วันเวลาปัจจุบัน 16 ธ.ค. 2019, 17:35  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


กฎการใช้บอร์ด


รวมกระทู้จากบอร์ดเก่า http://www.dhammajak.net/board/viewforum.php?f=19



กลับไปยังกระทู้  [ 56 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2, 3, 4  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 05 ม.ค. 2011, 10:56 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 พ.ค. 2008, 14:14
โพสต์: 3836

อายุ: 12
ที่อยู่: กทม.

 ข้อมูลส่วนตัว


คุณทหารลองแบ่งชีวิตออกเป็นส่วนๆให้มันสั้นลงสิครับ
บุญมันจะส่วนบุญ บาปมันจะส่วนบาป มันระคนกันอยู่
อย่าไปมองเหมาเอาทั้งสถานการณ์ว่ามันจะเป็นบุญหรือบาป
วินาทีเป็นบุญมันก็เป็นบุญ วินาทีเป็นบาป มันก็เป็นบาป
ที่จริงจะพูดเป็นวินาทียังถือว่ายาวอยู่ ยังสั้นไม่พอ

ถ้าจะให้ว่ากันอย่างลึกซึ้งแล้ว
บุญกับบาปไม่ได้อยู่ที่สถานการณ์ วัดกันตรงนั้นไม่ได้
แต่มันวัดและดูกันที่ความรู้สึกของใจเราในขณะนั้น ดูกันเป็นขณะๆ
เรื่องนี้ ถ้าฝึกเจริญสติสังเกตจิตใจของตนพอสมควรแล้ว
จึงจะพอแยกออกว่าขณะนี้บุญหรือบาป

ทีนี้ เรื่องคุณเป็นทหารเพื่อไปรักษาความสงบ
ผมจะเปรียบเทียบแม่ค้าขายปลาก็แล้วกัน

แม่ค้าไม่รู้จะไปทำอะไรกิน จับพลัดจับโผล่มาขายปลา จะชอบอยู่ด้วย หรือไม่ชอบก็ตามที
ก็เลยขายปลาเลี้ยงชีพ ฆ่าปลาวันละหลายๆร้อยตัว
จะไปทำอย่างอื่นก็ไม่กล้า กลัวเจ๊ง ก็เลยขายมาตลอด

ก่อนจะไปถามว่า ฆ่าปลาขายมันบาปไหม ผิดอะไร
ต้องถามก่อนว่า แล้วทำไมคนอื่นไม่ต้องมาฆ่าปลาล่ะ
ทำไมบางคนไม่ต้องฆ่าอะไรขาย ก็มีกินมีใช้
ไม่ต้องมาตื่นแต่ดึก ออกมาฆ่าสัตวืวันละมากมายแบบนี้

ที่คนเราไม่เท่ากันก็เพราะบุญที่ทำมามันไม่เท่ากัน
มันถึงตกแต่งให้คนหนึ่งอยู่สบาย ไม่เดือดร้อน
อีกคนหนึ่งต้องติดแหง่กอยู่กับการฆ่าปลาขาย

การมาเป็นทหารก็เหมือนกัน
ก็ล้วนแล้วแต่เป็นของเก่า บุญเก่า บาปเก่า
ที่มันนำพามาให้ทำ นำพามาให้ชอบทางนี้
แล้วนำพาให้ไปทำบาป เหมือนแม่ค้าปลา

ถามว่าเลือกได้ไหม ที่จะไม่ฆ่า
เลือกได้สิ ลาออกก็ได้แล้ว ไปทำอย่างอื่น
แต่เรายอมไหมล่ะ เราก้ไม่ยอม
เพราะชีวิตเรามันติดแล้ว ติดยึดอยู่ในอัตภาพนี้
เลิกก็ๆไม่ได้ มีอะไรพะรุงพะรังไปหมด ทั้งกลัวการเปลี่ยนแปลง
กลัวอาชีพใหม่ กลัวสายตาคนรอบข้างและเพื่อนฝูง
คุณเห็นไหมล่ะว่า ตัวเรามันถูกยึดโยงด้วยอะไรต่อมิอะไรให้มาทำอย่างนี้
และต้องติดอยู่อย่างนี้

ทีนี้ที่ว่า ฆ่าโจรบาปไหม
ถ้าจะเอาบาปแบบความคิด มันก็ไม่มีใครว่าบาปหรอก เพราะธรรมดาทุกคนย่อมต้องว่าเราทำถูกทั้งนั้น เราถึงทำอะไรต่อมิอะไรลงไปก็เพราะเราเห็นว่ามันถูกทั้งนั้น แล้วเมื่อใจมันเอียงกระเท่เร่อยู่อย่างนี้ ก็ต้องไม่พ้นไปหาความคิดคำพูดอะไรต่างๆนาๆมาสนับสนุนความเชื่อของตนเป็นธรรมดา

แต่ถ้าจะเอาความรู้สึกตอนที่ฆ่าเขา มันโกหกกันไม่ได้
ว่าตอนที่เราฆ่าเขา มันจะเกิดจากเมตตา กรุณา มุทิตาอะไรทำนองนั้น
มันเป็นผลผลิตของโทสะ โมหะ โลภะ ล้วนๆ

บาปยี่ห้ออื่น ผมไม่ทราบนะ แต่บาปพระพุทธเจ้าในข้อนี้ ท่านวางหลักเกณฑ์ไว้แล้ว
ลองทำแบบสอบถามดู
๑. สัตว์นั้นมีชีวิต... (คุณก็รู้ว่าคนมีชีวิต)
๒. รู้ว่าสัตว์นั้นมีชีวิต.. (คุณก็รู้ว่าคนคนนั้นมีชีวิต)
๓. มีจิตคิดจะฆ่าสัตว์นั้น (คุณมีจิตคิดจะฆ่าเขา)
๔. ทำความเพียรเพื่อจะฆ่า (คุณลงมือฆ่าเขา)
๕. สัตว์นั้นตายเพราะความเพียรในการฆ่าอันนั้น (เขาตายด้วยความพยามของคุณ)

ฆ่าคอมมิวนิสต์ มันครบ 5 ข้อไหม ... ครบถ้วนเลย ดิ้นไม่ได้เลย
ต่อให้บังเอิญปืนลั่น แล้วมีคอมมิวนิสต์ตาย อย่างนี้ถึงแม้ว่าไม่ครบ 5 ข้อ
มันก็หมองๆ พูดไม่ได้ว่า "ไม่บาป"

ถ้ายังคิดว่าไม่บาป ก้ให้คนที่ทำปืนลั่นไปบอกลูกเมียเขาสิว่า ผมทำปืนลั่นโดนสามีคุณตาย
แค่นี้แหละ ถ้ามันไม่บาป ต้องไม่มีตีน มีมือ ลอยมา
ถ้ามีตืนมีมือลอยมาใส่เรา จะไปพูดว่าเราทำบุญมา แล้วมาได้อย่างนี้
อันนี้มันก็ประหลาดเอาการอยู่
ถ้าบุญพระพุทธเจ้าทำแล้วได้มือได้ตีนกลับมา ก็คงจะเป็นพระพุทธเจ้าคนละองค์กับผม

ประเด็นสุดท้าย เรื่องมีพระพูดว่าฆ่าคอมมิวนิสต์ไม่บาป
ก้ขอให้ย้อนไปดูองค์ประกอบของศีล ที่พระพุทธเจ้าวางไว้

คุณจะเชื่อพระรูปหนึ่ง หรือ เชื่อพระพุทธเจ้าล่ะ
(ขอโทษนะ พระโง่ๆมีเยอะนะ)


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 09 ม.ค. 2011, 00:28 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 31 พ.ค. 2009, 02:41
โพสต์: 5637

แนวปฏิบัติ: พอง ยุบ
ชื่อเล่น: เจ
อายุ: 0
ที่อยู่: USA

 ข้อมูลส่วนตัว www


ไม่รู้คนถามยังอยู่รอคำตอบหรือเปล่า?
แต่คนเผอิญผ่านมากลับได้รับประโยชน์จากคำถาม
และคำตอบนี้.....ซึ่งความจริงแล้วก็เข้าใจ
ว่าบาปคือบาป บุญคือบุญ เหมือนน้ำกับน้ำมัน
มองดูเสมือนหนึ่ง เนี้อเดียวกัน
แต่จริงๆแล้วแยกกันโดยสิ้นเชิง
แต่มักจะหาคำอธิบายที่ชัดแจ้ง
ได้ยาก...เมื่อเจอคำถามแบบนี้ :b5:
เพราะคนถามมักอยากได้คำตอบ
ที่ตรงกับใจ หรือคำตอบเชิงปลอบใจ
มากกว่าความเป็นจริง.... :b10:

อนุโมทนาค่ะ :b8:

.....................................................
"มิควรหวังร่มเงาจากก้อนเมฆ"


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 04 ก.พ. 2011, 09:15 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 26 ม.ค. 2011, 09:50
โพสต์: 12

แนวปฏิบัติ: อานาปานสติ
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


คำตอบสุดยอดเลยครับ
ศีลข้อ มุสา นี้ พระพุทธเจ้าเคยตรัสถึงเหตุการณ์ที่พระโพธิสัตว์ เกิดล่วงละเมิดข้อกาเม แล้วความทราบไปถึงพระราชา ด้วยเหตุที่พระราชเทวีของพระองค์ มีสัมพันธ์ กับหริตกุมารเมื่อครั้งเป็นง อังคาสดาบส
ครั้งนั้นพระราชาทรงสอบถามจากพระราชเทวี พระราชเทวีก็ทรงยอมรับว่า เป็นความจริง ทรงเสียพระทัย แต่ยังเชื่อมั่นในวัตรปฏิบัติของดาบสอยู่ จึงมีรับสั่งถาม อังคาสดาบสด้วยพระองค์เองโดยทรงหวังว่า ดาบสจะตอบว่า ไม่เป็นความจริง แต่แล้วก็ต้องทรงผิดหวัง เพราะท่านดาบสรับว่าเป็นความจริงทั้งหมด โดยยึดมั่นอยู่ในสัจจะ และเห็นว่าที่พึ่งอย่างอื่นจะยิ่งไปกว่าสัจจะนั้น ย่อมไม่มี อนึ่งเล่า ผู้ละทิ้งความสัตย์เสียแล้ว ย่อมไม่สามารถนั่ง ณ โพธิบัลลังก์พรรลุโพธิญาณได้ จริงอยู่ พระโพธิสัตว์อาจล่วงละเมิดศึลข้อปาณาติบาตบ้าง อทินนาทานบ้าง กาเมสุมิจฉาจารบ้าง และดื่มสุราเมรัยบ้าง แต่จะไม่กล่าวมุสาวาทอันเป็นการทำลายประโยชน์ผู้อื่นเป็นอันขาด นี่คือวิสัยของพระโพธิสัตว์

ดังความข้างต้นจะเห็นว่า พระพุทธเจ้าทรงให้ความสำคัญอย่างยิ่งยวด กับศีลข้อ มุสาวาท ซึ่งจะเป็นเหตุให้ผิดศีลข้ออื่นๆ ตามมาทั้งหมด แม้จะเป็นศีลข้อที่ ดูจะร้ายแรงน้อย เมื่อเทียบกับฆ่าคน หรือลักทรัพย์


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 02 มี.ค. 2011, 04:03 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 ก.พ. 2011, 19:56
โพสต์: 1740


 ข้อมูลส่วนตัว


จากโคลงโลกนิติครับ

เสียสินสงวนศักดิ์ไว้ วงศ์หงส์
เสียศักดิ์สู้ประสงค์ สิ่งรู้
เสียรู้เร่งดำรง ความสัตย์ ไว้นา
เสียสัตย์อย่าเสียสู้ ชีพม้วยมรณาฯ

ขอให้เจริญในธรรม

.....................................................
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงมีพระปัญญาเหนือบุคคลใดใด


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 29 มี.ค. 2011, 11:26 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกใหม่
สมาชิกใหม่
ลงทะเบียนเมื่อ: 28 มี.ค. 2011, 17:07
โพสต์: 5

โฮมเพจ: facebook.com/Marangpor
แนวปฏิบัติ: อ่านบทความธรรมมะ
งานอดิเรก: เล่นเน็ต
สิ่งที่ชื่นชอบ: เสียดายคนตายไม่ได้อ่าน
ชื่อเล่น: แมลงปอร์
อายุ: 24

 ข้อมูลส่วนตัว www


สาธุ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 29 มี.ค. 2011, 12:03 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2011, 17:27
โพสต์: 72


 ข้อมูลส่วนตัว


สาธุในข้อ ธรรมดีๆครับ :b8: :b8: :b8:

.....................................................
มองทาง สำรวจทาง รู้ทุกเส้นทาง เผื่อเจอแยกจะได้จำได้ และเลือกเส้นทางได้ถูกต้อง


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 15 พ.ค. 2011, 23:26 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 4
สมาชิก ระดับ 4
ลงทะเบียนเมื่อ: 07 ส.ค. 2010, 00:17
โพสต์: 255

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


:b42: บังเอิญผ่านมาพบ และก็ทุกครั้ง เราก็ยังต้องการถูก-ผิด แล้วที่สุดคนที่กล่าวถูกทั้งหมดนั้นก็ไม่ได้รับการยอมรับว่ากล่าวถูกถูกต้อง จากคนทั้งหมด คนที่กล่าวผิด ก็ยังมีคนเห็นว่ากล่าวถูกอยู่ก็มาก กระทู้ มันก็จบลงไม่ได้ เพราะมันติดอยู่ที่คำพูด2คำ คือ อัตตา กับอวิชชา(คือความไม่รู้จริง) คือมันบังความจริงหรือสัจจธรรมอยู่ ลองคิดดูถ้าชาวพุทธระดับที่สนใจ หายใจเข้า-หายใจออกเป็นธรรมมะอย่างเราๆ ซึ่งมีอยู่น้อยมากในสังคมปัจจุบัน แต่แค่ศีล5 ข้อมุสา เรายังหาข้อยุติไม่ได้ แล้วยังถกเถียงยกเหตผลมาคัดค้านกันขนาดนี้ มันจะอย่างไรต่อไปล่ะ กับเรื่องสมาธิ เรื่องปัญญา เรื่องตัวกู-ของกุ และสังโยชน์10อย่าง ตั้งใจจะโยนท่อนไม้ลงน้ำ เพื่อให้มันลอยตามน้ำไปถึงทะเล แค่โยนลงไปก็ไม่ถึงน้ำ ติดอยู่แค่ริมตลิ่ง โอกาสถึงทะเลก็หมดลง
.......เรากล่าวทีไรมักมีเรื่องว่าเราอวดรู้ คนจ้องโจมตีอยู่ก็มาก คือถ้ายังยึดบัญญัติ มันไม่มีทางจบ อย่าไปเถียงกันเลย เอาเจตนาของจิต หรืออารมณ์จิตนี้แหละมันเป็นปรมัติ ถ้าเข้าใจแล้วมันเข้าใจตรงกัน มันจบ มันหมดสงสัย ศาสนาพุทธนี้มันตรง มันสวนกระแสโลกกล่าวทีไรเราบอกว่ามันขัดหู คนทั่วไปก็ไม่ชอบ แต่ถ้าไม่กล่าว หรือกล่าวเอาใจกันไปวันๆให้เขารัก เขาพอใจ มันจะได้อะไรจากธรรมมะ เรื่องศีล5นี้ ไม่ใช่ข้อมุสาข้อเดียว มันทั้ง5ข้อ นั่นแหละ ถ้าเจตนาของจิต(จะเรียกอารมณ์ของจิต)ก็ได้ ว่าการกระทำนั้นๆเรามีเจตนาที่เป็นอกุศลหรือไม่ก่อน(จิตเสวยอารมณ์ใดอยู่ เช่นโกรธเขา เกลียดกันไหม) ถ้ามีอยู่มันก็ไม่ดีแล้ว แล้วการกล่าวหรือการทำอะไรนั้นจากเจตนา ต้องการให้คู่กรณี ตัวเรา หรือแม้แต่บุคคลที่3 มีความเดือร้อนหรือไม่(มีเจตนาผลก็อย่างหนึ่ง ไม่มีผลก็อีกอย่างหนึ่ง) แล้วกล่าวไปแล้ว เขาเดือดร้อน ตัวเราเดือดร้อนหรือไม่ หรือมีคนอื่นที่เราเจตนาให้เดือดร้อนเดือดร้อนไปด้วยหรือไม่(ถ้ากล่าวแล้วมีคนเดือร้อนผลก็อย่างหนึ่ง ไม่มีใครเดือร้อนผลมันก็อีกอย่างหนึ่ง) อย่างนี้แหละศีลมันมีแค่นี้
........แมลงสาบมันเดินออกมาจากซอกตู้ในครัว เราเห็นมันคิดจะเหยียบมันให้ตาย(เจตนาฆ่าแล้ว)
วิ่งไล่เหยียบ(กระทำการฆ่า) มันวิ่งหลบทัน หนีเข้าซอกตู้ไปได้ มันไม่ตายผลการฆ่าไม่สำเร็จ.
........แมลงสาบตัวเดิม วันรู่งขึ้นเราก็ง่วนอยู่กับการชงกาแฟหน้าตู้ใบเมื่อวาน เดินถอยหน้าถอยหลังอยู่มันก็ออกมาหาเศษน้ำตาลร่วงๆกิน เราไม่เห็นมันมันไม่เห็นเรา ถอยไปเหยียบมันแปร้ดเดียวเละ มันตายลง ไม่มีเจตนาฆ่า ไม่ได้กระทำการฆ่า(ไล่เหยียบแบบเมื่อวาน) แต่วันนี้มันตาย(เอาไงดีที่นี้)
.....พรุ่งนี้ แมลงสาบตัวผู้ มันก็ออกมาตามหาตัวเมียที่เราเหยียบตาย เราเห็นอีกวิ่งไล่เหยียบ มันดันหลบไม่ทัน โดนเราเหยียบตาย ทีนี้มีเจตนาฆ่า ได้กระทำการฆ่าแล้ว(ไล่เหยียบ) ผลการฆ่าสำเร็จผมันตายลง)....อันนี้แหละครบองค์ศีล มีทั้งบาป กรรม และศีลก็ขาดทะลุแล้ว....ก็ฝากกันไว้พิจารณา...เจโตวิมุติ.


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 09 มิ.ย. 2011, 16:49 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 5
สมาชิก ระดับ 5
ลงทะเบียนเมื่อ: 07 มิ.ย. 2010, 15:59
โพสต์: 390

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


................. :b8: :b8: :b8: :b8: :b8:..................

.....................................................
บุรุษใดพึงเห็นแดน"โลก" เขาจักอยู่ในแดน"โลก"
บุรุษใดพึงเห็นแดน"สวรรค์" เขาจักอยู่ในแดน "สวรรค์"
บุรุษใดพึงเห็นแดน"นรก" เขาจักอยู่ในแดน"นรก"

บุรุษใดพึงเห็นแดนทั้งสาม เขาจักพึงสิ้นภพจบแดน...แล


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 03 ก.ค. 2011, 04:32 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 21 มิ.ย. 2011, 22:25
โพสต์: 59

แนวปฏิบัติ: รักษาศีลให้แน่นหนามั่นคง
ชื่อเล่น: Soduku
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ก่อนอื่น กระผมต้องขออภัยท่านผู้รู้ หากข้อคิดข้อเขียนต่อไปนี้ของกระผมยังอ่อนด้อยด้วยปัญญา ขอท่านผู้รู้ได้ช่วยชี้แนะแก้ไขให้ด้วยจักขอบพระคุณอย่างสูง แต่ถ้ามีแง่มุมที่เป็นจุดเล็กๆที่พอจะช่วยให้เกิดประกายให้รู้ถึงความจริงต่อไปแก่ท่านผู้อ่าน ก็ขออนุโมทนามาณ.ที่นี้ :b8:

การรักษาศีล ถือเป็นวิถีหนึ่งของการปฏิบัติจริงที่เป็นบันไดขั้นต้นที่ต้องการรักษาพื้นฐานของจิตมนุษย์ให้ปกติมั่นคงพอเพียงก่อนที่จะนำไปสู่การปฏิบัติธรรมขั้นต่อไปในขั้นที่สูงขึ้นเพื่อเข้าสู่ความหลุดพ้นจากทุกข์ที่พระพุทธเจ้าได้ทรงแนะแนวทาง(มรรค)ไว้ ไม่ว่าจะเป็นขั้นสมาธิหรือปัญญาที่เกี่ยวข้องต่อไปได้ง่ายขึ้น

เมื่อพูดถึงศีลในข้อการห้ามพูดปด จุดหมายหนึ่งน่าจะเพื่อให้มีการฝึกตนให้มีพื้นจิตที่อยู่กับความเป็นจริงให้ได้ ให้เรามีสติดูแลจิตให้อยู่คุ้นและเป็นเพื่อนกับความจริงแท้ของสรรพสิ่ง เมื่อฝึกปฏิบัติการไม่พูดปดบ่อย ๆ นาน ๆ เข้า หากมีความรู้สึกหงุดหงิดเมื่อเห็นว่าสิ่งที่พูดหรือแสดงออกมันผิดเพี้ยนไปจากความจริง เป็นอาการอย่างหนึ่งที่ทำให้รู้ว่าเราเริ่มคุ้นกับความต้องการอยู่กับความจริงที่แท้จริงหรืออริยสัจจ์แล้วและจะเป็นแต้มบุญสะสมของผู้ปฏิบัติได้เองต่อไป แต่ถ้ายังไม่เกิดความรู้สึกด้วยตนเองอย่างนี้ เพราะยังประมาทไม่ค่อยฝึกตนให้มีวัฒนธรรมที่ไม่พูดปดไม่ว่ากรณีใด ๆ เพราะยังเห็นว่าพูดอะไรก็ได้ตามปากตามอารมณ์พาไป หรือคิดว่าฝึกไปทำไมให้ยุ่งยากแค่พูดเออออห่อหมกกันไปตามน้ำ ว่าอย่างไรมาก็ว่าตามกันไปอยู่แบบง่ายๆสบายๆดีกว่า ไปฝืนบังคับตนให้อยู่ในกรอบความจริงหรือส่งเสริมให้ความจริงเท่านั้นเผยแพร่ไปทำไมให้มันรกหัววุ่นวาย สู้พริ้วคำไปแบบศรีธนนชัย หนีปัญหากันไปเพื่อรักษาหน้าตาตัวตนให้ดูดีดูเท่ห์ดีกว่าสนุกกว่ากันเยอะเลย

หากวัฒนธรรมส่วนใหญ่ของเรายังตั้งอยู่ในความประมาทไม่ฝึกปฏิบัติตนให้สามารถเป็นเพื่อนคุ้นชินกับความจริงอย่างนี้ ก็รู้ได้เลยว่าเรายังต้องฝึกตนอยู่อีกนานกว่าจะหลุดพ้นจากทุกข์ของสังสารวัฏ เพราะพื้นจิตของเรายังไม่แข็งแรงพอที่จะฝ่าด่านการปฏิบัติที่สูงขึ้นที่จะสามารถเข้าถึงสัจจธรรมความจริงแท้ได้ เพราะเราไม่ได้พยายามสะสมพื้นจิตจากการปฏิบัติแห่งวาจาสัตย์ที่เป็นเครือข่ายของสัจจะธรรมที่ปกติเหมาะสมกับผู้ที่จะเข้าสู่ฐานะแห่งพุทธะ คือผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน ที่แท้จริง เหตุด้วยธรรมชาติแห่งการเป็นเหตุปัจจัยซึ่งกันและกันของสิ่งทั้งหลาย รวมทั้งกฏแห่งกรรม ทุกสิ่งที่เราได้กระทำไปมันย่อมมีผลเป็นกรรมเป็นวิบาก ทั้งต่อตนเองและสังคมสิ่งแวดล้อม

พระพุทธเจ้าได้ทรงพบเห็นสัจจธรรมเกี่ยวกฏแห่งกรรมให้เรารับรู้มากว่า2500 ปีแล้วว่าผู้กระทำสิ่งใดย่อมต้องได้รับผลหรือวิบากกรรมตามมาแน่นอนไม่ช้าก็เร็ว ซึ่งสอดคล้องกับปรากฏการณ์ผีเสือขยับปีกที่นักวิทยาศาสตร์เพิ่งได้ค้นพบไม่นานนี้เองว่าแม้การผิดเพี้ยนของเหตุการป้อนตัวเลขผิดเพียงน้อยนิดประมาณว่า 0.000000001 เป็นต้นก็สามารถเป็นเหตุให้เกิดการผันผวนเปลี่ยนแปลงของผลลัพธ์ต่างๆได้มากมาย อุปมาดั่งลมที่มาจากการขยับปีกอันน้อยนิดของผีเสื้อในอดึตสามารถสะสมกรรมรวมๆกันมาจนถึงการเกิดพายุใหญ่ในปัจจุบันและอนาคตได้ (อย่างไรก็ตามมีข้อยกเว้นที่น่าสังเกตว่าสำหรับผู้บรรลุอรหันต์แล้ว การกระทำของท่านจะเป็นเพียงกิริยาอาการเท่านั้นไม่มีผลเป็นวิบากซึ่งคงต้องอาศัยการชี้แจงจากท่านผู้รู้ต่อไปว่าเพราะเหตุใด)

ปัญหาที่ต้องเผชิญสำหรับผู้ที่ตั้งใจรักษาศีลข้อมุสา ที่สำคัญได้แก่
1) การที่ต้องอยู่ระหว่างการหมิ่นเหม่ต่อผลเสียที่จะตามมาจากการที่ต้องพูดความจริง
เช่น การพูดที่เกรงว่าจะมีผลให้ผู้รับอื่นได้รับความเดือดร้อนเพราะต้องติดคุก หรือถูกลงโทษแล้วมาแก้แค้นทำร้ายต่อผู้พูด, การพูดความจริงของแพทย์ที่ทำให้คนไข้หรือผู้เกี่ยวข้องขาดกำลังใจหมดหวังในการดำเนินชีวิตในช่วงที่เหลือเพราะเป็นโรคภัยที่ไม่สามารถรักษาได้, การพูดความจริงที่ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างครอบครัวหรือคนรักใคร่กันต้องแตกสลายในความสัมพันธ์ เช่นการปิดบังด้านสายเลือดของเด็กที่ไม่ใช่ลูกที่แท้จริงแต่เข้าใจว่าใช่มาตลอด การมีความสัมพันธ์ที่ปิดบังของคู่รัก เป็นต้น
2) การที่ต้องพูดปดโดยฝืนเจตนาความรู้สึกจริงของตน เพราะถูกอำนาจของผู้อื่นบีบบังคับให้จำยอมมิ
ฉนั้นจะได้รับอันตรายทุกขทรมานต่างๆแก่ตนและบริวารรวมทั้งความเสียหายต่อทรัพย์สินอาชีพการงาน เช่นการต้องพูดเท็จของพยานในศาลเพราะถูกข่มขู่จะโดนทำร้ายชีวิตร่างกายแก่คนพูดและบุคคลในครอบครัวถ้าพูดความจริง, หรือการใช้อำนาจและผลประโยชน์ที่เหนือกว่าบีบบังคับให้ผู้พูดต้องพูดปดมิฉนั้นจะมีผลเสียต่ออาชีพการงานของผู้พูด เป็นต้น

(ทั้งนี้ไม่ขอพูดในประเด็นอื่นที่ไม่เกี่ยวกับเจตนาการพูดปดเช่นการที่พูดไม่ตรงกับความจริงหรือผิดเพี้ยนไปเพราะหลงหรือโง่ ไม่ได้ศึกษาข้อมูลรอบด้านเพียงพอ, การพูดผิดเพราะมีข้อบกพร่องทางประสาทหรือสมอง, หรือ การเลี่ยงเว้นเสียไม่พูดเพราะไม่ก่อประโยชน์, การรอจังหวะเวลาที่เหมาะสมก่อนจึงพูด, การไม่พูดส่อเสียด, การพูดวาจาสมานมิตร, การพูดหยาบ, การพูดด้วยจิตเมตตา, หรือประเด็นอื่นในหมวดธรรมะต่าง ๆ ที่นอกเหนือจากประเด็นเรื่องการพูดมุสาหรือไม่พูดความจริงความสัตย์โดยเจตนาอย่างเดียว)

เพียงแต่ตัวอย่างหัวข้อที่เป็นปัญหาหลัก ๆ 2หัวข้อข้างต้นก็น่าจะทำให้ศีลข้อมุสานี้เป็นที่หนักอกหนักใจแก่ผู้ที่ตั้งใจจะรักษา เพราะในทางปฏิบัติในชีวิตจริงหลายเหตุการณ์มีเรื่องที่ต้องใช้พื้นกำลังความสามารถทางธรรมอื่น ๆ เช่น ความมีสติปัญญา ศรัทธา ความเพียร ขันติ เมตตา สมาธิเป็นต้น มาช่วยในการแก้ไขปัญหา จึงจะรักษาความบริสุทธิ์แห่งศีลมุสาข้อนี้ได้ หากหลักธรรมประกอบที่นำมาใช้ไม่ถูกส่วน ไม่สมดุลหรือเพียงพอ ศีลนี้ก็จะหมองไปตามบารมีความสามารถ

อย่างไรก็ตาม การพยายามทั้งปวงที่ได้นำมาใช้แก้ไขปัญหาเพื่อรักษาศีลนี้ให้บริสุทธิ์จะไม่สูญเปล่า แต่จะเป็นตัวช่วยให้เกิดการสั่งสมประสบการณ์ที่จะเผชิญปัญหาต่อไปได้ดียิ่งขึ้นได้ เหมือนเป็นสิ่งที่ช่วยในการฝึกบริหารจิตของเราให้มีความเข้มแข็งยิ่งขึ้น

ดังคำกล่าวที่ว่ามารไม่มาบารมีไม่เกิด
ธรรมย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรมเสมอ
ดังนั้น ขอจงคิดดี พูดดี ทำดี อยู่ทุกขณะจิต
ทำได้อึดมากเท่าไหร่ โอกาสในการพ้นทุกข์หมดสิ้นกิเลสก็ได้มากเท่านั้น


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 06 ก.ย. 2012, 18:44 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 พ.ค. 2010, 13:34
โพสต์: 1614

งานอดิเรก: ฟังเพลง และฟังธรรมตามกาลเวลา
สิ่งที่ชื่นชอบ: อภัยทาน
อายุ: 39
ที่อยู่: กรุงเทพมหานคร

 ข้อมูลส่วนตัว




lotus white 15.jpg
lotus white 15.jpg [ 6.26 KiB | เปิดดู 3639 ครั้ง ]
:b44: ღ˚ •。* ♥♥ ˚ ˚ กราบอนุโมทนาบุญกับท่านผู้เจริญในธรรมและกัลยาณมิตรทุกท่านนะเจ้าค่ะ ธรรมรักษา เทวดาคุ้มครองนะเจ้าค่ะ ขอให้ท่านเจริญในธรรมยิ่ง ๆ ขึ้นไปนะเจ้าค่ะ ˚. ★ *˛ ✿◕‿◕✿•°°✿◕‿◕.ღ ˛˚ ♥♥ 。✰˚* ˚ :b8: :b8: :b8: :b20:

.....................................................
ธรรมอำนวยพร
ขอให้.....มีจิตที่รู้ ที่ตื่น ที่เบิกบาน (พุทธะ)
ขอให้.....ทำการงานด้วยความสุข (อิทธิบาทสี่)
ขอให้.....ขจัดทุกข์ได้ด้วยปัญญา (อริยสัจสี่)
ขอให้.....มีดวงตาที่เห็นความจริง (ไตรลักษณ์)
ขอให้.....เจริญยิ่ง ๆ ขึ้นไปด้วยไตรสิกขา (ศีล, สมาธิ, ปัญญา)
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 16 ก.พ. 2019, 14:15 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 มิ.ย. 2009, 10:51
โพสต์: 2238


 ข้อมูลส่วนตัว


grin smiley rolleyes


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 56 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2, 3, 4

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 2 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร