วันเวลาปัจจุบัน 15 ก.ย. 2019, 20:51  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 184 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1 ... 4, 5, 6, 7, 8, 9, 10 ... 13  ต่อไป  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 พ.ค. 2019, 09:52 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มิ.ย. 2012, 14:54
โพสต์: 2805


 ข้อมูลส่วนตัว


พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสใน มหาสติปัฏฐานสูตร ความตอนหนึ่งว่า"ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย...ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ไปสู่ป่าก็ดี ไปสู่โคนไม้ก็ดี ไปสู่เรือนว่างก็ดี นั่งคู้บัลลังก์ ตั้งกายตรง ดำรงสติไว้เฉพาะหน้า-

เธอมีสติหายใจออก มีสสติหายใจเข้า



๑.หายใจออก มีสติหายใจเข้า. ๒.เมื่อหายใจออกยาว ก็รู้ชัดว่า หายใจออกยาว ฯลฯ

ไปเถอะโรสริน. แล้วจะรู้ธรรมที่ยิ่งกว่าโพชฌงค์จะได้สมบูรณ์

.....................................................
อย่าลืมทำกิจในอริยสัจ
เราจะเดินให้สุดทาง http://www.thaidhamma.net


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 พ.ค. 2019, 09:55 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มิ.ย. 2012, 14:54
โพสต์: 2805


 ข้อมูลส่วนตัว


เมื่อคุณทำแล้วจะได้อะไรดีๆจะได้ไปบอกพวกของคุณ. จะได้สิ่งที่ดีกว่าปัจจุบัน. ทำตามพระพุทธเจ้าสอนไม่ผิดหวัง

.....................................................
อย่าลืมทำกิจในอริยสัจ
เราจะเดินให้สุดทาง http://www.thaidhamma.net


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 พ.ค. 2019, 10:00 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2009, 15:06
โพสต์: 6265

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


bigtoo เขียน:
Rosarin เขียน:
bigtoo เขียน:
Rosarin เขียน:
:b12:
จิตเห็น1ขณะดับแล้วมืด
จิตได้ยินก็มืด
จิตได้กลิ่นก็มืด
จิตรู้รสก็มืด
จิตรับสัมผัส
จิตคิดนึกรู้สึกในมืด
จำทุกอย่างในความมืด
แล้วดูตาตัวเองสิเห็นเกินสีปนคิดปนเสียงปนปนรู้สึกจำอะไรมันมืดมากกว่าสว่างเบิกตาดูกว้างๆ
:b32: :b32:

ผมรู้มาเกือย20ปีแล้วครับเรื่องแบบนี้ขี้เกียจคุย

:b12:
ถามว่าคุณเก่งกว่าพระอาฬารดาบสกับพระอุทกดาบสไหม
ที่สอนฌานให้เจ้าชายสิทธัตถะทุกชั้นฌานน่ะไม่ใช่ปัญญาญาณนะคะ
:b12:
:b32: :b32:

ไปโค่นไม้เรือนว่างเดียวนี้. ทำอานาปานสติ

ภิกษุทั้งหลาย ! ภิกษุในธรรมวินัยนี้
ย่อมเล่าเรียนปริยัติธรรม (นานาชนิด) คือ สุตตะ เคยยะ เวยยากรณะ
คาถา อุทาน อิติวุตตกะ ชาตกะ อัพภูตธัมมะ เวทัลละ,
แต่เธอไม่ใช้วันทั้งวันให้เปลืองไปด้วยการเรียนธรรมนั้นๆ
ไม่เริดร้างจากการหลีกเร้น,
ตามประกอบซึ่งธรรมเป็นเครื่องสงบใจในภายในเนืองๆ.
ภิกษุอย่างนี้แล ชื่อว่า ธรรมวิหารี (ผู้อยู่ด้วยธรรม) .

ภิกษุทั้งหลาย ! ภิกษุผู้มากด้วยปริยัติ เราก็แสดงแล้ว,
ผู้มากด้วยการบัญญัติ เราก็แสดงแล้ว,
ผู้มากด้วยการสาธยาย เราก็แสดงแล้ว,
ผู้มากด้วยการคิด เราก็แสดงแล้ว,
และธรรมวิหารี (ผู้อยู่ด้วยธรรม) เราก็แสดงแล้ว
ด้วยประการ ฉะนี้.

ภิกษุทั้งหลาย ! กิจอันใดที่ศาสดาผู้เอ็นดู
แสวงหาประโยชน์เกื้อกูล
อาศัยความเอ็นดูแล้ว
จะพึงทำแก่สาวกทั้งหลาย,
กิจอันนั้น เราได้ทำแล้วแก่พวกเธอทั้งหลาย.

ภิกษุทั้งหลาย ! นั่น โคนไม้ทั้งหลาย นั่น เรือนว่างทั้งหลาย,
ภิกษุทั้งหลาย ! เธอทั้งหลาย จงเพียรเผากิเลส,
อย่าได้เป็นผู้ประมาท,
เธอทั้งหลาย อย่าเป็นผู้ที่ต้องร้อนใจในภายหลังเลย,
นี่แล เป็นวาจาเครื่องพร่ำสอนพวกเธอทั้งหลายของเรา.
-บาลี ปญฺจก. อํ. ๒๒/๙๘/๗๓.

พระสมณโคดม
บำเพ็ญบารมี
ฟังพระพุทธพจน์
นานถึง20อสงไขยกับอีกแสนมหากัปป์
เกิดพบพระพุทธเจ้าได้ฟังคำสอนจากพระโอษฐ์เกือบ6แสนพระองค์เฉพาะพระพักตร์
ชาติสุดท้ายที่ตรัสรู้ไม่ได้ฟังจากใครเข้าใจไหมแล้วตัวเองเป็นสาวกไม่ใช่เหรอนับสิ120ปีเท่ากับ1กัปป์
ฟังเข้าใจกี่วันและฟังคำไหนเข้าใจบ้างเพราะทุกคำในพระไตรปิฎกคือความจริงตรงปัจจุบันอารมณ์ของบิดา
บิดาคือตถาคตจะเป็นพุทธบุตรตามอารมณ์บิดาที่ตัวเองมีไม่ทันเลยดับแล้วแสนโกฏิขณะยังจะไปทำไม่รู้อีกรึ
ฟังบ้างนะ...อย่าหาว่าไม่บอก...มีคนมาบอกไหมเนี่ย...มีแต่กรรมดีหนึ่งที่เคยฟังมาเตือนให้เริ่มฟังสะสมปัญญา
:b12:
:b4: :b4:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 พ.ค. 2019, 10:09 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มิ.ย. 2012, 14:54
โพสต์: 2805


 ข้อมูลส่วนตัว


Rosarin เขียน:
bigtoo เขียน:
Rosarin เขียน:
bigtoo เขียน:
Rosarin เขียน:
:b12:
จิตเห็น1ขณะดับแล้วมืด
จิตได้ยินก็มืด
จิตได้กลิ่นก็มืด
จิตรู้รสก็มืด
จิตรับสัมผัส
จิตคิดนึกรู้สึกในมืด
จำทุกอย่างในความมืด
แล้วดูตาตัวเองสิเห็นเกินสีปนคิดปนเสียงปนปนรู้สึกจำอะไรมันมืดมากกว่าสว่างเบิกตาดูกว้างๆ
:b32: :b32:

ผมรู้มาเกือย20ปีแล้วครับเรื่องแบบนี้ขี้เกียจคุย

:b12:
ถามว่าคุณเก่งกว่าพระอาฬารดาบสกับพระอุทกดาบสไหม
ที่สอนฌานให้เจ้าชายสิทธัตถะทุกชั้นฌานน่ะไม่ใช่ปัญญาญาณนะคะ
:b12:
:b32: :b32:

ไปโค่นไม้เรือนว่างเดียวนี้. ทำอานาปานสติ

ภิกษุทั้งหลาย ! ภิกษุในธรรมวินัยนี้
ย่อมเล่าเรียนปริยัติธรรม (นานาชนิด) คือ สุตตะ เคยยะ เวยยากรณะ
คาถา อุทาน อิติวุตตกะ ชาตกะ อัพภูตธัมมะ เวทัลละ,
แต่เธอไม่ใช้วันทั้งวันให้เปลืองไปด้วยการเรียนธรรมนั้นๆ
ไม่เริดร้างจากการหลีกเร้น,
ตามประกอบซึ่งธรรมเป็นเครื่องสงบใจในภายในเนืองๆ.
ภิกษุอย่างนี้แล ชื่อว่า ธรรมวิหารี (ผู้อยู่ด้วยธรรม) .

ภิกษุทั้งหลาย ! ภิกษุผู้มากด้วยปริยัติ เราก็แสดงแล้ว,
ผู้มากด้วยการบัญญัติ เราก็แสดงแล้ว,
ผู้มากด้วยการสาธยาย เราก็แสดงแล้ว,
ผู้มากด้วยการคิด เราก็แสดงแล้ว,
และธรรมวิหารี (ผู้อยู่ด้วยธรรม) เราก็แสดงแล้ว
ด้วยประการ ฉะนี้.

ภิกษุทั้งหลาย ! กิจอันใดที่ศาสดาผู้เอ็นดู
แสวงหาประโยชน์เกื้อกูล
อาศัยความเอ็นดูแล้ว
จะพึงทำแก่สาวกทั้งหลาย,
กิจอันนั้น เราได้ทำแล้วแก่พวกเธอทั้งหลาย.

ภิกษุทั้งหลาย ! นั่น โคนไม้ทั้งหลาย นั่น เรือนว่างทั้งหลาย,
ภิกษุทั้งหลาย ! เธอทั้งหลาย จงเพียรเผากิเลส,
อย่าได้เป็นผู้ประมาท,
เธอทั้งหลาย อย่าเป็นผู้ที่ต้องร้อนใจในภายหลังเลย,
นี่แล เป็นวาจาเครื่องพร่ำสอนพวกเธอทั้งหลายของเรา.
-บาลี ปญฺจก. อํ. ๒๒/๙๘/๗๓.

พระสมณโคดม
บำเพ็ญบารมี
ฟังพระพุทธพจน์
นานถึง20อสงไขยกับอีกแสนมหากัปป์
เกิดพบพระพุทธเจ้าได้ฟังคำสอนจากพระโอษฐ์เกือบ6แสนพระองค์เฉพาะพระพักตร์
ชาติสุดท้ายที่ตรัสรู้ไม่ได้ฟังจากใครเข้าใจไหมแล้วตัวเองเป็นสาวกไม่ใช่เหรอนับสิ120ปีเท่ากับ1กัปป์
ฟังเข้าใจกี่วันและฟังคำไหนเข้าใจบ้างเพราะทุกคำในพระไตรปิฎกคือความจริงตรงปัจจุบันอารมณ์ของบิดา
บิดาคือตถาคตจะเป็นพุทธบุตรตามอารมณ์บิดาที่ตัวเองมีไม่ทันเลยดับแล้วแสนโกฏิขณะยังจะไปทำไม่รู้อีกรึ
ฟังบ้างนะ...อย่าหาว่าไม่บอก...มีคนมาบอกไหมเนี่ย...มีแต่กรรมดีหนึ่งที่เคยฟังมาเตือนให้เริ่มฟังสะสมปัญญา
:b12:
:b4: :b4:
อาจารย์ป้าคุณสอนคุณคุณก็เลยเชื่อแบบนี้. อาจารย์ป้าคุณรู้ไม่เยอะหรอกเพราะเข้าใจผิด. คุณนึกว่าคนเรานั้นพึ่งมาได้สดับพระธรรมแค่นี้เหรอ. ผมฟังธรรมะครั้งแรกผมก็ดำริออกจากกามดำรงตนในธรรมทันทีมาเกือบ20ปีแล้วปีเแล้วคนเราสะสมกันมานานมากแล้วทั้งนั้น. อย่าคิดว่าพึงมาเรียนรู้ซิเกิดมานานแสนนานไม่รู้กี่ชาติต่อกี่ชาติแล้ว. แค่นี้อาจารย์คุณยังไม่ทราบเลย. ทำให้ศิษย์หลงทางอยู่นาน. และเราสาวกผู้รู้ตามมันไม่ยากเท่ากับผู้คิดค้นหาทางหรอกก็อปปี้ให้ตรงก็ง่ายๆ

.....................................................
อย่าลืมทำกิจในอริยสัจ
เราจะเดินให้สุดทาง http://www.thaidhamma.net


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 พ.ค. 2019, 10:14 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2009, 15:06
โพสต์: 6265

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


bigtoo เขียน:
Rosarin เขียน:
bigtoo เขียน:
Rosarin เขียน:
:b12:
จิตเห็น1ขณะดับแล้วมืด
จิตได้ยินก็มืด
จิตได้กลิ่นก็มืด
จิตรู้รสก็มืด
จิตรับสัมผัส
จิตคิดนึกรู้สึกในมืด
จำทุกอย่างในความมืด
แล้วดูตาตัวเองสิเห็นเกินสีปนคิดปนเสียงปนปนรู้สึกจำอะไรมันมืดมากกว่าสว่างเบิกตาดูกว้างๆ
:b32: :b32:

ผมรู้มาเกือย20ปีแล้วครับเรื่องแบบนี้ขี้เกียจคุย

:b12:
ถามว่าคุณเก่งกว่าพระอาฬารดาบสกับพระอุทกดาบสไหม
ที่สอนฌานให้เจ้าชายสิทธัตถะทุกชั้นฌานน่ะไม่ใช่ปัญญาญาณนะคะ
:b12:
:b32: :b32:

ไปโค่นไม้เรือนว่างเดียวนี้. ทำอานาปานสติ

ภิกษุทั้งหลาย ! ภิกษุในธรรมวินัยนี้
ย่อมเล่าเรียนปริยัติธรรม (นานาชนิด) คือ สุตตะ เคยยะ เวยยากรณะ
คาถา อุทาน อิติวุตตกะ ชาตกะ อัพภูตธัมมะ เวทัลละ,
แต่เธอไม่ใช้วันทั้งวันให้เปลืองไปด้วยการเรียนธรรมนั้นๆ
ไม่เริดร้างจากการหลีกเร้น,
ตามประกอบซึ่งธรรมเป็นเครื่องสงบใจในภายในเนืองๆ.
ภิกษุอย่างนี้แล ชื่อว่า ธรรมวิหารี (ผู้อยู่ด้วยธรรม) .

ภิกษุทั้งหลาย ! ภิกษุผู้มากด้วยปริยัติ เราก็แสดงแล้ว,
ผู้มากด้วยการบัญญัติ เราก็แสดงแล้ว,
ผู้มากด้วยการสาธยาย เราก็แสดงแล้ว,
ผู้มากด้วยการคิด เราก็แสดงแล้ว,
และธรรมวิหารี (ผู้อยู่ด้วยธรรม) เราก็แสดงแล้ว
ด้วยประการ ฉะนี้.

ภิกษุทั้งหลาย ! กิจอันใดที่ศาสดาผู้เอ็นดู
แสวงหาประโยชน์เกื้อกูล
อาศัยความเอ็นดูแล้ว
จะพึงทำแก่สาวกทั้งหลาย,
กิจอันนั้น เราได้ทำแล้วแก่พวกเธอทั้งหลาย.

ภิกษุทั้งหลาย ! นั่น โคนไม้ทั้งหลาย นั่น เรือนว่างทั้งหลาย,
ภิกษุทั้งหลาย ! เธอทั้งหลาย จงเพียรเผากิเลส,
อย่าได้เป็นผู้ประมาท,
เธอทั้งหลาย อย่าเป็นผู้ที่ต้องร้อนใจในภายหลังเลย,
นี่แล เป็นวาจาเครื่องพร่ำสอนพวกเธอทั้งหลายของเรา.
-บาลี ปญฺจก. อํ. ๒๒/๙๘/๗๓.

ลืมตาดูฟังคำสอนทุกวันยังไม่ถึง1กัปป์เลย
1กัปป์เท่ากับ120ปีบอกไปก็ไม่รู้จักฟัง555
ในกาลที่มีพระพุทธเจ้ามาตรัสรู้แต่ละครั้ง
มีผู้ทำจนได้ปัญญารองจากพระพุทธเจ้าแค่1คนคือพระสารีบุตร
และมีผู้ทำจนได้ฤทธิ์รองจากพระพุทธเจ้าแค่1คนคือพระโมคคัลลานะ
ที่เหลือเป็นสาวกปัญญาลดลงตามปีพ.ศ.ที่เกิดแล้วตัวเองเป็นสาวกลำดับไหนล่ะ
จะไปทำฌานจนเก่งเท่าพระอาฬารดาบสหรือพระอุทกดาบสก็ไม่เกิดปัญญาตามคำสอนของพระพุทธเจ้า
:b16:
:b32: :b32:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 พ.ค. 2019, 10:18 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2009, 15:06
โพสต์: 6265

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


bigtoo เขียน:
Rosarin เขียน:
bigtoo เขียน:
Rosarin เขียน:
bigtoo เขียน:
Rosarin เขียน:
:b12:
จิตเห็น1ขณะดับแล้วมืด
จิตได้ยินก็มืด
จิตได้กลิ่นก็มืด
จิตรู้รสก็มืด
จิตรับสัมผัส
จิตคิดนึกรู้สึกในมืด
จำทุกอย่างในความมืด
แล้วดูตาตัวเองสิเห็นเกินสีปนคิดปนเสียงปนปนรู้สึกจำอะไรมันมืดมากกว่าสว่างเบิกตาดูกว้างๆ
:b32: :b32:

ผมรู้มาเกือย20ปีแล้วครับเรื่องแบบนี้ขี้เกียจคุย

:b12:
ถามว่าคุณเก่งกว่าพระอาฬารดาบสกับพระอุทกดาบสไหม
ที่สอนฌานให้เจ้าชายสิทธัตถะทุกชั้นฌานน่ะไม่ใช่ปัญญาญาณนะคะ
:b12:
:b32: :b32:

ไปโค่นไม้เรือนว่างเดียวนี้. ทำอานาปานสติ

ภิกษุทั้งหลาย ! ภิกษุในธรรมวินัยนี้
ย่อมเล่าเรียนปริยัติธรรม (นานาชนิด) คือ สุตตะ เคยยะ เวยยากรณะ
คาถา อุทาน อิติวุตตกะ ชาตกะ อัพภูตธัมมะ เวทัลละ,
แต่เธอไม่ใช้วันทั้งวันให้เปลืองไปด้วยการเรียนธรรมนั้นๆ
ไม่เริดร้างจากการหลีกเร้น,
ตามประกอบซึ่งธรรมเป็นเครื่องสงบใจในภายในเนืองๆ.
ภิกษุอย่างนี้แล ชื่อว่า ธรรมวิหารี (ผู้อยู่ด้วยธรรม) .

ภิกษุทั้งหลาย ! ภิกษุผู้มากด้วยปริยัติ เราก็แสดงแล้ว,
ผู้มากด้วยการบัญญัติ เราก็แสดงแล้ว,
ผู้มากด้วยการสาธยาย เราก็แสดงแล้ว,
ผู้มากด้วยการคิด เราก็แสดงแล้ว,
และธรรมวิหารี (ผู้อยู่ด้วยธรรม) เราก็แสดงแล้ว
ด้วยประการ ฉะนี้.

ภิกษุทั้งหลาย ! กิจอันใดที่ศาสดาผู้เอ็นดู
แสวงหาประโยชน์เกื้อกูล
อาศัยความเอ็นดูแล้ว
จะพึงทำแก่สาวกทั้งหลาย,
กิจอันนั้น เราได้ทำแล้วแก่พวกเธอทั้งหลาย.

ภิกษุทั้งหลาย ! นั่น โคนไม้ทั้งหลาย นั่น เรือนว่างทั้งหลาย,
ภิกษุทั้งหลาย ! เธอทั้งหลาย จงเพียรเผากิเลส,
อย่าได้เป็นผู้ประมาท,
เธอทั้งหลาย อย่าเป็นผู้ที่ต้องร้อนใจในภายหลังเลย,
นี่แล เป็นวาจาเครื่องพร่ำสอนพวกเธอทั้งหลายของเรา.
-บาลี ปญฺจก. อํ. ๒๒/๙๘/๗๓.

พระสมณโคดม
บำเพ็ญบารมี
ฟังพระพุทธพจน์
นานถึง20อสงไขยกับอีกแสนมหากัปป์
เกิดพบพระพุทธเจ้าได้ฟังคำสอนจากพระโอษฐ์เกือบ6แสนพระองค์เฉพาะพระพักตร์
ชาติสุดท้ายที่ตรัสรู้ไม่ได้ฟังจากใครเข้าใจไหมแล้วตัวเองเป็นสาวกไม่ใช่เหรอนับสิ120ปีเท่ากับ1กัปป์
ฟังเข้าใจกี่วันและฟังคำไหนเข้าใจบ้างเพราะทุกคำในพระไตรปิฎกคือความจริงตรงปัจจุบันอารมณ์ของบิดา
บิดาคือตถาคตจะเป็นพุทธบุตรตามอารมณ์บิดาที่ตัวเองมีไม่ทันเลยดับแล้วแสนโกฏิขณะยังจะไปทำไม่รู้อีกรึ
ฟังบ้างนะ...อย่าหาว่าไม่บอก...มีคนมาบอกไหมเนี่ย...มีแต่กรรมดีหนึ่งที่เคยฟังมาเตือนให้เริ่มฟังสะสมปัญญา
:b12:
:b4: :b4:
อาจารย์ป้าคุณสอนคุณคุณก็เลยเชื่อแบบนี้. อาจารย์ป้าคุณรู้ไม่เยอะหรอกเพราะเข้าใจผิด. คุณนึกว่าคนเรานั้นพึ่งมาได้สดับพระธรรมแค่นี้เหรอ. ผมฟังธรรมะครั้งแรกผมก็ดำริออกจากกามดำรงตนในธรรมทันทีมาเกือบ20ปีแล้วปีเแล้วคนเราสะสมกันมานานมากแล้วทั้งนั้น. อย่าคิดว่าพึงมาเรียนรู้ซิเกิดมานานแสนนานไม่รู้กี่ชาติต่อกี่ชาติแล้ว. แค่นี้อาจารย์คุณยังไม่ทราบเลย. ทำให้ศิษย์หลงทางอยู่นาน. และเราสาวกผู้รู้ตามมันไม่ยากเท่ากับผู้คิดค้นหาทางหรอกก็อปปี้ให้ตรงก็ง่ายๆ

อาจารย์คือกิเลส
ลูกศิษย์คือโลภะ
ความอยากของตัวเองไง
อยากรู้ไม่ใช่เหรอถึงคิดแต่จะไปทำ
ฟังแล้วไม่รู้เลยเหรอว่ามันทำอะไรไม่ได้แล้ว
เพราะเกิดมาแล้วมีกิเลสเก่าไหลมาให้ดูแล้วทำกรรมใหม่ตลอดเวลา
เมื่อไหร่จะเริ่มทำปัญญาตามลำดับตามคำสอนไปอ่านปัญญาข้อที่1ให้แตกฟังจนแก้วหูทะลุก่อนนะ
:b12:
:b32: :b32:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 พ.ค. 2019, 10:21 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มิ.ย. 2012, 14:54
โพสต์: 2805


 ข้อมูลส่วนตัว


Rosarin เขียน:
bigtoo เขียน:
Rosarin เขียน:
bigtoo เขียน:
Rosarin เขียน:
:b12:
จิตเห็น1ขณะดับแล้วมืด
จิตได้ยินก็มืด
จิตได้กลิ่นก็มืด
จิตรู้รสก็มืด
จิตรับสัมผัส
จิตคิดนึกรู้สึกในมืด
จำทุกอย่างในความมืด
แล้วดูตาตัวเองสิเห็นเกินสีปนคิดปนเสียงปนปนรู้สึกจำอะไรมันมืดมากกว่าสว่างเบิกตาดูกว้างๆ
:b32: :b32:

ผมรู้มาเกือย20ปีแล้วครับเรื่องแบบนี้ขี้เกียจคุย

:b12:
ถามว่าคุณเก่งกว่าพระอาฬารดาบสกับพระอุทกดาบสไหม
ที่สอนฌานให้เจ้าชายสิทธัตถะทุกชั้นฌานน่ะไม่ใช่ปัญญาญาณนะคะ
:b12:
:b32: :b32:

ไปโค่นไม้เรือนว่างเดียวนี้. ทำอานาปานสติ

ภิกษุทั้งหลาย ! ภิกษุในธรรมวินัยนี้
ย่อมเล่าเรียนปริยัติธรรม (นานาชนิด) คือ สุตตะ เคยยะ เวยยากรณะ
คาถา อุทาน อิติวุตตกะ ชาตกะ อัพภูตธัมมะ เวทัลละ,
แต่เธอไม่ใช้วันทั้งวันให้เปลืองไปด้วยการเรียนธรรมนั้นๆ
ไม่เริดร้างจากการหลีกเร้น,
ตามประกอบซึ่งธรรมเป็นเครื่องสงบใจในภายในเนืองๆ.
ภิกษุอย่างนี้แล ชื่อว่า ธรรมวิหารี (ผู้อยู่ด้วยธรรม) .

ภิกษุทั้งหลาย ! ภิกษุผู้มากด้วยปริยัติ เราก็แสดงแล้ว,
ผู้มากด้วยการบัญญัติ เราก็แสดงแล้ว,
ผู้มากด้วยการสาธยาย เราก็แสดงแล้ว,
ผู้มากด้วยการคิด เราก็แสดงแล้ว,
และธรรมวิหารี (ผู้อยู่ด้วยธรรม) เราก็แสดงแล้ว
ด้วยประการ ฉะนี้.

ภิกษุทั้งหลาย ! กิจอันใดที่ศาสดาผู้เอ็นดู
แสวงหาประโยชน์เกื้อกูล
อาศัยความเอ็นดูแล้ว
จะพึงทำแก่สาวกทั้งหลาย,
กิจอันนั้น เราได้ทำแล้วแก่พวกเธอทั้งหลาย.

ภิกษุทั้งหลาย ! นั่น โคนไม้ทั้งหลาย นั่น เรือนว่างทั้งหลาย,
ภิกษุทั้งหลาย ! เธอทั้งหลาย จงเพียรเผากิเลส,
อย่าได้เป็นผู้ประมาท,
เธอทั้งหลาย อย่าเป็นผู้ที่ต้องร้อนใจในภายหลังเลย,
นี่แล เป็นวาจาเครื่องพร่ำสอนพวกเธอทั้งหลายของเรา.
-บาลี ปญฺจก. อํ. ๒๒/๙๘/๗๓.

พระสมณโคดม
บำเพ็ญบารมี
ฟังพระพุทธพจน์
นานถึง20อสงไขยกับอีกแสนมหากัปป์
เกิดพบพระพุทธเจ้าได้ฟังคำสอนจากพระโอษฐ์เกือบ6แสนพระองค์เฉพาะพระพักตร์
ชาติสุดท้ายที่ตรัสรู้ไม่ได้ฟังจากใครเข้าใจไหมแล้วตัวเองเป็นสาวกไม่ใช่เหรอนับสิ120ปีเท่ากับ1กัปป์
ฟังเข้าใจกี่วันและฟังคำไหนเข้าใจบ้างเพราะทุกคำในพระไตรปิฎกคือความจริงตรงปัจจุบันอารมณ์ของบิดา
บิดาคือตถาคตจะเป็นพุทธบุตรตามอารมณ์บิดาที่ตัวเองมีไม่ทันเลยดับแล้วแสนโกฏิขณะยังจะไปทำไม่รู้อีกรึ
ฟังบ้างนะ...อย่าหาว่าไม่บอก...มีคนมาบอกไหมเนี่ย...มีแต่กรรมดีหนึ่งที่เคยฟังมาเตือนให้เริ่มฟังสะสมปัญญา
:b12:
:b4: :b4:
บางคนฟังปุ๊บรรลุเลย. บางคนเวลาต่อมา. บางคนเวลาต่อๆมา. อย่าคิดว่าต้องอีกแสนล้านปี้ลยสาวกภูมิไม่จำเป็นหรอกและเราที่ฟังเข้าใจ ตัดกิเลสได้จริงก็เพราะเราสะสมมานานแสนนานแล้วครับ. ไม่ต้องรออีกแสนกัปล์บรรุได้เลยถ้าเดินตรงทางจริงๆ. ตั้งใจจริงใจเด็ดพอกล้าที่จะงดเสพกามต่างๆจริง. และปฏิบัตอย่างถูกวิธี

.....................................................
อย่าลืมทำกิจในอริยสัจ
เราจะเดินให้สุดทาง http://www.thaidhamma.net


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 พ.ค. 2019, 10:25 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มิ.ย. 2012, 14:54
โพสต์: 2805


 ข้อมูลส่วนตัว


Rosarin เขียน:
bigtoo เขียน:
Rosarin เขียน:
bigtoo เขียน:
Rosarin เขียน:
bigtoo เขียน:
Rosarin เขียน:
:b12:
จิตเห็น1ขณะดับแล้วมืด
จิตได้ยินก็มืด
จิตได้กลิ่นก็มืด
จิตรู้รสก็มืด
จิตรับสัมผัส
จิตคิดนึกรู้สึกในมืด
จำทุกอย่างในความมืด
แล้วดูตาตัวเองสิเห็นเกินสีปนคิดปนเสียงปนปนรู้สึกจำอะไรมันมืดมากกว่าสว่างเบิกตาดูกว้างๆ
:b32: :b32:

ผมรู้มาเกือย20ปีแล้วครับเรื่องแบบนี้ขี้เกียจคุย

:b12:
ถามว่าคุณเก่งกว่าพระอาฬารดาบสกับพระอุทกดาบสไหม
ที่สอนฌานให้เจ้าชายสิทธัตถะทุกชั้นฌานน่ะไม่ใช่ปัญญาญาณนะคะ
:b12:
:b32: :b32:

ไปโค่นไม้เรือนว่างเดียวนี้. ทำอานาปานสติ

ภิกษุทั้งหลาย ! ภิกษุในธรรมวินัยนี้
ย่อมเล่าเรียนปริยัติธรรม (นานาชนิด) คือ สุตตะ เคยยะ เวยยากรณะ
คาถา อุทาน อิติวุตตกะ ชาตกะ อัพภูตธัมมะ เวทัลละ,
แต่เธอไม่ใช้วันทั้งวันให้เปลืองไปด้วยการเรียนธรรมนั้นๆ
ไม่เริดร้างจากการหลีกเร้น,
ตามประกอบซึ่งธรรมเป็นเครื่องสงบใจในภายในเนืองๆ.
ภิกษุอย่างนี้แล ชื่อว่า ธรรมวิหารี (ผู้อยู่ด้วยธรรม) .

ภิกษุทั้งหลาย ! ภิกษุผู้มากด้วยปริยัติ เราก็แสดงแล้ว,
ผู้มากด้วยการบัญญัติ เราก็แสดงแล้ว,
ผู้มากด้วยการสาธยาย เราก็แสดงแล้ว,
ผู้มากด้วยการคิด เราก็แสดงแล้ว,
และธรรมวิหารี (ผู้อยู่ด้วยธรรม) เราก็แสดงแล้ว
ด้วยประการ ฉะนี้.

ภิกษุทั้งหลาย ! กิจอันใดที่ศาสดาผู้เอ็นดู
แสวงหาประโยชน์เกื้อกูล
อาศัยความเอ็นดูแล้ว
จะพึงทำแก่สาวกทั้งหลาย,
กิจอันนั้น เราได้ทำแล้วแก่พวกเธอทั้งหลาย.

ภิกษุทั้งหลาย ! นั่น โคนไม้ทั้งหลาย นั่น เรือนว่างทั้งหลาย,
ภิกษุทั้งหลาย ! เธอทั้งหลาย จงเพียรเผากิเลส,
อย่าได้เป็นผู้ประมาท,
เธอทั้งหลาย อย่าเป็นผู้ที่ต้องร้อนใจในภายหลังเลย,
นี่แล เป็นวาจาเครื่องพร่ำสอนพวกเธอทั้งหลายของเรา.
-บาลี ปญฺจก. อํ. ๒๒/๙๘/๗๓.

พระสมณโคดม
บำเพ็ญบารมี
ฟังพระพุทธพจน์
นานถึง20อสงไขยกับอีกแสนมหากัปป์
เกิดพบพระพุทธเจ้าได้ฟังคำสอนจากพระโอษฐ์เกือบ6แสนพระองค์เฉพาะพระพักตร์
ชาติสุดท้ายที่ตรัสรู้ไม่ได้ฟังจากใครเข้าใจไหมแล้วตัวเองเป็นสาวกไม่ใช่เหรอนับสิ120ปีเท่ากับ1กัปป์
ฟังเข้าใจกี่วันและฟังคำไหนเข้าใจบ้างเพราะทุกคำในพระไตรปิฎกคือความจริงตรงปัจจุบันอารมณ์ของบิดา
บิดาคือตถาคตจะเป็นพุทธบุตรตามอารมณ์บิดาที่ตัวเองมีไม่ทันเลยดับแล้วแสนโกฏิขณะยังจะไปทำไม่รู้อีกรึ
ฟังบ้างนะ...อย่าหาว่าไม่บอก...มีคนมาบอกไหมเนี่ย...มีแต่กรรมดีหนึ่งที่เคยฟังมาเตือนให้เริ่มฟังสะสมปัญญา
:b12:
:b4: :b4:
อาจารย์ป้าคุณสอนคุณคุณก็เลยเชื่อแบบนี้. อาจารย์ป้าคุณรู้ไม่เยอะหรอกเพราะเข้าใจผิด. คุณนึกว่าคนเรานั้นพึ่งมาได้สดับพระธรรมแค่นี้เหรอ. ผมฟังธรรมะครั้งแรกผมก็ดำริออกจากกามดำรงตนในธรรมทันทีมาเกือบ20ปีแล้วปีเแล้วคนเราสะสมกันมานานมากแล้วทั้งนั้น. อย่าคิดว่าพึงมาเรียนรู้ซิเกิดมานานแสนนานไม่รู้กี่ชาติต่อกี่ชาติแล้ว. แค่นี้อาจารย์คุณยังไม่ทราบเลย. ทำให้ศิษย์หลงทางอยู่นาน. และเราสาวกผู้รู้ตามมันไม่ยากเท่ากับผู้คิดค้นหาทางหรอกก็อปปี้ให้ตรงก็ง่ายๆ

อาจารย์คือกิเลส
ลูกศิษย์คือโลภะ
ความอยากของตัวเองไง
อยากรู้ไม่ใช่เหรอถึงคิดแต่จะไปทำ
ฟังแล้วไม่รู้เลยเหรอว่ามันทำอะไรไม่ได้แล้ว
เพราะเกิดมาแล้วมีกิเลสเก่าไหลมาให้ดูแล้วทำกรรมใหม่ตลอดเวลา
เมื่อไหร่จะเริ่มทำปัญญาตามลำดับตามคำสอนไปอ่านปัญญาข้อที่1ให้แตกฟังจนแก้วหูทะลุก่อนนะ
:b12:
:b32: :b32:
เพราะคุณคิดผิดว่าทำอะไรไม่ได้นี่แหล่ะ. เวลามีอารมณ์กามก็เสพกัน. จึงตัดกามไม่ได้. ผมพอมีอารมณ์กาม. ผมไม่คอยสนองอยู่อุเบกขา กิเลสทำกิจไม่สำเร็จ. ไม่นานก้หมดแรงลง. เคยตั้งใจมั้ยหรือคิดแค่ทำอะไรไม่ได้ปล่อยตามใจ.

.....................................................
อย่าลืมทำกิจในอริยสัจ
เราจะเดินให้สุดทาง http://www.thaidhamma.net


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 พ.ค. 2019, 10:31 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มิ.ย. 2012, 14:54
โพสต์: 2805


 ข้อมูลส่วนตัว


Rosarin เขียน:
bigtoo เขียน:
Rosarin เขียน:
bigtoo เขียน:
Rosarin เขียน:
bigtoo เขียน:
Rosarin เขียน:
:b12:
จิตเห็น1ขณะดับแล้วมืด
จิตได้ยินก็มืด
จิตได้กลิ่นก็มืด
จิตรู้รสก็มืด
จิตรับสัมผัส
จิตคิดนึกรู้สึกในมืด
จำทุกอย่างในความมืด
แล้วดูตาตัวเองสิเห็นเกินสีปนคิดปนเสียงปนปนรู้สึกจำอะไรมันมืดมากกว่าสว่างเบิกตาดูกว้างๆ
:b32: :b32:

ผมรู้มาเกือย20ปีแล้วครับเรื่องแบบนี้ขี้เกียจคุย

:b12:
ถามว่าคุณเก่งกว่าพระอาฬารดาบสกับพระอุทกดาบสไหม
ที่สอนฌานให้เจ้าชายสิทธัตถะทุกชั้นฌานน่ะไม่ใช่ปัญญาญาณนะคะ
:b12:
:b32: :b32:

ไปโค่นไม้เรือนว่างเดียวนี้. ทำอานาปานสติ

ภิกษุทั้งหลาย ! ภิกษุในธรรมวินัยนี้
ย่อมเล่าเรียนปริยัติธรรม (นานาชนิด) คือ สุตตะ เคยยะ เวยยากรณะ
คาถา อุทาน อิติวุตตกะ ชาตกะ อัพภูตธัมมะ เวทัลละ,
แต่เธอไม่ใช้วันทั้งวันให้เปลืองไปด้วยการเรียนธรรมนั้นๆ
ไม่เริดร้างจากการหลีกเร้น,
ตามประกอบซึ่งธรรมเป็นเครื่องสงบใจในภายในเนืองๆ.
ภิกษุอย่างนี้แล ชื่อว่า ธรรมวิหารี (ผู้อยู่ด้วยธรรม) .

ภิกษุทั้งหลาย ! ภิกษุผู้มากด้วยปริยัติ เราก็แสดงแล้ว,
ผู้มากด้วยการบัญญัติ เราก็แสดงแล้ว,
ผู้มากด้วยการสาธยาย เราก็แสดงแล้ว,
ผู้มากด้วยการคิด เราก็แสดงแล้ว,
และธรรมวิหารี (ผู้อยู่ด้วยธรรม) เราก็แสดงแล้ว
ด้วยประการ ฉะนี้.

ภิกษุทั้งหลาย ! กิจอันใดที่ศาสดาผู้เอ็นดู
แสวงหาประโยชน์เกื้อกูล
อาศัยความเอ็นดูแล้ว
จะพึงทำแก่สาวกทั้งหลาย,
กิจอันนั้น เราได้ทำแล้วแก่พวกเธอทั้งหลาย.

ภิกษุทั้งหลาย ! นั่น โคนไม้ทั้งหลาย นั่น เรือนว่างทั้งหลาย,
ภิกษุทั้งหลาย ! เธอทั้งหลาย จงเพียรเผากิเลส,
อย่าได้เป็นผู้ประมาท,
เธอทั้งหลาย อย่าเป็นผู้ที่ต้องร้อนใจในภายหลังเลย,
นี่แล เป็นวาจาเครื่องพร่ำสอนพวกเธอทั้งหลายของเรา.
-บาลี ปญฺจก. อํ. ๒๒/๙๘/๗๓.

พระสมณโคดม
บำเพ็ญบารมี
ฟังพระพุทธพจน์
นานถึง20อสงไขยกับอีกแสนมหากัปป์
เกิดพบพระพุทธเจ้าได้ฟังคำสอนจากพระโอษฐ์เกือบ6แสนพระองค์เฉพาะพระพักตร์
ชาติสุดท้ายที่ตรัสรู้ไม่ได้ฟังจากใครเข้าใจไหมแล้วตัวเองเป็นสาวกไม่ใช่เหรอนับสิ120ปีเท่ากับ1กัปป์
ฟังเข้าใจกี่วันและฟังคำไหนเข้าใจบ้างเพราะทุกคำในพระไตรปิฎกคือความจริงตรงปัจจุบันอารมณ์ของบิดา
บิดาคือตถาคตจะเป็นพุทธบุตรตามอารมณ์บิดาที่ตัวเองมีไม่ทันเลยดับแล้วแสนโกฏิขณะยังจะไปทำไม่รู้อีกรึ
ฟังบ้างนะ...อย่าหาว่าไม่บอก...มีคนมาบอกไหมเนี่ย...มีแต่กรรมดีหนึ่งที่เคยฟังมาเตือนให้เริ่มฟังสะสมปัญญา
:b12:
:b4: :b4:
อาจารย์ป้าคุณสอนคุณคุณก็เลยเชื่อแบบนี้. อาจารย์ป้าคุณรู้ไม่เยอะหรอกเพราะเข้าใจผิด. คุณนึกว่าคนเรานั้นพึ่งมาได้สดับพระธรรมแค่นี้เหรอ. ผมฟังธรรมะครั้งแรกผมก็ดำริออกจากกามดำรงตนในธรรมทันทีมาเกือบ20ปีแล้วปีเแล้วคนเราสะสมกันมานานมากแล้วทั้งนั้น. อย่าคิดว่าพึงมาเรียนรู้ซิเกิดมานานแสนนานไม่รู้กี่ชาติต่อกี่ชาติแล้ว. แค่นี้อาจารย์คุณยังไม่ทราบเลย. ทำให้ศิษย์หลงทางอยู่นาน. และเราสาวกผู้รู้ตามมันไม่ยากเท่ากับผู้คิดค้นหาทางหรอกก็อปปี้ให้ตรงก็ง่ายๆ

อาจารย์คือกิเลส
ลูกศิษย์คือโลภะ
ความอยากของตัวเองไง
อยากรู้ไม่ใช่เหรอถึงคิดแต่จะไปทำ
ฟังแล้วไม่รู้เลยเหรอว่ามันทำอะไรไม่ได้แล้ว
เพราะเกิดมาแล้วมีกิเลสเก่าไหลมาให้ดูแล้วทำกรรมใหม่ตลอดเวลา
เมื่อไหร่จะเริ่มทำปัญญาตามลำดับตามคำสอนไปอ่านปัญญาข้อที่1ให้แตกฟังจนแก้วหูทะลุก่อนนะ
:b12:
:b32: :b32:
ทำไมจะคิดทำอะไรไม่ได้. ก็ที่คุณคิดตะไปฟังธรรมอาจารย์ป้าคุณคุณก็คิด. มันก้แค่การปรุ่วแต่งของรูปนามแค่นั้น สังขารธรรมฝ่ายกุศลก็ปรุ่งต่อจะปราถความเพียร. มีตัวตนอะไร. ตัวตนมันไม่มีอยู่แล้วในสังขตะธรรม. มีแต่คุณยังหลงอยู่ว่ามีตัวตนเข้าไปทำ. พอเข้าใจนะ

.....................................................
อย่าลืมทำกิจในอริยสัจ
เราจะเดินให้สุดทาง http://www.thaidhamma.net


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 พ.ค. 2019, 10:33 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2009, 15:06
โพสต์: 6265

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


bigtoo เขียน:
Rosarin เขียน:
bigtoo เขียน:
Rosarin เขียน:
bigtoo เขียน:
Rosarin เขียน:
bigtoo เขียน:
Rosarin เขียน:
:b12:
จิตเห็น1ขณะดับแล้วมืด
จิตได้ยินก็มืด
จิตได้กลิ่นก็มืด
จิตรู้รสก็มืด
จิตรับสัมผัส
จิตคิดนึกรู้สึกในมืด
จำทุกอย่างในความมืด
แล้วดูตาตัวเองสิเห็นเกินสีปนคิดปนเสียงปนปนรู้สึกจำอะไรมันมืดมากกว่าสว่างเบิกตาดูกว้างๆ
:b32: :b32:

ผมรู้มาเกือย20ปีแล้วครับเรื่องแบบนี้ขี้เกียจคุย

:b12:
ถามว่าคุณเก่งกว่าพระอาฬารดาบสกับพระอุทกดาบสไหม
ที่สอนฌานให้เจ้าชายสิทธัตถะทุกชั้นฌานน่ะไม่ใช่ปัญญาญาณนะคะ
:b12:
:b32: :b32:

ไปโค่นไม้เรือนว่างเดียวนี้. ทำอานาปานสติ

ภิกษุทั้งหลาย ! ภิกษุในธรรมวินัยนี้
ย่อมเล่าเรียนปริยัติธรรม (นานาชนิด) คือ สุตตะ เคยยะ เวยยากรณะ
คาถา อุทาน อิติวุตตกะ ชาตกะ อัพภูตธัมมะ เวทัลละ,
แต่เธอไม่ใช้วันทั้งวันให้เปลืองไปด้วยการเรียนธรรมนั้นๆ
ไม่เริดร้างจากการหลีกเร้น,
ตามประกอบซึ่งธรรมเป็นเครื่องสงบใจในภายในเนืองๆ.
ภิกษุอย่างนี้แล ชื่อว่า ธรรมวิหารี (ผู้อยู่ด้วยธรรม) .

ภิกษุทั้งหลาย ! ภิกษุผู้มากด้วยปริยัติ เราก็แสดงแล้ว,
ผู้มากด้วยการบัญญัติ เราก็แสดงแล้ว,
ผู้มากด้วยการสาธยาย เราก็แสดงแล้ว,
ผู้มากด้วยการคิด เราก็แสดงแล้ว,
และธรรมวิหารี (ผู้อยู่ด้วยธรรม) เราก็แสดงแล้ว
ด้วยประการ ฉะนี้.

ภิกษุทั้งหลาย ! กิจอันใดที่ศาสดาผู้เอ็นดู
แสวงหาประโยชน์เกื้อกูล
อาศัยความเอ็นดูแล้ว
จะพึงทำแก่สาวกทั้งหลาย,
กิจอันนั้น เราได้ทำแล้วแก่พวกเธอทั้งหลาย.

ภิกษุทั้งหลาย ! นั่น โคนไม้ทั้งหลาย นั่น เรือนว่างทั้งหลาย,
ภิกษุทั้งหลาย ! เธอทั้งหลาย จงเพียรเผากิเลส,
อย่าได้เป็นผู้ประมาท,
เธอทั้งหลาย อย่าเป็นผู้ที่ต้องร้อนใจในภายหลังเลย,
นี่แล เป็นวาจาเครื่องพร่ำสอนพวกเธอทั้งหลายของเรา.
-บาลี ปญฺจก. อํ. ๒๒/๙๘/๗๓.

พระสมณโคดม
บำเพ็ญบารมี
ฟังพระพุทธพจน์
นานถึง20อสงไขยกับอีกแสนมหากัปป์
เกิดพบพระพุทธเจ้าได้ฟังคำสอนจากพระโอษฐ์เกือบ6แสนพระองค์เฉพาะพระพักตร์
ชาติสุดท้ายที่ตรัสรู้ไม่ได้ฟังจากใครเข้าใจไหมแล้วตัวเองเป็นสาวกไม่ใช่เหรอนับสิ120ปีเท่ากับ1กัปป์
ฟังเข้าใจกี่วันและฟังคำไหนเข้าใจบ้างเพราะทุกคำในพระไตรปิฎกคือความจริงตรงปัจจุบันอารมณ์ของบิดา
บิดาคือตถาคตจะเป็นพุทธบุตรตามอารมณ์บิดาที่ตัวเองมีไม่ทันเลยดับแล้วแสนโกฏิขณะยังจะไปทำไม่รู้อีกรึ
ฟังบ้างนะ...อย่าหาว่าไม่บอก...มีคนมาบอกไหมเนี่ย...มีแต่กรรมดีหนึ่งที่เคยฟังมาเตือนให้เริ่มฟังสะสมปัญญา
:b12:
:b4: :b4:
อาจารย์ป้าคุณสอนคุณคุณก็เลยเชื่อแบบนี้. อาจารย์ป้าคุณรู้ไม่เยอะหรอกเพราะเข้าใจผิด. คุณนึกว่าคนเรานั้นพึ่งมาได้สดับพระธรรมแค่นี้เหรอ. ผมฟังธรรมะครั้งแรกผมก็ดำริออกจากกามดำรงตนในธรรมทันทีมาเกือบ20ปีแล้วปีเแล้วคนเราสะสมกันมานานมากแล้วทั้งนั้น. อย่าคิดว่าพึงมาเรียนรู้ซิเกิดมานานแสนนานไม่รู้กี่ชาติต่อกี่ชาติแล้ว. แค่นี้อาจารย์คุณยังไม่ทราบเลย. ทำให้ศิษย์หลงทางอยู่นาน. และเราสาวกผู้รู้ตามมันไม่ยากเท่ากับผู้คิดค้นหาทางหรอกก็อปปี้ให้ตรงก็ง่ายๆ

อาจารย์คือกิเลส
ลูกศิษย์คือโลภะ
ความอยากของตัวเองไง
อยากรู้ไม่ใช่เหรอถึงคิดแต่จะไปทำ
ฟังแล้วไม่รู้เลยเหรอว่ามันทำอะไรไม่ได้แล้ว
เพราะเกิดมาแล้วมีกิเลสเก่าไหลมาให้ดูแล้วทำกรรมใหม่ตลอดเวลา
เมื่อไหร่จะเริ่มทำปัญญาตามลำดับตามคำสอนไปอ่านปัญญาข้อที่1ให้แตกฟังจนแก้วหูทะลุก่อนนะ
:b12:
:b32: :b32:
เพราะคุณคิดผิดว่าทำอะไรไม่ได้นี่แหล่ะ. เวลามีอารมณ์กามก็เสพกัน. จึงตัดกามไม่ได้. ผมพอมีอารมณ์กาม. ผมไม่คอยสนองอยู่อุเบกขา กิเลสทำกิจไม่สำเร็จ. ไม่นานก้หมดแรงลง. เคยตั้งใจมั้ยหรือคิดแค่ทำอะไรไม่ได้ปล่อยตามใจ.

:b12:
ทุกคำในพระไตรปิฎกมีแล้วตรงปัจจุบันอารมณ์เดี๋ยวนี้
ดูตาตัวเองสิเห็นผิดจำผิดคิดผิดตามตัวอักษร
จะคิดถูกตามคำสอนต้องกำลังฟังเสียง
บอกให้เข้าใจตามว่าที่เห็นคือจิตรู้สี
รู้สีตรงไหมล่ะเดี๋ยวนี้จำได้ไหมกำลังเห็น+มีแค่คิดเห็นผิดเองอยู่ลืมฟังคำสอน555
:b16:
:b32: :b32:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 พ.ค. 2019, 10:41 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มิ.ย. 2012, 14:54
โพสต์: 2805


 ข้อมูลส่วนตัว


Rosarin เขียน:
bigtoo เขียน:
Rosarin เขียน:
bigtoo เขียน:
Rosarin เขียน:
bigtoo เขียน:
Rosarin เขียน:
bigtoo เขียน:
Rosarin เขียน:
:b12:
จิตเห็น1ขณะดับแล้วมืด
จิตได้ยินก็มืด
จิตได้กลิ่นก็มืด
จิตรู้รสก็มืด
จิตรับสัมผัส
จิตคิดนึกรู้สึกในมืด
จำทุกอย่างในความมืด
แล้วดูตาตัวเองสิเห็นเกินสีปนคิดปนเสียงปนปนรู้สึกจำอะไรมันมืดมากกว่าสว่างเบิกตาดูกว้างๆ
:b32: :b32:

ผมรู้มาเกือย20ปีแล้วครับเรื่องแบบนี้ขี้เกียจคุย

:b12:
ถามว่าคุณเก่งกว่าพระอาฬารดาบสกับพระอุทกดาบสไหม
ที่สอนฌานให้เจ้าชายสิทธัตถะทุกชั้นฌานน่ะไม่ใช่ปัญญาญาณนะคะ
:b12:
:b32: :b32:

ไปโค่นไม้เรือนว่างเดียวนี้. ทำอานาปานสติ

ภิกษุทั้งหลาย ! ภิกษุในธรรมวินัยนี้
ย่อมเล่าเรียนปริยัติธรรม (นานาชนิด) คือ สุตตะ เคยยะ เวยยากรณะ
คาถา อุทาน อิติวุตตกะ ชาตกะ อัพภูตธัมมะ เวทัลละ,
แต่เธอไม่ใช้วันทั้งวันให้เปลืองไปด้วยการเรียนธรรมนั้นๆ
ไม่เริดร้างจากการหลีกเร้น,
ตามประกอบซึ่งธรรมเป็นเครื่องสงบใจในภายในเนืองๆ.
ภิกษุอย่างนี้แล ชื่อว่า ธรรมวิหารี (ผู้อยู่ด้วยธรรม) .

ภิกษุทั้งหลาย ! ภิกษุผู้มากด้วยปริยัติ เราก็แสดงแล้ว,
ผู้มากด้วยการบัญญัติ เราก็แสดงแล้ว,
ผู้มากด้วยการสาธยาย เราก็แสดงแล้ว,
ผู้มากด้วยการคิด เราก็แสดงแล้ว,
และธรรมวิหารี (ผู้อยู่ด้วยธรรม) เราก็แสดงแล้ว
ด้วยประการ ฉะนี้.

ภิกษุทั้งหลาย ! กิจอันใดที่ศาสดาผู้เอ็นดู
แสวงหาประโยชน์เกื้อกูล
อาศัยความเอ็นดูแล้ว
จะพึงทำแก่สาวกทั้งหลาย,
กิจอันนั้น เราได้ทำแล้วแก่พวกเธอทั้งหลาย.

ภิกษุทั้งหลาย ! นั่น โคนไม้ทั้งหลาย นั่น เรือนว่างทั้งหลาย,
ภิกษุทั้งหลาย ! เธอทั้งหลาย จงเพียรเผากิเลส,
อย่าได้เป็นผู้ประมาท,
เธอทั้งหลาย อย่าเป็นผู้ที่ต้องร้อนใจในภายหลังเลย,
นี่แล เป็นวาจาเครื่องพร่ำสอนพวกเธอทั้งหลายของเรา.
-บาลี ปญฺจก. อํ. ๒๒/๙๘/๗๓.

พระสมณโคดม
บำเพ็ญบารมี
ฟังพระพุทธพจน์
นานถึง20อสงไขยกับอีกแสนมหากัปป์
เกิดพบพระพุทธเจ้าได้ฟังคำสอนจากพระโอษฐ์เกือบ6แสนพระองค์เฉพาะพระพักตร์
ชาติสุดท้ายที่ตรัสรู้ไม่ได้ฟังจากใครเข้าใจไหมแล้วตัวเองเป็นสาวกไม่ใช่เหรอนับสิ120ปีเท่ากับ1กัปป์
ฟังเข้าใจกี่วันและฟังคำไหนเข้าใจบ้างเพราะทุกคำในพระไตรปิฎกคือความจริงตรงปัจจุบันอารมณ์ของบิดา
บิดาคือตถาคตจะเป็นพุทธบุตรตามอารมณ์บิดาที่ตัวเองมีไม่ทันเลยดับแล้วแสนโกฏิขณะยังจะไปทำไม่รู้อีกรึ
ฟังบ้างนะ...อย่าหาว่าไม่บอก...มีคนมาบอกไหมเนี่ย...มีแต่กรรมดีหนึ่งที่เคยฟังมาเตือนให้เริ่มฟังสะสมปัญญา
:b12:
:b4: :b4:
อาจารย์ป้าคุณสอนคุณคุณก็เลยเชื่อแบบนี้. อาจารย์ป้าคุณรู้ไม่เยอะหรอกเพราะเข้าใจผิด. คุณนึกว่าคนเรานั้นพึ่งมาได้สดับพระธรรมแค่นี้เหรอ. ผมฟังธรรมะครั้งแรกผมก็ดำริออกจากกามดำรงตนในธรรมทันทีมาเกือบ20ปีแล้วปีเแล้วคนเราสะสมกันมานานมากแล้วทั้งนั้น. อย่าคิดว่าพึงมาเรียนรู้ซิเกิดมานานแสนนานไม่รู้กี่ชาติต่อกี่ชาติแล้ว. แค่นี้อาจารย์คุณยังไม่ทราบเลย. ทำให้ศิษย์หลงทางอยู่นาน. และเราสาวกผู้รู้ตามมันไม่ยากเท่ากับผู้คิดค้นหาทางหรอกก็อปปี้ให้ตรงก็ง่ายๆ

อาจารย์คือกิเลส
ลูกศิษย์คือโลภะ
ความอยากของตัวเองไง
อยากรู้ไม่ใช่เหรอถึงคิดแต่จะไปทำ
ฟังแล้วไม่รู้เลยเหรอว่ามันทำอะไรไม่ได้แล้ว
เพราะเกิดมาแล้วมีกิเลสเก่าไหลมาให้ดูแล้วทำกรรมใหม่ตลอดเวลา
เมื่อไหร่จะเริ่มทำปัญญาตามลำดับตามคำสอนไปอ่านปัญญาข้อที่1ให้แตกฟังจนแก้วหูทะลุก่อนนะ
:b12:
:b32: :b32:
เพราะคุณคิดผิดว่าทำอะไรไม่ได้นี่แหล่ะ. เวลามีอารมณ์กามก็เสพกัน. จึงตัดกามไม่ได้. ผมพอมีอารมณ์กาม. ผมไม่คอยสนองอยู่อุเบกขา กิเลสทำกิจไม่สำเร็จ. ไม่นานก้หมดแรงลง. เคยตั้งใจมั้ยหรือคิดแค่ทำอะไรไม่ได้ปล่อยตามใจ.

:b12:
ทุกคำในพระไตรปิฎกมีแล้วตรงปัจจุบันอารมณ์เดี๋ยวนี้
ดูตาตัวเองสิเห็นผิดจำผิดคิดผิดตามตัวอักษร
จะคิดถูกตามคำสอนต้องกำลังฟังเสียง
บอกให้เข้าใจตามว่าที่เห็นคือจิตรู้สี
รู้สีตรงไหมล่ะเดี๋ยวนี้จำได้ไหมกำลังเห็น+มีแค่คิดเห็นผิดเองอยู่ลืมฟังคำสอน555
:b16:
:b32: :b32:

บอกแล้วเรื่องแบบนี้ผมรู้ตั้งเกือบ20ปีแล้วปีเแล้ว มันแค่ความรู้ปรมัถตที่ตรงสภาพธรรมตามเป็นจริง. ที่รูปนามเกิดับสลับกันเป็นล้านครั้งในวินาทีสลับกันในแต่ละทวารพระองค์แสดงเพื่อให้ทราบว่ามันไม่ใช่ตัวตนเราเขาเพื่อจะได้มาซึ่งการลดละเลิกกืเลสให้ได้ไม่ใช่รู้เฉยๆปล่อยมันไปแบบไม่ทำอะไรเลย. สัมมัปประทาน4.ลองดู. คุณเข้าใจคำว่าอนัตตาผิดแบบไม่น่าให้อภัยเลยบอกตรงๆ. ถ้าคุณคิดแบบนี้แสดงว่าคุณสะสมมาน้อยมากจริงๆ

.....................................................
อย่าลืมทำกิจในอริยสัจ
เราจะเดินให้สุดทาง http://www.thaidhamma.net


แก้ไขล่าสุดโดย bigtoo เมื่อ 14 พ.ค. 2019, 10:48, แก้ไขแล้ว 3 ครั้ง.

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 พ.ค. 2019, 10:43 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มิ.ย. 2012, 14:54
โพสต์: 2805


 ข้อมูลส่วนตัว


งั้นขอถามชัดๆนะครับ. เวลาคุณเกิดอารมณ์เพศขึ้นมาคุณจะทำอย่างไร. ช่วยตอบด้วยนะ. คำตอบจะมีให้

.....................................................
อย่าลืมทำกิจในอริยสัจ
เราจะเดินให้สุดทาง http://www.thaidhamma.net


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 พ.ค. 2019, 10:53 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2009, 15:06
โพสต์: 6265

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


bigtoo เขียน:
งั้นขอถามชัดๆนะครับ. เวลาคุณเกิดอารมณ์เพศขึ้นมาคุณจะทำอย่างไร. ช่วยตอบด้วยนะ. คำตอบจะมีให้

wink
กิเลสอาสาวะนอนเนื่องในจิตตัวเอง
รอไหลออกมาตอนลืมตาตื่น
ตอนหลับสนิทเป็นภวังคจิต
กิเลสเกิดตอนลืมตาตื่น
ปัญญาเกิดตอนเริ่มฟัง
ทำกิเลสหรือปัญญา
ดูที่ตาและหูตัวเอง
ว่าทำตรงทางไหม
:b12:
:b4: :b4:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 พ.ค. 2019, 10:55 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มิ.ย. 2012, 14:54
โพสต์: 2805


 ข้อมูลส่วนตัว


Rosarin เขียน:
bigtoo เขียน:
งั้นขอถามชัดๆนะครับ. เวลาคุณเกิดอารมณ์เพศขึ้นมาคุณจะทำอย่างไร. ช่วยตอบด้วยนะ. คำตอบจะมีให้

wink
กิเลสอาสาวะนอนเนื่องในจิตตัวเอง
รอไหลออกมาตอนลืมตาตื่น
ตอนหลับสนิทเป็นภวังคจิต
กิเลสเกิดตอนลืมตาตื่น
ปัญญาเกิดตอนเริ่มฟัง
ทำกิเลสหรือปัญญา
ดูที่ตาและหูตัวเอง
ว่าทำตรงทางไหม
:b12:
:b4: :b4:

ผมถามว่าคุณทำอย่างไร. ตอบสนองมันหรือไม่ยุง. ช่วยตอบ

.....................................................
อย่าลืมทำกิจในอริยสัจ
เราจะเดินให้สุดทาง http://www.thaidhamma.net


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 พ.ค. 2019, 11:01 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มิ.ย. 2012, 14:54
โพสต์: 2805


 ข้อมูลส่วนตัว


ผมตอบให้ก็ได้. ศิษย์สำนักนี้จะตอบสนองเลยเพราะบอกว่าตามเหตุปัจจัย. จะเกิดก็เกิดเพราะเป็รอนัตตา ไม่ใช่ตัวเราของเรา. แต่ศิษย์ตถาคตที่รู้จริงเขาจะบอกว่ากิเลสนั่นปรากฏขึ้นมาก็ดับไปได้เองเราไม่ใช่ตัวเราของเราไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกามสุข. เราต่างกันครับอนัตตาของคุณกับของผม

.....................................................
อย่าลืมทำกิจในอริยสัจ
เราจะเดินให้สุดทาง http://www.thaidhamma.net


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 184 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1 ... 4, 5, 6, 7, 8, 9, 10 ... 13  ต่อไป

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: โลกสวย และ บุคคลทั่วไป 12 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร