Skip to content

Narrow screen resolution Wide screen resolution Increase font size Decrease font size Default font size default color green color orange color
หน้าหลัก arrow หนังสือธรรมะ arrow book_other arrow กามนิต-วาสิฏฐี (ตอนที่ ๑)

PDF พิมพ์ ส่งอีเมล์
ความนิยมของผู้ชม: / 9
แย่มากดีมาก 
นักเขียนอื่นๆ
สารบัญบทความ
กามนิต-วาสิฏฐี (ตอนที่ ๑)
คำนำ
๑.พระพุทธเจ้า เสด็จกลับเบญจคิรีนคร
๒.พบ
๓.สู่ฝั่งแม่คงคา
๔.สาวน้อยผู้เคาะคลี
๕.รูปวิเศษ
๖.บนลานอโศก
๗.ในหุบเขา
๘.ดอกฟ้า
๙.ใต้ดาวโจร
๑๐.รหัสยลัทธิ
ต่อ...ตอนที่ ๒
ตอนที่ ๑
ตอนที่ ๒
ตอนที่ ๓
ตอนที่ ๔
ตอนที่ ๕


๓. สู่ฝั่งแม่คงคา

ข้าพเจ้าชื่อกามนิต เกิดที่กรุงอุชเชนีอันเป็นนครมีภูเขาล้อมรอบ อยู่ไกลไปทางใต้ในแคว้นอวันตี บิดาเป็นพ่อค้า แม้มีตระกูลไม่สูงศักดิ์เป็นพิเศษ แต่ก็เป็นเศรษฐีมั่งมีมาก ท่านบิดาได้จัดให้ข้าพเจ้าได้รับการศึกษาอบรมในศิลปวิทยา เป็นอย่างดี เมื่อข้าพเจ้ามีอายุอันควรแล้ว ก็เข้าพิธีสวมยัชโญปวีตสายธุรำมงคลพราหมณ์ตามลัทธิ เวลานั้นข้าพเจ้ามีวิชาความรู้อันควรแก่กุลบุตรอย่างเชี่ยวชาญที่สุด จนคนทั้งหลายเชื่อว่า ข้าพเจ้าคงได้ศึกษามาจากมหาวิทยาลัยตักศิลาเป็นแน่แท้ ข้าพเจ้าสามารถในมวยปล้ำและฟันดาบ เสียงก็ไพเราะ เพราะได้รับการฝึกฝนในคันธรรพศาสตร์อย่างชำนาญ ทั้งสามารถดีดพิณได้แคล่วคล่องเท่ากับนักดนตรีที่ลือชื่อ บรรดาโศลกในมหากาพย์ภารตะและกาพย์อื่น ๆ ข้าพเจ้าสาธยายได้เจนใจ ซ้ำการประพันธ์

ฉันทพฤติวิธี ก็อาจร้อยกรองได้รวดเร็วและมีข้อความไพเราะลึกซึ้ง ตกว่าวิชาใด ๆ อันควรแก่กุลบุตรจะต้องรู้ ข้าพเจ้าย่อมทราบได้อย่างดีที่สุด ดูก่อน ท่านอาคันตุกะ อันวิชาความรู้ของข้าพเจ้านั้น เป็นที่พูดกันติดปากของประชาชนชาวอุชเชนีว่า "เชี่ยวชาญเหมือนมาณพกามนิตทีเดียว"

อยู่มาวันหนึ่ง เมื่อข้าพเจ้ามีอายุได้ ๒๐ ปี บิดาได้เรียกตัวเข้าไปหา แล้วพูดว่า "ลูกรักเอ๋ย บัดนี้การศึกษาของเจ้าก็สำเร็จบริบูรณ์แล้ว ถึงเวลาที่จะต้องดูสิ่งต่าง ๆ ในโลก ให้หูตากว้างออกไปบ้าง แล้วจึ่งเริ่มประกอบการพาณิชย์เป็นอาชีพต่อไป เวลานี้พอดีประจวบเหมาะ เพราะใน ๒-๓ วันนี้พระเจ้าแผ่นดินของเรา ตรัสให้แต่งราชทูต ไปเจริญทางพระราชไมตรี กับพระเจ้าอุเทนแห่งกรุงโกสัมพี ซึ่งอยู่ไกลไปทางเหนือ พ่อมีสหายอยู่ในเมืองนั้นคนหนึ่งชื่อประณาท เคยไปมาหาสู่กันเสมอ เขาได้บอกแก่พ่อไว้นานแล้ว ถ้าเอาสินค้าเมืองเรา มีแก้วหิน ไม้จันทน์ผง เครื่องจักสานและผ้า ไปขายที่กรุงโกสัมพี จะได้กำไรงาม ที่พ่อไม่อยากนำสินค้าไปขาย เพราะหนทางไกล ไปตามทางก็มีโจรผู้ร้ายชุกชุมเป็นที่รังเกียจอันตรายมากอยู่ แต่ทว่าถ้าได้ไปในพวกราชทูตแล้วเป็นอันปลอดภัย ลูกเอ๋ย! เจ้าจงเตรียมตัวเถิด เข้าไปเลือกสินค้าที่ในโรงเก็บ บรรทุกเกวียนโคไปสัก ๑๒ เล่ม สมทบกระบวนท่านราชทูตไป ของที่เอาไปนี้เมื่อขายได้ให้ซื้อกาสิกพัตร์ (ผ้าบางพาราณสี) และข้าวชนิดที่ดีกลับมา นี่แหละจะเป็นบทเรียนการค้าขายของเจ้าในขั้นต้น ซึ่งพ่อหวังว่าจะเป็นผลดีแก่เจ้าอย่างงาม อีกอย่างหนึ่งเจ้าจะได้เห็นประเทศต่าง ๆ อันมีลักษณะพื้นภูมิแปลก ๆ ผิดกว่าประเทศเรา ตลอดจนได้รู้ดูเห็นขนบธรรมเนียม และได้สมาคมกับคนชั้นสูง คือ พวกท่านราชทูตได้ทุกวัน จะได้จำกิริยาท่าทางผู้ดี เพิ่มคุณสมบัติขึ้นในตัวเรา ดั่งนี้พ่อจึ่งถือว่า ได้รับประโยชน์อย่างใหญ่ เพราะพ่อค้าจะต้องเป็นคนมีหูตาสว่างจึ่งจะใช้ได้"

ข้าพเจ้าขอบคุณในความกรุณาของท่าน ดีใจจนน้ำตาไหล และต่อมาอีก ๒-๓ วันข้าพเจ้าได้ร่ำลาบิดามารดาและละเคหสถานเริ่มออกเดินทาง

ขณะออกจากประตูเมือง รู้สึกว่าได้เป็นหัวหน้าควบคุมเกวียนสินค้า หัวใจข้าพเจ้าก็เต้นเร้าด้วยความอิ่มเอิบ คิดนึกไปต่าง ๆ นานาอย่างร่าเริง การเดินทางล่วงไปวันหนึ่ง ๆ ก็เท่ากับได้ประสบมหกรรมอย่างสนุกสุดใจ ตกเวลากลางคืนหยุดพักเดินทางก่อไฟกองใหญ่เพื่อป้องกันเสือ ข้าพเจ้านั่งล้อมวงอยู่ข้างท่านราชทูต และคนนอกนั้นก็ล้วนเป็นผู้สูงอายุและมีศักดิ์ กระทำให้ข้าพเจ้ารู้สึกคล้าย ๆ กับว่าอยู่ในเทวสมาคม ณ แดนสวรรค์

เดินทางผ่านป่าใหญ่ในแดนเวทิส และข้ามยอดเขาแห่งทิววินธัย จนบรรลุทุ่งกว้างใหญ่ฝ่ายเหนือ กระทำให้รู้สึกว่าได้มาเห็นโลกใหม่อยู่ตรงหน้า เพราะแต่ก่อน ๆ มาไม่เคยคิดว่าโลกเรานี้จะแผ่ไปกว้างขวางมหึมาถึงปานฉะนี้

ล่วงประมาณหนึ่งเดือน นับแต่ออกเดินทางมา เย็นวันหนึ่ง มองดูทางยอดดงตาลเห็นเป็นแถบทองขนาดใหญ่สองแถบ ดูประหนึ่งว่าคลี่คลายออกจากกันอยู่ตรงขอบฟ้าซึ่งแลเห็นเป็นหมอกอยู่สลัว ๆ และแล่นขนานกันมาเป็นเส้นบนภูมิภาคอันเขียวชอุ่มด้วยตฤณชาติ แล้วค่อย ๆ เข้าใกล้กัน จนที่สุดรวมกันเป็นสายเดียวมีขนาดกว้างใหญ่

ข้าพเจ้ารู้สึกว่ามีใครมาตบไหล่ เหลียวไปดูก็เห็นท่านราชทูต ข้าพเจ้าไม่ทันรู้สึกตัวเมื่อท่านเดินเข้ามา ท่านได้พูดว่า

"กามนิต ที่เห็นเป็นแถบทองโน่น คือแม่น้ำยมุนาและแม่คงคาอันศักดิ์สิทธิ์ กระแสน้ำทั้งสองมารวมกันตรงหน้าเราอยู่นี้"

ข้าพเจ้ายกมือขึ้นจบบูชา

ท่านราชทูตกล่าวต่อไปว่า "ที่เจ้าแสดงความเคารพเช่นนั้นเป็นการดีแล้ว เพราะแม่คงคามาจากแดนแห่งทวยเทพ อันอยู่กลางเขาซึ่งมีหิมะปกคลุมทางอุตรประเทศ แล้วไหลดุจกล่าวว่ามาจากแดนสวรรค์ ส่วนแม่น้ำยมุนานั้นเล่า ไหลมาจากแดนอันขจรนามแต่กาลไกลสมัยมหาภารตะ น้ำแห่งแม่น้ำยมุนาย่อมล้นไหลผ่านหัสดินปุระ ซึ่งปรักหักพังแล้ว และท่วมลบทุ่งกุรุ ซึ่งปาณฑพพี่น้องกับพวกเการพได้ทำสงคราม เพื่อชิงชัยในความเป็นใหญ่ ณ ที่ตรงนั้น พระกฤษณะเป็นสารถีขับรถรบให้พระอรชุน และพระกรรณกำลังพิโรธอยู่ในค่าย แต่เรื่องเหล่านี้ไม่เห็นจำเป็นต้องเล่าก็เห็นจะได้ เพราะเห็นว่าเจ้าเปรื่องโปร่งเจนใจอยู่แล้ว ตัวเราเคยยืนอยู่บ่อย ๆ บนแหลมที่เห็นอยู่โน้น มองดูแม่น้ำยมุนาอันสีเขียว ไหลเป็นลูกระลอกลดหลั่นแข่งไปกับแม่น้ำคงคาซึ่งมีสีเหลือง ต่างสีต่างไหลไม่รวมกันเขียวและเหลือง ได้แก่กษัตริย์และพราหมณ์ อันอยู่ร่วมในมหาสมุทร คือวรรณะด้วยกันต่างจรร่วมทางไปสู่แดนแห่งพรหม บางคราวเข้ามาใกล้ชิดกัน บางคราวห่างกัน และบางคราวก็ร่วมกัน เป็นดั่งนี้นิรันดร เปรียบเหมือนแม่น้ำทั้งสองที่เห็นอยู่นี้ ครั้นแล้วเรารู้สึกว่าใจลอย แว่วคล้ายได้ยินเสียงรบ เสียงศัสตราวุธกระทบกัน เสียงเป่าเขาเร้าเร่งพล เสียงม้าร้อง เสียงช้างแปร๋แปร้น หัวใจของเราก็ตึ้กตั้กเต้นถี่เข้า เพราะรู้สึกว่าบรรพบุรุษของเราก็มาอยู่ที่นี่ด้วย และโลหิตของท่านเหล่านั้นก็ไหลนองซึมไปในทรายแห่งทุ่งกุรุนี้"

ข้าพเจ้ารู้สึกปลาบปลื้มในท่านราชทูต เงยหน้าขึ้นดูท่านซึ่งเป็นผู้อยู่ในวรรณะกษัตริย์สืบตระกูลนักรบเป็นทายาทมา

ขณะนั้น ท่านราชทูตจูงมือข้าพเจ้าพลางกล่าววาจาว่า "มาทางนี้ ลูก มาดูภูมิประเทศที่เราจะไปถึง" ท่านพาข้าพเจ้าเดินอ้อมไปทางสุมทุมไม้พ้นออกไปเพียง ๒-๓ ก้าวเท่านั้น ก็เห็นภูมิประเทศนั้นอยู่เบื้องตะวันออก

พอข้าพเจ้าเห็น ก็ออกอุทาน เพราะมองไปทางหัวเลี้ยวแม่คงคา ก็เห็นกรุงโกสัมพีดูงดงามมาก เห็นกำแพงปราการบ้านเรือนสลับสล้างดูเป็นลดหลั่น มีเชิงเทินท่าน้ำท่าเรือต้องแสงแดดในเวลาอัสดง ดูประหนึ่งว่าเป็นเมืองทอง ส่วนยอดปราสาทเป็นทองแท้ก็ส่องแสงดูดั่งว่ามีอาทิตย์อยู่หลายดวง ควันไฟสีดำแดงพลุ่ง ๆ ขึ้นจากลานเทวสถานถัดลงไปข้างล่างริมฝั่งน้ำ เห็นควันสีเขียวอ่อนลอยขึ้นมาจากอสุภที่กำลังเผาในลำน้ำอันศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งฉายเงาแห่งสถานที่ต่าง ๆ ลงไปเห็นกระเพื่อม ๆ มีเรือน้อยใหญ่นับไม่ถ้วนมีใบและธงทิวสีต่าง ๆ แลดูงามตา ตรงท่าน้ำเห็นอยู่ไกล ประชาชนอาบน้ำอยู่มากมายนาน ๆ ได้ยินเสียงคนพูดดังหึ่ง ๆ คล้ายเสียงผึ้ง

ขอให้ท่านผู้เจริญคิดดูเถิด ข้าพเจ้ารู้สึกคล้ายกับว่าได้มองเห็นเทวโลก ยิ่งกว่าได้เห็นเมืองมนุษย์ แท้จริงลุ่มน้ำแม่คงคาทั้งหมดนี้ มีความงามดูเป็นสรวงสวรรค์อันปรากฏให้เห็นขึ้นแก่ตาข้าพเจ้า

ในคืนนั้นเอง ข้าพเจ้าไปถึงเมือง และพักอยู่ที่บ้านของท่านประณาท ผู้สหายเก่าแก่แห่งบิดา

รุ่งเช้าตรู่ ข้าพเจ้ารีบไปยังท่าน้ำที่ใกล้ที่สุด เมื่อกำลังลงขั้นบันได รู้สึกเบิกบานใจไม่ทราบว่าจะอธิบายได้อย่างไร เพราะได้มีโอกาสมาสนานกายในน้ำอันศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งมิใช่แต่จะชำระล้างฝุ่นธุลีที่ติดต้องตัว เพราะไปเดินทางมาเท่านั้น ยังเป็นน้ำที่สามารถชำระบาปมลทินให้หมดสิ้นไปได้ด้วย ข้าพเจ้าจึ่งไม่แต่จะอาบอย่างเดียว ได้เอาขวดไปบรรจุน้ำศักดิ์สิทธิ์สำหรับไปฝากท่านบิดาด้วย อนิจจา! ขวดน้ำนี้หาได้ไปถึงท่านไม่ด้วยเหตุไร จะได้ทราบภายหลัง

ถัดจากอาบน้ำแล้ว ท่านผู้เฒ่าประณาทศีรษะหงอก มีท่าทางน่านับถือ ได้พาข้าพเจ้าไปเที่ยวตลาดในเมือง และอาศัยความช่วยเหลือของท่าน เพียง ๒-๓ วันเท่านั้น ข้าพเจ้าขายสินค้าที่บรรทุกมาได้หมด มีกำไรอย่างงาม และกว้านซื้อสินค้าพื้นประเทศสะสมไว้เป็นจำนวนมาก ที่ชาวเมืองของข้าพเจ้านิยมให้ราคาสูง

เมื่อการค้าขายของข้าพเจ้าได้ผลดีอย่างเร็ววัน มีเวลาว่างเหลืออยู่มาก กว่าท่านราชทูตจะกลับ ดั่งนี้ข้าพเจ้ารู้สึกดีใจมาก จะได้เที่ยวชมบ้านเมืองหาความสนุกสำราญตามอำเภอใจได้บริบูรณ์ ซึ่งความจริงก็เป็นเช่นนั้น เพราะได้โสมทัตต์บุตรท่านประณาทเป็นผู้นำเที่ยว



แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( Monday, 26 May 2008 )
 
< ก่อนหน้า   บทความถัดไป >
Advertisement

หนังสือแนะนำ

Advertisement

Top