วันเวลาปัจจุบัน 29 ต.ค. 2020, 11:11  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


กฎการใช้บอร์ด


รวมกระทู้จากบอร์ดเก่า http://www.dhammajak.net/board/viewforum.php?f=2



กลับไปยังกระทู้  [ 7 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 04 ธ.ค. 2009, 08:31 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 26 พ.ค. 2009, 20:54
โพสต์: 282


 ข้อมูลส่วนตัว




84 KB.jpg
84 KB.jpg [ 84.29 KiB | เปิดดู 1426 ครั้ง ]
tongue สวัสดีมีสุข กัลยาณมิตร กัลยาณชนทุกๆ ท่านครับ

วันนี้ผมนำแผ่นภาพอีกภาพหนึ่งมาให้ทุกท่านช่วยกัน สังเกต พิจารณา วิพากษ์ วิจารณ์ ยังไม่ใส่คำอธิบายประกอบมาให้จนกว่าจะถึงเวลาที่เหมาะสม เพื่อจะได้กระตุ้นต่อมวิปัสสนาภาวนาของทุกท่าน ให้ตื่นและลุกขึ้นมา ดู สังเกต พิจารณา หาเหตุ หาผล จนเกิด จินตมยปัญญาและภาวนามยปัญญา แก่ทุกๆท่าน ทุกๆ คน หวังว่าคงจะเป็นประโยชน์ เป็นธรรมทัศนะที่ดีกับทุกๆท่านนะครับ สาธุ ๆ ๆ :b8: smiley

.....................................................
เมตตาธรรม ค้ำจุนโลก
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 06 ธ.ค. 2009, 06:44 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 26 พ.ค. 2009, 20:54
โพสต์: 282


 ข้อมูลส่วนตัว




100_2232_resize_resize.JPG
100_2232_resize_resize.JPG [ 79.98 KiB | เปิดดู 1397 ครั้ง ]
100_3572_resize_resize.JPG
100_3572_resize_resize.JPG [ 47.62 KiB | เปิดดู 1394 ครั้ง ]
tongue สวัสดี มีความสุขทุกๆท่าน ที่มาแวะอ่านกระทู้นี้นะครับ

ยังไม่มีท่านผู้ใดวิพากษ์ วิจารณ์ อีกสัก 2 - 3 วันไม่เกิน 10 ธันวาคมนี้ จะมีคำอธิบายมาให้อ่านครับ
วันนี้เชิญอ่านกลอนธรรมมะไปสัก 1 บท ก่อนนะครับเป็นการวอร์มอัพ ปัญญาวิตก วิจารณ์ ธรรมวิจัย สังกัปปะ และ วิมังสาธิบดีของทุกๆท่านนะครับ


.............................โฉลกธรรม

........เพราะไม่รู้ จึงอยู่เช่น ........วัวควาย
กิน ขี้ สี่ นอน ไป..............เท่านี้
โกรธ โลภ หลง เต็มกาย..........ทั่วถ้วน
วนว่ายวัฏฏ์สุดลี้.......................ตราบชั่ว กัปกัลป์

........จนกุศลส่งได้.................เป็นคน
พบพุทธธรรมช่วยดล................จิตให้
พลิกรู้สัจจ์ในตน.....................จบแจ้ง
จึ่งจักอาจพ้นได้......................ข่ายทุกข์ สงสาร

smiley

ขอสติ ปัญญา ดวงตาเห็นธรรมจงบังเกิดมีแก่ชาวโลกทั้งหลาย ให้มากที่สุดเทอญ สาธุ :b8:

.....................................................
เมตตาธรรม ค้ำจุนโลก


แก้ไขล่าสุดโดย อโศกะ เมื่อ 06 ธ.ค. 2009, 06:53, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 ธ.ค. 2009, 12:07 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 26 พ.ค. 2009, 20:54
โพสต์: 282


 ข้อมูลส่วนตัว




84 KB.jpg
84 KB.jpg [ 84.29 KiB | เปิดดู 1379 ครั้ง ]
tongue สวัสดีมีความสุขสบายๆ ในโอกาสใกล้ปีใหม่ทุกท่านครับ วันนี้ผมนำคำอธิบายแผ่นภาพ มีแต่เหตุกับผลมาให้ทุกท่านลองพิจารณาดูว่าพอจะมีประโยชน์ทางธรรมบ้างหรือไม่ครับ

*********มีแต่เหตุกับผล

โลกนี้มีแต่เหตุกับผลเท่านั้น แสดงอยู่ ไม่มี สัตว์ บุคคล ตัวตน เรา เขา มนุษย์ เทวดา พรหม อันใดเลย ความเห็นผิด (มิจฉาทิฐิ) คือเห็นเป็นตัวเป็นตน (อัตตา)นั่นแหละที่ไปปรุงแต่ง(สังขาร) สมมุติ บัญญัติเอาว่าเป็นสิ่งนั้นสิ่งนี้

อัตตา นี่แหละ คือตัว เหตุ เมื่อมีเหตุก่อตั้งขึ้นมาแล้ว จึงมีจิตรู้ (วิญญาณ)เกิดขึ้น จิตรู้เป็น นาม มีผู้รู้สิ่งที่ถูกรู้ คือ รูป จึงเกิดขึ้น

รูป – นาม กาย – ใจเกิดขึ้นมาแล้วเป็นเหตุ จึงมีประสาทสัมผัส ทั้ง 6 (อายตนะภายใน) เกิดขึ้น เป็นผล

เมื่อ มาถึงตรงนี้แล้ว สิ่งที่มาประกอบกับเหตุ (ปัจจัย) จึงเกิดขึ้น ได้แก่ รูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส ธัมมารมณ์ ธาตุ 4 ขันธ์ 5 อัฐกลาป อายตนะภายนอกอีก 6 อย่างจึงเกิดขึ้น

ปัจจัย มากระทบเหตุ เรียกว่าผัสสะ เป็นเหตุให้เกิด เวทนา ความรู้สึก

อัตตา (กู) กระทบกับปัจจัย คือสิ่งเร้า ของประสาทรับรู้ทั้ง 6 แล้ว มีความรู้สึกต่างๆ(เวทนา) เกิดขึ้นที่ กาย อันเป็นส่วนหยาบก่อน

แล้วมารู้สึกที่จิตใจอันเป็นส่วนละเอียด

ความอยาก (ตัณหา)ก็เกิดขึ้น

จิต ก็นึกคิดปรุงแต่ง(จิตสังขาร)เป็นเรื่องต่างๆ เป็นการกระทำ (กรรม)อันดับแรกที่เรียกว่า “มโนกรรม” ก็เกิดขึ้น เมื่อเพิ่มกำลังมากขึ้นๆก็จะเป็นเหตุให้เกิด

กรรมทางปาก(วจีกรรม)

ต่อเป็นกรรมทางกาย(กายกรรม) เพิ่มมาก หนักขึ้นไปตามลำดับ จนครบองค์ทั้ง 3 ก็ต้องได้รับคืน คือ

ผล ของการกระทำนั้นๆ (วิบาก) ซึ่งจะถูกยึดไว้ (อุปาทาน) บันทึกไว้ (สัญญา)

แล้วจะ คอยผุดขึ้นมา เป็นปัจจัย (ฟุ้งซ่าน)ให้ เหตุ คือ อัตตา หรือความเป็นกูได้เกิดความรู้สึกตอบโต้ กระทำกรรมซ้ำแล้วซ้ำอีก หมุนวนไปด้วยอำนาจแห่งเวทนาและตัณหา ไม่รู้จบ ไม่รู้สิ้น(วัฏสงสาร)

ผล หรือการรับผลของการกระทำ ภาษาของพระพุทธเจ้าเรียกว่า “วิบาก” จึงเกิดขึ้น ให้ดวงจิตที่กระทำกรรมนั้นๆ ได้รับและเสวย ไม่รู้จบสิ้น

การกระทำกรรมทั้งหมด (กัมมภวะ) เป็นการเลือกทางและจุดหมายปลายทางของจิตวิญญาณทั้งหลาย ให้ไป

เกิด(ชาติ)ในภพต่างๆ

เหตุทำบาป อกุศล ผิดศีล 5 พาไปสู่อบายภูมิ เป็น สัตว์เดรัจฉาน เปรต อสุรกาย และสัตว์นรก

เหตุทำบุญ คือกุศล ทาน ศีล ต่างๆ ผล คือไปเกิดเป็นมนุษย์และเทวดา

เหตุ ทำบุญกุศล สมถะภาวนาเจริญ สติ สมาธิ พาให้ไปเกิดเป็นพรหม ที่มีรูปร่าง 5 ขันธ์ ขันธ์เดียว หรือเป็นอรูปพรหม 4 ขันธ์

ผล กรรม คือการได้มาซึ่งขันธ์ทั้งปวงนี่แหละ เป็นก้อนทุกข์ กองทุกข์ ขันธ์ เป็นสภาวะรูปของ รูป และ นาม ที่ตั้งอยู่ของเหตุ (อัตตา กู) ซึ่งจะต้องกระทบ(ผัสสะ) กับปัจจัยอยู่เป็นเนืองนิจ

ใจรับรู้ (วิญญาณ) เกิด เวทนาก็เกิด ตัณหา อุปาทาน ภวะ ชาติ ชรา พยาธิ มรณะ ความตาย ก็เกิดขึ้น หมุนวนไปสู่จุดเริ่มต้น คือ อวิชชา

จวบจนเมื่อได้พบ กัลยาณมิตรอันมีพระพุทธเจ้าเป็นองค์ปฐม ทรงค้นพบสัจจธรรมเหล่านี้และถอนเหตุ คือ กู (อัตตา) ได้จนหมดสิ้นแล้ว นำความรู้ทั้งหมดมาสั่งสอน ถ่ายทอดสืบต่อกันมาจนถึงทุกวันนี้

ผู้ที่ได้ศึกษาจากคนที่ถูกต้อง (อริยะ)

ก็ได้รู้ถูกต้อง(อริยสัจจ 4 มรรค 8 อนัตตา)

รู้ถูกต้องก็เห็นถูกต้อง(สัมมาทิฐิ )เห็นอนัตตา)

คิด สังเกต พิจารณาถูกต้อง (สัมมาสังกัปปะ)

ทำถูกต้อง (สัมมากัมมันตะ) ด้วยวิปัสสนาภาวนา เจริญปัญญามรรค

ได้รับผลที่ถูกต้อง (มรรค ผล นิพพาน)

เป็นคนถูกต้อง (อริยะชน)

คำ พูดก็ถูกต้อง ถ่ายทอด ทางพ้นทุกข์ และวิธีปฏิบัติให้ถึงความพ้นทุกข์ สืบต่อให้กับชาวโลก ให้ได้เป็นชาวพุทธ เป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน

ท่านเหล่านี้เรียกว่า “อริยสังฆะ”

ชาว พุทธ คือผู้ที่เจริญสติ ปัญญาให้เกิดความเห็นถูกต้อง(สัมมาทิฐิ) ทำลายความเห็นผิด (มิจฉาทิฐิ) ความเห็นแก่ตัว (อัตตา)ให้เบาบางลงไปตามลำดับ ๆทุกเวลา นาที จนตายดับ หมดสิ้น ในที่สุด

ชาวพุทธจึงเป็นผู้มีแต่ให้ไม่มีเอา ไม่เบียดเบียน มีชีวิตอยู่กับปัจจุบันธรรม สงบเย็น เสวยศานติสุขอยู่ชั่วนิจนิรันด์

“จง มาทำตัวให้เป็นชาวพุทธที่แท้จริง แล้วเผยแผ่พุทธธรรมมสู่เพื่อนมนุษย์ให้เกิดสังคมชาวพุทธแผ่กว้างออกไป อันจะช่วยดับทุกข์ ทำความสงบ ร่มเย็นเป็นสุขให้แก่สรรพชีวิต จิต วิญญาณโลกนี้

ขอให้อยู่เย็นเป็นสุข พ้นจากทุกข์เข้าถึงนิพพานทันในปัจจุบันชาตินี้ทุกท่านทุกคนเทอญ”

อโศกะ

22/5/50

:b8:
smiley

.....................................................
เมตตาธรรม ค้ำจุนโลก
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 01 ม.ค. 2010, 16:01 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 26 พ.ค. 2009, 20:54
โพสต์: 282


 ข้อมูลส่วนตัว




b22.jpg
b22.jpg [ 44.46 KiB | เปิดดู 1348 ครั้ง ]
tongue
วันนี้มาต่อโฉลกธรรมให้สมบูรณ์ เพื่อมอบให้เป็นของขวัญปีใหม่ 2553 แก่กัลยาณมิตรทุกๆท่าน ครับ

...................โฉลกธรรม
เพราะไม่รู้ จึงอยู่เช่น วัวควาย
กิน ขี้ สี่ นอน ไป เท่านี้
โกรธ โลภ หลง เต็มกาย ทั่วถ้วน
วนว่ายวัฏฏ์สุดลี้ ตราบชั่ว กัปกัลป์
จนกุศลส่งได้ เป็นคน
พบพุทธธรรมช่วยดล จิตให้
พลิกรู้สัจจ์ในตน จบแจ้ง
จึ่งจักอาจพ้นได้ ข่ายทุกข์ สงสาร


[b]จงดูอริยสัจจ ๔ พิจรณ์ให้ดีอย่าข้าม เพียรสอบถามผู้รู้ ทางออกสู่เสรี มีอยู่แล้วในตน อย่าวกวนบัญญัติ อย่าผูกมัดสิ่งใด จงเป็นไทยทุกเมื่อ
เชื่อคำพระชินวร คำสอนท่านสุดง่าย เฝ้ารู้กายและจิต อย่างพินิจ พิจารณา ณ เพลาปัจจุ จักรู้ลุทั่วตัว ความเมามัวจักหาย หลักใหญ่คืออัตตา
อย่าให้มาเข้าร่วม ทิ้งความเห็นเป็นตน กมลมั่นกับธรรม ที่เกิดตามยถา
ซึ่งบัญชาไม่ได้ ไร้ศัพท์ใดบัญญัติ จึ่งจักอาจเห็นจริง ตัดทิ้งซึ่งตัวข้า
โคนเหง้าแห่งอวิชชา ขาดสิ้น สู่มรรค ผล นิพพาน

อโศกะ
๒๕๔๓

.....................................................
เมตตาธรรม ค้ำจุนโลก
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 15 ม.ค. 2010, 12:16 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 7
สมาชิก ระดับ 7
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ม.ค. 2010, 11:43
โพสต์: 523

แนวปฏิบัติ: ดูปัจจุบันอารมณ์ เจริญมรรค ๘
งานอดิเรก: ปฏิบัติธรรม
สิ่งที่ชื่นชอบ: ประทีปแห่งเอเซีย
ชื่อเล่น: อโศกะ
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


tongue
มีแต่เหตุกับผล น่าสนใจ แต่ไม่เห็นมีใครมาวิพากษ์ วิจารณ์ คงตีความกันไม่ค่อยออกละกระมัง

โลกนี้ไม่มีอะไร ไม่มี สัตว์ มนุษย์ เทวดา พรหม อะไรเลย

เหตุมี ผลก็ เกิด เหตุดับ ผลก็ดับ

เหตุมนุษย์มี ผลก็เกิดเป็น มนุษย์ เหตุสัตว์ เหตุ เทวดา เหตุ พรหม ก็เช่นเดียวกัน

เหตุดับ ผลก็ดับ หมดเหตุ ก็ หมด ผล น่าจะเอวังได้


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 15 ม.ค. 2010, 14:04 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 พ.ค. 2008, 14:14
โพสต์: 3836

อายุ: 12
ที่อยู่: กทม.

 ข้อมูลส่วนตัว


ทำไมคุณ อนัตตาธรรม "สนใจเฉพาะกระทู้ของ"คุณอโศกะล่ะ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 16 ม.ค. 2010, 15:40 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 7
สมาชิก ระดับ 7
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ม.ค. 2010, 11:43
โพสต์: 523

แนวปฏิบัติ: ดูปัจจุบันอารมณ์ เจริญมรรค ๘
งานอดิเรก: ปฏิบัติธรรม
สิ่งที่ชื่นชอบ: ประทีปแห่งเอเซีย
ชื่อเล่น: อโศกะ
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


ก็เห็นแปลกดี

และตรงกับใจผมด้วยที่อยากเห็นคนที่เก่งๆทางปริยัติทั้งหลายมาช่วยกันทำธรรมมะของพระพุทธเจ้าให้เป็นสิ่งที่ง่ายๆ ใช้ภาษาธรรมดาๆ เข้าใจง่าย เยาวขนคนรุ่นใหม่ก็อยากอ่าน ใช้สื่อการสอนหลายๆรูปแบบมาช่วยบ้าง

สอนวิปัสสนาภาวนาขั้นพื้นฐาน ง่ายๆ สำหรับทุกๆคน เมื่อได้ลงมือทำ ได้ชิมรสชาดของธรรมมะภาคปฏิบัติบ้างแล้ว ศรัทธาเกิด เรื่องธรรมมะและศัพท์บาลียากๆ ก็คงจะไม่เป็นปัญหาแล้ว

การถกเถียงกันเรื่องฌาณ เรื่อง ญาณ เรื่อง สมถะ กับ วิปัสสนา การยกพระสูตรมาอ้าง มา ข่มเอาชนะกัน ผมเห็นมีแทบทุกลาน อ่านแล้วเวียนหัวจังครับ
:b8:


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 7 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 3 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร