วันเวลาปัจจุบัน 21 ต.ค. 2019, 09:41  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 220 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2, 3, 4, 5 ... 15  ต่อไป  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 04 ม.ค. 2014, 11:49 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 07 มี.ค. 2013, 20:15
โพสต์: 91

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


อ้างคำพูด:
พุทโธ่! ภวังคจิต มันเป็นสภาวะที่จิตไม่มีวิถีจิต นั้นหมายความว่า
ทวารทั้งหกปิดหมด ไม่มีการกระทบ

ไอ้ทีคุณบอกว่า มโนวิญญาน ถ้ามีมโนวิญญาน มันจะเป็น ภวังคจิตได้ไง
แบบนี้มันเป็นอาการของคนนอนฝัน นอนหลับไม่สนิท

การนอนหลับสนิทที่เป็นภวังคจิต นั้นคือมโนทวารไม่มีการกระทบ คุณเข้าใจมั้ย

เอ่! มันชักจะยังไงๆแล้ว นึกว่ามาจากพาลถีบ จะเข้าใจพระไตรปิฎก(เห็นแย่งกันโพส)

เอาเป็นว่า เราอ้างพระไตรปิฎกให้น้อยๆหน่อยก็แล้วกัน
เพราะผมเห็นว่า มันจะทำให้ลงทะเลออกอ่าวไปไกล

จิตมันเป็นบัญญัติ คุณจะให้ความหมายมันอย่างไรก็ได้
แต่ความสำคัญคุณจะต้องบอกได้ว่า บัญญัติที่อ้าง เป็นสภาวใดในกายใจ

ปัญหาทั้งหมดทั้งมวล คุณต้องตอบให้ได้ว่า ในเมื่อคุณเอาจิตเป็นวิญญาน
ผมจึงถามคุณไงว่า ถ้าทวารปิดหมดจิตไปอยู่ที่ไหน แล้วทำไมทวารปิดหมดแล้ว
คนเราถึงมีชีวิตอยู่ได้


ไม่ใช่มัวไปว่า จิตเป็นภวังค์ แต่ยังมีมโนวิญญาน
มีมโนวิญญาน แบบนี้ทวารมันยังไม่ปิด จิตยังไม่เป็นภวังค์


ก็ถ้าไม่อ้างพระไตรจะอ้างอะไรล่ะครับ
ผมคิดเอาเอง คุณโฮคิดเอาเองหรือครับ

อ้างคำพูด:
ดูกรภิกษุทั้งหลาย จิตดวงแรกใดเกิดแล้วในอุทรมารดา วิญญาณ
ดวงแรกปรากฏแล้ว อาศัยจิตดวงแรก วิญญาณดวงแรกนั้นนั่นแหละเป็นความเกิดของสัตว์นั้น


พระสูตรที่ผมยกมาเมื่อตะกี้ก็แสดงให้เห็นนี่ครับว่า
แม้ร่างกายยังเป็นเพียงชิ้นเนื้อในครรภ์ วิญญาณก็ยังเกิดขี้นได้
ขณะนั้นมีวิถีจิตไหมล่ะครับ เป็นภวังคจิตไหมครับ
แล้ววิญญาณเกิดได้ยังไงล่ะครับ เกิดที่อายตนะไหนครับ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 04 ม.ค. 2014, 11:52 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 07 มี.ค. 2013, 20:15
โพสต์: 91

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ทีนี้ผมตอบคุณโฮมาตลอด
คุณโฮช่วยตอบผมทีเถอะว่า
เอาเรื่องจิตเป็นอัตตามาจากไหน

หรือคุณคิดเอาเองครับ?
จะได้เลิกคุย ในเมื่อคิดเอาล่ะก็ เสียเวลาถกเปล่าๆ

คือถ้าจะถกกัน มันต้องมีที่มาที่ไปครับ คิดเองเออเองใครก็คิดได้ครับ


แก้ไขล่าสุดโดย cantona_z เมื่อ 04 ม.ค. 2014, 11:54, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 04 ม.ค. 2014, 11:53 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 ก.พ. 2010, 17:53
โพสต์: 4999

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


cantona_z เขียน:
อ้างคำพูด:
ตัวคำพูดของคุณ...............
"จิตไม่ได้เป็นอัตตาเวียนว่ายตายเกิด จิตเป็นไปตามพระไตรลักษณ์ คืออนิจจังทุกขังอนัตตา"
ประโยคแรก บอกว่า "จิตไม่เป็นอัตตาเวียนว่ายตายเกิด"
ฟังแล้วมันก็ตลกจริงๆนั้นแหล่ะ จิตไม่เป็นอัตตาทเวียนว่ายตายเกิด
แล้วอะไรที่มันเวียนว่าตายเกิดครับ
เพราะจิตมันเป็นอัตตา มันถึงได้เวียนว่ายตายเกิด


ก็ไม่มีอะไรเลยที่เป็นอัตตาไงครับ
ธรรมทั้งปวงเป็นอนัตตานะครับ
จิตดวงที่เกิดในชาตินี้ก็ไม่ใช่จิตดวงเดียวกับชาติที่แล้วนะครับ
แต่เพราะปัจจัยจากชาติที่แล้วคืออวิชชายังมี ปุญญาอปุญญาอเนญชาภิสังขารจึงมี
ปฏิสนธิวิญญาณอันมีเหตุจากด้านบนก็เกิดขึ้น
เหมือนไฟดวงนี้กับดวงถัดไป เกิดสืบต่อเนื่องกันแต่เป็นไฟคนละดวงกัน
แนะนำให้ไปศึกษาธัมมสันตติจากมิลินทปัญหาครับ


พวกแบบนี้แต่ดันไปหาว่าท่านพุทธทาสว่า ไม่เชื่อการคร่อมภพชาติ

ผมถามคุณสั้นๆเลย ถ้าจิตเป็นคนล่ะดวง (ความหมายของจิตในที่นี้ คือสิ่งที่การสืบต่อภพชาติ)
ถามหน่อยซิครับว่า.......ในวิชชา๓(ญาน) ที่ว่าด้วย....บุพเพนิวาสานุสสติญาณ ระลึกชาติ
มันจะเกิดได้อย่างไร


ไอ้ที่ว่าจิตเกิดดับ ท่านให้ความหมายว่า จิตที่มีต่อผัสสะ เมื่อเกิดผัสสะแล้วจิตที่มีต่อผัสสะก็ดับ
หมายความว่าผัสะดับหรืออาการณุ้นั้นดับไป


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 04 ม.ค. 2014, 11:58 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 07 มี.ค. 2013, 20:15
โพสต์: 91

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


คุณโฮควรหัดตอบคนอื่นบ้างนะครับ
อย่าถามอย่างเดียว


คุณถามผมเป็นสิบ ผมตอบคุณทุกคำถาม
ผมถามคุณ คุณไม่ตอบ
เสียมารยาทนะครับ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 04 ม.ค. 2014, 12:05 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 ก.พ. 2010, 17:53
โพสต์: 4999

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


cantona_z เขียน:
อ้างคำพูด:
แล้วบอกว่าจิตเป็นไปตามพระไตรลักษณ์
ถามคุณหน่อย....แล้วจิตของพระอรหันต์ เป็นไปตามพระไตรลักษณ์หรือ


เป็นสิครับ จิตพระอรหันต์ก็เกิดดับสืบต่อเช่นกัน ใครบอกคุณว่าจิตพระอรหันต์เที่ยงล่ะครับ
จิตพระอรหันต์เกิดดับสืบต่อ เป็นอนิจจัง
จิตพระอรหันต์ไม่มีอะไรที่เป็นตัวตนอัตตา ยังดำรงอยู่ได้เป็นสภาวะอนัตตา
จิตพระอรหันต์ทนอยู่ไม่ได้นาน เป็นสภาวะทุกขัง(ทุกขัง แปลได้ว่าทนอยู่ไม่ได้)


มั่วแล้วยัง จิตพระอรหันต์ เป็นอสังขตธรรม เป็นวิสังขาร
กฎแห่งพระไตรลักษณ์เป็นเรื่องของ....สังขตธรรม เป็นสังขาร

ผมยังไม่ได้บอกเลยว่า จิตพระอรหันต์เที่ยงหรือไม่เที่ยง
จิตพระอรหันต์ที่เป็น อสังขตธรรม เป็นอย่างไร
ก็ไปดู....พุทธจนที่ว่าด้วย....อสังขตลักษณะครับ

เพราะจิตของพระอรหันต์ เป็น วิสังขาร (ไม่ใช่สังขาร)
จิตของพระอรหันต์จึงไม่ได้ข้องเกี่ยวกับธรรมชาติที่เรียกว่า สังขตธรรม

สภาวะอนัตตา เป็นนิยามหรือคำจำกัดความที่บอกถึงลักษณะ
ของความเป็นธรรมชาติ จิตของพระอรหันต์ไม่ใช่อนัตตา แต่เป็นวิสังขารหรืออสังขตธรรม


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 04 ม.ค. 2014, 12:10 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 07 มี.ค. 2013, 20:15
โพสต์: 91

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


อ้างคำพูด:
มั่วแล้วยัง จิตพระอรหันต์ เป็นอสังขตธรรม เป็นวิสังขาร
กฎแห่งพระไตรลักษณ์เป็นเรื่องของ....สังขตธรรม เป็นสังขาร

ผมยังไม่ได้บอกเลยว่า จิตพระอรหันต์เที่ยงหรือไม่เที่ยง
จิตพระอรหันต์ที่เป็น อสังขตธรรม เป็นอย่างไร
ก็ไปดู....พุทธจนที่ว่าด้วย....อสังขตลักษณะครับ

เพราะจิตของพระอรหันต์ เป็น วิสังขาร (ไม่ใช่สังขาร)
จิตของพระอรหันต์จึงไม่ได้ข้องเกี่ยวกับธรรมชาติที่เรียกว่า สังขตธรรม



ตัวจิตพระอรหันต์ โลกุตตรจิต ๘ เจตสิก ๓๖ ยังเป็นสังขารธรรมครับ ไม่ใช่วิสังขาร
แต่สิ่งที่ถูกรู้ คืออารมณ์ของจิตพระอรหันต์ คือนิพพานอันนั้นเป็นวิสังขาร

จิตพระอรหันต์ แม้ละแล้วซึ่งกิเลส แต่ก็ยังตกอยู่ในสภาวะไตรลักษณ์ครับ
มีเกิดดับ ทนอยู่ไม่ได้นาน ไม่มีอัตตาตัวตนที่แท้จริง

เพราะคุณเห็นว่าจิตเป็นคนละอย่างกับวิญญาณขันธ์ไงครับ
ผมยกพุทธพจน์มาแสดงว่าจิตกับวิญญาณขันธ์เป็นตัวเดียวกัน
คุณก็ไม่เอาไม่ฟัง แล้วจะถกอะไรกันต่อล่ะครับ

อ้างคำพูด:
พวกแบบนี้แต่ดันไปหาว่าท่านพุทธทาสว่า ไม่เชื่อการคร่อมภพชาติ


ผมไม่ได้กล่าวหาครับ พุทธทาสกล่าวเอง
รูปภาพ


แก้ไขล่าสุดโดย cantona_z เมื่อ 04 ม.ค. 2014, 12:46, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง.

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 04 ม.ค. 2014, 12:10 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 ก.พ. 2010, 17:53
โพสต์: 4999

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


cantona_z เขียน:
คุณโฮควรหัดตอบคนอื่นบ้างนะครับ
อย่าถามอย่างเดียว


คุณถามผมเป็นสิบ ผมตอบคุณทุกคำถาม
ผมถามคุณ คุณไม่ตอบ
เสียมารยาทนะครับ


ผมไล่ตอบทุกความเห็นนั้นแหล่ะ เอาเป็นว่าคุณอยากถามอะไรถามมา
แต่อยากแนะนำ บางที่คุณอาจคิดว่า บางความเห็นของผมเป็นคำถาม
ที่แท้แล้วไม่ใช่ครับ......มันเป็นการโต้แย้งของผม และผมต้องการให้คุณไปดูเหตุผล
ถึงความเป็นไปได้หรือไม่ได้กับคำพูดที่คุณพูด.....นี่เป็นหลักการของการสนทนาธรรมครับ

ผมขอตัวก่อน..เอาเป็นว่า อยากถามอะไรถามมาครับ
แล้วผมจะเข้ามาตอบ เอาให้ได้ทุกประโยคเลยครับ
:b13:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 04 ม.ค. 2014, 12:11 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 07 มี.ค. 2013, 20:15
โพสต์: 91

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


เอาง่ายๆ
จิตกับวิญญาณขันธ์ เป็นคนละตัวกัน คุณเอามาจากไหนครับ

จิตเป็นอัตตา คุณเอามาจากไหนครับ


อ้างคำพูด:
ไอ้ที่ว่าจิตเกิดดับ ท่านให้ความหมายว่า จิตที่มีต่อผัสสะ เมื่อเกิดผัสสะแล้วจิตที่มีต่อผัสสะก็ดับ
หมายความว่าผัสะดับหรืออาการณุ้นั้นดับไป


เอามาจากไหนครับ แสดงที่มาด้วยครับ


จิตที่คุณโฮคิดว่าเป็นอัตตา มันจะต่างอะไรกับปรมาตมันล่ะครับ
พุทธศาสนาไม่มีปรมาตมันนะครับ

คำสอนหลวงตา อ่านแล้วต้องทำความเข้าใจดีๆนะครับ
ท่านเป็นพระป่า บางคำท่านใช้คนละแบบกับที่ใช้ในบัญญัติ ทำให้เข้าใจสับสน
เรื่องฐีติภูตังที่หลวงปู่วิริยังจดมาจากคำสอนหลวงปู่มั่นก็เช่นกัน
ไปอ่านที่หลวงพ่อพุธอธิบายแล้วจะเข้าใจมากขึ้นนะครับ

ย้ำอีกที พุทธศาสนาไม่มีปรมาตมัน และพวกเราก็ไม่ได้มาจากนิพพานครับ
อันนี้ผมพูดเผื่อไว้ก่อน ยังไม่มีในกระทู้นี้หรอก


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 04 ม.ค. 2014, 13:48 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 ก.พ. 2010, 17:53
โพสต์: 4999

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


cantona_z เขียน:
มันมีอะไรเวียนตายเวียนเกิดหรือครับ?
เพราะอวิชชาเป็นปัจจัย สังขารจึงมี
สังขารเป็นปัจจัย วิญญาณจึงมี
วิญญาณเป็นปัจจัย นามรูปจึงมี


มีพระธรรมอันเป็นปัญญาของพระพุทธองค์ ที่ว่าด้วย....
ปฏิจจสมุปบาท อิทัปปัจยตา และสังขาร
ธรรมที่พระพุทธองค์กล่าวถึง พระพุทธองค์ให้ความหมายว่า...
มันเป็นธรรมชาติ ถึงแม้จะมีพระพุทธองค์ถือกำเนิดมาหรือไม่
ธรรมชาติที่ว่า มันก็ยังคงอยู่ของมันเช่นนั้น

พุทธวจนนี้ ก็แสดงให้เห็นแล้วว่า จะมีจิตหรือไม่
ความเป็น ปฏิจจสมุบาท อิทัปัจจยตา และสังขาร
ก็ยังคงอยู่กับธรรมชาติ สรุปก็คือ จะมีจิตหรือไม่ ปฏิจจ์ฯ อิทัปปัจฯและสังขารก็ยังคงอยู่คู่กับธรรมชาติ

cantona_z เขียน:
ในชาติภพปัจจุบัน จิตก็เกิดดับทุกขณะอยู่แล้ว
เมื่อจุติจิตดับลง ปฏิสนธิจิตก็เกิดขึ้นด้วยมีอวิชชาเป็นเหตุปัจจัย
ไม่ได้มีจิตล่องลอยออกจากร่าง ไปเวียนตายเวียนเกิดนี่ครับ


คุณคันโทน่ากำลังมั่วครับ กำลังเอาเรื่องของสังขตธรรมมาปนกับปฏิจจสมุปบาท

ไอ้คำว่าปฏิสนธิ์ ถ้าใช้กับการเวียน ว่ายตายเกิด ต้องใช้กับปฏิจจสมุบาท
ความหมายก็คือ การปฏิสนธฺ์ของนามรูป

ส่วนไอ้คำว่าเกิดดับในความหมายของปฏิสนธิ์ มันเป็นสังขารหรือสังขตธรรมครับ
มันเป็นส่วนย่อยของนามรูป คือมีเหตุปัจจัยมาจากนามรูป ก็คือกายใจของบุคคลนั้นเอง

สังขตธรรมเป็นธรรมที่มีเหตุปํจจัยมาจาก ปฏิจจสมุปบาท ตามกฎแห่งอิทัปปัจจยตา
พระพุทธองค์ตรัสเรียกว่า ธรรมทิฐิติ ธรรมนิยาม


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 04 ม.ค. 2014, 14:07 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 ก.พ. 2010, 17:53
โพสต์: 4999

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


cantona_z เขียน:
อ้างคำพูด:
พุทโธ่! ภวังคจิต มันเป็นสภาวะที่จิตไม่มีวิถีจิต นั้นหมายความว่า
ทวารทั้งหกปิดหมด ไม่มีการกระทบ

ไอ้ทีคุณบอกว่า มโนวิญญาน ถ้ามีมโนวิญญาน มันจะเป็น ภวังคจิตได้ไง
แบบนี้มันเป็นอาการของคนนอนฝัน นอนหลับไม่สนิท

การนอนหลับสนิทที่เป็นภวังคจิต นั้นคือมโนทวารไม่มีการกระทบ คุณเข้าใจมั้ย

เอ่! มันชักจะยังไงๆแล้ว นึกว่ามาจากพาลถีบ จะเข้าใจพระไตรปิฎก(เห็นแย่งกันโพส)

เอาเป็นว่า เราอ้างพระไตรปิฎกให้น้อยๆหน่อยก็แล้วกัน
เพราะผมเห็นว่า มันจะทำให้ลงทะเลออกอ่าวไปไกล

จิตมันเป็นบัญญัติ คุณจะให้ความหมายมันอย่างไรก็ได้
แต่ความสำคัญคุณจะต้องบอกได้ว่า บัญญัติที่อ้าง เป็นสภาวใดในกายใจ

ปัญหาทั้งหมดทั้งมวล คุณต้องตอบให้ได้ว่า ในเมื่อคุณเอาจิตเป็นวิญญาน
ผมจึงถามคุณไงว่า ถ้าทวารปิดหมดจิตไปอยู่ที่ไหน แล้วทำไมทวารปิดหมดแล้ว
คนเราถึงมีชีวิตอยู่ได้


ไม่ใช่มัวไปว่า จิตเป็นภวังค์ แต่ยังมีมโนวิญญาน
มีมโนวิญญาน แบบนี้ทวารมันยังไม่ปิด จิตยังไม่เป็นภวังค์


ก็ถ้าไม่อ้างพระไตรจะอ้างอะไรล่ะครับ
ผมคิดเอาเอง คุณโฮคิดเอาเองหรือครับ


จะอ้างพระไตรปิฎก มันต้องอธิบายความด้วยครับ
ไม่ใช่มาโพสพระไตรปิฎกในลักษณะเหวี้ยงแห

แล้วไอ้คำพูดว่า..."ให้คิดเอาเอง"อะไรเนี่ย
คุณรู้จักการพิจารณาธรรมหรือเปล่าครับ
มันต้องใช้ปัญญาไปคิดในพุทธพจน์ว่า พระองค์กล่าวถึงสภาวะใด
ไม่ใช่เอาแค่คำศัพท์เหมือนกัน แบบนี้เขาเรียกว่าไม่ใช่ความคิดพิจารณาธรรมครับ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 04 ม.ค. 2014, 14:27 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 ก.พ. 2010, 17:53
โพสต์: 4999

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


cantona_z เขียน:

อ้างคำพูด:
ดูกรภิกษุทั้งหลาย จิตดวงแรกใดเกิดแล้วในอุทรมารดา วิญญาณ
ดวงแรกปรากฏแล้ว อาศัยจิตดวงแรก วิญญาณดวงแรกนั้นนั่นแหละเป็นความเกิดของสัตว์นั้น


พระสูตรที่ผมยกมาเมื่อตะกี้ก็แสดงให้เห็นนี่ครับว่า
แม้ร่างกายยังเป็นเพียงชิ้นเนื้อในครรภ์ วิญญาณก็ยังเกิดขี้นได้
ขณะนั้นมีวิถีจิตไหมล่ะครับ เป็นภวังคจิตไหมครับ
แล้ววิญญาณเกิดได้ยังไงล่ะครับ เกิดที่อายตนะไหนครับ


ก็ใช่ไงครับ วิญญานตัวนั้นเป็นธาตุรู้ในปฏิจจ์ฯ
มันมีเหตุปัจจัยมาจากสังขารในปฏิจจ์(ไม่ใช่สังขตธรรม)
ที่เรียกว่าวิญญาน คือจิตผู้รู้ รู้ที่ว่าก็คือรู้ รูปหรือเซลล์ที่รอการเจริญเติบโต ในขณะที่อยู่ในครรค์
ไม่ใช่รู้อายตนะภายนอก จนทำให้เกิดวิญญานหก

สรุปวิญญานในครรค์มารดาเป็นวิญญานในปฏิจจ์ฯ
ส่วนวิญญานของเด็กที่เกิดเป็นบุคคลแล้ว เรียกวิญญานหก เป็นสังขาร

นี่แหล่ะเป็นประเด็นที่อยากให้รู้ว่า เราใช้บัญญัติผิดที่ผิดทางหรือเปล่า
เอาบัญญัติที่ว่าด้วยจิต ไปตีความหมายซะเลอะเทอะไปหมด
จิตที่เป็นภวัคจิต มันก็คือวิญญาน(จิตรู้รูปในปฏิจจฯ) นามรูปในปฏิจจ์ฯเป็น อสังขตธรรม
ลักษณะของอสังขตธรรม ไม่เกิดดับแบบสังขตธรรม
อสังขตธรรมมีลักษณะ ไม่ปรากฏความเกิด ๑ ไม่ปรากฏความเสื่อม ๑
เมื่อตั้งอยู่ไม่ปรากฏความแปรปรวน ๑

http://www.84000.org/tipitaka/pitaka2/v ... 949&Z=3953


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 04 ม.ค. 2014, 14:47 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 ก.พ. 2010, 17:53
โพสต์: 4999

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


cantona_z เขียน:
ทีนี้ผมตอบคุณโฮมาตลอด
คุณโฮช่วยตอบผมทีเถอะว่า
เอาเรื่องจิตเป็นอัตตามาจากไหน

หรือคุณคิดเอาเองครับ?
จะได้เลิกคุย ในเมื่อคิดเอาล่ะก็ เสียเวลาถกเปล่าๆ

คือถ้าจะถกกัน มันต้องมีที่มาที่ไปครับ คิดเองเออเองใครก็คิดได้ครับ


คุณไม่ได้อ่านกระทู้เดิม ที่พาลถีบหรือครับ
เขาก็อธิบายไว้หมดแล้ว

ไม่เป็นไรสรุปให้ฟังสั้น ก็เป็นเพราะจิตไปยึดเอารูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญานไว้
โดยสภาวะของสังขตธรรมแล้ว มันเป็นธรรมชาติ มันเกิดตามเหตุปัจจัย
แต่เป็นเพราะจิตไปยึดสังขารในสังขตธรรมจนเกิดเป็นอาการของจิตที่เป็นโมหะ
ทำให้เกิดเป็นอุปาทาน ภพชาติ เป็นกองทุกข์หรือขันธ์ห้า
ตัวกองทุกข์ในปฏิจจ์หรือขันธ์ห้าในสังขตธรรมนี่แหล่ะ....อัตตา

อย่าลืมครับ ทุกสิ่งอย่างที่เกิดภายในกายใจเรา
ล้วนแล้วแต่เกิดจากการกระทำของจิต
สิ่งที่เกิดดับเป็นอาการของจิต ที่ไปยึดสังขตธรรม
เมื่อไปยึดสิ่งที่เกิดดับ มันจึงเกิดดับไปตามสิ่งที่ยึด


แนะนำครับ ปัญหาไม่ใช่อยู่ที่คิดไปเองหรือเปล่า เพราะเรากำลังโต้แย้งกันอยู่
การคิดไปเอง คิดถูกคิดผิด ไม่ใช่ปัญหา ความสำคัญมันอยู่เหตุผล
เห็นอีกฝ่ายผิดก็ต้องหาเหตุผลมาบอกว่า ที่ถูกเป็นอย่างไรผิดอย่างไร
นี่แหล่ะเรียกว่า การสนทนาธรรม


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 04 ม.ค. 2014, 15:02 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 ก.พ. 2010, 17:53
โพสต์: 4999

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


cantona_z เขียน:
คุณโฮควรหัดตอบคนอื่นบ้างนะครับ
อย่าถามอย่างเดียว


คุณถามผมเป็นสิบ ผมตอบคุณทุกคำถาม
ผมถามคุณ คุณไม่ตอบ
เสียมารยาทนะครับ


คุณไม่เข้าใจ คุณไม่ยอมพิจารณาความเห็นผมก่อนว่า ทำไมผมถึงพูด...เหมือนคำถาม
นั้นเป็นเพราะ ผมเห็นว่าความเห็นของคุณ มันเป็นไปไม่ได้
ผมจึงพยายามหาเหตุผล มาให้คุณพิจารณาว่า สิ่งที่คุณคิดมันเป็นไปได้มั้ย
.....ประเด็นก็คือ ผมเห็นว่าคำถามของคุณ มันไม่ตรงกับธรรมที่เป็นจริง
ก็เลยให้คุณไปพิจารณาหาเหตุผลว่าสิ่งที่คุณคิดมันถูกต้องมั้ย

ตัวอย่างเช่น คุณบอกว่า จิตกับวิญญานเป็นตัวเดียวกัน
ผมก็แนะให้คุณไปพิจารณา การนอนที่หลับสนิทไม่มีการกระทบของผัสสะ
แต่คุณดันตอบว่า ภวังคจิตมีผัสสะ นี่แสดงให้เห็นว่า คุณไม่เข้าใจคำว่า...
ไม่มีการกระทบของผัสสะ

ประเด็นของเรื่องคือ วิญญานเกิดจากผัสสะ ผมก็เลยให้คุณลองไม่มีสภาวะผัสสะ
ซึ่งในความเป็นจริงวิญญานย่อมเกิดไม่ได้ เมื่อไม่มีเหตุแห่งผัสสะ


ผมให้คุณไปดูสภาวะที่ไม่มีการกระทบของผัสสะ แต่คุณเถียงคนล่ะเรื่องว่า มีผัสสะ
คุณไปเพ่งแต่บัญญัติที่เป็นคำศัพท์ ไม่ไปพิจารณาสิ่งที่ผมบอกว่า ไม่มีผัสสะ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 04 ม.ค. 2014, 15:30 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 ก.พ. 2010, 17:53
โพสต์: 4999

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


cantona_z เขียน:
ตัวจิตพระอรหันต์ โลกุตตรจิต ๘ เจตสิก ๓๖ ยังเป็นสังขารธรรมครับ ไม่ใช่วิสังขาร
แต่สิ่งที่ถูกรู้ คืออารมณ์ของจิตพระอรหันต์ คือนิพพานอันนั้นเป็นวิสังขาร


ผมบอกคุณแล้วไงว่า มันแล้วแต่ว่า คุณจะกำหนดคำว่า"จิต" แล้วให้ความหมายมันอย่างไร
แต่ถ้าพูดถึงสิ่งเป็นพุทธพจน์ อันเกี่ยวข้องกับปรมัตถ์ คุณจะต้องอธิบายถึงที่มาของบัญญัติ
ที่มาก็คือสภาธรรมในกายใจ

ในพระอภิธรรมมัตถสังคหะ ท่านบัญญัติให้จิตมีความหมายเป็นไปในลักษณะของสังขาร
ซึ่งโดยแท้แล้วมันเป็นจิตของปุถุชนหรือจิตของผู้มีอวิชา ซึ่งท่านเป็นผู้รู้แล้ว จึงได้นำสิ่ง
นั้นมาพูดบอก มันเป็นตัวเราที่ต้องมีสมาธิแยกแยะว่า อะไรเป็นธรรมที่บอกถึงอวิชา
และอะไรเป็นธรรมที่เรียกว่า วิชชา

คุณบอว่า...โลกุตระจิต ผมก็เลยสงสัยครับว่า ในเมื่อเป็นโลกุตตระจิต(ธรรมเหนือโลก)
แล้วทำไม ถึงได้เป็นสังขารธรรมครับ คุณคันโทน่าคุณสับสนหรือเปล่า


ถ้าบอกว่าพระอรหันต์ ยังมีจิตและเจตสิกยังพอฟังได้ครับ
พระอรหันต์ยังมีรูปนาม ย่อมต้องมีจิตผู้รู้ครับ นั้นก็คือรู้การกระทบที่กาย
ส่วนเจตสิกที่ว่าก็คือ...อินทรีย์๕ได้แก่ สติอินทรีย์ ปัญญาอินทรีย์ สัทธาอินทรีย์
วิริยอินทรีย์และสมาธิอินทรีย์

อย่าหลงเอาจิตที่เป็นวิชชา ไปปนกับจิตที่เป็นอวิชาน่ะครับ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 04 ม.ค. 2014, 15:43 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 ก.พ. 2010, 17:53
โพสต์: 4999

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


cantona_z เขียน:

อ้างคำพูด:
พวกแบบนี้แต่ดันไปหาว่าท่านพุทธทาสว่า ไม่เชื่อการคร่อมภพชาติ


ผมไม่ได้กล่าวหาครับ พุทธทาสกล่าวเอง
รูปภาพ


อ่านเนื้อหาของท่านพุทธทาสแล้ว มันเป็นเพราะคุณไม่เข้าใจ
ท่านพุทธกำลังบอกว่า เมื่อก่อนท่านไม่รู้ท่านเรียนมา และสอนในลักษณะเข้าใจผิด

ความเข้าใจผิดของท่านก็คือ ท่านเอาสิ่งที่เป็นอวิชามาสอน
ซึ่งในความเป็นจริง จะต้องบอกในสิ่งนั้นด้วยว่า มันเป็นอวิชา มันเป็นทุกข์
จะต้องบอกผู้ที่ศึกษาด้วยว่า สิ่งนี้รู้เพื่อละ ไม่ใช่ให้ยึด

มันไม่ใช่ท่านพุทธทาส ไปปฏิเสธการเวียน ว่าย ตายเกิด
มันคนล่ะเรื่อง.....ปรามาสมั่ว


ในท่อนหลัง ท่านก็บอกว่า ปฏิจจ์ควบคุมได้ นั้นก็คือการปฏิบัติเพื่อละเหตุ
ที่ทำให้เกิดวงจรแห่งปฏิจจ์

เอาเป็นว่าคุณรู้หรือเปล่าว่า ที่เราปฏิบัติตามคำสอนของพระพุทธเจ้า
ก็เพื่อให้หลุดพ้นจากวงจรแห่งปฏิจจสมุปบาท มันจะได้ไม่ต้องมาเกิด


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 220 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2, 3, 4, 5 ... 15  ต่อไป

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

่กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร