วันเวลาปัจจุบัน 13 ก.ค. 2020, 18:52  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 152 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1 ... 4, 5, 6, 7, 8, 9, 10, 11  ต่อไป  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 27 ก.พ. 2014, 12:05 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 09 เม.ย. 2013, 07:11
โพสต์: 90

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ขอบคุณค่ะ คุณกล้วยไม้ม่วง ที่เป็นห่วงและคอยให้กำลังใจตลอดมา ในวันนี้รู้สึกดีขึ้นหลังจากที่ได้เปิดใจคุยกับสามีจริงจังเมื่อหลายวันก่อน แต่ยังคงลังเลว่าจะตัดสินใจยังไงดี กับคำพูดของเขา แต่ก็พยายามที่จะรักษาใจตัวเอง เหมือนที่คุณและหลายๆคนบอก ไม่คิดถึงสิ่งที่ทำให้เราเจ็บปวด ในตอนนี้รู้ใจตัวเองแล้วว่าเรามิอาจยอมรับความจริงและไม่พร้อมที่จะให้ทุกอย่างจบ และเขาเองก็เช่นกันเขาก้ไม่พร้อมที่จะให้ทุกอย่างพัง เพียงแต่เราเองที่ไม่เด็จขาดพอ เมื่อเรารักตัวเอง เขาเองก็รักตัวเองและอยากมีความสุขที่เขาต้องการตามประสาผู้ชายที่หลายๆคนก็เป็น ซึ่งเมื่อเราไม่พร้อมที่จะจบทั้งคู่มันก็ต้องมีคนที่เสียสละ ซึ่งมันก็คงต้องเป็นเราเองที่ต้องปรับใจ และปล่อยวางให้ได้ เพราะบางทีการเชื่อในสิ่งที่เขาพูดแม้บางครั้งเขาจะโกหกแล้วสบายใจ ก็ยังดีกว่ารู้ความจริงแล้วเจ็บปวดไม่ใช่หรือ หลายคนอาจจะมองว่าฉันโง่มาก ฉันเองก็ยอมรับว่าโง่ แต่มันเป็นวิธีที่ฉันจะยังมีครอบครัวเพื่อลูกเพื่อตัวเอง และเป็นทุกข์น้อยลง ที่จะไม่ต้องเสียเขาให้คนอื่นไป ถ้าเขายังมีความรักความผูกพันธ์กับฉันและลูกบ้างเหมือนที่เขาบอกสักวันฉันกับลูกคงจะมีความสุข


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 28 ก.พ. 2014, 10:08 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 ก.พ. 2011, 08:23
โพสต์: 1328


 ข้อมูลส่วนตัว


การเวลา เขียน:
ขอบคุณค่ะ คุณกล้วยไม้ม่วง ที่เป็นห่วงและคอยให้กำลังใจตลอดมา ในวันนี้รู้สึกดีขึ้นหลังจากที่ได้เปิดใจคุยกับสามีจริงจังเมื่อหลายวันก่อน แต่ยังคงลังเลว่าจะตัดสินใจยังไงดี กับคำพูดของเขา แต่ก็พยายามที่จะรักษาใจตัวเอง เหมือนที่คุณและหลายๆคนบอก ไม่คิดถึงสิ่งที่ทำให้เราเจ็บปวด ในตอนนี้รู้ใจตัวเองแล้วว่าเรามิอาจยอมรับความจริงและไม่พร้อมที่จะให้ทุกอย่างจบ และเขาเองก็เช่นกันเขาก้ไม่พร้อมที่จะให้ทุกอย่างพัง เพียงแต่เราเองที่ไม่เด็จขาดพอ เมื่อเรารักตัวเอง เขาเองก็รักตัวเองและอยากมีความสุขที่เขาต้องการตามประสาผู้ชายที่หลายๆคนก็เป็น ซึ่งเมื่อเราไม่พร้อมที่จะจบทั้งคู่มันก็ต้องมีคนที่เสียสละ ซึ่งมันก็คงต้องเป็นเราเองที่ต้องปรับใจ และปล่อยวางให้ได้ เพราะบางทีการเชื่อในสิ่งที่เขาพูดแม้บางครั้งเขาจะโกหกแล้วสบายใจ ก็ยังดีกว่ารู้ความจริงแล้วเจ็บปวดไม่ใช่หรือ หลายคนอาจจะมองว่าฉันโง่มาก ฉันเองก็ยอมรับว่าโง่ แต่มันเป็นวิธีที่ฉันจะยังมีครอบครัวเพื่อลูกเพื่อตัวเอง และเป็นทุกข์น้อยลง ที่จะไม่ต้องเสียเขาให้คนอื่นไป ถ้าเขายังมีความรักความผูกพันธ์กับฉันและลูกบ้างเหมือนที่เขาบอกสักวันฉันกับลูกคงจะมีความสุข


คุณไม่ได้โง่ค่ะ แต่สิ่งที่คุณต้องทำนั้น มันวางใจยากอยู่ซะหน่อย เมื่อทำได้จริงก็จะมีความภูมิใจค่ะ
การอยู่อย่างผู้เสียสละ ปล่อยสามีทำตามใจอย่างที่เค้าปรารถนา ครอบครัวสามีก็ไม่ทิ้ง นอกบ้านก็จะมี
การที่คุณอยู่อย่างแม่ผู้รักลูก อยู่อย่างภรรยาที่รักสามี การที่จะอยู่อย่างพร้อมหน้าพร้อมตากัน พ่อแม่ลูก
มันขึ้นอยู่กับคุณ มันก็ไม่ใช่เรื่องจะทำใจกันง่ายๆ ที่จะอยู่กับความทุกข์ให้ใจทุกข์น้อยที่สุดค่ะ

หาทางทำให้จิตใจสบายขึ้นให้ได้นะคะ เอาใจช่วยค่ะ :b27:
การทำความดี ความดีนั้นไม่ไปไหนค่ะ การเป็นผู้เสียสละอย่างแท้จริง เห็นทุกคนมีความสุข
ไม่ว่าจะเป็นสามี ไม่ว่าจะเป็นลูก คุณอยู่ได้ด้วยการเห็นคนที่คุณรักมีความสุขได้ คุณก็จะต้องเข้มแข็งค่ะ
ไม่ใช่มองว่าตนเองเป็นคนโง่ แต่คุณเป็นผู้เสียสละต่างหากค่ะ

.....................................................
พระพุทธศาสนามี ๒ นัย ดังนี้...นัยที่ ๑ คือคำสอนของพระพุทธองค์มี ๓ ประการ...เพื่อประโยชน์ในภพนี้ ในภพหน้า เพื่อเข้าถึงความสุขโดยส่วนเดียวคือพระนิพพาน...นัยที่ ๒ คือแก่นแท้ของพระพุทธศาสนาคืออริยสัจจ ๔ ซึ่งเป็นสภาวะธรรมที่ทำให้ผู้เห็นแจ้ง พ้นทุกข์ทั้งปวงได้ การศึกษาพระอภิธรรมว่าด้วยสภาวะธรรมทั้งสิ้น ผู้เห็นประโยชน์ย่อมได้รับประโยชน์ค่ะ
(เกิดมาไม่ได้เป็นผู้สร้าง ก็จงเป็นผู้ที่รักษา แต่จงอย่าเป็นผู้ที่ทำลาย)


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 28 ก.พ. 2014, 11:59 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 09 เม.ย. 2013, 07:11
โพสต์: 90

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ยอมรับว่ามันเป้นการทำใจยาก กับการตัดสินใจทำแบบนี้ ที่ยอมเป็นคนโง่และเสียสละ สุดท้ายเหมือนเราต้องยอมเขา( ยอมให้เขามีอีกคนที่เขาต้องการ)ทั้งที่เราเองต่อต้านมาโดยตลอด แต่เมื่อมองเห็นลุกที่มีความสุข สดใส ที่ได้อยู่กับพ่อ หยอกล้อกับพ่อ อย่างมีความสุขตามประสาพ่อลูก ฉันก้บอกตัวเองว่าต้องทำให้ได้เพื่อลูกที่เราให้เขาได้เกิดมา เราเป้นแม่ต้องรับผิดชอบเขา แม้ต้องเจ็บปวดเราก็ต้องทน สักวันมันต้องชินซิ แม้ใครจะมองว่าโง่และสมน้ำหน้า
ตอนนี้บอกไม่ถูกว่าว่าทุกอย่างมันดีขึ้นไหม แต่เขาก็โทรหาและคุยกันมากขึ้น เขาบอกให้ฉันอย่าคิดมาก เพราะทุกอย่างมันไม่ได้เป็นอย่างที่ฉันคิด ทำใจให้สบายเขารับรองว่าทุกอย่างจะดีขึ้น ฉันจะพยายามทำให้ดีที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการรักษาใจตัวเอง รักษาใจลูก จะพยายามที่จะปล่อยว่างให้ได้ เพราะมันเจ็บมานานาแล้ว สักวันฉันจะต้องผ่านมันไปให้ได้เหมือนคนอื่นๆ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 28 ก.พ. 2014, 12:59 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 6
สมาชิก ระดับ 6
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 เม.ย. 2013, 11:12
โพสต์: 407

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


:b12:

ดีใจ..ด้วยค่ะ คุณการเวลา....ที่คุยกันมากขึ้น ๆๆ ค่ะ สร้างบรรยากาศที่เขาห่วงหาอาทร อยากโทรฯคุยกับเราแม่ลูกไว้นะคะ...ดึงให้เขาคิดถึงเราแม่ลูก...ดีมากค่ะ...น้ำเสียง เนื้อหา ต้องแสดงออกถึงความเอื้ออาทรค่ะ....ปักธงแล้วว่าเพื่อครอบครัวพ่อแม่ลูก..อยู่ในกำมือคุณการเวลาแล้วค่ะ....

ไม่ต้องพะวงว่าจะนาน ไม่นาน อยู่กับวันนี้...ๆๆ นะคะ...ทำดีๆทุกวันๆๆ เพิ่มขึ้นค่ะ..

ไม่ต้องสนใจว่าใครจะมอง จะว่าอย่างไร ก็ชีวิตเรา..เราเลือกแล้ว..ทำวันนี้ให้ดีที่สุดค่ะ....ไม่ต้องสนใจว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร....ใจเย็นๆๆ... :b39: :b45: :b39:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 28 ก.พ. 2014, 13:50 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 09 เม.ย. 2013, 07:11
โพสต์: 90

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ขอบคุณค่ะคุณกล้วยไม้ม่วง ตอนนี้ก็พยายามที่จะปล่อยว่าง ไม่พูดถึงเรื่องเด็กนั่น ไม่พูดเรื่องที่จะทำให้เลาะกัน เพราะที่ผ่านมารู้ว่าที่ทะเลาะกันก็เพราะเราเป็นคนเริ่มโดยเอาเด็กนั่นเข้ามาข้องเกี่ยวกับชีวิตเรา ตอนนี้เริ่มคิดและมองว่าเด็กนั่นมันไม่มีค่าอะไร คิดว่าเธอเป็นแค่ผู้หญิงบริการคนหนึ่งที่สามีเราไปเที่ยว ให้ความสำคัญกับลูกมากที่สุด ให้เขาคุยกับลูกเยอะขึ้น ก็หวังว่าความน่ารักช่างพูดของลูกจะทำให้เขาคิดได้(น้องรักแม่รักป๋า/น้องอยากให้ป๋ากลับมาอยู่กับแม่กับน้อง/เมื่อไหร่ป๋าจะย้ายมาอยู่กับน้องกับแม่ที่บ้านใหม่ของเรา)นี่คำพูดของลูกวัย 7 ขวบ ที่คุยกับพ่อทุกครั้งที่เขาโทรมา ยอมรับว่าในวันนี้ใจยังไม่นิ่งพอ ยังมีเรื่องของเด็กนั่นแว๊ปเข้ามาในสมอง เพราะเพิ่งเริ่มต้น แต่ก็จะพยายามทำดีที่สุดค่ะ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 03 มี.ค. 2014, 16:55 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ต.ค. 2010, 10:59
โพสต์: 10


 ข้อมูลส่วนตัว


ทำไมผุชายยช่างใจร้ายเหลือเกิน ทำไมต้องทำร้ายคนที่รักเขาและคนที่เขาเคยบอกว่ารักสุดหัวใจ
ทำไมน่ะ อ่านแล้วรุสึกท้อแท้กับชีวิตมากค่ะ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 03 มี.ค. 2014, 21:00 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33531

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


รักเอย


http://www.youtube.com/watch?v=ZYR5VtoIF7w


อ้างคำพูด:
ความรัก ถ้าแยกตามหลักพระพุทธศาสนา ก็แบ่งง่ายๆ ก่อนว่า มี ่๒ แบบ


ความรักแบบที่หนึ่ง คือ ความชอบใจอยากใ้ด้เขามาเพื่อทำให้ตัวเรามีความสุข เป็นความปรารถนาต่อบุคคลหรือสิ่งที่จะเอามาบำรุงบำเรอความสุขของเรา ชอบใจคนนั้นเพราะว่า จะมาสนองความต้องการ ช่วยบำรุงบำเรอ ทำให้เรามีความสุขได้ อะไรที่จะทำให้เรามีความสุข เราชอบใจ เราต้องการมัน นี่คือ ความรักแบบที่หนึ่ง ซึ่งมีมากมายทั่วไป


ความรักแบบที่สอง คือ ความอยากให้เขามีความสุข ความต้องการให้คนอื่นมีความสุข หรือความปรารถนาให้คนอื่นอยู่ดีมีความสุข


ความ รัก ๒ อย่างนี้ แทบจะตรงข้ามกันเลย แบบที่ ๑ ชอบใจเพราะว่าจะเอาเขามาบำเรอความสุขของเรา แต่แบบที่ ๒ อยากให้เขาเป็นสุข ความรักมี ๒ แบบอย่างนี้ ซึงเห็นได้ในชีวิตประจำวัน


ความรักที่เด็กหนุ่มสาวพูดกันมาก ก็คือ ความรักแบบที่ว่านี้ ชอบใจอยากจะได้เขามาสนองความต้องการของตน ทำให้ตนมีความสุข


แต่ ในครอบครัวจะมีความรักอีกแบบหนึ่งให้เห็น คือ ความรักระหว่างพ่อแม่กับลูก โดยเฉพาะความรักของพ่อแม่ต่อลูก คือ ความอยากให้ลูกเป็นสุข

ฉะนั้น ตอนแรกจะต้องแยกระหว่างความรัก ๒ แบบนี้เสียก่อน ความรักชอบใจที่จะได้คนอื่นมาบำเรอความสุขของเรานี้ ทางพระเรียกว่า ราคะ ส่วนความรักที่อยากให้คนอื่นเป็นสุข ท่านเรียกว่า เมตตา


ความรัก ๒ แบบนี้ ไม่เหมือนกัน แล้วอะไรจะตามจากความรักทั้ง ๒ แบบนี้ ความรัก ๒ แบบนี้ มีลักษณะต่างกัน และมีผลต่างกันด้วย


ถ้ามีความรักแบบที่หนึ่ง ก็ต้องการได้ ต้องการเอาเพื่อตนเอง เมื่อทุกคนต่างคนต่างอยากได้ ความรักประเภทนี้ ก็จะนำมาซึ่งปัญหา คือ ความเบียดเบียนแย่งชิงซึ่งกันและกัน เข้าลักษณะเป็นความเห็นแก่ตัว


ส่วนความรักแบบที่สอง อยากให้ผู้อื่นเป็นสุข เมื่ออยากให้ผู้อื่นเป็นสุข ก็จะพยายามทำให้เขาเป็นสุข เหมือนพ่อแม่รักลูก ก็พยายามทำให้ลูกเป็นสุข และเมื่อทำให้เขาเป็นสุขได้ ตัวเองก็จึงจะเป็นสุข

ความรักของพ่อแม่ คือ อยากทำให้ลูกเป็นสุข และมีความสุข เมื่อเห็นลูกเป็นสุข


ความรักแบบที่หนึ่งนั้น ต้องได้จึงจะเป็นสุข ซึ่งเป็นกระแสกิเลสของปุถุชนทั่วไป มนุษย์อยู่ในโลกนี้ เมือยังเป็นปุถุชนก็ต้องการได้ต้องการเอา เมื่อได้เมื่อเอาแล้ว ก็มีความสุข แต่ถ้าตอ้งให้ต้องเสีย ก็เป็นทุกข์


วิถีของปุถุชนนี้ จะทำให้ไม่สามารถพัฒนาในเรื่องของคุณธรรมเพราะว่าถ้าการให้เป็นทุกข์เสีย แล้ว คุณธรรมก็มาไม่ได้ มนุษย์จะต้องเบียดเบียนกัน ความรักแบบที่หนึ่ง จึงเพิ่มปัญหาสังคม




นำมาพอเป็นที่สังเกตนิดหน่อย :b1:

.....................................................
http://group.wunjun.com/ake


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 มี.ค. 2014, 17:14 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 09 เม.ย. 2013, 07:11
โพสต์: 90

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


และแล้วก็ต้องเจ็บอีกครั้งเพราะตัวเราเอง ที่ใจไม่นิ่งพอ ไม่หนักแน่นพอ สุดท้ายก็ทำใจไม่ได้เมื่อรู้ว่าเขาไปอยู่ด้วยกัน หลังจากที่เรากับลูกลงไปหาได้ไม่กี่วัน เขาคงคิดว่าทำให้เราตายใจจริงๆ แต่เราเสือกทำโง่ไม่เป็น ไม่แกล้งโง่ ก้เลยลงเอยแบบเดิม คือต้องทะเลาะกันอีกจนได้ เฮอ....ชีวิตเรานี้น่า มันช่างทุกข์ สามวันดี สี่วันไข้เสียจริงๆ และครั้งนี้ก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะกลับมาคุยกันอีกครั้ง เหนื่อยจังเลย s007 ที่ไม่รู้ว่าชีวิตจะจบลงแบบใด


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 มี.ค. 2014, 17:25 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 6
สมาชิก ระดับ 6
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 เม.ย. 2013, 11:12
โพสต์: 407

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


....เข้าใจมากมาย.....เพราะว่าจิตใจมันเป็นเรื่องละเอียดอ่น บังคับยาก เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ตามเหตุปัจจัย สภาวะการณ์ต่างๆๆ...
...เหตูการณ์ฉันก็เช่นกันค่ะ.....เดี๋ยวก็โทรฯคุยปกติ...เล่าเรื่องทั่วไป....น้ำเสียงพูดคุยดีค่ะ..บางคร้งดูอ่อนโยน มีเยื่อใย บางครั้งห่างเหิน เหมือนคุยธุรกิจ...ก็ไม่ปานค่ะ....ช่างเค๊าเถอะค่ะ...... :b12:
มันเรื่องของเค๊า.....ไม่เกี่ยวกับเรา... :b12:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 มี.ค. 2014, 17:36 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 09 เม.ย. 2013, 07:11
โพสต์: 90

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


กล้วยไม้ม่วง เขียน:
....เข้าใจมากมาย.....เพราะว่าจิตใจมันเป็นเรื่องละเอียดอ่น บังคับยาก เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ตามเหตุปัจจัย สภาวะการณ์ต่างๆๆ...
...เหตูการณ์ฉันก็เช่นกันค่ะ.....เดี๋ยวก็โทรฯคุยปกติ...เล่าเรื่องทั่วไป....น้ำเสียงพูดคุยดีค่ะ..บางคร้งดูอ่อนโยน มีเยื่อใย บางครั้งห่างเหิน เหมือนคุยธุรกิจ...ก็ไม่ปานค่ะ....ช่างเค๊าเถอะค่ะ...... :b12:
มันเรื่องของเค๊า.....ไม่เกี่ยวกับเรา... :b12:

ใช่ค่ะ บางครั้งเหมือเขากลับมาเป็นคนเดิม บางครั้งห่างเหินเย็นชา เหมือนคนอื่น ไม่รักษาน้ำใจของเราเลยปรับไม่ทัน สรุปแล้วเขาก้ไม่ต้องการที่จะเสียใครสักคน ตอนนี้ยอมรับว่าเหนื่อย จนไม่คิดที่จะสุ้ต่อไปแล้ว อะไรจะเกิดก็ให้มันเกิด


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 26 มี.ค. 2014, 15:14 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 ก.พ. 2011, 08:23
โพสต์: 1328


 ข้อมูลส่วนตัว


การเวลา เขียน:
กล้วยไม้ม่วง เขียน:
....เข้าใจมากมาย.....เพราะว่าจิตใจมันเป็นเรื่องละเอียดอ่น บังคับยาก เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ตามเหตุปัจจัย สภาวะการณ์ต่างๆๆ...
...เหตูการณ์ฉันก็เช่นกันค่ะ.....เดี๋ยวก็โทรฯคุยปกติ...เล่าเรื่องทั่วไป....น้ำเสียงพูดคุยดีค่ะ..บางคร้งดูอ่อนโยน มีเยื่อใย บางครั้งห่างเหิน เหมือนคุยธุรกิจ...ก็ไม่ปานค่ะ....ช่างเค๊าเถอะค่ะ...... :b12:
มันเรื่องของเค๊า.....ไม่เกี่ยวกับเรา... :b12:

ใช่ค่ะ บางครั้งเหมือเขากลับมาเป็นคนเดิม บางครั้งห่างเหินเย็นชา เหมือนคนอื่น ไม่รักษาน้ำใจของเราเลยปรับไม่ทัน สรุปแล้วเขาก้ไม่ต้องการที่จะเสียใครสักคน ตอนนี้ยอมรับว่าเหนื่อย จนไม่คิดที่จะสุ้ต่อไปแล้ว อะไรจะเกิดก็ให้มันเกิด



สิ่งใดคือความดี ที่ทำแล้วเหตุการณ์ดีขึ้น สิ่งนั้นต้องทำ

สิ่งใดคือความเดือดร้อน ทำแล้วทำให้เหตุการณ์ย่ำแย่ลง จงอย่าทำสิ่งนั้น

.....................................................
พระพุทธศาสนามี ๒ นัย ดังนี้...นัยที่ ๑ คือคำสอนของพระพุทธองค์มี ๓ ประการ...เพื่อประโยชน์ในภพนี้ ในภพหน้า เพื่อเข้าถึงความสุขโดยส่วนเดียวคือพระนิพพาน...นัยที่ ๒ คือแก่นแท้ของพระพุทธศาสนาคืออริยสัจจ ๔ ซึ่งเป็นสภาวะธรรมที่ทำให้ผู้เห็นแจ้ง พ้นทุกข์ทั้งปวงได้ การศึกษาพระอภิธรรมว่าด้วยสภาวะธรรมทั้งสิ้น ผู้เห็นประโยชน์ย่อมได้รับประโยชน์ค่ะ
(เกิดมาไม่ได้เป็นผู้สร้าง ก็จงเป็นผู้ที่รักษา แต่จงอย่าเป็นผู้ที่ทำลาย)


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 31 มี.ค. 2014, 15:34 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 09 เม.ย. 2013, 07:11
โพสต์: 90

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ใจหนอใจเรา ทำอย่างไรเล่าถึงจะลืมเขา รู้ทั้งรู้ว่าเขาคงหมดรักเรา แล้วทำไมเรายังเฝ้าคิดถึงแต่เขา และเรื่องราวในอดีต บางครั้งรู้สึกโกรธเกียจที่รู้ว่าเขาเอาผู้หญิงคนอื่นไปอยู่ด้วย แต่บางครั้งก็เหงาและเศร้าใจนักที่เห็นสิ่งของและทุกสิ่งทุกอย่างที่เคยร่วมสู้ร่วมหาด้วยกันมาจนถึงวันนี้ แม้เขาจะเปลี่ยนไปมากขนาดไหนมีคนอื่นอยู่ข้างกายแต่ก็คงยังส่งเสียเสมอต้นเสมอปลาย แล้วเมื่อไหร่ใจถึงจะลืมเขาได้เสียที


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 152 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1 ... 4, 5, 6, 7, 8, 9, 10, 11  ต่อไป

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 5 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร