วันเวลาปัจจุบัน 08 เม.ย. 2020, 00:47  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


กฎการใช้บอร์ด


รวมกระทู้จากบอร์ดเก่า http://www.dhammajak.net/board/viewforum.php?f=2



กลับไปยังกระทู้  [ 25 โพสต์ ]  ไปที่หน้า 1, 2  ต่อไป  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 24 ก.ค. 2009, 14:46 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกใหม่
สมาชิกใหม่
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 ก.ค. 2009, 08:46
โพสต์: 8

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


เวลานั่งสมาธิแล้วจะรู้สึกว่าโยกไปข้างหลัง เหมือนจะหงาย บางทีก็โยกซ้ายขวา เพื่อนบอกว่าเกิดจากสมาธิมากเกินไป ควรไปเดินจงกรมแทน เลยสงสัยว่าการมีสมาธิมากเกินไปนี่ไม่ดีหรือ เรานั่งเพื่อให้เกิดสมาธิไม่ใช่หรือ รบกวนถามผู้รู้ช่วยแถลงไข สาธุๆๆๆ :b35:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 24 ก.ค. 2009, 14:54 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ก.ค. 2009, 09:26
โพสต์: 1517

แนวปฏิบัติ: วิปัสสนาภาวนา
อายุ: 39
ที่อยู่: ลำพูน

 ข้อมูลส่วนตัว


โยกจริงๆ หรือแค่รู้สึกว่ามันโยก?

.....................................................
"ธรรมและวินัยอันใด เราแสดงแล้ว บัญญัติแล้วแก่พวกเธอ ธรรมและวินัยอันนั้น จักเป็นศาสดาของพวกเธอ โดยกาลล่วงไปแห่งเรา..."
"... ไม่เที่ยง เกิดดับ ..."


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 24 ก.ค. 2009, 15:08 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกใหม่
สมาชิกใหม่
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 ก.ค. 2009, 08:46
โพสต์: 8

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


โยกจริงๆจนเหมือนเราอยู่ในภวังค์แล้วมันหงายไปหลังทำให้เราผงะเล็กน้อยแต่ตายังไม่ลืมค่ะ ก็พยายามนั่งต่อ บางทีก็เอนซ้ายเราก็จะรู้สึกผงะและก็มานั่งต่อเป็นแบบนี้ค่ะ งงเหมือนกัน เพื่อนบอกว่าสมาธิเกินก็ไม่เข้าใจ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 24 ก.ค. 2009, 16:10 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 6
สมาชิก ระดับ 6
ลงทะเบียนเมื่อ: 02 ก.ค. 2009, 08:46
โพสต์: 405

แนวปฏิบัติ: ดูจิต-อานา
ชื่อเล่น: ขวานผ่าซาก
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ที่จริงเป็นการเข้าใจผิดว่า สมาธินั้นมากไปไม่ใช่ครับ

เป็นอาการของปีติอย่างหนึ่งเท่านั้น แต่เป็นปีติเบื้องต้นครับ กายโยกไปมาเหมือนตีลังกาได้

เราก็กำหนด ดูอยู่เฉยๆ กำหนดตรงที่เรากำหนดได้ดีที่สุดคือทำความรู้สึกกับตรงนั้นอยู่ที่เดียวนั้นเอง ดุ

ไปสักระยะหนึ่ง อาการเหล่านั้นก็จะหายไปเอง อาการนี้ทำให้กายสบาย คือมีอาการเริ่มกายเบา และจะ

มีความรู้สึกว่าสบายใจด้วยคือจิตเริ่มเบาขึ้น อันนี้แหละเรียกว่าสมาธิโดยแท้จริงครับ

ถ้าอาการเป็นอย่างที่ว่าก็ฟันธงครับ ถูกทางแล้วไม่ต้องสงสัยครับ

ทำต่อครับ อนุโมทนาด้วยนะครับ

:b8: :b13:

.....................................................
สุ จิ ปุ ลิ...(หัวใจนักปราชญ์)

ปัจจุบันธรรม

โยนิโส มนสิการ
สติ สัมปชัญญะ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 24 ก.ค. 2009, 17:33 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ก.ค. 2009, 09:26
โพสต์: 1517

แนวปฏิบัติ: วิปัสสนาภาวนา
อายุ: 39
ที่อยู่: ลำพูน

 ข้อมูลส่วนตัว


โยกจริงๆ นี่ไม่ใช่ปิตินะครับ ถ้ารู้สึกว่าโยก ลืมตามาแล้วก็ไม่เห็นมีอะไร นี่ถึงจะเป็นปิติ ถ้าโยกจริงๆ มันออกอาการง่วงนอนแล้ว

ต้องเข้าใจก่อนว่าคนจะทำสมาธิได้ ต้องมีคุณสมบัติบุคคลดังนี้

    - เป็นบุคคลที่ปฏิสนธิด้วยไตรเหตุ กลว่าคือ เมื่อเป็นเด็กจะมีลักษณะมีสติปัญญาเฉลียวฉลาด มีจิตใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ไม่ค่อยแสดงอาการ ขี้โลภ ขี้โกรธ ขี้หลง
    - ไม่เคยทำอนันตริยกรรม ๕ คือ ฆ่าพ่อ ฆ่าแม่ ฆ่าพระอรหันต์ ทำให้พระพุทธเจ้าห้อพระโลหิต ยังคณะสงฆ์ให้แตกกัน
    - ไม่ประกบอด้วยนิยตมิจฉาทิฏฐิ คือ ปฏิเสธการกระทำดีทำชั่วและปฏิเสธผลว่าไม่มี เห็นว่าทุกสิ่งไม่มีเหตุไม่มีปัจจัยเกิดขึ้นมาลอยๆ หรือด้วยความบังเอิญ ไม่มีบุญไม่มีบาปปฏิเสธทั้งเหตุและผล
    - จิตจัดเป็นมหัคคตจิต (จิตที่ฌานลาภีบุคคลผู้ประเสริฐเข้าถึงได้)

จะได้ไม่เสียเวลามาทำต่อ ถ้าคุณไม่ใช่บุคคลที่ขาดคุณสมบัติ ต่อไปก็คือต้องถือศีล ถ้าเป็นศีลบริสุทธิด้วยยิ่งดี ทำบุญทำทานด้วย จะได้ส่งเสริมกัน

ถ้านั่งแล้วล้ม ขอถามน้ำหนัก พื้นที่นั่ง มีพนักหรือเปล่า นิ่มหรือแข็ง เปิดแอร์หรือพัดลมมั้ย เสียงโดยรอบดังเฉี่ลยประมาณใหน นั่งตอนกี่โมง กลางวันหรือกลางคืน ...?

แล้ววัตถุประสงค์การนั่งสมาธินี่จะเอาไปทำอะไร ประมาณใหน ...?

.....................................................
"ธรรมและวินัยอันใด เราแสดงแล้ว บัญญัติแล้วแก่พวกเธอ ธรรมและวินัยอันนั้น จักเป็นศาสดาของพวกเธอ โดยกาลล่วงไปแห่งเรา..."
"... ไม่เที่ยง เกิดดับ ..."


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 24 ก.ค. 2009, 18:09 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 8
สมาชิก ระดับ 8
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 ก.พ. 2009, 20:42
โพสต์: 699


 ข้อมูลส่วนตัว


แสดงว่า จะหลับ วิธีแก้คือให้นอนสมาธิ จะได้หลับไปเลย :b32: :b32: :b32:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 24 ก.ค. 2009, 18:30 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 8
สมาชิก ระดับ 8
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.พ. 2008, 09:18
โพสต์: 635

อายุ: 0
ที่อยู่: กองทุกข์

 ข้อมูลส่วนตัว www


เราว่านายนั่งสมาธิแล้วเคลิ้มชัวร์ ควรฝึกอย่างอื่นก่อนดีมะ :b4:

.....................................................
"ผู้ที่ฝึกจิต ย่อมนำความสุขมาให้"
คิดเท่าไหรก็ไม่รู้ หยุดคิดจึงจะรู้

http://www.luangta.com
รูปภาพ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 24 ก.ค. 2009, 19:14 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 32705

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ชีวิตใหม่ เขียน:
โยกจริงๆจนเหมือนเราอยู่ในภวังค์แล้วมันหงายไปหลังทำให้เราผงะเล็กน้อยแต่ตายังไม่ลืมค่ะ ก็พยายามนั่งต่อ บางทีก็เอนซ้ายเราก็จะรู้สึกผงะและก็มานั่งต่อเป็นแบบนี้ค่ะ งงเหมือนกัน เพื่อนบอกว่าสมาธิเกินก็ไม่เข้าใจ


ใช้กรรมฐานอะไร พอง-ยุบ หรอ พุทโธ ใช้คำบริกรรมหรือไม่ ขณะโอนเอน หรือ โยกไป เราภาวนาในใจอย่างไรหรอไม่

.....................................................
http://group.wunjun.com/ake


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 24 ก.ค. 2009, 23:27 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 4
สมาชิก ระดับ 4
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ก.ค. 2009, 21:22
โพสต์: 264

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ขอถามด้วยคนนะคะ :b31:

คือว่าจริง ๆ แล้วนั่งสมาธิมาได้ระยะหนึ่งแล้ว

เวลาที่นั่ง ถ้านั่งไปซักพักแล้วรู้สึกว่าตัวพองออก อาการแบบนี้เป็นปิติหรืออะไรคะ
พอเป็นแบบนี้แล้วจะลืมตาขึ้นเลย กลัวตัวจะพองออกเหมือนลูกโป่งที่เป่าลมเข้าไปเรื่อย ๆ แล้วก็ระเบิด :b9:
พอหลับตาอีกก็จะเป็นอีก

ความจริงต้องบอกว่านอนสมาธิถึงจะถูก ที่นอนก็เพราะรู้สึกว่าถ้านั่งจะนั่งได้ไม่มั่นคงค่ะ

.....................................................
"เราไม่สรรเสริญแม้แต่ความตั้งอยู่ได้ในกุศลธรรมทั้งหลาย ไม่ต้องพูดถึงความเสื่อมถอยจากกุศลธรรมทั้งหลาย
เรายกย่องสรรเสริญอย่างเดียว แต่ความก้าวหน้าต่อไปในกุศลธรรมทั้งหลาย"

(องฺ. ทสก. ๒๔/๕๓/๑๐๑)


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 ก.ค. 2009, 10:07 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 6
สมาชิก ระดับ 6
ลงทะเบียนเมื่อ: 02 ก.ค. 2009, 08:46
โพสต์: 405

แนวปฏิบัติ: ดูจิต-อานา
ชื่อเล่น: ขวานผ่าซาก
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


รินรส เขียน:
ขอถามด้วยคนนะคะ :b31:

คือว่าจริง ๆ แล้วนั่งสมาธิมาได้ระยะหนึ่งแล้ว

เวลาที่นั่ง ถ้านั่งไปซักพักแล้วรู้สึกว่าตัวพองออก อาการแบบนี้เป็นปิติหรืออะไรคะ
พอเป็นแบบนี้แล้วจะลืมตาขึ้นเลย กลัวตัวจะพองออกเหมือนลูกโป่งที่เป่าลมเข้าไปเรื่อย ๆ แล้วก็ระเบิด :b9:
พอหลับตาอีกก็จะเป็นอีก

ความจริงต้องบอกว่านอนสมาธิถึงจะถูก ที่นอนก็เพราะรู้สึกว่าถ้านั่งจะนั่งได้ไม่มั่นคงค่ะ

--

ตอนแบบตามที่เคยทำนะครับ

ตัวพองก็จริงจะเป็นปีติหรือไม่นั้นไม่ต้องสนใจก็ได้ เพียงแต่จะมีเครื่องรู้อยู่อย่างหนึ่งว่า เวลาทำสมาธินั้น ถ้าเกิดอาการอย่างนี้แล้ว กายเริ่มเบา จิตก็พลอยสบายไปด้วย เป็นเครื่องหมายนั่นเองครับ

ถ้านอนเราก็แพ้ครับ แพ้กิเลส

.....................................................
สุ จิ ปุ ลิ...(หัวใจนักปราชญ์)

ปัจจุบันธรรม

โยนิโส มนสิการ
สติ สัมปชัญญะ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 ก.ค. 2009, 10:27 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 32705

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


อ้างคำพูด:
คือว่าจริง ๆ แล้วนั่งสมาธิมาได้ระยะหนึ่งแล้ว

เวลาที่นั่ง ถ้านั่งไปซักพักแล้วรู้สึกว่าตัวพองออก อาการแบบนี้เป็นปิติหรืออะไรคะ
พอเป็นแบบนี้แล้วจะลืมตาขึ้นเลย กลัวตัวจะพองออกเหมือนลูกโป่งที่เป่าลมเข้าไปเรื่อย ๆ แล้วก็ระเบิด
พอหลับตาอีกก็จะเป็นอีก
ความจริงต้องบอกว่า นอนสมาธิถึงจะถูก ที่นอนก็เพราะรู้สึกว่า ถ้านั่งจะนั่งได้ไม่มั่นคงค่ะ



บางครั้งเราเรียนรู้หัวข้อธรรมที่ท่านแยกๆ อธิบายภาวะแต่ละตัวๆ ตามที่เรียนในหนังสือมากไป
บางทีก็เป็นอุปสรรคคอยขัดขวาง การปฏิบัติจริงๆ อยู่เหมือนกัน คือ ว่า พอสภาวธรรมอย่างใดอย่างหนึ่งปรากฏ ตนไม่เข้าใจก็คิดปรุงแต่งวิตกวิจารไปต่างๆนานา จนกลายเป็นความฟุ้งซ่านหลุดจากองค์ภาวนา
ตกสู่อดีตไม่ตามปัจจุบันอารมณ์ เพราะมัวแต่คิดเพลิน

จริงๆแล้ว การปฏิบัติจริง หากได้ผู้เข้าใจการปฏิบัติจริงๆ คอยให้คำปรึกษา
ตัวเราเองยังไม่ต้องรู้ชื่อธรรมเลยก็ได้ รู้แต่เพียงว่าขณะนั้น ๆ ตนรู้สึกยังไง ความรู้สึกนั่นแหละคือสิ่ง
ที่ตนจะต้องกำหนดรู้ภาวะนั้นตามที่มันเป็นๆๆๆๆ แค่นี้เอง



สภาวะบางอย่างเป็นเพียงความรู้สึกของจิตที่มันแสดงออกมา เช่น (รู้สึกว่าตัวพองออก)
ตัวเราไม่ได้พองออกๆๆๆ จริงๆหรอก เป็นเพียงความรู้สึกเท่านั้น

มีบางราย ว่าร่างกายพองๆ แล้วระเบิดดังสนั่นเหมือนลูกโป่งแตก (ความรู้สึกขณะนั้น)
เพียงความรู้สึกว่าร่างกายระเบิด ร่างกายเราไม่ได้ระเบิดหรอก หากเรากำหนดเสียแต่ต้นๆเกิด
วงจรความคิดก็ขาด


ตามหลักท่านให้กำหนดภาวะเหล่านั้น ตามความที่รู้สึก รู้สึกตัวพองๆๆ กำหนดจิตไปเลย
“ตัวพองหนอๆๆๆ” กำหนดแล้วแล้วกันจบ ดึงสติมากำหนดรู้ลมหายใจเข้าออก หรือ พองยุบ เป็นต้น
ต่อไป ก็เท่านี้ รู้สึกอีกกำหนดรู้ทำนองดังกล่าวอีก ๆๆๆ


แต่เมื่อเราเองสงสัยนักหนาว่าอะไรของมันแน่ ต้องการดูว่า ตัวพองจริงไหม จะค่อยๆลืมตาพิสูจน์ดู
ก็ได้ ก็จะเห็นว่า ตนเองยังนั่งอยู่ตามปกติ ตัวไม่ได้พองอย่างที่หลับตาเห็นนั่นเลย
ครั้นหลับตา กำหนดรูปกับนามอีก จะรู้สึกว่าตัวพอง เป็นต้น อีก

ไม่ว่าสภาวะใด หากเรายังข้ามพ้นไม่ได้ ก็จะติดอยู่ตรงนี้แหละ เพราะจิตยังอุปาทานอยู่
ต้องกำหนดตามเป็นจริงอย่างที่บอก ตัวพองหนอๆๆ เมื่อรู้สึกว่าตัวพอง

เมื่อปฏิบัติอย่างนี้ทุกๆ ครั้ง แล้วจิตก็จะผ่านภาวะนั้นไปได้

จะเปรียบก็เหมือนเราเดินทาง เดินไปๆ พบเห็นสิ่งที่ตนเอง ไม่เคยพบเห็นมาก่อน (ก็ตลึงติดใจบ้าง ตกใจบ้าง แล้วแต่มัน) ข้างๆ ทาง
หากเรายังติดข้องหลงคิดอยู่กับสิ่งนั้นๆ ว่าอะไร เป็นอะไรหว่า ใช่นั่นใช่นี่ไหม จิตก็คอยพวงอยู่กับมัน
คิดวนไปวนมา ไม่รู้จบ ก้าวต่อไปไม่ได้ ฯลฯ

ประเด็น รู้สึกว่า ตัวพอง พอเห็นวิธีแล้วนะขอรับผ่านไปก่อน


ความจริงต้องบอกว่านอนสมาธิถึงจะถูก ที่นอนก็เพราะรู้สึกว่า ถ้านั่งจะนั่งได้ไม่มั่นคงค่ะ


พ่ายต่อกิเลสมาร จะต้องกำหนดตามดูรู้ทันมันอยู่ท่านั้น ไม่หลบเลี่ยงปัญหา (สมุทัย)


เรื่องนี้พูดแล้วก็น่าเห็นใจ การปฏิบัติกรรมฐานแนวนี้นี่ไม่ของง่ายอย่างที่คิด หรือตั้งกระทู้ไว้ ไม่ง่ายเลย
การปฏิบัติธรรมแท้ๆ ผู้ปฏิบัติจะต้องหาอุบายทดลองด้วยตน ด้วยการกำหนดอารมณ์นั่นๆ ไป

พูดให้เห็นภาพก็คล้ายกะว่า โยคีสู่สนามรบแล้ว จะต้องเอาชนะกิเลสแต่ละตัวๆ ด้วยการกำหนดรู้ภาวะ
แต่อย่างแต่ละขณะๆไป เรียนรู้ธรรมะนั้นๆอย่างผู้ศึกษาชีวิต

.....................................................
http://group.wunjun.com/ake


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 ก.ค. 2009, 12:09 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 32705

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว



การปฏิบัติธรรมฐาน หรือ การฝึกจิตนี้ยากสุด เพราะฝึกอบรมถึงข้างในโดยตรง ที่มีอารมณ์ละเอียดลึกซึ้ง
กว่าลืมตา :b9:
แค่หลับตาลืมตาอารมณ์ความรู้สึกก็ต่างกันแล้ว :b16:

คนไม่เข้าใจก็พูดค่อนว่า นั่งหลับตาแล้วเห็นอะไร ได้อะไร ขนาดลืมตายังไม่เห็น :b28: ฯลฯ

มีหลายคนหลายกลุ่มที่มองตื้นๆแบบนั้น
ดูตัวอย่างคำพูดเหน็บแหนม =>


การกินการอยู่ ตรวจดุ จรณธ ๑๕ ข้อ ๒,๓,๔ หรือ จรณะข้อ ๑ (ศีล) ก็เข้ากันได้
เพียงแต่ว่า ใครจะทำได้เท่าใด หรือ ถ้ายังทำไม่ได้ ก็ต้องฝึกฝนทนทำ (เพียรทำสิ่งที่ดี)เพื่อให้ได้

ซึ่งจะไปได้สุดทางหรือไม่นั้นอยู่ที่ ฉันทะ วิริยะ จิตต วิมังสา ของเรามีเต็มบริบูรณ์แค่ใหน
เพราะทาง พระพุทธองค์ทรงชี้ให้เห็นแจ่มชัดแล้ว ว่าต้องไปทางมรรค ๘ ตาม มหาจัตตาริสกสูตร

ไม่ใช่ไปนั่งหลับตาออกป่าขึ้นเขาเข้าถ้ำ
แต่ปฏิบัติอยู่กับผัสสะที่ตื่นเต็ม แล้วล้างตัณหา
อุปปาทาน-ออกไป..จนกว่าจะหมด

กาลเวลาเท่านั้นที่จะพิสูจน์ผลให้เห็นได้ แต่ถ้าอยากรู้ก่อนก็ต้องปฏิบัติพิสูจน์ดู (เอหิปัสสิโก)

viewtopic.php?f=1&t=24108&st=0&sk=t&sd=a&start=30


คุณรินรสและคุณชีวิตใหม่ พอรู้ได้เองระดับหนึ่ง ตัวอย่าง เช่น คุณรินพอหลับตารู้สึกเหมือนตัวพองๆ
กลัวระเบิดจนต้องลืมตา แต่พอลืมตาก็ปกติดี ไม่เห็นมีอะไร พอหลับตาก็คืนมาอีก

นี่คือความต่างระกว่างผู้พูดๆ เอาแต่พูด แต่ไม่เคยทำหรือสัมผัสจริง :b9:

.....................................................
http://group.wunjun.com/ake


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 ก.ค. 2009, 12:41 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 พ.ค. 2008, 14:14
โพสต์: 3836

อายุ: 12
ที่อยู่: กทม.

 ข้อมูลส่วนตัว


Supareak Mulpong เขียน:
ต้องเข้าใจก่อนว่าคนจะทำสมาธิได้ ต้องมีคุณสมบัติบุคคลดังนี้

    - เป็นบุคคลที่ปฏิสนธิด้วยไตรเหตุ กลว่าคือ เมื่อเป็นเด็กจะมีลักษณะมีสติปัญญาเฉลียวฉลาด มีจิตใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ไม่ค่อยแสดงอาการ ขี้โลภ ขี้โกรธ ขี้หลง
    - ไม่เคยทำอนันตริยกรรม ๕ คือ ฆ่าพ่อ ฆ่าแม่ ฆ่าพระอรหันต์ ทำให้พระพุทธเจ้าห้อพระโลหิต ยังคณะสงฆ์ให้แตกกัน
    - ไม่ประกบอด้วยนิยตมิจฉาทิฏฐิ คือ ปฏิเสธการกระทำดีทำชั่วและปฏิเสธผลว่าไม่มี เห็นว่าทุกสิ่งไม่มีเหตุไม่มีปัจจัยเกิดขึ้นมาลอยๆ หรือด้วยความบังเอิญ ไม่มีบุญไม่มีบาปปฏิเสธทั้งเหตุและผล
    - จิตจัดเป็นมหัคคตจิต (จิตที่ฌานลาภีบุคคลผู้ประเสริฐเข้าถึงได้)

จะได้ไม่เสียเวลามาทำต่อ ถ้าคุณไม่ใช่บุคคลที่ขาดคุณสมบัติ ต่อไปก็คือต้องถือศีล ถ้าเป็นศีลบริสุทธิด้วยยิ่งดี ทำบุญทำทานด้วย จะได้ส่งเสริมกัน



โอย ไม่รู้จะสร้างบาปสร้างเวรไปถึงไหน
ใครอยากนั่งอยากทำ ก้ให้เขาทำสิ ทำได้แค่ไหนก้ช่างเขา เขามีแค่นั้น

นี่อะไร ขี้โม้อวดดี

ถามหน่อยว่า คนประเภทไหนที่..
- รู้ว่าตัวเองมีปฏิอสนธิจิตอย่างไร
- รู้ว่าตนไม่เป้นมิจฉาทิฐิ
- ตนมีมหัคตจิต

ถ้าเขาต้องรู้สามอย่างนี้ก่อน เขาก็ไม่ต้องมานั่งสมาธิแล้ว
- คนที่รู้ว่าตนมีปฏิสนธิจิตอย่างไรนี้ก็เป้นพระญานเฉพาะของพระพุทธเจ้า
- คนที่รู้ว่าตนไม่เป้นมิจฉาทิฐิ ย่อมต้องมีอาสวขญาน เป้นญานของพระอรหันต์ขีนาสรพ
- คนที่จะรู้ว่าใครมีจิตอย่างไรก้ต้องมี ฌานาทิสังกิเลสาทิญาณ

แล้วนี่อะไร มาเที่ยงบอกคนว่าไม่มีความสามารถเหล่านี้อย่ามานั่งสมาธิ
นี่มันมิจฉาทิฐิของแท้ๆเลยล่ะ ที่ไปแนะนำเขาอย่างนี้

ไม่รู้เรื่องอะไรก็อย่าพูดเลย ขอทีเถอะ
สร้างบาปสร้างกรรม

คุณน่ะ ควรจะพยากรณ์ตัวเองดีกว่า
ว่าชาตินี้ ตัวคุณเองจะมีสมาธิจริงๆกับเขาได้ไหม

สมควร BAN คนประเภทนี้ได้แล้วนะครับ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 ก.ค. 2009, 17:45 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 9
สมาชิก ระดับ 9
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ก.พ. 2008, 10:00
โพสต์: 724

แนวปฏิบัติ: พอง-ยุบ
งานอดิเรก: ปฏิบัติวิปัสสนา
อายุ: 0
ที่อยู่: เกษตร-นวมินทร์ กรุงเทพฯ

 ข้อมูลส่วนตัว


ชาติสยาม เขียน:
สมควร BAN คนประเภทนี้ได้แล้วนะครับ

ใจเย็นๆคุณชาติสยาม :b12: :b12: (แหม๋...บางทีก็น่าฉุน)

.....................................................
เอกายโน อยํ ภิกฺขเว มคฺโค สตฺตานํ วิสุทฺธิยา โสกปริเทวานํ สมติกฺกมาย
ทุกฺขโทมนสฺสานํ อตฺถงฺคมาย ญายสฺส อธิคมาย นิพฺพานสฺส สจฺฉิกิริยาย ยทิทํ
จตฺตาโร สติปฏฺฺฐานา ฯ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 ก.ค. 2009, 18:10 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 9
สมาชิก ระดับ 9
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ก.พ. 2008, 10:00
โพสต์: 724

แนวปฏิบัติ: พอง-ยุบ
งานอดิเรก: ปฏิบัติวิปัสสนา
อายุ: 0
ที่อยู่: เกษตร-นวมินทร์ กรุงเทพฯ

 ข้อมูลส่วนตัว


Supareak Mulpong เขียน:
โยกจริงๆ นี่ไม่ใช่ปิตินะครับ ถ้ารู้สึกว่าโยก ลืมตามาแล้วก็ไม่เห็นมีอะไร นี่ถึงจะเป็นปิติ ถ้าโยกจริงๆ มันออกอาการง่วงนอนแล้ว


ข้อนี้ขอค้านนะจ๊ะ โยกจริงๆก็เป็นปีติ ถ้าบอกไม่ใช่ แล้วตื้นตันเพราะปีติละจ๊ะ ตื้นตันเพราะปีติยังร้อง
ไห้จริงๆเลยจ๊ะ ที่บอกว่าไม่ใช่เนี่ย สงสัยจะไม่เคยปฏิบัติกรรมฐาน ปีติเนี่ย เรื่องพื้นๆเลย เจอกันเยอะ
เพราะมองปีติวิเศษไป เป็นของยาก ก็เลยคิดว่าตัวเองบรรลุธรรมก็มีนะจ๊ะ

Supareak Mulpong เขียน:
ต้องเข้าใจก่อนว่าคนจะทำสมาธิได้ ต้องมีคุณสมบัติบุคคลดังนี้

เป็นบุคคลที่ปฏิสนธิด้วยไตรเหตุ กลว่าคือ เมื่อเป็นเด็กจะมีลักษณะมีสติปัญญาเฉลียวฉลาด มีจิตใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ไม่ค่อยแสดงอาการ ขี้โลภ ขี้โกรธ ขี้หลง


ฝรั่งต่างชาติ มีคุณสมบัติตามนี้ทุกอย่าง ไม่รู้จักวิปัสสนา ก็ไม่บรรลุ ข้อนี้ก็จัดเป็นทวิเหตุกปฏิสนธิจ้า
ทวิเหตุกปฏิสนธิ ไม่ได้มองตรงนั้น มองตรงที่ ปัญญินทรีย์ไม่สามารถอนุเคราะห์ให้เห็นสภาวะปรมัตถ์
อันเป็นอารมณ์ของวิปัสสนาจ้า ฉนั้น ต้องทดสอบโดยการปฏิบัติเท่านั้น มีทวิเหตุบางพวกที่มองที่กาย
พอได้ พอรู้ .....นะจ๊ะ

Supareak Mulpong เขียน:
- ไม่เคยทำอนันตริยกรรม ๕ คือ ฆ่าพ่อ ฆ่าแม่ ฆ่าพระอรหันต์ ทำให้พระพุทธเจ้าห้อพระโลหิต ยังคณะสงฆ์ให้แตกกัน


ข้อสุดท้าย หากยังสงฆ์ให้สามัคคีกันได้ กลับคืนทำสังฆกรรมร่วมกันได้ ก็พ้นจากข้อนี้ได้ ลองดูดีๆ
ในอรรถกถาท่านมีแก้ไว้....นะจ๊ะ

Supareak Mulpong เขียน:
- ไม่ประกบอด้วยนิยตมิจฉาทิฏฐิ คือ ปฏิเสธการกระทำดีทำชั่วและปฏิเสธผลว่าไม่มี เห็นว่าทุกสิ่งไม่มีเหตุไม่มีปัจจัยเกิดขึ้นมาลอยๆ หรือด้วยความบังเอิญ ไม่มีบุญไม่มีบาปปฏิเสธทั้งเหตุและผล


โดยมาก คนที่มาปฏิบัติหวังมรรคผล ก็จะเชื่อเรื่องกรรมเป็นพื้นอยู่แล้ว ส่วนที่ไม่หวังมรรคผล แค่ให้
จิตใจดีขึ้น ก็ไม่มีปัญหาอะไรเรื่องทวิเหตุกหรือติเหตุก หรือไม่เชื่อเลย แต่ปฏิบัติตามคำสั่งสอนของ
วิปัสสนาจารย์ผู้สั่งสอนทุกประการ ในขณะปฏิบัติ วิปัสสนาญาณจะขัดเกลา ฟอก อบรม ให้เชื่อหรือมี
ทิฏฐิที่ตรงตามพระพุทธศาสนาเอง....นะจ๊ะ

Supareak Mulpong เขียน:
- จิตจัดเป็นมหัคคตจิต (จิตที่ฌานลาภีบุคคลผู้ประเสริฐเข้าถึงได้)


ตรงนี้ไม่มีบอกไว้ว่า ถ้าไม่ได้ฌานลาภีจะปฏิบัติไม่บรรลุ ยังไม่เจอที่ไหนเลย ในทางอภิธรรมอธิบาย
ไว้ถึงจิตของบุคคลผู้อยู่ในฌาน หรือจิตที่เป็นฌาน หรือ ฌานจิต หรือขณะใดที่จิตเข้าฌานอยู่ จิตนั้น
จะเป็นมหัคคตจิต(จิตที่ถึงคุณชาติที่ใหญ่) ดูดีๆนะจ๊ะ ในอภิธรรมที่กำลังเรียนอยู่นั่นแหละ

.....................................................
เอกายโน อยํ ภิกฺขเว มคฺโค สตฺตานํ วิสุทฺธิยา โสกปริเทวานํ สมติกฺกมาย
ทุกฺขโทมนสฺสานํ อตฺถงฺคมาย ญายสฺส อธิคมาย นิพฺพานสฺส สจฺฉิกิริยาย ยทิทํ
จตฺตาโร สติปฏฺฺฐานา ฯ


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 25 โพสต์ ]  ไปที่หน้า 1, 2  ต่อไป

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

่กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร