามาขายต่อ ช่วงแรกๆ ก็ประหม่า อายคนดู กลัวสานไม่สวย ทำให้สานช้า เมื่อเริ่มชินก็สานได้ตามปกติ พอสานเสร็จก็ขายได้ทันที บางคนซื้อ ๒-๓ อัน กมลตรี มีรายได้วัน ๑๐๐-๒๐๐ บาท เป็นรายได้ที่สม่ำเสมอ ไม่ลดลงตามภาวะเศรษฐกิจ

           วัสดุที่ใช้ในการสานคือ กระดาษสีต่างๆ เพื่อให้เกิดลวดลาย กมลตรีต้องจ้างโรงพิมพ์ตัด เพื่อให้กระดาษเสมอกัน จะตัดเองก็ได้แต่ช้าไม่คุ้มกับเวลาที่เสียไป อุปกรณ์ที่ใช้ในการสาน มีไม้ ๑ อัน ลักษณะเหมือนตะเกียบ ค่อยๆ เรียวเล็กลงตรงปลาย สำหรับใช้จับกระดาษแทนมือ และมีเครื่องมืออีก ๑ ชิ้นใช้ยึดกระดาษไม่ให้เลื่อนหลุดในเวลาสาน
                                                       (น.ส.พ.ไทยโพสต์ ๖ ก.ย. ๒๕๔๓)

           มงคล ชายวัย ๓๗ ปี ชาวสุพรรณบุรี เป็นน้องคนเล็กมีพี่ชาย ๒ คน พิการแขนกุดทั้งสองข้างมาแต่กำเนิด (มีแขนขวาโผล่ออกมาจากหัวไหล่เล็กน้อย) แต่โชคดีที่พ่อแม่และพี่ชายรักใคร่ช่วยกันดูแลโดยไม่รังเกียจ เมื่อเรียนประถมที่โรงเรียนข้างบ้าน ครูและเพื่อนนักเรียนก็คอยช่วยเหลือและให้กำลังใจ มงคลจึงฝึกฝนจนใช้เท้าเขียนหนังสือแทนมือได้

           มงคลเรียนเก่ง ตั้งแต่ ป.๑-ป.๔ สอบได้ที่ ๑ หรือ ๒ ของห้องเป็นประจำ จบ ป.๔ ก็เลิกเรียนเพราะโรงเรียนมัธยมอยู่ไกล ไปไม่สะดวก ช่วงแรกที่ออกจากโรงเรียนรู้สึกท้อมาก มองไม่เห็นอนาคตเลย แต่พ่อแม่ได้ให้ข้อคิดเตือนสติ มงคลจึงคิดได้ว่า ที่ผ่านมาสามารถใช้เท้าแทนมือได้ทุกเรื่อง ทำกิจวัตรประจำวัน ขี่จักรยานยนต์โดยใช้เชือกรัดแฮนด์รถแล้วคล้องตัวแทนมือขี่ไปไหนมาไหนได้ ขับรถยนต์โดยใช้แขนที่โผล่ออกมาเล็กน้อยจับบังคับพวงมาลัย ใช้เท้าเข้าเกียร์ เหยียบคลัตช์ คันเร่งและเบรก

           เมื่อคิดว่าความพิการไม่น่าจะเป็นปัญหา หนุ่มนักสู้ก็เริ่มต้นด้วยการไปดูช่างในละแวกบ้านซ่อมรถแล้วกลับมาฝึกด้วยตนเองที่บ้าน จนสามารถซ่อมรถจักรยานยนต์ได้เหมือนช่างทั่วไป โดยใช้เท้าแทนมือ เมื่อรับซ่อมรถจนชำนาญมากขึ้น ก็รับซ่อมเครื่องสูบน้ำ อ็อกเชื่อมต่อเหล็กและท่อต่างๆ มีรายได้เฉลี่ยวันละ ๕๐ บาท เท่านั้น แต่ก็พออยู่พอกิน พอได้เลี้ยงดูพ่อแม่ซึ่งอายุมาก และเริ่มป่วยไข้ นอกจากนี้ยังส่งเสียหลานชายคนหนึ่งจนจบ ป.๖
                                                       (น.ส.พ.ไทยรัฐ ๓๐ ต.ค. ๒๕๔๓)

           ยุทธนา นักเปียโนนัยน์ตาพิการ แต่ได้มีโอกาสเล่นดนตรีมากว่า ๑๐ ปี ในห้องอาหารของโรงแรมที่มีชื่อเสียงก้องโลก ยุทธนาเล่าถึงความหลังว่า

           เมื่ออายุ ๔ ขวบเกิดติดเชื้อที่ดวงตาอย่างรุนแรงจนตาบอดทั้งสองข้าง จึงถูกส่ง ไปเรียนที่โรงเรียนสอนคนตาบอด เมื่ออายุ ๗ ขวบ ครูเห็นว่ามีแววจึงเคี่ยวเข็ญให้เรียนเปียโน โดยที่เจ้าตัวไม่ชอบ เมื่ออยู่มัธยมยุทธนาเรียนร่วมกับเด็กตาดี โดยให้เพื่อนผลัดเวรกันวันละคน อ่านข้อความบนกระดานดำที่ครูเขียนทิ้งไว้ให้ฟังแล้วพยายามจำไว้

           จบมัธยมได้ทุนไปเรียนเศรษฐศาสตร์ที่ออสเตรเลีย และเรียนดนตรีกับการร้องประสานเสียงในตอนค่ำ เวลาเรียนเปียโน มีสาวๆ และเพื่อนๆ มารุมล้อมขอเพลง ทำให้ยุทธนาภูมิใจและรู้สึกว่าตัวเองมีค่า

           อายุ ๒๔ ปีจบด้านดนตรีจากโรงเรียนดนตรีของมหาวิทยาลัยซิดนีย์ กลับเมืองไทยตั้งใจจะเป็นครูที่โรงเรียนสอนคนตาบอด เผอิญเพื่อนรุ่นพี่ซึ่งเป็นอดีตผู้จัดการของโรงแรมโอเรียนเต็ลชวนไปเล่นดนตรีที่โรงแรมนั้น ความเป็นนักดนตรี มืออาชีพของยุทธนาจึงเริ่มมาแต่นั้น

           เนื่องจากไม่มีคนทำโน้ตสำหรับคนตาบอด เมื่อจะเล่นเพลงใหม่ ยุทธนาจึงต้องซื้อ เทป ซีดี เพลงต่างๆ มาแล้วใช้ความพยายามแกะดนตรีและเนื้อเอง บางครั้งต้องเล่นร่วมกับดนตรีวงใหญ่ ก็จะให้เขาร้องแล้วอัดเทปไว้แกะดนตรีและเนื้อ โชคดีที่เคยเรียน ประสานเสียงมาด้วยทำให้แกะง่ายเข้า นอกจากมีความสามารถทางดนตรี ยุทธนา ยังสามารถจำเสียงลูกค้าได้จากการคุยกันเพียงครั้งเดียว บางคนแค่สัมผัสมือก็จำได้ว่าเป็นใคร

           การได้เล่นดนตรีในโรงแรมระดับโลกเป็นสิ่งที่น่าภูมิใจ แต่การที่คนพิการคนหนึ่ง ไม่ยอมแพ้หรือสิ้นหวัง พยายามต่อสู้จนสามารถยืนหยัดอยู่ด้วยตนเอง ใช้ชีวิตอย่างมี ความสุขกับภรรยาและลูก ๒ คน ซึ่งเรียนจบมหาวิทยาลัยทั้งคู่ เป็นสิ่งที่น่าภูมิใจยิ่งกว่า
                                                       (น.ส.พ.ไทยโพสต์ ๖ ต.ค. ๒๕๔๒)

           ๑. บุคคลส่วนมากมักจะ "ว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเอง" กล่าวคือ ตำหนิ ความเกียจคร้านของคนอื่น ทั้งที่ตัวเองก็ขี้เกียจ ในทางตรงข้าม เมื่อชื่นชมความขยัน ของคนอื่น แต่ตัวเองกลับไม่ขยัน เมื่อคนส่วนมากโน้มเอียงไปในทางเกียจคร้าน คนที่นึกอยากได้ดีโดยไม่ลงมือทำดีจึงมีอยู่มากในโลกนี้

           ๒. คนที่จนที่สุดในโลกคือคนที่จนใจ เมื่อจนใจเสียแล้ว ก็จะงอมืองอเท้า
ไม่ยอมทำอะไร ไม่รู้จักพึ่งตนเอง คอยพึ่งคนอื่นอยู่ร่ำไป ถึงมีมือมีเท้าก็เหมือนไม่มี นับเป็นคนที่น่าตำหนิ ส่วนคนที่ใจสู้ แม้ไม่มีมือไม่มีเท้า หรือมีแต่เท้าเพียงข้างเดียว ก็ยังสามารถหาเลี้ยงตัวเองได้ ไม่ต้องขอเขากิน นับเป็นคนที่น่าสรรเสริญ

สุดยอดจน คือคน ที่จนใจ งานสิ่งใด หนักเบา ไม่เอาสิ้น
มีมือเท้า เฝ้าง้อ ขอเขากิน โลกดูหมิ่น นินทา หน้าไม่อาย
คนพิการ ไร้มือเท้า เอาปากกัด เฝ้าฝึกหัด กิจที่ควร เร่งขวนขวาย
หนักก็เอา เบาสู้ ไม่ดูดาย ชนทั้งหลาย นิยม น่าชมเชย
 
(ธมฺมวฑฺโฒ ภิกฺขุ)

.........................
 
สารบัญ
- คำนำ ๑๑. ฝรั่งยังทึ่ง
๑. ลักษณะความเพียร ๑๒. แว่นแก้ว
๒. เหตุเกิดความเพียร ๑๓. ผู้พิชิตยุง
๓. อานุภาพความเพียร ๑๔. ใฝ่รู้ยิ่งกว่าใฝ่รัก
๔. สำคัญที่ใจ ๑๕. สมองแก้ว
๕. ลองอีกที ๑๖. สร้างฝันให้เป็นจริง
๖. ตกฟิสิกส์พลิกชีวิตเป็นดอกเตอร์ ๑๗. ชีพนี้ยังมีหวัง
๗. จากดินเป็นดาว ๑๘. เรือล่มเมื่อจอด
๘. ลูกคนขายส้มตำมุ่งทำเนียบ ๑๙. ขุดเรื่อยไป
๙. พระคุณพ่อพระคุณแม่ ๒๐. ชีพวายไม่คลายเพียร
๑๐. กว่าจะสำเร็จ ๒๑. ฝ่าคลื่นฝืนลม
  ๒๒. มาตรการชีวิต
  ๒๓. วิริยารัมภวาทะ
  ดาวน์โหลด หนังสือเล่มนี้
   
   
 
จากหนังสือ อานุภาพความเพียร
รวบรวมเรียบเรียง โดย ธมฺมวฑฺโฒ ภิกฺขุ
วัดโสมนัสวิหาร คณะ ๖
เขต ป้อมปราบฯ กทม. ๑๐๑๐๐
โทร. ๐๒ - ๖๒๙-๙๖๓๔
 
 
 
 
 
 
 
 
  หน้าหลัก l หนังสือธรรมะ l เสียงสวดมนต์ mp3 l เสียงธรรม mp3 l บทสวดมนต์ l สมาธิ l รูปภาพ
ดาวน์โหลด e-book l ห้องสวดมนต์ออนไลน์  l กระดานสนทนา l ห้องสนทนา chat  l สมุดเยี่ยม lรวมเว็บ
 
จัดทำโดย  กลุ่มเผยแผ่หลักคำสอนทางพระพุทธศาสนา ธรรมจักรดอทเน็ต
เพื่อส่งเสริมคุณธรรม และจริยธรรมในสังคม
เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2546
ติดต่อ webmaster@dhammajak.net
ขึ้นบน