วันเวลาปัจจุบัน 24 ต.ค. 2020, 10:16  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 70 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2, 3, 4, 5  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 19 ก.พ. 2020, 16:07 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 มี.ค. 2018, 02:56
โพสต์: 2113

โฮมเพจ: maybe
แนวปฏิบัติ: สติปัฎฐาน
งานอดิเรก: กีฬา
สิ่งที่ชื่นชอบ: แบรนด์เเนม
ชื่อเล่น: เม
อายุ: 22
ที่อยู่: Bangkok Thailand

 ข้อมูลส่วนตัว


Rosarin เขียน:
กรัชกาย เขียน:
Rosarin เขียน:
cool
ทุกคำในพระไตรปิฏกกำลังปรากฏว่ามีแล้วเดี๋ยวนี้ตรงปัจจุบันขณะ
ไม่ขาดจากสภาพธัมมะเลยแม้แต่ขณะเดียวเป็นเราทำตามคิดเอง
จนกว่าจะเริ่มต้นฟังเพื่อเก็บสะสมปัญญารู้ตามปกติตรงสัจจะที่มี
ไม่ใช่มีแต่อยากไปทำตามๆกันโดยไม่ฟังเพื่อไตร่ตรองเหตุผล
ตัวจริงธัมมะกำลังปรากฏว่ากำลังมีตรงแล้วตามที่ตถาคตตรัส
แต่เราน่ะเกิดมาเป็นคนแล้วและได้เจอคำสอนด้วยแต่ลืมฟัง
แปลว่าขาดปัญญาตั้งแต่เริ่มฟังจึงปรุงแต่งจิตผิดไปเรื่อยๆ
เมื่อไหร่จะเริ่มคิดตามเพื่อเข้าใจความจริงที่กำลังมีอยู่คะ
ตถาคตตรัสรู้ความจริงนี้1เดียวในจักรวาลนี้คนอื่นไม่รู้
ได้แต่หลงคิดทำไปต่างๆนานาจนกว่าจะเริ่มคิดตามๆๆ
=ไม่คิดเองแม้แต่1คำต้องฟังคนอื่นพูดแล้วคิดตามได้เท่านั้น
ตอนที่คิดตามไม่ได้ขณะนั้นเองคิดไปตามเห็นผิดแล้วนะคะ
https://youtu.be/jXPEqiBJixM
onion onion onion



นี่เลอะเทอะ

ข้างบนเพ้อเจ้อ :b32:

:b12:
พระพุทธเจ้าตรัสรู้ความจริงทุกประการ
เห็นทุกภพภูมิคือจิตเห็นสีไม่เข้าใจเหรอ
คำสอนทรงตรัสแสดงแต่ความจริงนะคะ
จิตเห็นสีคือความจริงของเห็นที่กำลังเห็น
เราน่ะไม่รู้ว่าตัวเองเห็นอะไรเพราะไม่ฟัง
จะให้ว่ายังไงคะความจริงของเห็นมีแค่สี
จะมาเถียงกับคำของตถาคตทำไมล่ะคะ
ก็มองดูความจริงที่ตัวเองเห็นดิมีแค่สีมั๊ย
ยังไม่รู้สึกตัวกันอีกอยู่ดอกหรือว่าหลงเงา
สีที่ปรากฏให้เห็นดับแล้วอดีตสียังมีเหลือ
เพราะรูปของสีมีอายุยืนกว่าจิตถึง17ขณะ
ปรากฏสีนั้นต่ออีก17ขณะหลังจากเห็นดับ
มีอดีตสีอยู่อย่างต่อเนื่องเลยไม่รู้ว่าอันไหน
คือความจริงที่กำลังเห็นเพราะขาดปัญญาอยู่
ไม่ฟังคำของตถาคตจากคนอื่นกล่าวให้รู้สึกตัวแปลว่าไม่รู้=มีกิเลส
แปลว่ามืดบอดสนิททั้งที่ลืมตาดูแต่คิดตามคำสอนไม่ตรงสักที=ปัญญาไม่เกิดเลย
:b32:
:b12: :b12:
https://youtu.be/CwVOTTaufXY


คริคริ

ตาบอดๆ จิตดับๆ จิตเกิด ๆ จิตเห็นสี ๆ
ฟังคำพระพุทธองค์มากะท่อนกะแท่น ไม่ครบไม่เต็ม


คุณยายโรสขา คุณยายปัญญายังไม่เกิดเรย ไม่เห็นอริยะสัจ

tongue


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 20 ก.พ. 2020, 10:11 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2009, 15:06
โพสต์: 7370

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


โลกสวย เขียน:
Rosarin เขียน:
กรัชกาย เขียน:
Rosarin เขียน:
cool
ทุกคำในพระไตรปิฏกกำลังปรากฏว่ามีแล้วเดี๋ยวนี้ตรงปัจจุบันขณะ
ไม่ขาดจากสภาพธัมมะเลยแม้แต่ขณะเดียวเป็นเราทำตามคิดเอง
จนกว่าจะเริ่มต้นฟังเพื่อเก็บสะสมปัญญารู้ตามปกติตรงสัจจะที่มี
ไม่ใช่มีแต่อยากไปทำตามๆกันโดยไม่ฟังเพื่อไตร่ตรองเหตุผล
ตัวจริงธัมมะกำลังปรากฏว่ากำลังมีตรงแล้วตามที่ตถาคตตรัส
แต่เราน่ะเกิดมาเป็นคนแล้วและได้เจอคำสอนด้วยแต่ลืมฟัง
แปลว่าขาดปัญญาตั้งแต่เริ่มฟังจึงปรุงแต่งจิตผิดไปเรื่อยๆ
เมื่อไหร่จะเริ่มคิดตามเพื่อเข้าใจความจริงที่กำลังมีอยู่คะ
ตถาคตตรัสรู้ความจริงนี้1เดียวในจักรวาลนี้คนอื่นไม่รู้
ได้แต่หลงคิดทำไปต่างๆนานาจนกว่าจะเริ่มคิดตามๆๆ
=ไม่คิดเองแม้แต่1คำต้องฟังคนอื่นพูดแล้วคิดตามได้เท่านั้น
ตอนที่คิดตามไม่ได้ขณะนั้นเองคิดไปตามเห็นผิดแล้วนะคะ
https://youtu.be/jXPEqiBJixM
onion onion onion



นี่เลอะเทอะ

ข้างบนเพ้อเจ้อ :b32:

:b12:
พระพุทธเจ้าตรัสรู้ความจริงทุกประการ
เห็นทุกภพภูมิคือจิตเห็นสีไม่เข้าใจเหรอ
คำสอนทรงตรัสแสดงแต่ความจริงนะคะ
จิตเห็นสีคือความจริงของเห็นที่กำลังเห็น
เราน่ะไม่รู้ว่าตัวเองเห็นอะไรเพราะไม่ฟัง
จะให้ว่ายังไงคะความจริงของเห็นมีแค่สี
จะมาเถียงกับคำของตถาคตทำไมล่ะคะ
ก็มองดูความจริงที่ตัวเองเห็นดิมีแค่สีมั๊ย
ยังไม่รู้สึกตัวกันอีกอยู่ดอกหรือว่าหลงเงา
สีที่ปรากฏให้เห็นดับแล้วอดีตสียังมีเหลือ
เพราะรูปของสีมีอายุยืนกว่าจิตถึง17ขณะ
ปรากฏสีนั้นต่ออีก17ขณะหลังจากเห็นดับ
มีอดีตสีอยู่อย่างต่อเนื่องเลยไม่รู้ว่าอันไหน
คือความจริงที่กำลังเห็นเพราะขาดปัญญาอยู่
ไม่ฟังคำของตถาคตจากคนอื่นกล่าวให้รู้สึกตัวแปลว่าไม่รู้=มีกิเลส
แปลว่ามืดบอดสนิททั้งที่ลืมตาดูแต่คิดตามคำสอนไม่ตรงสักที=ปัญญาไม่เกิดเลย
:b32:
:b12: :b12:
https://youtu.be/CwVOTTaufXY


คริคริ

ตาบอดๆ จิตดับๆ จิตเกิด ๆ จิตเห็นสี ๆ
ฟังคำพระพุทธองค์มากะท่อนกะแท่น ไม่ครบไม่เต็ม


คุณยายโรสขา คุณยายปัญญายังไม่เกิดเรย ไม่เห็นอริยะสัจ

tongue

:b32:
เห็นผิด คิดผิด แสดงความคิดผิดออกมา
จะคิดเห็นถูกต้องคิดตามความหมายของเสียงค่ะเม
ลอง ออกเสียงดังๆให้ตัวเองฟังนะคะ...จิตเห็นสี...ที่เห็นมีแค่นั้นจริงๆค่ะ
แค่นั้นแหละคิดให้ตรงว่าเห็นอะไร...เทียบสิว่าตัวเองเห็นเกินสีมากแค่ไหน
ทีนี้ก็มองตัวตนตัวเองสิว่าความจริงตัวตนเธอเห็นอะไร...ก็เห็นทางตาเนื้อตามปกติ
ตัวเองไม่ได้เห็นแค่สีค่ะ...คิดให้ตรง...คิดไม่ตรงแปลว่ากำลังคิดตามเห็นผิดของตัวเองอยู่งัยคะเม
:b32: :b32:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 20 ก.พ. 2020, 10:52 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2009, 15:06
โพสต์: 7370

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


Rosarin เขียน:
โลกสวย เขียน:
Rosarin เขียน:
กรัชกาย เขียน:
Rosarin เขียน:
cool
ทุกคำในพระไตรปิฏกกำลังปรากฏว่ามีแล้วเดี๋ยวนี้ตรงปัจจุบันขณะ
ไม่ขาดจากสภาพธัมมะเลยแม้แต่ขณะเดียวเป็นเราทำตามคิดเอง
จนกว่าจะเริ่มต้นฟังเพื่อเก็บสะสมปัญญารู้ตามปกติตรงสัจจะที่มี
ไม่ใช่มีแต่อยากไปทำตามๆกันโดยไม่ฟังเพื่อไตร่ตรองเหตุผล
ตัวจริงธัมมะกำลังปรากฏว่ากำลังมีตรงแล้วตามที่ตถาคตตรัส
แต่เราน่ะเกิดมาเป็นคนแล้วและได้เจอคำสอนด้วยแต่ลืมฟัง
แปลว่าขาดปัญญาตั้งแต่เริ่มฟังจึงปรุงแต่งจิตผิดไปเรื่อยๆ
เมื่อไหร่จะเริ่มคิดตามเพื่อเข้าใจความจริงที่กำลังมีอยู่คะ
ตถาคตตรัสรู้ความจริงนี้1เดียวในจักรวาลนี้คนอื่นไม่รู้
ได้แต่หลงคิดทำไปต่างๆนานาจนกว่าจะเริ่มคิดตามๆๆ
=ไม่คิดเองแม้แต่1คำต้องฟังคนอื่นพูดแล้วคิดตามได้เท่านั้น
ตอนที่คิดตามไม่ได้ขณะนั้นเองคิดไปตามเห็นผิดแล้วนะคะ
https://youtu.be/jXPEqiBJixM
onion onion onion



นี่เลอะเทอะ

ข้างบนเพ้อเจ้อ :b32:

:b12:
พระพุทธเจ้าตรัสรู้ความจริงทุกประการ
เห็นทุกภพภูมิคือจิตเห็นสีไม่เข้าใจเหรอ
คำสอนทรงตรัสแสดงแต่ความจริงนะคะ
จิตเห็นสีคือความจริงของเห็นที่กำลังเห็น
เราน่ะไม่รู้ว่าตัวเองเห็นอะไรเพราะไม่ฟัง
จะให้ว่ายังไงคะความจริงของเห็นมีแค่สี
จะมาเถียงกับคำของตถาคตทำไมล่ะคะ
ก็มองดูความจริงที่ตัวเองเห็นดิมีแค่สีมั๊ย
ยังไม่รู้สึกตัวกันอีกอยู่ดอกหรือว่าหลงเงา
สีที่ปรากฏให้เห็นดับแล้วอดีตสียังมีเหลือ
เพราะรูปของสีมีอายุยืนกว่าจิตถึง17ขณะ
ปรากฏสีนั้นต่ออีก17ขณะหลังจากเห็นดับ
มีอดีตสีอยู่อย่างต่อเนื่องเลยไม่รู้ว่าอันไหน
คือความจริงที่กำลังเห็นเพราะขาดปัญญาอยู่
ไม่ฟังคำของตถาคตจากคนอื่นกล่าวให้รู้สึกตัวแปลว่าไม่รู้=มีกิเลส
แปลว่ามืดบอดสนิททั้งที่ลืมตาดูแต่คิดตามคำสอนไม่ตรงสักที=ปัญญาไม่เกิดเลย
:b32:
:b12: :b12:
https://youtu.be/CwVOTTaufXY


คริคริ

ตาบอดๆ จิตดับๆ จิตเกิด ๆ จิตเห็นสี ๆ
ฟังคำพระพุทธองค์มากะท่อนกะแท่น ไม่ครบไม่เต็ม


คุณยายโรสขา คุณยายปัญญายังไม่เกิดเรย ไม่เห็นอริยะสัจ

tongue

:b32:
เห็นผิด คิดผิด แสดงความคิดผิดออกมา
จะคิดเห็นถูกต้องคิดตามความหมายของเสียงค่ะเม
ลอง ออกเสียงดังๆให้ตัวเองฟังนะคะ...จิตเห็นสี...ที่เห็นมีแค่นั้นจริงๆค่ะ
แค่นั้นแหละคิดให้ตรงว่าเห็นอะไร...เทียบสิว่าตัวเองเห็นเกินสีมากแค่ไหน
ทีนี้ก็มองตัวตนตัวเองสิว่าความจริงตัวตนเธอเห็นอะไร...ก็เห็นทางตาเนื้อตามปกติ
ตัวเองไม่ได้เห็นแค่สีค่ะ...คิดให้ตรง...คิดไม่ตรงแปลว่ากำลังคิดตามเห็นผิดของตัวเองอยู่งัยคะเม
:b32: :b32:

ปัจจุบันคือเดี๋ยวนี้
พิสูจน์ความจริงได้ทันที
โดยยังไม่ต้องไปไหนเลยค่ะ
ลืมตาดูตะโกนดังๆว่าจิตเห็นสี
ตาไม่บอดรู้ยังว่าตัวเองเห็นอะไร
ลืมตาไม่ดูไปทำหลับตาจะรู้ตามได้ไหม
พระพุทธเจ้ากล่าวตรงสัจจะและตรงขณะ
แล้วพระพุทธเจ้าก็ตรัสรู้ความจริงของเห็นที่กำลังเห็นเดี๋ยวนี้
:b12:
:b12: :b12:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 20 ก.พ. 2020, 20:47 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33853

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


Rosarin เขียน:


ปัจจุบันคือเดี๋ยวนี้
พิสูจน์ความจริงได้ทันที
โดยยังไม่ต้องไปไหนเลยค่ะ
ลืมตาดูตะโกนดังๆว่าจิตเห็นสี
ตาไม่บอดรู้ยังว่าตัวเองเห็นอะไร
ลืมตาไม่ดูไปทำหลับตาจะรู้ตามได้ไหม
พระพุทธเจ้ากล่าวตรงสัจจะและตรงขณะ
แล้วพระพุทธเจ้าก็ตรัสรู้ความจริงของเห็นที่กำลังเห็นเดี๋ยวนี้


เอาความคิดของตนเองไปใส่ปากพระพุทธเจ้า :b13:

.....................................................
https://dhammachati.blogspot.com/


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 20 ก.พ. 2020, 20:51 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33853

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


อ้างคำพูด:
พระพุทธ​องค์สอนมิให้ยึดติด​ สมัยพุทธ​กาลไม่มีแม้กระทั่งพระพุทธ​รูป​ แต่ที่กรุงเทพฯกำลังสร้างพระพุทธรูป​สูงเท่าตึก​ 20​ ชั้น​ 69​ เมตร​ เงินบริจาค​กว่า​ 100 ล้าน
ส่วนตัวคิด ว่า นำไปช่วยคนจน​ คนป่วย​ และทุนการศึกษาคงได้บุญมากกว่า​หากบุญ​มีจริง


https://twitter.com/PravitR

รูปใหญ่เกิน

https://pbs.twimg.com/media/ERINVwiVAAA ... =4096x4096

มุมมองของคนต่างกัน เปรียบก็เหมือนคนตาบอดคลำช้าง แล้วแต่ว่าใครคลำถูกตรงไหนว่าเป็นอย่างนั้น

.....................................................
https://dhammachati.blogspot.com/


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 20 ก.พ. 2020, 21:02 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33853

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ท่านพุทธทาสพูดเอาไว้ดีทีเดียว

รูปภาพ

.....................................................
https://dhammachati.blogspot.com/


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 20 ก.พ. 2020, 21:06 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33853

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ต้นไม้ประกอบด้วยกิ่งก้านดอกใบลำต้นเปลือกกะพี้แก่นราก ทั้งนั้นต่างก็มีความสำคัญด้วยกันทั้งนั้น


รูปภาพ


ศาสนาก็ฉันนั้นประกอบด้วย ศาสนวัตถุ ศาสนบุคคล ศาสนพิธี ศาสนธรรมคำสอน ทั้งนั้นต่างก็มีความสำคัญด้วยกัน บางคนบางกลุ่มว่าวัตถุไม่สำคัญ วัตถุนี่ก็สำคัญทั้งจำเป็นด้วย

ถามว่า ถ้าไม่มีอยู่ที่อาศัย ไม่มีบ้าน ไม่มีวัด คนจะไปอาศัยพักแรมที่ไหน ขุดรูอยู่หรอ :b32: ถ้ายังงั้น รู หลุม ก็วัตถุ เป็นที่อาศัยเป็นที่อยู่เหมือนกัน :b13:

.....................................................
https://dhammachati.blogspot.com/


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 21 ก.พ. 2020, 17:02 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 มี.ค. 2018, 02:56
โพสต์: 2113

โฮมเพจ: maybe
แนวปฏิบัติ: สติปัฎฐาน
งานอดิเรก: กีฬา
สิ่งที่ชื่นชอบ: แบรนด์เเนม
ชื่อเล่น: เม
อายุ: 22
ที่อยู่: Bangkok Thailand

 ข้อมูลส่วนตัว


กรัชกาย เขียน:
ต้นไม้ประกอบด้วยกิ่งก้านดอกใบลำต้นเปลือกกะพี้แก่นราก ทั้งนั้นต่างก็มีความสำคัญด้วยกันทั้งนั้น


รูปภาพ


ศาสนาก็ฉันนั้นประกอบด้วย ศาสนวัตถุ ศาสนบุคคล ศาสนพิธี ศาสนธรรมคำสอน ทั้งนั้นต่างก็มีความสำคัญด้วยกัน บางคนบางกลุ่มว่าวัตถุไม่สำคัญ วัตถุนี่ก็สำคัญทั้งจำเป็นด้วย

ถามว่า ถ้าไม่มีอยู่ที่อาศัย ไม่มีบ้าน ไม่มีวัด คนจะไปอาศัยพักแรมที่ไหน ขุดรูอยู่หรอ :b32: ถ้ายังงั้น รู หลุม ก็วัตถุ เป็นที่อาศัยเป็นที่อยู่เหมือนกัน :b13:


คริคริ

วันนี้ใบไม้ถูกเด็ด ร่วงเป็นปุ๋ยแระค่ะ

tongue


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 พ.ค. 2020, 19:39 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33853

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


อ้างคำพูด:
Rosarin
ถ้าพระพุทธเจ้าพูดเองคุณจะต้องกระอักเลือดนะ555
ชาวบ้านเขาไม่รู้ว่าบวชแล้วไม่ต้องใช้เงิน
เออแล้วก็ขยันรีดไถเงินชาวบ้านเลวไหม
ขี้เกียจไม่อยากทำงานก็ลามาบวชเหรอ
บวชแก้บนบ้างไม่มีเงินใช้ก็มาบวชเก็บเงิน
ชาวบ้านโง่ที่หลงเชื่อนักบวชจอมปลอม
ชาวบ้านคิดว่าตัวเองไม่เรียนพระไตรปิฏก
ชาวบ้านเลยคิดว่าไม่อยากยุ่งกลัวบาปน่ะ
แต่รู้ไหมคะว่าตถาคตสอนให้ฉลาดรู้ว่า
อะไรเป็นอะไรถ้าสิ่งที่ทำไม่รู้ว่าชั่วก็เลิกทำไม่ได้
เช่นบรรพชาอุปสมบทแล้วรับเงินบาปโลภจนไม่รู้สึกตัว555
ยังไม่ชัดอีกเหรอแค่โกนหัวโกนคิ้วไม่มีคุณธรรมอะไรให้กราบเลย
ชาวบ้านที่เขาเริ่มเข้าใจเขาเลิกใส่บาตรโจรนะคะคุณไม่รู้ตัวเหรอว่า
บวชแล้วอาบัติแล้วไม่ได้ปลงฉันอาหารทุกคำข้าวบาปมากขนาดไหน
บริโภคอย่างโจรอย่างเป็นหนี้ข้าวชาวบ้านนับเม็ดคำข้าวโรสกล่าวตามคำสอนนะ
คิดได้ไหมกลืนถ่านไฟแดงร้อนลวกปากตายแค่ชาตินี้ชาติเดียวแต่บวชแล้วบาปเนี่ย
ไม่ได้ฆ่าสัตว์แต่จะต้องตกนรกหมกไหม้ลืมตาอ้าปากกินข้าวไม่ได้555ไม่รู้สึกตัวจะให้ว่าไง
สำนึกไว้เลยนะว่ากลืนถ่านแดงร้อนลวกตั้งแต่ปากถึงทวารหนักยังตายแค่อัตภาพนี้ชาติเดียว
อาบัติแล้วไม่มีที่ปลงอาบัติขโมยปัจจัย4ที่เขาถวายพระพุทธเจ้าคือมหาโจรรับเงินก็เศรษฐีหัวโล้น
อย่ามาอ้างว่าทำเพื่อคนอื่นที่แท้ทำเพื่อปากท้องและลาภสักการะที่อยากได้เพิ่มโมหะเข้าไปอีก555
โลกไม่มีที่ลับที่แจ้งกรรมตัวเองที่ทำไสไปเลยเหมือนพระธรณีดูด...
นั่งทำสมาธิได้จนถึงแปลงร่างได้รึยังคะ
พระเทวทัตทำสมาธิได้จนแปลงร่างได้ โดนธรณีดูดลงนรกต่อหน้าที่ประทับเลยถามว่าพระพุทธเจ้าช่วยได้มั๊ยคิดไว้รึยังว่าขนาดพระเทวทัตอยู่หน้าที่ประทับพระพุทธเจ้ายังช่วยไม่ได้
สร้างกันจังพระอิฐพระปูนพระโลหะ
หวังให้พระอิฐพระปูนพระโลหะช่วยอะไรหรือคะขนาดพระพุทธเจ้าตัวเป็นๆยังช่วยอะไรไม่ได้ทำได้แค่บอก

viewtopic.php?f=1&t=58889&p=457710#p457710

นำ คคห.คุณโรสจากลิงค์โน่นมาไว้นี่ด้วย

อ้างคำพูด:
สร้างกันจังพระอิฐพระปูนพระโลหะ หวังให้พระอิฐพระปูนพระโลหะช่วยอะไรหรือคะ ขนาดพระพุทธเจ้าตัวเป็นๆยังช่วยอะไรไม่ได้ทำได้แค่บอก


ศาสนิกชนอื่นๆ เขาก็มีรูปเคารพของเขา แม้แต่คนป่าคนดง เขาก็มีสิ่งเคารพของเขา (นั่นแหละที่พึ่งทางใจ)

ชาวพุทธก็มีพุทธปฏิมาซึ่งถือว่าเป็นองค์แทนพระพุทธเจ้า เห็นแล้วก็ยังจิตให้เลื่อมใส ได้กราบไหว้ก็นึกถึงพุทธคุณทั้งสาม คือ ปัญญาคุณ บริสุทธิคุณ และมหากรุณาคุณแล้ว จิตใจสงบระดับหนึ่ง

ยิ่งเพ่งให้ติดตาติดใจก็ยิ่งเกิดพลังจิตที่ระงับกิเลสนิวรณ์ได้ (ระงับทุกข์ได้ระดับหนึ่ง) เพราะเป็นสมาธิระดับหนึ่ง พูดให้สุดก็ว่า เป็นนิพพานระดับหนึ่ง

หรือคุณโรสจะเถียงประเด็นนี้ (คิดแต่จะให้พระพุทธรูปมาช่วยเราแบกช่วยหาม อย่างคุณโรสคิด เป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว มีแต่คนสร้างนั่นแหละจะต้องช่วยกันแบกช่วยกันหามขึ้นบนศาลา คิกๆๆ)

https://scontent.fbkk5-3.fna.fbcdn.net/ ... e=5EE31A89

คุณโรสอ่านหนังสือแล้ววิ่งเลยไปตามหนังสือ ซึ่งเขาเขียนยังไงก็วิ่งเลยไปตามนั้น

ทำสมาธิใช่ว่าจะแปลงกายเป็นงูเหมือนเทวทัตได้ทุกคน คิกๆๆ นี่แหละที่คุณโรสอ่านตำราแล้วเตลิดหยุดไม่เป็น จึงว่าอ่านแล้วฟุ้งซ่านเพ้อเจ้อเพราะถูกเขาแนะนำไปอย่างนั้น จริงไม่จริง :b13:

.....................................................
https://dhammachati.blogspot.com/


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 26 มิ.ย. 2020, 19:19 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33853

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


กฐินทาน การทอดกฐิน, การถวายผ้ากฐิน คือ การที่คฤหัสถ์ผู้ศรัทธาหรือแม้ภิกษุสามเณร นำผ้าไปถวายแก่สงฆ์ผู้จำพรรษาแล้ว ณ วัดใดวัดหนึ่ง เพื่อทำเป็นผ้ากฐิน เรียกสามัญว่า ทอดกฐิน (นอกจากผ้ากฐินแล้วปัจจุบันนิยมมีของถวายอื่นๆ อีกด้วย เรียกว่า บริวารกฐิน)

กฐิน ตามศัพท์แปลว่า “ไม้สะดึง” คือ ไม้แบบสำหรับขึงเพื่อตัดเย็บจีวร; ในทางพระวินัย ใช้เป็นชื่อเรียกสังฆกรรมอย่างหนึ่ง (ในประเภทญัตติทุติยกรรม) ที่พระพุทธเจ้าทรงอนุญาตแก่สงฆ์ผู้จำพรรษาแล้ว เพื่อแสดงออกซึ่งความสามัคคีของภิกษุที่ได้จำพรรษาอยู่ร่วมกัน โดยให้พวกเธอพร้อมใจกันยกมอบผ้าผืนหนึ่งที่เกิดขึ้นแก่สงฆ์ ให้แก่ภิกษุรูปใดรูปหนึ่งในหมู่พวกเธอ ที่เป็นผู้มีคุณสมบัติสมควร แล้วภิกษุรูปนั้น นำผ้าที่ได้รับมอบไปทำเป็นจีวร (จะทำเป็นอันตรวาสก หรืออุตราสงค์ หรือสังฆาฎิก็ได้ และพวกเธอทั้งหมดจะต้องช่วยภิกษุนั้น) ครั้นทำเสร็จแล้ว ภิกษุรูปนั้นแจ้งให้ที่ประชุมสงฆ์ซึ่งได้มอบผ้าแก่เธอนั้นทราบเพื่ออนุโมทนา เมื่อสงฆ์เหล่านั้นอนุโมทนาแล้ว ก็ทำให้เธอได้สิทธิพิเศษที่จะขยายเขตทำจีวรให้ยาวออกไป (เขตทำจีวรตามปกติ ถึงกลางเดือน ๑๒ ขยายต่อออกไปถึงกลางเดือน ๔) ผู้ที่สงฆ์ยกมอบให้แก่ภิกษุรูปหนึ่งนั้น เรียกว่า ผ้ากฐิน (กฐินทุสสะ) สงฆผู้ประกอบกฐินกรรมต้องมีจำนวนภิกษุอย่างน้อย ๕ รูป; ระยะที่พระพุทธเจ้าทรงอนุญาตให้ประกอบกฐินกรรมได้ มีเพียง ๑ เดือนต่อจากสิ้นสุดการจำพรรษา เรียกว่า เขตกฐิน คือ ตั้งแต่แรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๑ ถึง ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๒

ภิกษุผู้กรานกฐินแล้ว ย่อมได้อานิสงส์ ๕ ประการ (เหมือนอานิสงส์จำพรรษา) ยืดออกไปอีก ๔ เดือน และได้โอกาสขยายเขตจีวรกาลออกไปตลอด ๔ เดือนนั้น
กถิน ก็เขียน

.....................................................
https://dhammachati.blogspot.com/


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 70 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2, 3, 4, 5

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 11 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร