วันเวลาปัจจุบัน 26 ส.ค. 2019, 09:28  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 21 โพสต์ ]  ไปที่หน้า 1, 2  ต่อไป  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 ก.พ. 2019, 06:14 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 พ.ย. 2007, 16:58
โพสต์: 7524

แนวปฏิบัติ: พุทธานุสติ
งานอดิเรก: ทำหลายอย่างแต่ตอนนี้ไฟฟ้า
สิ่งที่ชื่นชอบ: ปฏิบัติธรรม ศึกษาธรรม และแบ่งปันต่อไป
อายุ: 0
ที่อยู่: จาก ลาว ครับ

 ข้อมูลส่วนตัว


ไปขุดของเก่าที่ลานธรรมมา
รูปภาพ
คงจะไม่ดีพอ จะต้องขอคำแนะนำจากท่านผู้อาวุโสด้วยครับ ที่ทำไปคิดว่าเพื่อจะก่อประโยชน์แก่โลกครับ ช่วยกันออกความคิดเห็นด้วยนะครับว่าเป็นอย่างไร ขอพระคุณล่วงหน้าทุกๆท่าน และ ยังมีอีกครับ แล้วจะทำออกมาฝากอีกครับ จากผู้ยังแสวงหาธรรม

.....................................................
เมื่อความเห็นใดมีการหัวเราะ ผมขออนุญาตไม่ยุ่ง และตอบนะครับ

สนทนาธรรมโปรดเคารพในพระธรรม และเพื่อนสมาชิกด้วย

เจริญ สติ และปัญญา


เพื่อลดละเลิก ป้องกันสิ่งที่เป็นอกุศลทาง กาย วาจา ใจ
เพื่อเจริญและรักษาไว้ชึ่งสิ่งที่เป็นกุศลทาง กาย วาจา ใจ


แก้ไขล่าสุดโดย sssboun เมื่อ 14 ก.พ. 2019, 19:53, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง.

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 ก.พ. 2019, 06:18 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 พ.ย. 2007, 16:58
โพสต์: 7524

แนวปฏิบัติ: พุทธานุสติ
งานอดิเรก: ทำหลายอย่างแต่ตอนนี้ไฟฟ้า
สิ่งที่ชื่นชอบ: ปฏิบัติธรรม ศึกษาธรรม และแบ่งปันต่อไป
อายุ: 0
ที่อยู่: จาก ลาว ครับ

 ข้อมูลส่วนตัว


อ้างคำพูด:
ตอบ: 15/07/2007 - 05:48 เขียนโดย คุณ เฉลิมศักดิ์
จากหนังสือ พุทธวิธีชนะความโกรธ ของ อภิธรรมมูลนิธิ :09:

ลำดับของความโกรธ

แรกเริ่มความโกรธจะก่อตัวขึ้นมาเพียงเล็กน้อยแต่เพราะเราไม่มีสติรู้เท่าทัน ไม่รู้จักระงับเสียก่อนจึงปล่อยให้ความโกรธลุกลามเหมือนน้ำที่เรานำมาต้ม เมื่อกาน้ำได้รับความร้อนจากเปลวเพลิง น้ำก็จะเริ่มร้อนและมีอุณหภูมิสูงขึ้นตามลำดับจนกระทั่งเดือด และเมื่อเดือดมากขึ้นจนควบคุมไม่ได้ก็จะส่งเสียงร้อง วี๊ด ๆ ๆ น้ำเดือดก็พลุ่งพล่านออกมาลวกตัวเองทางฝาและพวยกา ลวกของใกล้ ๆ ตัว และลวกลามไปเหมือยเรื่องของนางเวเทหิกาดังนี้


แม่เรือนชื่อเวเทหิกา

http://84000.org/tip...&w=เวเท

จากพระสูตรข้างต้นสามารถลำดับขั้นตอนของความโกรธได้ดังนี้

๑. เมื่อมีอารมณ์มากระทบก็จะรู้สึกขัดเคืองในใจทันทีหรือที่เรียกว่า ไม่ได้ดั่งใจ
๒. จะแสดงพฤติกรรมออกมาที่ใบหน้า คือ หน้าบึ้ง
๓. อำนาจของความโกรธจะทำให้เสียงกระด้างจนกระทั่งหยาบคาย
๔. ลงมือประทุษร้าย

ในขุททกนิกาย พระสารีบุตรได้แสดงลำดับขั้นตอนของความโกรธไว้อย่างละเอียดจากน้อยไปหามาก ( ๑๓ ลำดับ)

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๐ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๒
ขุททกนิกาย จูฬนิทเทส

http://84000.org/tip...275&pagebreak=0

อนึ่ง พึงทราบความโกรธมาก โกรธน้อย ความโกรธเป็นแต่เพียงทำจิตให้ขุ่นมัวใน
บางครั้งก็มี แต่ยังไม่ถึงให้มีหน้าเง้าหน้างอ. ความโกรธเป็นแต่เพียงทำให้หน้าเง้าหน้างอ ใน
บางครั้งก็มี แต่ไม่ถึงให้คางสั่น. ความโกรธเป็นแต่เพียงทำให้คางสั่นในบางครั้งก็มี แต่ยังไม่
ถึงเปล่งผรุสวาจา. ความโกรธเป็นแต่เพียงทำให้เปล่งผรุสวาจาในบางครั้งก็มี แต่ยังไม่ถึงให้

เหลียวดูทิศทางต่างๆ. ความโกรธเป็นแต่เพียงทำให้เหลียวดูทิศต่างๆ ในบางครั้งก็มี แต่ยังไม่
ถึงการจับท่อนไม้และศาตรา. ความโกรธเป็นแต่เพียงทำให้จับท่อนไม้และศาตราในบางครั้งก็มี
แต่ยังไม่ถึงเงื้อท่อนไม้และศาตรา. ความโกรธเป็นแต่เพียงทำให้เงื้อท่อนไม้และศาตราในบางครั้ง
ก็มี แต่ยังไม่ถึงตีฟัน. ความโกรธเป็นแต่เพียงทำให้ตีฟันในบางครั้งก็มี แต่ยังไม่ถึงฉีกขาดเป็น
บาดแผล. ความโกรธเป็นแต่เพียงทำให้ถึงฉีกขาดเป็นบาดแผลในบางครั้งก็มี แต่ยังไม่ให้หัก

ให้แหลก. ความโกรธเป็นแต่เพียงทำให้หักให้แหลกในบางครั้งก็มี แต่ยังไม่ให้อวัยวะน้อยใหญ่
เคลื่อนที่. ความโกรธเป็นแต่เพียงทำให้อวัยวะน้อยใหญ่เคลื่อนที่ในบางครั้งก็มี แต่ยังไม่ให้ชีวิต
ดับ. ความโกรธเป็นแต่เพียงทำให้ชีวิตดับในบางครั้งก็มี แต่ยังไม่ถึงความสละบริจาคอวัยวะ
ทั้งหมด. เมื่อใด ความโกรธให้ฆ่าบุคคลอื่นแล้วให้ฆ่าตน เมื่อนั้น ความโกรธถึงความเป็น
ความโกรธแรงยิ่ง ถึงความเป็นความโกรธมากยิ่ง โดยอาการอย่างนี้ ความโกรธนั้น อันพระ-

*อรหันตขีณาสพใด ละได้แล้ว ตัดขาดแล้ว สงบระงับแล้ว ทำไม่ให้อาจเกิดขึ้นอีก เผาเสีย
แล้วด้วยไฟคือญาณ พระอรหันตขีณาสพนั้น เรียกว่าผู้กำจัดกิเลสเพียงดังควัน. พระอรหันต-
*ขีณาสพชื่อว่า วิธูมะ เพราะเป็นผู้ละความโกรธ เพราะเป็นผู้กำหนดรู้วัตถุแห่งความโกรธ เพราะ
เป็นผู้ตัดขาดซึ่งเหตุแห่งความโกรธ เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า วิธูมะ.
-----------------------------------------------------------------------------

อ้างอิง
ความโกรธเป็นแต่เพียงทำให้ถึงฉีกขาดเป็นบาดแผลในบางครั้งก็มี แต่ยังไม่ให้หักให้แหลก.


ตรงนี้ในหนังสือ อธิบายว่า ทำให้กระดูกหัก

คุณ : sssboun ลองเขียนวงจรใหม่สิครับ ให้ได้ ๑๓ วงจร ลำดับจากน้อยไปมาก

.....................................................
เมื่อความเห็นใดมีการหัวเราะ ผมขออนุญาตไม่ยุ่ง และตอบนะครับ

สนทนาธรรมโปรดเคารพในพระธรรม และเพื่อนสมาชิกด้วย

เจริญ สติ และปัญญา


เพื่อลดละเลิก ป้องกันสิ่งที่เป็นอกุศลทาง กาย วาจา ใจ
เพื่อเจริญและรักษาไว้ชึ่งสิ่งที่เป็นกุศลทาง กาย วาจา ใจ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 ก.พ. 2019, 06:20 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 พ.ย. 2007, 16:58
โพสต์: 7524

แนวปฏิบัติ: พุทธานุสติ
งานอดิเรก: ทำหลายอย่างแต่ตอนนี้ไฟฟ้า
สิ่งที่ชื่นชอบ: ปฏิบัติธรรม ศึกษาธรรม และแบ่งปันต่อไป
อายุ: 0
ที่อยู่: จาก ลาว ครับ

 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ

หากพิมพ์ผิดไปบ้างก็ต้องขออภัยด้วยเมื่อก่อน ยังอ่อนหัต
ในการพิมพ์นัก

.....................................................
เมื่อความเห็นใดมีการหัวเราะ ผมขออนุญาตไม่ยุ่ง และตอบนะครับ

สนทนาธรรมโปรดเคารพในพระธรรม และเพื่อนสมาชิกด้วย

เจริญ สติ และปัญญา


เพื่อลดละเลิก ป้องกันสิ่งที่เป็นอกุศลทาง กาย วาจา ใจ
เพื่อเจริญและรักษาไว้ชึ่งสิ่งที่เป็นกุศลทาง กาย วาจา ใจ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 ก.พ. 2019, 06:22 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 พ.ย. 2007, 16:58
โพสต์: 7524

แนวปฏิบัติ: พุทธานุสติ
งานอดิเรก: ทำหลายอย่างแต่ตอนนี้ไฟฟ้า
สิ่งที่ชื่นชอบ: ปฏิบัติธรรม ศึกษาธรรม และแบ่งปันต่อไป
อายุ: 0
ที่อยู่: จาก ลาว ครับ

 ข้อมูลส่วนตัว


โค้ด:
ตอบ: 17/07/2007 - 00:00  เขียนโดย คุณ เอกวี
o เอ....ตั้งหัวข้อ อารมณ์ต่างๆ แล้วมาลงที่ อารมณ์คนพาลอย่างเดียวหรือนี้

o อย่างไรก็แล้วแต่ ผมว่า น่าจะใช้ set ของรูปกิเลส 3 ตัวเข้ามาทั้งหมดนะ โทสะ โมหะ และ โลภะ ทั้งหมดล้วนแต่เป็นฐานของอารมณ์อกุศล ใช้รูปกลม 3 ขี่กันครบทุกอัน (แบบทีวีช่อง 7 สี)

o แล้วน่าจะมี set ของ ไตรสิกขา เข้ามาครอบอีก ศีล สมาธิ ปัญญา เพราะบางครั้งจะพลวัตร เดี๋ยวดี เดี๋ยวร้าย ซึ่งจะทำให้ครบด้านอารมณ์กุศลด้วย อันนี้คิดไม่ออกว่าจะใส่อย่างไร รูแต่ว่า ปัญญา ไม่ขบ กับ ทั้งสามกิเลสแน่ๆ

o แล้วที่วาดเส้นๆ โยงไปโยงมานั้นก็น่าจะเป็นการแสดงกริยาอาการที่เกิด ก็เอาแต่เฉพาะตัวนาม(โกรธจิงปิง แจงแปง ...อะไรไม่รู้หน่วยวัดภาษาลาวนะ) ไม่ต้องไปกล่าวถึงรูป(น่าบูดเบี้ยว วาจา ด่าใคร) เพราะอนุมานได้ว่าหน้าเป็นอย่างไร แต่มันไม่แน่ โกรธแบบฆ่าได้ แต่ไร้อาการก็มี - เพราะเป็นโกรธที่นำด้วยโมหะ และโลภะล้วนๆ พูดง่ายๆ ตรงกลางของช่อง 7 สี

o คิดไม่ออก ! จบ !

.....................................................
เมื่อความเห็นใดมีการหัวเราะ ผมขออนุญาตไม่ยุ่ง และตอบนะครับ

สนทนาธรรมโปรดเคารพในพระธรรม และเพื่อนสมาชิกด้วย

เจริญ สติ และปัญญา


เพื่อลดละเลิก ป้องกันสิ่งที่เป็นอกุศลทาง กาย วาจา ใจ
เพื่อเจริญและรักษาไว้ชึ่งสิ่งที่เป็นกุศลทาง กาย วาจา ใจ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 ก.พ. 2019, 06:24 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 พ.ย. 2007, 16:58
โพสต์: 7524

แนวปฏิบัติ: พุทธานุสติ
งานอดิเรก: ทำหลายอย่างแต่ตอนนี้ไฟฟ้า
สิ่งที่ชื่นชอบ: ปฏิบัติธรรม ศึกษาธรรม และแบ่งปันต่อไป
อายุ: 0
ที่อยู่: จาก ลาว ครับ

 ข้อมูลส่วนตัว


อ้างคำพูด:
ตอบ: 26/07/2007 - 07:04 เขียนโดย ผมเอง
:09:

ใครอ่านภาษาลาว ได้ช่วยแปลเป็นไทยให้หน่อยครับ แต่ละคำนั้นแปลเป็นไทยได้ความว่ายังไงแล้วผมจะนำไปทำมาลงใหม่อีกครั้งครับ หรือมีจุดใดต้องการแก้ไขหรือต่อเติมก็ช่วยแนะนำด้วย เพราะความรู้ผมก็ยังมีน้อยอยู่แต่อยากมีส่วนร่วมในการสร้างความดีครับ มิได้มีจุดประสงอื่นครับ การทำดีของคนเราก็อย่างนี้แหละครับ เป็นผู้น้อยให้ผู้ใหญ่มันยากครับ เรื่องให้เกี่ยวกับความรู้ ยิ่งเป็นเรื่องของชีวิตแล้ว ผู้รับจะเกิดมีมานะถือตัวอย่างมากครับ โดยมิได้ไต่ตรองอย่าง

รอบครอบเลยความหากแม้เราไม่มีความหวังความปราถนาดีกับใครคนหนึ่งแล้ว แน่แท้เราย่อมจะไม่อยากจะแนะนำ หรือถ่ายทอดวิชาวิความรู้ให้แก่บุคคลนั้นเลย แม้เค้าผู้นั้นจะมาจ้างเราๆเองก็ใช่ว่าจะสอนให้เค้าหมดไส้หมดพูงไม่ แต่ในทางกับกันหากเป็นเงินทองนี้จะให้ได้ง่ายมากกว่าเยอะเลยครับ ตัวมานะกับตัวผมเองก็ยังมีอยู่ มันจะค่อยบอกเราว่า เองเป็นใครวะหนอยแน่ทำเป็นมาสอนเราอีก ไอ้นี่มันอวดดีนะเนีย บังอาจมาแนะนำเรา แม้เด็กๆมันจะไปรู้อะไร เรา

รู้หมดแล้วไอ้เรื่องนั้น ต่างๆนาๆที่จะค่อยคัดค้านเราไว้มิให้รับเอาความดีจากผู้ให้ ผมเองจะคิดในใจเสมอว่าคนเรานั้นทุกคนมีทั้งสิ่งดี และสิ่งที่ไม่ดีอยู่ในตัว หากเรารู้จักมองให้เป็นกลางโดยไม่เอียงไปยึดด้านใดด้านหนึ่งทำให้เกิดความเกลียดชังไม่อยากได้ ไม่อยากรับรู้ขึ้นมา เมื่อนั้นก็จะเป็นการตัดโอกาศ ตัดทางเสื่อมต่อไปสู่ความรู้ และสิ่งที่ดีนั้นๆครับ

อย่างการกระทำของผมนี้บางคนอาจจะคิดเช่นนั้น คิดว่าผมอวด ผมก็ไม่เก่งอะไรนะครับ แต่อยากจะให้ในสิ่งที่ตนได้เห็นได้ประสบถึงมันจะมีไม่มากล้นจนถึงขั้นสูงสุดแล้วก็ตาม แต่อย่างน้อยมันก็สามารถเป็นทางสองให้แก่บุคคลอื่นๆที่ยังมีทุกข์มากให้ลดน้อยลงได้ระดับหนึ่ง ผมเองไม่ได้เก่งอะไรนะครับ จะเรียกผมยังไงก็ได้ จะเปรียบผมเหมือนหมาตัวหนึ่งก็ได้ ผมมันก็แค่ ประกอบขึ้นมาจากธาตุ 4 ขัน 5 เมื่อก่อนก็เคยมีคนหาว่าผมนี้เป็นพวกโรคจิตบ้าง เป็นบ้าบาง
แต่ผมก็ไม่ด่าเค้าคืน เพราะรู้ว่าเค้าไม่รู้เราจะไปถือสาหาความเค้าแล้วจะมีประโยชน์อะไร และ

หันกลับมามองมีพิจารณาตนเองว่าเป็นอย่างที่เค้าพูดหรือไม่ เมื่อรู้ว่าไม่เป็นก็ไม่เห็นจะไปแคร์
อะไรกับคำพูดของเค้าเลย แม้เค้าจะด่าเราว่าเป็นหมา หากทั่วทั้งตัวเราไม่มีขนยาว ดังไม่ยาว ปากไม่กว้าง ก้นไม่มีหาง ทั้งยังพูดได้เหมือนคนทั่วไปไม่ได้เหาแล้วจะไปโกรธเครืองเค้าทำอะไรกัน ปล่อยให้เวลาเป็นเครื่องตัดสิน หากคิดว่าทำไปเพราะอวด อวดแล้วได้อะไร มีแต่อันตรายทั้งนั้น มีแต่ทุกข์ที่จะตามมา อย่างเช่นผู้หญิงบางจำพวกมักอวดเรือนร่าง เครื่องประดับ
บ้างก็ถูกข่มขืน บ้างก็ถูกฆ่าด้วย ถูกชิงทรัพย์ต่างๆนาๆ แล้วจะทำไปเพื่ออะไรเมื่อเห็นภัยอยู่เฉพาะหน้าเช่นนี้แล้ว.

sssboun/-2.jpg' class='bbc_url' title='ลิงค์จากภายนอก' rel='nofollow external'>http://i202.photobuc.../sssboun/-2.jpg

ฝากกราบขอความกรุณาช่วยๆกันด้วยนะครับ

หลายมือช่วยกัน แบ่งปันความรู้ก้าวสู่เส้นทางแห่งความสุข

สิ่งได้มิดีก็ให้ทิ้งไป สิ่งใดที่มีประโยชน์ก็โปรดรับไว้

:09: :09: :09:

ทั้งหมดที่กล่าวมาข้างบนนี้มิได้โกรธเครื่องใครเลยครับ เพียงอยากพูดในสิ่งที่รู้เท่านั้น คิดว่าจะเป็นประโยชน์ได้ไม่มากก็น้อย

.....................................................
เมื่อความเห็นใดมีการหัวเราะ ผมขออนุญาตไม่ยุ่ง และตอบนะครับ

สนทนาธรรมโปรดเคารพในพระธรรม และเพื่อนสมาชิกด้วย

เจริญ สติ และปัญญา


เพื่อลดละเลิก ป้องกันสิ่งที่เป็นอกุศลทาง กาย วาจา ใจ
เพื่อเจริญและรักษาไว้ชึ่งสิ่งที่เป็นกุศลทาง กาย วาจา ใจ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 ก.พ. 2019, 06:25 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 พ.ย. 2007, 16:58
โพสต์: 7524

แนวปฏิบัติ: พุทธานุสติ
งานอดิเรก: ทำหลายอย่างแต่ตอนนี้ไฟฟ้า
สิ่งที่ชื่นชอบ: ปฏิบัติธรรม ศึกษาธรรม และแบ่งปันต่อไป
อายุ: 0
ที่อยู่: จาก ลาว ครับ

 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ

ภาษาลาว ลองอ่านดูนะครับ ยังมิได้แปล ไทย์

.....................................................
เมื่อความเห็นใดมีการหัวเราะ ผมขออนุญาตไม่ยุ่ง และตอบนะครับ

สนทนาธรรมโปรดเคารพในพระธรรม และเพื่อนสมาชิกด้วย

เจริญ สติ และปัญญา


เพื่อลดละเลิก ป้องกันสิ่งที่เป็นอกุศลทาง กาย วาจา ใจ
เพื่อเจริญและรักษาไว้ชึ่งสิ่งที่เป็นกุศลทาง กาย วาจา ใจ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 ก.พ. 2019, 06:26 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 พ.ย. 2007, 16:58
โพสต์: 7524

แนวปฏิบัติ: พุทธานุสติ
งานอดิเรก: ทำหลายอย่างแต่ตอนนี้ไฟฟ้า
สิ่งที่ชื่นชอบ: ปฏิบัติธรรม ศึกษาธรรม และแบ่งปันต่อไป
อายุ: 0
ที่อยู่: จาก ลาว ครับ

 ข้อมูลส่วนตัว


อ้างคำพูด:
ตอบ: 31/07/2007 - 19:40 เขียนโดย ผมเอง
:09:

จุดเริ่มต้นนั้นก็คือ

รัก >>> อวิชชา หรือความความหลง หรือไม่รู้ >>> รักมาก >>>
ห่วง >>> อวิชชา >>> ห่วงมาก >>>
หวง >>> อวิชชา >>> หวงมาก >>>
หึง >>> อวิชชา >>> หึงมาก >>>
ระวาดระแวง >>> อวิชชา >>> ระวาดระแวงมาก >>>
สงสัย >>> อวิชชา >>> สงสัยมาก >>>
วิตกกังวน >>> อวิชชา >>> วิตกกังวนมาก >>>
( ไม่รู้ภาษาไทยเรียกว่าอะไร) ที่มีอาการคือ ใครคนหนึ่งทำให้เราไม่พอใจ เวลาเราเป็นอารมณ์นี้คือ

1. ไม่อยากมองหน้าผู้นั้น
2. ไม่อยากพูดกับผู้นั้น
3. ไม่อยากจะช่วยเหลือผู้นั้น
4. ไม่อยากอยู่ใกล้
5. ไม่อยากรับอะไรจากเค้า

คงจะเป็น โกรธ ใช่มั้ยครับ ที่อาการอ่อนกว่าเกียดนิดหนึ่งครับ หากเป็นก็ประมาณ 2 หรือ 3 วัน หรือบางคนอาจจะเป็นอาทิตครับก็จะหาย

ต่อไปก็
เกลียด ตัวนี้คงจะขาดไปครับ
ชัง
เบียด เบียน
พะยาบาต อาฆาต
ฆ่า

ทุกอารมณ์จะไปสำผัสกับความหลง หรือว่า อวิชชาก่อนแล้วก่อนจะเดินทางต่อไป เหมือนกับคนที่เดินทางไปทางข้างแต่ไม่รู้ว่าข้างหน้านั้นมีพัย เมื่อไม่รู้ก็ย่อมที่จะเดินทางต่อไปเรื้อยๆครับ

บางคนอาจจะเป็นไปตามลำดับ แต่บางคนอาจจะกระโดดข้ามไป 2 หรือ 3 หรือมากกว่านั้นครับ ไม่มีกฏเกณตายตัวครับ อันนี้เป็นความรักที่ทำให้เป็นทุกข์มากกว่าเป็นสุขครับ ส่วนความรักที่เป็นสุขนั้นจะต้อง ประกอบด้วยความ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขาครับ

:09: :09: :09:

.....................................................
เมื่อความเห็นใดมีการหัวเราะ ผมขออนุญาตไม่ยุ่ง และตอบนะครับ

สนทนาธรรมโปรดเคารพในพระธรรม และเพื่อนสมาชิกด้วย

เจริญ สติ และปัญญา


เพื่อลดละเลิก ป้องกันสิ่งที่เป็นอกุศลทาง กาย วาจา ใจ
เพื่อเจริญและรักษาไว้ชึ่งสิ่งที่เป็นกุศลทาง กาย วาจา ใจ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 ก.พ. 2019, 06:28 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 พ.ย. 2007, 16:58
โพสต์: 7524

แนวปฏิบัติ: พุทธานุสติ
งานอดิเรก: ทำหลายอย่างแต่ตอนนี้ไฟฟ้า
สิ่งที่ชื่นชอบ: ปฏิบัติธรรม ศึกษาธรรม และแบ่งปันต่อไป
อายุ: 0
ที่อยู่: จาก ลาว ครับ

 ข้อมูลส่วนตัว


อ้างคำพูด:
ตอบ: 31/07/2007 - 20:32 เขียนโดย คุณ เดินทางหาธรรม
:09: สวัสดีครับบอกตรงๆเลยว่าเพิ่งเห็นภาษาลาว ซึ่งลองอ่านดูและคาดเดาได้บางคำ ก็อยากมีส่วนร่วมนะครับ คำที่อ่านได้ ก็คือ
ความเป็นไปของอารมณ์ความรัก
รอบนอกจากซ้ายไปขวา
ขับไล่ ... วิตกกังวน ... โกรธ ..... ชัง .....บรดบรม คำนี้ไม่รู้ความหมายน่าจะเป็น เบื่อหน่าย ต่อมา ก็ พยาบาท... ชัง.....รัก.... ห่วง....หวง....หึง.....หวาดละแวง
รอบในจากซ้ายไปทางขวา
หวาดละแวงหาย ...ขับไล่หาย...วิตกกังวนหาย..โกรธหาย ...ชังหาย...เบื่อหน่ายหาย...พยาบาทหาย..ชังหาย...รักหาย...ห่วงหาย...หวงหาย...หีงหาย...
ตรงกลางคือคำว่า อวิชา เป็นแกนที่สะท้อนไปยังกลุ่มคำต่างๆ
โดยเริ่มต้นจาก รักและไปจบสิ้นที่ ชังตัวสุดท้าย
จากวงจรนี้พอจะมองได้ว่า ต้นเหตุของการเกลียดชังกัน มาจาก ความรักเป็นเหตุ เมื่อไม่สมหวังก็กลายเป็นโกรธกัน
ผิดถูกก็ต้องขออภัยด้วยเพราะเป็นความเข้าใจของผมเป็นอย่างนี้ สวัสดีครับ

.....................................................
เมื่อความเห็นใดมีการหัวเราะ ผมขออนุญาตไม่ยุ่ง และตอบนะครับ

สนทนาธรรมโปรดเคารพในพระธรรม และเพื่อนสมาชิกด้วย

เจริญ สติ และปัญญา


เพื่อลดละเลิก ป้องกันสิ่งที่เป็นอกุศลทาง กาย วาจา ใจ
เพื่อเจริญและรักษาไว้ชึ่งสิ่งที่เป็นกุศลทาง กาย วาจา ใจ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 ก.พ. 2019, 06:28 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 พ.ย. 2007, 16:58
โพสต์: 7524

แนวปฏิบัติ: พุทธานุสติ
งานอดิเรก: ทำหลายอย่างแต่ตอนนี้ไฟฟ้า
สิ่งที่ชื่นชอบ: ปฏิบัติธรรม ศึกษาธรรม และแบ่งปันต่อไป
อายุ: 0
ที่อยู่: จาก ลาว ครับ

 ข้อมูลส่วนตัว


อ้างคำพูด:
ตอบ: 01/08/2007 - 06:18 เขียนโดย ผมเอง
:09:

อ้างอิง
พยาบาทหาย
(ຫຼາຍ) อ่านได้มั้ยครับคำในวงเล็บ อ่านว่า หลายครับ ชึ่งแปลว่ามากครับ ไม่ใช่ หาย ครับ ส่วนคำตอบ และคำอธิบายนั้นอยู่ที่คำตอบที่ 25 แล้วครับ ให้พี่กลับไปอ่านดูนะครับ แล้วผมจะปรับปรุงแล้วนำมาลงใหม่ในโอกาศต่อไปครับ ขอบพระคุณอย่างมากที่เข้ามาอ่านดู

:09: :09: :09:

.....................................................
เมื่อความเห็นใดมีการหัวเราะ ผมขออนุญาตไม่ยุ่ง และตอบนะครับ

สนทนาธรรมโปรดเคารพในพระธรรม และเพื่อนสมาชิกด้วย

เจริญ สติ และปัญญา


เพื่อลดละเลิก ป้องกันสิ่งที่เป็นอกุศลทาง กาย วาจา ใจ
เพื่อเจริญและรักษาไว้ชึ่งสิ่งที่เป็นกุศลทาง กาย วาจา ใจ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 ก.พ. 2019, 06:29 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 พ.ย. 2007, 16:58
โพสต์: 7524

แนวปฏิบัติ: พุทธานุสติ
งานอดิเรก: ทำหลายอย่างแต่ตอนนี้ไฟฟ้า
สิ่งที่ชื่นชอบ: ปฏิบัติธรรม ศึกษาธรรม และแบ่งปันต่อไป
อายุ: 0
ที่อยู่: จาก ลาว ครับ

 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ

ฉบับปรับปรุง เป็นภาษาไทย์ครับ

.....................................................
เมื่อความเห็นใดมีการหัวเราะ ผมขออนุญาตไม่ยุ่ง และตอบนะครับ

สนทนาธรรมโปรดเคารพในพระธรรม และเพื่อนสมาชิกด้วย

เจริญ สติ และปัญญา


เพื่อลดละเลิก ป้องกันสิ่งที่เป็นอกุศลทาง กาย วาจา ใจ
เพื่อเจริญและรักษาไว้ชึ่งสิ่งที่เป็นกุศลทาง กาย วาจา ใจ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 ก.พ. 2019, 06:31 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 พ.ย. 2007, 16:58
โพสต์: 7524

แนวปฏิบัติ: พุทธานุสติ
งานอดิเรก: ทำหลายอย่างแต่ตอนนี้ไฟฟ้า
สิ่งที่ชื่นชอบ: ปฏิบัติธรรม ศึกษาธรรม และแบ่งปันต่อไป
อายุ: 0
ที่อยู่: จาก ลาว ครับ

 ข้อมูลส่วนตัว


อ้างคำพูด:
ตอบ: 03/08/2007 - 18:43 เขียน โดย ผม
:09:

ข้อ 1 นั้นหมายถึงความคิด ดั่งที่ผมว่าไว้

ความคิดเป็นบ่อเกิดของการกระทำ ความคิดนำการกระทำจึงค่อยเกิด

ข้อ 2 นั้นก็คือการลงมือทำครับ

รูปภาพ

ตามความคิดของผมคือ ก่อนที่เรา หรือผู้อื่นๆจะลงมือทำอะไรด้วยความเต็มใจนั้น เราจะต้องพยายามทำความเข้าใจเกี่ยวกับสิ่งนั้นๆว่า มีประโยชน์ หรือ มีโทษอย่างไร หากต้องการสร้างก็ควรทำความเข้าใจ และพิจารณาให้เห็นคุณประโยชน์ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ในทางตรงกันข้ามหากต้องการจะละก็เช่นเดียวกัน ควรที่จะระลึกถึงข้อเสีย เพื่อให้เกิดความกลัว ความหน่าย

ความเบื่อ ไม่อยากให้มีในตัวเอง หากเป็นคนอื่นเช่น ลูก หรือบุคคลอื่นๆนั้น เราควรจะอธิบายให้
เค้าได้รู้แจ้งเห็นจริง เห็นทั้งผลดี และผลเสียเพื่อให้เค้าเกิดความกลัว และอยากจะปฏิบัติด้วยตัวของเค้าเองแบบเต็มอกเต็มใจครับ

:09: :09: :09:

.....................................................
เมื่อความเห็นใดมีการหัวเราะ ผมขออนุญาตไม่ยุ่ง และตอบนะครับ

สนทนาธรรมโปรดเคารพในพระธรรม และเพื่อนสมาชิกด้วย

เจริญ สติ และปัญญา


เพื่อลดละเลิก ป้องกันสิ่งที่เป็นอกุศลทาง กาย วาจา ใจ
เพื่อเจริญและรักษาไว้ชึ่งสิ่งที่เป็นกุศลทาง กาย วาจา ใจ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 ก.พ. 2019, 06:33 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 พ.ย. 2007, 16:58
โพสต์: 7524

แนวปฏิบัติ: พุทธานุสติ
งานอดิเรก: ทำหลายอย่างแต่ตอนนี้ไฟฟ้า
สิ่งที่ชื่นชอบ: ปฏิบัติธรรม ศึกษาธรรม และแบ่งปันต่อไป
อายุ: 0
ที่อยู่: จาก ลาว ครับ

 ข้อมูลส่วนตัว


อ้างคำพูด:
ตอบ: 09/08/2007 - 17:08 เขียน โดย คุณ NIS
น่าแปลกนะคะ ที่จริงๆแล้ว -ความเป็นไปของอารมณ์ความรัก- เป็นความรู้ที่มีอยู่แล้วว่าวงจรมันจะเป็นยังไง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น วงจรนี้คงไม่ได้เกิดกับทุกๆคู่เสมอไป ขอแนะนำว่าวงจรนี้คงเป็นวงจรของ --คู่กรรม-- ซะมากกว่า เพราะดิฉันคิดว่า คู่บุญควรพากันไปสู่สิ่งที่เจริญคะ ลองสร้างวงจรเปรียบเทียบกันสิคะ

ความรักของดิฉัน ชัดเจนว่าเป็นไปตาม ความเป็นไปของคู่กรรม แต่โชคยังดีที่ไม่ถึงขั้น ฆ่าแกงกัน ได้แต่คิดพยาบาทเฉยๆ ฉันไม่ร้ว่าเขาคิดพยาบาทกับฉันหรือเปล่าเพราะเขาเป็นผู้กระทำ แต่สำหรับดิฉัน ผู้ถูกกระทำ ยอมรับคะว่า ย่อมมีความขุ่นข้องหมองใจและเคืองแค้นเป็นธรรมดา คิดไปก็เหมือนเผาตัวเอง ก็ได้ข้อคิดเรื่องการให้อภัยจากเพื่อนๆลานธรรม นี่แหละคะ ตอนนี้ได้แต่พยายามให้อภัย และ ดูแลจิตใจตัวเองให้ดีที่สุด เพราะมันคืออดีตและ จบไปแล้วคะ

ไม่ค่อยมีความรู้เท่าไรเรื่องธรรม ต้องขอโทษที่ช่วยได้ไม่มากนะคะ

.....................................................
เมื่อความเห็นใดมีการหัวเราะ ผมขออนุญาตไม่ยุ่ง และตอบนะครับ

สนทนาธรรมโปรดเคารพในพระธรรม และเพื่อนสมาชิกด้วย

เจริญ สติ และปัญญา


เพื่อลดละเลิก ป้องกันสิ่งที่เป็นอกุศลทาง กาย วาจา ใจ
เพื่อเจริญและรักษาไว้ชึ่งสิ่งที่เป็นกุศลทาง กาย วาจา ใจ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 ก.พ. 2019, 06:33 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 พ.ย. 2007, 16:58
โพสต์: 7524

แนวปฏิบัติ: พุทธานุสติ
งานอดิเรก: ทำหลายอย่างแต่ตอนนี้ไฟฟ้า
สิ่งที่ชื่นชอบ: ปฏิบัติธรรม ศึกษาธรรม และแบ่งปันต่อไป
อายุ: 0
ที่อยู่: จาก ลาว ครับ

 ข้อมูลส่วนตัว


อ้างคำพูด:
ตอบ: 09/08/2007 - 19:22 ตัวผม
:09:

ไม่เป็นไรเลยครับ อันที่จริงแล้วเป็นเพียงวงจรที่แสดงแต่ฝ่ายเสียครับ วงจรอันแสดงไปฝ่ายดียังไม่ได้ทำครับ ขอเน้นว่าบ้างครั้ง อาจจะไม่เป็นไปตามขั้นตอนนะครับ หรือคุณอาจจะเรียกว่าวงจรคู่กรรมคู่เวรกันก็ได้ครับ หากเรายังมีตัวอวิชชา มาครอบงำอยู่ความรักของรักมักจะเดินไปตามวงจรนี้ครับ

:09: :09: :09:

.....................................................
เมื่อความเห็นใดมีการหัวเราะ ผมขออนุญาตไม่ยุ่ง และตอบนะครับ

สนทนาธรรมโปรดเคารพในพระธรรม และเพื่อนสมาชิกด้วย

เจริญ สติ และปัญญา


เพื่อลดละเลิก ป้องกันสิ่งที่เป็นอกุศลทาง กาย วาจา ใจ
เพื่อเจริญและรักษาไว้ชึ่งสิ่งที่เป็นกุศลทาง กาย วาจา ใจ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 ก.พ. 2019, 06:35 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 พ.ย. 2007, 16:58
โพสต์: 7524

แนวปฏิบัติ: พุทธานุสติ
งานอดิเรก: ทำหลายอย่างแต่ตอนนี้ไฟฟ้า
สิ่งที่ชื่นชอบ: ปฏิบัติธรรม ศึกษาธรรม และแบ่งปันต่อไป
อายุ: 0
ที่อยู่: จาก ลาว ครับ

 ข้อมูลส่วนตัว


อ้างคำพูด:
ตอบ: 22/09/2007 - 11:00
:09:

นี้ครับผมเพิ่งทำออกมาใหม่ อยากจะนำมาให้เพื่อนพี่ๆ ได้ดู หากผิดถูกไปก็ต้องขออภัยมานะที่นี้ด้วยนะครับและขอคำแนะนำด้วยนะครับ

รูปภาพ

อ้างคำพูด:
วิธีสังเกตดูนะครับคือจากอวิชชาไปสู่ความหลงนั้นท่านจะเห็นมีเส้นของอวิชชาครอบคุมความหลงอยู่นั้นแสดงว่า ความหลงนั้นถูกอำนาตของอวิชชาคุมอยู่และอารมณ์ต่างก็จะเป็นไปในลักษณะเดียวกันครับ จะถูกคุมหลายชั้นขึ้นตามลำดับครับ
ทำไม่ดีก็ต้องขอคำติด้วยนะครับ กราบขอบพระคุณล่วงหน้าสำหรับทุกท่านทั้งติ และเข้ามาอ่านครับ

:09: :09: :09:


ของเก่าทำไว้นานแล้วเพิ่งคิดออกเลยนำมาเสนอให้อ่านเล่นๆครับ

.....................................................
เมื่อความเห็นใดมีการหัวเราะ ผมขออนุญาตไม่ยุ่ง และตอบนะครับ

สนทนาธรรมโปรดเคารพในพระธรรม และเพื่อนสมาชิกด้วย

เจริญ สติ และปัญญา


เพื่อลดละเลิก ป้องกันสิ่งที่เป็นอกุศลทาง กาย วาจา ใจ
เพื่อเจริญและรักษาไว้ชึ่งสิ่งที่เป็นกุศลทาง กาย วาจา ใจ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 ก.พ. 2019, 06:36 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 พ.ย. 2007, 16:58
โพสต์: 7524

แนวปฏิบัติ: พุทธานุสติ
งานอดิเรก: ทำหลายอย่างแต่ตอนนี้ไฟฟ้า
สิ่งที่ชื่นชอบ: ปฏิบัติธรรม ศึกษาธรรม และแบ่งปันต่อไป
อายุ: 0
ที่อยู่: จาก ลาว ครับ

 ข้อมูลส่วนตัว


อ้างคำพูด:
ตอบ: 23/09/2007 - 18:51 เขียนโดย คุณ ช.ชุตินธโร
ดีครับ แต่เป็นแค่มุมของความโกรธ พยาบาทใช่ไหมครับ ถ้าใช่ ก็ควรทำอีกนะครับ มุมมองของความโลภ ความหลง ทำต่อนะครับ แล้วควรสื่อให้เห็นด้วยว่าเป็นทุกข์อย่างไรจะคอยอ่านครับ สื่อถึงสาเหตุด้วยครับ สุดท้ายควรบอกถึงหนทางที่จะแก้ไขทุกข์นั้นด้วยก็จะดีนะครับ ผมเชียร์ให้ส่งเข้าประกวดเลยครับ (ถ้ามีประกวดนะครับ) จะได้ข้อติชมจากกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิมากมายครับ ไม่ได้หวังเอาความชนะเป็นหลักใหญ่ใจความหรอก แต่ต้องการคำติชม เพื่อเอาไปพัฒนา แก้ไขต่อใช่ไหมนั่น ดีมากเลยครับ ที่มีความเห็นเช่นนี้ สาธุครับ

.....................................................
เมื่อความเห็นใดมีการหัวเราะ ผมขออนุญาตไม่ยุ่ง และตอบนะครับ

สนทนาธรรมโปรดเคารพในพระธรรม และเพื่อนสมาชิกด้วย

เจริญ สติ และปัญญา


เพื่อลดละเลิก ป้องกันสิ่งที่เป็นอกุศลทาง กาย วาจา ใจ
เพื่อเจริญและรักษาไว้ชึ่งสิ่งที่เป็นกุศลทาง กาย วาจา ใจ


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 21 โพสต์ ]  ไปที่หน้า 1, 2  ต่อไป

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 6 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร