วันเวลาปัจจุบัน 20 พ.ย. 2019, 00:47  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 19 โพสต์ ]  ไปที่หน้า 1, 2  ต่อไป  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 12 เม.ย. 2009, 18:38 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกใหม่
สมาชิกใหม่
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 เม.ย. 2009, 18:11
โพสต์: 1


 ข้อมูลส่วนตัว


กรณีเรื่องการทำแท้งเป็นที่ทราบกันอยู่แล้วว่าผิดทั้งศีลธรรม และกฎหมาย
และถูกมองว่าเป็นบาปอย่างมาก

แต่มีบางกรณีที่ผมพบเจอกับคนที่รู้จักและเขามาขอคำปรึกษา คือ เด็กที่อยู่ในท้องประมาณ ๔ เดือนแล้ว เกิดขึ้นมาโดยที่ฝ่ายชายไม่ยอมรับผิดชอบ (เพราะไม่มีปัญญาจะเลี้ยง) และมีภรรยาหลายคน เจ้าชู้ และมีคดีติดตัวหลายคดี เพราะฝ่ายหญิงถูกผู้ชายหลอก ฝ่ายหญิงจึงไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี หากทำแท้งก็กลัวเป็นตราบาปไปชั่วชีวิต

แต่หากปล่อยไว้ เด็กก็ไม่มีพ่อ และอาจเป็นปมด้อยในอนาคต ทั้งตัวแม่เองและลูกก็ต้องเป็นปมด้อยในสังคม ก็คงเลี้ยงคนเดียวไม่ได้ อาจต้องส่งไปให้ตา-ยาย ที่ต่างจังหวัดเลี้ยง ซึ่งก็เป็นภาระไม่น้อยสำหรับตากับยายซึ่งไม่ได้รู้อะไรเลย และจึงไม่รู้จะให้คำแนะนำอย่างไรดี ปัญหาจึงมีอยู่ว่า ทั้งๆ ที่เด็กไม่รู้อะไรเลย เด็กคนนี้ควรจะได้มีโอกาสลืมตาดูโลกหรือเปล่า หรือเขาควรจะได้ไปในที่ดีๆ กว่าไม่ต้องเกิดมามีปมด้อยในสังคม ขอคำแนะนำจากท่านผู้รู้ทั้งหลายด้วยน่ะครับ...............


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 12 เม.ย. 2009, 19:47 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ม.ค. 2009, 02:20
โพสต์: 1387

ที่อยู่: สัพพะโลก

 ข้อมูลส่วนตัว


การทำแท้งไม่กรณีใดๆ ก็คือ การฆ่าคนนั่นแหล่ะครับ ปาบอยู่แล้ว

พระโพธิสัตว์กวนอิม เคยให้โอวาทเปรียบเทียบไว้ว่า "การทำแท้งหนึ่งครั้ง เท่ากับได้ฆ่าพระอรหันต์ไปหนึ่งองค์" เลยทีเดียว ทำไมท่านถึงได้ตรัสเช่นนั้น เพราะว่าจิตของเด็กนั้น ขณะที่ยังไม่เกิดกายคลอดออกมาจากท้องแม่ยังเป็นจิตบริสุทธิ์อยู่ เหมือนจิตพระอรหันต์ พอคลอดออกมา เจอสภาพแวดล้อมภายนอก จึงเริ่มจะมีกิเลสภายหลัง เริ่มปรุงแต่งไปต่างๆนาๆ
แม่ผู้ทำแท้งลูกไม่เพียงแต่ปาบ แต่ภายหลังยังต้องถูกจองเวรจากวิญญาณเด็กอีก ทำให้การดำเนินชีวิตมีอุปสรรคต่างๆ เพราะได้ไปขัดขวางการเกิดของเขา การที่จะได้มาเกิดเป็นคนนั้นยากอยู่แล้ว เด็กที่เขามาเกิดกับเรา แสดงว่าอดีตชาติเขาเอง ต้องเคยมีบุญสัมพันธ์ กรรมสัมพันธ์กับเรา อาจจะเคยเป็นญาติโก โหติกา พ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย ของเรากลับมาเกิด ฉะนั้น อยากให้ไตร่ตรองคิดดูให้ดีๆ ก่อนนะครับ

การทำแท้งเหมือนการตัดช่องน้อยแต่พอตัว เราอาจจะคิดไปก่อนว่า เด็กที่เกิดมาไม่มีพ่อ ทำให้เขามีปมด้อย ผู้เป็นแม่ก็ต้องอับอาย หรือเราอาจจะเลี้ยงเขาไม่ได้ เพราะไม่พร้อม แต่อย่าลืมว่า ที่เราคิดไปก่อนนั้น เพราะเราต้องปกป้องชื่อเสียงของตัวเอง กลัวว่าตัวเองจะลำบาก ถึงกลับต้องฆ่าคน เพื่อตัดปัญหาตรงนี้ไป มันคุ้มกันหรือเปล่า ชั่งใจให้ดีนะครับ ไม่อยากให้ทำปาบทำกรรมเลย

อยากให้ผู้เป็นแม่เข้มแข็งนะครับ อยากให้เปลี่ยนความคิดใหม่ ยังไงก็ขอให้สู้ ถึงยังไงเขาก็เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของเรา เราต้องเลี้ยงดูเขาให้ได้..... :b8: :b8:

หวังว่าคงจะตัดสินใจด้วยความรอบคอบนะครับ :b8:

.....................................................
ผู้มีจิตเมตตาจะไม่มีศัตรู ผู้มีสติปัญญาจะไม่เกิดทุกข์.
รูปภาพ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 12 เม.ย. 2009, 20:38 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 พ.ค. 2008, 14:14
โพสต์: 3836

อายุ: 12
ที่อยู่: กทม.

 ข้อมูลส่วนตัว


.


กรรม คือการกระทำที่เราได้ทำอะไรลงไป แล้วมันเกิดผลบางอย่างขึ้น

เราทำอะไรบางอย่างลงไป จนมีผลคือเด็กคนหนึ่งกำลังจะเกิดมา


ตนทำกรรมลงไป แล้วกรรมมีผล
แต่ว่าเรากำลังพยามจะปฏิเสธความจริง
ปฏิเสธว่ากรรมไม่มีผล กรรมไม่มีจริง ผลของกรรมไม่มีจริง
และพยามจะไม่ยอมรับความจริงอันนี้

ด้วยการหาข้ออ้างต่างๆนาๆเพื่อแสดงว่าเด็กคนนี้ไม่สมควรเกิดขึ้นมา
และหาข้ออ้างเพื่อฆ่า

เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของการพยามปรุงแต่งความคิดเพื่อหลีกหนีความรู้สึกผิดบาปในใจ
พยามจะคิดในทางบวกเพื่อเอาชนะความคิดลบในใจ
ปฏิเสธความจริงในใจ ปฏิเสธความจริงที่ว่าการกระทำของเรานั้นว่ามีผลลัพธ์เสมอ


หากคุณไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องนี้
ก็ควรจะอย่าไปมีส่วนเกี่ยวข้องในการฆ่าครั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นความเห็น หรือการช่วยเหลือ

หากคุณเป็นพ่อหรือแม่ของเด็ก จงตั้งใจรับผลของกรรมนี้ จงยอมรับความจริง
ความพยามหาเหตุผลฆ่าเด็ก เพื่อตัวจะได้สบาย ไม่ต้องรับผิดชอบ ก็เห็นแก่ตัวเกินไป

เด็กเกิดมาแล้วจะไม่ยอมเลี้ยง หวังนู่นหวังนี่
ขี้ของคนอื่นเรายังไม่รับ จะไปหวังให้ใครมารับขี้ของเรา นี่ก็เห้นแก่ตัวเกินไป

ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน
:b8:

.....................................................
อาทิ สีลํ ปติฏฺฐา จ กลฺยาณานญฺจ มาตุกํ
ปมุขํ สพฺพธมฺมานํ ตสฺมา สีลํ วิโสธเย
ศีลเป็นที่พึ่งเบื้องต้น เป็นมารดาของกัลยาณธรรมทั้งหลาย
เป็นประมุขของธรรมทั้งปวง เพราะฉะนั้นควรชำระศีลให้บริสุทธิ์
....................................

"หากเป็นคนฉลาดก็มีแต่จะทำให้คนอื่นรักตนเท่านั้น-วาทะคุณกุหลาบสีชา"


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 12 เม.ย. 2009, 21:13 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 เม.ย. 2008, 13:18
โพสต์: 1367

ที่อยู่: bangkok

 ข้อมูลส่วนตัว


klang เขียน:
ปัญหาจึงมีอยู่ว่า ทั้งๆที่เด็กไม่รู้อะไรเลย เด็กคนนี้ควรจะได้มีโอกาสลืมตาดูโลกหรือเปล่า หรือเขาควรจะได้ไปในที่ดีๆกว่าไม่ต้องเกิดมามีปมด้อยในสังคม
ขอคำแนะนำจากท่านผู้รู้ทั้งหลายด้วยน่ะครับ...............

ไม่ได้อยู่ที่ควรหรือไม่ควรครับ....
อยู่ที่จิตที่มาจุตินี้มีกรรมที่จะต้องเกิด....หรือต้องตาย ขึ้นกับวิบากของกรรมที่เขาทำไว้แล้วเท่านั้น
ถ้าหากมีวิบากที่ต้องถูกฆ่าตั้งแต่ยังไม่ได้คลอดออกมา...อันนั้นก็เป็นวิบากกรรมของเขา
ถ้าหากมีวิบากที่ต้องเกิดเป็นเด็กกำพร้า...ก็เป็นวิบากกรรมของเขาอีกนั่นแหละ

กฏแห่งกรรม... :b6:

.....................................................
ตั้งสติไว้ มองความจริงตามความเป็นจริง


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 15 เม.ย. 2009, 20:22 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 ก.ค. 2006, 06:25
โพสต์: 2058


 ข้อมูลส่วนตัว


อ่านรายละเอียด

“ทำแท้ง” พุทธศาสนามองว่าอย่างไร

viewtopic.php?f=4&t=20693


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 15 เม.ย. 2009, 20:53 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 พ.ค. 2008, 17:19
โพสต์: 139

ที่อยู่: กรุงเทพฯ

 ข้อมูลส่วนตัว


อ้างคำพูด:
หากทำแท้งก็กลัวเป็นตราบาปไปชั่วชีวิต
แต่หากปล่อยไว้ เด็กก็ไม่มีพ่อ และอาจเป็นปมด้อยในอนาคต ทั้งตัวแม่เองและลูกก็ต้องเป็นปมด้อยในสังคม ก็คงเลี้ยงคนเดียวไม่ได้อาจต้องส่งไปให้ตา-ยาย ที่ต่างจังหวัดเลี้ยงซึ่งก็เป็นภาระไม่น้อยสำหรับตากับยายซึ่งไม่ได้รู้อะไรเลย


เป็นเรื่องที่จะต้องเลือกว่าจะหนีปัญหาโดยการทำแท้ง ซึ่งเหมือนเป็นการสะสมวิบากให้มากขึ้นไปอีก
หรือจะยอมรับปัญหาที่จะเกิดขึ้น และพยายามทำทุกอย่างให้ดีที่สุด
โดยเริ่มต้นตั้งใจที่จะพยายามเลี้ยงดูเด็กที่จะเกิดมาให้ดีที่สุด
วิบากที่จะเกิดขึ้นในภายหน้าก็จะลดน้อยลงได้ค่ะ

พูดถึงเรื่องที่เลี้ยงคนเดียวไม่ได้นี่ สมัยนี้แม้จะมีสองคนสามีภรรยา ก็ยังต้องอาศัยให้พ่อ แม่ พี่ น้อง ช่วยเลี้ยงให้เลยค่ะ

.....................................................
สิ่งใดมีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดา
สิ่งนั้นย่อมมีความดับไปเป็นธรรมดา


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 15 เม.ย. 2009, 21:24 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 มิ.ย. 2008, 22:40
โพสต์: 1769

แนวปฏิบัติ: กินแล้วนอนพักผ่อนกายา
งานอดิเรก: ปลุกคน
สิ่งที่ชื่นชอบ: Tripitaka
ชื่อเล่น: สมสีสี
อายุ: 0
ที่อยู่: overseas

 ข้อมูลส่วนตัว


จิตขณะที่กำลังทำการตัดรอนชีวิตเด็กในครรภ์นั้น ชื่อว่า เป็น ปาณาติบาต เสมอกัน คือต้องทำด้วย โทสะชวนะ

แต่ชวนะของจิตที่ขึ้นมาทำการงานทั้งก่อนทำ ขณะทำ และหลังทำนั้น ต่างกันมาก...

บุคคลที่ไม่อาจจะต้านทานเหตุปัจจัยโดยรอบได้ เพราะกลัวถูกติเตียน กลัวพ่อแม่เสียใจ กลัวสารพัดกลัว ก็ทำให้ตัดสินใจทำลายเด็กไปเสีย..ระหว่างที่คิด ระหว่างที่กำลังทำ และหลังทำไปแล้ว จิตใจโดยทั่วไป จะเกิดหิริโอตตัปปะมาคั่นในระหว่างได้...ความละอาย และเกรงกลัวแก่บาป ก็เกิดแล้วแก่เธอผู้นั้นเป็นช่วงๆ
เปรียบเสมือนกระแสน้ำป่าที่ไหลลงมาจากภูเขาใหญ่ ก็ได้ปะทะกับโขดหินบ้าง เขื่อนดินที่ขวางอยู่บ้าง กระแสบาปก็ลดกำลังลงไปเรื่อยๆ เพราะมีกุศลเกิดขึ้นมาคั่นไว้บ้าง
เมื่อถึงในช่วงปลายกระแสน้ำ ก็ไม่เป็นแม่น้ำที่น่าหวาดกลัว เป็นแม่น้ำไหลเอื่อยไปแล้ว
ปัญหาอีกหนึ่งอย่างที่ไม่ควรละเลยก็คือ ในบุคคลเช่นนี้ กลับเกิดบาปอย่างใหม่อีกยาวนานนั้นได้แก่ "กุกกุจจะ" คือ ความเสียใจในบาปที่ตนทำมา ก็เกิดความโทมนัสเนืองๆ ....ตรงนี้ อันตรายไม่น้อยทีเดียว เหมือนบุคคลผู้มีแผลเหวอะหวะ ได้ทำการรักษาแล้ว แผลยังระบมอยู่ แต่คอยเอามือสะกิดเกาแผลนั้นทุกวัน แผลนั้นก็ถึงคราวอักเสบเป็นเวลานาน ดีไม่ดีก็เกิดพิษร้ายติดตามมาในภายหลัง กุกกุจจะก็เป็นอย่างนั้น

ส่วนคนที่หาความละอายเกรงกลัวต่อบาปไม่ได้นั้น ก็เหมือนคนที่สำคัญว่า การทำบาปนี้ ไม่บาป...นี้ เป็นความเห็นผิด เธอผู้นั้นย่อมพอใจที่จะกำจัดชีวิตเด็กน้อยในครรภ์ไปเสีย ทั้งก่อนทำ และหลังทำ ย่อมจิตใจย่อมเป็นไปกับบาปทั้งโลภะ โทสะตลอดสายทีเดียว เหมือนกระแสน้ำป่าที่ไหลเชี่ยวกรากลงมามาจากภูเขาใหญ่ ไหลดิ่งมาด้วยกำลังแรงยิ่งนัก ตลอดหนทางที่กระแสน้ำผ่านมา ก็หาอะไรขวางกั้นไม่ได้เลย กระแสน้ำ ยิ่งไหลลงมายิ่งเพิ่มกำลังแรงยิ่งขึ้น คราวนั้นก็กลายเป็นแม่น้ำอำมหิต คร่าชีวิตผู้คนมากมายเบื้องล่างให้ย่อยยับภายในพริบตา....... กลุ่มนี้จึงสะสมอุปนิสัยในการฆ่าให้มีความกล้าแข็งจนเป็นปกติ และพร้อมที่จะฆ่าได้โดยไม่รู้สึกผิด แต่อย่างใด..ต่อไปจะได้ชื่อว่าเป็น"ผู้มามืดและไปมืด" ..

อ้างคำพูด:
ปัญหาจึงมีอยู่ว่า ทั้งๆที่เด็กไม่รู้อะไรเลย เด็กคนนี้ควรจะได้มีโอกาสลืมตาดูโลกหรือเปล่า


ใครมีหน้าที่ตัดสินเขาหรือครับ? ..เขามีสิ่งที่จะตัดสินเขาอยู่แล้วคือ"กรรม"..คนอื่นๆไม่มีสิทธิหน้าที่อะไร ที่จะไปตัดสินว่าเขาควรถูกฆ่าหรือควรมีชีวิตต่อไป..

อ้างคำพูด:
หรือเขาควรจะได้ไปในที่ดีๆกว่าไม่ต้องเกิดมามีปมด้อยในสังคม


ใครทราบหรือครับว่าเขาจะไม่มีชีวิตที่ดีเมื่อเกิดมา? ใครเป็นผู้กำหนดว่า เมื่อเกิดมาในสถานภาพเช่นนี้แล้วเขาจะมีชีวิตที่ดีไม่ได้?...หากคิดได้ว่าเขา"อาจ"มีชีวิตไม่ดีได้..ทำไมไม่ลองคิดดูในทางตรงข้ามบ้างเล่าครับว่า เขา"น่า"จะเกิดมามีชีวิตที่ดีได้? การฆ่านั้นเป็นบาปมาก ถามคนที่กำลังคิดจะทำบาปนี้ว่า หากตนได้รับผลกรรมต้องถูกเขาฆ่าแม้ยังไม่ได้ ออกมาดูโลกเลยนั้น จะเอาใหมครับ? และอย่าได้นึกว่าทำบาปครั้งหนึ่งให้ผล๑ครั้ง..หามิได้ครับ ..ผลนั้นคูณด้วยจำนวนเป็นร้อย เป็นพัน มีหน่วยเป็น ชาติครับ ... คงมืดน่ากลัวยิ่งนัก เพราะเมื่อต้องถูกฆ่า คงมีแต่ทุกขเวทนา เป็นปัจจัยแก่โทสะ เวลาตายด้วยโทสะ นรกทุคติย่อมเป็นที่หวังได้ พอหลุดกรรมตรงนั้นมาเกิดในท้องคน ก็ต้องถูกฆ่าแล้วๆเล่าๆ เป็นอันว่า ได้เฝ้าสังสารวัฏด้วยประการฉะนี้..

เราท่านคงเคยได้ยินเรื่องราวของบุคคลต่างๆที่เกิดมาในสภาพแวดล้อมไม่อำนวยเลย แต่ชีวิตเขากลับดีเลิศยิ่งกว่าพวกที่เกิดมาพร้อมพ่อแม่ลูกฐานะดี มีหน้าตาทางสังคม แต่คนเหล่านี้ชั่วและทำความเดือดร้อนให้ทุกคนที่เกี่ยวข้องไม่เว้นแม้ผู้ให้กำเนิด..จริงใหมครับ?..

ตัวอย่างลูกที่เกิดมากำพร้าพ่อแม่ตั้งแต่แรกคลอดแล้วได้ดีที่เรารู้จักกันคือ หมอชีวกโกมารภัจจ์
นายแพทย์ประจำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ..

อ่านเรื่องราวของท่านที่นี่
http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?t=6286

ส่วนคนที่มีชื่อเสียงในปัจจุบันที่เป็นลูกกำพร้า เช่น บิล คลินตัน เนลสัน แมนเดลล่า อริสโตเติ้ล ฯลฯ

พึงหลีกเลี่ยงบาปเวรทั้งปวงเถิดครับ เพราะนำมาให้แต่ความวิบัติและทุกข์ทั้งมวล

.....................................................
ศีล ๕ รักษาตนไม่ให้เกิดในอบายภูมิ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 15 เม.ย. 2009, 21:36 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 ก.ค. 2006, 06:25
โพสต์: 2058


 ข้อมูลส่วนตัว


อย่าเพิ่งไปสรุปอะไรง่ายๆ


อ้างคำพูด:
ทั้งตัวแม่เองและลูกก็ต้องเป็นปมด้อยในสังคม ก็คงเลี้ยงคนเดียวไม่ได้อาจต้องส่งไปให้ตา-ยาย ที่ต่างจังหวัดเลี้ยงซึ่งก็เป็นภาระไม่น้อยสำหรับตากับยาย


อย่าเพิ่งคิดไปไกลถึงขนาดนั้น เชื่อเถิดครับ ตา ยาย ท่านยินดีที่จะเลี้ยงหลานมากกว่าจะให้ฆ่าหลานแน่นอน



อ้างคำพูด:
เด็กคนนี้ควรจะได้มีโอกาสลืมตาดูโลกหรือเปล่า หรือเขาควรจะได้ไปในที่ดีๆกว่าไม่ต้องเกิดมามีปมด้อยในสังคม


เขาได้โอกาสเกิดเป็นมนุษย์ ก็ถือว่าสบายกว่าอย่างอื่นแล้ว ดีกว่าต้องไปเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉาน หรือ อบายอื่นๆ

และ มนุษย์เป็นภพภูมิที่จะสามารถเจริญทางจิตวิญญาณได้ดีที่สุด ดีกว่า เทวดา หรือ พรหม เสียอีก

ที่สำคัญคือ มีหลักประกันอะไรว่า เขาจะได้เกิดในภพมนุษย์อีก??? ถ้าต้องจากภพมนุษย์นี้ไปในสภาพแบบนี้... ถ้าไปตอนนี้ ขึ้นกับกรรมเก่าอย่างเดียวครับ ว่าจะนำไปสู่ภพไหน คาดเดาไม่ได้น่ะครับ...
ใน พระไตรปิฎก มีกล่าวถึงว่า ขนาดพระพรหมจุติจากพรหมโลกลงอบายก็มีน่ะครับ
ไม่สงสารเขาหรือ ถ้าเขาไม่ได้มาเกิดเป็นคนอีก นานแสนนาน


อยากให้ท่าน จขกท นำบทความ A WALK OF WISDOM ไปให้เขาอ่าน

http://www.dharma-gateway.com/ubasika/s ... nee-04.htm

เป็นเรื่องของคุณแม่ชี ศันสนีย์ แห่ง เสถียรธรรมสถาน
ท่านเป็นเด็กพ่อทิ้ง-แม่เลี้ยงคนเดียว แต่ ท่านก็เป็นบุคคลที่สร้างประโยชน์ให้สังคมมหาศาล
น่าจะแนะนำเขาไปกราบท่านด้วยน่ะครับ ท่านจะมีคำแนะนำที่ดีๆให้


ปล...

ท่าน จขกท ครับ
เรื่อง วิบากแห่งกรรมเป็นเรื่องสลับซับซ้อน
การให้คำแนะนำคนอื่นต้องระมัดระวังน่ะครับ อาจมีส่วนแห่งบาปได้ถ้าไม่ระมัดระวัง
อยากให้ลองหาอ่าน บุพกรรมต่างๆจากอดีตที่ตามมาให้ผลแด่พระพุทธองค์ในภพชาติสุดท้าย.. นั่น ขนาดพระพุทธเจ้าน่ะครับ...

การทำแท้ง ถ้าไม่มีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ที่ชัดเจนจริงๆ แต่ เหตุผลป็นลักษณะที่ท่านเล่าให้ฟัง บอกตรงๆ หวาดเสียวแทนน่ะครับ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 15 เม.ย. 2009, 21:57 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 8
สมาชิก ระดับ 8
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 ก.พ. 2009, 20:42
โพสต์: 699


 ข้อมูลส่วนตัว


อย่าไปให้ความเห็นเลย เรื่องแบบนี้...
แต่ถ้าเด็กพิการ เป็นโรคร้าย หรือถูกข่มขืน อันนี้ตัดสินได้ง่ายหน่อย

คือ เรามองทางโลกนะ ไม่ใช่ทางธรรม


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 16 เม.ย. 2009, 15:57 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ก.พ. 2009, 09:06
โพสต์: 45


 ข้อมูลส่วนตัว


ถ้าจะให้ออกความเห็นนะครับ ผมว่าไม่ควรทำแท้ง เพราะเด็กในท้องไม่ได้ทำผิดอะไร และแม่ควรจะรับผิดชอบกับการกระทำของตัวเอง ถ้าเลี้ยงไม่ได้จริง ๆ ให้ผมเลี้ยงก็ได้นะครับ ผมจะเลี้ยงให้จนโตเลยจะเลี้ยงดูอย่างดี รับเป็นบุตรบุญธรรมตามกฎหมายก็ได้ ถ้าพ่อแม่ยินดีและเลี้ยงไม่ได้ กรุณาฝากเบอร์โทรและที่อยู่ไว้


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 16 เม.ย. 2009, 15:59 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 8
สมาชิก ระดับ 8
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 เม.ย. 2009, 13:23
โพสต์: 607


 ข้อมูลส่วนตัว


คนทำแท้งนั้นชั่วมาก :b33:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 16 เม.ย. 2009, 16:07 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ก.พ. 2009, 20:49
โพสต์: 3961

แนวปฏิบัติ: พอง-ยุบ
งานอดิเรก: อ่านหนังสือ
ชื่อเล่น: นนท์
อายุ: 42
ที่อยู่: นครสวรรค์

 ข้อมูลส่วนตัว


:b8: :b8: :b8:
หวัดดีครับ
ไม่ขอออกความคิดเห็นครับ
แต่...ขอเป็นกำลังใจให้แก่ผู้ประสบเหตุการณ์แบบนี้
ใช้สติและปัญญา คิดให้ดีครับ
ก่อนที่จะตัดสินใจทำอะไรลงไป

:b8: :b8: :b8:


"จงคิดก่อนทำ"

.....................................................
แม้มิได้เป็นสุระแสงอันแรงกล้า ส่องนภาให้สกาวพราวสดใส
ขอเป็นเพียงแสงแห่งดวงไฟ ส่องทางให้มวลชนบนแผ่นดิน


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 16 เม.ย. 2009, 22:28 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 8
สมาชิก ระดับ 8
ลงทะเบียนเมื่อ: 02 มิ.ย. 2007, 13:49
โพสต์: 661


 ข้อมูลส่วนตัว


.................................................

กระทู้เกี่ยวกับการทำแท้ง

1. ทำแท้ง (หลวงพ่อฤาษีลิงดำ)
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=4&t=20694

2. การทำแท้ง (แม่ชีทศพร บุญเทวาพิทักษ์)
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=4&t=20695

3. ทำแท้ง : ตัดสินอย่างไร ?...พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตฺโต)
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=4&t=20693

4. กรรมออนไลน์จากการทำแท้ง (พญ.ชัญวลี ศรีสุโข)
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=4&t=20692

.....................................................
ทำความดีทุกๆ วัน


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 28 มิ.ย. 2009, 13:38 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 9
สมาชิก ระดับ 9
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 เม.ย. 2009, 06:18
โพสต์: 731

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


การทำแท้งนั้น............
ทางโลก.. อนุญาตให้ทำได้1.เพื่อสุขภาพของแม่ ถ้าปล่อยไว้แม่จะได้รับอันตราย
2.ในกรณีหญิงนั้นถูกข่มขืนกระทำชำเรา
ทางธรรมนั้น.....ผิดศีลข้อที่ 1 ปาณา..... :b8:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 28 มิ.ย. 2009, 14:14 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 28 มิ.ย. 2009, 13:42
โพสต์: 38

ที่อยู่: bangkok

 ข้อมูลส่วนตัว


ธรรม มีไว้เพื่อช่วยให้เราดำรงชีวิต ในโลกได้อย่าง มีสติ มีความเข้าใจในชีวิตได้อย่างถ่องแท้
เมื่อเราแยก ธรรม และ การดำรงชีวิต ให้เป็นคนละส่วนแล้ว เมื่อนั้น ธรรม จะค่อยๆ สูญสิ้นไปจากโลกของเรา การดำรงชีวิต ทุกย่างก้าวของเรา ทุกอย่างล้วนเป็น ธรรม
การที่เราก้าวเดินได้ เพราะมีรูป การที่รูปเคลื่อนไหวได้ เพราะมีความต้องการ ความต้องการย่อมออกมาจากจิตที่คิดจะเดิน
เพราะฉะนั้นแล้ว เราไม่ควรแยกว่า สิ่งนี้ โลก พูดว่าควร สิ่งนี้ ธรรม พูดว่าควร หาใช่แบบนั้นไม่ :b42:

.....................................................
ทุกคนมี อายตนะ ทั้ง 6 ครบเช่นกัน แต่การจะใช้ไปในทิศทางใดนั้น เราเป็นผู้ตัดสินใจ
หากหลงไปกับกระแสแห่งตัณหา เราจักไม่มีหนทางหนีออกจากกระแสแห่งตัณหานั้นได้
จงออกมาจากแม่น้ำคือตัณหานั้น แล้วมายืนดูที่ฝั่ง แล้วเราจะพบว่า สิ่งต่างๆเหล่านั้น
หาใช่สุขที่แท้จริงไม่ ความยึดถือ ความปรุ่งแต่งแห่งจิต ทุกสิ่งล้วนเกิดจาก จิต
จิต ที่เราไม่สามารถที่จะควบคุมได้ จิต ที่คอยจมดิ่งไปสู่อารมณ์ที่ตนชอบใจ
การชนะใดๆ ก็หาใช่การชนะที่แท้จริงไม่ การชนะใจตัวเองนั่นแล คือการชนะที่ประเสริฐที่สุด


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 19 โพสต์ ]  ไปที่หน้า 1, 2  ต่อไป

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: Google [Bot] และ บุคคลทั่วไป 2 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร