วันเวลาปัจจุบัน 17 ก.ย. 2019, 00:09  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


กฎการใช้บอร์ด


รวมกระทู้จากบอร์ดเก่า http://www.dhammajak.net/board/viewforum.php?f=2



กลับไปยังกระทู้  [ 13 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 20 ส.ค. 2010, 23:31 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 เม.ย. 2007, 17:21
โพสต์: 4149

อายุ: 0
ที่อยู่: กทม.

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ
หลวงปู่ติช นัท ฮันห์ (Thich Nhat Hanh) นำพาปฏิบัติธรรมเดินสมาธิ
ณ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร. วิทยาเขตวังน้อย)
อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา ในระหว่างวันที่ ๔-๘ เมษายน ๒๕๕๖
ที่มาของรูปภาพ : facebook หมู่บ้านพลัม ประเทศไทย


:b39:

ความสงบจากชิ้นส้ม
ท่านติช นัท ฮันห์ (Thich Nhat Hanh)

ถ้าหากว่าขณะล้างจาน
เราไปคิดถึงแต่ว่าเดี๋ยวจะดื่มน้ำชาหรือคิดถึง
เรื่องอื่นที่จะมาในอนาคต
เราก็จะรีบล้างจานให้เสร็จๆ ไป
เหมือนกับว่าเป็นงานที่น่ารำคาญเหลือเกิน

นั่นแหละ "เราไม่ได้ล้างจานเพื่อที่จะล้างจาน" แล้ว

และยิ่งกว่านั้น ตอนล้างจานเราก็ไม่ได้มีชีวิตอยู่ด้วย
เราไม่อาจจะเข้าถึงความอัศจรรย์ของชีวิต
ขณะที่เรายืนอยู่ที่อ่างล้างจานได้ และถ้าเราล้างจานไม่เป็น

ตอนที่เราดื่มน้ำชาเราก็ไม่ได้ดื่มน้ำชาด้วย
เพราะเราจะมัวไปนึกถึงเรื่องอื่นเสีย
เกือบจะไม่รู้ด้วยซ้ำไปว่าเรามีถ้วยชาอยู่ในมือ
ด้วยเหตุนี้เราก็เลยหลงเข้าไปอยู่ในโลกของอนาคต


และจริงแล้วมันหมายความว่า
เรามีชีวิตอย่างแท้จริงไม่เป็นเลยสักนิดเดียว


เรื่องเกี่ยวกับส้มและจิมก็เป็นเหมือนอย่างนี้

(มีต่อ)


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 20 ส.ค. 2010, 23:35 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 เม.ย. 2007, 17:21
โพสต์: 4149

อายุ: 0
ที่อยู่: กทม.

 ข้อมูลส่วนตัว www


ครั้งหนึ่งนานมาแล้วจิมกับครูนั่งกินส้มด้วยกัน
และคุยกันถึงสิ่งที่เราจะทำในอนาคต

ในตอนนั้นถ้าเมื่อไรเราคิดถึงโครงการที่น่าทำ
หรืองดงามได้สักโครงการหนึ่ง
จิมจะจมดิ่งเข้าไปในโครงการนั้นอย่างเต็มที่

จนพูดได้ว่าเขาลืมนึกว่า
เขากำลังทำอะไรอยู่ในขณะปัจจุบัน


จิมหยิบส้มใส่ปากชิ้นหนึ่ง
และยังไม่ทันจะเริ่มเคี้ยวส้ม
อีกชิ้นหนึ่งก็เตรียมจะตามเข้าไป
เขาหยิบส้มใส่ปากชิ้นแล้วชิ้นเล่า
แทบจะไม่มีจังหวะหยุดเลย
ดูแทบจะไม่รู้ตัวเอาเลยว่าเขากำลังกินส้ม

ครูต้องปลุกจิมให้ตื่นขึ้นมารับรู้ว่า
ตัวเองกำลังทำอะไรอยู่
โดยบอกเขาว่า


"เธอควรจะกินส้มชิ้นที่เธอใส่เข้าไปในปากเสียก่อน"

ครูพยายามชี้ให้เขาเห็นว่า
เขาไม่ได้กินส้มอยู่เลย
เพียงแต่ใส่กลีบส้มเข้าปากกลีบต่อกลีบอย่างรวดเร็วเท่านั้น
ครูจึงดุเขา

และความจริงเขาก็ไม่ได้กินส้มอยู่จริงๆ
ถ้าจะพูดให้ถูกเขากำลังกิน "โครงการในอนาคต" มากกว่า


มีใครบางคนกล่าวไว้ว่า

"ถ้าคุณไม่ได้อยู่ในปัจจุบัน
เวลามอง คุณก็จะไม่เห็น
ฟังแต่จะไม่ได้ยิน กินแต่จะไม่ได้ลิ้มรส"


(มีต่อ)


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 20 ส.ค. 2010, 23:40 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 เม.ย. 2007, 17:21
โพสต์: 4149

อายุ: 0
ที่อยู่: กทม.

 ข้อมูลส่วนตัว www


ส้มผลหนึ่งมีหลายกลีบ
ถ้าเธอกินเป็นเพียงกลีบเดียว
เธอก็จะสามารถกินส้มทั้งผล
แต่ถ้ากินไม่เป็นแม้แต่เพียงกลีบหนึ่ง
เธอก็จะกินส้มทั้งผลไม่เป็นด้วย


จิมเป็นคนหัวไว พอครูพูดทัก เขาก็ค่อยๆ วางมือลง
แล้วก็ใส่ใจกับส้มชิ้นที่อยู่ในปากอย่างจริงๆ เคี้ยวอย่างสุขุม
ก่อนที่จะก้มตัวลงหยิบชิ้นต่อไป อย่างที่ครูบอกแล้ว

ต่อมาภายหลัง เขาก็สามารถที่จะเข้าใจสภาพของห้องขัง
ในฐานะส้มกลีบหนึ่งและก็สร้างความสงบจากส้มกลีบนั้นได้

เมื่อ ๓๐ กว่าปีมาแล้ว ตอนที่ครูเพิ่งบวชใหม่ๆ
ครูได้รับหนังสือเล่มหนึ่งที่เขียนโดย
ภิกษุ ดอก เถ แห่งวัด เบ๋า เชิน
ชื่อ "หลักการที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน"


พระท่านสั่งให้ครูท่องจำให้ได้
หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือบางๆ หนาไม่เกิน ๔๐ หน้า
แต่ได้บรรจุความคิดทั้งหมดที่ท่านภิกษุดอก เถ
ใช้ในการเจริญสติสัมปชัญญะในเวลาทำการงานต่างๆ

อย่างเช่นเมื่อตื่นนอนตอนเช้า
ท่านสอนให้นึกในใจก่อนอื่นใดหมดว่า

"อ้อ ฉันตื่นแล้ว ขอให้มนุษย์ทุกคนได้บรรลุความตื่นอันยิ่ง
และตาสว่าง ปราศจากอวิชชา มองเห็นแจ้งตลอด ๑๐ ทิศ"


หรือเมื่อตอนล้างมือ ท่านฝึกสติโดยนึกในใจว่า

"ฉันล้างมือขอให้เพื่อนมนุษย์ทุกคนจงมีมือที่บริสุทธิ์ไว้รองรับสัจธรรม"

ในหนังสือนั้นเต็มไปด้วยประโยคที่ว่านี้
เพื่อช่วยให้ผู้เริ่มปฏิบัติได้ฝึกสติตลอดเวลา


ท่านอาจารย์เซน ดอกเถ ได้ฝึกพวกเรา สามเณร
ให้รู้จักเจริญสติตามพระสูตรแต่เป็นแบบง่ายๆ
ไม่ว่าเธอจะทำอะไร จะห่มจีวร ล้างจาน เข้าห้องน้ำ
ม้วนเสื้อเก็บ หิ้วน้ำ แปรงฟัน อื่นๆ
เธอก็สามารถจะใช้ความคิดอันใดอันหนึ่งจากหนังสือเล่มนั้นได้

เพื่อช่วยให้เธอมีสติรู้ตัวทั่วพร้อมว่าเธอกำลังทำอะไร


(มีต่อ)


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 20 ส.ค. 2010, 23:45 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 เม.ย. 2007, 17:21
โพสต์: 4149

อายุ: 0
ที่อยู่: กทม.

 ข้อมูลส่วนตัว www


ในมหาสติปัฏฐานสูตรกล่าวไว้ว่า

"เมื่อเดินอยู่ ย่อมรู้ชัดว่าเราเดินอยู่
เมื่อยืนอยู่ ย่อมรู้ชัดว่าเรายืนอยู่
เมื่อนั่งอยู่ ย่อมรู้ชัดว่าเรานั่งอยู่
เมื่อนอนอยู่ ย่อมรู้ชัดว่าเรานอนอยู่

เธอตั้งกายไว้ด้วยอาการใดๆ ย่อมรู้ถึงกายนั้น
ด้วยอาการอย่างนั้นๆ ด้วยอาการนี้
ที่เธอเป็นผู้อยู่ด้วยสติมั่นคงเห็นกายในกาย"


แต่การมีสติรู้เท่าทันอาการต่างๆ ของกายนั้นยังไม่พอ

ในมหาสติปัฏฐานสูตรยังกล่าวว่า
เราต้องมีสติรู้พร้อมถึงลมหายใจแต่ละครั้ง
การเคลื่อนไหวแต่ละหน
ความคิดทุกความคิด
และความรู้สึกทุกความรู้สึก


พูดง่ายๆ ว่า มีสติรู้ทั่วพร้อมถึงทุกสิ่งที่เนื่องกับตัวเรา

เป้าหมายแห่งคำสอนในพระสูตรคืออะไร?

เราจะหาเวลาที่ไหนมานั่งฝึกสติที่ว่านี้

ถ้าผู้ปฏิบัติงานของเราใช้เวลาทั้งวันฝึกสติ
เราจะมีเวลาพอให้กับการทำงาน
เพื่อการเปลี่ยนแปลงและสร้างสรรค์สังคมใหม่ได้อย่างไร?


การเดินบนพื้นโลกเป็นเรื่องปาฏิหารย์

(มีต่อ)


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 20 ส.ค. 2010, 23:52 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 เม.ย. 2007, 17:21
โพสต์: 4149

อายุ: 0
ที่อยู่: กทม.

 ข้อมูลส่วนตัว www


สตีฟทำอย่างไรขณะที่ช่วยโทนีทำการบ้าน
เอาผ้าอ้อมของซูไปร้านซักรีด
ทำไมเขาจึงสามารถฝึกสติไปด้วยได้


สตีฟกล่าวว่าตั้งแต่เริ่มพิจารณาว่า
เวลาที่ให้กับโทนีและแอนนั้นเป็นเวลาของเขาเองแล้ว
เขาก็มี "เวลาของตัวเองอย่างไม่มีขีดจำกัด"

แต่บางทีอาจจะเป็นเพียงหลักการเท่านั้นก็ได้
เพราะคงมีเวลานับครั้งไม่ถ้วนที่เขาอาจลืมไป


โดยลืมคิดว่าเวลาที่เขาอยู่ทำการบ้านกับโทนีนั้นเป็นเวลาของเขาเอง

คงมีบางครั้งที่เขารู้สึกอยากให้เวลามันผ่านไปเร็วๆ
เพราะดูมันเป็นการเสียเวลาสำหรับเขา
ถ้าเวลานั้นไม่ใช่เวลาของเขาเอง

ดังนั้น ถ้าเขาต้องการเวลาของตนเองอย่างไม่มีขีดจำกัดจริงๆ
เขาต้องคิดตลอดเวลาว่า "นี่เป็นเวลาของฉัน"
ในขณะที่อยู่กับโทนี

แต่ในช่วงเวลานั้นๆ เป็นการหลีกเลี่ยงไม่ได้
หากจิตใจของเราจะวอกแวกด้วยความคิดอันอื่น


ดังนั้น หากใครต้องการจะให้
มีความรู้สึกตัวทั่วพร้อมตลอดเวลาละก็
ผู้นั้นก็ต้องเริ่มฝึกในช่วงเวลาที่จัดไว้สำหรับฝึกสมาธิ


(มีต่อ)


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 20 ส.ค. 2010, 23:56 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 เม.ย. 2007, 17:21
โพสต์: 4149

อายุ: 0
ที่อยู่: กทม.

 ข้อมูลส่วนตัว www


เวลาที่ผู้ปฏิบัติงานของเราเดินเข้าหมู่บ้านไปตามถนนฝุ่นแดง
เขาก็สามารถฝึกสติได้

ขณะที่กำลังเดินไปตามทางฝุ่น
มีหญ้าเขียวขึ้นเป็นหย่อมๆ สองข้างทาง

ถ้าจะฝึกสติเขาจะต้องรู้ตัวว่าเขากำลังเดินอยู่บนถนน

ถนนนั้นมุ่งไปสู่หมู่บ้าน
จะฝึกสติได้โดยการนึกอยู่ในใจตลอดเวลาว่า

"ฉันกำลังเดินไปตามทางเข้าหมู่บ้าน"

ไม่ว่าฝนจะตกแดดจะออกทางจะเปียกหรือจะแห้ง
ก็ให้นึกอย่างนั้นตลอดเวลา

แต่ต้องไม่ใช่การคิดแบบเครื่องจักรซ้ำๆซากๆ
การคิดแบบเครื่องจักรนั้นตรงข้ามกับการมีสติ

คนบางคนท่องบ่นชื่อของพระพุทธเจ้าดุจเครื่องจักร
แต่จิตใจฟุ้งซ่านไปหลายทิศทาง


ครูคิดว่าการท่องชื่อของพระพุทธเจ้าเช่นนั้น
แย่ยิ่งกว่าการไม่ท่องบ่นเลยเสียอีก

การเราฝึกการเจริญสติจริงๆ
ในขณะที่เดินไปตามทางเข้าหมู่บ้าน
เราจะรู้สึกว่าการก้าวเท้าออกไปแต่ละก้าวนั้น
เป็นความมหัศจรรย์อย่างยิ่ง


และจิตของเราจะเบิกบานเหมือนดอกไม้
นำเราก้าวเข้าสู่โลกของความเป็นจริง


(มีต่อ)


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 21 ส.ค. 2010, 00:00 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 เม.ย. 2007, 17:21
โพสต์: 4149

อายุ: 0
ที่อยู่: กทม.

 ข้อมูลส่วนตัว www


ครูชอบเดินไปคนเดียวตามทางเท้าในชนบท
มีต้นข้าวต้นหญ้าเขียวขจีสองข้างทาง
ค่อยๆ วางเท้าลงไปทีละก้าวๆ อย่างมีสติ

รู้ตัวว่ากำลังก้าวไปบนแดนมหัศจรรย์ ในชั่วขณะจิตเช่นนั้น

การดำรงอยู่ของชีวิตเป็นความจริงที่ลึกลับปาฏิหาริย์

คนเรามักจะคิดว่า
การเดินบนน้ำหรือบนอากาศเป็นเรื่องปาฏิหาริย์


แต่ครูว่าปาฏิหาริย์ที่แท้จริงมิใช่การเดินบนน้ำบนอากาศหรอก
หากแต่การเดินบนพื้นโลกนี่แหละเราอยู่กับความอัศจรรย์ทุกๆ วัน


แต่เราไม่ตระหนักเอง ควง เธอลองคิดดู
ท้องฟ้าสีคราม หมู่เมฆสีขาว ใบไม้สีเขียว
และสีดำของดวงตาที่อยากรู้อยากเห็นคู่นั้นของไห เทรียว อัม ลูกสาวของเธอ

ดวงตาของเธอเองด้วยก็เป็นสิ่งอัศจรรรย์
เช่นเดียวกันกับท้องฟ้า หมู่เมฆ ใบไม้หลากสี
และดวงตาของหนูน้อยคู่นั้น

ท่านอาจารย์เซน ดอก เถ แนะไว้ว่า

เวลาจะนั่งสมาธิให้นั่งตัวตรงและนึกขึ้นในใจว่า

"นั่งตรงนี้เหมือนนั่งบนโพธิอาสน์"

(มีต่อ)


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 21 ส.ค. 2010, 00:05 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 เม.ย. 2007, 17:21
โพสต์: 4149

อายุ: 0
ที่อยู่: กทม.

 ข้อมูลส่วนตัว www


โพธิอาสน์คือที่นั่งของพระพุทธเจ้าตอนตรัสรู้
ถ้าใครๆ ก็เป็นพุทธได้และพุทธนั้นไม่อาจนับได้
นั่นหมายความว่า ผู้บรรลุผู้เป็นพุทธะได้นั่งตรงที่ฉันนั่งมาแล้ว


การนั่งตรงที่เดียวกับพุทธะผู้นำมาซึ่งความสุข
และการนั่งในภาวะแห่งสติในตัวเอง
ก็แปลว่าได้กลายเป็นพุทธะแล้ว


กวี เงวียน คอง ทรู ได้สัมผัสในสิ่งเดียวกันนี้
เมื่อท่านนั่งตรงที่แห่งหนึ่ง
ท่านพลันเห็นคนอื่นๆ ที่เคยนั่งมาแล้วแต่อดีตกาลไกลโพ้น

และจะมีคนอื่นอีกนับไม่ถ้วน
ที่จะมานั่งตรงนั้นในอนาคตกาลข้างหน้า


ณ ที่ฉันนั่งในวันนี้
ผู้คนเคยนั่งมาแล้วในกาลแห่งอดีต
หนึ่งพันปี ผู้คนยังจะมานั่งอีก
ใครคือผู้ขับร้อง ใครคือผู้รับฟังกันหนอ

ณ สถานที่ตรงนั้น
ในขณะจิตที่ท่านกวีนั่งอยู่นั้นเป็นจุดเชื่อมสู่สัจภาวะ


แต่ไม่มีผู้ปฏิบัติงานของเราคนไหน
จะมีเวลาอย่างฟุ่มเฟือยที่จะเดินเล่นไปตามทางที่เขียวขจีไปด้วยหญ้า
และนั่งสงบอยู่ภายใต้ร่มเงาของแมกไม้

ผู้ปฏิบัติงานต้องเตรียมโครงงาน
ต้องปรึกษาหารือกับชาวบ้าน
ต้องพยายามแก้ไขอุปสรรคมากมายที่เกิดขึ้น
ต้องทำงานตามทุ่งนาและต้องเผชิญกับความทุกข์ยากทุกชนิด

ในช่วงเวลาเช่นนั้น
ผู้ปฏิบัติงานจะต้องมุ่งความสนใจทั้งหมดไปที่งาน
เขาต้องตื่นตัวอยู่เสมอ
พร้อมจะเผชิญกับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นอย่างสามารถและมีไหวพริบ

เธออาจจะถามครูว่า
ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ทำอย่างไร


ผู้ปฏิบัติงานของเราจึงจะเจริญสติได้?

(มีต่อ)


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 21 ส.ค. 2010, 00:15 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 เม.ย. 2007, 17:21
โพสต์: 4149

อายุ: 0
ที่อยู่: กทม.

 ข้อมูลส่วนตัว www


คำตอบของครูก็คือ

การพุ่งความสนใจทั้งหมดไปที่งาน
การตื่นตัวและพร้อมเสมอที่จะเผชิญกับสถานการณ์
ที่จะเกิดขึ้นอย่างสามารถและมีไหวพริบ
นี่แหละคือความมีสติโดยแท้


ไม่มีเหตุผลใดที่การมีสติ
จะต่างไปจากการพุ่งความสนใจทั้งหมดไปที่งานของ ตน
ตื่นตัวอยู่เสมอ และพร้อมจะตัดสินใจอย่างดีที่สุด
ในขณะของการปรึกษาหารือ การแก้ปัญหา
และการจัดการกับปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น

เราจะต้องมีหัวใจที่สงบและควบคุมตัวเองได้อย่างดี
การงานนั้นๆจึงจะได้รับผลเป็นที่น่าพอใจ


ผู้ปฏิบัติงานทุกคนคงตระหนักในข้อนี้

ถ้าเราอยู่ในภาวะที่ควบคุมตัวเองไม่ได้
ปล่อยให้ความไม่อดกลั้นและโทสะเข้าครอบงำ
งานของเราก็จะหมดความหมายและไร้คุณค่าทันที

การมีสติเป็นสิ่งอัศจรรย์ตรงที่ช่วยให้เราเป็นนายของตนเอง
และรักษาใจตนเองอยู่ได้ในทุกๆ สถานการณ์


ลองคิดเปรียบอย่างนี้

นักมายากลผู้หนึ่งตัดส่วนต่างๆ ของร่างกายออกเป็นชิ้นๆ
และวางเอาไว้คนละทิศละทาง
เอามือไปไว้ทิศใต้ เอาแขนไว้ทิศตะวันออก เอาขาไปไว้ทิศเหนือ ฯลฯ

และด้วยอิทธิปาฏิหาริย์
พอร้องเพี้ยงเดียวส่วนต่างๆ ของร่างกาย
ก็รวมเข้าเป็นอันหนึ่งอันเดียว สู่สภาพปกติ

สติก็อุปมาอย่างนั้น มันมีปาฏิหาริย์ตรงที่
สามารถเรียกจิตใจที่พุ่งไปร้อยแปดทิศกลับมา
และถนอมรวมเข้าเป็นหนึ่ง
เพื่อเราจะได้มีชีวิตอยู่ในทุกขณะจิตของชีวิต


รูปภาพ
[ท่านติช นัท ฮันห์ (Thich Nhat Hanh)
หมู่บ้านพลัม เมือง Bordeaux ประเทศฝรั่งเศส]



:b8: :b8: :b8:

(ที่มา : ปาฏิหาริย์แห่งการตื่นอยู่เสมอ โดย ท่าน ติช นัท ฮันห์)

:b39: รวมคำสอน “หลวงปู่ติช นัท ฮันห์ (Thich Nhat Hanh)”
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=72&t=45472

:b39: ประวัติและปฏิปทาท่านติช นัท ฮันห์ (Thich Nhat Hanh)
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=13&t=21739


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 17 ก.ย. 2015, 16:43 
 
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ก.ย. 2012, 15:32
โพสต์: 1590


 ข้อมูลส่วนตัว


ขอโมทนาสาธุ กราบๆค่ะ Kiss


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 02 ก.พ. 2016, 14:11 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 มิ.ย. 2009, 10:51
โพสต์: 2113


 ข้อมูลส่วนตัว


น้อมกราบองค์หลวงปู่ติช นัท ฮันห์ เจ้าค่ะ
:b8: :b8: :b8:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 07 มี.ค. 2016, 09:06 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 7
สมาชิก ระดับ 7
ลงทะเบียนเมื่อ: 02 เม.ย. 2015, 09:43
โพสต์: 545

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ขออนุโมทนาสาธุนะครับ
:b8: :b8: :b8:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 27 พ.ย. 2017, 12:57 
 
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 ก.ย. 2013, 07:16
โพสต์: 1771

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


:b39: :b44: ขออนุโมทนา สาธุๆๆ ค่ะ
:b8: :b8: :b8:


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 13 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 3 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร