วันเวลาปัจจุบัน 09 ธ.ค. 2019, 00:59  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


กฎการใช้บอร์ด


- สถานที่ปฏิบัติธรรม
แนะนำรายชื่อสถานที่ปฏิบัติธรรมกรรมฐานทั่วประเทศ
http://www.dhammajak.net/forums/viewforum.php?f=9

- รวมกระทู้จากบอร์ดเก่า
http://www.dhammajak.net/board/viewforum.php?f=30



กลับไปยังกระทู้  [ 20 โพสต์ ]  ไปที่หน้า 1, 2  ต่อไป  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 07 ม.ค. 2011, 19:59 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 เม.ย. 2007, 17:21
โพสต์: 4149

อายุ: 0
ที่อยู่: กทม.

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ

:b42: ค ว า ม เ ข้ า ใ จ พ ร ะ วิ นั ย
มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย (มมร.)


๑. จุ ด เ ริ่ ม ต้ น พ ร ะ วิ นั ย

เกิดจากการปรารถความดำรงอยู่ยาวนาน
แห่งพระพุทธศาสนาของพระพุทธเจ้า
ในพรรษาที่ ๑๒ ณ เมืองเวรัญชรา

พระสารีบุตรทูลอาราธนาให้บัญญัติในสิกขาบท โดยกราบทูลว่า

ถึงเวลาแล้วพระพุทธเจ้าข้า
ที่พระผู้มีพระภาคจะทรงบัญญัติสิกขาบท
ทรงยกปาติโมกข์ขึ้นแสดงแก่พระสาวก
อันจะเป็นเหตุให้พรหมจรรย์ดำรงอยู่ได้ยืนนาน

พระพุทธเจ้าทรงตรัสตอบแก่พระสารีบุตรว่า

จงรอไปก่อนเถิดสารีบุตร
ตถาคตรู้เวลาในเรื่องที่จะบัญญัติสิกขาบทนั้น
ศาสดาจะยังไม่บัญญัตสิกขาบทแก่สาวก ไม่ยกปาติโมกข์ขึ้นแสดง
ตลอดเวลาที่ยังไม่เกิดอาสวัฏฐานิยธรรมในหมู่สงฆ์

เมื่ออาสวัฏฐานิยธรรมบางอย่างขึ้นในหมู่สงฆ์
ตถาคตจึงจะบัญญัติสิกขาบท
และจักปาติโมกข์ขึ้นแสดงแก่สาวก
เพื่อขจัดธรรมเหล่านั้น


อาสวัฏฐานิยธรรม ในที่นี้คือ
การกระทำผิดอันเป็นต้นกำเนิดของพระภิกษุรูปใดรูปหนึ่ง


แต่หลังจากออกพรรษานั้นแล้ว
พระพุทธเจ้าก็ทรงบัญญัติสิกขาบทบทแรก
คือ ปาราชิก ข้อห้ามที่ภิกษุเสพเมถุน

ผู้ที่ประพฤติคนแรกนั้นเรียกว่า อาทิกัมมิกะ เป็นต้นบัญญัติ
ไม่ต้องรับตามบัญญัติแห่งสิกขาบทนั้น
หมายเอาที่สิกขาบทปาราชิกถึงอนิยต


ในการจำบัญญัติสิกขาบทแต่ละข้อนั้น จะมีลำดับดังนี้

๑. เกิดเรื่องมัวหมองขึ้นภายในคณะสงฆ์

๒. พระพุทธเจ้าตรัสประชุมสงฆ์ แล้วตรัสถามพระภิกษุผู้ก่อเหตุ

๓. พระภิกษุรูปหรือคณะนั้นๆ รับในการกระทำความผิด

๔. พระพุทธเจ้าทรงตรัสโทษของการประพฤติผิดเช่นนั้น แลอานิสงส์ของการสำรวมระวัง

๕. ทรงบัญญัติสิกขาบทเพื่อห้ามกระทำต่อไป

๖. ผู้ฝ่าฝืนหรือละเมิดสิกขาบทนั้นเรียกว่า “ปรับอาบัติ”


(มีต่อ : วัตถุประสงค์การบัญญัติพระวินัย)


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 07 ม.ค. 2011, 20:02 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 เม.ย. 2007, 17:21
โพสต์: 4149

อายุ: 0
ที่อยู่: กทม.

 ข้อมูลส่วนตัว www


๒. วั ต ถุ ป ร ะ ส ง ค์ ก า ร บั ญ ญั ติ พ ร ะ วิ นั ย

• เพื่อความดีแก่สงฆ์

• เพื่อความผาสุกแห่งสงฆ์

• เพื่อมาข่มบุคคลผู้เก้ออยาก

• เพื่อความอยู่ผาสุกของภิกษุผู้มีศีล

• เพื่อปิดกั้นอาสวะอันบังเกิดในปัจจุบัน

• เพื่อป้องกันอาสวะอันบังเกิดในอนาคต

• เพื่อความเลื่อมใสของชุมชนที่ยังไม่เลื่อมใส

• เพื่อความเลื่อมใสยิ่งขึ้นของชุมชนที่เลื่อมใสแล้ว

• เพื่อความตั้งมั่นแห่งพระสัทธรรม

• เพื่อเอื้อต่อ (ถือตาม) วินัย


(มีต่อ : ประโยชน์ของพระวินัย)


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 07 ม.ค. 2011, 20:09 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 เม.ย. 2007, 17:21
โพสต์: 4149

อายุ: 0
ที่อยู่: กทม.

 ข้อมูลส่วนตัว www


๓. ป ร ะ โ ย ช น์ ข อ ง พ ร ะ วิ นั ย

พระวินัยนั้นเป็นสิ่งสำคัญของการฝึกอบรม
ผู้ที่เข้ามาบวชไม่ว่าจะมาจากตระกูลไหน อย่างไร ต่างจิตต่างใจ
ก็ล้วนแต่มีข้อบัญญัติเดียวกัน
ในการควบคุมความประพฤติให้เป็นระเบียบเรียบร้อย

การประพฤติอยู่ในระเบียบวินัยนั้นเป็นความงดงาม
ทำให้เกิดความน่าเลื่อมใส
เปรียบดังดอกไม้ที่ร้อยด้วยด้ายไม่กระจัดกระจาย
เป็นพวงมาลัยที่งดงาม


:b44: ประโยชน์หรืออานิสงส์แห่งพระวินัยนั้น มีดังนี้

๑. เพื่อประโยชน์แก่ความสำรวม

๒. ไม่เดือดร้อนปราโมทย์

๓. อิ่มใจ

๔. ปัสสัทธิ

๕. สุข

๖. สมาธิ

๗. เห็นตามความจริง

๘. เบื่อหน่าย

๙. คลายกำหนัด

๑๐. วิมุตติ

แต่ละองค์ประโยชน์นั้นจะเกิดเชื่อมกันเป็นประโยชน์ตามลำดับ
จนกระทั่งถึงพระนิพพาน


ด้วยเหตุนี้ เป็นสำคัญในส่วนของพระพุทธศาสนาเถรวาทนั้น
จะเน้นการประพฤติปฏิบัติตามวินัยอย่าเคร่งครัด โดยไม่ตัดทอน
เนื่องจากการปฏิบัติตามวินัยอย่างเคร่งครัด ก็นำไปสู่วิมุตติได้


ถึงกระนั้นก็ตาม วินัยนั้นเป็นแนวทางให้ตนดำรงอยู่
ด้วยความภาคภูมิใจในความบริสุทธิ์ของตน
ซึ่งจะนำไปสู่ลำดับต่อๆ มา
โดยมีจุดมุ่งหมายอยู่ที่เป็นองค์แห่งการเอื้อให้สมาธิงอกงามนั่นเอง



(มีต่อ : คัมภีร์พระวินัย)


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 07 ม.ค. 2011, 21:05 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 เม.ย. 2007, 17:21
โพสต์: 4149

อายุ: 0
ที่อยู่: กทม.

 ข้อมูลส่วนตัว www


๔. คั ม ภี ร์ พ ร ะ วิ นั ย

วินัยปิฎก คือประมวลพระพุทธพจน์ว่าด้วยบัญญัติ
เกี่ยวกับระเบียบปฏิบัติ ขนบธรรมเนียบประเพณี วิถีชีวิต
และวิธีดำเนินกิจการต่างๆ ของพระภิกษุสงฆ์และภิกษุณีสงฆ์


แบ่งออกเป็น หมวด คือ

๑. หมวดวิภังค์

ว่าด้วยสิกขาบทของพระภิกษุ มี ๒ คัมภีร์ คือ

๑) ภิกขุวิภังค์ หรือมหาวิภังค์ สิกขาบทของพระภิกษุ

๒) ภิกขุณีวิภังค์ สิกขาบทของภิกษุณี


รวมเรียกว่า อาทิพรหมจริยากาสิกขา
ในหมวดนี้สามารถแบ่งออกอีกลักษณะหนึ่ง

มี ๒ คัมภีร์ได้แก่ ปาราชิก และปาจิตตีย์ รวมทั้งสิกขาบทที่เหลือทั้งหมด

๒. หมวดขันธกะ

ว่าด้วยสังฆกรรม พิธีกรรม ขนบธรรมเนียมประเพณี ข้อวัตรปฏิบัติ
ตลอดจนมารยาทที่ดีงาม เรียกว่า อภิสมาจาริกาสิกขา

มี ๒ คัมภีร์ คือ

๑) มหาวรรค ประกอบด้วย ๑๐ ขันธกะ
๒) จุลวรรค ประกอบด้วย ๑๒ ขันธกะ


๓. หมวดปริวาร

ว่าด้วยข้อสรุปพระวินัยปิฏก มีลักษณะของการถามตอบ
ได้แก่ คัมภีร์ปริวาร เรียกว่า คู่มือศึกษาพระวินัยตั้งแต่เล่ม ๑-๗

ดังนั้น ในคัมภีร์ชื่อว่า วชิรสารัตถะสังคหะ
ที่รจนาโดยพระรัตนาปัญญาเถระ ชาวเชียงใหม่
แบ่งพระวินัยออกเป็น ๕ คัมภีร์ ดังมีคำย่อว่า อา ปา ม จุ ป

• อา = อาทิกัมมิกะ หรือปาราชิกจนถึงอนิยต

• ปา = ปาจิตตีย์ นิสสัคคียปาจิตตีย์ จนถึงเสขิยะ

• ม = มหาวรรค

• จ = จุลวรรค

• ป = ปริวาร

อีกสำนวนหนึ่งนั้นย่อตามสิกขาบทเลยก็ได้ คือ ปา ปา ม จุ ปะ
พระวินัยปิฎกว่าโดยขันธ์มี ๒๑,๐๐๐ พระธรรมขันธ์


(มีต่อ : ชื่ อ อ า บั ติ)


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 07 ม.ค. 2011, 21:12 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 เม.ย. 2007, 17:21
โพสต์: 4149

อายุ: 0
ที่อยู่: กทม.

 ข้อมูลส่วนตัว www


:b44: ชื่ อ อ า บั ติ

อาบัติเป็นชื่อของการกระทำความผิด
ในแต่ละระดับของสิกขาบทที่มีชื่อไม่เหมือนกับสิกขาบทในบางระดับ


ดังมีชื่ออาบัติดังนี้

• สิกขาบท - อาบัติ

• ปาราชิก - ปาราชิก

• สังฆาทิเสส - สังฆาทิเสส

• อนิยตและนิสสัคคิยปาจิตตีย์ - ถุลลัจจัย, ปาจิตตีย์

• ปาจิตตียะ - ปาจิตตีย์

• ปาฏิเทสนียะ - ปาฏิเทสนียะ

• เสขียะ - ทุกกฏ

• อธิกรณะสมถ - ทุพภาษิต


สิกขาบทเหล่านี้ที่มาในพระปาติโมกข์ไม่รวมเสขิยะ
เรียกว่า อทิพรหมจริยกาสิกขา

ส่วน เสขิยะและสิกขาบทนอกที่มานอกพระปาติโมกข์อีกจำนวนมากนั้น
เรียกว่า อภิสมาจาริกาสิกขา



(มีต่อ : อาการที่ต้องอาบัติ ๖ ประการ)


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 07 ม.ค. 2011, 21:15 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 เม.ย. 2007, 17:21
โพสต์: 4149

อายุ: 0
ที่อยู่: กทม.

 ข้อมูลส่วนตัว www


:b44: อาการที่ต้องอาบัติ ๖ ประการ

• ต้องด้วยไม่ละอาย

• ต้องด้วยไม่รู้ว่าเป็นอาบัติ

• ต้องด้วยสงสัยแล้วขืนทำลง

• ต้องด้วยสำคัญว่าควรในของที่ไม่ควร

• ต้องด้วยสำคัญว่าไม่ควรในของที่ควร

• ต้องด้วยหลงลืมสติ


(มีต่อ : เปรียบเทียบสิกขาบทของเถรวาทและมหายาน)


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 08 ม.ค. 2011, 07:19 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 มี.ค. 2010, 16:12
โพสต์: 2274

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


กุหลาบสีชา เขียน:

เปรียบดังด้ายที่ร้อยด้วยด้ายไม่กระจัดกระจาย
เป็นพวงมาลัยที่งดงาม


๘. เบื่อหน่าย


แหะ..แหะ..ขออนุญาตขอรับ ข้อความข้างบนน่าจะเป็น

เปรียบดังดอกไม้ที่ร้อยด้วยด้าย..
๘. กำจัดเสียซึ่งความเบื่อหน่าย

อะไรทำนองแหละขอรับ.. :b8:

.....................................................
"พุทโธ .. พุทโธ .. พุทโธ"
ภาวนาวันละนิด จิตแจ่มใส


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 08 ม.ค. 2011, 10:30 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 31 พ.ค. 2009, 02:41
โพสต์: 5637

แนวปฏิบัติ: พอง ยุบ
ชื่อเล่น: เจ
อายุ: 0
ที่อยู่: USA

 ข้อมูลส่วนตัว www


ระยะนี้มีเรื่องพระวินัย ทั้งของพระสงฆ์
และภิษุกณีให้อ่านจนจะบวชได้แล้ว
ปีนี้เคร่ง"พระวินัย" กันจังนะค่ะ... :b1:

อนุโมทนาค่ะ :b8:

.....................................................
"มิควรหวังร่มเงาจากก้อนเมฆ"


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 08 ม.ค. 2011, 16:31 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 เม.ย. 2007, 17:21
โพสต์: 4149

อายุ: 0
ที่อยู่: กทม.

 ข้อมูลส่วนตัว www


คุณวิริยะ เขียน:
อ้างคำพูด:
กุหลาบสีชา เขียน:
เปรียบดังด้ายที่ร้อยด้วยด้ายไม่กระจัดกระจาย
เป็นพวงมาลัยที่งดงาม

๘. เบื่อหน่าย



แหะ..แหะ..ขออนุญาตขอรับ ข้อความข้างบนน่าจะเป็น

เปรียบดังดอกไม้ที่ร้อยด้วยด้าย..
๘. กำจัดเสียซึ่งความเบื่อหน่าย

อะไรทำนองแหละขอรับ.. :b8:


:b8: :b27: :b8:

ขอบพระคุณคุณวิริยะมากค่ะที่กรุณาทักท้วงมาด้วยความปรารถนาดี
ต้องขออภัยเป็นอย่างยิ่งด้วยค่ะ กุหลาบสีชาได้ตรวจสอบแล้วพบว่าพิมพ์คลาดเคลื่อนไปจริง
และได้แก้ไขให้ถูกต้องเรียบร้อยแล้วดังนี้


อ้างคำพูด:
การประพฤติอยู่ในระเบียบวินัยนั้นเป็นความงดงาม
ทำให้เกิดความน่าเลื่อมใส
เปรียบดังดอกไม้ที่ร้อยด้วยด้ายไม่กระจัดกระจาย
เป็นพวงมาลัยที่งดงาม


หมายเหตุ บางสำนวนก็ว่า "ประดุจดังมาลาพรรณ มีสีสัณฐานต่างๆชนิด
กระจัดกระจายอยู่โดยทั่วไป เมื่อนำมาร้อยด้วยด้ายให้เป็นระเบียบอันเดียวกัน
ก็จะดูสวยงามเจริญตาเจริญใจ ฉะนั้น "


ส่วนประโยชน์หรืออานิสงส์ของพระวินัยในข้อ ๘ ที่กล่าวว่า

๘. เบื่อหน่าย ... นั้น

ในต้นฉบับได้กล่าวไว้เช่นนี้ถูกต้องแล้วค่ะ
เข้าใจว่าเป็นการกล่าวละไว้ในฐานที่เข้าใจว่าหมายถึง


ทำให้เกิด "นิพพิทา (ความเบื่อหน่าย)"
(กล่าวคือ เมื่อเกิด "ความรู้เห็นตามความเป็นจริง (ยถาภูตญาณทัสสนะ) "
ย่อมมีประโยชน์ หรือยังให้เกิดแก่นิพพิทา..เป็นลำดับต่อไปค่ะ


:b12: :b8: smiley


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 08 ม.ค. 2011, 17:12 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 เม.ย. 2007, 17:21
โพสต์: 4149

อายุ: 0
ที่อยู่: กทม.

 ข้อมูลส่วนตัว www


๕. เปรียบเทียบสิกขาบทของเถรวาทและมหายาน

วินัยของทั้งสองนิกายใหญ่ คือวินัยของฝ่ายมหายาน
และวินัยของฝ่ายเถรวาทย่อมมีจำนวนที่ไม่เท่ากัน


เพราะความแตกต่างทางด้านวัฒนธรรม
และภูมิประเทศของแต่ละประเทศนั้นไม่เหมือนกัน
ทำให้มีบางข้อแตกต่างและเหมือนกัน

ในที่นี้เป็นการเปรียบเทียบภิกษุปาติโมกข์

:b40: มหายาน - ๒๕๐ (โพธิสัตว์ปาติโมกข์)

• ปาราชิก ๔

• สังฆาทิเสส ๑๓

• อนิยต ๒

• นิสสัคคียปาจิตตีย์ ๓๐

• ปาจิตตีย์ ๙๐

• ปาฎิเทสนีย ๔

• เสขียะ ๑๐๐

• อธิกรณสมถะ ๗

โพธิสัตว์ปาติโมกข์

• โพธิสัตว์ปาติโมกข์ในพรหมชาลสูตร ๕๘ ข้อ

o ครุกาบัติ ๑๐ ข้อ

o ลหุกาบัติ ๔๘ ข้อ

• โพธิสัตว์ปาติโมกข์ ในโยคาจารภูมิศาสตร์ ๔๗ ข้อ

o ครุกาบัติ ๔ ข้อ

o ลหุกาบัติ ๔๓ ข้อ

:b40: เถรวาท - ๒๒๗ (มหาวิภังค์ & ภิกขุณีวิภังค์)

• ปาราชิก ๔

• สังฆาทิเสส ๑๓

• อนิยต ๒

• นิสสัคคียปาจิตตีย์ ๓๐

• ปาจิตตีย์ ๙๒

• ปาฎิเทสนีย ๔

• เสขียะ ๗๕

• อธิกรณสมถะ ๗


:b8: :b8: :b8:

(ที่มา : เอกสารประกอบการเข้าศึกษาต่อหลักสูตรศาสนศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาพุทธศาสน์ศึกษา
มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย บัณฑิตวิทยาลัย มหามกุฏราชวิทยาลัย : วิชาเปรียบเทียบคำสอนพระพุทธศาสนาเถรวาทและมหายาน
, หน้า ๖๒-๖๖)


:b47: วินัยสงฆ์-อาบัติ-ปาราชิก-สังฆาทิเสส
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=30&t=22785

:b47: สิกขา สิกขาบท ลาสิกขา
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=30&t=48387


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 08 ม.ค. 2011, 18:00 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 เม.ย. 2007, 17:21
โพสต์: 4149

อายุ: 0
ที่อยู่: กทม.

 ข้อมูลส่วนตัว www


คุณทวดทักทาย เขียน:
ระยะนี้มีเรื่องพระวินัย ทั้งของพระสงฆ์
และภิษุกณีให้อ่านจนจะบวชได้แล้ว
ปีนี้เคร่ง"พระวินัย" กันจังนะค่ะ... :b1:

อนุโมทนาค่ะ :b8:


:b1: :b1: :b1:

:b8: ไม่ได้เคร่งเฉพาะปีนี้แต่อย่างใดเลยค่ะคุณทวดทักทาย :b12:

หากแต่ด้วยเหตุผลที่ตนเองก็เป็นพุทธบริษัทคนหนึ่งที่ศึกษา ประพฤติ ปฏิบัติธรรม
จากแรงศรัทธาและปรารถนาอย่างยิ่ง
ที่จะช่วยสืบทอดจรรโลงพระพุทธศาสนา
ตามศักยภาพและบทบาทหน้าที่ที่มีอยู่เป็นอยู่
ให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้เท่านั้นค่ะ :b8:


อ้างคำพูด:
"...ธรรมวินัย หรือหลักคำสอนที่สังคายนาไว้นี่แหละ
เป็นตัวพระพุทธศาสนา
เพราะได้บอกแล้วว่า พระพุทธศาสนาก็คือคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า

เรานับถือพระพุทธศาสนา
ก็คือเรานับถือคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า
แล้วปฏิบัติไปตามคำสั่งสอนนั้น
พร้อมทั้งดูแลจัดสรรทำการต่างๆ
เพื่อให้ชาวพุทธทั้งหลายได้เรียนรู้ปฏิบัติตามคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้านั้น

การปฏิบัติอย่างนี้ก็เป็นไปตามที่พระพุทธเจ้าเองได้ตรัสไว้

คือเมื่อพระพุทธเจ้าจะปรินิพพาน
พระองค์ได้ตรัสไว้เองว่า
พระองค์ไม่ได้ทรงแต่งตั้งพระภิกษุสาวกองค์ใดให้เป็นศาสดาแทนพระองค์

แต่พระองค์ตรัสไว้เป็นภาษาบาลีว่า

โย โว อานนฺท มยา ธมฺโม จ วินโย จ เทสิโต ปญฺญตฺโต โส โว มมจฺจเยน สตฺถา.
(ที.ม.๑๐/๑๔๑/๑๗๘)


แปลว่า :

ดูกรอานนท์ ธรรมแลวินัยใด ที่เราได้แสดงแล้ว และบัญญัติแล้ว แก่เธอทั้งหลาย
ธรรมและวินัยนั้น จักเป็นศาสดาของเธอทั้งหลาย ในเมื่อเราล่วงลับไป


หมายความว่าพระพุทธเจ้าตรัสให้พระธรรมวินัย คือคำสั่งสอนของพระองค์นี้
เป็นศาสดาแทนพระองค์


เพราะฉะนั้น การสังคายนาจึงถือว่าเป็นการปฏิบัติตามพุทธพจน์
ที่เหมือนกับได้ทรงฝากฝังสั่งเสียไว้ว่า

ให้พระธรรมวินัย คือคำสั่งสอนของพระองค์เป็นศาสดาแทนพระองค์ด้วย

เมื่อรู้อย่างนี้แล้ว ถ้าเราเคารพพระพุทธเจ้า เราก็ต้องรักษาพระธรรมวินัยไว้ให้ดี
เพราะการรักษาพระธรรมวินัยที่สังคายนาไว้ ก็คือรักษาพระศาสดาของเราไว้
คือรักษาพระพุทธเจ้าไว้นั่นเอง"


:b8: :b8: :b8:

(คัดลอกบางตอนมาจาก : ความสำคัญและการรักษาพระไตรปิฎก ใน เก็บเพชรจากคัมภีร์พระไตรปิฎก โดย พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตฺโต), โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย กรุงเทพมหานคร, ๒๕๔๒)
http://www.geocities.com/tvb1111/tri.3.htm


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 09 ม.ค. 2011, 13:35 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 ก.พ. 2010, 17:53
โพสต์: 4999

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


กุหลาบสีชา เขียน:
:b8: ไม่ได้เคร่งเฉพาะปีนี้แต่อย่างใดเลยค่ะคุณ... :b12:

หากแต่ด้วยเหตุผลที่ตนเองก็เป็นพุทธบริษัทคนหนึ่งที่ศึกษา ประพฤติ ปฏิบัติธรรม
จากแรงศรัทธาและปรารถนาอย่างยิ่ง
ที่จะช่วยสืบทอดจรรโลงพระพุทธศาสนา
ตามศักยภาพและบทบาทหน้าที่ที่มีอยู่เป็นอยู่
ให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้เท่านั้นค่ะ :b8:


รบกวนถามจขกทครับคำว่า"เคร่ง"ในความหมายของจขกทหมายถึงอะไรครับ
แต่เท่าที่ผมทราบมา มันหมายถึง การปฏิบัติในสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง
ผมเลยสงสัยว่าจขกท เป็นพระภิกษุหรือครับ

หรือถ้าจขกทมีจุดประสงค์จะโพสพระวินัย เพื่อให้ความรู้แกคนอื่น
มันก็ยังสงสัยอีกครับว่า จขกทให้ความรู้แก่ใคร เพราะพระวินัยเขามีไว้ให้
พระภิกษุสงฆ์ปฏิบัติ แสดงว่าจขกทกำลังให้ความรู้แก่พระภิกษุอยู่
ถามซะเลยว่ามันทำได้หรือครับ ฆราวาสสอนพระวินัยแก่พระสงฆ์นี่น่ะ

การจรรโลงศาสนากับการทำร้ายศาสนา บางที่ก็ดูไม่ออกนะครับ
ที่สำคัญไม่ดูที่คำพูดหรอกครับ เขาดูที่การปฏิบัตของตนเองว่า
ปฏิบัติได้ตามคำสอนของพระผู้เป็นศาสดาหรือไม่

ในเมื่อตัวเองยังไม่เข้าใจในสิ่งที่พระพุทธเจ้าบอก
แล้วมาบอกว่ากำลังจรรโลงศาสนาได้อย่างไรครับ


ผมขอยกคำพูดของหลวงพ่อ ป.อ.ปยุตโตในข้ออ้างอิงของคุณมาแสดงความเห็นหน่อยครับ
ให้พระธรรมวินัย คือคำสั่งสอนของพระองค์เป็นศาสดาแทนพระองค์ด้วย

เมื่อรู้อย่างนี้แล้ว ถ้าเราเคารพพระพุทธเจ้า เราก็ต้องรักษาพระธรรมวินัยไว้ให้ดี
เพราะการรักษาพระธรรมวินัยที่สังคายนาไว้ ก็คือรักษาพระศาสดาของเราไว้
คือรักษาพระพุทธเจ้าไว้นั่นเอง"

ความหมายของคำว่า รักษาพระธรรมวินัย มันหมายถึงการปฏิบัติตามพระวินัยโดยไม่ล่วง
ละเมิดนะครับ สงสัยจังครับว่าสถานะคุณเป็นอะไร จะว่าเป็นพระก็ไม่ใช่เพราะเห็นพูดค่ะพูดขา
ตกลงคุณเป็นอะไรครับ


จะบอกให้ครับคำพูดของหลวงพ่อป.อ.ปยุตโต ที่คุณยกมานั้นน่ะ...
เป็นคำพูดที่หลวงพ่อท่านเอาไว้สอนลูกศิษย์ของท่าน ที่เป็นพระภิกษุครับ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 09 ม.ค. 2011, 15:25 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 26 ก.ย. 2007, 18:09
โพสต์: 24

ที่อยู่: กรุงเทพฯ

 ข้อมูลส่วนตัว


โฮฮับ เขียน:
กุหลาบสีชา เขียน:
:b8: ไม่ได้เคร่งเฉพาะปีนี้แต่อย่างใดเลยค่ะคุณ... :b12:

หากแต่ด้วยเหตุผลที่ตนเองก็เป็นพุทธบริษัทคนหนึ่งที่ศึกษา ประพฤติ ปฏิบัติธรรม
จากแรงศรัทธาและปรารถนาอย่างยิ่ง
ที่จะช่วยสืบทอดจรรโลงพระพุทธศาสนา
ตามศักยภาพและบทบาทหน้าที่ที่มีอยู่เป็นอยู่
ให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้เท่านั้นค่ะ :b8:


รบกวนถามจขกทครับคำว่า"เคร่ง"ในความหมายของจขกทหมายถึงอะไรครับ
แต่เท่าที่ผมทราบมา มันหมายถึง การปฏิบัติในสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง
ผมเลยสงสัยว่าจขกท เป็นพระภิกษุหรือครับ

หรือถ้าจขกทมีจุดประสงค์จะโพสพระวินัย เพื่อให้ความรู้แกคนอื่น
มันก็ยังสงสัยอีกครับว่า จขกทให้ความรู้แก่ใคร เพราะพระวินัยเขามีไว้ให้
พระภิกษุสงฆ์ปฏิบัติ แสดงว่าจขกทกำลังให้ความรู้แก่พระภิกษุอยู่
ถามซะเลยว่ามันทำได้หรือครับ ฆราวาสสอนพระวินัยแก่พระสงฆ์นี่น่ะ

การจรรโลงศาสนากับการทำร้ายศาสนา บางที่ก็ดูไม่ออกนะครับ
ที่สำคัญไม่ดูที่คำพูดหรอกครับ เขาดูที่การปฏิบัตของตนเองว่า
ปฏิบัติได้ตามคำสอนของพระผู้เป็นศาสดาหรือไม่

ในเมื่อตัวเองยังไม่เข้าใจในสิ่งที่พระพุทธเจ้าบอก
แล้วมาบอกว่ากำลังจรรโลงศาสนาได้อย่างไรครับ


ผมขอยกคำพูดของหลวงพ่อ ป.อ.ปยุตโตในข้ออ้างอิงของคุณมาแสดงความเห็นหน่อยครับ
ให้พระธรรมวินัย คือคำสั่งสอนของพระองค์เป็นศาสดาแทนพระองค์ด้วย

เมื่อรู้อย่างนี้แล้ว ถ้าเราเคารพพระพุทธเจ้า เราก็ต้องรักษาพระธรรมวินัย ไว้ให้ดี
เพราะการรักษาพระธรรมวินัยที่สังคายนาไว้ ก็คือรักษาพระศาสดาของเราไว้
คือรักษาพระพุทธเจ้าไว้นั่นเอง"

ความหมายของคำว่า รักษาพระธรรมวินัย มันหมายถึงการปฏิบัติตามพระวินัยโดยไม่ล่วง
ละเมิดนะครับสงสัยจังครับว่าสถานะคุณเป็นอะไร จะว่าเป็นพระก็ไม่ใช่เพราะเห็นพูดค่ะพูดขา
ตกลงคุณเป็นอะไรครับ


จะบอกให้ครับคำพูดของหลวงพ่อป.อ.ประยุตโตที่คุณยกมานั้นน่ะ...
เป็นคำพูดที่หลวงพ่อท่านเอาไว้สอนลูกศิษย์ของท่าน ที่เป็นพระภิกษุครับ




ท่าจะไม่เข้าใจในภาษาไทย พวกชอบทำตัวเป็นปัญหา ต้องตีความอักษร ส่งให้ศาลพิสูจน์กัน พวกบ้าสองมาตรฐาน จากการได้อ่านข้อความของ ท่าน จขกท ก็ได้ใจความว่า น่าเป็นคนธรรมดาและคิดว่าเป็นชาวพุทธ และน่าจะพวกพุทธบริษัท (ต้องแปลด้วยมั้ย) คือคิดดี และพยายามทำดี ทำในหน้าที่ของตน หน้าที่ของชาวพุทธน่าจะรู้นะว่าต้องทำอะไร อย่าให้แปลความ การที่เขาเขียนคัดลอกในเรื่องพระวินัยมาโพส เราคิดว่าเป็นสิ่งที่ดี เพราะก่อนที่ชาวพุทธ(ผู้ชาย)จะบวชต้องควรเรียนรู้ก่อนเสมอ และเป็นการดีไม่ใช่หรือที่จะได้ศึกษาก่อน ก่อนเข้าสู่กาสาวพัสตร์ และที่เจ้าของกระทู้ได้ก๊อปปี้มาให้อ่าน ก็ไม่ได้สอนเอง แต่เป็นการคัดลอกมาให้ได้อ่านและศึกษา จะอ่านจะสงสัยจะต่อว่า ก็หัดทำความเข้าใจเขาก่อนนะ ก่อนจะโพส นะ โปรดอ่านอย่างน้อย 2 รอบก่อนตีความ :b34:

อุ้ย พลาดไปหน่อย เขาพูดเรื่องเคร่งด้วย เขาก็เคร่งตามกำลังเขาไง คำว่าเคร่ง ไม่ได้หมายความว่า จะเคร่งเหมือนกันหมด เหมือนกับคำว่าอิ่ม อิ่มยังไง ก็อิ่มคนละแบบ ซึ่งขึ้นอยู่แต่ละบุคคล เข้าใจ๋

.....................................................
คนเรา...อิ่มเดียว หลับเดียวก็เพียงพอแล้ว


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 ม.ค. 2011, 05:28 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 ก.พ. 2010, 17:53
โพสต์: 4999

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


คนสองศอ เขียน:
ท่าจะไม่เข้าใจในภาษาไทย พวกชอบทำตัวเป็นปัญหา ต้องตีความอักษร ส่งให้ศาลพิสูจน์กัน พวกบ้าสองมาตรฐาน

ก่อนที่จะแสดงความเห็น ผมขอบอกไว้ก่อนเลยครับ ถ้าจะบ้าการเมือง คุณมาผิดเว็บแล้ว
กรุณาอย่าเอาสิ่งที่น่ารังเกียจมาแปดเปื้อนเว็บธรรมะดีๆแห่งนี้ครับ
อย่างฮาเลย " พวกสองมาตราฐาน " พูดมาได้ไม่รู้กาลเทศะและสถานที่
คนสองศอ เขียน:
จากการได้อ่านข้อความของ ท่าน จขกท ก็ได้ใจความว่า น่าเป็นคนธรรมดาและคิดว่าเป็นชาวพุทธ และน่าจะพวกพุทธบริษัท (ต้องแปลด้วยมั้ย) คือคิดดี และพยายามทำดี ทำในหน้าที่ของตน หน้าที่ของชาวพุทธน่าจะรู้นะว่าต้องทำอะไร อย่าให้แปลความ

ผมรู้ดีว่าจขกทอยู่ในสถานะอะไร แล้วที่ถามไปมันเป็นการถามในเชิงประชด
สาเหตุก็เพื่อจะให้รู้ว่า ที่เรารู้สึกว่าพุทธศาสนาแตกแยกและมีวิวาทะบ่อยๆ
ก็เพราะ การไม่รู้จักสถานะและหน้าที่ของพุทธศาสนิกชนแบบจขกทครับ


ไอ้ภาษาหรือหนังสือที่จขกทโพสมามันไม่ต้องแปลหรอกครับ แต่สิ่งที่ต้องแปลก็คือ
อะไรเป็นสาเหตุให้จขกทโพสกระทู้นี้ครับ และผมว่ามันมีการเอาพระไตรปิฎกมาทำลายคนอื่น
ที่ว่าจขกทคิดดีทำดีน่ะ แน่ใจแล้วหรือที่พูด ในส่วนลึกของใจไม่ได้มีอะไรแอบแฝง
พุทโธเอ่ย! มัวไปงมโค่งอยู่ที่ไหน กระทู้นี้เกิดขึ้นมาก็เพราะ การไม่ยอมกันของจขกท
กับสมาชิกบางคน ที่มีคนคิดเห็น แตกต่างจากตำราที่ตัวอ่านมา
ถามจริงกระทู้นี้สืบเนื่องมาจากกระทู้ คุณสาวิกาในห้องสนทนาธรรมหรือเปล่า
นี่ไงคนไม่รู้จักการพิจารณา เห็นอะไรอ่านอะไรมาก็เอาตามนั้นไม่รู้จักคิดก่อน
ผมว่าคุณน่าไปอ่านคำขวัญวันเด็กปีนี้หน่อยน่ะ เขาบอกไว้อย่างนี้
"รอบคอบ รู้คิด มีจิตสาธารณะ " อ่านแล้วทำให้ได้จึงค่อยมาศึกษาธรรมะ
อยากรู้ไหมว่าสามคำนี้เอามาใช้กับการศึกษาธรรมะอย่างไร

คนสองศอ เขียน:
การที่เขาเขียนคัดลอกในเรื่องพระวินัยมาโพส เราคิดว่าเป็นสิ่งที่ดี เพราะก่อนที่ชาวพุทธ(ผู้ชาย)จะบวชต้องควรเรียนรู้ก่อนเสมอ และเป็นการดีไม่ใช่หรือที่จะได้ศึกษาก่อน ก่อนเข้าสู่กาสาวพัสตร์ และที่เจ้าของกระทู้ได้ก๊อปปี้มาให้อ่าน ก็ไม่ได้สอนเอง แต่เป็นการคัดลอกมาให้ได้อ่านและศึกษา จะอ่านจะสงสัยจะต่อว่า ก็หัดทำความเข้าใจเขาก่อนนะ ก่อนจะโพส นะ โปรดอ่านอย่างน้อย 2 รอบก่อนตีความ :b34:

คนอย่างผม ไม่ต้องการถึงสองรอบหรอกครับ แค่เห็นหัวข้อกระทู้ก็รู้ที่มาที่ไปแล้ว
แล้วไอ้คำที่คุณเอามาด่าชาวบ้านว่า สองมาตราฐานน่ะเคยดูตัวเองหรือเปล่า
ที่เวลาคุณสาวิกา แกโพสประวัติบุคคล ก็ออกมารุมต่อว่าแกเสียๆหายๆ
ทั้งๆที่เรื่องต่อว่าไม่เกี่ยวกับเนื้อหาและจุดประสงค์ที่แกโพสเลย
เขาโพสประวัติดันเอาพระวินัยมาว่าเขา


แล้วอีกเรื่องมีการโพสรูปว่า ภิกษุณีกำลังสอนพระผิดพระวินัย
ทางนั้นเขาอธิบายความว่า เป็นการถวายความรู้ พวกคุณก็ยังไม่ยอมที่จะเข้าใจ
กระทบกระแทกแดกดันอีก
แต่พอเวลากระทู้นี้ ดันบอกว่าจขกททำหน้าที่ชาวพุทธที่ดี
ดูแล้วอยากหัวร่อให้ฟันหักจริงๆ :b13:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 ม.ค. 2011, 06:01 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 ก.พ. 2010, 17:53
โพสต์: 4999

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


คนสองศอ เขียน:
อุ้ย พลาดไปหน่อย เขาพูดเรื่องเคร่งด้วย เขาก็เคร่งตามกำลังเขาไง คำว่าเคร่ง ไม่ได้หมายความว่า จะเคร่งเหมือนกันหมด เหมือนกับคำว่าอิ่ม อิ่มยังไง ก็อิ่มคนละแบบ ซึ่งขึ้นอยู่แต่ละบุคคล เข้าใจ๋

อุ้ย! เกือบลืมเกือบพลาดเหมือนกัน ไอ้ภาษาที่พูดของคุณน่ะ มันไม่ใช่เคร่งหรอกครับ ถ้าเกร็งพอได้ :b9:

จะอธิบายให้ฟังอีกที่น่ะ คำว่า"เคร่ง"ความหมายคือ การปฎิบัติสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง
แล้วไอ้สิ่งใดสิ่งหนึ่งที่ว่าก็คือ พระวินัย แล้วทำไมว่าเป็นพระวินัย
ก็ดูจากการสนทนาระหว่างเพื่อนกับจขกท
ดังนั้นถ้าเอาประมวลรวมกันแล้วก็คือ
เคร่งในพระวินัยหรือการปฏิบัติตามพระวินัยแบบไม่ตกหล่นครับ
ผมถึงได้ถามว่า จขกทอยู่ในสถานะอะไร


มีหลักฐานครับ....
กุหลาบสีชา เขียน:
คุณทวดทักทาย เขียน:
ปีนี้เคร่ง"พระวินัย" กันจังนะค่ะ... :b1:

อนุโมทนาค่ะ :b8:

:b8: ไม่ได้เคร่งเฉพาะปีนี้แต่อย่างใดเลยค่ะคุณทวดทักทาย :b12:

ถ้าคุณจะแย้งมาอีกว่า เขาไม่ได้พูดหรือให้ความหมายตามนั้น
ผมก็ขอบอกก่อนเลยว่า นี่ไงเป็นเหตุให้เราไม่สมควรเอา
พระไตรปิฎกหรือคำของครูบาอาจารย์มาโจมตีผู้อื่น
เพราะการอ่านหรือฟังเราต้องพิจารณาไปด้วย ตามเหตุ ตามผลที่สืบเนื่องกันมา


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 20 โพสต์ ]  ไปที่หน้า 1, 2  ต่อไป

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร