วันเวลาปัจจุบัน 22 ต.ค. 2020, 07:23  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 26 โพสต์ ]  ไปที่หน้า 1, 2  ต่อไป  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 21 ก.พ. 2009, 21:36 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 ก.ค. 2008, 14:47
โพสต์: 1562

อายุ: 0
ที่อยู่: หิมพานต์

 ข้อมูลส่วนตัว www


ไทม์แมชชีน (อังกฤษ: Time machine)

หมายถึง ยานพาหนะที่สามารถเดินทางข้ามเวลาสู่อดีตหรืออนาคต ปรากฏอยู่ในภาพยนตร์หลายเรื่อง รวมทั้งการ์ตูนโดราเอมอน ซึ่งมีการใช้เครื่องมือนี้ในการย้อนเวลาหลายครั้ง มีความเชื่อว่า ถ้าเดินทางด้วยความเร็วเท่ากับแสงแล้วเวลาจะหยุดนิ่ง ซึ่งอาจเป็นความคิดในเรื่องนี้ก็ได้

รูปภาพ

ตอนนี้รถไฟใช้เวลาประมาณ 10 ชั่วโมงเพื่อเดินทางจากลำปางไปกรุงเทพ

เครื่องบินใช้ประมาณ 2 ชั่วโมงก็ถึง

สมมติว่ามียานพาหนะที่เคลื่อนที่เร็วกว่าเครื่องบินอีก
ใช้เวลาเพียง 2 นาที ก็สามารถไปถึง กทม ได้

แล้วถ้ามีเครื่องที่เร็วกว่านั้นอีก ใช้เวลา 2 วินาที ก็ถึง กทม

แน่นอนว่ามนุษย์เราต้องพัฒนาไปเรื่อย ๆ

จนในที่สุดสามารถสร้างเครื่องที่ใช้เวลาเพียง

"ศูนย์" วินาที ก็สามารถไป กทม ได้ คือ ขึ้นปุ๊บถึงปั๊บอย่างนั้นเลย


รูปภาพ

แต่เราไม่หยุดเพียงเท่านี้

หากเราพัฒนาเครื่องที่เร็วกว่านั้นอีกล่ะ เราจะใช้เวลาไม่ถึง "ศูนย์" วินาทีใช่หรือไม่

เวลาที่ไม่ถึงศูนย์ก็คือเวลาที่ติดลบ

และเวลาที่ติดลบก็คือ "อดีต" นั่นเอง


สรุปคือ หากเราเดินทางด้วย ความเร็วที่สูงมาก เราอาจจะสามารถกลับไปในอดีตได้

บรรดานักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ของโลกที่กำลังทุ่มเทการวิจัยเรื่องนี้กันอย่างหนัก ก็เริ่มมีเค้าของความเป็นไปได้เพิ่มขึ้นมากสำหรับเรื่อง ไทม์ แมชชีนหรือการท่องเวลา
ออกมากันบ้างแล้ว

โดยบรรดานักวิจัยจากแคลิฟอร์เนียและกรุงมอสโควเค้าประกาศออกมาแล้วว่า การท่องเวลา (Time Travel) นั้น มีความเป็นไปได้อยู่ทีเดียว !!


รูปภาพ

ซึ่งพวกเค้าได้สร้างห้องแล็ปที่เรียกว่า TARDIS ขึ้นมา และเริ่มทดลองโดยนำพื้นฐานมาจากสมการของนักฟิสิกส์เอกของโลก อัลเบิร์ท ไอนสไตน์ (Albert Einstein)

นักวิทยาศาสตร์กลุ่มนี้กล่าวว่ามันอาจยากมากในการวิจัยและทดลองให้มันเป็นจริงหรือใกล้ความจริง แต่ก็มีความเป็นไปได้มากทีเดียว


ขอถามพี่ๆ และอาจารย์ทุกท่านครับว่า :b13: :b13: :b4:

ถ้ามีเครื่องย้อนเวลากลับสู่สมัยพุทธกาลได้จริง

ท่านจะเลือกลงตรงช่วงไหนของพุทธกาลครับ เพราะอะไรครับ


:b48: :b48: :b48: สุขสันต์วันหยุดครับผม :b48: :b48: :b48:
:b8: :b8:

.....................................................
อิมาหัง ภะคะวา อัตตะภาวัง ตุมหากัง ปะริจจะชามิฯ
ข้าแต่องค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า ข้าพระพุทธเจ้าขอมอบกายถวายชีวิต แด่พระพุทธเจ้า แด่พระธรรม แด่พระสงฆ์ นับแต่บัดนี้ตราบจนเข้าสู่พระนิพพาน


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 22 ก.พ. 2009, 00:10 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 พ.ค. 2008, 14:14
โพสต์: 3836

อายุ: 12
ที่อยู่: กทม.

 ข้อมูลส่วนตัว


ขอ "ประตูไปที่ไหนก็ได้" ได้ปะครับ
ผมจะไป "นิพพาน"

ขี้เกียจภาวนา :b32:


แก้ไขล่าสุดโดย ariyachon เมื่อ 25 ก.พ. 2009, 14:06, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
แก้ไขภาษาไทยให้ถูกต้อง


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 22 ก.พ. 2009, 04:02 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ม.ค. 2009, 02:20
โพสต์: 1387

ที่อยู่: สัพพะโลก

 ข้อมูลส่วนตัว


อยากไปดูตอนที่ พระพุทธองค์ กำลังจะตรัสรู้ เมื่อท่านตรัสรู้แล้ว ผมก็จะรีบเข้าไปพบท่านและจะได้เป็นลูกศิษย์คนแรกของพระพุทธองค์ 555 :b20:

.....................................................
ผู้มีจิตเมตตาจะไม่มีศัตรู ผู้มีสติปัญญาจะไม่เกิดทุกข์.


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 22 ก.พ. 2009, 20:32 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 09 มิ.ย. 2007, 21:13
โพสต์: 2631

อายุ: 0
ที่อยู่: กทม.

 ข้อมูลส่วนตัว


สวัสดีครับคุณฌาณ

มีความรู้จากคุณฌาณมาฝากพวกเราเสมอ

การเดินทางไปด้วยความเร็วเท่าหรือเข้าใกล้แสงนั้นต้องใช้พลังงานมาทำเป็นทางหรือรูเรียกว่ารูหนอน(เรียกผิดหรือเปล่าไม่ทราบ) เพื่อไม่ให้วัตถุที่เดินทางกลายเป็นพลังงาน

เรียกว่าทางลัดของอวกาศ

นั่นคือวัตถุครับ

แต่ที่เป็นไปได้ที่จะเดินทางกลับสู่อดีตได้จริงๆคือจิต

จิตที่ได้ฝึกแล้วมีความเร็วกว่าแสงครับ

ฉนั้นจิตจึงเดินทางไปได้ทั้งอดีตและอนาคต

เสียดายที่เป็นปัจจตัง สอนกันไม่ได้

แต่ทุกคนคงมีลางสังหรณ์ที่เป็นจริง

ใช่ไหมครับ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 24 ก.พ. 2009, 00:01 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 เม.ย. 2008, 13:18
โพสต์: 1367

ที่อยู่: bangkok

 ข้อมูลส่วนตัว


ร่วมสนุกกะท่านฌาณหน่อยนึงครับ

หากย้อนกลับไปได้(และสามารถเข้าใจในภาษาของยุคนั้นด้วยนะ)กระผมขอลงตอนที่พระพุทธเจ้าแสดงปฐมเทศนาแก่ ปัญจวัคคี....เพราะการที่จะได้ฟังธรรมจักกัปวัตนสูตร จากพระพุทธเจ้า อีกทีก็พระศรีอริยเมตตรัยนู่นแน่ะ อีกไม่น้อยกว่า 80000 ปี ไม่อยากรอนาน :b13: :b13:

.....................................................
ตั้งสติไว้ มองความจริงตามความเป็นจริง


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 24 ก.พ. 2009, 08:26 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 ก.ค. 2008, 14:47
โพสต์: 1562

อายุ: 0
ที่อยู่: หิมพานต์

 ข้อมูลส่วนตัว www


ก็ขอขอบพระคุณพี่ๆและอาจารย์ทุกท่านมากๆครับที่ร่วมแสดงความเห็น
ผมขอตั้งกติกาได้ไหมครับว่าให้ทุกท่านเลือกว่าจะลงช่วงพรรษาใด

พรรษาหนึ่งใน 45 พรรษาดังนี้
ด้วยเหตุผลอันใด.....


(สำหรับพี่นัฐเลือกพรรษาที่ 1 แล้วอาจจะบรรลุอรหัตผลได้นะครับ)

พรรษาที่ ๑

จำพรรษาที่อิสิปตนมฤคทายวัน

- โปรดปัญจวัคคีย์ สังฆรัตนะ เกิดขึ้นครั้งแรกในโลก

- โปรดพระยสะ และสหาย ๔๕ คน

ออกพรรษา

- ให้สาวก ๖๐ รูป มีอำนาจบวชกุลบุตร ได้โดยวิธีให้รับไตรสรณคมน์

- โปรดภัททวัคคีย์ ๓๐ รูป

- โปรดชฎิลสามพี่น้อง บวชเป็นเอหิภิกขุ ๑,๐๐๐ รูป แสดงอาทิตตปริยายสูตรสำเร็จพระอรหันต์หมด

- ไปราชคฤห์โปรดชาวเมืองและพระเจ้าพิมพิสารเป็นพระโสดาบัน

- ถวายวัดเวฬุวันเป็นวัดแรก

- ให้สงฆ์สาวกรับอารามที่มีผู้ถวายได้

- พระอัญญาโกณฑัญญะบวชปุณณมันตานีบุตร ( ลูกน้องสาว ) บรรลุอรหันต์

- ได้ ๒ อัครสาวก อุปติสสะและโกลิตะบวชบรรรลุเป็นพระอรหันต์

- บวชพระมหากัสสปะโดยรับโอวาท ๓ ข้อ


พรรษาที่ ๒

จำพรรษาที่เวฬุวัน

ออกพรรษา เสด็จเมืองเวสาลี แคว้นวัชชี

- สอนพระอานนท์ให้สาธ ยายรัตนสูตร บรรเทาภัยของชาวเมือง

- พระอานนท์ฟังกถาวัตถุ ๑๐ ประการ ( ของพระปุณณมันตาณีบุตร) เป็นพระโสดาบัน


พรรษาที่ ๓

จำพรรษาที่เวฬุวัน

- ราชคฤหเศรษฐี ขอสร้างเสนาสนะถวายสงฆ์ เป็นที่พำนักถาวร

- อนุญาตเภสัช ๕ ชนิด และภัตฯ ประเภทต่างๆ

- อนุญาตการอุปสมบทโดยวิธีญัตติจตุตถกรรม

- พระสารีบุตรบวชให้ราธะพราหมณ์เป็นรูปแรก

- อนุญาตวันประชุมสงฆ์ และแสดงธรรมใน ๑๔ คํ่า ๑๕ คํ่า และ ๘ คํ่า ของข้างขึ้นและข้างแรม


พรรษาที่ ๔

จำพรรษาที่เวฬุวัน

- โปรดหมอชีวกโกมารภัจจ์เป็นพระโสดาบัน

- ถวายชีวกอัมพวันอนุญาตผ้าไตรจีวร ๓ ผืน,ผ้าจีวร ๖ ชนิด

ออกพรรษา

- - เทศน์โปรดพุทธบิดา สำเร็จพระอรหันต์และนิพพาน และจุดเพลิงพระบรมศพ


พรรษาที่ ๕

จำพรรษาที่กูฏาคารศาลา ป่ามหาวัน นอกเมืองเวสาลี

- พระนางประชาบดี ยอมรับคุรุธรรม ๘ ประการ บวชเป็นภิกษุณีองค์แรก แล้วสำเร็จเป็นพระอรหันต์

- พระนางยโสธราบวชในสำนักพระนางประชาบดีเถรี บรรลุเป็นพระอรหันต์

- นางรูปนันทา บวชตามหมู่ญาติ ทรงแสดงฤทธิ์โปรด สำเร็จเป็นพระอรหันต์

ออกพรรษา

- เสด็จไปภัททิยนคร แคว้นอังคะ โปรดเมณฑกะเศรษฐี ธนัญชัยเศรษฐี นางวิสาขาและหมู่ญาติ เป็นพระโสดาบัน

- ทรงอนุญาตโครสทั้ง ๕ ทรงอนุญาตนํ้าผลไม้ทุกชนิด ( เว้นนํ้ากับเมล็ดนํ้าข้าวเปลือก) นํ้าใบไม้ทุกชนิด ( เว้นนํ้าผักดอง ) นํ้าดอกไม้ทุกชนิด ( เว้นนํ้าดอกมะซาง ) นํ้าอ้อยสด ทรงอนุญาตให้ฉันผักสดทุกชนิด และของขบฉันที่ทำด้วยแป้ง ให้ฉันผลไม้ได้ทุกชนิด

- แสดงมหาปเทส ๔ สิ่งที่ควรและไม่ควรสำหรับสงฆ์


พรรษาที่ ๖

จำพรรษาที่ มกุลบรรพต แคว้นมคธ

- ห้ามพระภิกษุแสดงอิทธิปาฏิหาริย์

- ปรารภจะแสดงยมกปาฏิหาริย์เอง

ออกพรรษา

- เดียรถีย์สร้างสำนักหลังวัดเชตวัน พระเจ้าปเสนทิโกศล เปลี่ยนเป็นสร้างอารามสำหรับภิกษุณี เรียกราชการาม

- เพ็ญเดือน ๘ แสดงยมกปาฏิหาริย์ นอกเมืองสาวัตถี

พรรษาที่ ๗

จำพรรษาที่ที่สวรรค์ชั้นดาวดึงส์

- แสดงพระอภิธรรมโปรดพุทธมารดาตลอดไตรมาสจนบรรลุเป็นพระโสดาบัน

- เรื่องอังกุรเทพบุตรและอินทกเทพบุตร

- ลงจากชั้นดาวดึงส์ ที่ประตูเมืองสังกัสสะ หลัง

ออกพรรษา

- เสด็จกรุงสาวัตถี

- ปรารภเรื่องนางปฏิปูชิกา ภรรยาของมาลาภารีเทพบุตร

- นางจิญจมาณวิกา ใส่ความพระพุทธเจ้า ถูกธรณีสูบลงอเวจีมหานรก

พรรษาที่ ๘

จำพรรษาที่เภสกฬาวัน ภัคคชนบท

- บิดาของสิงคาลกมานพบวช บรรลุพระอรหันต์

ออกพรรษา

- บัญญัติสิกขาบทเรื่องการผิงไฟของภิกษุ

- โปรดมาคันทิยาพราหมณ์และภรรยา จนขอบวชทั้ง ๒ คนแล้วได้บรรลุเป็นพระอรหันต์

- นางมาคันทิยาผู้เป็นธิดาผูกจิตอาฆาตในพระศาสดา

- เศรษฐีโกสัมพี ๓ คนตามไปฟังธรรมที่วัดเชตวันเมืองสาวัตถีบรรลุเป็นพระโสดาบันและได้สร้าง โฆสิตาราม ปาวาริการาม และกุกกุฏาราม ถวายที่โกสัมพี


พรรษาที่ ๙

จำพรรษาที่โกสัมพี

- เรื่องนางสามาวดี ได้เป็นมเหสีพระเจ้าอุเทน ถูกนางมาคันทิยาวางแผนเผาทั้งปราสาทจนตาย

ออกพรรษา

- สงฆ์ที่โฆสิตาราม โกสัมพี แตกความสามัคคี

พรรษาที่ ๑๐

จำพรรษาที่รักขิตวัน (ป่าปาริเลยยกะ) อยู่ระหว่างกรุงโกสัมพีกับกรุงสาวัตถี

- ช้างปาริเลยยกะและวานรถวายอุปัฏฐากพระพุมธองค์

ออกพรรษา

- หมู่สงฆ์ชาวโกสัมพีมาขอขมาต่อพระองค์ ทำให้สังฆสามัคคี

พรรษาที่ ๑๑

จำพรรษาที่หมู่บ้านพราหมณ์ เอกนาลา ใต้เมืองราชคฤห์ แคว้นมคธ

ออกพรรษา ไม่ปรากฏหลักฐาน


พรรษาที่ ๑๒

จำพรรษาที่ควงไม้สะเดา เมืองเวรัญชา

- ทรงไม่อนุญาตให้มีการบัญญัติสิกขาบท

ออกพรรษา

- เรื่องเอรกปัตตนาคราช

- พระนางปชาบดีเถรี ทูลลานิพพาน ประชุมเพลิง

- การอุปสมบท ๘ วิธี



ขอบพระคุณพี่ๆและอาจารย์ทุกท่านครับ :b8: :b8: :b8:

.....................................................
อิมาหัง ภะคะวา อัตตะภาวัง ตุมหากัง ปะริจจะชามิฯ
ข้าแต่องค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า ข้าพระพุทธเจ้าขอมอบกายถวายชีวิต แด่พระพุทธเจ้า แด่พระธรรม แด่พระสงฆ์ นับแต่บัดนี้ตราบจนเข้าสู่พระนิพพาน


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 24 ก.พ. 2009, 08:31 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 ก.ค. 2008, 14:47
โพสต์: 1562

อายุ: 0
ที่อยู่: หิมพานต์

 ข้อมูลส่วนตัว www


พรรษาที่ ๑๓

จำพรรษาที่จาลิกบรรพต เมืองจาลิกา

- เรื่องพระเมฆิยะ

ออกพรรษา

- แสดงมงคลสูตร ๓๘ ประการ

- แสดงกรณีเมตตาสูตร

- เรื่องพระพาหิยะทารุจิริยะ

- พระอัญญาโกณฑัญญะทูลลานิพพาน

พรรษาที่ ๑๔

จำพรรษาที่วัดเชตวัน สาวัตถี

- สามเณรราหุลอุปสมบท

- ตรัสภัทเทกรัตตคาถา

- แสดงนิธิกัณฑสูตร

ออกพรรษา

- บัญญัติวิธีกรานกฐิน

- อนุญาตสงฆ์ รับการปวารณาปัจจัยเภสัชเป็นนิตย์

พรรษาที่ ๑๕

จำพรรษาที่นิโคธาราม กรุงกบิลพัสดุ์

- เจ้าศากายะถวายสัณฐาคาร

- แสดงสัปปุริสธรรม ๗ ประการ

- เรื่องพระเจ้าสุปปพุทธะถูกธรณีสูบลงอเวจี

ออกพรรษา

- ไม่ปรากฏหลักฐาน


พรรษาที่ ๑๗

จำพรรษาที่วัดเวฬุวัน

- พระทัพพมัลลบุตรทูลลานิพพาน

ออกพรรษา

- เรื่องพระวักกลิ

พรรษาที่ ๑๘

จำพรรษาที่จาลิกบรรพต เมืองจาลิกา

ออกพรรษา

- เสด็จเมืองอาฬาวีครั้งที่๒

- โปรดธิดาช่างหูกบรรลุโสดาปัตติผล

- ช่างหูกผู้เป็นบิดาขอบวชสำเร็จอารหัตตผล

- ตรัสอริยทรัพย์ ๗ ประการ


พรรษาที่ ๑๙

จำพรรษาที่จาลิกบรรพต เขตเมืองจาลิกา

ออกพรรษา

- เรื่องโปรดโจรองคุลีมาล

- เรื่องสันตติมหาอำมาตย์บรรลุอรหัตตผลแล้วนิพพาน

พรรษาที่ ๒๐

จำพรรษาที่เวฬุวัน เมืองราชคฤห์

- พระอานนท์ได้เป็นอุปัฏฐากประจำพระองค์

- พระอานนท์ทูลขอพร ๘ ประการ


พรรษาที่ ๒๑-๔๕

จำพรรษาที่วัดเชตวัน หรือ วัดบุพพาราม สลับกันไป

ออกพรรษาที่จาริกไปตามตำบลต่างๆ เพื่อโปรดเวไนยสัตว์

ประมาณพรรษาที่๒๑ จำวัดที่บุพพารามสาวัตถี

- พระองค์ทรงแสดงโอวาทปาฏิโทกข์ในที่ประชุมสงฆ์ทุกกึ่งเดือน ครั้งแรก

ประมาณพรรษาที่๒๖ พระราหุลนิพพาน

พรรษาที่๓๗ เทวทัตคิดปกครองสงฆ์

- วางแผนปลงพระชนม์พระศาสดา

- ปลงพระชนม์พระเจ้าพิมพิสาร

- พระเทวทัตถูกธรณีสูบ


พรรษาที่๓๘ แสดงสามัญญผลสูตรแก่อชาตศัตรู

- อชาตศัตรูแสดงตนเป็นพุทธมามกะ

- กรุงสาวัตถี

- อำมาตย์ก่อการขบถ

- พระเจ้าปเสนทิโกศลสิ้นพระชนม์

- พระเจ้าวิฑูฑภะฆ่าล้างวงศ์ศากยะ

- พระเจ้าวิฑูฑภะสิ้นพระชนม์


พรรษาที่๔๓ พระยโสธราเถรีนิพพาน

พรรษาที่๔๔ แสดงธรรมที่วัดเชตวัน

- ตอบปัญหาเทวดา

ออกพรรษา

- พระสารีบุตรทูลลานิพพาน

- พระสารีบุตรโปรดมารดาจนบรรลุโสดาปัตติผลพระสารีบุตรนิพพาน

- พระโมคคัลลานะถูกโจรที่เดียรถีย์จ้างมาทำร้าย

- พระโมคคัลลานะนิพพาน

- นางอัมพปาลีถวายอาราม นางอัมพปาลีบรรลุธรรม


พรรษาที่๔๕ ภิกษุจำพรรษารอบกรุงเวสาลี

- ตรัสอานุภาพอิทธิบาท ๔

- ทรงปลงอายุสังขาร ตรัสโพธิปักขิยธรรม ๓๗ ประการ

- นายจุลทะถวายสุกรมัททวะ

- ตรัสถึงสังเวชนียสถาน ๔แห่ง

- วิธีปฏิบัติกับพุทธสรีระปัจฉิมโอวาทแก่ภิกษุ

- เสด็จปรินิพพาน


:b4: :b4: :b4:

.....................................................
อิมาหัง ภะคะวา อัตตะภาวัง ตุมหากัง ปะริจจะชามิฯ
ข้าแต่องค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า ข้าพระพุทธเจ้าขอมอบกายถวายชีวิต แด่พระพุทธเจ้า แด่พระธรรม แด่พระสงฆ์ นับแต่บัดนี้ตราบจนเข้าสู่พระนิพพาน


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 24 ก.พ. 2009, 08:46 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ก.พ. 2009, 09:06
โพสต์: 45


 ข้อมูลส่วนตัว


ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ในสมัยพุทธกาล ผมอยากย้อนไปช่วงที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้แล้ว จะได้ไปฟังธรรมจากท่าน (แต่ไม่รู้จะฟังภาษาอินเดียเข้าใจหรือเปล่านี่แหละปัญหาใหญ่ของผม)


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 24 ก.พ. 2009, 08:50 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 ก.ค. 2008, 14:47
โพสต์: 1562

อายุ: 0
ที่อยู่: หิมพานต์

 ข้อมูลส่วนตัว www


ส่วนตัวกระผมเองขอเลือกลงพรรษาที่ 5 ครับ

ด้วยเหตุผลว่า อยากพบพระนางประชาบดี พระนางยโสธรา นางวิสาขา นางรูปนันนทา เป็นบุญตาหน่อยอะครับ และร่วมฟังธรรมด้วยครับ :b4: :b4: :b4:

พระนางยโสธรา :b52: :b53:
:b51:
พระสรีระของพระนาง มีพระฉวีวรรณสีเหมือนทองคำอันบริสุทธิ์
พระนางเป็นผู้ช่ำชองชำนาญในอภิญญาทั้งหลายระลึกชาติได้ถึงอสงไขยหนึ่งยิ่งด้วยแสนกัปโดยการระลึกถึงเพียงครั้งเดียว

พระนันทาเถรี :b41: :b41: :b41:

เป็นธิดาของพระเจ้าสุทโธทนะกับพระนางมหาปชาบดีโคตมี เป็น
กนิษฐภคินีของเจ้าชายนันทะ พระนามเดิมว่า “นันทา” แต่เพราะนางมีพระสิริโฉมงดงามยิ่ง
นัก น่าทัศนา น่ารัก น่าเลื่อมใส พระประยูรญาติจึงพากันเรียกว่า “รูปนันทา”
(ในเรื่องนี้มีตอนพระพุทธองค์ ทรงเนรมิตรูปหญิงสาววัยรุ่นคนหนึ่งให้มีรูปสิริโฉมสวยงามสุดที่จะหา
หญิงใดในปฐพีมาเปรียบได้ ด้วยนะครับ)

นางวิสาขา หญิงผู้มีความงาม 5 อย่าง :b48: :b48: :b48:

เบญจกัลยาณี ความงามของสตรี ๕ อย่าง คือ
๑. เกสกลฺยาณํ ผมงาม คือ หญิงที่มีผมยาวถึงสะเอวแล้วปลายผมงอนขึ้น
๒. มงฺสกลฺยาณํ เนื้องาม คือหญิงที่มีริมฝีปากแดงดุจผลตำลึงสุกและเรียบชิดสนิทกันดี
๓. อฏฺฐิกลฺยาณํ กระดูกงาม คือหญิงที่มีฟันสีขาวประดุจสังข์ และเรียบเสมอกัน
๔. ฉวิกลฺยาณํ ผิวงาม คือหญิงที่มีผิวงามละเอียด ถ้าดำก็ดำดังดอกบัวเขียว ถ้าขาวก็ขาวดัง
ดอกกรรณิกา
๕. วยกลฺยาณํ วัยงาม คือ หญิงที่แม้จะคลอดบุตรถึง ๑๐ ครั้ง ก็ยังคงสภาพร่างกายสาวสวยดุจ
คลอดครั้งเดียว

:b8: :b8: :b8:

.....................................................
อิมาหัง ภะคะวา อัตตะภาวัง ตุมหากัง ปะริจจะชามิฯ
ข้าแต่องค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า ข้าพระพุทธเจ้าขอมอบกายถวายชีวิต แด่พระพุทธเจ้า แด่พระธรรม แด่พระสงฆ์ นับแต่บัดนี้ตราบจนเข้าสู่พระนิพพาน


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 24 ก.พ. 2009, 16:18 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 ก.ค. 2008, 14:47
โพสต์: 1562

อายุ: 0
ที่อยู่: หิมพานต์

 ข้อมูลส่วนตัว www


ผมเคยไปท่องในเวปลานธรรมมาครับ พบเรื่องย้อนเวลาสู่พุทธกาลของผู้ที่ใช้ชื่อว่าบูดู
แต่งไว้ดีมากครับแต่ผมจำรายละเอียดทั้งหมดไม่ได้ จึงขอผสมปรุงแต่งเองด้วยดังนี้ครับ
(หวังว่าคุณบูดูไม่ว่านะครับ)


ผมขอตั้งชื่อว่า

"วันสิ้นโลก ประวัติศาสตร์ที่โลกตะลึง"

(BACK TO THE BUDDHA)

เรื่องมีอยู่ว่าในสมัยโลกใกล้สิ้นสูญพุทธศาสนา เข้าสู่ยุคเสื่อมทางศีลธรรม


สัตว์โลกทั้งหลายที่เกิดในยุคนั้นจะพบกับความลำบากทุกชาติทุกศาสนา

ตามธรรมชาติอันหมุนเวียนของโลก ที่หมุนเวียนไปใกล้ความแตกทำลาย แผ่นดินแผ่นน้ำจะลุกเป็นไฟ

มนุษย์และสัตว์จะได้รับภัยพิบัติสารพัดทั่วทิศ


ส่วนเวไนยสัตว์ผู้ขวนขวายในกุศลตามวจนะของตถาคต ก็จะระงับร้อนไม่รุนแรง บ้านเมืองใดมีความเคารพยำเกรงในพระรัตนตรัยและคุณบิดามารดา เหตุร้ายภัยพิบัติจักเบาบาง แต่ก็จะหนีกฎธรรมชาติไม่พ้น ……

ในระยะนั้นศาสนาของตถาคตเสื่อมลงมาก เพราะพุทธบริษัทไม่ตั้งอยู่ในศีลธรรม เชื่อคำของคนโกง กล่าวคำเท็จ ไม่เคารพหลักธรรมนิยม คนประจบสอพลอได้รับการเชื่อถือในสังคม ผู้มีศีลธรรมประพฤติชอบกลับไม่มีคนเคารพยำเกรง

คนในสมัยนั้น(ปัจจุบัน) จะมีวิสัยโหดดุจกำเนิดจากสัตว์ป่าอำมหิต จะรบราฆ่าฟันกันถึงเลือดนองแผ่นดินแผ่นน้ำ ..........



รูปภาพ

มีนักวิทยาศาสตร์ชาวอเมริกันคู่หนึ่ง(แบบว่าเก่งสุดๆ)เป็นสามีภรรยากันได้หลบหนีภัยสงครามเข้าไปอยู่ในป่า หลบความวุ่นวาย ไปหาความสงบ และหลงพลัดเข้าไปในป่าลึกแห่งหนึ่ง

ได้พบกับบุรุษผู้หนึ่งศรีษะโล้น...(ต่อไปจะใช้คำว่าภิกษุ)

นุ่งห่มผ้ากาสาวพักตร์ ท่าทางสงบเสี่ยม มีมรรยาทก้าวไป ถอยกลับ แลเหลียว คู้แขน เหยียดแขน น่าเลื่อมใส มีนัยน์ตาทอดลง ถึงพร้อมด้วยอิริยาบถ ผิวพรรณดูสะอาดสดใสยิ่งนัก จึงเข้าไปถามว่า


" เหตุการณ์ของโลกปัจจุบันนี้วุ่นวายนัก ทำไมท่านถึงดูไม่ทุกข์ ไม่ร้อน
กลับดูสีหน้าแววตาท่านมีความสุขยิ่งนัก"


ภิกษุรูปนั้นกล่าวว่า......

:b41: :b41: :b41: ..............โปรดติดตามตอนต่อไป.............. :b22: :b4:

.....................................................
อิมาหัง ภะคะวา อัตตะภาวัง ตุมหากัง ปะริจจะชามิฯ
ข้าแต่องค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า ข้าพระพุทธเจ้าขอมอบกายถวายชีวิต แด่พระพุทธเจ้า แด่พระธรรม แด่พระสงฆ์ นับแต่บัดนี้ตราบจนเข้าสู่พระนิพพาน


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 24 ก.พ. 2009, 17:05 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 พ.ค. 2008, 14:14
โพสต์: 3836

อายุ: 12
ที่อยู่: กทม.

 ข้อมูลส่วนตัว


ถืออุปกรณ์เหล่านี้รอครับ

รูปภาพ


แก้ไขล่าสุดโดย ariyachon เมื่อ 25 ก.พ. 2009, 14:05, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง.
แก้ไขภาษาไทยให้ถูกต้อง


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 24 ก.พ. 2009, 18:25 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 พ.ย. 2008, 17:20
โพสต์: 1051

งานอดิเรก: อ่านหนังสือธรรมะ
อายุ: 0
ที่อยู่: Bangkok

 ข้อมูลส่วนตัว


:b7: K.คามินธรรม ขอ "ประตูไปที่ไหนก็ได้" ได้ปะครับ
ผมจะไป "นิพพาน"

ขี้เกียจภาวนา

:b7: คุณไปไหนเราเกาะหางเครื่องไปด้วยนะ :b9: เดี๋ยวยังดูจิตไม่สำเร็จเลย
:b26: :b26: แล้วใครจะคอยตอบคำถามเราล่ะ :b10: :b10:

.....................................................
    มีสิ่งใด น่าโกรธ อย่าโทษเขา.... ต้องโทษเรา ที่ใจ ไม่เข้มแข็ง
    เรื่องน่าโกรธ แม้ว่า จะมาแรง ....ถ้าใจแข็ง เหนือกว่า ชนะมัน


แก้ไขล่าสุดโดย ariyachon เมื่อ 25 ก.พ. 2009, 14:07, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
แก้ไขภาษาไทยให้ถูกต้อง


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 24 ก.พ. 2009, 20:22 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 ก.ค. 2008, 14:47
โพสต์: 1562

อายุ: 0
ที่อยู่: หิมพานต์

 ข้อมูลส่วนตัว www


:b22: สวัสดีครับมี a dog ด้วยหรือครับ ต่อนะครับ

"วันสิ้นโลก ประวัติศาสตร์ที่โลกตะลึง"

(BACK TO THE BUDDHA)

อ้างคำพูด:
ความเดิม.......

" เหตุการณ์ของโลกปัจจุบันนี้วุ่นวายนัก ทำไมท่านถึงดูไม่ทุกข์ ไม่ร้อน
กลับดูสีหน้าแววตาท่านมีความสุขยิ่งนัก"


ภิกษุรูปนั้นกล่าวว่า......

"ทุกสรรพสิ่งย่อมเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และเสื่อมสลายไป ไม่มีอำนาจใดๆต้านทานได้ สุขหรือทุกข์อยู่ที่ใจเรา หาขึ้นกับสรรพสิ่งไม่ เราไม่สามารถควบคุมสรรพสิ่งได้
แต่เราสามารถควบคุมจิตหรือใจเราให้สุขหรือทุกข์ได้"


นักวิทยาศาสตร์สองคนนั้น หันหน้ามามองกันหน้าตาเลิกหลั่ก เพราะถ้อยคำเหล่านี้ไม่เคยได้ยินได้ฟังที่ไหนมาก่อนเลย ในสถาบันการศึกษาของโลกชั้นนำยุคนั้นก็ไม่มีคำพูดเหล่านี้หลงเหลืออยู่เลย
มีแต่สอนว่าทำอย่างไรให้ชีวิตนี้ยั่งยืนเป็นอมตะ ทำอย่างไรไม่ป่วย ไม่ไข้ ซะมากกว่า

ทั้งสองคน(ชายชื่อจอหน์และหญิงชื่อแคทละกัน) กล่าวขึ้นเกือบพร้อมกันว่า


"ท่านเป็นใคร ทำไมถึงได้กล่าวภาษิตได้เพราะพริ้งนัก ท่านเรียนมาจากสถาบันไหน"


พระภิกษุ "ดูกรท่านทั้งหลาย เราเป็นผู้ประพฤติพรหมจรรย์ในพระผู้มีพระภาคผู้เป็นศาสดาของเรา เพื่อกำหนดรู้ทุกข์"

(การประพฤติพรหมจรรย์ แปลว่า การประพฤติตนอย่างพรหม หรือความประพฤติอันประเสริฐ หมายถึง การประพฤติตามคุณธรรมต่างๆ ทั้งหมด ในพระพุทธศาสนาให้เคร่งครัดยิ่งขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้กิเลสกลับขึ้นมาอีก)

จอหน์ "ศาสดาของท่านคืออะไร คือพระเจ้า คือมนุษย์ หรือ คืออะไรกัน" (ท่าทาง งงมาก)

พระภิกษุ "พระบรมศาสดาของเราเป็นมนุษย์ ผู้เป็น ศาสดาอันยอดยิ่ง พระผู้เป็นครูสูงสุดพระองค์ดำรงพระชนม์ชีพอยู่ระหว่าง 80 ปีก่อนพุทธศักราช 5000 "

แคท "แสดงว่าเวลาล่วงเลยไปนานแล้ว พระศาสดาของท่านคงล่วงลับไปแล้ว แต่ไฉนคำสั่งสอนของพระองค์ท่านจึงยังเป็นภาษิตที่จริงแท้ในยุคนี้"

พระภิกษุ "พระศาสดาของเรายังคงอยู่ ไม่มีวันดับสูญ พระองค์ตรัสว่าผู้ใดเห็นธรรมผู้นั้นเห็นเราตถาคต"



(ตถาคต เป็นพระนามที่ใช้เรียกพระพุทธเจ้าพระนามหนึ่ง เรียกเต็มว่า พระตถาคต

ตถาคต แปลได้หลายนัย คือแปลว่า

ผู้เสด็จมาอย่างนั้น
ผู้เสด็จไปอย่างนั้น
ผู้เสด็จมาสู่ลักษณะที่แท้
ผู้ตรัสรู้ธรรมที่แท้จริง ตามที่เป็นจริง
ผู้ทรงรู้เห็นอารมณ์ที่แท้จริง
ผู้ทรงมีพระวาจาที่แท้จริง
ผู้ตรัสอย่างไรทรงทำอย่างนั้น
ผู้ทรงครอบงำ
ตถาคต เป็นคำที่พระพุทธเจ้าใช้เรียกแทนตัวพระองค์ เช่นตรัสว่า

“ขอถวายพระพร ตถาคตละอกุศลธรรมได้ทั้งหมดแล้ว เป็นผู้ถึงพร้อมด้วยกุศลธรรม ” )


:b4: :b4: :b4:

มีต่อครับ..........

.....................................................
อิมาหัง ภะคะวา อัตตะภาวัง ตุมหากัง ปะริจจะชามิฯ
ข้าแต่องค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า ข้าพระพุทธเจ้าขอมอบกายถวายชีวิต แด่พระพุทธเจ้า แด่พระธรรม แด่พระสงฆ์ นับแต่บัดนี้ตราบจนเข้าสู่พระนิพพาน


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 ก.พ. 2009, 13:41 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 4
สมาชิก ระดับ 4
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 พ.ย. 2008, 22:30
โพสต์: 222

ที่อยู่: เวียนว่ายในวัฏสงสาร (-_-!)

 ข้อมูลส่วนตัว


ปูเสื่อรออ่านต่อขอรับ :b20:

.....................................................
ขอประสบความสุขทั้งทางโลกและทางธรรม


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 ก.พ. 2009, 14:12 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 10
สมาชิก ระดับ 10
ลงทะเบียนเมื่อ: 09 ก.พ. 2009, 02:06
โพสต์: 811

อายุ: 0
ที่อยู่: มหานคร

 ข้อมูลส่วนตัว


ขออนุญาต สมาชิก
ขอแก้ไขภาษาไทยให้ถูกต้องนะครับ

โดยเฉพาะคำว่า "คับ" กับ "ครับ"
คนละความหมายนะครับ

ภาษาไทยมีเอกลักษณ์งดงาม ถ้ารู้จักใช้ให้ถูกต้องครับ


:b8: :b8:

.....................................................
ทุกสิ่งทุกอย่างในโลก มันถูกต้องอยู่แล้ว มีแต่ความเห็นของเราเท่านั้นที่ผิด (หลวงพ่อชา สุภัทโท)


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 26 โพสต์ ]  ไปที่หน้า 1, 2  ต่อไป

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: Google [Bot] และ บุคคลทั่วไป 5 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร