วันเวลาปัจจุบัน 25 ก.ย. 2020, 11:20  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


กฎการใช้บอร์ด


รวมกระทู้จากบอร์ดเก่า http://www.dhammajak.net/board/viewforum.php?f=2



กลับไปยังกระทู้  [ 11 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 ก.ย. 2013, 19:40 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2013, 06:03
โพสต์: 95

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


บุคคลพึงล่วงทุกข์ได้ด้วย......ความเพียร


ในการเริ่มต้นปฏิบัติภาวนา ผมประทับใจกับบทธรรมประโยคนี้มาก จึงเริ่มต้น
ค้นหาความหมาย เพื่อทำความเข้าใจกับคำว่า ......ความเพียร......


......ความเพียร คือ อะไร
......ความเพียร เป็นอย่างไร
......ด้วยเหตุเพียงเท่าใด จึงได้ชื่อว่า ......ความเพียร......


ความเพียร หมายถึง ความไม่เกียจคร้าน ความพยายาม ความอุตสาหะ ความหมั่น
ความบากบั่น ความขยัน ความกล้าแข็ง ความพยายามจนกว่าจะสำเร็จ


บุคคลเหล่าใด ประกอบตนอยู่ในความเพียร มีสติ มีสัมปชัญญะ ในอิริยาบถ 4
คือ ......ยืน......เดิน......นั่ง......นอน


เป็นบุคคลผู้ปรารภความเพียร มีความเพียร อย่างสม่ำเสมอ เพื่อหวังประโยชน์
ในธรรม 4 ประการ คือ


......เพื่อจะละอกุศลธรรม ที่ยังไม่เกิด

......เพื่อจะละอกุศลธรรม ที่เกิดขึ้นแล้ว

......เพื่อความเกิดขึ้นแห่ง กุศลธรรม

......เพื่อจะยังกุศลธรรมที่เกิดขึ้นแล้ว ให้ถึงพร้อม


เป็นบุคคลผู้มีกำลังใจ มีความบากบั่นมั่น ไม่ทอดธุระ ในบรรดาธรรมที่เป็นกุศล
ย่อมเป็นไปเพื่อความแก่กล้าแห่ง ......เจโตวิมุตติ...... ที่ยังไม่แก่กล้า


ขอให้เจริญในความเพียร อันยิ่งขึ้นไปทุกท่านนะครับ ./


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 12 ก.ย. 2013, 12:17 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2013, 06:03
โพสต์: 95

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


......ความเพียร เป็นอย่างไร......


บุคคลเหล่าใด เมื่อต้องประกอบการงาน เมื่อต้องเดินทางไกล ฯ แล้ว เป็นบุคคล
ผู้มีความคิดอย่างนี้ว่า คำสอนของพระพุทธะทั้งหลาย

......ควรที่เราจะปรารภความเพียร
......เพื่อถึงธรรมที่ยังไม่ถึง
......เพื่อบรรลุธรรมที่ยังไม่บรรลุ
......เพื่อทำให้แจ้งซึ่งธรรมที่ยังมิได้แจ้ง

เป็นบุคคลผู้ปรารภความเพียร
......เพื่อถึงธรรมที่ยังไม่ถึง
......เพื่อบรรลุธรรมที่ยังไม่บรรลุ
......เพื่อทำให้แจ้งซึ่งธรรมที่ยังมิได้แจ้ง


ย่อมเป็นบุคคลผู้ได้รับผล และอานิสงส์แห่ง ......ความเพียร...... เหล่านั้น


ความเพียร เป็นธรรมตรงข้ามกับ ......ความเกียจคร้าน...... ความไม่พยายาม
ความไม่อุตสาหะ ความไม่บากบั่น ความไม่หมั่น ความไม่ขยัน ความไม่พยายาม
จนกว่าจะสำเร็จ


บุคคลเหล่าใด เมื่อต้องประกอบการงาน เมื่อต้องเดินทางไกล ฯ แล้ว เป็นบุคคล
ผู้มีความคิดอย่างนี้ว่า เราต้องทำการงาน เราต้องเดินทางไกล ฯ ร่างกายเหน็ดเหนื่อย
ควรที่เราจะนอนเสีย

......ไม่ปรารภความเพียร
......เพื่อถึงธรรมที่ยังไม่ถึง
......เพื่อบรรลุธรรมที่ยังไม่บรรลุ
......เพื่อทำให้แจ้งซึ่งธรรมที่ยังมิได้แจ้ง


ย่อมเป็นบุคคลผู้ได้รับผล แห่ง ......ความเกียจคร้าน...... เหล่านั้น


แสงอาทิตย์ที่สาดส่องโลก แสดงรุ่งอรุณของวันใหม่
ย่อมทำลายความมืดของรัตติกาล ให้ดับสิ้นไปฉันใด

ความเพียรของบุคคลเหล่าใด เมื่อเกิดขึ้นแล้ว
ย่อมทำลายความเกียจคร้าน ฯ อันใด ของ บุคคลเหล่านั้น
ให้ดับสิ้นไปฉันนั้น ./


ขอให้เจริญในความเพียร อันยิ่งขึ้นไปทุกท่านนะครับ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 13 ก.ย. 2013, 18:45 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 4
สมาชิก ระดับ 4
ลงทะเบียนเมื่อ: 21 มิ.ย. 2011, 14:07
โพสต์: 279


 ข้อมูลส่วนตัว


ขออนุโมทนาบุญคะ :b8:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 15 ก.ย. 2013, 01:03 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2013, 06:03
โพสต์: 95

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ด้วยเหตุเพียงเท่าใด จึงได้ชื่อว่า......ความเพียร


ขออนุญาตจำแนก ......ความเพียรในโลก...... ออกเป็นสองประเภท ดังนี้


ความเพียรประเภทที่หนึ่ง ......ความเพียรในทางโลก......

ความเพียรในทางโลกนั้น ข้าพเจ้าเห็นว่า เป็นพื้นฐาน อยู่ในการดำรงชีวิตของ
สัตว์โลกทุกชนิด เช่น

......นก เราจะเห็นนกบางชนิด มีความพยายามในการสร้างรัง สำหรับครอบครัว
ในการหาอาหาร เพื่อเลี้ยงลูกนก ที่อยู่ในรัง

......ไก่ มีความพยายามคุ้ย เขี่ย เพื่อหาอาหาร ตามพื้นดิน

......มนุษย์ มีความพยายามในการเรียนหนังสือ ในการประกอบอาชีพ การงาน
เพื่อให้มีรายได้สำหรับการดำรงชีวิตของตนเองและครอบครัว

......มนุษย์ บางคนมีความพยายามในการฝึกฝนตนเอง ในด้านต่าง ๆ เพื่อให้มีทักษะ
มากกว่าบุคคลอื่น และเป็นผู้ชนะในการแข่งขัน เช่น การกีฬา ดนตรี ฯลฯ


ความเพียรประเภทที่สอง ......ความเพียรในทางธรรม......

ความเพียรในทางธรรมนั้น ข้าพเจ้าขออนุญาตแบ่งความเพียรในทางธรรม
ออกเป็นสามประเภท ดังนี้


ประเภทที่หนึ่ง บุคคลผู้ปรารภความเพียร เพื่อประกอบตนให้ตั้งมั่นอยู่ใน
กุศลธรรม คือ ......ทาน......

......เป็นบุคคลผู้ปรารภความเพียร ในธรรมที่ควรทำให้เจริญ สำหรับเปลื้องกิเลส
เครื่องร้อยรัดทั้งหมด เพื่อถึงพระนิพพาน เพื่อกระทำที่สุดแห่งทุกข์ คือ
......การระลึกถึงทานที่ตนบริจาค...... ประการหนึ่ง


ประเภทที่สอง บุคคลผู้ปรารภความเพียร เพื่อประกอบตนให้ตั้งมั่นอยู่ใน
กุศลธรรม คือ ......ศีล......

......เป็นบุคคลผู้ปรารภความเพียร มีความสำรวมระวัง รักษา กาย วาจา ใจ
ให้ตั้งมั่นอยู่ในธรรมสุจริต เป็นบุคคลผู้ถึงพร้อมด้วยมรรยาทและโคจร มีปกติ
เห็นภัยในโทษมีประมาณเล็กน้อย เป็นบุคคลผู้สมาทานศึกษาอยู่ในสิกขาบททั้งหลาย
ประการหนึ่ง

......ย่อมเป็นไปเพื่อความแก่กล้าแห่ง ......เจโตวิมุตติ...... ที่ยังไม่แก่กล้า


ประเภทที่สาม บุคคลผู้ปรารภความเพียร เพื่อประกอบตนให้ตั้งมั่นอยู่ใน
กุศลธรรม คือ ......ภาวนา......

......เป็นบุคคลผู้ปรารภความเพียร คือ ......สมาธิภาวนา...... ฯลฯ
อันบุคคลอบรมแล้ว ทำให้มากแล้ว ประการหนึ่ง

......ย่อมเป็นไปเพื่อความอยู่เป็นสุขในทิฏฐธรรม

......ย่อมเป็นไปเพื่อความได้เฉพาะซึ่งญาฌทัสสนะ

......ย่อมเป็นไปเพื่อสติและสัมปชัญญะ

......ย่อมเป็นไปเพื่อความสิ้นไปแห่งอาสวะทั้งหลาย

......ย่อมเป็นไปเพื่อทำให้แจ้งซึ่ง เจโตวิมุตติ ปัญญาวิมุตติ อันหาอาสวะมิได้


ขอให้เจริญในความเพียร อันยิ่งขึ้นไปทุกท่านนะครับ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 16 ก.ย. 2013, 20:08 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2013, 06:03
โพสต์: 95

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ผมมองการปฏิบัติภาวนา เป็น สภาวธรรม ในรูปแบบหนึ่ง กล่าวคือ


ขอยกบทธรรมบางส่วน


......ธรรมเปรียบเหมือนแพ……


“......ดูกรภิกษุทั้งหลาย เปรียบเหมือนบุรุษผู้เดินทางไกล พบห้วงน้ำใหญ่

......ฝั่งข้างนี้ น่ารังเกียจ มีภัยตั้งอยู่เฉพาะหน้า
......ฝั่งข้างโน้นเกษม ไม่มีภัย
......ไม่มีเรือ หรือสะพาน สำหรับข้าม เพื่อจะไปฝั่งโน้น

......บุรุษนั้นพึงดำริอย่างนี้ว่า......เราพึงรวบรวมหญ้า ไม้ กิ่งไม้ และ ใบไม้
มาผูกเป็นแพ แล้วอาศัยแพนั้น พยายามด้วยมือ และ เท้า พึงข้ามถึงฝั่งได้โดยสวัสดี

......ดูกรภิกษุทั้งหลาย......บุรุษนั้นข้ามไปสู่ฝั่งแล้ว
......พึงหลีกไปตามความปรารถนา


......ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราแสดงธรรมมีอุปมาด้วยแพ เพื่อต้องการสลัดออก
ไม่ใช่เพื่อต้องการยึดถือ

......ฉันนั้นแล เธอทั้งหลายรู้ถึงธรรม มีอุปมาด้วยแพ ที่เราแสดงแล้วแก่ท่านทั้งหลาย
พึงละแม้ซึ่งธรรมทั้งหลาย......”


......ธรรมเปรียบเหมือนแพ......คือ อะไร
......ธรรมเปรียบเหมือนแพ......เป็นอย่างไร
......ด้วยเหตุเพียงเท่าใด จึงได้ชื่อว่า ......ธรรมเปรียบเหมือนแพ


ขอให้เจริญในความเพียร อันยิ่งขึ้นไปทุกท่านนะครับ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 18 ก.ย. 2013, 16:05 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2013, 06:03
โพสต์: 95

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


......ธรรมเปรียบเหมือนแพ......เป็นอย่างไร


เปรียบเหมือนบุคคลเหล่าใด มีใจประกอบด้วย ......สภาวธรรม...... อันเป็น
อกุศลธรรม
ประกอบด้วย โลภะ โทสะ โมหะ มี ......อวิชชา...... เป็น ปัจจัย

กล่าวคือ

......ความประมาทในธรรมทั้งหลาย
......ความอาฆาต ความพยาบาท ความผูกเวร
......ความขัดเคืองใจ ความไม่พึงใจ ความคับแค้นใจ ความเศร้าใจ ความเสียใจ
......ความเกียจคร้าน ความไม่อุตสาหะ ความไม่บากบั่น ความไม่หมั่น ความไม่ขยัน
......ความท้อแท้ ความผิดหวัง ความไม่ยินดี ความอิจฉา
......การประกอบอกุศลธรรมเนือง ๆ ประการหนึ่ง ฯลฯ

ทั้งนี้ ความระลึกถึง ความคิดถึง ความตรึกถึง ความตรองถึง ......สภาวธรรม......
อันเป็น ......อกุศลธรรม...... ทั้งปวง เหล่านั้น


......เป็นเหตุให้ อกุศลธรรม ที่ยังไม่เกิด เกิดขึ้น และ กุศลธรรม ที่เกิดขึ้นแล้ว
ย่อมเสื่อมไป



บุคคลเหล่านั้น เป็นบุคคลผู้ปรารภความเพียร มีความเพียร อย่างสม่ำเสมอ

......เพื่อจะละอกุศลธรรม ที่ยังไม่เกิด

......เพื่อจะละอกุศลธรรม ที่เกิดขึ้นแล้ว


เป็นบุคคลผู้มีกำลังใจ มีความบากบั่นมั่น ไม่ทอดธุระ ในการละอกุศลธรรม
ทั้งปวง เหล่านั้น



......ย่อมเป็นไปเพื่อทำให้แจ้งซึ่ง เจโตวิมุตติ ปัญญาวิมุตติ อันหาอาสวะมิได้


การปรารภความเพียรนี้ เป็นอุดมมงคล

......เทวดา และ มนุษย์ ทั้งหลาย ทำมงคลประการนี้แล้ว
......เป็นผู้ไม่ปราชัยในข้าศึกทุกหมู่เหล่า
......ย่อมถึงความสวัสดีในที่ทุกสถาน
......นี้เป็นอุดมมงคลของเทวดา และ มนุษย์ เหล่านั้น ฯ


การปรารภความเพียร เพื่อละสภาวธรรม อันเป็น อกุศลธรรม ทั้งปวงเหล่านั้น
ธรรมเปรียบเหมือนแพ ที่ใช้ข้ามฝั่ง ดังนี้แล ./



ขอให้เจริญในความเพียร อันยิ่งขึ้นไปทุกท่านนะครับ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 21 ก.ย. 2013, 19:38 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2013, 06:03
โพสต์: 95

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


......ธรรมเปรียบเหมือนแพ......เป็นอย่างไร


เปรียบเหมือนบุคคลเหล่าใด มีใจประกอบด้วย ......สภาวธรรม...... อันเป็น
กุศลธรรม
ประกอบด้วย อโลภะ อโทสะ อโมหะ มี ......วิชชา...... เป็นปัจจัย

กล่าวคือ

......ความไม่ประมาทในธรรมทั้งหลาย
......ความไม่อาฆาต ความไม่พยาบาท ความไม่ผูกเวร
......ความไม่ขัดเคืองใจ ความไม่คับแค้นใจ ความไม่เศร้าใจ ความไม่เสียใจ
......ความเพียร ความอุตสาหะ ความบากบั่น ความหมั่น ความขยัน
......ความปลื้มใจ ความอิ่มใจ
......ความอดทน ความกตัญญู ความเมตตา ความกรุณา ความมุทิตา ฯลฯ

ทั้งนี้ ความระลึกถึง ความคิดถึง ความตรึกถึง ความตรองถึง ......สภาวธรรม......
อันเป็น ......กุศลธรรม...... ทั้งปวง เหล่านั้น


......เป็นเหตุให้ กุศลธรรม ที่ยังไม่เกิด เกิดขึ้น และ อกุศลธรรม ที่เกิดขึ้นแล้ว
ย่อมเสื่อมไป



บุคคลเหล่านั้น เป็นบุคคลผู้ปรารภความเพียร มีความเพียร อย่างสม่ำเสมอ

......เพื่อความเกิดขึ้นแห่ง กุศลธรรม

......เพื่อจะยังกุศลธรรมที่เกิดขึ้นแล้ว ให้ถึงพร้อม


เป็นบุคคลผู้มีกำลังใจ มีความบากบั่นมั่น ไม่ทอดธุระ ในการประกอบกุศลธรรม
ทั้งปวง เหล่านั้น ให้ถึงพร้อม



......ย่อมเป็นไปเพื่อทำให้แจ้งซึ่ง เจโตวิมุตติ ปัญญาวิมุตติ อันหาอาสวะมิได้


การปรารภความเพียรนี้ เป็นอุดมมงคล

......เทวดา และ มนุษย์ ทั้งหลาย ทำมงคลประการนี้แล้ว
......เป็นผู้ไม่ปราชัยในข้าศึกทุกหมู่เหล่า
......ย่อมถึงความสวัสดีในที่ทุกสถาน
......นี้เป็นอุดมมงคลของเทวดา และ มนุษย์ เหล่านั้น ฯ


การปรารภความเพียร เพื่อประกอบสภาวธรรม อันเป็น กุศลธรรม ทั้งปวงเหล่านั้น
ให้ถึงพร้อม ธรรมเปรียบเหมือนแพ ที่ใช้ข้ามฝั่ง ดังนี้แล ./



ขอให้เจริญในความเพียร อันยิ่งขึ้นไปทุกท่านนะครับ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 27 ก.ย. 2013, 08:42 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ก.พ. 2013, 11:46
โพสต์: 137


 ข้อมูลส่วนตัว


เรื่องนี้โพสต์หลายห้องจัง

.....................................................
อันความกรุณาปราณี จักมีใครบังคับก็หาไม่ หลั่งมาเองดั่งน้ำทิพย์ชโลมใจ จากฟากฟ้าสุลาลัยสู่แดนดิน
มอง...ข้างหน้า ให้เป็นความหวัง มอง...ข้างหลัง ให้เป็นบทเรียน มอง...สิ่งที่มัน หมุนเวียน เพื่อยอมรับ...การเปลี่ยนไป


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 27 ก.ย. 2013, 08:42 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ก.พ. 2013, 11:46
โพสต์: 137


 ข้อมูลส่วนตัว


คิดดีทำดีก็ดีแล้วค่ะ

.....................................................
อันความกรุณาปราณี จักมีใครบังคับก็หาไม่ หลั่งมาเองดั่งน้ำทิพย์ชโลมใจ จากฟากฟ้าสุลาลัยสู่แดนดิน
มอง...ข้างหน้า ให้เป็นความหวัง มอง...ข้างหลัง ให้เป็นบทเรียน มอง...สิ่งที่มัน หมุนเวียน เพื่อยอมรับ...การเปลี่ยนไป


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 27 ก.ย. 2013, 17:09 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2013, 06:03
โพสต์: 95

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


สนทนากับ คุณงามตา


กระทู้นี้ เรื่อง การปรารภความเพียร เจตนากล่าวถึง ทาน ศีล ภาวนา
จบแล้วนะครับ ตั้งแต่วันที่ 21 กันยายน 2013


กระทู้ชื่อ อิริยาบถ......บนเส้นทางแห่งความเพียร
ตั้งกระทู้เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2013 สนทนาในเรื่อง อิริยาบถ


กระทู้ชื่อ ผู้ประกอบความเพียร......ในอันเจริญอินทรีย์ 5
ตั้งกระทู้เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2013

......เหตุสืบเนื่องจาก คุณโฮฮับ ได้สนทนาในหัวข้อธรรม อินทรีย์ 5 พละ 5
เป็นเรื่องของ สัทธินทรีย์...... ฯลฯ ซึ่งผมเห็นว่า มีเนื้อหาและแนวทางปฏิบัติ
ที่แตกต่างกัน สมควรตั้งกระทู้ใหม่


......คุณงามตาเข้าไปอ่านในสองกระทู้ที่เหลือก่อนนะครับ ผมได้ตอบไปแล้ว
จะพิจารณาเห็นได้ว่า เป็นคนละประเด็น


......ผมเป็นบุคคลประเภท ......ปัญญาน้อย...... สนทนาในแต่ละกระทู้ จะได้เพียง
หนึ่งบทธรรม มากกว่านั้น ผมจะไปต่อไม่เป็นเลย


......กระทู้สุดท้ายนี้ ผมกำลังใช้ความพยายามเป็นอย่างมาก ในการแยกประเด็นอยู่ครับ
กำลังงงว่า ใครกล่าวอะไรบ้าง ไม่รู้เหมือนกันว่า จะไปต่อไหวหรือไม่


......เพื่อนสมาชิกที่มีปัญญามาก คงไม่ถือสา ......ความเอื้อเฟื้อ ความเมตตา
ความกรุณา คงมีให้กับ บุคคลผู้มี ปัญญาน้อย นะครับ


จึงตั้งกระทู้ใหม่ ไม่ให้การสนทนาปนกัน ด้วยเหตุดังนี้แล ./


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 04 ก.พ. 2014, 03:20 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 เม.ย. 2010, 08:10
โพสต์: 2812

แนวปฏิบัติ: ขันธ์5ด้วยการสังเกตุ รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ และอินทรีย์22
สิ่งที่ชื่นชอบ: พระสุตตันตปิฎก
อายุ: 0
ที่อยู่: ระยอง อุบลราชธานี

 ข้อมูลส่วนตัว


เป็นกำลังใจให้ครับ ได้ความรู้ดีครับ

.....................................................
อย่าท้อถอยต่อการปฏิบัติ อย่าปล่อยให้ความขุ่นเคืองเข้าแทรก สร้างพลังด้วยคำสอนของพระพุทธเจ้า รำลึกและตอบแทนพระคุณมารดา และบิดา มองโลกด้วยใจเป็นกลาง ระลึกเสมอว่าเรายังด้อยปัญญาหากยังไม่ได้ปัญญา


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 11 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 4 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร