วันเวลาปัจจุบัน 28 ต.ค. 2020, 07:22  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


กฎการใช้บอร์ด


รวมกระทู้จากบอร์ดเก่า http://www.dhammajak.net/board/viewforum.php?f=2



กลับไปยังกระทู้  [ 181 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1 ... 5, 6, 7, 8, 9, 10, 11 ... 13  ต่อไป  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 21 ธ.ค. 2009, 22:36 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ส.ค. 2009, 20:26
โพสต์: 1589

แนวปฏิบัติ: อรหัตตมัคค
สิ่งที่ชื่นชอบ: พระไตรปิฎก
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


อโศกะ เขียน:
จากข้อเขียนของท่านมหาราชันย์ บอกว่าผมเขียนธรรมเอาเอง
ขอความกรุณากลับไปดูแผ่นภาพเรื่องอริยสัจ 4 แล้วช่วยวิจารณ์ให้หน่อยว่า อะไร ที่ไม่มีในคำสอนของพระพุทธเจ้า ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค สัมมาทิฐิ มิจฉาทิฐิ อัตตา อนัตตา มีอันไหนที่พระพุทธเจ้าไม่ได้สอินบ้าง ช่วยวิจารณ์มาให้ชัดๆด้วยครับ ขอบคุณ

ขอให้เจริญในบัญญัติต่อไปครับ สาธุ



.สวัสดียามดึกครับคุณอโศกะ

คุณอโศกะแสดงธรรมมาว่าให้เอาอนัตตาไปแทนอัตตา

อัตตาและอนัตตาไม่ได้เกี่ยวข้องใด ๆ ต่อกัน

อัตตาเกิดเพราะอุปาทานขันธ์ เป็นความจริงของขันธ์ 5 โดยอริยะสัจ 4 หรือโดยเหตุโดยผลนั่นเอง
โดยอริยะสัจ 4 แสดงความเป็นขันธ์เหตุและขันธ์ผลของขันธ์ 5 อัตตาละด้วยโสดาปัตติมัคคจิตครับ ไม่ใช่ละด้วยอนัตตา



ส่วนอนัตตาเป็นการแสดงความจริงของขันธ์ 5 ทั้งหมดด้วยไตรลักษณ์ ไตรลักษณ์เป็นสามัญลักษณะของขันธ์ 5 เป็นเช่นนั้นเอง ไม่ว่าขันธ์ 5 จะเป็นอย่างใดก็ตาม เป็นขันธ์เหตุก็ตาม เป็นขันธ์ผลก็ตาม มีสุขหรือมีทุกข์ในขันธ์ 5 ก็ตาม ขันธ์ทั้ง 5 เหล่านั้นย่อมเป็น อนิจจัง ทุกขัง และอนัตตา


การแสดงธรรมของคุณอโศกะเรื่อง อริยะสัจ 4 และเรื่องไตรลักษณ์เป็นการแสดงธรรมที่ผิด คุณอโศกะเข้าใจมาผิด รู้มาผิดครับ

อริยะสัจ 4 เป็นความจริงอย่างหนึ่ง
ไตรลักษณ์ก็เป็นความจริงอีกย่างหนึ่ง

ความจริง 2 อย่างนี้ไม่เกี่ยวข้องกันครับ


ผมจึงกล่าวว่าคุณอโศกะรู้มาผิด เข้าใจมาผิด ปฏิบัติมาผิดคำสอนของพระพุทธเจ้าครับ



เจริญในธรรมครับ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 22 ธ.ค. 2009, 00:42 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 7
สมาชิก ระดับ 7
ลงทะเบียนเมื่อ: 26 ก.ย. 2009, 23:02
โพสต์: 530

แนวปฏิบัติ: เจโตวิมุติ ปัญญาวิมุตติ ด้วยอานาปานสติ
งานอดิเรก: อ่านพระไตรปิฎก
สิ่งที่ชื่นชอบ: พระไตรปิฎก
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว




guan-im62.jpg
guan-im62.jpg [ 18.79 KiB | เปิดดู 2528 ครั้ง ]
มหาราชันย์ เขียน:

อโศกะ เขียน:
1.เมื่อมีความขุ่นมัว (ปฏิฆะ) หรือโกรธ (โทสะ) เกิดขึ้นในจิต อะไรเป็นเหตุ อะไรจะเกิดตามมาเป็นผลบ้าง ท่านปฏิบัติอย่างไร ท่านนำธรรมมะข้อไหนมาใช้บ้าง ส่วนไหนเป็น สมถะ ส่่วนไหนเป็นวิปัสสนา ท่านออกจากฌาณมาทำงานต่ออย่างไร ทำอย่างไรจึงเรียกว่ายกขึ้นสู่วิปัสสนา แล้วเพื่อจะให้เกิดปฏิเวท จะทำงานต่ออย่างไร


สวัสดีครับคุณอโศกะ

โทสะเป็นอกุศลมูล เกิดขึ้นในจิตเมื่อใด จิตนั้นเรียกว่าอกุศลจิต สิ่งที่จะเกิดตามมาคืออกุศลวิบากเพื่อภพต่อไป

อกุศลจิตเมื่อเกิดขึ้นย่อมดับไป จิตดวงใหม่ย่อมเกิดตามมา การแก้ปัญหาไม่สามารถไปแก้ที่จิตโกรธ แต่แก้ที่จิตใหม่ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันขณะ ว่าจะให้เป็นจิตอะไรในลำดับต่อไป


ในการปฏิบัติของผมก็ปล่อยให้อกุศลจิตนั้นดับไป แล้วเปลี่ยนจิตดวงใหม่ที่เกิดขึ้นเสียใหม่ ให้เป็นรูปาวจรกุศลฌาน หรืออรูปาวจรกุศลฌาน หรือโลกุตตระกุศลฌานมีบทอรหัตตมัคคในคาถาธรรมบทเป็นอารมณ์ครับ

วิตก วิจาร ปีติ สุข เอกคตารมณ์ //หรือ ปีติ สุข เอกคตารมณ์ //หรือ สุข เอกคตารมณ์ //หรือ อุเบกขา และเอกคตารมณ์ ที่เกิดจากการปฏิบัติเป็นสมถะ


การอบรมจิตด้วยบทอรหัตตมัคคในคาถาธรรมบท ที่เกิดจากการปฏิบัติเพื่อสร้างจิตดวงใหม่เป็นวิปัสสนา


อกุศลจิตที่มีโทสะเป็นมูลดับไปแล้วไม่เกิดอีก ผมมีปีติ สุข อุเบกขาในกุศลฌานจิต และกุศลวิบากฌานจิต มีฌานไม่เสื่อมแล้วเป็นปฏิเวธ



เจริญในธรรมครับ


มหาราชันย์ เขียน:
อโศกะ เขียน:
2.ถ้าความฟุ้งซ่าน(อุทธัจจะ)เกิดขึ้นในจิต ท่านแก้และขุดถอน อุทธัจจะนิวรณ์นี้ด้วย สมถะอย่างไร วิปัสสนา อย่างไร อธิบาย


สวัสดีครับคุณอโศกะ


มี 2 กรณีครับคุณอโศกะ

1.ผมเป็นผู้ชำนาญในฌานสมาบัติ 8 มีวสีในฌานสมาบัติ 8 ผมไม่มีความกังวลเรื่องอุทธัจจะเลยครับ เมื่อมีนิวรณ์เกิดขึ้นผมนึกที่จะเข้าฌานไหน เรียงตามลำดับหรือข้ามลำดับผมย่อมสามารถกระทำได้ทันที แล้วเข้าฌานออกฌานเป็นอนุโลมปฏิโลม แบบนี้เรียกว่าสมถะเกิดก่อนวิปัสสนามีในภายหลัง


2.ผมเสื่อมจากฌานเพราะอุทธัจจะ ผมระลึกถึงบทอรหัตตมัคคขึ้นมาใหม่ อบรมจิตไปตามบทอรหัตตมัคคนั้น ไม่ง่อนแง่นไม่คลอนแคลนด้วยปัญญาเครื่องทำลายกิเลส แล้วบรรลุฌานตามลำดับจาก 1 - ไป - 8 ปฏิบัติอย่างนี้เรียกว่าปฏิบัติสมถะมีวิปัสสนาเป็นเบื้องหน้าครับ


ขณะสนทนากับคุณอโศกะ ตอบคำถามคุณอโศกะผมมีฌานไม่เสื่อม เข้าฌานสมาบัติ 8 โดยอนุโลมปฏิโลมไปด้วยครับ นี่เป็นวิธีแก้และขุดถอน อุทธัจจะนิวรณ์นี้ด้วยสมถะและวิปัสสนาของผมครับ


เจริญในธรรมครับ



รูปภาพ กระบี่ฯ กราบขอบพระคุณ คุณมหาราชันย์
ที่ท่านมีเมตตาตอบคำถามคุณอโศกะ เพื่อผู้อ่านจักได้เกิดปัญญา ในการศึกษาจากคำตอบของท่าน


คำตอบที่กระบี่ฯ กล่าวกับคุณอโศกะนั้น
ต้องการเพียงชี้ให้เห็นถึงวาจาที่มิได้เกิดจากความจริงใจที่จะสนทนาธรรมด้วยความเป็นกัลยาณมิตร
ที่มีความรัก ความเมตตาซึ่งกันและกัน


การท้าทายให้หลายๆท่าน ตอบคำถามนั้นไม่เป็นมิตรเลยค่ะ



Quote Tipitaka:

โอเทยฺยานุสาเสยฺย
อสพฺถา จ นิวารเย
สตํ หิ โส ปิโย โหติ
อสตํ โหติ อปฺปิโย



บุคคลพึงกล่าวสอน พึงพร่ำสอน
และพึงห้ามจากธรรมของอสัตบุรุษ

ก็บุคคลนั้น ย่อมเป็นที่รักของสัตบุรุษทั้งหลาย
แต่ไม่เป็นที่รักของพวกอสัตบุรุษ






รูปภาพ เจริญในธรรมค่ะ
:b48: :b48: :b48: :b48: :b48:

.....................................................


ผลกล้วยแลย่อมฆ่าต้นกล้วย
ขุยไผ่ย่อมฆ่าต้นไผ่
ขุยอ้อย่อมฆ่าต้นอ้อ
สักการะย่อมฆ่าบุรุษชั่ว
เหมือนลูกในท้องฆ่าแม่ม้าอัสดร ฉะนั้น ฯ



:b48: :b41: :b48: :b41: :b48: :b41: :b48: :b41: :b48: :b41: :b48: :b41: :b48: :b41: :b48: :b41: :b48: :b41: :b48: :b41: :b48: :b41:
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 22 ธ.ค. 2009, 14:14 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 พ.ย. 2009, 10:41
โพสต์: 4463

อายุ: 0
ที่อยู่: วัฏสงสาร

 ข้อมูลส่วนตัว


ถึงคุณอโศกะ อนุสัยของผม ผมชอบเดาครับ จจะเรียกผมว่า มารก็ได้แล้วแต่ ถนัด ผมก็ขอเดาอีก ครับ เอาชุ่ยๆแบบ ไม่รับผิดชอบ น่ะครับ อนุสัยส่วนตัวห้ามเลียนแบบ ผมเดา ว่า พระอรหันต์ ไม่มีมาเล่น เวปไซด์หรอกนะครับ ยิ่งภิกษุณี ไม่มีครับ นิกายอื่นๆ เรื่องของเขาครับ ผมว่า คุณ อโศกะ เข้า เน็ตอ่านพระคัมภีร์ แล้วไปหา หลวงพ่อหลวงปู่ ที่ น่าจะ มีภูมิธรรมทางจิตสูงๆ ดีกว่านะครับ หนทางแจ้งมันจะได้ตี กรอบเข้ามา บ้าง ไม่งั้นเปรียญ9 บรรลุหมดแล้ว คุณพระช่วย :b13:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 22 ธ.ค. 2009, 14:28 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ธ.ค. 2009, 16:25
โพสต์: 56

แนวปฏิบัติ: การเจริญสติ
งานอดิเรก: จิตอาสา
สิ่งที่ชื่นชอบ: ธรรมะ
ชื่อเล่น: น้องอ้อ
อายุ: 40
ที่อยู่: พิษณุโลก

 ข้อมูลส่วนตัว


tongue ตอนนี้ก็กำลังอ่านหนังสือเกี่ยวกับ อริยสัจ 4 อยู่พอดีเลยค่ะ

ขอบคุณสำหรับคำชี้แนะนะค่ะ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 22 ธ.ค. 2009, 14:30 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 พ.ย. 2009, 10:41
โพสต์: 4463

อายุ: 0
ที่อยู่: วัฏสงสาร

 ข้อมูลส่วนตัว


"ดูก่อนผู้สืบวงศ์แห่งวาสิษฐะและภารัทวาชะทั้งหลาย วรรณะ ๔ เหล่านี้ คือกษัตริย์ (นักรบ) พราหมณ์ (นักทำพิธี) แทศย์ (พ่อค้า) และศูทร (กรรมกร).



"ดูก่อนผู้สืบวงศ์แห่งวาสิษฐะและภารัทวาชะทั้งหลาย บุคคลบางคนในโลกนี้ ที่เป็นกษัตริย์ก็มี เป็นพราหมณ์ก็มี เป็นแพทศย์ก็มี เป็นศูทรก็มี ย่อมฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์ ประพฤติผิดในกาม พูดเท็จ พูดส่อเสียด (ยุให้เขาแตกร้าวกัน) พูดคำหยาบ พูดเพ้อเจ้อ, มักได้ มีจิตพยาบาท มีความเห็นผิด. ธรรมเหล่าใดที่เป็นอกุศล นับเนื่องเข้าในอกุศล มีโทษ นับเนื่องเข้าในสิ่งมีโทษ ไม่ควรส้องเสพ นับเนื่องเข้าในสิ่งไม่ควรส้องเสพ ไม่ควรแก่พระอริยะ นับเนื่องเข้าในสิ่งไม่ควรแก่พระอริยะ เป็นธรรมดำ มีวิบากดำ อันผู้รู้ติเตียน. ธรรมเหล่านั้น บางข้อปรากฏในกษัตริย์ก็มี ในพราหมณ์ก็มี ในแพศย์ก็มี ในศูทรก็มี.



"ดูก่อนผู้สืบวงศ์แห่งวาสิษฐและภารัทวาชะทั้งหลาย บุคคลบางคนในโลกนี้ ที่เป็นกษัตริย์ก็มี พราหมณ์ก็มี แพศย์ก็มี ศูทรก็มี ย่อมเว้นจากการฆ่าสัตว์ การลักทรัพย์ การประพฤติผิดในกาม, ย่อมเว้นจากการพูดเท็จ การพูดส่อเสียด การพูดคำหยาบ การพูดเพ้อเจ้อ, ย่อมเป็นผู้ไม่มักได้ ไม่มีจิตพยาบาท ไม่มีความเห็นผิด. ธรรมเหล่าใดที่เป็นกุศล นับเนื่องเข้าในกุศล ไม่มีโทษ นับเนื่องเข้าในสิ่งไม่มีโทษ ควรส้องเสพ นับเนื่องเข้าในสิ่งควรส้องเสพ ควรแก่พระอริยะ นับเนื่องเข้าในสิ่งควรแก่พระอริยะ เป็นธรรมขาว มีวิบากขาว อันผู้รู้สรรเสริญ ธรรมเหล่านั้น บางข้อปรากฏในกษัตริย์ก็มี ในพราหมณ์ก็มี ในแพศย์ก็มี ในศูทรก็มี.



"ดูก่อนผู้สืบวงศ์แห่งวาสิษฐะและภารัทวาชะทั้งหลาย เมื่อวรรณะทั้งสี่ยังดาษดื่นทั้งสองทาง ยังประพฤติทั้งในธรรมที่ดำและขาว ที่ผู้รู้ติเตียนและสรรเสริญอยู่อย่างนี้ คำใดที่พวกพราหมณ์กล่าวอย่างนี้ว่า วรรณะพราหมณ์เท่านันประเสริฐสุด วรรณะอื่น ๆ เลว, วรรณะพราหมณ์เท่านั้นขาว วรรณะอื่น ๆ ดำ, พราหมณ์ทั้งหลายเท่านั้นย่อมบริสุทธิ์ คนที่มิใช่พราหมณ์ย่อมไม่บริสุทธิ์, พราหมณ์ทั้งหลายเป็นบุตร เป็นโอรสของพรหม เกิดจากปากพรหม มีพรหมเป็นแดนเกิด เป็นผู้อันพรหมสร้างสรรค์ เป็นทายาทของพรหม ดังนี้. วิญญูชนทั้งหลายย่อมไม่รับรู้คำกล่าวของพราหมณ์เหล่านั้น. ข้อนั้นเพราะเหตุไร ?



"ดูก่อนผู้สืบวงศ์แห่งวาสิษฐะและภารัทวาชะทั้งหลาย เพราะบรรดาวรรณะ ๔ เหล่านี้ ผู้ใดเป็นภิกษุ เป็นพระอรหันต์ สิ้นอาสวะ (กิเลสที่ดองสันดาน) แล้ว อยู่จบพรหมจรรย์แล้ว ได้ทำหน้าที่เสร็จแล้ว วางภาระแล้ว บรรลุประโยชน์ของตนแล้ว สิ้นกิเลสเป็นเหตุมัดสัตว์ไว้ในภพแล้ว พ้นแล้วเพราะรู้โดยชอบ ผู้นั้นย่อมกล่าวได้ว่า เลิศกว่าวรรณะทั้งสี่เหล่านั้นโดยธรรมอย่างแท้จริง มิใช่โดยอธรรม เพราะว่าธรรมเป็นของประเสริฐสุดในหมุ่ชนทั้งในปัจจุบันและในอนาคต."


อัคคัญญูสูตร ๑๑/๘๘ (ลอกมาอีกที ครับ เพราะผมไม่มีปัญญาแต่งธรรมะได้ขนาดนี้)


แก้ไขล่าสุดโดย หลับอยุ่ เมื่อ 22 ธ.ค. 2009, 14:32, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 23 ธ.ค. 2009, 09:57 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 26 พ.ค. 2009, 20:54
โพสต์: 282


 ข้อมูลส่วนตัว




29608.jpg
29608.jpg [ 19.21 KiB | เปิดดู 2495 ครั้ง ]
tongue ขออนุโมทนาสาธุ ขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง
กับคุณหลับอยู่จาก คห.ทั้งหมดและคห.ลูกทุ่งที่ยกมาอ้างอิงท้ายนี้


ถึงคุณอโศกะ อนุสัยของผม ผมชอบเดาครับ จะเรียกผมว่า มารก็ได้แล้วแต่ ถนัด ผมก็ขอเดาอีก ครับ เอาชุ่ยๆแบบ ไม่รับผิดชอบ น่ะครับ อนุสัยส่วนตัวห้ามเลียนแบบ ผมเดา ว่า พระอรหันต์ ไม่มีมาเล่น เวปไซด์หรอกนะครับ ยิ่งภิกษุณี ไม่มีครับ นิกายอื่นๆ เรื่องของเขาครับ ผมว่า คุณ อโศกะ เข้า เน็ตอ่านพระคัมภีร์ แล้วไปหา หลวงพ่อหลวงปู่ ที่ น่าจะ มีภูมิธรรมทางจิตสูงๆ ดีกว่านะครับ หนทางแจ้งมันจะได้ตี กรอบเข้ามา บ้าง ไม่งั้นเปรียญ9 บรรลุหมดแล้ว คุณพระช่วย

อโศกะ เพิ่มเติมความเห็น


ด้วยเมตตา ปารถนาดี จึงมาคีย์ ตัวหนังสือ แทบทุกวัน มาฝึกปรือ ทั้งสติ และปํัญญา

เอาธรรมปฏิบัติ มาประกาศ ดูซิว่า ผู้คน ในพารา มีความเห็น เป็นอย่างไร

จะได้การขัดเกลา จากเหล่าชาว บัญญัติใหญ๋ มาช่วยให้ก้าวไกล ได้โลกทัศน์ที่กลางๆ

อยู่ป่า มานานแล้ว ให้รู้แนวโลกย์ เขาบ้าง จะได้เป็นช่องทาง ชาวรากหญ้า มาสอนเมือง



ท่านหลับอยู่ครับ มากครั้งเลย ที่นึกท้อ เพราะมาเจอนักปริยัติทั้งหลายรุมล้อม (ทึ้ง) จะเอาให้จมลงในปริยัติไปกับท่านเหล่านั้น แต่พอมาสังเกตดูแล้วเห็นมีน้อยคนที่มาแสดงความเห็นเชิงปฏิบัติแล้วจะทนอยู่ได้ในท่ามกลางนักปริยัติ

ผมก็เลยตัดสินใจว่า มาแบบขวางๆ ดูอย่างนี้ ก็น่าจะะเป็นประโยชน์ดี เพราะ ผู้รู้ที่เปี่ยมเมตตาก็มีอยู่เยอะเหมือนกัน ถ้าเรามาขวาง ขัดหู ขัดตา ขัดใจ นักปราชญ์ ราชบัณฑิตเหล่านี้ ปริยัติดีๆ ที่ค้นมาได้ยาก สำหรับรากหญ้าอย่างเรา จะพรั่งพรูออกมาให้ได้รู้ได้เห็นโดยมิต้องไปค้นคัมภีร์ให้ลำบาก

จึงยังทนอยู่ต่อไป จนเมื่อปริยัติถมเต็มเสมอ ปฏิบัติแล้ว ก็คงต้องทำตามคำแนะนำของคุณหลับอยู่ กลับไปทำ ปฏิเวท ให้สมบูรณ์ ในป่า ในเขา ตามประสาชาวรากหญ้าต่อไปนะครับ

.....................................................
เมตตาธรรม ค้ำจุนโลก
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 23 ธ.ค. 2009, 10:29 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 26 พ.ค. 2009, 20:54
โพสต์: 282


 ข้อมูลส่วนตัว




05buakba.jpg
05buakba.jpg [ 37.1 KiB | เปิดดู 2490 ครั้ง ]
tongue สวัสดีน้องกระบี่ไร้เงาคนสวย และเพื่อนกัลยาณมิตรทุกท่าน

กระบี่ไร้เงาเขียน

คำตอบที่กระบี่ฯ กล่าวกับคุณอโศกะนั้น
ต้องการเพียงชี้ให้เห็นถึงวาจาที่มิได้เกิดจากความจริงใจที่จะสนทนาธรรมด้วยความเป็นกัลยาณมิตร
ที่มีความรัก ความเมตตาซึ่งกันและกัน

การท้าทายให้หลายๆท่าน ตอบคำถามนั้นไม่เป็นมิตรเลยค่ะ

อโศกะ วิจารณ์

น้องกระบี่ไร้เงาวิเคราะห์ไม่ถึงก้นบึ้งของความหมาย และวัตถุประสงค์ที่ซ่อนอยู่ในโจทย์ และคำถาม ที่อโศกะตั้งมา จึงทำให้เข้าใจคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง

การท้าทายให้หลายๆท่าน ตอบคำถามนั้น ถ้าประกอบและมาจากฐานโทสะนั้น ไม่ดีแน่อย่างน้องว่า

แต่โจทย์ที่ตั้งมานี้ มีเจตนาดี ที่จะให้ ผู้คนทั้งหลาย ได้เห็นว่า บรรดานักปราชญ์ทางปริยัติทั้งหลาย ตัวอย่างเช่น ท่านมหาราชันย์นี้ ท่านเอาปริยัติอันวิเศษพิสดารทั้งหลาย มานำไปสู่การปฏิบัติ หรือนำไปใช้จริงๆอย่างไร แล้วนำเอาประสบการณ์จริงของท่านมาเล่าสู่กันฟัง ซึ่งผมเชื่อว่าท่านคงจะพูด เล่า เป็นภาษาชาวบ้าน ภาษาสามัญธรรมดา ที่รู้เรื่องกันง่าย เพราะเป็นประสบการณ์จริง

เมื่อผมและชาวบ้านทั้งหลายได้ฟังแล้ว จะได้เอาไปเป็นแบบอย่างปฏิบัติบ้าง ถ้าหากเป็นแบบอย่างที่ดี ถูกต้องตามธรรม

ในทางกลับกัน ถ้าปริยัติสวยหรู แต่ปฏิบัติเอามาอธิบายไม่ได้ ก็จะกลับไปเป็นเครื่องชี้วัดคืนให้กับผู้รู้ปริยัติทั้งหลายเหล่านั้น ให้ปรับปรุงตัเองให้ดี ถูกต้องยิ่งขึ้นไปอีก

โจทย์ที่ตั้งนั้นเพียงแค่ 2 ข้อ เริ่มต้น คุณกระบี่ไร้เงา ลองตอบดูซิครับ จะได้รู้ว่า ปริยัติที่คุณชื่นชมทั้งหลายเวลานำไปปฏิบัติจริงๆนั้น มันจะเป็นอย่างไร วัดผลได้จากคำพูด คำอธิบายที่แต่ละท่านตอบโจทย์มา
ลองตอบมาซิครับ แล้วผมจะวิเคราะห์ให้ฟัง

สำหรับคุณกระบี่ไร้เงา หรือท่านอื่นๆ จะลองตอบโจทย์ที่ 3 ซึ่งหยาบและง่ายกว่าก็ได้ ดังนี้



3.ถ้าท่านนั่งภาวนามานานๆ แล้วเกิดความเจ็บ ปวด สมมุติว่าเจ็บขา ปวดขา อะไรเป็นเหตุ อะไรเป็นผล ท่านจะปฏิบัติอย่างไร โดยสมถะ โดยวิปัสสนา ลองวิเคราะห์ เทียบกับอดีตอารมณ์ของท่านที่เคยประสบ แล้วแสดงธัมมวิจัย แจกแจงโดยธรรมออกมา ให้เป็นความรู้แก่ชาวประชารากหญ้าทั้งหลายได้ยินได้ฟังเป็นขวัญหู ขวัญตา ขวัญใจบ้าง ว่าท่านผู้รู้ทั้งหลาย ท่านปฏิบัติอย่างไร


เป็นของดี เป็นสิ่งดีนะครับนอ้งกระบี่ำไร้เงา จะได้วัดผลตัวเราเองด้วยว่ามีธรรมปฏิบัติก้าวหน้าไปมากน้อยแล้วเพียงไร

ถึงตรงนี้คงจะพอเข้าใจเจตนา และคำทาของอโศกะแล้วนะครับ สาธุ อนุโมทนาด้วย หาก อกุศลกลับกลายเป็นกุศลจิต ด้วยอำนาจแห่งสังกัปปะและจินตมยปัญญา

.....................................................
เมตตาธรรม ค้ำจุนโลก
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 23 ธ.ค. 2009, 10:44 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกใหม่
สมาชิกใหม่
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 ธ.ค. 2009, 10:31
โพสต์: 2

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ยังไม่เข้าใจครับ
แต่ก็อนุโมทนาคับ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 23 ธ.ค. 2009, 11:01 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 26 พ.ค. 2009, 20:54
โพสต์: 282


 ข้อมูลส่วนตัว


tongue เจริญสุข เจริญสมถะธรรมนะครับท่านมหาราชันย์
ผมอนุโมทนาด้วยใจจริงในวิริยะ อุตสาหะและเมตตา กรุณาของท่าน ตอบคห.ทุกข้อ มายาวยืด เที่ยวนี้แยกเป็น 1 ข้อ ต่อ 1 ความเห็น เลยดูไม่ยาว อ่านง่าย อย่างนี้ดีครับ ผมจะได้พยายามสนทนาตอบกลับทุกข้อ ตามที่โอกาสและเวลาอำนวยให้

อโศกะ เขียน:
ธรรมมะของพระพุทธเจ้า นี้เป็นเรื่อง อัตตา ธรรมมะที่พระพุทธเจ้าทรงสอน นี้เป็น อนัตตา

อโศกะตอบ

ท่อนนี้ ตัดตอนยกมา ทำให้งงครับ น่าจะเป็น ธรรมมะที่พระพุทธเจ้าทรงสอนนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับ อัตตา อนัตตา

มหาราชันย์ เขียน

ความรู้ที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงตรัสรู้นั้นพระองค์ทรงรู้แจ้งโลกครับ ทรงรู้ทุกเรื่องราวครับ
แต่ สิ่งที่พระองค์ทรงรู้แล้วและเป็นประโยชน์แก่การตรัสรู้ของพระสาวก แล้วนำมาสั่งสอนเวไนยสัตว์ คืออริยะสัจ 4 ครับ ไม่ใช่ไตรลักษณ์ หรืออนัตตาหรอกครับ

ข้อความนี้เป็นความรู้ผิด เป็นความเข้าใจผิดของคุณอโศกะครับ

ธรรมะที่เป็นประโยชน์แก่การตรัสรู้ของคุณอโศกะคืออริยะสัจ 4 ครับ

อโศกะ ตอบ

อริยสัจจ 4 คือหัวใจและสาระสำคัญสุดยอด เป็นสิ่งที่พระพุทธเจ้าทรงค้นพบแล้วนำมาสั่งสอน ผมเข้าใจทราบซึ้งดี จนกล่าวเองว่า นี่คือ หัวใจของพระพุทะเจ้า ท่านอโศกะกลับขึ้นไปอ่านดูในคำอธิบายแผ่นภาพ อริยสัจ 4 ได้ครับ

สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือท่านมหาราชันย์ ปฏิเสธว่า ไตรลักษณ์และ อนัตตา ไม่ใช่คำสอนของพระพุทะเจ้า นี่อันตรายมากแล้วนะครับ อันตรายเพราะความรู้มากเกินไป ระวัง ความรู้ท่วมหัว เอาตัวไม่รอดนะครับ

ใครผิด ใครถูก ตอนนี้มีกรรมการ คอยจ้องดูอยู่ทั่วโลก ท่านมหาราชันย์ เป็นนักกีฬาที่เล่นอยู่ในสนาม อย่าตัดสินเองนะครับ ผิดธรรม ผิดธรรมดาโลกที่เขาทำกัน

ไว่อ่านคำตอบที่น่าสนุก ตื่นเต้นต่อไป โอกาสตอบวันนี้กำลังถูกแย่งชิงไปแล้วครับ สวัสดี
tongue

.....................................................
เมตตาธรรม ค้ำจุนโลก


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 23 ธ.ค. 2009, 15:02 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 พ.ย. 2009, 10:41
โพสต์: 4463

อายุ: 0
ที่อยู่: วัฏสงสาร

 ข้อมูลส่วนตัว


พุทธ ที่ถือนิกายกันเถรวาท มหายาน มีสอนเรื่องอริยะสัจ4 เรื่องกฏไตรลักษณ์


แก้ไขล่าสุดโดย หลับอยุ่ เมื่อ 23 ธ.ค. 2009, 15:04, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 23 ธ.ค. 2009, 17:01 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 26 พ.ค. 2009, 20:54
โพสต์: 282


 ข้อมูลส่วนตัว




a_kao.jpg
a_kao.jpg [ 73.49 KiB | เปิดดู 2460 ครั้ง ]
4  2.jpg
4 2.jpg [ 103.56 KiB | เปิดดู 2463 ครั้ง ]
tongue ขอบคุณ คุณหลับอยู่ครับ ต้อนรับคุณรักบุญ จะให้เข้าใจต้องอ่านมาตั้งแต่ต้นนะครับ สวัสดีท่านมหาราชันย์ ขอตอบข่าวดึกดึกก่อนนะครับ

มหาราชันย์ อ้างอิง และเขียน

อ้างคำพูด:
อโศกะ เขียน:
จากข้อเขียนของท่านมหาราชันย์ บอกว่าผมเขียนธรรมเอาเอง
ขอ ความกรุณากลับไปดูแผ่นภาพเรื่องอริยสัจ 4 แล้วช่วยวิจารณ์ให้หน่อยว่า อะไร ที่ไม่มีในคำสอนของพระพุทธเจ้า ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค สัมมาทิฐิ มิจฉาทิฐิ อัตตา อนัตตา มีอันไหนที่พระพุทธเจ้าไม่ได้สอินบ้าง ช่วยวิจารณ์มาให้ชัดๆด้วยครับ ขอบคุณ


ขอให้เจริญในบัญญัติต่อไปครับ สาธุ

.สวัสดียามดึกครับคุณอโศกะ

คุณอโศกะแสดงธรรมมาว่าให้เอาอนัตตาไปแทนอัตตา

อัตตาและอนัตตาไม่ได้เกี่ยวข้องใด ๆ ต่อกัน

อัตตาเกิดเพราะอุปาทานขันธ์ เป็นความจริงของขันธ์ 5 โดยอริยะสัจ 4 หรือโดยเหตุโดยผลนั่นเอง
โดยอริยะสัจ 4 แสดงความเป็นขันธ์เหตุและขันธ์ผลของขันธ์ 5 อัตตาละด้วยโสดาปัตติมัคคจิตครับ ไม่ใช่ละด้วยอนัตตา

ส่วน อนัตตาเป็นการแสดงความจริงของขันธ์ 5 ทั้งหมดด้วยไตรลักษณ์ ไตรลักษณ์เป็นสามัญลักษณะของขันธ์ 5 เป็นเช่นนั้นเอง ไม่ว่าขันธ์ 5 จะเป็นอย่างใดก็ตาม เป็นขันธ์เหตุก็ตาม เป็นขันธ์ผลก็ตาม มีสุขหรือมีทุกข์ในขันธ์ 5 ก็ตาม ขันธ์ทั้ง 5 เหล่านั้นย่อมเป็น อนิจจัง ทุกขัง และอนัตตา


การแสดงธรรมของคุณอโศกะเรื่อง อริยะสัจ 4 และเรื่องไตรลักษณ์เป็นการแสดงธรรมที่ผิด คุณอโศกะเข้าใจมาผิด รู้มาผิดครับ

อริยะสัจ 4 เป็นความจริงอย่างหนึ่ง
ไตรลักษณ์ก็เป็นความจริงอีกย่างหนึ่ง

ความจริง 2 อย่างนี้ไม่เกี่ยวข้องกันครับ


ผมจึงกล่าวว่าคุณอโศกะรู้มาผิด เข้าใจมาผิด ปฏิบัติมาผิดคำสอนของพระพุทธเจ้าครับ


อโศกะ ตอบ

ท่านมหาราชันย์มาทำของง่ายให้เป็นของยากเสียแล้วครับ ที่ท่านอธิบายมาก็เข้าใจยาก ไม่สอดคล้องกันเลย

ที่ผมอธิบายนั้นต้องการให้เข้าใจง่ายๆ สบายๆ ตามลำดับของเหตุผลพื้นๆที่ใครๆก็เข้าใจได้ ลองสังเกตใหม่ให้ดีๆนะครับ


ธรรมชาติทั้งหลายมักจะอยู่เป็นคู่ๆ ยกเว้น นิพพาน

ทุกข์ คู่กับ สุข นี่เป็นส่วนของผล

ทุกข์ สุข เกิดแต่ เหตุ

เหตุสุข คู่กับ เหตุทุกข์

เอาเหตุสุขไปต่อสู้หรือแทนที่เหตุทุกข์ ถ้าเหตุทุกข์ดับ ผลทุกข์ย่อมตั้งอยู่ไม่ได้ ต้องดับตาม

เหตุสุข คือ มรรค 8 อันมีความเห็นถูกต้อง สัมมาทิฐิ นำหน้า

เหตุทุกข์ คือตัณหา อันเป็นผลเกิดจากอุปาทานความเห็นผิด มิจฉาทิฐิ ว่าเป็นอัตตา ตัวกู ของกู


เมื่อเอาเหตุสุขคือความเห็นถูกต้องเป็นอนัตตา ไปต่อสู้หรือแทนที่เหตุทุกข์ คือความเห็นผิดเป็น อัตตา
จึงจะเป็นเหตุให้เกิดมรรคญาณ ผลญาณ นิพพาน ตามมาภายหลัง เป็นเหตุและผลอันละเอียดอ่อนสืบเนื่องกันไปอีก คนปัญญาไม่ดีไม่มีภาวนามยปัญญา จะมองไม่เห็นเรื่องละเอียดอ่อนเหล่านี้


เรื่องของขันธ์ 5 เป็นเรื่องของผลทุกข์ หรือทุกขสัจจะ โดยตรง ไม่ใช่แยกไปไกลอย่างท่านมหาราชันย์เข้าใจ ทุกขสัจจะนี้ พระพุทธเจ้าสอนให้กำหนดรู้

อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา เป็นเรื่องเกี่ยวกับสมุทัย เหตุทุกข์โดยตรง เมื่อไหร่มีมิจฉาทิฐิ เห็น อนิจจัง เป็น นิจจัง ทุกขัง เป็น สุขขัง อนัตตา เป็น อัตตา เมื่อนั้นความเห็นจะวิปลาส เวทนาและตัณหาจะเกิดตามมาเป็นผลทันที สมุทัยนี้ พระพุทธเจ้าสอนให้ ละ

นิโรธ หรือ ผลสุข ไม่ต้องกังวลถึง ถ้าเหตุทุกข์ ดับ ผลทุกข์ก็ดับ ผลสุขจะเป็นสิ่งที่เหลืออยู่ให้รับเองตามธรรม นิโรธ หรือ นิพพานนี้พระพุทธเจ้าทรงสอนให้ ทำให้แจ้ง

ส่วนมรรคทั้ง 8 อันเป็นเหตุสุขนั้น พระพุทธเจ้าทรงสอนว่า มรรค ควรเจริญให้มาก

นี่ ธรรมเขาคล้องจองกัน เป็นเหตุเป็นผลเกี่ยวเนื่องกัน อย่างนี้

แล้วที่ว่า อัตตาและอนัตตาไม่ได้เกี่ยวข้องใด ๆ ต่อกัน นั้น คงผิดธรรมดาไปแล้วกระมังครับ คนเขารู้กันทั่วแล้ว ว่า อัตตา ตัวตน เป็นคำคู่กับ อนัตตา ไม่ใช่ตัวตน ทำไมท่านมหาราชันย์จึงเห็นแปลกไปจากคนธรรมดาทั่วไปอย่างนี้ มีปัญหาทางด้านสายตา หรือความเห็นหรือเปล่าครับ

ตั้งมุมมองใหม่ได้แล้วนะครับ ท่านมหาราชันย์ อย่าพยายามทำตัวเป็นคนตาบอดคลำช้าง แล้วบอกลักษณะช้าง ต้องพยายามทำตัวทำใจให้เป็นคนตาดี อยู่ในที่อ้นสว่าง มองช้างทั้งตัวแล้วค่อยอธิบายลักษณะของช้างนะครับ ต้องย้ายจิตย้ายใจไปมองหลายๆมุมจึงจะเห็นภาพรวมที่ถูกต้องของช้างนะครับ

.....................................................
เมตตาธรรม ค้ำจุนโลก


แก้ไขล่าสุดโดย อโศกะ เมื่อ 23 ธ.ค. 2009, 17:05, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 23 ธ.ค. 2009, 19:45 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ส.ค. 2009, 20:26
โพสต์: 1589

แนวปฏิบัติ: อรหัตตมัคค
สิ่งที่ชื่นชอบ: พระไตรปิฎก
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


อโศกะ เขียน:
อริยสัจจ 4 คือหัวใจและสาระสำคัญสุดยอด เป็นสิ่งที่พระพุทธเจ้าทรงค้นพบแล้วนำมาสั่งสอน ผมเข้าใจทราบซึ้งดี จนกล่าวเองว่า นี่คือ หัวใจของพระพุทะเจ้า ท่านอโศกะกลับขึ้นไปอ่านดูในคำอธิบายแผ่นภาพ อริยสัจ 4 ได้ครับ



สวัสดียามค่ำครับคุณอโศกะ

อ่านแล้วอดยิ้มไม่ได้ เห็นความหลงฟุ้งซ่านมัวเมาของคุณอโศกะได้ชัดเจนเลยนะครับ
มือกับใจไม่ตรงกันแล้วครับ
ใช้ให้ตัวเองไปอ่านข้อความผิด ๆ ของตัวเองอีกครั้งหนึ่ง อย่างนี้ก็มีด้วย

เชิญไปอ่านได้ครับ ว่าคุณอโศกะแสดงธรรมผิดตรงไหน เห็นด้วยกับข้อความนี้ครับ


เจริญในธรรมครับ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 23 ธ.ค. 2009, 20:05 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 7
สมาชิก ระดับ 7
ลงทะเบียนเมื่อ: 26 ก.ย. 2009, 23:02
โพสต์: 530

แนวปฏิบัติ: เจโตวิมุติ ปัญญาวิมุตติ ด้วยอานาปานสติ
งานอดิเรก: อ่านพระไตรปิฎก
สิ่งที่ชื่นชอบ: พระไตรปิฎก
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว




ly1.jpg
ly1.jpg [ 29.98 KiB | เปิดดู 2433 ครั้ง ]
มหาราชันย์ เขียน:

ข้อนี้คุณอโศกะรู้มาผิด เข้าใจมาผิดครับ
พระพุทธเจ้าทรงมีญาณรู้มากมาย แต่ทรงสอนอริยะสัจ 4 ครับ ทรงสอนให้ใช้อริยะสัจ 4
ยังโสดาปัตติมัคคจิต สกทาคามีมัคคจิต อนาคามีมัคคจิต
และอรหัตตมัคคจิตให้เกิดขึ้นครับ




ความรู้ที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงตรัสรู้นั้นพระองค์ทรงรู้แจ้งโลกครับ ทรงรู้ทุกเรื่องราวครับ
แต่ สิ่งที่พระองค์ทรงรู้แล้วและเป็นประโยชน์แก่การตรัสรู้ของพระสาวก
แล้วนำมาสั่งสอนเวไนยสัตว์ คืออริยะสัจ 4 ครับ
ไม่ใช่ไตรลักษณ์ หรืออนัตตาหรอกครับ

ข้อความนี้เป็นความรู้ผิด เป็นความเข้าใจผิดของคุณอโศกะครับ

ธรรมะที่เป็นประโยชน์แก่การตรัสรู้ของคุณอโศกะคืออริยะสัจ 4 ครับ


อโศกะ เขียน:
น้องกระบี่ไร้เงาวิเคราะห์ไม่ถึงก้นบึ้งของความหมาย และวัตถุประสงค์ที่ซ่อนอยู่ในโจทย์ และคำถาม ที่อโศกะตั้งมา จึงทำให้เข้าใจคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง


อโศกะ เขียน:
ธรรมมะของพระพุทธเจ้า นี้เป็นเรื่อง อัตตา ธรรมมะที่พระพุทธเจ้าทรงสอน นี้เป็น อนัตตา

อโศกะตอบ

ท่อนนี้ ตัดตอนยกมา ทำให้งงครับ น่าจะเป็น ธรรมมะที่พระพุทธเจ้าทรงสอนนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับ อัตตา อนัตตา

มหาราชันย์ เขียน

ความรู้ที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงตรัสรู้นั้นพระองค์ทรงรู้แจ้งโลกครับ ทรงรู้ทุกเรื่องราวครับ
แต่ สิ่งที่พระองค์ทรงรู้แล้วและเป็นประโยชน์แก่การตรัสรู้ของพระสาวก แล้วนำมาสั่งสอนเวไนยสัตว์ คืออริยะสัจ 4 ครับ ไม่ใช่ไตรลักษณ์ หรืออนัตตาหรอกครับ

ข้อความนี้เป็นความรู้ผิด เป็นความเข้าใจผิดของคุณอโศกะครับ

ธรรมะที่เป็นประโยชน์แก่การตรัสรู้ของคุณอโศกะคืออริยะสัจ 4 ครับ

อโศกะ ตอบ

อริยสัจจ 4 คือหัวใจและสาระสำคัญสุดยอด เป็นสิ่งที่พระพุทธเจ้าทรงค้นพบแล้วนำมาสั่งสอน ผมเข้าใจทราบซึ้งดี จนกล่าวเองว่า นี่คือ หัวใจของพระพุทะเจ้า ท่านอโศกะกลับขึ้นไปอ่านดูในคำอธิบายแผ่นภาพ อริยสัจ 4 ได้ครับ

สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือท่านมหาราชันย์ ปฏิเสธว่า ไตรลักษณ์และ อนัตตา ไม่ใช่คำสอนของพระพุทะเจ้า นี่อันตรายมากแล้วนะครับ อันตรายเพราะความรู้มากเกินไป ระวัง ความรู้ท่วมหัว เอาตัวไม่รอดนะครับ



:b41: :b48: :b41: :b48: :b41: :b48: :b41: :b48: :b41: :b48: :b41: :b48: :b41: :b48: :b41: :b48: :b41: :b48:



ท่านพี่ อโศกะ ผู้เคร่งเครียดคะ
น้องกระบี่ไร้เงา กำลังงง ด้วยข้อความที่ท่านพี่เริ่มสับสนน้องๆมั่ว แล้วค่ะ

ท่านมหาราชันย์กล่าวว่า
สิ่งที่พระองค์ทรงรู้แล้วและเป็นประโยชน์แก่การตรัสรู้ของพระสาวก แล้วนำมาสั่งสอนเวไนยสัตว์ คืออริยะสัจ 4 ครับ ไม่ใช่ไตรลักษณ์ หรืออนัตตาหรอกครับ

ท่านมหาราชันย์ก็เขียนชัดนะคะว่า ประโยชน์แก่การตรัสรู้
สนทนาคนละเรื่องกระมังคะ s006

ท่านพี่อโศกะ สรุปความประโยคของท่านมหาราชันย์ยังไม่ได้
แล้วกล้าดีอย่างไร จึงคิดว่าตนมีปัญญาเหนือพระพุทธองค์
ไปสรุปพระธรรมเทศนาของพระองค์ล่ะคะท่านพี่อโศกะ s007


เดี๋ยวกระบี่ฯ เปลี่ยนใจไปสมัครเป็นน้องท่านมหาราชันย์อ่ะนะ s004 s002

รูปภาพ เจริญในธรรมค่ะ :b48: :b48: :b48: :b48: :b48:

.....................................................


ผลกล้วยแลย่อมฆ่าต้นกล้วย
ขุยไผ่ย่อมฆ่าต้นไผ่
ขุยอ้อย่อมฆ่าต้นอ้อ
สักการะย่อมฆ่าบุรุษชั่ว
เหมือนลูกในท้องฆ่าแม่ม้าอัสดร ฉะนั้น ฯ



:b48: :b41: :b48: :b41: :b48: :b41: :b48: :b41: :b48: :b41: :b48: :b41: :b48: :b41: :b48: :b41: :b48: :b41: :b48: :b41: :b48: :b41:
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 23 ธ.ค. 2009, 20:08 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ส.ค. 2009, 20:26
โพสต์: 1589

แนวปฏิบัติ: อรหัตตมัคค
สิ่งที่ชื่นชอบ: พระไตรปิฎก
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


อโศกะ เขียน:
สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือท่านมหาราชันย์ ปฏิเสธว่า ไตรลักษณ์และ อนัตตา ไม่ใช่คำสอนของพระพุทะเจ้า นี่อันตรายมากแล้วนะครับ อันตรายเพราะความรู้มากเกินไป ระวัง ความรู้ท่วมหัว เอาตัวไม่รอดนะครับ

ใครผิด ใครถูก ตอนนี้มีกรรมการ คอยจ้องดูอยู่ทั่วโลก ท่านมหาราชันย์ เป็นนักกีฬาที่เล่นอยู่ในสนาม อย่าตัดสินเองนะครับ ผิดธรรม ผิดธรรมดาโลกที่เขาทำกัน

ไว่อ่านคำตอบที่น่าสนุก ตื่นเต้นต่อไป โอกาสตอบวันนี้กำลังถูกแย่งชิงไปแล้วครับ สวัสดี



สวัสดีครับคุณอโศกะ

เป็นข้อความที่ไม่ยาวมากนัก คุณอโศกะอ่านแล้วก็ไม่เข้าใจ บ่งบอกถึงภูมิปัญญาอันอ่อนด้อยของคุณอโศกะครับ ยังวินิจฉัยไม่ถูกต้อง รู้ผิด เข้าใจผิดอยู่เหมือนเดิม อ่านใหม่แล้วทำความเข้าใจใหม่ครับ ผมเขียนว่าอย่างนี้ครับ


มหาราชันย์ เขียน:
ความรู้ที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงตรัสรู้นั้นพระองค์ทรงรู้แจ้งโลกครับ ทรงรู้ทุกเรื่องราวครับ


คำว่าทุกเรื่องย่อมหมายถึงทรงตรัสรู้ไตรลักษณ์ด้วย สอนไตรลักษณ์จริงแต่สอนในกรณีชี้สัจจะของขันธ์ 5 โดยความเป็นสามัญลักษณะครับ สอนเพื่อชักนำไปสู่การปฏิบัติในอริยะสัจ 4 สำหรับคนที่ปัญญาและอินทรีย์ยังไม่แก่กล้าครับ


อ่านซ้ำ ๆ หลาย ๆ เที่ยวนะครับผมเขียนว่า...

มหาราชันย์ เขียน:
ความรู้ที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงตรัสรู้นั้นพระองค์ทรงรู้แจ้งโลกครับ ทรงรู้ทุกเรื่องราวครับ
แต่ สิ่งที่พระองค์ทรงรู้แล้วและเป็นประโยชน์แก่การตรัสรู้ของพระสาวก แล้วนำมาสั่งสอนเวไนยสัตว์ คืออริยะสัจ 4 ครับ ไม่ใช่ไตรลักษณ์ หรืออนัตตาหรอกครับ

ข้อความนี้เป็นความรู้ผิด เป็นความเข้าใจผิดของคุณอโศกะครับ

ธรรมะที่เป็นประโยชน์แก่การตรัสรู้ของคุณอโศกะคืออริยะสัจ 4 ครับ


อริยะสัจจะ 4 และไตรลักษณ์ เป็นธรรมะคนละสภาวะกันครับ เป็นสัจจะคนละอย่าง
บุคคลจะบรรลุมัคคผลได้ด้วยการเห็นอริยะสัจ 4 ครับ
ไม่ใช่บรรลุมัคคผลด้วยการเห็นไตรลักษณ์ครับ

แต่คุณอโศกะยืนยันว่าเป็นไตรลักษณ์แล้วบรรลุธรรมบรรลุมัคคผล ข้อนี้ต่างหากที่ผมกล่าวว่า คุณอโศกะรู้มาผิด เข้าใจมาผิด ปฏิบัติมาผิดครับ


เจริญในธรรมครับ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 23 ธ.ค. 2009, 20:21 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ส.ค. 2009, 20:26
โพสต์: 1589

แนวปฏิบัติ: อรหัตตมัคค
สิ่งที่ชื่นชอบ: พระไตรปิฎก
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


อโศกะ เขียน:
แล้วที่ว่า อัตตาและอนัตตาไม่ได้เกี่ยวข้องใด ๆ ต่อกัน นั้น คงผิดธรรมดาไปแล้วกระมังครับ คนเขารู้กันทั่วแล้ว ว่า อัตตา ตัวตน เป็นคำคู่กับ อนัตตา ไม่ใช่ตัวตน ทำไมท่านมหาราชันย์จึงเห็นแปลกไปจากคนธรรมดาทั่วไปอย่างนี้ มีปัญหาทางด้านสายตา หรือความเห็นหรือเปล่าครับ



สวัสดีครับคุณอโศกะ

คุณอโศกะกล่าว่า อัตตา ตัวตน เป็นคำคู่กับ อนัตตา ไม่ใช่ตัวตน
ถ้าอย่างนั้นคุณตอบคำถามผมได้ไหมครับว่าละอัตตาแล้วได้อะไร ??
คำถามนี้ผมเคยถามคุณแล้วแต่คุณยังไม่ได้ตอบผม

วันนี้ขอถามอีกครั้งครับ
1.ละอัตตาแล้วได้ อนัตตา ??

หรือ 2. ละอัตตาแล้วได้ มัคค 4 ผล 4 ??


คุณอโศกะว่าข้อ 1 หรือข้อ 2 ถูกต้องครับ
ผมรอคำตอบจากคุณครับ


เชิญผู้อ่านทุกท่านร่วมตอบด้วยนะครับ



เจริญในธรรมครับ


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 181 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1 ... 5, 6, 7, 8, 9, 10, 11 ... 13  ต่อไป

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 5 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร