วันเวลาปัจจุบัน 28 ก.พ. 2021, 11:03  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 3 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 เม.ย. 2015, 08:21 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 มี.ค. 2009, 10:48
โพสต์: 4058


 ข้อมูลส่วนตัว


เมตตาจิตพิชิตกิเลส : หลวงปู่ขาว อนาลโย

พระพุทธองค์ได้ตรัสถึงอานิสงส์ของ “การเจริญเมตตา” ไว้หลายประการ
เช่น หลับเป็นสุข ตื่นเป็นสุข เป็นที่รักของมนุษย์และอมนุษย์ทั่วไป จิตเป็นสมาธิได้เร็ว เป็นต้น
(ศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ http://www.84000.org/tipitaka/attha/att ... b=24&i=222)
เรื่องราวหนึ่งที่แสดงให้เห็นถึงอานิสงส์ของการเจริญเมตตา
ได้ปรากฏในประสบการณ์การปฏิบัติธรรมของหลวงปู่ขาว อนาลโย
พระกรรมฐานผู้เป็นที่เคารพบูชายิ่งของปวงพุทธศาสนิกชน
บันทึกไว้ใน “จันทสาโรบูชา” เรียบเรียงโดยคุณหญิงสุรีพันธุ์ มณีวัต


เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อครั้งที่ท่านปฏิบัติอยู่กับหลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต ณ จังหวัดเชียงใหม่
ซึ่งหลวงปู่ขาวเคยเล่าว่าเดิมทีนั้นตัวท่านเป็นคนโทสจริต มีอะไรนิดหน่อยก็โกรธ
ในครั้งนั้นท่านนั่งสมาธิภาวนาแต่ว่าจิตไม่สงบดังปรารถนา

“...ขณะที่นั่งภาวนาอยู่ข้างล่าง ท่านก็ไม่สบายใจ นึกบ่นว่าทำอย่างไรๆ ทำไมจิตมันจึงแข็งอยู่อย่างนั้น
ทำสมาธิก็ไม่ลง ทำอย่างไรๆ ก็ไม่ลง ทำอย่างไรๆ มันก็ไม่สงบ ท่านรำคาญเต็มที
จึงโกรธว่าตัวเองขึ้นมาว่า “นี่มันผีนรกวิ่งขึ้นมาจากอเวจีนี่นา จิตมันถึงได้แข็งกระด้างอย่างนี้
ไฟเผามันอย่างนี้ น่าจะกลับให้มันลงไปอเวจีอีก อย่าให้มันขึ้นมา ให้อเวจีมันเผา…”


ท่านดุว่าตนเองแล้วจึงจำวัด ต่อมาเมื่อไปปฏิบัติท่านพระอาจารย์ใหญ่ในตอนเช้า
หลวงปู่มั่นจึงตักเตือนว่า

“…เอ๊ะ! ท่านขาว ท่านทำไมทำอย่างนี้ ท่านก็เป็นผู้ประเสริฐ เป็นมนุษย์ประเสริฐอยู่แล้ว
มาด่าตัวเองเฮ็ดหยัง (ทำไม) ให้ลงนรกอเวจีอย่างไร ไม่ถูกนี่ ท่านมาประจานตน ว่าตนอย่างนี้ไม่ได้
ท่านก็ทำความเพียรอย่างดีแล้ว จะไปว่ามันทำไม ถ้าว่าหนักๆ เข้า ท่านอาจฆ่าตัวตายได้นะ
และถ้าเผลอไปฆ่าตัวตายเข้าแล้วชาตินี้ ต่อไปนับชาติไม่ได้นะ ที่จะต้องวกวนกลับไปฆ่าตัวตายอีก
ฆ่าตัวตายนี่ถ้าท่านเริ่มขึ้นชาติหนึ่งแล้ว ก็จะต้องต่ออีก ๕๐๐ ชาติ
แล้วก็ไปเที่ยวเอาภพเอาชาติผูกเวรผูกกรรมกัน ฆ่าตัวตายอยู่อย่างนั้น
อย่าไปทำอีกนะท่าน ไม่ถูก ตัวเองบริสุทธิ์อยู่ ทำไมถึงไปทำตน ไปด่าตนอย่างนี้…”


แม้ว่าจะถูกท่านพระอาจารย์ใหญ่ปราม และตัวท่านก็กลัวแต่ยังคงนึกโกรธตนอยู่ไม่คลาย

“...ขึ้นไปอยู่ดอยมูเซอกับพวกมูเซอ เสือก็มีตัวใหญ่ๆ ลายพาดกลอน
เดินอยู่กลางคืนก็นึกบอก “เจ้านี่มันเลวจริงๆ มันเป็นหยัง
มันหยาบแท้ มันแข็งแท้ ให้เสือมาคาบมึงไปกินซะ…”


“...ด่าตัวเอง นึกว่าตัวเอง โกรธที่จิตไม่ลง ให้เสือมาเอาไปกินซะ
นึกว่าฆ่ามันได้แล้ว จิตมันจะได้กล้า มันจะได้เกรง อ่อนน้อมยอมต่อเรา...”


ด่าตนเองแล้วก็ไปเดินจงกรม นั่งสมาธิ แต่จิตก็ไม่ลง ท่านจึงจำวัด
พอหลับไปก็ปรากฏนิมิตเห็นโยมมารดามานั่งอยู่ข้างๆ
และพวกมูเซอมาจากไร่ หอบผักใส่ตะกร้าแบกขึ้นหลังมา

“…โยมมารดาท่านบ่นขึ้นว่า “ขาว..ขาว นี่ ทำอย่างไรถึงเป็นหนอ”
พวกมูเซอก็พูดว่า “ไม่ยากๆ เอาของอ่อนให้กินเด้อ
อย่าไปกินของแข็ง ถ้ากินของแข็งไม่เป็น กินของอ่อนล่ะเป็น”
แม่ท่านก็เลยบอกว่า “ไม่เข้าใจ เป็นอย่างไร ของอ่อน ของแข็ง”
แม่ท่านก็เอิ้น (เรียก) ถามขึ้นว่า “ของอ่อนมีอะไรไหม”
“ของอ่อนก็อย่างสาหร่ายไงล่ะ” แม่ท่านก็บอกว่า “ขาว..ขาว กินของอ่อนเด้อ...”


เมื่อท่านตื่นขึ้นจึงไปนั่งสมาธิ เริ่มต้นพิจารณา

“...พิจารณาของแข็งก่อน อะไรหนอที่มูเซอว่าเป็นของแข็ง เรามีอะไรที่เขาว่าเรากินของแข็ง
พิจารณาไปๆ มาๆ ผู้รู้ก็ตอบขึ้นว่า “ที่ว่าของแข็งคือความโกรธ ความมักโกรธ นั่นแหละของแข็งล่ะ”
แล้วอ่อนล่ะ ที่บอกว่าให้เอาของอ่อนมากิน อะไรคือของอ่อน ?
พิจารณาไปๆ มาๆ ก็รู้ขึ้นว่า ของอ่อนก็ต้องเอาเมตตา...”


เมื่อได้คำตอบแล้ว ท่านจึงแผ่เมตตาทั่วสารทิศแก่สรรพสัตว์ทั้งปวง
ทั้งญาติพี่น้อง มิตรสหาย ไม่เว้นแม้แต่ศัตรู แผ่ไปโดยไม่มีประมาณ

“...ความโกรธที่เคยสิงอยู่ในดวงจิตนั้นก็ค่อยๆ อ่อนลง...
อ่อนลงแทบจะไม่นึกโกรธอะไรเลย มีแต่ความเมตตาสงสารสรรพสัตว์ทั้งหลายทั่วโลก
ให้นึกเห็นใจเขา เขาจะทำอะไรที่ผิดไปบ้าง เขาก็ไม่ตั้งใจ
หากเขาตั้งใจ ก็เห็นใจว่าเขาเป็นอย่างนั้น เขาถึงได้ทำอย่างนั้น
เป็นความลำบากของเขาเอง ที่เขาไม่ดี ไม่ได้เกี่ยวอะไร ให้นึกสงสารเขา
เมื่อแผ่เมตตาไปๆ ความโกรธนั้นก็ค่อยๆ อ่อนลง จิตก็ไม่ค่อยแข็ง จิตอ่อนแล้ว
จิตอ่อนควรแก่การงานแล้ว นึกจะทำอะไรก็ได้ เป็นจิตที่ดี เป็นจิตที่ควรชม ควรแก่การงาน
จะพิจารณาอะไรก็ได้ จิตอ่อนหมายถึงว่าจิตเบา จิตว่าง...”


ด้วยความฉลาดในอุบายธรรมอันนำมาต่อกรกับกิเลสได้อย่างเหมาะสม
และความพากเพียรอย่างไม่ย่อท้อในการบำเพ็ญสมณธรรม
หลวงปู่ขาว อนาลโย จึงสามารถเอาชนะกิเลส จวบจนถึงสิ้นชาติขาดภพ
นับเป็นพระสุปฏิปัณโณผู้ควรแก่การกราบไหว้บูชา และนำปฏิปทามาเป็นแบบอย่างอย่างแท้จริง

:b8: เอกสารประกอบการเขียน

- พระมหาบัว ญาณสมฺปนฺโน (๒๕๒๗) ชีวประวัติของหลวงปู่ขาว กรุงเทพฯ : ป. สัมพันธ์พาณิชย์

- สุรีพันธุ์ มณีวัต (๒๕๓๓) จันทสาโรบูชา กรุงเทพฯ : ป. สัมพันธ์พาณิชย์

โดย เทียบธุลี
http://www.dlitemag.com/index.php?optio ... &Itemid=59

--------------------------------------------------------

"ให้ทานรักษาศีลเจริญภาวนาบ่อยๆ
เขาเรียกว่าไปสวรรค์บ่อยๆ ใกล้พระนิพพาน
ใกล้ความดับทุกข์ เราก็พยายามทำใจเย็นๆ ทำใจดีบ่อยๆ
สุขอะไรก็ไม่เท่ากับใจดี ทุกข์อะไรก็ไม่เท่าความร้อนเป็นทุกข์ใจ
ฉะนั้นนี่แหละบุญถึงแล้ว"

ธรรมโอวาท : หลวงพ่อสนอง กตปุญโญ

--------------------------------------------------------

บาปกรรมของพ่อค้าฝิ่น
จากหนังสือ...ธรรมะประวัติหลวงปู่จาม มหาปุญโญ


“บาปกรรมมันเป็นพ่อค้าฝิ่น ซื้อฝิ่นดิบมาแต่เมืองแม้วแม่กะสีแล้วข้ามเอามาขายเมืองไทย ทำอยู่ตลอดชีวิต พอมันตายไปก็ไปนรก พ้นมาเกิดมา เกิดกับพ่อแม่คนนี้ แม่อยู่ท้อง พ่อก็ออกไปบวชทิ้งแม่อยู่กับตายาย พอคลอดออกมาตายายเลี้ยง แม่นั้นตายแต่วันคลอดลูก พอลูกออกพ้นตัวก็ตาย ตายายเลี้ยงมาพาใหญ่ เข้าโรงเรียนก็เขียนไม่เป็นอ่านไม่ได้ ตายายตั้งชื่อให้สุพิน เรียนหนังสือไม่ได้ทางโรงเรียนก็ให้ออก ผู้เป็นพ่อบวชเป็นพระแล้วจึงไปเอาลูกชายให้บวชเป็นเณร

สองพ่อลูกก็พากันมาอยู่จำพรรษาที่วัดนี้กับหมู่พระเณรหลายคนอยู่วัดด้วยกัน ผู้เป็นหลวงพ่อก็อยากให้เณรลูกชายได้บวชเป็นพระภิกษุ มาถามผู้ข้าฯ ว่า...

“ท่านอาจารย์ครับเณรสุพิน พอจะบวชเป็นพระได้อยู่หรือครับ”

เราก็ว่า... “จะบวชได้อย่างใด อ่านหนังสือก็ไม่ได้ สอนให้ท่องจำก็จำไม่ได้ เห็นทีจะยากลำบาก”


เราก็เรียกมาหา “สุพินมานับไม้ชำระก้นนี้ได้กี่อัน”

ก็นับได้แต่ “๑ – ๒ – ๓ – ๔ ”

อ่านหนังสือก็ได้แต่ “กอ กอ กอ ไก่” “ขอ ขอ ขอ ไข่”

หมู่พระเณรก็ไปขอหนังสือแบบเรียนฝึกหัดอ่านตัวอักษรมาให้ พากันสอนก็อ่านไม่ได้ ที่สุดก็เลิกลากันไปหมด

ปีนั้นผู้ข้าฯ ยังใช้บาตรเหล็กอยู่ เณรสุพินมาขอปรนนิบัติเกี่ยวกับบาตร ผู้ข้าฯ ก็ให้ดูแล

เอ้า...ได้ไม่นานบาตรขึ้นสนิมแล้วเพราะเช็ดไม่แห้ง ล้างไม่สะอาด เอาเถอะเป็นสนิมก็ช่างมัน

หมู่พระเณรก็ว่า สุพินดูแลบาตรท่านอาจารย์ไม่ได้นะ เสียหายบาตรเป็นสนิมหมดเลย ทีนี้ให้ทำหน้าที่ซักผ้าดูแลเรื่องผ้านะ

สุพินก็ดูแลเรื่องผ้าไปได้สักพัก เอ้า...ทีนี้ผ้าขึ้นราเป็นจุดดำๆ พระเณรก็ว่าให้ เราก็ห้ามปล่อยเถ๊อะให้เณรได้ทำข้อวัตรของเขาไป บุรพกรรมของเขามี บอกสอนก็ครับอยู่ “ครับ ครับ” แล้วก็ลืม

เอาผ้าไปตากก็ลืมหลงไปอย่างอื่น ตากบาตรไว้ก็หลงลืม ทิ้งละไว้

ทีนี้พระเณรก็ให้ทำหน้าที่เช็ดกวาดกุฎิ จึงเป็นว่าพอทำไปได้แต่ก็ไม่เรียบร้อยดีนัก

มันเป็นพ่อค้าฝิ่น เอาฝิ่นมาขาย ขายของมึนเมามอมเมาผู้คน เกิดมาชีวิตนี้ปัญญาไม่มี สมองทึบ เล่าเรียนศึกษาก็ไม่ได้ความอะไร เขียนชื่อก็ได้แต่ ส.เสือตัวเดียว

แต่ชอบเน้อ ชอบพอกับผู้ข้าฯ ชอบฟังให้เล่านั่นนี่ให้ฟังตั้งใจฟัง ฟังจบแล้วเราก็ถาม

“สุพิน จำได้ไหม”

“ไม่ได้ครับ”

“แล้วกัน จัวน้อยหัวคันนา”

ที่สุดอยู่ด้วยหลายปี ท่องนาคให้บวชพระก็ไม่ได้ ผู้เป็นพ่อก็พาเที่ยวธุดงค์ไป สุดท้ายมาก็ได้ยินว่าลาสิกขาไป

อาหารการกิน ชอบกินเผ็ด พริกมีเท่าใดตำไว้เป็นครกเป็นครก เช้ามาก็เอาข้าวปั้นเป็นคำบีบคำข้าวให้แบนๆ จวักน้ำพริกขึ้นมา ผักลวกเนื้อปลาตามเข้าไป กินเอร็ดอร่อยตาสวดตาดูน ซูดซาดเหงื่อไหลแต่ก็ว่าอร่อยอย่างนั้นทุกวัน

เรื่องการงานขอให้ใช้เถ๊อะ แข็งแรงว่องไวทำได้หมด เอาไม้เข้าเตาจะเผาถ่านยกให้เณรสุพิน

ท่านประสิทธิ์ ท่านเฉลียว ท่านฉลาด ท่านทองปาน หลวงตาแล่ อยู่ด้วยกันหลายรูปพระเณร อ้ายเจ็กมาอยู่ภาวนาด้วย

ออกพรรษาแล้วแบ่งเงินขันดอกไม้ให้ทุกคน แต่พอให้เงินแล้วดีอกดีใจ แต่ไม่รู้ว่าเหรียญไหนมีค่าเท่าใด เป็นแต่อันที่ว่าได้เท่านั้น

นี้หละกรรมของการทำไม่ดีมาแต่ก่อนชาติชีวิตนี้ได้รับผลก็ลำบากนัก

:b8: http://www.dhammasavana.or.th/article.php?a=564

--------------------------------------------------------

ความตายเป็นประดุจเงาตามตัวของคนและสัตว์ทั้งหลายอยู่
แต่บุคคลและสัตว์หารู้ตัวไม่
หรือเหมือนเพชรฆาตถือดาบเงื้อตามหลังบุคคลอยู่ทุกย่างก้าว
พร้อมที่จะฟาดฟันอยู่ทุกขณะ
แต่มนุษย์ทั้งหลายก็ประมาทอยู่
หาสำนึกรู้ถึงความจริงข้อนี้ไม่ ช่างน่าสงสารเสียนี่กระไร ?

ความแก่และความตายติดตัวบุคคลมา
ตั้งแต่วันแรกที่ถือปฏิสนธิในครรภ์มารดาทีเดียว
แต่ยังไม่ปรากฏชัด เป็นสภาพแขวงเร้นอยู่พรางตา
ให้เห็นเป็นการเจริญเติบโต
แต่ผู้รู้เรียกอาการอย่างนี้ว่า “วัย”
หมายความว่า เสื่อมไป สิ้นไป หมดไป
ต่อเมื่อปัจฉิมวัย ความแก่จึงปรากฏชัดเจน
ปกปิดไม่ได้อีกต่อไป และในที่สุดก็ต้องแตกทำลาย คือ ตาย
ทุกคนบ่ายหน้าไปสู่ความตาย ตั้งแต่วันแรกที่ปฏิสนธิในครรภ์มารดา
เหมือนดวงอาทิตย์บ่ายหน้าไปทางทิศตะวันตก
ตั้งแต่นาทีแรกที่ขึ้นทางตะวันออก
หรือเหมือนสายน้ำที่ไหลจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำ ฉะนั้น

วันคืนล่วงไป ชีวิตและอายุของสัตว์ทั้งหลายก็เสื่อมไปสิ้นไป
ชีวิตเปราะบางเหมือนภาชนะที่ช่างหม้อทำไว้
ทุกอย่างทุกขนาดมีการแตกทำลายเป็นที่สุด
ทุกอย่างที่มนุษย์ปองหมาย
ต้องการดิ้นรนขวนขวายหายื้อแย่งทำลายล้างกัน
เพื่อสมบัติอันใด สมบัติอันนั้นก็พลอยวิบัติไปสิ้น (สำหรับเขา)
เพราะวิบัติอันยิ่งใหญ่มาถึงเข้า
นั้นคือ มรณวิบัติ วิบัติ คือ ความตาย
ย่อมทำลายสมบัติอันเป็นที่ชื่นชมของบุคคลทุกประการ
แม้สรีระอันเป็นที่รัก เป็นที่หวงแหนแห่งตน
ก็ต้องทอดทิ้งไว้ถมแผ่นดิน หรือให้ถูกเผาเป็นเถ้าถ่าน
ความไม่มีโรคจบลงด้วยโรค
ความหนุ่มสาวลงท้ายด้วยความแก่
ชีวิตสิ้นสุดลงด้วยความตาย

ใครจะสูงด้วยยศ มากล้นด้วยบุญ
อุดมด้วยฤทธิ์ เลิศด้วยปัญญา มีกำลังมหาศาลอย่างไร
ก็ไม่พ้นเงื้อมือแห่งความตาย
แม้พระปัจเจกพุทธเจ้า และพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ผู้บรรลุถึงอมตธรรมแล้ว ก็ยังต้องตกอยู่ภายใต้อำนาจแห่งมฤตยู
เมื่อเป็นเช่นนี้ ไหนเล่าความตายจักไม่มาถึงเรา

อันตรายอันเป็นเหตุแห่งความตายนั้นมีมากนัก
เช่น อันตรายจากสัตว์ร้าย มีงูและเสือ เป็นต้น
จากบุคคลที่เป็นศัตรูคู่เวรกัน
จากอุปัทวเหตุ เช่น ถูกรถชน พลาดล้มลงในที่บางแห่ง
และอันตรายจากโรคต่างๆ มีโรคลมในปัจจุบัน
และโรคอันเป็นเหตุให้สิ้นชีวิตโดยฉับพลันอีกหลายประการ
เพราะฉะนั้นจึงไม่ควรประมาทในวัย
ว่ายังหนุ่มสาว หรือยังไม่แก่
ในความไม่มีโรคและในชีวิต ว่าชีวิตของเรายังยืนยาว
มีอยู่เสมอมิใช่หรือ เห็นกันอยู่ตอนเช้า ตอนสายตายเสียแล้ว
เห็นกันอยู่ตอนสาย บ่ายตายเสียแล้ว
และเห็นกันอยู่ตอนบ่าย ตอนเย็นตายเสียแล้ว
เห็นกันอยู่ตอนเย็น กลางคืนตายเสียแล้ว
ความมีชีวิตอยู่ช่างไม่แน่นอนเสียเลย
ส่วนความตายเป็นของแน่นอน เราจะต้องตายเป็นแน่แท้



เอาบุญมาฝากจะถวายสังฆทาน เจริญวิปัสสนา ให้ธรรมะเป็นทาน ให้อภัยทาน บอกบุญ สักการะพระธาตุ ให้อาหารสัตว์เป็นทาน ช่วยพ่อแม่ทำงานบ้าน ถวายข้าวพระพุทธ อนุโมทนาบุญกับผู้อื่น สร้างพระสร้างเจดีย์สร้างธรรมจักรสร้างรอยพระพุทธบาทสร้างระฆังและอัครสาวกซ้ายขวาสร้างพระสีวลีสร้างพระกัสสะปะสร้างพระอุปคุตสร้างพระองคุลีมารผสมทองคำเปลวพร้อมนำดอกไม้มาบูชาถวายพระรัตนตรัย
รักษาศีล เจริญภาวนา สวดมนต์ ให้อาหารสัตว์เป็นทานเป็นประจำ กรวดน้ำอุทิศบุญ อนุโมทนากับพ่อแม่ญาติพี่น้องที่รักษาศีล ฟังธรรม ให้ทาน อนุโมทนากับเพื่อนๆที่รักษาศีล ศึกษาการรักษาโรค ที่ผ่านมาคุณแม่ได้ถวายสังฆทานมาโดยตลอด ที่ผ่านมาได้ปิดทองพระ รักษาอาการป่วยของผู้อื่นกับผู้ร่วมงาน และที่ผ่านมาได้รักษาอาการป่วยของบิดามารดา ปล่อยชีวิตสัตว์มาโดยตลอด ถวายยาแก่ภิกษุ ขัดองค์พระ ที่ผ่านมาได้จุดเทียนถวายพระรัตนตรัย ให้ความรู้สมุนไพรเพื่อสุขภาพเป็นวิทยาทาน ที่ผ่านมาคุณแม่ได้ทำบุญหลายอย่างมาโดยตลอด ที่ผ่านมาได้ถวายสังฆทานและทำบุญสร้างอาคารผู้ป่วยและกฐินกับเพื่อนๆและให้อาหารเป็นทานแก่สรรพสัตว์กับเพื่อนๆและเพื่อนคนหนึ่งและบริวารของเพื่อนและครอบครัวของเพื่อนได้มีจิตเมตตาให้ทานและเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ช่วยเหลือผู้อื่นอยู่ตลอดและเพื่อนได้เคยสวดมนต์เย็นกับคุณแม่และที่ผ่านมาได้ทำบุญสักการะพระธาตุทำบุญปิดทองชำระหนี้สงฆ์และไหว้พระและทำบุญตามกล่องรับบริจาคตามวัดต่างๆกับเพื่อนและตั้งใจว่าจะสร้างบารมีให้ครบทั้ง 10 อย่างขอให้อนุโมทนาบุญด้วย

ขอเชิญถวายสังฆทาน เจริญวิปัสสนา ให้ธรรมะเป็นทาน ให้อภัยทาน บอกบุญ ให้อาหารสัตว์เป็นทาน สักการะพระธาตุ ฟังธรรม สวดมนต์ ช่วยพ่อแม่ทำงานบ้าน รักษาศีล เจริญภาวนา สวดมนต์ สร้างพระสร้างเจดีย์สร้างธรรมจักรสร้างรอยพระพุทธบาท
สร้างระฆังและอัครสาวกซ้ายขวาสร้างพระสีวลีสร้างพระกัสสะปะสร้างพระอุปคุตสร้างพระองคุลีมารผสมทองคำเปลวพร้อมนำดอกไม้มาบูชาถวายพระรัตนตรัย กรวดน้ำอุทิศบุญ ถวายข้าวพระพุทธ อนุโมทนาบุญกับผู้อื่น สนทนาธรรม
ถวายข้าวพระพุทธ อนุโมทนาบุญกับผู้อื่น รักษาอาการป่วยของผู้อื่น รักษาอาการป่วยของบิดามารดา จุดเทียนถวายพระรัตนตรัย
ปิดทอง สักการะพระธาตุ กราบอดีตสังขารเจ้าอาวาสที่ไม่เน่าเปื่อย ที่วัดแจ้ง อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี ปิดทองพระ ปล่อยชีวิตสัตว์ถวายยาแก่ภิกษุ ไหว้พระตามวัดต่างๆ ขัดองค์พระ ให้ความรู้สมุนไพรในการดูแลสุขภาพเป็นทาน
และสร้างบารมีให้ครบทั้ง 10 อย่างขอเชิญร่วมบุญกุศลร่วมกันนะ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 24 เม.ย. 2015, 13:57 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 02 มิ.ย. 2007, 13:49
โพสต์: 809


 ข้อมูลส่วนตัว


กราบสาธุๆๆ
:b8: :b8: :b8:

.....................................................
ทำความดีทุกๆ วัน


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 09 พ.ค. 2015, 20:59 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 15 ก.พ. 2015, 21:06
โพสต์: 84

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


:b8: :b8: :b8:


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 3 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 20 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร