วันเวลาปัจจุบัน 14 ธ.ค. 2019, 09:54  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง





กลับไปยังกระทู้  [ 5 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 ก.พ. 2017, 13:11 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 พ.ค. 2011, 14:20
โพสต์: 5733


 ข้อมูลส่วนตัว




1486725380004.jpg
1486725380004.jpg [ 22.51 KiB | เปิดดู 1428 ครั้ง ]
"จิตตนคร นครหลวงของโลก"
บทพระนิพนธ์ในองค์สมเด็จพระญาณสังวร
สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก
คัดลอกจากหนังสือ…
จิตตนคร นครหลวงของโลก
และ
แนวปฏิบัติในโพธิปักขิยธรรม ๓๗
[กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์มหามกุฏราชวิทยาลัย, ๒๕๒๕]
พระนิพนธ์ในองค์สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช
สกลมหาสังฆปริณายก
แต่คร้ังยังดำรงพระสมณศักดิ์เป็นพระสาสนโสภณ
ได้ทรงเรียบเรียงไวสำหรับอ่านออกอากาศทางสถานีวทิยุอ.ส. พระราชวังดุสิตในรายการ
“การบริหารทางจิต” เป็นประจา ทุกเช้าวันอาทิตย์

ระหวา่ งปีพุทธศกัราช ๒๕๑๓ ถึง ๒๕๑๕
องค์สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสงัฆราช สกลมหาสงัฆปริณายก
ทรงประทานอนุญาตให ้จัดพิมพ์บทพระนิพนธ์เรื่อง “จิตตนคร นครหลวงของโลก”
เพื่อแจกเป็นธรรมทานได ้ตามที่กราบทูลขอ [ที่ พ ๓๔๖/๒๕๕๑]

.....................................................
พระธรรมคำสอน บัญญัติ ตรัส ไว้ดีแล้ว ไม่ต้องลด ไม่ต้องเพิ่ม ไม่ต้องแก้ไข ใดๆ ทั้งสิ้น
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 ก.พ. 2017, 16:43 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 พ.ค. 2011, 14:20
โพสต์: 5733


 ข้อมูลส่วนตัว


จิตตนคร นครหลวงของโลก
จะว่าถึง จิตตนคร ตามพระพุทธภาษิตว่า “พึงกั้นจิตที่มีอุปมาด ้วยนคร” จิตตนคร เป็นนครที่แลไม่
เห็นด้วยตา น่าจะคล้ายกับเมืองลับแล แต่ก็ไม่ถึงกับลี้ลับจนติดต่ออะไรไม่ได้เสียเลย จิตตนครมีทาง
ติดต่อกับโลกแห่งวัตถุได ้ทั้งมีการติดต่อกันอยู่เสมอ น่าจะไม่ต่างกับเมืองไทยที่ติดต่อกับเมือง
ต่าง ๆ ได้ทั่วโลกโดยทางอากาศ ทางบก และทางนํ้า จิตตนครเป็นเมืองที่ไม่สงบนัก ต้องทํา
สงครามอยู่เสมอ เพราะมีโจรผู้ร้ายข้าศึกศัตรูอันจําต้องป้องกันปราบปรามโดยไม่อาจประมาทได้
คล้ายกับเมืองทั่ว ๆ ไป

จิตตนคร เป็นนครหลวงของโลก เป็นแหล่งเกิดแห่งสุขทุกข์ความเจริญความเสื่อม สมบัติวิบัติแห่ง
โลกทั้งสิ้น จะกล่าวว่า จิตตนครเป็นแหล่งเกิดแห่งนรกสวรรค์นิพพานทุกอย่างก็น่าจะไม่เกินไป แต่
จิตตนครเป็นนครหลวงลับแล มองไม่เห็นด้วยตาอยู่นั่นเอง จะว่าตั้งอยู่ในแดนสวรรค์วิมานนชั้นใด
ชั้นหนึ่ง ก็ไมใ่ ช่เพราะตั้งอยู่ในเมืองมนุษย์นี้เอง แต่เป็นที่ซึ่งคนทั้งปวงไม่ค่อยจะสนใจไปเที่ยวดูชม
ที่เรียกว่าไปทัศนาจร คนทั้งปวงสนใจไปเที่ยวดูชมเมืองที่เห็นด้วยตาฟังได้ด้วยหูมากกว่า แม ้จะ
ไกลสัก เท่าไรก็พยายามไป พยายามไปในโลกนี้รอบแล้วก็พยายามไปในโลกอื่นดังที่พยายามไป

ดวงจันทร์กันมาแล้ว น่าจะพยายามไปดูจิตตนคร ซึ่ง เป็นนครหลวงอันแท้จริงของโลก หรือของทุก ๆ
คน ถึงจะเป็นนครลับแลไม่เห็นได้ด้ลวยตาเนื้อ ก็อาจไปดูได้ด้วยตาใจ และจิตตนครนี้อยู่ไม่ไกล อยู่
ใกล้ที่สุด เพราะตั้งอยู่ในจิตของทุกคนนี้แหละ เพียงทําความสงบจิตดูจิตของตนก็จะเห็นจิตตนคร
ราง ๆ ซึ่งอาจยังไม่เห็นว่า จะเป็นนครที่น่าตรงไหน เพราะเมื่อก็จะพบแต่ความคิดที่ฟุ้งซ่านกับ
อารมณ์คือเรื่องต่าง ๆ จนไม่อยากจะดูสู้ดูโทรทัศน์หรือไปเที่ยวดูอะไรต่ออะไรไม่ได้มานั่งดูจิตใจ
ของตนเองไม่น่าจะสนุกที่ตรงไหน
เปรียบจิตตนครกับเมืองลับแลได ้ก็เห็นจะตรงที่ว่ากันว่า เมืองลับแลนั้นคนที่เคยพลัดเข้า

ไปพบ ได้เห็นภูมิประเทศบ้านเรือนและผู้คนหญิงชายสวยงามน่าดูน่าชมกลับออกมาแล้วก็จําทาง
กลับไปอีกไม่ได ้แต่ก็ได ้เที่ยวบอกเล่าใคร ๆ ถึงความสวยงามน่าดูน่าชมในเมืองลับแลนั้น และ
ชี้บอกสถานที่ตั้งไดเพียงคร่าวลๆ บรรดาผู้ที่อยากเห็นเมืองลับแลก็พากันเดินทาง แต่ก็ไม่ได ้พบเมือง
ที่ว่าสวยงามเหลือเกินนั้น พบแต่ทุ่งหญ้าป่าเขาที่ไม่น่าชมอย่างไร ซํ้ายังรุง รังตาเสียอีด้วย นั่นก็
เพราะบุคคลเห่ลานั้นยังไม่พบทางเดิเข้าสู่เมืองลับแลให้ถูกต้องจึงยังไม่ได้ชมความงามวิจิตรของเมืองลับแล
การจะไปชมจิต ตนครก็เช่นกัน ถ้ายังเดินทางไปไม่ถึงจิตตนคร ก็ย่อมจะยังไม่ได้ชมความงามอย่าง
วิจิตรพิสดารของจิตตนคร จะไดพ้ บแต่ความวุ่นวายฟุุ้งซ่าของอารมณ์ยุ่งๆ ทั้งหลาย ที่ไม่น่าดูไม่
น่าชม แต่กลับน่าเบื่อหน่ายเสีด้วยซํ้า แต่จิตตนครจริง ๆ นั้นไม่เป็นเช่นั้นจิตตนครจริง ๆ มีความ
พิสดารน่าดูน่าชม ท่านผู้เข้าถึงนครนั้นแล้วย่อมกล่วเช่นนี้ย่อมชักชวนแนะนําใหใ้คร ๆ ทั้งหลาย
พยายามไปให้ถึงจิตตนคร โดยไปตามทางที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงชี้บอกไว้แล้วด้วยวิธีที่ตรัส
สอนไว้แล้วเช่นกัน

บรรดาผู้มาบริหารจิตทั้งหลายด้วยความตั้งใจจริง นับได้ว่าได้เริ่มก้าวเข้าสู่ทางที่จะนําไปถึงจิตตนคร
ได้แล้ว แม้มีความตั้งใจจริงพยายามตลอดไป ก็ย่อมจะเดินไปได้ถึงจุดหมายปลายทาง ถึงจิตตนคร
ได ้เห็นความวิจิตรพิสดารของนครนั้นด้วยตนเอง

.....................................................
พระธรรมคำสอน บัญญัติ ตรัส ไว้ดีแล้ว ไม่ต้องลด ไม่ต้องเพิ่ม ไม่ต้องแก้ไข ใดๆ ทั้งสิ้น


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 ก.พ. 2017, 18:26 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 พ.ค. 2011, 14:20
โพสต์: 5733


 ข้อมูลส่วนตัว


ลองอ่านลิ้้งค์ดูครับ
ถ้ามีเวลาจะคัดลอกมาให้อ่านครับ
เป็นธรรมะที่น่าอ่าน ใช้จิต เจตสิก กิเลสตัณหา เป็นตัวละครในเรื่อง


https://www.google.co.th/url?sa=t&sourc ... U9FreX4mPg

.....................................................
พระธรรมคำสอน บัญญัติ ตรัส ไว้ดีแล้ว ไม่ต้องลด ไม่ต้องเพิ่ม ไม่ต้องแก้ไข ใดๆ ทั้งสิ้น


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 09 มิ.ย. 2018, 20:30 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ต.ค. 2010, 12:11
โพสต์: 4969


 ข้อมูลส่วนตัว


:b8: เอกอนก็ชอบเล่มนี้ค่ะ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 07 ส.ค. 2018, 06:21 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 มิ.ย. 2009, 10:51
โพสต์: 2238


 ข้อมูลส่วนตัว


:b8: :b8: :b8:


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 5 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 2 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร