"ยุงร้ายกว่าเสือ"
เป็นวลีที่เกิดขึ้นสมัยหลังสงครามโลกครั้งที่สอง ผู้เป็นต้นตำรับของวลีนี้คือ
หลวงพยุงเวชชศาสตร์ นายแพทย์ไทยคนแรกที่ได้รับปริญญามหาบัณฑิตและดุษฎีบัณฑิตทางสาธารณสุขชั้นเกียรตินิยม
จากสหรัฐอเมริกา นอกจากนี้ยังได้รับ "กุญแจทองคำ"
จากมหาวิทยาลัยจอห์น ฮอปป์กิ้นส์ เป็นเกียรติประวัติอันงดงามแก่ชีวิตของตนเองและวงการแพทย์ไทย
หลวงพยุงฯ
เป็นนายแพทย์ไทยคนแรกที่เชี่ยวชาญเรื่องยุงเป็นพิเศษ คนที่เคยฟังคำอธิบายเรื่องยุงจากปากหลวงพยุงฯ
เองแล้ว ก็จะกลัวยุงจนแทบจะต้องกางมุ้งกินข้าวทุกคืนทีเดียว
ทำไมยุงจึงร้ายกว่าเสือ หลวงพยุงฯ จะคลี่สถิติในมือให้ดูว่า
ประชาชนถูกยุงกัดจึงป่วยเป็นมาลาเรียตายปีละ ๔-๕ หมื่นคน
จากจำนวน ผู้ป่วยทั้งหมดประมาณ ๒.๕-๓ ล้านคนต่อปี พลเมืองที่เป็นกำลังของชาติต้องถูกทำลายอย่างย่อยยับทุกปี
แต่นานปีทีหนจึงมีข่าวเสือกัดคนตาย ดังนั้นยุงจึงร้ายกว่าเสืออย่างชนิดที่เทียบกันไม่ได้เลย
เพราะฉะนั้นหลวงพยุงฯ จึงตัดสินใจที่จะค้นคว้าและช่วยเหลือประชากรให้พ้นจากภัยของยุงอย่างเต็มที่
หลวงพยุงฯ
ได้ทำการผ่าตัดยุงวิจัยโรค ค้นคว้าหาแหล่งกำเนิดยุง ซอกซอน
เข้าไปในป่าเพื่อตรวจพิสูจน์โลหิตจากชาวป่าชาวดอยที่ได้รับเชื้ออันมีพิษจากยุง
เป็นเวลานับสิบๆ ปีที่เขายอมเหน็ดเหนื่อย อุทิศแม้ชีวิตของเขาให้แก่ยุง-ยุง
และยุงเท่านั้น ภายหลังการผ่าตัดและแยก ยุงก้นปล่อง ในเมืองไทยออกเป็นประเภทถึง
๓๔ ประเภท ก็ประสบความสำเร็จที่ อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช
ได้ค้นพบยุง MINIMUS ซึ่งเป็นยุงประเภทสำคัญที่ก่อให้เกิดเชื้อไข้มาลาเรีย
ทำลายชีวิตชาวไทยเป็นจำนวนหมื่นๆ ทุกปี การค้นคว้านี้ได้ช่วยชีวิตคนไทยนับหมื่น
ผลการวิจัยของหลวงพยุงฯ เป็นที่ยอมรับทั่วไป จึงถูกนำไปใช้เป็นตำราด้านการสาธารณสุข
และเผยแพร่เพื่อเป็นประโยชน์แก่ชาวเมืองร้อนทั่วโลก
คุณธรรมอันน่าประทับใจของหลวงพยุงฯ
อย่างหนึ่งคือ ขณะที่กำลังค้นคว้าเรื่องยุง ทางราชการได้ออกระเบียบใหม่ว่า
นายแพทย์สาธารณสุขที่รับราชการอยู่ จะมีคลินิกและร้านขายยาส่วนตัวไม่ได้
แพทย์หลายรายได้ลาออกจากราชการ เพราะคลินิกและร้านขายยาได้ทำให้แพทย์ร่ำรวยเป็นเศรษฐีกันมากต่อมาก
สมัยนั้นเป็นสมัยที่ผู้คนต้องใช้เงินซื้อชีวิตของตนเอาไว้
ใครยากจนไม่มีเงินซื้อยาก็มีหวังตายทุกคน หลวงพยุงฯ ตัดสินใจเลิกร้านขายยาและคลินิกของตน
ด้วยเหตุผลว่า "ผมจะทำงานเพื่อสาธารณะ เพื่อช่วยชีวิตเพื่อนร่วมชาติที่ต้องล้มตายเพราะยุงทุกวัน
ผมจะค้นคว้าต่อไปจนสำเร็จเพื่อเพื่อนร่วมชาติ เพราะผมต้องการนอนตาหลับเมื่อตายไปแล้ว"
หลวงพยุงฯ ได้เสียสละความเป็นเศรษฐีเพื่อหาทางช่วยชีวิตเพื่อนร่วมชาติ
นับเป็นบุคคลที่ควรสรรเสริญ เพราะถึงพร้อมด้วยความรู้และคุณธรรม
(๕๐ บุคคลสำคัญ
โดย ไทยน้อย)
๑.
การที่หลวงพยุงฯตัดสินใจเลิกร้านขายยาและคลินิก ชวนให้ระลึกถึงพุทธภาษิตที่ว่า
น่ารังเกียจการได้ยศ การได้ลาภ การเลี้ยงชีพ ด้วยการยอมลดคุณค่าของชีวิต
หรือด้วยการประพฤติอธรรม
๒.
สาเหตุอย่างหนึ่งที่ทำให้คนกลัวตายคือ เคยทำชั่วไว้ จึงกลัวว่า
ตายแล้วจะต้องไปรับผลแห่งความชั่วของตนในอบายภูมิ คนที่ไม่เคยทำชั่ว
ย่อมไม่หวั่นเกรง ความตายที่จะมาถึง
๓.
หลวงพยุงฯ เป็นผู้ที่รู้จักพอเพราะทราบความจริงว่า เมื่อตายแล้วทรัพย์สักนิดก็ติดตามไปไม่ได้ |