วันเวลาปัจจุบัน 08 ธ.ค. 2019, 17:49  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 62 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2, 3, 4, 5  ต่อไป  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 04 พ.ค. 2019, 21:10 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2009, 15:06
โพสต์: 6405

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


Love J. เขียน:
Rosarin เขียน:
Love J. เขียน:
ปฤษฎี เขียน:
Love J. เขียน:
ปฤษฎี เขียน:
Love J. เขียน:
ปฤษฎี เขียน:
Love J. เขียน:
ปฤษฎี เขียน:
Love J. เขียน:
ปฤษฎี เขียน:
Love J. เขียน:
ความจริงแล้ว สัตว์นั้นเป็นเพียงเสียงเรียก เป็นแต่นามเท่านั้น
เพราะเมื่อประกอบกันเข้าด้วยส่วนประกอบที่เป็นขันธ์ รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ จึงได้นามสมมุติเรียกว่าสัตว์ เหมือนรถที่ประกอบกันเข้าด้วยส่วนต่างๆ จึงได้ถูกเรียกว่ารถ
................................................................
ส่วนประกอบเครื่องยลกลไกประกอบเข้าแล้วขับเคลื่อนเดินทางไปไหนมาไหนได้ มีอยู่ เป็นอยู่ พร้อมอยู่
จะสมมุติเรียกว่ารถหรือไม่ก็ตาม ความเป็นรถก็มีแล้ว เป็นแล้ว พร้อมแล้ว มิใช่บัญญัติว่ารถ ๆ โดยมิได้มีความเป็นรถรองรับ
.................................................................
คนหาสัตว์ บุคคล ไม่ได้โดยปรมัตถ์ .. ถูกแล้ว
ปรมัตถ์อันใดมีอยู่ คนหาสัตว์ บุคคลไม่ได้โดยปรมัตถ์ .. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น


ธรรมมี 2 คือ บัญญัติธรรม และปรมัตถธรรม ถ้าแยกอย่างงี้ก็จะไม่เกิดความสับสน

บัญญัติธรรม เป็นการสมมุติ ไม่ได้มีอยู่จริงโดยสภาวะ คือไม่มีสภาวะ เช่น คน ภูเขา กระรอก นก
เป็นเพียงการบัญญัติตามรูปร่างสัณฐาน และเพื่อให้เกิดชื่อเรียกให้เข้าใจตรงกัน

ปรมัตถธรรม คือ สภาพที่มีอยู่จริง ได้แก่ จิต เจตสิก รูป นิพพาน ไม่ต้องเรียกชื่อตามนี้ก็ได้ ไม่ต้องตั้งชื่ออะไรก็ได้ มีอยู่จริงโดยสภาวะ

แต่เพราะความไม่รู้ จึงเกิดการยึดถือว่าเป็นสัตว์ เป็นบุคคล เป็นตัวตน ขึ้นมา

นานแสนนาน นับชาติประมาณไม่ได้


สัตว์ บุคคล ก็มีอยู่จริงแท้แน่นอน คือ ทุกขอริยสัจ
ตัณหา คือ ทุกขสมุทัยอริยสัจ
ความดับตัณหา คือ ทุกขนิโรธอริยสัจ
อริยมรรคมีองค์ ๘ คือ ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทาอริยสัจ

อริยสัจ ๔ ประการนี้ก็มีอยู่จริง หาที่สุดเบื้องตนเบื้องปลายไม่ได้ พระพุทธเจ้าทุกพระองค์ตรัสรู้อริยสัจ ๔ ประการนี้
........................................................................
เพราะความไม่รู้อริยสัจ ๔ จึงยึดมั่นถือมั่นว่าขันธ์ ๕ นี้เป็นเรา ของเรา ตัวตนเรา


คุณ Love J อย่ามีความสับสน ในสภาวะกับบัญญัติ บัญญัติเป็นสมมุติ ไม่มีจริงนะครับ ไม่มีสภาวะ
การแทงตลอดทุกขอริยสัจจ์ด้วยปัญญานั้น จึงไม่อาจมีสัตว์บุคคลเป็นอารมณ์ได้ ไม่ใช่ฐานะ เพราะไม่มีสภาวะ เป็นสิ่งสมมุติ ไม่มีจริง

ความจริงคือทุกข์ หรือที่เรียกว่าทุกขอริยสัจจ์ จึงไม่ใช่ สัตว์ บุคคล อย่างที่คุณกล่าวมา

ทุกข์อริยสัจจ์ โดยสภาวะแล้ว คือ อุปาทานขันธ์ 5
ซึ่งเป็นสภาพจริงแท้

คือสภาพแห่งทุกข์เป็นสภาพบีบคั้น ๑
เป็นสภาพที่ปัจจัยปรุงแต่ง ๑
เป็นสภาพให้เดือดร้อน ๑
เป็นสภาพแปรปรวน ๑


นอกจากผมจะไม่สับสนบัญญัติปรมัตถ์แล้ว ผมยังกล่าวสอดคล้องไม่ขัดแย้งทั้งธรรมที่พระพุทธเจ้าบัญญัติ ทั้งสภาวะโดยปรมัตถ์ เพราะผมกล่าวธรรมที่เป็นทางสายกลาง ที่เป็นอริยสัจ ๔ ที่เป็นอริยมรรคมีองค์ ๘

ลองถามความเห็นตนเองดูว่า ผู้ที่ตรัสรู้ชอบได้ด้วยพระองค์เอง ประกาศศาสนาพร้อมพระธรรมคำสอน พระสงฆ์สาวกดำเนินตามคำสอนได้รู้ตามเห็นตาม และสืบทอดศาสนาให้ดำรงคงอยู่มาถึงพวกเรา มีอยู่จริงมั้ยบนโลกใบนี้

หากเห็นว่ามี พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจะประกาศศาสนาสั่งสอนสิ่งที่ไม่มีสภาวะ เป็นสิ่งสมมุติ ไม่มีจริง ให้เหน็ดเหนื่อยทำไมในเมื่อ จิต เจตสิก รูป มันก็เกิดแล้วดับไปของมันเอง นิพพาน ก็เที่้ยงแท้อยู่เอง


คุณ LoveJ แค่บอกว่า ทุกขอริยสัจจ์ เป็นสัตว์ เป็นบุคคล ก็แสดงให้เห็นชัด ได้แล้วถึงความเห็นผิด

สิ่งที่มีจริงไม่ใช่ชื่อครับ
ความเป็นบุคคล ก็ไม่ใช่บุคคลที่เป็นตัวตน
หากยังยึดบุคคลด้วยความเป็นตัวตนก็คือ
อุปาทานปรารภแม้บัญญัตินั่นแหละเป็นตัวตน

พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่คุณยกตัวอย่างมาก็เป็นการบัญญัติบุคคล จะเรียกอย่างอื่นก็ได้ ให้เกิดชื่อเรียกเท่านั้น ซึ่งตัวบัญญัตินั่นไม่มีสภาวะ
จะกล่าวว่ามีจริง โดยสมมุติสัจจะ อย่างงี้ได้
แต่ไม่มี โดยปรมัตถ์สัจจะ

ความเห็นผิดติดแน่น แยกไม่ออกบัญญัติ กับปรมัตถ์ เห็น บัญญัติเป็นตัวตน

ยกตัวอย่างคุณ lovej เคยนึกถึงพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามั้ยครับ เคยเจริญพุทธานุสติรึเปล่า นั่นคือการนึกถึงบัญญัติ

เคยนึกถึงเทวตานุสสติมั้ย นั่นก็เป็นการนึกถึงบัญญัติ

แม้แต่ บิดา มารดา พี่สาว น้องสาว ก็เป็นบัญญัติ

ปรมัตถธรรม มีแต่ จิต เจตสิก และรูป นิพพาน เท่านั้น

เพราะฉะนั้น ผู้ใดเห็นธรรมผู้นั้นเห็นพระตถาคต

การเพียงเห็นพระรูป สดับพระสุรเสียงก็ยังไม่ชื่อว่าเห็นพระตถาคต แม้แต่จับจีวรก็ยังไม่ชื่อว่าเห็นพระตถาคต

การเห็นพระตถาคตคือการเห็นธรรม

ทุกข์เท่านั้นที่เกิด นอกจากทุกข์ไม่มีอะไรเกิด นอกจากทุกข์ไม่มีอะไรดับ

ฟังอย่างงี้เข้าใจมั้ยนอกจากทุกข์ไม่มีอะไรเกิด

ถ้าไม่เข้าใจก็เพราะปัญญายังไม่คมพอ


ถ้าผมจะแย้งคุณ คุณจะแก้ไม่ได้ ตะขัดตะขวง กระอักกระอ่วน เพราะคำพูดที่ขัดแย้ง เพราะความเห็นส่วนสุด ความเห็นที่ไม่ใช่มรรค

อ่านคำกล่าวของตนเอง ทบทวนไปมาให้มันแยบคาย ย้อนไปย้อนมาให้หาที่แย้งไม่ได้ เดี๋ยวก็เห็นว่าใครที่เหนี่ยวแน่น


พระธรรมเป็นสิ่งที่รู้ยาก ลึกซึ้งด้วยความเป็นอนัตตา ผู้มีปัญญาเท่านั้นจะเห็นได้


ไม่ยากนัก


พระธรรมเป็นสิ่งที่รู้ได้ยาก บุคคลใดกล่าวว่าพระธรรมรู้ได้ไม่ยากนัก ผู้นั้นชื่อว่า ไม่มีความเคารพในพระบรมศาสดา ในพระธรรม และในพระอริยสงฆ์


โยนิโสมนสิการ ปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม ไม่ยากนัก

แต่โรสว่าคำสอนยากมว๊ากมากค่ะ
เพราะไม่รู้ว่ากำลังเห็นผิดอยู่ค่ะ
และไม่ได้รู้เลยว่ากำลังเห็นผิด
จะไปรู้ความจริงตอนไหนคะ
เดี๋ยวนี้เห็นไม่มีคิดปนเลย
เห็นสว่างส่วนคิดมืดค่ะ
แต่ตอนนี้คิดสว่าง
มืดบอดสนิทเลย
กำลังมีอวิชชา
ฟังมาซิฟังว่า
อะไรมีจริง
https://youtu.be/Q1cc94Dyy_s
:b32: :b32: :b32:


จะว่ายากก็ไม่แปลก เรียบเรียงประโยคยังไม่ค่อยจะได้ความเลย
การพูดจาฟังไม่รู้ความนั้นเป็นอาการของคนขาดสติสัมปชัญญะ
แทนที่จะใช้สติสัมปชัญญะพิจารณาเรียบประโยคแล้วพูดออกไป
ให้ได้สาระประโยชน์ ดันเอาสติไปเรียงไล่ระดับตัวอกษรไร้สาระ
อย่างงี้มันถึงได้ยาก

:b12:
เขียนออกจะตร๊งตรงค่ะ
อ่านไม่เข้าใจมันยากใช่ไหมคะ
วิธีอ่านให้เข้าใจทำแบบนี้นะคะอ่านทีละ1คำ
แปลตรงคำทีละคำแล้วไม่คิดต่อเองค่ะและคิดตรงแต่คำที่อ่านเท่านั้น
:b13:
อ้างคำพูด:
แต่ โรส ว่า คำ สอน ยาก มว๊าก มาก ค่ะ
เพราะ ไม่ รู้ ว่า กำ ลัง เห็น ผิด อยู่ ค่ะ
และ ไม่ ได้ รู้ เลย ว่า กำ ลัง เห็น ผิด
จะ ไป รู้ ความ จริง ตอน ไหน คะ
เดี๋ยว นี้ เห็น ไม่ มี คิด ปน เลย
เห็น สว่าง ส่วน คิด มืด ค่ะ
แต่ ตอน นี้ คิด สว่าง
มืด บอด สนิท เลย
กำ ลัง มี อวิชชา
ฟัง มา ซิ ฟัง ว่า
อะ ไร มี จริง
https://youtu.be/Q1cc94Dyy_s
:b32: :b32: :b32:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 04 พ.ค. 2019, 21:16 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 6
สมาชิก ระดับ 6
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ส.ค. 2018, 07:07
โพสต์: 483

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


Rosarin เขียน:
Love J. เขียน:
Rosarin เขียน:
Love J. เขียน:
ปฤษฎี เขียน:
Love J. เขียน:
ปฤษฎี เขียน:
Love J. เขียน:
ปฤษฎี เขียน:
Love J. เขียน:
ปฤษฎี เขียน:
Love J. เขียน:
ปฤษฎี เขียน:
Love J. เขียน:
ความจริงแล้ว สัตว์นั้นเป็นเพียงเสียงเรียก เป็นแต่นามเท่านั้น
เพราะเมื่อประกอบกันเข้าด้วยส่วนประกอบที่เป็นขันธ์ รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ จึงได้นามสมมุติเรียกว่าสัตว์ เหมือนรถที่ประกอบกันเข้าด้วยส่วนต่างๆ จึงได้ถูกเรียกว่ารถ
................................................................
ส่วนประกอบเครื่องยลกลไกประกอบเข้าแล้วขับเคลื่อนเดินทางไปไหนมาไหนได้ มีอยู่ เป็นอยู่ พร้อมอยู่
จะสมมุติเรียกว่ารถหรือไม่ก็ตาม ความเป็นรถก็มีแล้ว เป็นแล้ว พร้อมแล้ว มิใช่บัญญัติว่ารถ ๆ โดยมิได้มีความเป็นรถรองรับ
.................................................................
คนหาสัตว์ บุคคล ไม่ได้โดยปรมัตถ์ .. ถูกแล้ว
ปรมัตถ์อันใดมีอยู่ คนหาสัตว์ บุคคลไม่ได้โดยปรมัตถ์ .. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น


ธรรมมี 2 คือ บัญญัติธรรม และปรมัตถธรรม ถ้าแยกอย่างงี้ก็จะไม่เกิดความสับสน

บัญญัติธรรม เป็นการสมมุติ ไม่ได้มีอยู่จริงโดยสภาวะ คือไม่มีสภาวะ เช่น คน ภูเขา กระรอก นก
เป็นเพียงการบัญญัติตามรูปร่างสัณฐาน และเพื่อให้เกิดชื่อเรียกให้เข้าใจตรงกัน

ปรมัตถธรรม คือ สภาพที่มีอยู่จริง ได้แก่ จิต เจตสิก รูป นิพพาน ไม่ต้องเรียกชื่อตามนี้ก็ได้ ไม่ต้องตั้งชื่ออะไรก็ได้ มีอยู่จริงโดยสภาวะ

แต่เพราะความไม่รู้ จึงเกิดการยึดถือว่าเป็นสัตว์ เป็นบุคคล เป็นตัวตน ขึ้นมา

นานแสนนาน นับชาติประมาณไม่ได้


สัตว์ บุคคล ก็มีอยู่จริงแท้แน่นอน คือ ทุกขอริยสัจ
ตัณหา คือ ทุกขสมุทัยอริยสัจ
ความดับตัณหา คือ ทุกขนิโรธอริยสัจ
อริยมรรคมีองค์ ๘ คือ ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทาอริยสัจ

อริยสัจ ๔ ประการนี้ก็มีอยู่จริง หาที่สุดเบื้องตนเบื้องปลายไม่ได้ พระพุทธเจ้าทุกพระองค์ตรัสรู้อริยสัจ ๔ ประการนี้
........................................................................
เพราะความไม่รู้อริยสัจ ๔ จึงยึดมั่นถือมั่นว่าขันธ์ ๕ นี้เป็นเรา ของเรา ตัวตนเรา


คุณ Love J อย่ามีความสับสน ในสภาวะกับบัญญัติ บัญญัติเป็นสมมุติ ไม่มีจริงนะครับ ไม่มีสภาวะ
การแทงตลอดทุกขอริยสัจจ์ด้วยปัญญานั้น จึงไม่อาจมีสัตว์บุคคลเป็นอารมณ์ได้ ไม่ใช่ฐานะ เพราะไม่มีสภาวะ เป็นสิ่งสมมุติ ไม่มีจริง

ความจริงคือทุกข์ หรือที่เรียกว่าทุกขอริยสัจจ์ จึงไม่ใช่ สัตว์ บุคคล อย่างที่คุณกล่าวมา

ทุกข์อริยสัจจ์ โดยสภาวะแล้ว คือ อุปาทานขันธ์ 5
ซึ่งเป็นสภาพจริงแท้

คือสภาพแห่งทุกข์เป็นสภาพบีบคั้น ๑
เป็นสภาพที่ปัจจัยปรุงแต่ง ๑
เป็นสภาพให้เดือดร้อน ๑
เป็นสภาพแปรปรวน ๑


นอกจากผมจะไม่สับสนบัญญัติปรมัตถ์แล้ว ผมยังกล่าวสอดคล้องไม่ขัดแย้งทั้งธรรมที่พระพุทธเจ้าบัญญัติ ทั้งสภาวะโดยปรมัตถ์ เพราะผมกล่าวธรรมที่เป็นทางสายกลาง ที่เป็นอริยสัจ ๔ ที่เป็นอริยมรรคมีองค์ ๘

ลองถามความเห็นตนเองดูว่า ผู้ที่ตรัสรู้ชอบได้ด้วยพระองค์เอง ประกาศศาสนาพร้อมพระธรรมคำสอน พระสงฆ์สาวกดำเนินตามคำสอนได้รู้ตามเห็นตาม และสืบทอดศาสนาให้ดำรงคงอยู่มาถึงพวกเรา มีอยู่จริงมั้ยบนโลกใบนี้

หากเห็นว่ามี พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจะประกาศศาสนาสั่งสอนสิ่งที่ไม่มีสภาวะ เป็นสิ่งสมมุติ ไม่มีจริง ให้เหน็ดเหนื่อยทำไมในเมื่อ จิต เจตสิก รูป มันก็เกิดแล้วดับไปของมันเอง นิพพาน ก็เที่้ยงแท้อยู่เอง


คุณ LoveJ แค่บอกว่า ทุกขอริยสัจจ์ เป็นสัตว์ เป็นบุคคล ก็แสดงให้เห็นชัด ได้แล้วถึงความเห็นผิด

สิ่งที่มีจริงไม่ใช่ชื่อครับ
ความเป็นบุคคล ก็ไม่ใช่บุคคลที่เป็นตัวตน
หากยังยึดบุคคลด้วยความเป็นตัวตนก็คือ
อุปาทานปรารภแม้บัญญัตินั่นแหละเป็นตัวตน

พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่คุณยกตัวอย่างมาก็เป็นการบัญญัติบุคคล จะเรียกอย่างอื่นก็ได้ ให้เกิดชื่อเรียกเท่านั้น ซึ่งตัวบัญญัตินั่นไม่มีสภาวะ
จะกล่าวว่ามีจริง โดยสมมุติสัจจะ อย่างงี้ได้
แต่ไม่มี โดยปรมัตถ์สัจจะ

ความเห็นผิดติดแน่น แยกไม่ออกบัญญัติ กับปรมัตถ์ เห็น บัญญัติเป็นตัวตน

ยกตัวอย่างคุณ lovej เคยนึกถึงพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามั้ยครับ เคยเจริญพุทธานุสติรึเปล่า นั่นคือการนึกถึงบัญญัติ

เคยนึกถึงเทวตานุสสติมั้ย นั่นก็เป็นการนึกถึงบัญญัติ

แม้แต่ บิดา มารดา พี่สาว น้องสาว ก็เป็นบัญญัติ

ปรมัตถธรรม มีแต่ จิต เจตสิก และรูป นิพพาน เท่านั้น

เพราะฉะนั้น ผู้ใดเห็นธรรมผู้นั้นเห็นพระตถาคต

การเพียงเห็นพระรูป สดับพระสุรเสียงก็ยังไม่ชื่อว่าเห็นพระตถาคต แม้แต่จับจีวรก็ยังไม่ชื่อว่าเห็นพระตถาคต

การเห็นพระตถาคตคือการเห็นธรรม

ทุกข์เท่านั้นที่เกิด นอกจากทุกข์ไม่มีอะไรเกิด นอกจากทุกข์ไม่มีอะไรดับ

ฟังอย่างงี้เข้าใจมั้ยนอกจากทุกข์ไม่มีอะไรเกิด

ถ้าไม่เข้าใจก็เพราะปัญญายังไม่คมพอ


ถ้าผมจะแย้งคุณ คุณจะแก้ไม่ได้ ตะขัดตะขวง กระอักกระอ่วน เพราะคำพูดที่ขัดแย้ง เพราะความเห็นส่วนสุด ความเห็นที่ไม่ใช่มรรค

อ่านคำกล่าวของตนเอง ทบทวนไปมาให้มันแยบคาย ย้อนไปย้อนมาให้หาที่แย้งไม่ได้ เดี๋ยวก็เห็นว่าใครที่เหนี่ยวแน่น


พระธรรมเป็นสิ่งที่รู้ยาก ลึกซึ้งด้วยความเป็นอนัตตา ผู้มีปัญญาเท่านั้นจะเห็นได้


ไม่ยากนัก


พระธรรมเป็นสิ่งที่รู้ได้ยาก บุคคลใดกล่าวว่าพระธรรมรู้ได้ไม่ยากนัก ผู้นั้นชื่อว่า ไม่มีความเคารพในพระบรมศาสดา ในพระธรรม และในพระอริยสงฆ์


โยนิโสมนสิการ ปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม ไม่ยากนัก

แต่โรสว่าคำสอนยากมว๊ากมากค่ะ
เพราะไม่รู้ว่ากำลังเห็นผิดอยู่ค่ะ
และไม่ได้รู้เลยว่ากำลังเห็นผิด
จะไปรู้ความจริงตอนไหนคะ
เดี๋ยวนี้เห็นไม่มีคิดปนเลย
เห็นสว่างส่วนคิดมืดค่ะ
แต่ตอนนี้คิดสว่าง
มืดบอดสนิทเลย
กำลังมีอวิชชา
ฟังมาซิฟังว่า
อะไรมีจริง
https://youtu.be/Q1cc94Dyy_s
:b32: :b32: :b32:


จะว่ายากก็ไม่แปลก เรียบเรียงประโยคยังไม่ค่อยจะได้ความเลย
การพูดจาฟังไม่รู้ความนั้นเป็นอาการของคนขาดสติสัมปชัญญะ
แทนที่จะใช้สติสัมปชัญญะพิจารณาเรียบประโยคแล้วพูดออกไป
ให้ได้สาระประโยชน์ ดันเอาสติไปเรียงไล่ระดับตัวอกษรไร้สาระ
อย่างงี้มันถึงได้ยาก

:b12:
เขียนออกจะตร๊งตรงค่ะ
อ่านไม่เข้าใจมันยากใช่ไหมคะ
วิธีอ่านให้เข้าใจทำแบบนี้นะคะอ่านทีละ1คำ
แปลตรงคำทีละคำแล้วไม่คิดต่อเองค่ะและคิดตรงแต่คำที่อ่านเท่านั้น
:b13:
อ้างคำพูด:
แต่ โรส ว่า คำ สอน ยาก มว๊าก มาก ค่ะ
เพราะ ไม่ รู้ ว่า กำ ลัง เห็น ผิด อยู่ ค่ะ
และ ไม่ ได้ รู้ เลย ว่า กำ ลัง เห็น ผิด
จะ ไป รู้ ความ จริง ตอน ไหน คะ
เดี๋ยว นี้ เห็น ไม่ มี คิด ปน เลย
เห็น สว่าง ส่วน คิด มืด ค่ะ
แต่ ตอน นี้ คิด สว่าง
มืด บอด สนิท เลย
กำ ลัง มี อวิชชา
ฟัง มา ซิ ฟัง ว่า
อะ ไร มี จริง
https://youtu.be/Q1cc94Dyy_s
:b32: :b32: :b32:


แผ่นสะดุดเหรอครับ
เอาแค่นี้ก็เป็นได้แค่ที่สมเพชของคนอื่น สร้างเวรสร้างกรรมต่อไป


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 04 พ.ค. 2019, 21:34 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2009, 15:06
โพสต์: 6405

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


Love J. เขียน:
Rosarin เขียน:
Love J. เขียน:
Rosarin เขียน:
Love J. เขียน:
ปฤษฎี เขียน:
Love J. เขียน:
ปฤษฎี เขียน:
Love J. เขียน:
ปฤษฎี เขียน:
Love J. เขียน:
ปฤษฎี เขียน:
Love J. เขียน:
ปฤษฎี เขียน:
Love J. เขียน:
ความจริงแล้ว สัตว์นั้นเป็นเพียงเสียงเรียก เป็นแต่นามเท่านั้น
เพราะเมื่อประกอบกันเข้าด้วยส่วนประกอบที่เป็นขันธ์ รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ จึงได้นามสมมุติเรียกว่าสัตว์ เหมือนรถที่ประกอบกันเข้าด้วยส่วนต่างๆ จึงได้ถูกเรียกว่ารถ
................................................................
ส่วนประกอบเครื่องยลกลไกประกอบเข้าแล้วขับเคลื่อนเดินทางไปไหนมาไหนได้ มีอยู่ เป็นอยู่ พร้อมอยู่
จะสมมุติเรียกว่ารถหรือไม่ก็ตาม ความเป็นรถก็มีแล้ว เป็นแล้ว พร้อมแล้ว มิใช่บัญญัติว่ารถ ๆ โดยมิได้มีความเป็นรถรองรับ
.................................................................
คนหาสัตว์ บุคคล ไม่ได้โดยปรมัตถ์ .. ถูกแล้ว
ปรมัตถ์อันใดมีอยู่ คนหาสัตว์ บุคคลไม่ได้โดยปรมัตถ์ .. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น


ธรรมมี 2 คือ บัญญัติธรรม และปรมัตถธรรม ถ้าแยกอย่างงี้ก็จะไม่เกิดความสับสน

บัญญัติธรรม เป็นการสมมุติ ไม่ได้มีอยู่จริงโดยสภาวะ คือไม่มีสภาวะ เช่น คน ภูเขา กระรอก นก
เป็นเพียงการบัญญัติตามรูปร่างสัณฐาน และเพื่อให้เกิดชื่อเรียกให้เข้าใจตรงกัน

ปรมัตถธรรม คือ สภาพที่มีอยู่จริง ได้แก่ จิต เจตสิก รูป นิพพาน ไม่ต้องเรียกชื่อตามนี้ก็ได้ ไม่ต้องตั้งชื่ออะไรก็ได้ มีอยู่จริงโดยสภาวะ

แต่เพราะความไม่รู้ จึงเกิดการยึดถือว่าเป็นสัตว์ เป็นบุคคล เป็นตัวตน ขึ้นมา

นานแสนนาน นับชาติประมาณไม่ได้


สัตว์ บุคคล ก็มีอยู่จริงแท้แน่นอน คือ ทุกขอริยสัจ
ตัณหา คือ ทุกขสมุทัยอริยสัจ
ความดับตัณหา คือ ทุกขนิโรธอริยสัจ
อริยมรรคมีองค์ ๘ คือ ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทาอริยสัจ

อริยสัจ ๔ ประการนี้ก็มีอยู่จริง หาที่สุดเบื้องตนเบื้องปลายไม่ได้ พระพุทธเจ้าทุกพระองค์ตรัสรู้อริยสัจ ๔ ประการนี้
........................................................................
เพราะความไม่รู้อริยสัจ ๔ จึงยึดมั่นถือมั่นว่าขันธ์ ๕ นี้เป็นเรา ของเรา ตัวตนเรา


คุณ Love J อย่ามีความสับสน ในสภาวะกับบัญญัติ บัญญัติเป็นสมมุติ ไม่มีจริงนะครับ ไม่มีสภาวะ
การแทงตลอดทุกขอริยสัจจ์ด้วยปัญญานั้น จึงไม่อาจมีสัตว์บุคคลเป็นอารมณ์ได้ ไม่ใช่ฐานะ เพราะไม่มีสภาวะ เป็นสิ่งสมมุติ ไม่มีจริง

ความจริงคือทุกข์ หรือที่เรียกว่าทุกขอริยสัจจ์ จึงไม่ใช่ สัตว์ บุคคล อย่างที่คุณกล่าวมา

ทุกข์อริยสัจจ์ โดยสภาวะแล้ว คือ อุปาทานขันธ์ 5
ซึ่งเป็นสภาพจริงแท้

คือสภาพแห่งทุกข์เป็นสภาพบีบคั้น ๑
เป็นสภาพที่ปัจจัยปรุงแต่ง ๑
เป็นสภาพให้เดือดร้อน ๑
เป็นสภาพแปรปรวน ๑


นอกจากผมจะไม่สับสนบัญญัติปรมัตถ์แล้ว ผมยังกล่าวสอดคล้องไม่ขัดแย้งทั้งธรรมที่พระพุทธเจ้าบัญญัติ ทั้งสภาวะโดยปรมัตถ์ เพราะผมกล่าวธรรมที่เป็นทางสายกลาง ที่เป็นอริยสัจ ๔ ที่เป็นอริยมรรคมีองค์ ๘

ลองถามความเห็นตนเองดูว่า ผู้ที่ตรัสรู้ชอบได้ด้วยพระองค์เอง ประกาศศาสนาพร้อมพระธรรมคำสอน พระสงฆ์สาวกดำเนินตามคำสอนได้รู้ตามเห็นตาม และสืบทอดศาสนาให้ดำรงคงอยู่มาถึงพวกเรา มีอยู่จริงมั้ยบนโลกใบนี้

หากเห็นว่ามี พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจะประกาศศาสนาสั่งสอนสิ่งที่ไม่มีสภาวะ เป็นสิ่งสมมุติ ไม่มีจริง ให้เหน็ดเหนื่อยทำไมในเมื่อ จิต เจตสิก รูป มันก็เกิดแล้วดับไปของมันเอง นิพพาน ก็เที่้ยงแท้อยู่เอง


คุณ LoveJ แค่บอกว่า ทุกขอริยสัจจ์ เป็นสัตว์ เป็นบุคคล ก็แสดงให้เห็นชัด ได้แล้วถึงความเห็นผิด

สิ่งที่มีจริงไม่ใช่ชื่อครับ
ความเป็นบุคคล ก็ไม่ใช่บุคคลที่เป็นตัวตน
หากยังยึดบุคคลด้วยความเป็นตัวตนก็คือ
อุปาทานปรารภแม้บัญญัตินั่นแหละเป็นตัวตน

พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่คุณยกตัวอย่างมาก็เป็นการบัญญัติบุคคล จะเรียกอย่างอื่นก็ได้ ให้เกิดชื่อเรียกเท่านั้น ซึ่งตัวบัญญัตินั่นไม่มีสภาวะ
จะกล่าวว่ามีจริง โดยสมมุติสัจจะ อย่างงี้ได้
แต่ไม่มี โดยปรมัตถ์สัจจะ

ความเห็นผิดติดแน่น แยกไม่ออกบัญญัติ กับปรมัตถ์ เห็น บัญญัติเป็นตัวตน

ยกตัวอย่างคุณ lovej เคยนึกถึงพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามั้ยครับ เคยเจริญพุทธานุสติรึเปล่า นั่นคือการนึกถึงบัญญัติ

เคยนึกถึงเทวตานุสสติมั้ย นั่นก็เป็นการนึกถึงบัญญัติ

แม้แต่ บิดา มารดา พี่สาว น้องสาว ก็เป็นบัญญัติ

ปรมัตถธรรม มีแต่ จิต เจตสิก และรูป นิพพาน เท่านั้น

เพราะฉะนั้น ผู้ใดเห็นธรรมผู้นั้นเห็นพระตถาคต

การเพียงเห็นพระรูป สดับพระสุรเสียงก็ยังไม่ชื่อว่าเห็นพระตถาคต แม้แต่จับจีวรก็ยังไม่ชื่อว่าเห็นพระตถาคต

การเห็นพระตถาคตคือการเห็นธรรม

ทุกข์เท่านั้นที่เกิด นอกจากทุกข์ไม่มีอะไรเกิด นอกจากทุกข์ไม่มีอะไรดับ

ฟังอย่างงี้เข้าใจมั้ยนอกจากทุกข์ไม่มีอะไรเกิด

ถ้าไม่เข้าใจก็เพราะปัญญายังไม่คมพอ


ถ้าผมจะแย้งคุณ คุณจะแก้ไม่ได้ ตะขัดตะขวง กระอักกระอ่วน เพราะคำพูดที่ขัดแย้ง เพราะความเห็นส่วนสุด ความเห็นที่ไม่ใช่มรรค

อ่านคำกล่าวของตนเอง ทบทวนไปมาให้มันแยบคาย ย้อนไปย้อนมาให้หาที่แย้งไม่ได้ เดี๋ยวก็เห็นว่าใครที่เหนี่ยวแน่น


พระธรรมเป็นสิ่งที่รู้ยาก ลึกซึ้งด้วยความเป็นอนัตตา ผู้มีปัญญาเท่านั้นจะเห็นได้


ไม่ยากนัก


พระธรรมเป็นสิ่งที่รู้ได้ยาก บุคคลใดกล่าวว่าพระธรรมรู้ได้ไม่ยากนัก ผู้นั้นชื่อว่า ไม่มีความเคารพในพระบรมศาสดา ในพระธรรม และในพระอริยสงฆ์


โยนิโสมนสิการ ปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม ไม่ยากนัก

แต่โรสว่าคำสอนยากมว๊ากมากค่ะ
เพราะไม่รู้ว่ากำลังเห็นผิดอยู่ค่ะ
และไม่ได้รู้เลยว่ากำลังเห็นผิด
จะไปรู้ความจริงตอนไหนคะ
เดี๋ยวนี้เห็นไม่มีคิดปนเลย
เห็นสว่างส่วนคิดมืดค่ะ
แต่ตอนนี้คิดสว่าง
มืดบอดสนิทเลย
กำลังมีอวิชชา
ฟังมาซิฟังว่า
อะไรมีจริง
https://youtu.be/Q1cc94Dyy_s
:b32: :b32: :b32:


จะว่ายากก็ไม่แปลก เรียบเรียงประโยคยังไม่ค่อยจะได้ความเลย
การพูดจาฟังไม่รู้ความนั้นเป็นอาการของคนขาดสติสัมปชัญญะ
แทนที่จะใช้สติสัมปชัญญะพิจารณาเรียบประโยคแล้วพูดออกไป
ให้ได้สาระประโยชน์ ดันเอาสติไปเรียงไล่ระดับตัวอกษรไร้สาระ
อย่างงี้มันถึงได้ยาก

:b12:
เขียนออกจะตร๊งตรงค่ะ
อ่านไม่เข้าใจมันยากใช่ไหมคะ
วิธีอ่านให้เข้าใจทำแบบนี้นะคะอ่านทีละ1คำ
แปลตรงคำทีละคำแล้วไม่คิดต่อเองค่ะและคิดตรงแต่คำที่อ่านเท่านั้น
:b13:
อ้างคำพูด:
แต่ โรส ว่า คำ สอน ยาก มว๊าก มาก ค่ะ
เพราะ ไม่ รู้ ว่า กำ ลัง เห็น ผิด อยู่ ค่ะ
และ ไม่ ได้ รู้ เลย ว่า กำ ลัง เห็น ผิด
จะ ไป รู้ ความ จริง ตอน ไหน คะ
เดี๋ยว นี้ เห็น ไม่ มี คิด ปน เลย
เห็น สว่าง ส่วน คิด มืด ค่ะ
แต่ ตอน นี้ คิด สว่าง
มืด บอด สนิท เลย
กำ ลัง มี อวิชชา
ฟัง มา ซิ ฟัง ว่า
อะ ไร มี จริง
https://youtu.be/Q1cc94Dyy_s
:b32: :b32: :b32:


แผ่นสะดุดเหรอครับ
เอาแค่นี้ก็เป็นได้แค่ที่สมเพชของคนอื่น สร้างเวรสร้างกรรมต่อไป

:b32:
ไม่รู้ทีละ1จุด
น่ะไม่รู้จริงด้วย
คิดแค่คำว่า แต่
คำแรกคำเดียว
กิเลสเธอแสนโกฏิขณะเลยดับแล้วด้วยจ้ะ
เพราะคำว่า แต่ คิดได้ตรงคำว่า แต่ แต่ไม่ตรงตามคำวาจาสัจจะ
ตรง1ใน6ทางที่มีทางตาหูจมูกลิ้นกายใจของที่เธอกำลังมีเลยนะจ๊ะ...เขาเรียกว่า...คิดคดไม่ซื่อตรงจริง
:b32: :b32:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 04 พ.ค. 2019, 21:39 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2009, 15:06
โพสต์: 6405

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


Rosarin เขียน:
Love J. เขียน:
Rosarin เขียน:
Love J. เขียน:
Rosarin เขียน:
Love J. เขียน:
ปฤษฎี เขียน:
Love J. เขียน:
ปฤษฎี เขียน:
Love J. เขียน:
ปฤษฎี เขียน:
Love J. เขียน:
ปฤษฎี เขียน:
Love J. เขียน:
ปฤษฎี เขียน:
Love J. เขียน:
ความจริงแล้ว สัตว์นั้นเป็นเพียงเสียงเรียก เป็นแต่นามเท่านั้น
เพราะเมื่อประกอบกันเข้าด้วยส่วนประกอบที่เป็นขันธ์ รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ จึงได้นามสมมุติเรียกว่าสัตว์ เหมือนรถที่ประกอบกันเข้าด้วยส่วนต่างๆ จึงได้ถูกเรียกว่ารถ
................................................................
ส่วนประกอบเครื่องยลกลไกประกอบเข้าแล้วขับเคลื่อนเดินทางไปไหนมาไหนได้ มีอยู่ เป็นอยู่ พร้อมอยู่
จะสมมุติเรียกว่ารถหรือไม่ก็ตาม ความเป็นรถก็มีแล้ว เป็นแล้ว พร้อมแล้ว มิใช่บัญญัติว่ารถ ๆ โดยมิได้มีความเป็นรถรองรับ
.................................................................
คนหาสัตว์ บุคคล ไม่ได้โดยปรมัตถ์ .. ถูกแล้ว
ปรมัตถ์อันใดมีอยู่ คนหาสัตว์ บุคคลไม่ได้โดยปรมัตถ์ .. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น


ธรรมมี 2 คือ บัญญัติธรรม และปรมัตถธรรม ถ้าแยกอย่างงี้ก็จะไม่เกิดความสับสน

บัญญัติธรรม เป็นการสมมุติ ไม่ได้มีอยู่จริงโดยสภาวะ คือไม่มีสภาวะ เช่น คน ภูเขา กระรอก นก
เป็นเพียงการบัญญัติตามรูปร่างสัณฐาน และเพื่อให้เกิดชื่อเรียกให้เข้าใจตรงกัน

ปรมัตถธรรม คือ สภาพที่มีอยู่จริง ได้แก่ จิต เจตสิก รูป นิพพาน ไม่ต้องเรียกชื่อตามนี้ก็ได้ ไม่ต้องตั้งชื่ออะไรก็ได้ มีอยู่จริงโดยสภาวะ

แต่เพราะความไม่รู้ จึงเกิดการยึดถือว่าเป็นสัตว์ เป็นบุคคล เป็นตัวตน ขึ้นมา

นานแสนนาน นับชาติประมาณไม่ได้


สัตว์ บุคคล ก็มีอยู่จริงแท้แน่นอน คือ ทุกขอริยสัจ
ตัณหา คือ ทุกขสมุทัยอริยสัจ
ความดับตัณหา คือ ทุกขนิโรธอริยสัจ
อริยมรรคมีองค์ ๘ คือ ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทาอริยสัจ

อริยสัจ ๔ ประการนี้ก็มีอยู่จริง หาที่สุดเบื้องตนเบื้องปลายไม่ได้ พระพุทธเจ้าทุกพระองค์ตรัสรู้อริยสัจ ๔ ประการนี้
........................................................................
เพราะความไม่รู้อริยสัจ ๔ จึงยึดมั่นถือมั่นว่าขันธ์ ๕ นี้เป็นเรา ของเรา ตัวตนเรา


คุณ Love J อย่ามีความสับสน ในสภาวะกับบัญญัติ บัญญัติเป็นสมมุติ ไม่มีจริงนะครับ ไม่มีสภาวะ
การแทงตลอดทุกขอริยสัจจ์ด้วยปัญญานั้น จึงไม่อาจมีสัตว์บุคคลเป็นอารมณ์ได้ ไม่ใช่ฐานะ เพราะไม่มีสภาวะ เป็นสิ่งสมมุติ ไม่มีจริง

ความจริงคือทุกข์ หรือที่เรียกว่าทุกขอริยสัจจ์ จึงไม่ใช่ สัตว์ บุคคล อย่างที่คุณกล่าวมา

ทุกข์อริยสัจจ์ โดยสภาวะแล้ว คือ อุปาทานขันธ์ 5
ซึ่งเป็นสภาพจริงแท้

คือสภาพแห่งทุกข์เป็นสภาพบีบคั้น ๑
เป็นสภาพที่ปัจจัยปรุงแต่ง ๑
เป็นสภาพให้เดือดร้อน ๑
เป็นสภาพแปรปรวน ๑


นอกจากผมจะไม่สับสนบัญญัติปรมัตถ์แล้ว ผมยังกล่าวสอดคล้องไม่ขัดแย้งทั้งธรรมที่พระพุทธเจ้าบัญญัติ ทั้งสภาวะโดยปรมัตถ์ เพราะผมกล่าวธรรมที่เป็นทางสายกลาง ที่เป็นอริยสัจ ๔ ที่เป็นอริยมรรคมีองค์ ๘

ลองถามความเห็นตนเองดูว่า ผู้ที่ตรัสรู้ชอบได้ด้วยพระองค์เอง ประกาศศาสนาพร้อมพระธรรมคำสอน พระสงฆ์สาวกดำเนินตามคำสอนได้รู้ตามเห็นตาม และสืบทอดศาสนาให้ดำรงคงอยู่มาถึงพวกเรา มีอยู่จริงมั้ยบนโลกใบนี้

หากเห็นว่ามี พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจะประกาศศาสนาสั่งสอนสิ่งที่ไม่มีสภาวะ เป็นสิ่งสมมุติ ไม่มีจริง ให้เหน็ดเหนื่อยทำไมในเมื่อ จิต เจตสิก รูป มันก็เกิดแล้วดับไปของมันเอง นิพพาน ก็เที่้ยงแท้อยู่เอง


คุณ LoveJ แค่บอกว่า ทุกขอริยสัจจ์ เป็นสัตว์ เป็นบุคคล ก็แสดงให้เห็นชัด ได้แล้วถึงความเห็นผิด

สิ่งที่มีจริงไม่ใช่ชื่อครับ
ความเป็นบุคคล ก็ไม่ใช่บุคคลที่เป็นตัวตน
หากยังยึดบุคคลด้วยความเป็นตัวตนก็คือ
อุปาทานปรารภแม้บัญญัตินั่นแหละเป็นตัวตน

พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่คุณยกตัวอย่างมาก็เป็นการบัญญัติบุคคล จะเรียกอย่างอื่นก็ได้ ให้เกิดชื่อเรียกเท่านั้น ซึ่งตัวบัญญัตินั่นไม่มีสภาวะ
จะกล่าวว่ามีจริง โดยสมมุติสัจจะ อย่างงี้ได้
แต่ไม่มี โดยปรมัตถ์สัจจะ

ความเห็นผิดติดแน่น แยกไม่ออกบัญญัติ กับปรมัตถ์ เห็น บัญญัติเป็นตัวตน

ยกตัวอย่างคุณ lovej เคยนึกถึงพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามั้ยครับ เคยเจริญพุทธานุสติรึเปล่า นั่นคือการนึกถึงบัญญัติ

เคยนึกถึงเทวตานุสสติมั้ย นั่นก็เป็นการนึกถึงบัญญัติ

แม้แต่ บิดา มารดา พี่สาว น้องสาว ก็เป็นบัญญัติ

ปรมัตถธรรม มีแต่ จิต เจตสิก และรูป นิพพาน เท่านั้น

เพราะฉะนั้น ผู้ใดเห็นธรรมผู้นั้นเห็นพระตถาคต

การเพียงเห็นพระรูป สดับพระสุรเสียงก็ยังไม่ชื่อว่าเห็นพระตถาคต แม้แต่จับจีวรก็ยังไม่ชื่อว่าเห็นพระตถาคต

การเห็นพระตถาคตคือการเห็นธรรม

ทุกข์เท่านั้นที่เกิด นอกจากทุกข์ไม่มีอะไรเกิด นอกจากทุกข์ไม่มีอะไรดับ

ฟังอย่างงี้เข้าใจมั้ยนอกจากทุกข์ไม่มีอะไรเกิด

ถ้าไม่เข้าใจก็เพราะปัญญายังไม่คมพอ


ถ้าผมจะแย้งคุณ คุณจะแก้ไม่ได้ ตะขัดตะขวง กระอักกระอ่วน เพราะคำพูดที่ขัดแย้ง เพราะความเห็นส่วนสุด ความเห็นที่ไม่ใช่มรรค

อ่านคำกล่าวของตนเอง ทบทวนไปมาให้มันแยบคาย ย้อนไปย้อนมาให้หาที่แย้งไม่ได้ เดี๋ยวก็เห็นว่าใครที่เหนี่ยวแน่น


พระธรรมเป็นสิ่งที่รู้ยาก ลึกซึ้งด้วยความเป็นอนัตตา ผู้มีปัญญาเท่านั้นจะเห็นได้


ไม่ยากนัก


พระธรรมเป็นสิ่งที่รู้ได้ยาก บุคคลใดกล่าวว่าพระธรรมรู้ได้ไม่ยากนัก ผู้นั้นชื่อว่า ไม่มีความเคารพในพระบรมศาสดา ในพระธรรม และในพระอริยสงฆ์


โยนิโสมนสิการ ปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม ไม่ยากนัก

แต่โรสว่าคำสอนยากมว๊ากมากค่ะ
เพราะไม่รู้ว่ากำลังเห็นผิดอยู่ค่ะ
และไม่ได้รู้เลยว่ากำลังเห็นผิด
จะไปรู้ความจริงตอนไหนคะ
เดี๋ยวนี้เห็นไม่มีคิดปนเลย
เห็นสว่างส่วนคิดมืดค่ะ
แต่ตอนนี้คิดสว่าง
มืดบอดสนิทเลย
กำลังมีอวิชชา
ฟังมาซิฟังว่า
อะไรมีจริง
https://youtu.be/Q1cc94Dyy_s
:b32: :b32: :b32:


จะว่ายากก็ไม่แปลก เรียบเรียงประโยคยังไม่ค่อยจะได้ความเลย
การพูดจาฟังไม่รู้ความนั้นเป็นอาการของคนขาดสติสัมปชัญญะ
แทนที่จะใช้สติสัมปชัญญะพิจารณาเรียบประโยคแล้วพูดออกไป
ให้ได้สาระประโยชน์ ดันเอาสติไปเรียงไล่ระดับตัวอกษรไร้สาระ
อย่างงี้มันถึงได้ยาก

:b12:
เขียนออกจะตร๊งตรงค่ะ
อ่านไม่เข้าใจมันยากใช่ไหมคะ
วิธีอ่านให้เข้าใจทำแบบนี้นะคะอ่านทีละ1คำ
แปลตรงคำทีละคำแล้วไม่คิดต่อเองค่ะและคิดตรงแต่คำที่อ่านเท่านั้น
:b13:
อ้างคำพูด:
แต่ โรส ว่า คำ สอน ยาก มว๊าก มาก ค่ะ
เพราะ ไม่ รู้ ว่า กำ ลัง เห็น ผิด อยู่ ค่ะ
และ ไม่ ได้ รู้ เลย ว่า กำ ลัง เห็น ผิด
จะ ไป รู้ ความ จริง ตอน ไหน คะ
เดี๋ยว นี้ เห็น ไม่ มี คิด ปน เลย
เห็น สว่าง ส่วน คิด มืด ค่ะ
แต่ ตอน นี้ คิด สว่าง
มืด บอด สนิท เลย
กำ ลัง มี อวิชชา
ฟัง มา ซิ ฟัง ว่า
อะ ไร มี จริง
https://youtu.be/Q1cc94Dyy_s
:b32: :b32: :b32:


แผ่นสะดุดเหรอครับ
เอาแค่นี้ก็เป็นได้แค่ที่สมเพชของคนอื่น สร้างเวรสร้างกรรมต่อไป

:b32:
ไม่รู้ทีละ1จุด
น่ะไม่รู้จริงด้วย
คิดแค่คำว่า แต่
คำแรกคำเดียว
กิเลสเธอแสนโกฏิขณะเลยดับแล้วด้วยจ้ะ
เพราะคำว่า แต่ คิดได้ตรงคำว่า แต่ แต่ไม่ตรงตามคำวาจาสัจจะ
ตรง1ใน6ทางที่มีทางตาหูจมูกลิ้นกายใจของที่เธอกำลังมีเลยนะจ๊ะ...เขาเรียกว่า...คิดคดไม่ซื่อตรงจริง
:b32: :b32:

คำสอนต้องคิดตรงจริง
ไม่เข้าใจหรือคะว่าตรงแบบไหน
จิตรู้เสียงไม่มีแสงปนคิดตามเห็นผิดอยู่เนี่ยถึงมีเสียงตัวเองคิดปนมีแสงจริงไหมคะเดี๋ยวนี้ตรงปัจจุบันแล้ว
:b32: :b32:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 04 พ.ค. 2019, 21:48 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2009, 15:06
โพสต์: 6405

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


Kiss
สมมุติว่าตอนนี้คุณนั่งฟังตถาคตเทศนาธรรมจากพระโอษฐ์ยุ่

คิดสิมีอนาคตตัวอักษรเป็นคำๆหล่นลงมาเรียงให้เห็นล่วงหน้าไหมคะ
:b12:
:b32: :b32:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 05 พ.ค. 2019, 05:28 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 31967

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


Rosarin เขียน:
Kiss
สมมุติว่าตอนนี้คุณนั่งฟังตถาคตเทศนาธรรมจากพระโอษฐ์ยุ่

คิดสิมีอนาคตตัวอักษรเป็นคำๆหล่นลงมาเรียงให้เห็นล่วงหน้าไหมคะ


ฟุ้งซ่านใช้ได้เลยทีเดียว

พูดก็มีเสียงสิ จะมีตัวอักษรมีตัวหนังสือหล่นออกจากปากได้ยังไง

คุณโรสของเขียนหนังสือ เช่น สวัสดีค่ะ สิจะมีเสียงไหลออกจากตัวหนังสือตัวอักษร สวัสดีค่ะ เรียงออกมาแถวๆไหม อ้าวลองเขียนดู :b32:

พุทธในเมืองไทยไปไม่รอด

.....................................................
http://group.wunjun.com/ake


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 05 พ.ค. 2019, 22:14 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2009, 15:06
โพสต์: 6405

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


กรัชกาย เขียน:
Rosarin เขียน:
Kiss
สมมุติว่าตอนนี้คุณนั่งฟังตถาคตเทศนาธรรมจากพระโอษฐ์ยุ่

คิดสิมีอนาคตตัวอักษรเป็นคำๆหล่นลงมาเรียงให้เห็นล่วงหน้าไหมคะ


ฟุ้งซ่านใช้ได้เลยทีเดียว

พูดก็มีเสียงสิ จะมีตัวอักษรมีตัวหนังสือหล่นออกจากปากได้ยังไง

คุณโรสของเขียนหนังสือ เช่น สวัสดีค่ะ สิจะมีเสียงไหลออกจากตัวหนังสือตัวอักษร สวัสดีค่ะ เรียงออกมาแถวๆไหม อ้าวลองเขียนดู :b32:

พุทธในเมืองไทยไปไม่รอด

อวิชชาแปลเป็นไทยว่าโง่
:b12:
ถามจริงๆ...โง่จริงหรือแกล้งทำเป็นฉลาด

คิดสิ...ปัญญาตามคำสอนเกิดได้ยังไงเอาตามลำดับ1,2,3

ข้ามลำดับที่1ไม่ได้...แล้วเทียบที่ตัวเองทำสิ...อ่านตำราหรือฟังคำสอนคะ

การเกิดของปัญญาไม่เริ่มทำลำดับที่1ก่อนผิดทางเกิดปัญญาต้องมีสุตมยปัญญานำทางคือมีเสียงในมืดนำ

เสียงไม่ใช่ตัวอักษรเพราะตอนมีเสียงไม่มีแสงและการฟังต้องมีเสียงเกิดให้คิดตามทีละคำในความมืดคร่าาาา

ไม่ใช่รู้อนาคตว่าคำต่อไปตัวเองจะได้ยินเสียงไหนฟังๆอยู่เนี่ยอาจมีเสียงฟ้าผ่าลงลืมฟังคำสอนแล้ว555

ไปสาบานอะไรไว้รึเปล่าคะ...เลยกลัวโดนฟ้าผ่าจนฟังคำสอนไม่รู้เรื่องนะขณะนั้นเองเข้าใจว่าคำสอนจริงมั๊ย
:b12:
:b12: :b12:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 05 พ.ค. 2019, 22:42 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 6
สมาชิก ระดับ 6
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ส.ค. 2018, 07:07
โพสต์: 483

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


Rosarin เขียน:
กรัชกาย เขียน:
Rosarin เขียน:
Kiss
สมมุติว่าตอนนี้คุณนั่งฟังตถาคตเทศนาธรรมจากพระโอษฐ์ยุ่

คิดสิมีอนาคตตัวอักษรเป็นคำๆหล่นลงมาเรียงให้เห็นล่วงหน้าไหมคะ


ฟุ้งซ่านใช้ได้เลยทีเดียว

พูดก็มีเสียงสิ จะมีตัวอักษรมีตัวหนังสือหล่นออกจากปากได้ยังไง

คุณโรสของเขียนหนังสือ เช่น สวัสดีค่ะ สิจะมีเสียงไหลออกจากตัวหนังสือตัวอักษร สวัสดีค่ะ เรียงออกมาแถวๆไหม อ้าวลองเขียนดู :b32:

พุทธในเมืองไทยไปไม่รอด

อวิชชาแปลเป็นไทยว่าโง่
:b12:
ถามจริงๆ...โง่จริงหรือแกล้งทำเป็นฉลาด

คิดสิ...ปัญญาตามคำสอนเกิดได้ยังไงเอาตามลำดับ1,2,3

ข้ามลำดับที่1ไม่ได้...แล้วเทียบที่ตัวเองทำสิ...อ่านตำราหรือฟังคำสอนคะ

การเกิดของปัญญาไม่เริ่มทำลำดับที่1ก่อนผิดทางเกิดปัญญาต้องมีสุตมยปัญญานำทางคือมีเสียงในมืดนำ

เสียงไม่ใช่ตัวอักษรเพราะตอนมีเสียงไม่มีแสงและการฟังต้องมีเสียงเกิดให้คิดตามทีละคำในความมืดคร่าาาา

ไม่ใช่รู้อนาคตว่าคำต่อไปตัวเองจะได้ยินเสียงไหนฟังๆอยู่เนี่ยอาจมีเสียงฟ้าผ่าลงลืมฟังคำสอนแล้ว555

ไปสาบานอะไรไว้รึเปล่าคะ...เลยกลัวโดนฟ้าผ่าจนฟังคำสอนไม่รู้เรื่องนะขณะนั้นเองเข้าใจว่าคำสอนจริงมั๊ย
:b12:
:b12: :b12:

คำสอนตรงจริงคือคำที่อธิบายธรรมได้ถูกต้องตามเป็นจริง
ไม่ใช่ทีละขณะ อะ อะ อำ อำ ไอ ไอ แอ แอ เป็นแผ่นสะดุดอย่างนั้นหรอก
เกิดมาไม่เคยเห็น คนกล่าวธรรมะได้ขวางโลกขนาดนี้ ธรรมะบ้าอะไรไม่มีใคร
เห็นด้วย ได้เถียงกับเขาไม่สิ้น ไม่สมเพชตนเองบ้างหรอ อย่าเอาคลิปครูอาจารย์
มาเผยแผร่ให้คนเสื่อมศรัทธาเลยอยู่เฉย ๆ ดีกว่า


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 06 พ.ค. 2019, 00:01 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2009, 15:06
โพสต์: 6405

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


Love J. เขียน:
Rosarin เขียน:
กรัชกาย เขียน:
Rosarin เขียน:
Kiss
สมมุติว่าตอนนี้คุณนั่งฟังตถาคตเทศนาธรรมจากพระโอษฐ์ยุ่

คิดสิมีอนาคตตัวอักษรเป็นคำๆหล่นลงมาเรียงให้เห็นล่วงหน้าไหมคะ


ฟุ้งซ่านใช้ได้เลยทีเดียว

พูดก็มีเสียงสิ จะมีตัวอักษรมีตัวหนังสือหล่นออกจากปากได้ยังไง

คุณโรสของเขียนหนังสือ เช่น สวัสดีค่ะ สิจะมีเสียงไหลออกจากตัวหนังสือตัวอักษร สวัสดีค่ะ เรียงออกมาแถวๆไหม อ้าวลองเขียนดู :b32:

พุทธในเมืองไทยไปไม่รอด

อวิชชาแปลเป็นไทยว่าโง่
:b12:
ถามจริงๆ...โง่จริงหรือแกล้งทำเป็นฉลาด

คิดสิ...ปัญญาตามคำสอนเกิดได้ยังไงเอาตามลำดับ1,2,3

ข้ามลำดับที่1ไม่ได้...แล้วเทียบที่ตัวเองทำสิ...อ่านตำราหรือฟังคำสอนคะ

การเกิดของปัญญาไม่เริ่มทำลำดับที่1ก่อนผิดทางเกิดปัญญาต้องมีสุตมยปัญญานำทางคือมีเสียงในมืดนำ

เสียงไม่ใช่ตัวอักษรเพราะตอนมีเสียงไม่มีแสงและการฟังต้องมีเสียงเกิดให้คิดตามทีละคำในความมืดคร่าาาา

ไม่ใช่รู้อนาคตว่าคำต่อไปตัวเองจะได้ยินเสียงไหนฟังๆอยู่เนี่ยอาจมีเสียงฟ้าผ่าลงลืมฟังคำสอนแล้ว555

ไปสาบานอะไรไว้รึเปล่าคะ...เลยกลัวโดนฟ้าผ่าจนฟังคำสอนไม่รู้เรื่องนะขณะนั้นเองเข้าใจว่าคำสอนจริงมั๊ย
:b12:
:b12: :b12:

คำสอนตรงจริงคือคำที่อธิบายธรรมได้ถูกต้องตามเป็นจริง
ไม่ใช่ทีละขณะ อะ อะ อำ อำ ไอ ไอ แอ แอ เป็นแผ่นสะดุดอย่างนั้นหรอก
เกิดมาไม่เคยเห็น คนกล่าวธรรมะได้ขวางโลกขนาดนี้ ธรรมะบ้าอะไรไม่มีใคร
เห็นด้วย ได้เถียงกับเขาไม่สิ้น ไม่สมเพชตนเองบ้างหรอ อย่าเอาคลิปครูอาจารย์
มาเผยแผร่ให้คนเสื่อมศรัทธาเลยอยู่เฉย ๆ ดีกว่า

:b32:
กิเลสอยู่หนายยยยย
นอนมาใจจิตตัวเองอ่ะค่ะ
รอไหลออกมาตอนเห็นนะ
ปัญญาเริ่มมีตอนฟังรู้ไหมคะ
:b1:
ไม่เอะใจเลยสักนิดเหรอคะ
คำว่าพระพุทธเจ้ามีได้แค่1คน
ในจักรวาลนี้ใครรู้ความจริงคนเดียวคะ
แล้วคนที่คิดว่าตัวเองปกติมีเยอะกว่าพระพุทธเจ้าไหมคะ
ไม่รู้จริงๆหรือคะว่าอะไรที่ยังไม่รู้ว่าผิดย่อมเถียงหัวชนฝา555
ฟังซะบ้างนะคะคิดต่ออีกนิดสิ...ขอทานโรคเรื้อนบรรลุโสดาบันได้ห่มจีวรเปลี่ยนอัตภาพจากขอทานไหมคะ
เอออีกอย่างนึงนะคะ...เป็นคนดีๆมีเงินมีทองใช้สะดวกดีไม่ใช่ขอทานโรคเรื้อนคิดจะบวชเข้าใจคำสอนไหมคะ
ระหว่างขอทานรับเงินกับบรรพชิตรับเงินใครที่ทำผิดเพศคะแล้วมีโทษต้องตกนรกประมาทการฟังนักหรือคะ
ตามใจนะถ้าไม่อยากรู้ว่าพระพุทธเจ้าบอกให้รู้ว่าที่ยังลืมตาปริบๆอยู่ไม่ฟังคำสอนมีกิเลสใหม่เกิดเยอะแยะ
คือต้องทำใจหน่อยแหละว่าอ่านไปจนตายก็ไม่รู้ว่ามีกิเลสเพราะรู้อย่างเดียวท่องจำได้คือดีแล้วสบายใจแล้ว
แต่คำสอนของพระพุทธเจ้าไม่ใช่สบายใจแล้วดีก็ที่สบายใจน่ะคือไม่รู้สึกตัวว่ามีกิเลสนะคะเข้าใจผิดไงคะ
https://youtu.be/3dwGEDWZyPk
:b12:
:b32: :b32:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 07 พ.ค. 2019, 01:55 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 6
สมาชิก ระดับ 6
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ส.ค. 2018, 07:07
โพสต์: 483

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


Rosarin เขียน:
Love J. เขียน:
Rosarin เขียน:
กรัชกาย เขียน:
Rosarin เขียน:
Kiss
สมมุติว่าตอนนี้คุณนั่งฟังตถาคตเทศนาธรรมจากพระโอษฐ์ยุ่

คิดสิมีอนาคตตัวอักษรเป็นคำๆหล่นลงมาเรียงให้เห็นล่วงหน้าไหมคะ


ฟุ้งซ่านใช้ได้เลยทีเดียว

พูดก็มีเสียงสิ จะมีตัวอักษรมีตัวหนังสือหล่นออกจากปากได้ยังไง

คุณโรสของเขียนหนังสือ เช่น สวัสดีค่ะ สิจะมีเสียงไหลออกจากตัวหนังสือตัวอักษร สวัสดีค่ะ เรียงออกมาแถวๆไหม อ้าวลองเขียนดู :b32:

พุทธในเมืองไทยไปไม่รอด

อวิชชาแปลเป็นไทยว่าโง่
:b12:
ถามจริงๆ...โง่จริงหรือแกล้งทำเป็นฉลาด

คิดสิ...ปัญญาตามคำสอนเกิดได้ยังไงเอาตามลำดับ1,2,3

ข้ามลำดับที่1ไม่ได้...แล้วเทียบที่ตัวเองทำสิ...อ่านตำราหรือฟังคำสอนคะ

การเกิดของปัญญาไม่เริ่มทำลำดับที่1ก่อนผิดทางเกิดปัญญาต้องมีสุตมยปัญญานำทางคือมีเสียงในมืดนำ

เสียงไม่ใช่ตัวอักษรเพราะตอนมีเสียงไม่มีแสงและการฟังต้องมีเสียงเกิดให้คิดตามทีละคำในความมืดคร่าาาา

ไม่ใช่รู้อนาคตว่าคำต่อไปตัวเองจะได้ยินเสียงไหนฟังๆอยู่เนี่ยอาจมีเสียงฟ้าผ่าลงลืมฟังคำสอนแล้ว555

ไปสาบานอะไรไว้รึเปล่าคะ...เลยกลัวโดนฟ้าผ่าจนฟังคำสอนไม่รู้เรื่องนะขณะนั้นเองเข้าใจว่าคำสอนจริงมั๊ย
:b12:
:b12: :b12:

คำสอนตรงจริงคือคำที่อธิบายธรรมได้ถูกต้องตามเป็นจริง
ไม่ใช่ทีละขณะ อะ อะ อำ อำ ไอ ไอ แอ แอ เป็นแผ่นสะดุดอย่างนั้นหรอก
เกิดมาไม่เคยเห็น คนกล่าวธรรมะได้ขวางโลกขนาดนี้ ธรรมะบ้าอะไรไม่มีใคร
เห็นด้วย ได้เถียงกับเขาไม่สิ้น ไม่สมเพชตนเองบ้างหรอ อย่าเอาคลิปครูอาจารย์
มาเผยแผร่ให้คนเสื่อมศรัทธาเลยอยู่เฉย ๆ ดีกว่า

:b32:
กิเลสอยู่หนายยยยย
นอนมาใจจิตตัวเองอ่ะค่ะ
รอไหลออกมาตอนเห็นนะ
ปัญญาเริ่มมีตอนฟังรู้ไหมคะ
:b1:
ไม่เอะใจเลยสักนิดเหรอคะ
คำว่าพระพุทธเจ้ามีได้แค่1คน
ในจักรวาลนี้ใครรู้ความจริงคนเดียวคะ
แล้วคนที่คิดว่าตัวเองปกติมีเยอะกว่าพระพุทธเจ้าไหมคะ
ไม่รู้จริงๆหรือคะว่าอะไรที่ยังไม่รู้ว่าผิดย่อมเถียงหัวชนฝา555
ฟังซะบ้างนะคะคิดต่ออีกนิดสิ...ขอทานโรคเรื้อนบรรลุโสดาบันได้ห่มจีวรเปลี่ยนอัตภาพจากขอทานไหมคะ
เอออีกอย่างนึงนะคะ...เป็นคนดีๆมีเงินมีทองใช้สะดวกดีไม่ใช่ขอทานโรคเรื้อนคิดจะบวชเข้าใจคำสอนไหมคะ
ระหว่างขอทานรับเงินกับบรรพชิตรับเงินใครที่ทำผิดเพศคะแล้วมีโทษต้องตกนรกประมาทการฟังนักหรือคะ
ตามใจนะถ้าไม่อยากรู้ว่าพระพุทธเจ้าบอกให้รู้ว่าที่ยังลืมตาปริบๆอยู่ไม่ฟังคำสอนมีกิเลสใหม่เกิดเยอะแยะ
คือต้องทำใจหน่อยแหละว่าอ่านไปจนตายก็ไม่รู้ว่ามีกิเลสเพราะรู้อย่างเดียวท่องจำได้คือดีแล้วสบายใจแล้ว
แต่คำสอนของพระพุทธเจ้าไม่ใช่สบายใจแล้วดีก็ที่สบายใจน่ะคือไม่รู้สึกตัวว่ามีกิเลสนะคะเข้าใจผิดไงคะ
https://youtu.be/3dwGEDWZyPk
:b12:
:b32: :b32:


ไม่ได้สะท้อนใจอะไรเลยเหรอคุณรส


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 พ.ค. 2019, 16:04 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2009, 15:06
โพสต์: 6405

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


Love J. เขียน:
Rosarin เขียน:
Love J. เขียน:
Rosarin เขียน:
กรัชกาย เขียน:
Rosarin เขียน:
Kiss
สมมุติว่าตอนนี้คุณนั่งฟังตถาคตเทศนาธรรมจากพระโอษฐ์ยุ่

คิดสิมีอนาคตตัวอักษรเป็นคำๆหล่นลงมาเรียงให้เห็นล่วงหน้าไหมคะ


ฟุ้งซ่านใช้ได้เลยทีเดียว

พูดก็มีเสียงสิ จะมีตัวอักษรมีตัวหนังสือหล่นออกจากปากได้ยังไง

คุณโรสของเขียนหนังสือ เช่น สวัสดีค่ะ สิจะมีเสียงไหลออกจากตัวหนังสือตัวอักษร สวัสดีค่ะ เรียงออกมาแถวๆไหม อ้าวลองเขียนดู :b32:

พุทธในเมืองไทยไปไม่รอด

อวิชชาแปลเป็นไทยว่าโง่
:b12:
ถามจริงๆ...โง่จริงหรือแกล้งทำเป็นฉลาด

คิดสิ...ปัญญาตามคำสอนเกิดได้ยังไงเอาตามลำดับ1,2,3

ข้ามลำดับที่1ไม่ได้...แล้วเทียบที่ตัวเองทำสิ...อ่านตำราหรือฟังคำสอนคะ

การเกิดของปัญญาไม่เริ่มทำลำดับที่1ก่อนผิดทางเกิดปัญญาต้องมีสุตมยปัญญานำทางคือมีเสียงในมืดนำ

เสียงไม่ใช่ตัวอักษรเพราะตอนมีเสียงไม่มีแสงและการฟังต้องมีเสียงเกิดให้คิดตามทีละคำในความมืดคร่าาาา

ไม่ใช่รู้อนาคตว่าคำต่อไปตัวเองจะได้ยินเสียงไหนฟังๆอยู่เนี่ยอาจมีเสียงฟ้าผ่าลงลืมฟังคำสอนแล้ว555

ไปสาบานอะไรไว้รึเปล่าคะ...เลยกลัวโดนฟ้าผ่าจนฟังคำสอนไม่รู้เรื่องนะขณะนั้นเองเข้าใจว่าคำสอนจริงมั๊ย
:b12:
:b12: :b12:

คำสอนตรงจริงคือคำที่อธิบายธรรมได้ถูกต้องตามเป็นจริง
ไม่ใช่ทีละขณะ อะ อะ อำ อำ ไอ ไอ แอ แอ เป็นแผ่นสะดุดอย่างนั้นหรอก
เกิดมาไม่เคยเห็น คนกล่าวธรรมะได้ขวางโลกขนาดนี้ ธรรมะบ้าอะไรไม่มีใคร
เห็นด้วย ได้เถียงกับเขาไม่สิ้น ไม่สมเพชตนเองบ้างหรอ อย่าเอาคลิปครูอาจารย์
มาเผยแผร่ให้คนเสื่อมศรัทธาเลยอยู่เฉย ๆ ดีกว่า

:b32:
กิเลสอยู่หนายยยยย
นอนมาใจจิตตัวเองอ่ะค่ะ
รอไหลออกมาตอนเห็นนะ
ปัญญาเริ่มมีตอนฟังรู้ไหมคะ
:b1:
ไม่เอะใจเลยสักนิดเหรอคะ
คำว่าพระพุทธเจ้ามีได้แค่1คน
ในจักรวาลนี้ใครรู้ความจริงคนเดียวคะ
แล้วคนที่คิดว่าตัวเองปกติมีเยอะกว่าพระพุทธเจ้าไหมคะ
ไม่รู้จริงๆหรือคะว่าอะไรที่ยังไม่รู้ว่าผิดย่อมเถียงหัวชนฝา555
ฟังซะบ้างนะคะคิดต่ออีกนิดสิ...ขอทานโรคเรื้อนบรรลุโสดาบันได้ห่มจีวรเปลี่ยนอัตภาพจากขอทานไหมคะ
เอออีกอย่างนึงนะคะ...เป็นคนดีๆมีเงินมีทองใช้สะดวกดีไม่ใช่ขอทานโรคเรื้อนคิดจะบวชเข้าใจคำสอนไหมคะ
ระหว่างขอทานรับเงินกับบรรพชิตรับเงินใครที่ทำผิดเพศคะแล้วมีโทษต้องตกนรกประมาทการฟังนักหรือคะ
ตามใจนะถ้าไม่อยากรู้ว่าพระพุทธเจ้าบอกให้รู้ว่าที่ยังลืมตาปริบๆอยู่ไม่ฟังคำสอนมีกิเลสใหม่เกิดเยอะแยะ
คือต้องทำใจหน่อยแหละว่าอ่านไปจนตายก็ไม่รู้ว่ามีกิเลสเพราะรู้อย่างเดียวท่องจำได้คือดีแล้วสบายใจแล้ว
แต่คำสอนของพระพุทธเจ้าไม่ใช่สบายใจแล้วดีก็ที่สบายใจน่ะคือไม่รู้สึกตัวว่ามีกิเลสนะคะเข้าใจผิดไงคะ
https://youtu.be/3dwGEDWZyPk
:b12:
:b32: :b32:


ไม่ได้สะท้อนใจอะไรเลยเหรอคุณรส

cool
คิดอะไรอยู่คะ
รู้ไหมคะว่าจิตขณะนี้
ไม่ใช่จิตอันเก่าตอนอยู่ในท้องแม่
รู้ว่าตาไม่บอดจากมองเห็นเป็นผลของกรรมดี
จะตาบอดวันไหนก็ได้และที่กำลังเห็นเป็นผลกรรมของชาติไหนก็ไม่รู้
และไม่รู้เลยว่าตัวเองกำลังเห็นอะไรลืมตาขึ้นมาก็คิดตามสิ่งที่เห็นทันทีและยังคิดว่าเห็นตลอด
เดี๋ยวนี้กำลังเห็นใหม่ตลอดที่ผ่านมาทำอะไรไว้บ้างนั่นน่ะมันเป็นอดีตที่แก้ไขไม่ได้แล้วจะทำอะไรดี
ถ้ารู้ว่าเดี๋ยวนี้ไม่เข้าใจคำสอนจะไปทำนั่งหลับตาคิดเดาเองตามความรู้สึกไม่รู้ตัวตรงตามคำสอนอยู่เดี๋ยวนี้
ใครก็ช่วยใครไม่ได้หรอกค่ะนอกจากฟังสะสมปัญญาตามปกติตามเป็นจริงก่อนจิตออกจากร่างกายที่มีนี้
เพราะธัมมะตรงตามคำสอนของพระพุทธเจ้าเกิดที่ตัวดับที่ตัวตรงทางมีสมาธิแล้วขาดแค่ไม่ฟังให้เกิดปัญญา
:b12:
:b4: :b4:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 พ.ค. 2019, 16:52 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 6
สมาชิก ระดับ 6
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ส.ค. 2018, 07:07
โพสต์: 483

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


Rosarin เขียน:
Love J. เขียน:
Rosarin เขียน:
Love J. เขียน:
Rosarin เขียน:
กรัชกาย เขียน:
Rosarin เขียน:
Kiss
สมมุติว่าตอนนี้คุณนั่งฟังตถาคตเทศนาธรรมจากพระโอษฐ์ยุ่

คิดสิมีอนาคตตัวอักษรเป็นคำๆหล่นลงมาเรียงให้เห็นล่วงหน้าไหมคะ


ฟุ้งซ่านใช้ได้เลยทีเดียว

พูดก็มีเสียงสิ จะมีตัวอักษรมีตัวหนังสือหล่นออกจากปากได้ยังไง

คุณโรสของเขียนหนังสือ เช่น สวัสดีค่ะ สิจะมีเสียงไหลออกจากตัวหนังสือตัวอักษร สวัสดีค่ะ เรียงออกมาแถวๆไหม อ้าวลองเขียนดู :b32:

พุทธในเมืองไทยไปไม่รอด

อวิชชาแปลเป็นไทยว่าโง่
:b12:
ถามจริงๆ...โง่จริงหรือแกล้งทำเป็นฉลาด

คิดสิ...ปัญญาตามคำสอนเกิดได้ยังไงเอาตามลำดับ1,2,3

ข้ามลำดับที่1ไม่ได้...แล้วเทียบที่ตัวเองทำสิ...อ่านตำราหรือฟังคำสอนคะ

การเกิดของปัญญาไม่เริ่มทำลำดับที่1ก่อนผิดทางเกิดปัญญาต้องมีสุตมยปัญญานำทางคือมีเสียงในมืดนำ

เสียงไม่ใช่ตัวอักษรเพราะตอนมีเสียงไม่มีแสงและการฟังต้องมีเสียงเกิดให้คิดตามทีละคำในความมืดคร่าาาา

ไม่ใช่รู้อนาคตว่าคำต่อไปตัวเองจะได้ยินเสียงไหนฟังๆอยู่เนี่ยอาจมีเสียงฟ้าผ่าลงลืมฟังคำสอนแล้ว555

ไปสาบานอะไรไว้รึเปล่าคะ...เลยกลัวโดนฟ้าผ่าจนฟังคำสอนไม่รู้เรื่องนะขณะนั้นเองเข้าใจว่าคำสอนจริงมั๊ย
:b12:
:b12: :b12:

คำสอนตรงจริงคือคำที่อธิบายธรรมได้ถูกต้องตามเป็นจริง
ไม่ใช่ทีละขณะ อะ อะ อำ อำ ไอ ไอ แอ แอ เป็นแผ่นสะดุดอย่างนั้นหรอก
เกิดมาไม่เคยเห็น คนกล่าวธรรมะได้ขวางโลกขนาดนี้ ธรรมะบ้าอะไรไม่มีใคร
เห็นด้วย ได้เถียงกับเขาไม่สิ้น ไม่สมเพชตนเองบ้างหรอ อย่าเอาคลิปครูอาจารย์
มาเผยแผร่ให้คนเสื่อมศรัทธาเลยอยู่เฉย ๆ ดีกว่า

:b32:
กิเลสอยู่หนายยยยย
นอนมาใจจิตตัวเองอ่ะค่ะ
รอไหลออกมาตอนเห็นนะ
ปัญญาเริ่มมีตอนฟังรู้ไหมคะ
:b1:
ไม่เอะใจเลยสักนิดเหรอคะ
คำว่าพระพุทธเจ้ามีได้แค่1คน
ในจักรวาลนี้ใครรู้ความจริงคนเดียวคะ
แล้วคนที่คิดว่าตัวเองปกติมีเยอะกว่าพระพุทธเจ้าไหมคะ
ไม่รู้จริงๆหรือคะว่าอะไรที่ยังไม่รู้ว่าผิดย่อมเถียงหัวชนฝา555
ฟังซะบ้างนะคะคิดต่ออีกนิดสิ...ขอทานโรคเรื้อนบรรลุโสดาบันได้ห่มจีวรเปลี่ยนอัตภาพจากขอทานไหมคะ
เอออีกอย่างนึงนะคะ...เป็นคนดีๆมีเงินมีทองใช้สะดวกดีไม่ใช่ขอทานโรคเรื้อนคิดจะบวชเข้าใจคำสอนไหมคะ
ระหว่างขอทานรับเงินกับบรรพชิตรับเงินใครที่ทำผิดเพศคะแล้วมีโทษต้องตกนรกประมาทการฟังนักหรือคะ
ตามใจนะถ้าไม่อยากรู้ว่าพระพุทธเจ้าบอกให้รู้ว่าที่ยังลืมตาปริบๆอยู่ไม่ฟังคำสอนมีกิเลสใหม่เกิดเยอะแยะ
คือต้องทำใจหน่อยแหละว่าอ่านไปจนตายก็ไม่รู้ว่ามีกิเลสเพราะรู้อย่างเดียวท่องจำได้คือดีแล้วสบายใจแล้ว
แต่คำสอนของพระพุทธเจ้าไม่ใช่สบายใจแล้วดีก็ที่สบายใจน่ะคือไม่รู้สึกตัวว่ามีกิเลสนะคะเข้าใจผิดไงคะ
https://youtu.be/3dwGEDWZyPk
:b12:
:b32: :b32:


ไม่ได้สะท้อนใจอะไรเลยเหรอคุณรส

cool
คิดอะไรอยู่คะ
รู้ไหมคะว่าจิตขณะนี้
ไม่ใช่จิตอันเก่าตอนอยู่ในท้องแม่
รู้ว่าตาไม่บอดจากมองเห็นเป็นผลของกรรมดี
จะตาบอดวันไหนก็ได้และที่กำลังเห็นเป็นผลกรรมของชาติไหนก็ไม่รู้
และไม่รู้เลยว่าตัวเองกำลังเห็นอะไรลืมตาขึ้นมาก็คิดตามสิ่งที่เห็นทันทีและยังคิดว่าเห็นตลอด
เดี๋ยวนี้กำลังเห็นใหม่ตลอดที่ผ่านมาทำอะไรไว้บ้างนั่นน่ะมันเป็นอดีตที่แก้ไขไม่ได้แล้วจะทำอะไรดี
ถ้ารู้ว่าเดี๋ยวนี้ไม่เข้าใจคำสอนจะไปทำนั่งหลับตาคิดเดาเองตามความรู้สึกไม่รู้ตัวตรงตามคำสอนอยู่เดี๋ยวนี้
ใครก็ช่วยใครไม่ได้หรอกค่ะนอกจากฟังสะสมปัญญาตามปกติตามเป็นจริงก่อนจิตออกจากร่างกายที่มีนี้
เพราะธัมมะตรงตามคำสอนของพระพุทธเจ้าเกิดที่ตัวดับที่ตัวตรงทางมีสมาธิแล้วขาดแค่ไม่ฟังให้เกิดปัญญา
:b12:
:b4: :b4:

ไม่สะท้อนใจเลยหรอครับ ว่าตนเองเผยแผร่ธรรมะครูบาร์อาจารย์
ด้วยกริยาอาการไม่น่าเลื่อมใส ให้คนคนเขาเสื่อมศรัทธา ต่อว่าไปถึง
ครูบาร์อาจารย์ตนได้ ไม่มีเคารพยำเกรงใด ๆ เลย ถ้าอย่างนี้ไม่เผยแผร่
ให้ท่านเสื่อมเสีย อยู่เฉย ๆ ดีกว่ามั้ยครับ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 พ.ค. 2019, 19:42 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2009, 15:06
โพสต์: 6405

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


Love J. เขียน:
Rosarin เขียน:
Love J. เขียน:
Rosarin เขียน:
Love J. เขียน:
Rosarin เขียน:
กรัชกาย เขียน:
Rosarin เขียน:
Kiss
สมมุติว่าตอนนี้คุณนั่งฟังตถาคตเทศนาธรรมจากพระโอษฐ์ยุ่

คิดสิมีอนาคตตัวอักษรเป็นคำๆหล่นลงมาเรียงให้เห็นล่วงหน้าไหมคะ


ฟุ้งซ่านใช้ได้เลยทีเดียว

พูดก็มีเสียงสิ จะมีตัวอักษรมีตัวหนังสือหล่นออกจากปากได้ยังไง

คุณโรสของเขียนหนังสือ เช่น สวัสดีค่ะ สิจะมีเสียงไหลออกจากตัวหนังสือตัวอักษร สวัสดีค่ะ เรียงออกมาแถวๆไหม อ้าวลองเขียนดู :b32:

พุทธในเมืองไทยไปไม่รอด

อวิชชาแปลเป็นไทยว่าโง่
:b12:
ถามจริงๆ...โง่จริงหรือแกล้งทำเป็นฉลาด

คิดสิ...ปัญญาตามคำสอนเกิดได้ยังไงเอาตามลำดับ1,2,3

ข้ามลำดับที่1ไม่ได้...แล้วเทียบที่ตัวเองทำสิ...อ่านตำราหรือฟังคำสอนคะ

การเกิดของปัญญาไม่เริ่มทำลำดับที่1ก่อนผิดทางเกิดปัญญาต้องมีสุตมยปัญญานำทางคือมีเสียงในมืดนำ

เสียงไม่ใช่ตัวอักษรเพราะตอนมีเสียงไม่มีแสงและการฟังต้องมีเสียงเกิดให้คิดตามทีละคำในความมืดคร่าาาา

ไม่ใช่รู้อนาคตว่าคำต่อไปตัวเองจะได้ยินเสียงไหนฟังๆอยู่เนี่ยอาจมีเสียงฟ้าผ่าลงลืมฟังคำสอนแล้ว555

ไปสาบานอะไรไว้รึเปล่าคะ...เลยกลัวโดนฟ้าผ่าจนฟังคำสอนไม่รู้เรื่องนะขณะนั้นเองเข้าใจว่าคำสอนจริงมั๊ย
:b12:
:b12: :b12:

คำสอนตรงจริงคือคำที่อธิบายธรรมได้ถูกต้องตามเป็นจริง
ไม่ใช่ทีละขณะ อะ อะ อำ อำ ไอ ไอ แอ แอ เป็นแผ่นสะดุดอย่างนั้นหรอก
เกิดมาไม่เคยเห็น คนกล่าวธรรมะได้ขวางโลกขนาดนี้ ธรรมะบ้าอะไรไม่มีใคร
เห็นด้วย ได้เถียงกับเขาไม่สิ้น ไม่สมเพชตนเองบ้างหรอ อย่าเอาคลิปครูอาจารย์
มาเผยแผร่ให้คนเสื่อมศรัทธาเลยอยู่เฉย ๆ ดีกว่า

:b32:
กิเลสอยู่หนายยยยย
นอนมาใจจิตตัวเองอ่ะค่ะ
รอไหลออกมาตอนเห็นนะ
ปัญญาเริ่มมีตอนฟังรู้ไหมคะ
:b1:
ไม่เอะใจเลยสักนิดเหรอคะ
คำว่าพระพุทธเจ้ามีได้แค่1คน
ในจักรวาลนี้ใครรู้ความจริงคนเดียวคะ
แล้วคนที่คิดว่าตัวเองปกติมีเยอะกว่าพระพุทธเจ้าไหมคะ
ไม่รู้จริงๆหรือคะว่าอะไรที่ยังไม่รู้ว่าผิดย่อมเถียงหัวชนฝา555
ฟังซะบ้างนะคะคิดต่ออีกนิดสิ...ขอทานโรคเรื้อนบรรลุโสดาบันได้ห่มจีวรเปลี่ยนอัตภาพจากขอทานไหมคะ
เอออีกอย่างนึงนะคะ...เป็นคนดีๆมีเงินมีทองใช้สะดวกดีไม่ใช่ขอทานโรคเรื้อนคิดจะบวชเข้าใจคำสอนไหมคะ
ระหว่างขอทานรับเงินกับบรรพชิตรับเงินใครที่ทำผิดเพศคะแล้วมีโทษต้องตกนรกประมาทการฟังนักหรือคะ
ตามใจนะถ้าไม่อยากรู้ว่าพระพุทธเจ้าบอกให้รู้ว่าที่ยังลืมตาปริบๆอยู่ไม่ฟังคำสอนมีกิเลสใหม่เกิดเยอะแยะ
คือต้องทำใจหน่อยแหละว่าอ่านไปจนตายก็ไม่รู้ว่ามีกิเลสเพราะรู้อย่างเดียวท่องจำได้คือดีแล้วสบายใจแล้ว
แต่คำสอนของพระพุทธเจ้าไม่ใช่สบายใจแล้วดีก็ที่สบายใจน่ะคือไม่รู้สึกตัวว่ามีกิเลสนะคะเข้าใจผิดไงคะ
https://youtu.be/3dwGEDWZyPk
:b12:
:b32: :b32:


ไม่ได้สะท้อนใจอะไรเลยเหรอคุณรส

cool
คิดอะไรอยู่คะ
รู้ไหมคะว่าจิตขณะนี้
ไม่ใช่จิตอันเก่าตอนอยู่ในท้องแม่
รู้ว่าตาไม่บอดจากมองเห็นเป็นผลของกรรมดี
จะตาบอดวันไหนก็ได้และที่กำลังเห็นเป็นผลกรรมของชาติไหนก็ไม่รู้
และไม่รู้เลยว่าตัวเองกำลังเห็นอะไรลืมตาขึ้นมาก็คิดตามสิ่งที่เห็นทันทีและยังคิดว่าเห็นตลอด
เดี๋ยวนี้กำลังเห็นใหม่ตลอดที่ผ่านมาทำอะไรไว้บ้างนั่นน่ะมันเป็นอดีตที่แก้ไขไม่ได้แล้วจะทำอะไรดี
ถ้ารู้ว่าเดี๋ยวนี้ไม่เข้าใจคำสอนจะไปทำนั่งหลับตาคิดเดาเองตามความรู้สึกไม่รู้ตัวตรงตามคำสอนอยู่เดี๋ยวนี้
ใครก็ช่วยใครไม่ได้หรอกค่ะนอกจากฟังสะสมปัญญาตามปกติตามเป็นจริงก่อนจิตออกจากร่างกายที่มีนี้
เพราะธัมมะตรงตามคำสอนของพระพุทธเจ้าเกิดที่ตัวดับที่ตัวตรงทางมีสมาธิแล้วขาดแค่ไม่ฟังให้เกิดปัญญา
:b12:
:b4: :b4:

ไม่สะท้อนใจเลยหรอครับ ว่าตนเองเผยแผร่ธรรมะครูบาร์อาจารย์
ด้วยกริยาอาการไม่น่าเลื่อมใส ให้คนคนเขาเสื่อมศรัทธา ต่อว่าไปถึง
ครูบาร์อาจารย์ตนได้ ไม่มีเคารพยำเกรงใด ๆ เลย ถ้าอย่างนี้ไม่เผยแผร่
ให้ท่านเสื่อมเสีย อยู่เฉย ๆ ดีกว่ามั้ยครับ

คำจริงของตถาคตไม่เอาใจใครไม่เกรงใจกิเลสของใครหรอกค่ะ
คุณชอบความจริงหรือชอบหลอกตัวเองไปเรื่อยๆว่าดี
พระพุทธเจ้าสอนให้รู้สึกตัวว่าไม่ดีแม้จะถึงอนาคามี
ก็ดียังไม่ได้ค่ะตถาคตตรัสว่าดีแล้วสำหรับพระอรหันต์เท่านั้น
และตัวตนที่เรามีรู้จักพระอรหันต์ได้เมื่อปัญญาถึงระดับนั้นนะคะพูดอะไรคิดตามคำสอนไหม
ปัญญาไม่มีแค่พูดว่าคนนั้นเป็นอริยะไหนน่ะพูดว่ามีคนก็ผิดพูดตามเขาบอกตถาคตบอกไม่ให้เชื่อจำได้ไหม
ปัจจุบันขณะมีที่กายใจตนเองเดี๋ยวนี้แปลว่าอย่างอื่นไม่มีแล้วคิดว่าตัวเองพูดด้วยปัญญาหรือคิดเองคะ
:b4: :b4:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 พ.ค. 2019, 19:49 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2009, 15:06
โพสต์: 6405

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


Kiss
อะไรที่ไม่เกิดบนตัวเราไม่มีอยู่จริง
มีเงินในบัญชีเยอะไหม
แยกสัจจะออกไหม
เอาเงินมาซื้อปัญญา
ที่คนอื่นเขาฟังเข้าใจได้ไหมคะ
onion onion onion


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 พ.ค. 2019, 20:11 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 6
สมาชิก ระดับ 6
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ส.ค. 2018, 07:07
โพสต์: 483

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


Rosarin เขียน:
Love J. เขียน:
Rosarin เขียน:
Love J. เขียน:
Rosarin เขียน:
Love J. เขียน:
Rosarin เขียน:
กรัชกาย เขียน:
Rosarin เขียน:
Kiss
สมมุติว่าตอนนี้คุณนั่งฟังตถาคตเทศนาธรรมจากพระโอษฐ์ยุ่

คิดสิมีอนาคตตัวอักษรเป็นคำๆหล่นลงมาเรียงให้เห็นล่วงหน้าไหมคะ


ฟุ้งซ่านใช้ได้เลยทีเดียว

พูดก็มีเสียงสิ จะมีตัวอักษรมีตัวหนังสือหล่นออกจากปากได้ยังไง

คุณโรสของเขียนหนังสือ เช่น สวัสดีค่ะ สิจะมีเสียงไหลออกจากตัวหนังสือตัวอักษร สวัสดีค่ะ เรียงออกมาแถวๆไหม อ้าวลองเขียนดู :b32:

พุทธในเมืองไทยไปไม่รอด

อวิชชาแปลเป็นไทยว่าโง่
:b12:
ถามจริงๆ...โง่จริงหรือแกล้งทำเป็นฉลาด

คิดสิ...ปัญญาตามคำสอนเกิดได้ยังไงเอาตามลำดับ1,2,3

ข้ามลำดับที่1ไม่ได้...แล้วเทียบที่ตัวเองทำสิ...อ่านตำราหรือฟังคำสอนคะ

การเกิดของปัญญาไม่เริ่มทำลำดับที่1ก่อนผิดทางเกิดปัญญาต้องมีสุตมยปัญญานำทางคือมีเสียงในมืดนำ

เสียงไม่ใช่ตัวอักษรเพราะตอนมีเสียงไม่มีแสงและการฟังต้องมีเสียงเกิดให้คิดตามทีละคำในความมืดคร่าาาา

ไม่ใช่รู้อนาคตว่าคำต่อไปตัวเองจะได้ยินเสียงไหนฟังๆอยู่เนี่ยอาจมีเสียงฟ้าผ่าลงลืมฟังคำสอนแล้ว555

ไปสาบานอะไรไว้รึเปล่าคะ...เลยกลัวโดนฟ้าผ่าจนฟังคำสอนไม่รู้เรื่องนะขณะนั้นเองเข้าใจว่าคำสอนจริงมั๊ย
:b12:
:b12: :b12:

คำสอนตรงจริงคือคำที่อธิบายธรรมได้ถูกต้องตามเป็นจริง
ไม่ใช่ทีละขณะ อะ อะ อำ อำ ไอ ไอ แอ แอ เป็นแผ่นสะดุดอย่างนั้นหรอก
เกิดมาไม่เคยเห็น คนกล่าวธรรมะได้ขวางโลกขนาดนี้ ธรรมะบ้าอะไรไม่มีใคร
เห็นด้วย ได้เถียงกับเขาไม่สิ้น ไม่สมเพชตนเองบ้างหรอ อย่าเอาคลิปครูอาจารย์
มาเผยแผร่ให้คนเสื่อมศรัทธาเลยอยู่เฉย ๆ ดีกว่า

:b32:
กิเลสอยู่หนายยยยย
นอนมาใจจิตตัวเองอ่ะค่ะ
รอไหลออกมาตอนเห็นนะ
ปัญญาเริ่มมีตอนฟังรู้ไหมคะ
:b1:
ไม่เอะใจเลยสักนิดเหรอคะ
คำว่าพระพุทธเจ้ามีได้แค่1คน
ในจักรวาลนี้ใครรู้ความจริงคนเดียวคะ
แล้วคนที่คิดว่าตัวเองปกติมีเยอะกว่าพระพุทธเจ้าไหมคะ
ไม่รู้จริงๆหรือคะว่าอะไรที่ยังไม่รู้ว่าผิดย่อมเถียงหัวชนฝา555
ฟังซะบ้างนะคะคิดต่ออีกนิดสิ...ขอทานโรคเรื้อนบรรลุโสดาบันได้ห่มจีวรเปลี่ยนอัตภาพจากขอทานไหมคะ
เอออีกอย่างนึงนะคะ...เป็นคนดีๆมีเงินมีทองใช้สะดวกดีไม่ใช่ขอทานโรคเรื้อนคิดจะบวชเข้าใจคำสอนไหมคะ
ระหว่างขอทานรับเงินกับบรรพชิตรับเงินใครที่ทำผิดเพศคะแล้วมีโทษต้องตกนรกประมาทการฟังนักหรือคะ
ตามใจนะถ้าไม่อยากรู้ว่าพระพุทธเจ้าบอกให้รู้ว่าที่ยังลืมตาปริบๆอยู่ไม่ฟังคำสอนมีกิเลสใหม่เกิดเยอะแยะ
คือต้องทำใจหน่อยแหละว่าอ่านไปจนตายก็ไม่รู้ว่ามีกิเลสเพราะรู้อย่างเดียวท่องจำได้คือดีแล้วสบายใจแล้ว
แต่คำสอนของพระพุทธเจ้าไม่ใช่สบายใจแล้วดีก็ที่สบายใจน่ะคือไม่รู้สึกตัวว่ามีกิเลสนะคะเข้าใจผิดไงคะ
https://youtu.be/3dwGEDWZyPk
:b12:
:b32: :b32:


ไม่ได้สะท้อนใจอะไรเลยเหรอคุณรส

cool
คิดอะไรอยู่คะ
รู้ไหมคะว่าจิตขณะนี้
ไม่ใช่จิตอันเก่าตอนอยู่ในท้องแม่
รู้ว่าตาไม่บอดจากมองเห็นเป็นผลของกรรมดี
จะตาบอดวันไหนก็ได้และที่กำลังเห็นเป็นผลกรรมของชาติไหนก็ไม่รู้
และไม่รู้เลยว่าตัวเองกำลังเห็นอะไรลืมตาขึ้นมาก็คิดตามสิ่งที่เห็นทันทีและยังคิดว่าเห็นตลอด
เดี๋ยวนี้กำลังเห็นใหม่ตลอดที่ผ่านมาทำอะไรไว้บ้างนั่นน่ะมันเป็นอดีตที่แก้ไขไม่ได้แล้วจะทำอะไรดี
ถ้ารู้ว่าเดี๋ยวนี้ไม่เข้าใจคำสอนจะไปทำนั่งหลับตาคิดเดาเองตามความรู้สึกไม่รู้ตัวตรงตามคำสอนอยู่เดี๋ยวนี้
ใครก็ช่วยใครไม่ได้หรอกค่ะนอกจากฟังสะสมปัญญาตามปกติตามเป็นจริงก่อนจิตออกจากร่างกายที่มีนี้
เพราะธัมมะตรงตามคำสอนของพระพุทธเจ้าเกิดที่ตัวดับที่ตัวตรงทางมีสมาธิแล้วขาดแค่ไม่ฟังให้เกิดปัญญา
:b12:
:b4: :b4:

ไม่สะท้อนใจเลยหรอครับ ว่าตนเองเผยแผร่ธรรมะครูบาร์อาจารย์
ด้วยกริยาอาการไม่น่าเลื่อมใส ให้คนคนเขาเสื่อมศรัทธา ต่อว่าไปถึง
ครูบาร์อาจารย์ตนได้ ไม่มีเคารพยำเกรงใด ๆ เลย ถ้าอย่างนี้ไม่เผยแผร่
ให้ท่านเสื่อมเสีย อยู่เฉย ๆ ดีกว่ามั้ยครับ

คำจริงของตถาคตไม่เอาใจใครไม่เกรงใจกิเลสของใครหรอกค่ะ
คุณชอบความจริงหรือชอบหลอกตัวเองไปเรื่อยๆว่าดี
พระพุทธเจ้าสอนให้รู้สึกตัวว่าไม่ดีแม้จะถึงอนาคามี
ก็ดียังไม่ได้ค่ะตถาคตตรัสว่าดีแล้วสำหรับพระอรหันต์เท่านั้น
และตัวตนที่เรามีรู้จักพระอรหันต์ได้เมื่อปัญญาถึงระดับนั้นนะคะพูดอะไรคิดตามคำสอนไหม
ปัญญาไม่มีแค่พูดว่าคนนั้นเป็นอริยะไหนน่ะพูดว่ามีคนก็ผิดพูดตามเขาบอกตถาคตบอกไม่ให้เชื่อจำได้ไหม
ปัจจุบันขณะมีที่กายใจตนเองเดี๋ยวนี้แปลว่าอย่างอื่นไม่มีแล้วคิดว่าตัวเองพูดด้วยปัญญาหรือคิดเองคะ
:b4: :b4:

คำจริงพระตถาคตไม่เกรงใจใคร แต่คำของคุณควรเกรงใจพระตถาคตบ้าง

ปัญญาไม่มีแค่พูดว่าคนนั้นเป็นอริยะไหนน่ะพูดว่ามีคนก็ผิดพูดตามเขาบอกตถาคตบอกไม่ให้เชื่อจำได้ไหม

แน่ใจนะพระตถาคตบอกอย่างนี้ หรือ ตัดคำของพระตถาคตมาส่วนหนึ่ง มาหลอกตนเอง

ถ้าชอบอ้างคำพระตถาคตมากนัก ก็อ่านแล้วแสดงให้ถูกต้องตามคำพระตถาคต ไม่ใช่สั่ว ๆ มาแล้วอ้าง

พระตถาคต พูดจาจะฟังไม่รู้เรื่องอยู่แล้ว ยังบอกคำพระตถาคต :b30:


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 62 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2, 3, 4, 5  ต่อไป

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 5 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร