Skip to content

Narrow screen resolution Wide screen resolution Increase font size Decrease font size Default font size default color green color orange color
หน้าหลัก arrow หนังสือธรรมะ arrow book_paisan arrow ความสุขที่ถูกมองข้าม (พระไพศาล วิสาโล)

PDF พิมพ์ ส่งอีเมล์
ความนิยมของผู้ชม: / 129
แย่มากดีมาก 
พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล / รินใจ

Image

ความสุขที่ถูกมองข้าม
(พระไพศาล วิสาโล)

คุณเป็นคนหนึ่งหรือไม่ที่เชื่อว่า ยิ่งมีเงินทองมากเท่าไร ก็ยิ่งมีความสุขมากเท่านั้น ความเชื่อดังกล่าวดูเผิน ๆ ก็น่าจะถูกต้องโดยไม่ต้องเสียเวลาพิสูจน์ แต่ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง ประเทศไทยน่าจะมีคนป่วยด้วยโรคจิตน้อยลง มิใช่เพิ่มมากขึ้น ทั้ง ๆ ที่รายได้ของคนไทยสูงขึ้นทุกปี ในทำนองเดียวกันผู้จัดการก็น่าจะมีความสุขมากกว่าพนักงานระดับล ่าง ๆ เนื่องจากมีเงินเดือนมากกว่า แต่ความจริงก็ไม่เป็นเช่นนั้นเสมอไป

ไม่นานมานี้มหาเศรษฐีคนหนึ่งของไทยได้ให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ว ่า เขารู้สึกเบื่อหน่ายกับชีวิต เขาพูดถึงตัวเองว่า "ชีวิต(ของผม)เริ่มหมดค่าทางธุรกิจ" ลึกลงไปกว่านั้นเขายังรู้สึกว่าตัวเองไม่มีความหมาย เขาเคยพูดว่า "ผมจะมีความหมายอะไร ก็เป็นแค่....มหาเศรษฐีหมื่นล้านคนหนึ่ง" เมื่อเงินหมื่นล้านไม่ทำให้มีความสุข เขาจึงอยู่เฉยไม่ได้ ในที่สุดวิ่งเต้นจนได้เป็นรัฐมนตรี ขณะที่เศรษฐีหมื่นล้านคนอื่น ๆ ยังคงมุ่งหน้าหาเงินต่อไป ด้วยความหวังว่าถ้าเป็นเศรษฐีแสนล้านจะมีความสุขมากกว่านี้ คำถามก็คือ เขาจะมีความสุขเพิ่มขึ้นจริงหรือ ?

คำถามข้างต้นคงมีประโยชน์ไม่มากนักสำหรับคนทั่วไป เพราะชาตินี้คงไม่มีวาสนาแม้แต่จะเป็นเศรษฐีร้อยล้านด้วยซ้ำ แต่อย่างน้อยก็คงตอบคำถามที่อยู่ในใจของคนจำนวนไม่น้อยได้บ้างว ่า ทำไมอัครมหาเศรษฐีทั้งหลาย รวมทั้งบิล เกตส์ จึงไม่หยุดหาเงินเสียที ทั้ง ๆ ที่มีสมบัติมหาศาล ขนาดนั่งกินนอนกินไป ๗ ชาติก็ยังไม่หมด

แต่ถ้าเราอยากจะค้นพบคำตอบให้มากกว่านี้ ก็น่าจะย้อนถามตัวเองด้วยว่า ทำไมถึงไม่หยุดซื้อแผ่นซีดีเสียทีทั้ง ๆ ที่มีอยู่แล้วนับหมื่นแผ่น ทำไมถึงไม่หยุดซื้อเสื้อผ้าเสียทีทั้ง ๆ ที่มีอยู่แล้วเกือบพันตัว ทำไมถึงไม่หยุดซื้อรองเท้าเสียทีทั้ง ๆ ที่มีอยู่แล้วนับร้อยคู่
แผ่นซีดีที่มีอยู่มากมายนั้น บางคนฟังทั้งชาติก็ยังไม่หมด ในทำนองเดียวกัน เสื้อผ้า หรือรองเท้า ที่มีอยู่มากมายนั้น บางคนก็เอามาใส่ไม่ครบทุกตัวหรือทุกคู่ด้วยซ้ำ มีหลายตัวหลายคู่ที่ซื้อมาโดยไม่ได้ใช้เลย แต่ทำไมเราถึงยังอยากจะได้อีกไม่หยุดหย่อน


ใช่หรือไม่ว่า สิ่งที่เรามีอยู่แล้วในมือนั้นไม่ทำให้เรามีความสุขได้มากกว่าส ิ่งที่ได้มาใหม่ มีเสื้อผ้าอยู่แล้วนับร้อยก็ไม่ทำให้จิตใจเบ่งบานได้เท่ากับเสื ้อ ๑ ตัวที่ได้มาใหม่ มีซีดีอยู่แล้วนับพันก็ไม่ทำให้รู้สึกตื่นเต้นได้เท่ากับซีดี ๑ แผ่นที่ได้มาใหม่ ในทำนองเดียวกันมีเงินนับร้อยล้านในธนาคารก็ไม่ทำให้รู้สึกปลาบ ปลื้มใจเท่ากับเมื่อได้มาใหม่อีก ๑ ล้าน

พูดอีกอย่างก็คือ คนเรานั้นมักมีความสุขจากการได้ มากกว่าความสุขจากการ มี มีเท่าไรก็ยังอยากจะได้มาใหม่ เพราะเรามักคิดว่าของใหม่จะให้ความสุขแก่เราได้มากกว่าสิ่งที่ม ีอยู่เดิม

บ่อยครั้งของที่ได้มาใหม่นั้นก็เหมือนกับของเดิมไม่ผิดเพี้ยน แต่เพียงเพราะว่ามันเป็นของใหม่ ก็ทำให้เราดีใจแล้วที่ได้มา
จะว่าไปนี่อาจเป็นสัญชาตญาณที่มีอยู่กับสัตว์หลายชนิดไม่เฉพาะแ ต่มนุษย์เท่านั้น ถ้าโยนน่องไก่ให้หมา หมาก็จะวิ่งไปคาบ แต่ถ้าโยนน่องไก่ชิ้นใหม่ไปให้ มันจะรีบคายของเก่าและคาบชิ้นใหม่แทน ทั้ง ๆ ที่ทั้งสองชิ้นก็มีขนาดเท่ากัน ไม่ว่าหมาตัวไหนก็ตาม ของเก่าที่มีอยู่ในปากไม่น่าสนใจเท่ากับของใหม่ที่ได้มา

ถ้าหากว่าของใหม่ให้ความสุขได้มากกว่าของเก่าจริง ๆ เรื่องก็น่าจะจบลงด้วยดี แต่ปัญหาก็คือของใหม่นั้นไม่นานก็กลายเป็นของเก่า และความสุขที่ได้มานั้นในที่สุดก็จางหายไป ผลก็คือกลับมารู้สึก "เฉย ๆ" เหมือนเดิม และดังนั้นจึงต้องไล่ล่าหาของใหม่มาอีก เพื่อหวังจะให้มีความสุขมากกว่าเดิม แต่แล้วก็วกกลับมาสู่จุดเดิม เป็นเช่นนี้ไม่รู้จบ น่าคิดว่าชีวิตเช่นนี้จะมีความสุขจริงหรือ ?


เพราะไล่ล่าแต่ละครั้งก็ต้องเหนื่อย ไหนจะต้องขวนขวายหาเงินหาทอง ไหนจะต้องแข่งกับผู้อื่นเพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ต้องการ ครั้นได้มาแล้วก็ต้องรักษาเอาไว้ให้ได้ ไม่ให้ใครมาแย่งไป แถมยังต้องเปลืองสมองหาเรื่องใช้มันเพื่อให้รู้สึกคุ้มค่า ยิ่งมีมากชิ้นก็ยิ่งต้องเสียเวลาในการเลือกว่าจะใช้อันไหนก่อน ทำนองเดียวกับคนที่มีเงินมาก ๆ ก็ต้องยุ่งยากกับการตัดสินใจว่าจะไปเที่ยวลอนดอน นิวยอร์ค เวกัส โตเกียว มาเก๊า หรือซิดนีย์ดี

ถ้าเราเพียงแต่รู้จักแสวงหาความสุขจากสิ่งที่มีอยู่แล้ว ชีวิตจะยุ่งยากน้อยลงและโปร่งเบามากขึ้น อันที่จริงความพอใจในสิ่งที่เรามีนั้นไม่ใช่เรื่องยาก แต่ที่เป็นปัญหาก็เพราะเราชอบมองออกไปนอกตัว และเอาสิ่งใหม่มาเทียบกับของที่เรามีอยู่ หาไม่ก็เอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่น เมื่อเห็นเขามีของใหม่ ก็อยากมีบ้าง คงไม่มีอะไรที่จะทำให้เราทุกข์ได้บ่อยครั้งเท่ากับการชอบเปรียบ เทียบตัวเองกับคนอื่น การเปรียบเทียบจึงเป็นหนทางลัดไปสู่ความทุกข์ที่ใคร ๆ ก็นิยมใช้กัน

นิสัยชอบเปรียบเทียบกับคนอื่น ทำให้เราไม่เคยมีความพอใจในสิ่งที่ตนมีเสียที แม้จะมีหน้าตาดี ก็ยังรู้สึกว่าตัวเองไม่สวย เพราะไปเปรียบเทียบตัวเองกับดาราหรือพรีเซนเตอร์ในหนังโฆษณา

การมองแบบนี้ทำให้ "ขาดทุน" สองสถาน คือนอกจากจะไม่มีความสุขกับสิ่งที่มีอยู่แล้ว ยังเป็นทุกข์เพราะไม่ได้สิ่งที่อยาก พูดอีกอย่างคือไม่มีความสุขกับปัจจุบัน แถมยังเป็นทุกข์เพราะอนาคตที่พึงปรารถนายังมาไม่ถึง ไม่มีอะไรที่เป็นอุทธาหรณ์สอนใจได้ดีเท่ากับนิทานอีสปเรื่องหมา คาบเนื้อ คงจำได้ว่า มีหมาตัวหนึ่งได้เนื้อชิ้นใหญ่มา ขณะที่กำลังเดินข้ามสะพาน มันมองลงมาที่ลำธาร เห็นเงาของหมาตัวหนึ่ง (ซึ่งก็คือตัวมันเอง) กำลังคาบเนื้อชิ้นใหญ่ เนื้อชิ้นนั้นดูใหญ่กว่าชิ้นที่มันกำลังคาบเสียอีก ด้วยความโลภ (และหลง) มันจึงคายเนื้อที่คาบอยู่ เพื่อจะไปคาบชิ้นเนื้อที่เห็นในน้ำ ผลก็คือเมื่อเนื้อตกน้ำ ชิ้นเนื้อในน้ำก็หายไป มันจึงสูญทั้งเนื้อที่คาบอยู่และเนื้อที่เห็นในน้ำ

บ่อเกิดแห่งความสุขมีอยู่กับเราทุกคนในขณะนี้อยู่แล้ว เพียงแต่เรามองข้ามไปหรือไม่รู้จักใช้เท่านั้น เมื่อใดที่เรามีความทุกข์ แทนที่จะมองหาสิ่งนอกตัว ลองพิจารณาสิ่งที่เรามีอยู่และเป็นอยู่ ไม่ว่า มิตรภาพ ครอบครัว สุขภาพ ทรัพย์สิน รวมทั้งจิตใจของเรา ล้วนสามารถบันดาลความสุขให้แก่เราได้ทั้งนั้น ขอเพียงแต่เรารู้จักชื่นชม รู้จักมอง และจัดการอย่างถูกต้องเท่านั้น

แทนที่จะแสวงหาแต่ความสุขจากการได้ ลองหันมาแสวงหาความสุขจากการ มี หรือจากสิ่งที่ มี ขั้นต่อไปคือการแสวงหาความสุขจากการ ให้ กล่าวคือยิ่งให้ความสุข ก็ยิ่งได้รับความสุข สุขเพราะเห็นน้ำตาของผู้อื่นเปลี่ยนเป็นรอยยิ้ม และสุขเพราะภาคภูมิใจที่ได้ทำความดีและทำให้ชีวิตมีความหมาย จากจุดนั้นแหละก็ไม่ยากที่เราจะค้นพบความสุขจากการ ไม่มี นั่นคือสุขจากการปล่อยวาง ไม่ยึดถือในสิ่งที่มี และเพราะเหตุนั้น แม้ไม่มีหรือสูญเสียไป ก็ยังเป็นสุขอยู่ได้
เกิดมาทั้งที น่าจะมีโอกาสได้สัมผัสกับความสุขจากการ ให้ และ การ ไม่มี เพราะนั่นคือสุขที่สงบเย็นและยั่งยืนอย่างแท้จริง




พระไพศาล วิสาโล

..............................

 Image

 


จำนวนอ่าน: 21515

จำนวนความคิดเห็น (19)
RSS comments
1. ชื่อ พจน์ เมื่อ 06-06-2008 07:12 - ผู้เยี่ยมชม - IP: 118.173.224.205
 
 
สาธุ
 
2. ชื่อ 99 เมื่อ 06-06-2008 16:24 - ผู้เยี่ยมชม - IP: 124.121.31.115
 
 
:)
 
3. ชื่อ แม่พลอย เมื่อ 07-06-2008 22:03 - ผู้เยี่ยมชม - IP: 124.120.196.163
 
 
:) สาธุค่ะ ดิฉันก็เคยวิ่งไล่เช่ นเดียวกัน แต่ตอนนี้หยุดแล้วค่ะ เหนื่อยเหลือเกิน แล้วก็ไม่ได้ทำให้ดิฉ ันมีความสุขเลย ดิฉันอยากหาความสงบให ้กับตัวเองบ้าง ดิฉันรู้แล้วว่าโลกนี ้ไม่ได้มีความน่าอยู่ เลย ไม่ได้มีความสุขที่แท ้จริงให้กับใคร ๆ เลย
 
4. ชื่อ มณัฐ เมื่อ 02-02-2009 16:20 - ผู้เยี่ยมชม - IP: 118.175.201.210
 
 
ความสุขจากการให้ยิ่ง ใหญ่กว่าการรับ จิตของผู้ให้ยิ่งใหญ่ กว่าผู้รับ ทุกครั้งที่เราให้สิ่ งใดกับผู้อื่น นั้นคือการลดความเห็น แก่ตัว ริดรอนอัตตาในตังเอง ให้น้อยลง ให้เหลือน้อยที่สุด
 
5. ชื่อ อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปเพื่ออ่านมันได้ เมื่อ 09-02-2009 05:22 - ผู้เยี่ยมชม - IP: 118.174.206.139
 
 
น้อมรับปฏิบัติสู่ตนเ องก่อนอื่นจ้ะ
 
6. ชื่อ ชื่อ*: 27 เมื่อ 10-02-2009 23:12 - ผู้เยี่ยมชม - IP: 117.47.80.5
 
 
:upset สาธุค่ะ ความสุขจากการให้จิตใ จจะรู้สึกถึง 
ความเบาสบายใจ อิสระการยึดมาเป็นขอต น สิ่งนี้หรือเปล่าที่เ รียกว่าการปล่อยวางnull
 
7. ชื่อ มณัฐ อินนนท์ เมื่อ 11-02-2009 11:30 - ผู้เยี่ยมชม - IP: 118.175.201.210
 
 
มนุษย์ชอบมีความสุขจา กการได้ ได้นั้นได้นี่ ได้ของขวัญวันเกิด ได้ คอมใหม่ ได้โนเกียใหม่ หารู่ไม่ว่านั้นคือหล ุมพลางที่กิเลส ขุดล่อเราใว้ให้ติดใจ วิ่งแสวงหาวิ่งไล่ล่า ความสุข เพราะเอาความสุขไปแขว นใว้ที่สิ่งนั้น แต่มีความสุขจากการให ้ที่ไม่มีสิ่งหล่อ และไม่เป็นการบำรุงบำ เรอกิเลสตัวเอง มนุษย์ไม่ชอบไม่แปรเป ็นความสุข กลับคิดว่าตัวเองเสีย  
แท้จริงคือเราได้ ได้ลดอัตตา ได้ริดรอนความโลภ 
ได้กำจัดกิเลส ไม่มีสิ่งไดก็ไม่ทุกข ์เพราะสิ่งนั้น  
แต่มนุษย์ ไม่มีสิ่งไดกลับทุกข์ เช่น เห็นเขามีโนเกียรุ่นใ หม่ก็เป็นทุกข์เพราะอ ยากมี แต่ไม่มี เป็นงั้นไป เลยทุกข์เพราะไม่มี การให้คือการได้ การได้คือการเสีย ต่างหาก
 
8. ชื่อ fon เมื่อ 16-06-2009 12:18 - ผู้เยี่ยมชม - IP: 202.44.46.239
 
 
:) สาธุจ้า :)
 
9. ชื่อ อภิเดช เมื่อ 17-06-2009 19:39 - ผู้เยี่ยมชม - IP: 116.58.231.242
 
 
สาธุ ครับ
 
10. ชื่อ จิรัฏฐ์ เมื่อ 22-06-2009 13:51 - ผู้เยี่ยมชม - IP: 203.156.142.66
 
 
ผมเพิ่งเคยเข้ามาอ่าน ใน website นี้ ผมชอบครับ 
ขอเป็นสมาชิกใหม่อีกค นนะครับ 
 
สำหรับผู้เขียน ผมไม่เคยอ่านบทความท่ านมาก่อน แต่ผมอ่านแล้ว เหมือนรู้จักท่านมานา น 
 
ขอบคุณในความกรุณา ที่เขียนบทความดีๆ มาให้คิด และมุ่งมาดปารถนา ว่าจะทำให้ได้ครับ 
/จิรัฏฐ์
 
11. ชื่อ อดทน เมื่อ 23-06-2009 22:13 - ผู้เยี่ยมชม - IP: 117.47.27.101
 
 
:) สาธุ สาธุสาธุ
 
12. ชื่อ ชาวพุทธ เมื่อ 23-06-2009 22:17 - ผู้เยี่ยมชม - IP: 202.151.4.17
 
 
ชอบ web นี้มาก ๆ ค่ะให้ความรู้สึกที่ด ีต่อการค้นพบสัจจธรรม ฟังและอ่านแล้วสบายใจ ขึ้นมากอยากบอกต่อเพื ่อน ๆ นักปฏิบัติธรรมทั้งหล ายว่าดีมาก ๆ เลยค่ะขออนุโมทนาในกุ ศลผลบุญของผู้ที่มีใจ เมตตาที่ได้อุทิศทั้ง เวลาและความตั้งใจเผย แผ่ความรู้นี้เพื่อเป ็นวิทยาทานแก่มวลมนุษ ย์ชาติต่อไปและต่อไปน ่ะค่ะ
 
13. ชื่อ มณัฐ เมื่อ 23-06-2009 22:35 - ผู้เยี่ยมชม - IP: 125.26.92.182
 
 
มนุษย์เอยช่างโง่เขลา สิ่งง่ายๆแค่นี้ก็ไม่ อาจเห็นด้วยตาเปล่า ประเมินค่าความสุขเป็ นตัวเงิน เป็นจำนวน เป็นรูปร่าง มีมากก็สุขมาก มีน้อยก็สุขน้อย คิดว่าคนมีเงิน2 ล้านสุขกว่าคนที่มี 3 ล้าน คนมีรถรุ่นนี้สุขกว่า คนมีรถ รุ่นนี้ มีโนเกีย ดีกว่าซัมซุง ตาแห่งธรรมมองว่า คนมีมากก็ทุกข์มาก คนมีน้อยก็ทุกข์น้อย เอาความสุขไปวางใว้ที ่สิ่งนั้นสิ่งนี้แล้ว คาดหวังว่ามันจะทำให้ เรามีความสุข พอได้มากลับได้รู้ว่า มันยังไม่สุข ยังวิ่งหาใขว้หากันต่ อไป เรื่อยๆ
 
14. ชื่อ มณัฐ อินทนนท์ เมื่อ 24-06-2009 08:13 - ผู้เยี่ยมชม - IP: 125.26.80.107
 
 
จิตปรุงแต่งกรรม กรรมปรุงแต่งจิต ปรุงไปเป็นทุกข์ เป็นสุข เขาชม ชอบเป็นสุข เขาด่าไม่ชอบเป็นทุกข ์ ปรุงไปเรื่อย ปรุงเป็นรัก เป็นชอบ เป็นชัง ถ้าเราวางกายวางใจนี้ ได้ จะทุกข์หรือสุขก็แค่ อาการทางกายทางจิตที่ เข้ามาปะทะ แวบเดี่ยว แล้วก็แปรไป อย่ายึด อย่าดึงใว้อย่าผลักไส อย่ายินดีอย่ายินร้าย สบาย เบา ไม่มีอะไรมาจุกใว้ที่ อก โล่ง แค่เสียงสูงๆ ตำๆ อย่าแปรเป็นคำด่า แปรเป็นคำชม แค่ลมพัดผ่าน
 
15. ชื่อ มณัฐ อินทนนท์ เมื่อ 24-06-2009 08:16 - ผู้เยี่ยมชม - IP: 125.26.80.107
 
 
ความสุขจากการให้ยิ่ง ใหญ่กว่าการรับ จิตของผู้ให้ยิ่งใหญ่ กว่าผู้รับ ทุกครั้งที่เราให้สิ่ งใดกับผู้อื่น นั้นคือการลดความเห็น แก่ตัว ริดรอนอัตตาในตังเอง ให้น้อยลง ให้เหลือน้อยที่สุด
 
16. ชื่อ มณัฐ เมื่อ 24-06-2009 08:17 - ผู้เยี่ยมชม - IP: 125.26.80.107
 
 
มนุษย์ชอบมีความสุขจา กการได้ ได้นั้นได้นี่ ได้ของขวัญวันเกิด ได้ คอมใหม่ ได้โนเกียใหม่ หารู่ไม่ว่านั้นคือหล ุมพลางที่กิเลส ขุดล่อเราใว้ให้ติดใจ วิ่งแสวงหาวิ่งไล่ล่า ความสุข เพราะเอาความสุขไปแขว นใว้ที่สิ่งนั้น แต่มีความสุขจากการให ้ที่ไม่มีสิ่งหล่อ และไม่เป็นการบำรุงบำ เรอกิเลสตัวเอง มนุษย์ไม่ชอบไม่แปรเป ็นความสุข กลับคิดว่าตัวเองเสีย  
แท้จริงคือเราได้ ได้ลดอัตตา ได้ริดรอนความโลภ  
ได้กำจัดกิเลส ไม่มีสิ่งไดก็ไม่ทุกข ์เพราะสิ่งนั้น  
แต่มนุษย์ ไม่มีสิ่งไดกลับทุกข์ เช่น เห็นเขามีโนเกียรุ่นใ หม่ก็เป็นทุกข์เพราะอ ยากมี แต่ไม่มี เป็นงั้นไป เลยทุกข์เพราะไม่มี การให้คือการได้ การได้คือการเสีย ต่างหาก
 
17. ชื่อ นุ่น เมื่อ 25-06-2009 23:19 - ผู้เยี่ยมชม - IP: 125.24.7.205
 
 
เว็บ นี้ เหมือน เปนมุมพักใจ ของ นู๋เลยค่ะ 
 
นู๋ชอบธรรมมะมากมาย  
 
นู๋ ขอขอบคุณ ท่านที่เขียนบทความนะ ค่ะ 
 
เหมือน หนูได้ พบ สัจธรรมชีวิต เป็นแรงพลักดัน ให้หนู ตัดปัญหาทางโลก ได้ ค่ะ 
 
ซึ้งใจจัง!!! :x
 
18. ชื่อ อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปเพื่ออ่านมันได้ เมื่อ 26-06-2009 07:39 - ผู้เยี่ยมชม - IP: 202.176.80.94
 
 
ได้อ่านบทความนี้แล้ว ทำให้เข้าใจชีวิตมากข ึ้นค่ะ ถ้าคนเรารู้จักการให้ มากกว่าการรับสังคมคง น่าอยู่มากว่านี้นะคะ ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ขอเป็นอีกคนหนึ่งคนที ่จะเป็นผู้ให้มากกว่า ผู้รับค่ะ
 
19. ชื่อ &# เมื่อ 04-07-2009 01:09 - ผู้เยี่ยมชม - IP: 203.170.234.21
 
 
ขอบพระคุณมากค่ะ หนูกำลังรู้สึกแย่ เพราะรู้สึกว่าตัวเอง ด้อยกว่าเพื่อนในด้าน ๆด้าน เรียนก็แย่กว่า หน้าตาก็ไม่ดี บางทีก็น้อยใจ ว่าทำไมคนอื่นชอบเข้า หาเพื่อนที่ดูperfectทุกอ ่าง รู้สึกน้อยใจตัวเองมา กเลยค่ะ และก็รู้สึกหดหู่ คิดว่าทำไมเราไม่ดีอย ่างนั้น ไม่ดีอย่างนี้ รู้สึกว่าตัวเองไม่มี ตัวตนในสถานการณ์ตรงน ั้น หนูควรจะทำยังไงดีคะ ช่วยให้แง่คิดกับหนูด ้วยนะคะ
 

แสดงความคิดเห็น
  • 1. กรุณาใช้ถ้อยคำที่สุภาพ.
  • 2. e-mail ถ้าไม่มี ก็ปล่อยว่างไว้
ชื่อ *:
E-mail
BBCode:Web AddressEmail AddressLoad Image from WebBold TextItalic TextUnderlined TextQuoteCodeOpen ListList ItemClose List
ข้อความ *:



ใส่รหัสตัวเลข(ก่อนส่ง)*:* Code

Powered by AkoComment Tweaked Special Edition v.1.4.6
AkoComment © Copyright 2004 by Arthur Konze - www.mamboportal.com
All right reserved

 
บทความถัดไป >
ขณะนี้มี 4 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

:: เว็บสหธรรมิก ::

Advertisement
Advertisement

หนังสือแนะนำ

Advertisement

หนังสือมาใหม่


Top