วันเวลาปัจจุบัน 28 พ.ย. 2020, 12:50  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 346 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2, 3, 4, 5, 6 ... 24  ต่อไป  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 16 ม.ค. 2014, 21:47 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ก.ย. 2011, 21:51
โพสต์: 4939


 ข้อมูลส่วนตัว


s002
grin
Onion_no
เปรอะเปื้อนไปหมดเลยกระทู้นี้เมื่อมีคนอย่างโฮฮับแวะเวียนมา

รอให้ควันดำ กลิ่นเหม็นมันสร่างซา แล้วค่อยมาสนทนากันต่อนะครับ ท่านที่สนใจ

:b8:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 17 ม.ค. 2014, 22:05 
 
ออฟไลน์
สมาชิกใหม่
สมาชิกใหม่
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ม.ค. 2014, 15:41
โพสต์: 8

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


กบนอกกะลา เขียน:
ยัยเปรต....

รู้เรื่องนี้ได้.....ก็ต้องรู้เรื่องที่พระพุทธองค์...วิสัชนาเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน...
เมื่อรู้แล้ว....ยังไม่เชื่อ....
และ...ไม่เชื่อ..ไม่พอ....ยังไม่พิจารณา..ไม่ทำให้ถึงด้วยตัวเอง...กลับมาแสดงทางกาย..วาจา..ของเปรต..ซะเนี้ย

ภพของเปรต....เป็นของสากล...เป้นได้ทุกศาสนา....อย่าคิดว่าอยู่ศาสนาอื่นแล้ว..จะรอดนะ...

นางเปรต....


เอ่อ...ยัยเปรตที่คุณคิดถึง ( ผู้ซึ่งเป็น สหายทางจิตวิญญาณของเรา)
ฝากเรามาเป็น นอมินี เพื่อ แจ้งแก่ คุณว่า

" แท้งกิ๋ว ที่ อุส่าเป็นห่วง
แต่ถึงอย่างไรเสีย บัวผ่าเหล่า เช่นอิฉันจะต่อสู้จนถึงที่สุด
ส่วนผลออกมาจะเป็นอย่างไร นั้น...

"In Shaa ALLAH" " :b8:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 18 ม.ค. 2014, 04:28 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 ก.พ. 2010, 17:53
โพสต์: 4999

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


บัวอุบล เขียน:
งั้น กับเรื่อง โสดาบัน ยื่นอาวุธให้ผัว นี่
แม่ช้อยมันก็ฝากบอกว่า ที่ไอ้โซ๊ยตี๋ มันชื่นชม นางโสฯ นี่
ก็เพราะว่า มันเอา ความรู้สึก ของคนเป็นผัว มาดราม่า เหมือนกัน
เฮ้ย ถามจริงเหอะ สนับสนุนให้ผัว ตัวเองไปสู่ทางแห่งอบาย ด้วยการฆ่าสัตว์ตัดชีวิต
นี่มัน เป็นกุศล เป็น สัมมา 5เหว ที่ตรงไหนวะ ไอ้มหาแหวนทองเก๊ เอ๊ยยยย


อิเจ้! เป็นเพราะเอาสิ่งที่ห้ามทำและสิ่งที่ต้องทำ มาปนกัน

ก่อนอื่นเจ้ต้องรู้เสียก่อนว่า....การกระทำทางกายมันเกิดจาก จิตเป็นผู้สั่ง
อย่างที่ว่า....จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว ดังนั้นความดีความชั่ว...ในพุทธศาสนาไม่ให้ค่า
เพราะมันให้ไม่ได้ มันเป็นเรื่องของความพอใจส่วนบุคคล

แต่ในพุทธศาสนา ท่านเน้นเรื่องจิตใจที่เป็นกุศลและอกุศล
การกระทำบางอย่าง ทำไปด้วยใจที่เป็นกุศล แต่คนส่วนใหญ่เขาไม่ชอบ
เขาก็บอกว่า...เป็นความชั่ว
ตรงข้ามการกระทำที่มาจากจิตที่เป็นอกุศล แต่คนเขาพอใจ เขาก็บอกว่า เป็นความดี

ตัวอย่างก็มีให้เห็นในลานธรรมนี้ พูดจาหวานหู แต่โดนจี้ใจดำหน่อย แช่งชักหักกระดูกเขาเสียแล้ว
หรือบางคน พูดธรรมะกับเด็กสาวๆในนี้ แต่ลับหลังแสดงอาการโคแก่อยากกินหญ้าอ่อน :b32:

อิเจ้กลับมาดูที่ว่า ห้ามทำกับให้ทำ.....มันมีสองสิ่งที่เป็นธรรมปัจจุบันของโสดาบัน
นั้นคือการฆ่าสัตว์และการปรนนิบัติสามี....ถ้าท่านปรนนิบัติสามี ศีลที่เป็นข้อห้าม
มันก็เป็นแค่ความปกติของจิตท่านโสดาบัน ท่านไม่ได้ไปคิดเรื่องการฆ่า ท่านคิดแต่เรื่อง
การปรนนิบัติสามีเท่านั้น.....

อิเจ้บี ผมขี้เกียจคุยกับเจ้แล้ว ผมไม่ได้ว่าอะไรน่ะครับ
แต่อยากจะอธิบาย.. เจ้เปลี่ยนศาสนาไปแล้ว ผมให้เกียรติ์ศาสนาทุกศาสนาครับ
ผมมีคติว่าจะไม่คุยกับคนศาสนาอื่น เพราะเห็นว่ามันไม่เกิดประโยชน์อะไร
และเพื่อเป็นการไม่ให้ไปกระทบกับศาสนาของคนอื่น
วันหลังถ้าจะคุยเรื่องสัพเพเหระกับผมได้ครับ แต่เรื่องศาสนาผมไม่คุยด้วยครับ
หวังว่าคงเข้าใจ
:b13:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 19 ม.ค. 2014, 21:08 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ก.ย. 2011, 21:51
โพสต์: 4939


 ข้อมูลส่วนตัว




GEDC1747_resize.JPG
GEDC1747_resize.JPG [ 74.99 KiB | เปิดดู 1990 ครั้ง ]
กรัชกาย เขียน:
asoka เขียน:
:b16: :b16: :b16:
อ้างคำพูด:
กรัชกาย เขียน:
คุณอโศกบอกให้ชัดหน่อยได้ไหมครับ ว่า ศีล ๕ โสดาบัน มีรายละเอียดยังไง หนึ่ง สอง สาม สี่ ห้า

:b10:
กรัชกายชอบคำตอบแบบ 1 - 2 - 3............อย่างนี้เสมอเลยนะครับ
:b6: :b6:
1.ผู้ที่รักษาศีล 5 ให้บริสุทธิ์สะอาดได้อย่างต่อเนื่องเป็นเวลานานๆ ย่อมได้อานิสงเป็นความสงบกาย สบายใจ
ทำสมาธิให้มีจิตตั้งมั่นควรแก่งานได้ง่ายและรวดเร็ว

2.เมื่อจิตตั้งมั่นควรแก่งานได้ง่ายและรวดเร็วเช่นนั้น รูป -นาม จะแยกตัวออกจากกันได้รวดเร็ว ย่อมเจริญวิปัสสนาภาวนาได้ง่าย

3.นาม - รูป ปริเฉทญาณ หรือการที่ รูป - นาม แยกตัวออกจากกันได้เป็นญาณที่ 1 เป็นบาทฐานที่สำคัญของวิปัสสนาภาวนาอันจะพาให้เจริญก้าวหน้าไปในญาณวิปัสสนาภาวนาขึ้นไปตามลำดับชั้น จนครบทั้ง 16 ญาณในที่สุดหากไม่ละความเพียร

ผู้ที่มีสภาวธรรมภายในเกิดขึ้นตามลำดับแห่งญาณ 16 ย่อมเที่ยงแท้แน่นอนว่าได้ปิดประตูอบายลงทันในปัจจุบันชาตินี้ นั่นคือเข้าถึงความเป็นพระอริยบุคคลชั้นต้น คือ พระโสดาบัน..

เป็นผู้ถึงที่ เป็นผู้นั่งแท่น........เที่ยงแท้แน่นอนที่จะได้ดับขันธ์เข้าสู่ปรินิพพานได้ภายในเวลาไม่เกิน 7 ชาติข้างหน้า หรือ 3 ชาติ หรือ ชาติเดียว...(สัตตคัตตุ....โกลังโกละ....เอกพีชี โสดาบัน)


พิมพ์เรื่องที่ไหลออกมาจากใจไม่ได้ไปค้นไปอ้างตำรา ได้ 3 ข้อพอดี ตามที่ท่านกรัชกายอยากได้

ตอบอย่างนี้พอใจหรือยังครับ

ไม่พอใจถามใหม่ในนัยยะอื่นนะครับ


อ้อๆ นั่น ศีล ๕ โสดาบัน แล้วศีล ๕ ทั่วๆไปล่ะครับ ต้องยังไง :b10:

s004 s004 s004

อ้างคำพูด:
อ้อๆ นั่น ศีล ๕ โสดาบัน แล้วศีล ๕ ทั่วๆไปล่ะครับ ต้องยังไง


พอเห็นคำถามนี้ก็เลยต้อง กลับมาพิจารณาตนเองว่า เอ! ชื่อกระทู้เราคลุมเครือไปหรือเปล่าจึงทำให้ท่านกรัชกายเข้าใจผิด จึงขอขยายความชื่อกระทู้ต่อไปอีกสักนิดหนึ่งนะครับว่า

ศีล ๕ โสดาบัน นั้น มีความหมายที่ตั้งใจจะสื่อให้รู้ว่า

เพียงแค่การรักษาศีล 5 ให้ได้ดี ก็มีคุณค่าเพียงพอที่จะส่งให้บุคคลผู้นั้นพบความเจริญก้าวหน้าในการฏิบัติธรรมและนำต้นให้เข้าถึงความเป็นพระโสดาบันได้

ไม่ใช่ว่า พระโสดาบัน คือผู้ที่มีศีล 5 บริสุทธิ์อยู่เป็นปกติ.......เพราะถ้าหมายความอย่างนี้ ก็จะเป็นไปตามความเข้าใจของท่านกรัชกายเลยจึงมีคำถามมาว่า....แล้วศีล ๕ ทั่วๆไปล่ะครับ ต้องยังไง?
:b16: :b16:
ท่านกรัชกายครับ

ศีล 5 ที่เรารู้ๆกันอยู่นี่แหละ คือศีล 5 ทั่วๆไปตามที่ท่่านกรัชกายอยากได้คำตอบที่ถ้าใครตั้งใจรักษาให้ดี ไม่ล่วงศีล 5 ข้อได้อย่างครบถ้วน ถูกต้องและต่อเนื่องย่อมจะส่งผลให้การปฏิบัติธรรมเจริญก้าวหน้าจนบรรลุโสดาบันบุคคล

มีข้อสังเกตอยู่นิดหนึ่งที่ศีลข้อ 5 เพราะคนส่วนใหญ่จะเข้าใจเพียงแค่ว่า ให้งดการดื่มเหล้า แต่บาลีในศีลข้อที่ 5 นี้มีตั้ง 3 คำคือ

สุรา.....เหล้าที่กลั่นแล้ว.เช่นแสงโสม แม่โขง วิสกี้ เหล้าขาว

เมรัยยะ....สุราที่ยังไม่ได้กลั่น เช่น เบียร์ ไวน์ กระแช่ สาโท อุ น้ำตาลเมา

มัชฌะ.....ของเมา..(ของเมาหมายถึงสิ่งที่กิน ดื่ม สูบ เสพย์ ฉีด ดม ทาเข้าไปในร่างกายแล้วทำให้ระบบประสาทผิดเพี้ยน).....ข้อนี้ซิสำคัญไม่มีคนค่อยคิดถึง .....จึงไม่รู้ว่าศีลข้อ 5 ห้ามสิ่งเสพย์ติดมึนเมาไว้ด้วย ได้แก่ บุหรี่ กัญชา ยาบ้า ยาไอซ์ ยาอี ฝิ่น เฮโรอี่น มอร์ฟีน กาว หรือน่าจะรวมไปถึง ชา กาแฟซึ่งก็ทำให้เสพย์ติดด้วย
onion
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 27 ม.ค. 2014, 19:38 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ก.ย. 2011, 21:51
โพสต์: 4939


 ข้อมูลส่วนตัว


onion
คำตอบที่ว่าศีล 5 เป็นเหตุปัจจัยให้ถึงพระนิพพานนั้ทำอย่างไรก็ดังได้อธิบายให้ทราบข้างต้นเป็นลำดับแล้ว
ถึงตอนนี้หากเราจะเจาะลึกลงในรายละเอียดส่วนที่สงสัยก็ย่อมได้เมื่อมีผู้สงสัยสนใจถาม
smiley


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 27 ม.ค. 2014, 19:52 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33872

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


asoka เขียน:
onion
คำตอบที่ว่าศีล 5 เป็นเหตุปัจจัยให้ถึงพระนิพพานนั้ทำอย่างไรก็ดังได้อธิบายให้ทราบข้างต้นเป็นลำดับแล้ว
ถึงตอนนี้หากเราจะเจาะลึกลงในรายละเอียดส่วนที่สงสัยก็ย่อมได้เมื่อมีผู้สงสัยสนใจถาม
smiley



สงสัยครับ ว่าไปสิครับ ศีลเป็นเหตุปัจจัยให้ถึงนิพพานได้ไง :b1:

.....................................................
https://dhammachati.blogspot.com/


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 27 ม.ค. 2014, 20:15 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ก.ย. 2011, 21:51
โพสต์: 4939


 ข้อมูลส่วนตัว


กรัชกาย เขียน:
asoka เขียน:
onion
คำตอบที่ว่าศีล 5 เป็นเหตุปัจจัยให้ถึงพระนิพพานนั้ทำอย่างไรก็ดังได้อธิบายให้ทราบข้างต้นเป็นลำดับแล้ว
ถึงตอนนี้หากเราจะเจาะลึกลงในรายละเอียดส่วนที่สงสัยก็ย่อมได้เมื่อมีผู้สงสัยสนใจถาม
smiley



สงสัยครับ ว่าไปสิครับ ศีลเป็นเหตุปัจจัยให้ถึงนิพพานได้ไง :b1:

:b12:
อ้าว! ตอบไปแล้วจำไม่ได้หรือครับ ย้อนหลังไปดูหน่อย ผมไม่สะดวกจะไปคัดลอกข้อความมาให้อ่านตอนนี้ใช้แทปเลท ยังไม่คล่องครับ ขออภัยอยากรู้ต้องออกกำลังหน่อยะครับ
smiley


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 27 ม.ค. 2014, 20:20 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33872

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


asoka เขียน:
กรัชกาย เขียน:
asoka เขียน:
onion
คำตอบที่ว่าศีล 5 เป็นเหตุปัจจัยให้ถึงพระนิพพานนั้ทำอย่างไรก็ดังได้อธิบายให้ทราบข้างต้นเป็นลำดับแล้ว
ถึงตอนนี้หากเราจะเจาะลึกลงในรายละเอียดส่วนที่สงสัยก็ย่อมได้เมื่อมีผู้สงสัยสนใจถาม
smiley



สงสัยครับ ว่าไปสิครับ ศีลเป็นเหตุปัจจัยให้ถึงนิพพานได้ไง :b1:

:b12:
อ้าว! ตอบไปแล้วจำไม่ได้หรือครับ ย้อนหลังไปดูหน่อย ผมไม่สะดวกจะไปคัดลอกข้อความมาให้อ่านตอนนี้ใช้แทปเลท ยังไม่คล่องครับ ขออภัยอยากรู้ต้องออกกำลังหน่อยะครับ
smiley



ไม่มีไม่เห็นเลย ที่ตอบชัดๆ ว่าศีลยังงี้ ทำให้บรรลุนิพพาน ไม่มี ไม่่เห็น :b14:

.....................................................
https://dhammachati.blogspot.com/


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 27 ม.ค. 2014, 20:42 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ก.ย. 2011, 21:51
โพสต์: 4939


 ข้อมูลส่วนตัว


กรัชกาย เขียน:
asoka เขียน:
กรัชกาย เขียน:
asoka เขียน:
onion
คำตอบที่ว่าศีล 5 เป็นเหตุปัจจัยให้ถึงพระนิพพานนั้ทำอย่างไรก็ดังได้อธิบายให้ทราบข้างต้นเป็นลำดับแล้ว
ถึงตอนนี้หากเราจะเจาะลึกลงในรายละเอียดส่วนที่สงสัยก็ย่อมได้เมื่อมีผู้สงสัยสนใจถาม
smiley



สงสัยครับ ว่าไปสิครับ ศีลเป็นเหตุปัจจัยให้ถึงนิพพานได้ไง :b1:

:b12:
อ้าว! ตอบไปแล้วจำไม่ได้หรือครับ ย้อนหลังไปดูหน่อย ผมไม่สะดวกจะไปคัดลอกข้อความมาให้อ่านตอนนี้ใช้แทปเลท ยังไม่คล่องครับ ขออภัยอยากรู้ต้องออกกำลังหน่อยะครับ
smiley



ไม่มีไม่เห็นเลย ที่ตอบชัดๆ ว่าศีลยังงี้ ทำให้บรรลุนิพพาน ไม่มี ไม่่เห็น :b14:

:b12:
คำตอบอยู่วันที่ 19 มค.57

สำคัญที่การลงมือตรวจสอบและปรับปรุงศีล5ข้อของตนให้ดี ถ้ามั่นใจว่าบริสุทธิ์ดีไม่ด่างพร้อยต่อเนื่องกันมา หลายวันจงลงมือทำการเจริญสมาธิและวิปัสสนาไปตามลำดับตามที่ตนถนัดจุดเริ่มต้นที่เด่นชัดคือ รูป สิ่งที่ถูกรู้ กับนาม ใจผู้รู้อันประกอบไปด้วยสติและปัญญาต้องเจริญไปอย่างได้สัดส่วนกันโดยมีความตั้งมั่นขิองจิตหรือสมาธิเป็นกองหนุน

รู้ทันปัจจุบันอารมณ์ตามที่มันเป็นไปตามลำดับ ปัญญาเขาจะสรุปสิ่งที่ได้รู้เห็นเป็นสิ่งที่เรียกกันว่าญาณ ขึ้นไปตามลำดับเองจากหยาบไปหาละเอียดโดยอัตโนมัติและโดยธรรม
ทำได้จริงถึงที่ไหนแล้วค่อยถามตอนนั้นอย่าถามล่วงหน้าจัะไม่รู้เรื่องถ้าไม่มีสภาวะรองรับ
onion


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 27 ม.ค. 2014, 20:48 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33872

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


asoka เขียน:
กรัชกาย เขียน:
asoka เขียน:
กรัชกาย เขียน:
asoka เขียน:
onion
คำตอบที่ว่าศีล 5 เป็นเหตุปัจจัยให้ถึงพระนิพพานนั้ทำอย่างไรก็ดังได้อธิบายให้ทราบข้างต้นเป็นลำดับแล้ว
ถึงตอนนี้หากเราจะเจาะลึกลงในรายละเอียดส่วนที่สงสัยก็ย่อมได้เมื่อมีผู้สงสัยสนใจถาม
smiley



สงสัยครับ ว่าไปสิครับ ศีลเป็นเหตุปัจจัยให้ถึงนิพพานได้ไง :b1:

:b12:
อ้าว! ตอบไปแล้วจำไม่ได้หรือครับ ย้อนหลังไปดูหน่อย ผมไม่สะดวกจะไปคัดลอกข้อความมาให้อ่านตอนนี้ใช้แทปเลท ยังไม่คล่องครับ ขออภัยอยากรู้ต้องออกกำลังหน่อยะครับ
smiley



ไม่มีไม่เห็นเลย ที่ตอบชัดๆ ว่าศีลยังงี้ ทำให้บรรลุนิพพาน ไม่มี ไม่่เห็น :b14:

:b12:
คำตอบอยู่วันที่ 19 มค.57

สำคัญที่การลงมือตรวจสอบและปรับปรุงศีล5ข้อของตนให้ดี ถ้ามั่นใจว่าบริสุทธิ์ดีไม่ด่างพร้อยต่อเนื่องกันมา หลายวันจงลงมือทำการเจริญสมาธิและวิปัสสนาไปตามลำดับตามที่ตนถนัดจุดเริ่มต้นที่เด่นชัดคือ รูป สิ่งที่ถูกรู้ กับนาม ใจผู้รู้อันประกอบไปด้วยสติและปัญญาต้องเจริญไปอย่างได้สัดส่วนกันโดยมีความตั้งมั่นขิองจิตหรือสมาธิเป็นกองหนุน

รู้ทันปัจจุบันอารมณ์ตามที่มันเป็นไปตามลำดับ ปัญญาเขาจะสรุปสิ่งที่ได้รู้เห็นเป็นสิ่งที่เรียกกันว่าญาณ ขึ้นไปตามลำดับเองจากหยาบไปหาละเอียดโดยอัตโนมัติและโดยธรรม
ทำได้จริงถึงที่ไหนแล้วค่อยถามตอนนั้นอย่าถามล่วงหน้าจัะไม่รู้เรื่องถ้าไม่มีสภาวะรองรับ
onion



เขาเป็นอะไร จะแก้ยังไง :b1:


.....................................................
https://dhammachati.blogspot.com/


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 28 ม.ค. 2014, 10:19 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ก.ย. 2011, 21:51
โพสต์: 4939


 ข้อมูลส่วนตัว


กรัชกาย เขียน:
asoka เขียน:
กรัชกาย เขียน:
asoka เขียน:
กรัชกาย เขียน:
asoka เขียน:
onion
คำตอบที่ว่าศีล 5 เป็นเหตุปัจจัยให้ถึงพระนิพพานนั้ทำอย่างไรก็ดังได้อธิบายให้ทราบข้างต้นเป็นลำดับแล้ว
ถึงตอนนี้หากเราจะเจาะลึกลงในรายละเอียดส่วนที่สงสัยก็ย่อมได้เมื่อมีผู้สงสัยสนใจถาม
smiley



สงสัยครับ ว่าไปสิครับ ศีลเป็นเหตุปัจจัยให้ถึงนิพพานได้ไง :b1:

:b12:
อ้าว! ตอบไปแล้วจำไม่ได้หรือครับ ย้อนหลังไปดูหน่อย ผมไม่สะดวกจะไปคัดลอกข้อความมาให้อ่านตอนนี้ใช้แทปเลท ยังไม่คล่องครับ ขออภัยอยากรู้ต้องออกกำลังหน่อยะครับ
smiley



ไม่มีไม่เห็นเลย ที่ตอบชัดๆ ว่าศีลยังงี้ ทำให้บรรลุนิพพาน ไม่มี ไม่่เห็น :b14:

:b12:
คำตอบอยู่วันที่ 19 มค.57

สำคัญที่การลงมือตรวจสอบและปรับปรุงศีล5ข้อของตนให้ดี ถ้ามั่นใจว่าบริสุทธิ์ดีไม่ด่างพร้อยต่อเนื่องกันมา หลายวันจงลงมือทำการเจริญสมาธิและวิปัสสนาไปตามลำดับตามที่ตนถนัดจุดเริ่มต้นที่เด่นชัดคือ รูป สิ่งที่ถูกรู้ กับนาม ใจผู้รู้อันประกอบไปด้วยสติและปัญญาต้องเจริญไปอย่างได้สัดส่วนกันโดยมีความตั้งมั่นขิองจิตหรือสมาธิเป็นกองหนุน

รู้ทันปัจจุบันอารมณ์ตามที่มันเป็นไปตามลำดับ ปัญญาเขาจะสรุปสิ่งที่ได้รู้เห็นเป็นสิ่งที่เรียกกันว่าญาณ ขึ้นไปตามลำดับเองจากหยาบไปหาละเอียดโดยอัตโนมัติและโดยธรรม
ทำได้จริงถึงที่ไหนแล้วค่อยถามตอนนั้นอย่าถามล่วงหน้าจัะไม่รู้เรื่องถ้าไม่มีสภาวะรองรับ
onion



เขาเป็นอะไร จะแก้ยังไง :b1:


grin
เขาปีติขึ้นร่วมกับวิปริตธรรม เพราะสอนกันผิด ปฏิบัติผิด ขาดกัลยาณมิตรช่วยแก้ไข
:b7:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 22 ก.พ. 2014, 21:28 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ม.ค. 2010, 20:54
โพสต์: 163

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


เสพกามคุณ 7 วัน 7คืน ยังบรรลุเป็นพระอรหันต์ได้เล
ย ตั้งแต่อ่านมายังไม่มีใครบรรลุแม้กระทั้งพระโสดาบันเลย


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 22 ก.พ. 2014, 22:22 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ก.ย. 2011, 21:51
โพสต์: 4939


 ข้อมูลส่วนตัว


เจ้าวังทอง เขียน:
เสพกามคุณ 7 วัน 7คืน ยังบรรลุเป็นพระอรหันต์ได้เล
ย ตั้งแต่อ่านมายังไม่มีใครบรรลุแม้กระทั้งพระโสดาบันเลย

:b8:
เจอคนเก่งที่รู้ได้ว่าใครเป็นโสดาบันหรือไม่เป็นโสดาบันแล้ว
กรัชกายมัวไปอยู่ที่ไหนรีบมาพิสูจน์เร็วเข้า
:b16:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 22 ก.พ. 2014, 23:02 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 เม.ย. 2009, 02:43
โพสต์: 12217


 ข้อมูลส่วนตัว


เจ้าวังทอง เขียน:
เสพกามคุณ 7 วัน 7คืน ยังบรรลุเป็นพระอรหันต์ได้เล
ย ตั้งแต่อ่านมายังไม่มีใครบรรลุแม้กระทั้งพระโสดาบันเลย


พูดอย่างนี้....มีคนเดือดร้อนเลย..555

พระพุทธองค์ทรงแยบคาย..รู้ได้ว่าคนที่จะสำเร็จเห็นสัจจะธรรม..มีหนทางของตัวเฉพาะ...แต่แยกเป็นกลุ่มใหญ่ๆได้ 4 ประเภท...

อุคฆฏิตัญญู...วิปจิตัญญู...เนยยะ.. ปทปรมะ

หากเราไม่ใช่พวกรู้เร็วสำเร็จ...มันก็ต้องไล่ตั้งแต่เบื้องต้นขึ้นไป...เป็นธรรมดา


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 23 ก.พ. 2014, 12:20 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ก.ย. 2011, 21:51
โพสต์: 4939


 ข้อมูลส่วนตัว


กบนอกกะลา เขียน:
เจ้าวังทอง เขียน:
เสพกามคุณ 7 วัน 7คืน ยังบรรลุเป็นพระอรหันต์ได้เล
ย ตั้งแต่อ่านมายังไม่มีใครบรรลุแม้กระทั้งพระโสดาบันเลย


พูดอย่างนี้....มีคนเดือดร้อนเลย..555

พระพุทธองค์ทรงแยบคาย..รู้ได้ว่าคนที่จะสำเร็จเห็นสัจจะธรรม..มีหนทางของตัวเฉพาะ...แต่แยกเป็นกลุ่มใหญ่ๆได้ 4 ประเภท...

อุคฆฏิตัญญู...วิปจิตัญญู...เนยยะ.. ปทปรมะ

หากเราไม่ใช่พวกรู้เร็วสำเร็จ...มันก็ต้องไล่ตั้งแต่เบื้องต้นขึ้นไป...เป็นธรรมดา

s004
คุณเจ้าวังทองมีหลักและวิธีการอย่างไร จึงไปเที่ยวตัดสินคนนั้นคนนี้ได้ ว่าใช่หรือไม่ใช่โสดาบันบุคคล

หรือว่าได้อภิญญาแล้วจึงบอกได้ว่าใผเป็นใผ
s006 s006


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 346 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2, 3, 4, 5, 6 ... 24  ต่อไป

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: Google [Bot] และ บุคคลทั่วไป 9 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร