การเลิกทาสในประเทศไทย
ไม่อาจกระทำให้สำเร็จเด็ดขาดในคราวเดียว ต้องกระทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป
เพราะมีวิธีการอยู่มากหลาย เช่น ผู้ยังไม่เคยเป็นทาส หรือหลุดพ้นแล้วก็ห้ามขายตัวเป็นทาส
ผู้เป็นทาสอยู่แล้วก็ไม่ยอมให้ขึ้นค่าตัว ทั้งมีการกำหนดให้นายลดค่าตัวเป็นรายเดือน
เพื่อเร่งรัดให้หมดทาสโดยเร็ว นอกจากนี้ยังใช้วิธีกำหนดว่า
ผู้เกิดสมัยรัชกาลที่ ๕ ถ้าเป็นทาสมาเดิมตามพ่อแม่ ให้พ้นจากความเป็นทาสเมื่ออายุครบกำหนด
หรือเมื่อวันประกาศใช้พระราชบัญญัติทาส ดังนั้นกว่าจะสำเร็จก็ต้องใช้เวลาถึง
๓๒ ปี
การเลิกทาสต้องผ่านความยากลำบาก
ต้องต่อสู้กับความไม่พอใจของเจ้านาย ข้าราชการ พ่อค้าคฤหบดีซึ่งเป็นนายเงิน
อันเคยมีความสะดวกในการใช้ทาส รวมทั้งความไม่พอใจของทาสบางคนผู้ไม่รู้ว่า
เมื่อได้รับปลดปล่อยแล้วจะดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างไร เพราะเคยชินในการอาศัยคนอื่นกินอยู่มาตลอดหลายชั่วอายุคน
ถ้าในหลวงรัชกาลที่ ๕ ทรงอ่อนแอ ท้อถอย กลัวโน่นเกรงนี่แล้ว
อย่างไรเสียก็ทรงทำงานอันมีคุณค่าชิ้นนี้ไม่สำเร็จเป็นแน่
(คุณลักษณะพิเศษแห่งพระพุทธศาสนา
โดย สุชีพ ปุญญานุภาพ)
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ
๒๔ ตุลาคม ๒๕๔๓ ว่า หนังสือบันทึกสถิติโลก "กินเนส"
มอบรางวัลเป็นเกียรติแก่นายสจ๊วร์ต บัลด์วิน ชาวสิงคโปร์
วัย ๗๐ ปี ในฐานะ "นักศึกษาเรียนช้าที่สุดในโลก"
โดยใช้เวลาเรียนนานถึง ๒๘ ปี กว่าจะจบปริญญาตรี
ผู้เฒ่าบัลด์วินเปิดเผยว่า
ตนต้องออกจากโรงเรียนตั้งแต่อายุ ๑๖ ปี เพราะฐานะยากจนและบิดาต้องการให้ทำงานช่วยเหลือครอบครัว
จึงไม่ได้เรียนต่อระดับมหาวิทยาลัย เมื่อโตขึ้นและพอมีเงินบ้าง
จึงสมัครเรียนคณะวิทยาศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยเปิดแห่งหนึ่ง
โดยเรียนไปด้วยทำงานไปด้วย กินเวลา ๒๘ ปีกว่าจะคว้าใบปริญญามาครอง
ความทรหดในการเรียนของผู้เฒ่าบัลด์วินได้รับการบันทึกเป็นสถิติโลกไปแล้ว
และน้อยคนนักที่จะทำได้เช่นนี้
(น.ส.พ.ไทยรัฐ ๒๕
ต.ค. ๒๕๔๓)
วิสุทธิมรรคเป็นคัมภีร์ที่พระพุทธโฆสะ
พระภิกษุชาวชมพูทวีปแต่งเมื่อประมาณ พ.ศ. ๑๐๐๐ ด้วยภาษาบาลี
คัมภีร์นี้ย่อคำสอนของพระพุทธเจ้าในพระไตรปิฎกไว้อย่างเป็นระเบียบ
คล้ายกับเป็นสารานุกรมแห่งคำสอนทางพระพุทธศาสนา หรือเป็นภาพวาดที่แสดงให้เห็นระบบแห่งพระพุทธศาสนาทั้งหมดนับเป็นงานที่ยิ่งใหญ่อย่างแท้จริง
นาวาอากาศเอก
เมฆ อำไพจริต (ป.ธ.๙) เริ่มแปลคัมภีร์นี้เป็นไทยเมื่อปลายปี
พ.ศ. ๒๕๐๖ โดยใช้ฎีกาวิสุทธิมรรคเป็นคู่มือ แม้ท่านจะเกษียณแล้วแต่ก็มีเวลาแปลสัปดาห์ละไม่เกิน
๓ วัน เพราะมีงานประจำอื่นอีก การแปลคัมภีร์นี้เป็นเรื่องยากมาก
จึงต้องศึกษาไป ปรึกษาไป แปลไป ถ้ามีสำนวนบาลีซึ่งเข้าใจยาก
ก็พยายามอธิบายเพิ่มเติมตามนัยแห่งฎีกาและตามความเห็นของผู้แปล
โดยใส่ไว้ในวงเล็บหรือทำเป็นเชิงอรรถ เชิงอรรถบางข้อใช้เวลาคิดเขียนครึ่งค่อนชั่วโมงก็มี
เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ผู้อ่านผู้ศึกษามากที่สุด และท่านได้ตั้งกติกาไว้ว่า
" ถ้าตนเองไม่เข้าใจ ห้ามเขียนลงไปเป็นอันขาด"
การแปลจึงชะงักบ่อยๆ จนปริวิตกว่าจะตายเสียก่อน ต้องอธิษฐานทุกวัน
ขอให้แปลจบก่อนจึงตาย แปลอยู่ ๑๐ ปีจึงจบ (เริ่มงานอายุ
๖๑ จบอายุ ๗๑)
(วิสุทธิมรรคแปล
ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย)
นักประวัติศาสตร์คนสำคัญผู้หนึ่งกล่าวว่า
การที่บุคคลบรรลุผลสำเร็จต่างๆ ในชีวิตนั้น มักจะเป็นผลแห่งความเพียรยิ่งกว่าอย่างอื่นทั้งหมด
เขาตั้งหน้าทำไป พยายามไปครั้งเดียวไม่สำเร็จ ทำสองครั้ง-สามครั้งไม่สำเร็จ
ก็ทำต่อเรื่อยไปกระทั่งบรรลุผลสำเร็จในที่สุด โธมาส คาร์ไลย์
นักประวัติศาสตร์เคยประสบกับอุปสรรคอันไม่นึกฝัน ในการเขียนเรื่องประวัติศาสตร์แห่งการปฏิวัติในฝรั่งเศส
ซึ่งเป็นเรื่องลือชื่อของเขา หลังจากเขียนเล่มหนึ่งจบ
พร้อมที่จะส่งโรงพิมพ์แล้วนั้น แต่ด้วยความยากจนขาดแคลนเงิน
เขาจึงนำต้นฉบับนั้นไปเป็นประกันเงินกู้ไว้กับเพื่อนบ้านคนหนึ่ง
เพื่อนบ้านผู้นั้นทิ้งต้นฉบับไว้บนพื้นห้อง คนใช้คิดว่าเป็นกระดาษที่ไม่ใช้แล้วจึงเอาใส่เตาเป็นเชื้อไฟ
ถ้าเป็นคนอื่นก็คงจะเสียใจจนเป็นบ้าไปแล้ว แต่คาร์ไลย์ไม่ทิ้งความพยายามง่ายๆ
เขาใช้เวลาอีกหลายเดือน ค้นคว้าจากหนังสือที่มีหลักฐานอีกกว่าร้อยเล่ม
และเขียนบางตอนซ้ำซากอยู่ตั้ง ๒๐ ครั้ง ในที่สุดเขาก็สร้างประวัติศาสตร์นั้นได้สำเร็จอีกครั้งหนึ่ง
นี่ก็คือชัยชนะของความพยายาม งานของบุคคลสำคัญๆ ของโลก
ซึ่งมีชื่อไม่ตายมาจนกระทั่งทุกวันนี้ล้วนสำเร็จด้วยความพยายามอย่างยิ่งยวดทั้งสิ้น
กิบบอลส์เขียนประวัติศาสตร์ตอน "ความเสื่อมสลายของกรุงโรม"
อยู่เป็นเวลานานถึง ๒๐ ปี โนอาห์ เวบสเตอร์ ใช้เวลาสร้างพจนานุกรมอยู่ถึง
๓๖ ปี จอร์จ แบนครอฟต์เขียนประวัติศาสตร์อเมริกันอยู่
๒๖ ปี มิลตันเขียนหนังสือ "ประวัติการณ์ของมนุษย์โบราณ"
ซ้ำซากอยู่ถึง ๑๕ ครั้ง มีผู้ถาม กีอาดินี นักไวโอลินผู้มีชื่อเสียงว่า
เขาฝึกมานานกี่มากน้อย จึงเล่นได้ดีถึงเพียงนี้ กิอาดีนีตอบว่า
ข้าพเจ้าฝึกหัดวันละ ๑๒ ชั่วโมง เป็นเวลาถึง ๒๐ ปี เราอ่านเรื่อง
"หัวใจกฎหมาย" ของมองเตสคิเออจบโดยใช้เวลาชั่วโมงเดียว
แต่ทว่ามองเตสคิเออใช้เวลาเขียนอยู่ถึง ๒๙ ปี อดัม สมิธก็เขียนเรื่อง
"ความรวย ของประชาชาติ" ซึ่งเป็นต้นเค้าอันสำคัญในวิชาเศรษฐศาสตร์
ใช้เวลาถึง ๑๐ ปี ฟอน มอลต์เก จอมพลเยอรมันผู้เชี่ยวชาญทางยุทธศาสตร์อย่างเยี่ยมยอด
ไม่มีผู้ใดเสมอนั้น ก็ใช้เวลาศึกษาทั้งในโรงเรียนและศึกษาส่วนตัวเป็นเวลาถึง
๖๐ ปี จึงได้ออกสงครามทำงานให้แก่ชาติ กระทั่งมีชื่อเสียงปรากฏไปทั่วโลก
เกิดในปี ค.ศ. ๑๘๐๐ รับราชการเป็นนายทหารเมื่ออายุ ๑๙
ปี ได้เป็นแม่ทัพเมื่อ ค.ศ. ๑๘๖๖ ขยี้กองทัพออสเตรียที่สาโดวาเสียจนยับเยิน
และขับไล่ออกไปพ้นเขตแดนเยอรมัน ต่อมาอีก ๔ ปี เมื่ออายุย่างเข้าปีที่
๗๐ ซึ่ง โดยมากมักถือเป็นวัยชราแล้ว ท่านนายพลกลับได้ทำงานใหญ่ที่ไม่เคยมีใครได้ทำมาก่อน
คือทำสงครามชนะฝรั่งเศส เปลี่ยนแผนที่ยุโรปในสมัยนั้นเป็นอีกรูปหนึ่ง
ท่านได้ก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของชีวิตพร้อมกับได้เลื่อนยศเป็นจอมพล
หลังจากที่ได้ตรากตรำทำงานมาถึง ๕๑ ปี จึงไม่น่า สงสัยเลยว่า
เหตุไรพระเจ้าหลุยส์ นโปเลียนจึงทรงพ่ายแพ้อย่างง่ายดาย
จอห์น
ฟิช ผู้คิดสร้างเรือกลไฟครั้งแรก เป็นคนยากจน สวมเสื้อผ้าขาดกะรุ่งกะริ่งไม่มีใครคบค้าสมาคม
คนมั่งมีก็พากันเหยียดหยาม หาว่าเป็นคนบ้า แต่ฟิชกับสหายของเขาก็ยังพากเพียรทำงานของเขาสืบไป
โดยไม่เอาใจใส่ต่อความคิดเห็นของใครๆ ทั้งสิ้น กระทั่งถึง
พ.ศ. ๒๓๓๓ โลกก็เริ่มรู้จักฟิช เขาได้นำเอาเรือกลไฟลำแรกลงแล่นในแม่น้ำเดลาแวร์
สามารถแล่นตามน้ำได้ชั่วโมงละ ๘ ไมล์ แล่นทวนน้ำได้ชั่วโมงละ
๖ ไมล์ เป็นเรือกลไฟลำแรกที่ประดิษฐ์ขึ้นด้วยความอุตสาหะพยายาม
และความหวังอันเด็ดเดี่ยวของคนจนๆ คนหนึ่งเท่านั้น
(สร้างตนเอง โดย
ไชยวัฒน์)
๑.
ผู้ที่ประสบความสำเร็จมักจะไม่มัวรอโอกาส แต่พยายามหาทางสร้างโอกาส
ในหลวงรัชกาลที่ ๕ ทรงสร้างโอกาสด้วยการออกกฎหมายต่างๆ
แล้วทรงเลิกทาส เมื่อได้โอกาสตามที่ทรงได้สร้างไว้ คนที่ทำอะไรไม่สำเร็จมักชอบเงื้อง่าราคาแพง
จะทำอะไรก็ไม่กล้าตัดสินใจทำลงไป ดีแต่วางท่าหรือทำท่าว่าจะทำเท่านั้น
๒.
กล่าวกันว่า สูตรสู่ความสำเร็จนั้นมี ๒ ข้อ คือ
๒.๑
จงเริ่มต้น
๒.๒
ก้าวต่อไป
๓.
ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะคิดฝัน (ในแง่สร้างสรรค์) แต่อย่าคิดอย่างเดียว
คิดแล้วทำ ทำแล้วล้มเหลวไม่เป็นไร คิดใหม่ทำใหม่ ลองทำจากเล็กๆ
ไปก่อนแล้วขยายผล ไปเรื่อยๆ เช่น คิดอยากเป็นกุ๊กมือหนึ่งของโลก
ก็ลองหัดหุงข้าวต้มไข่ให้เป็นเสียก่อน แล้วคิดและหัดทำอาหารอื่นๆ
ต่อไป ถ้าคิดฝันอย่างเดียวโดยไม่ลงมือทำเลย ก็ไร้ค่า เสียเวลาเปล่า
| ช่างยากเย็น เข็นครก ยกขึ้นเขา |
เหนื่อยไม่เบา เฝ้าฝนทั่ง เล็กดังเข็ม |
| เมื่อออกแรง จนเหงื่อหยด ออกรสเค็ม |
ความเพียรเต็ม สำเร็จกิจ จิตจำนง |
(ธมฺมวฑฺโฒ ภิกฺขุ)
|