วันเวลาปัจจุบัน 19 ต.ค. 2019, 19:30  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


กฎการใช้บอร์ด


รวมกระทู้จากบอร์ดเก่า http://www.dhammajak.net/board/viewforum.php?f=7



กลับไปยังกระทู้  [ 2 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 15 ก.ค. 2013, 18:38 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 พ.ค. 2010, 13:34
โพสต์: 1614

งานอดิเรก: ฟังเพลง และฟังธรรมตามกาลเวลา
สิ่งที่ชื่นชอบ: อภัยทาน
อายุ: 39
ที่อยู่: กรุงเทพมหานคร

 ข้อมูลส่วนตัว




อนิจจัง.jpg
อนิจจัง.jpg [ 22.4 KiB | เปิดดู 775 ครั้ง ]
:b20: ในยามวิกฤต เราจะรักษาใจให้เข้มแข็งได้อย่างไร
โดย พระพรหมบัณฑิต (ประยูร ธมฺมจิตฺโต)
:b20:

พระพุทธเจ้าสอนว่า ในยามปกติ ให้ดูใจของเราไว้ สร้างกระจกส่องใจ ทุกวันนี้เวลาแต่งตัวเรามีกระจกส่องหน้า แต่เราไม่เคยส่องใจของเราเอง กระจกส่องใจนี้ภาษาบาลีเรียกว่า ธรรมทาส แปลว่ากระจก คือ ธรรมะ เพ่งดูใจว่าตอนนี้เราเป็นอย่างไร

เมื่อเศรษฐกิจตกต่ำ ใจเราท้อถอยหรือหมดหวังหรือไม่ เมื่อถูกขัดขวางหรือกีดกันในที่ทำงาน เรายกธงขาวหรือยัง เมื่อใช้กระจกส่องใจแล้วเห็นว่า เรากำลังท้อแท้จนไม่อยากทำอะไรแล้ว เราจะปล่อยให้เป็นอย่างนั้นต่อไปไม่ได้ เพราะจะยิ่งแย่ไปกันใหญ่

เหมือนกับคนที่คิดฆ่าตัวตายก็เริ่มจากความหมดหวังท้อแท้ พอแยกตัวจากคนอื่นก็คิดมากอยู่คนเดียว ไม่ช้าไม่นานเขาจะคิดทำร้ายตัวเอง ที่เป็นเช่นนั้น เพราะเขาไม่รู้จักใส่เบรคช่วยตัวเอง นั่นคือสร้างกระจกส่องใจ ถ้าเห็นว่าจิตตก ต้องยกจิต ดังที่พระพุทธเจ้า ตรัสว่า

"ลีเน จิตฺตมฺหิ ปคฺคาโห เมื่อจิตตกให้ยกจิต" คือ ปลุกใจเราขึ้นมา

แต่ถ้าเกิดประมาทมัวเมา จิตฟุ้งซ่านเหินลอยเกินไป ท่านให้ข่มจิตลงมา ดังบาลีว่า "อุทฺธตสฺมึวินิคฺคโห เมื่อจิตเหินลอยฟุ้งซ่านให้ข่มลงมา"

วิธียกจิตและข่มจิตนี้ ปรากฏอยู่ในบทสวดมนต์ที่เป็น Magic คือคำมหัศจรรย์ในพระพุทธศาสนา นั่นคือ บทโพชฌังคปริตร ซึ่งเป็นบทสวดมนต์ที่คนเจ็บคนไข้ทั้งหลาย มักนิมนต์พระสงฆ์ไปสวดให้ฟังเพื่อให้หายจากโรคภัยไข้เจ็บ

บทโพชฌงค์นี้ ในสมัยพระพุทธเจ้ายังทรงพระชนม์อยู่ เป็นบทสวดมนต์ที่แปลก มีเรื่องบันทึกว่า ครั้งหนึ่งพระมหากัสสปะอาพาธหนัก พระพุทธเจ้าเสด็จไปเยี่ยมแล้ว สวดโพชฌงค์ให้ฟัง พระ มหากัสสปะหายจากอาพาธ อีกครั้งหนึ่งที่พระมหาโมคคัลลานะอาพาธหนักเหมือนกัน พระพุทธเจ้าเสด็จไปเยี่ยมแล้ว ก็สวดโพชฌงค์ให้ฟัง พระโมคคัลลานะหายจากอาพาธทันที มีอยู่ครั้งหนึ่งพระพุทธเจ้าประชวรเอง ทรงให้พระจุนทะ สวดโพชฌงค์ให้ฟัง แล้วหายประชวร ดังนั้นชาวพุทธจึงถือว่า เมื่อมีคนเจ็บไข้เขาจะนิมนต์พระไปสวดโพชฌงค์ให้ฟัง เพราะโพชฌงค์มีความเป็นมาน่าสนใจอย่างนี้

ปลุกปลอบใจด้วยโพชฌงค์ ๗*

ขั้นที่ ๑ ทำกระจกส่องใจ คือ เพ่งดูจิตใจสม่ำเสมอด้วยสติ ใช้สติเป็นกระจกส่องใจ ดูว่าสภาพของจิตใจในขณะปัจจุบันเป็นอย่างไร

ขั้นที่ ๒ เมื่อดูจิตใจแล้วเห็นว่าจิตตก หรือหมดกำลังใจ ให้ยกจิตขึ้น เรียกว่า ปัคคาหะ แปลว่า ยกจิต

ขั้นที่ ๓ ถ้าเห็นว่าจิตใจเหินลอยจนเหลิงเหมือนว่าวที่จะหลุดจากสายป่านให้ข่มจิต เรียกว่า นิคคหะ แปลว่า ข่มจิต

เราควรหมั่นใช้สติตรวจสอบตนเองในทุกสถานการณ์ ถ้าเห็นว่าจิตของเราตกมาก ให้ทำ ปัคคาหะ คือ ยกจิตด้วยธรรมวิจัย คือ พิจารณาหาคติธรรมมาสอนใจให้เกิดวิริยะ คือ ความขยันและกล้าหาญที่จะสู้กับความยากลำบากทั้งหลาย โดยมีความหวังจากปีติเป็นเครื่องหล่อเลี้ยงชะโลมใจ

ในเวลาใดเราเห็นว่าจิตเหลิงลืมตัวเพราะประสบความสำเร็จ ก็ให้ทำ นิคคหะ คือ ข่มจิตด้วย ปัสสัทธิ คือมีความสงบได้ดีแล้วไม่ลืมตัว ยังคงมีสมาธิมุ่งมั่นทำงานนั้นต่อไปไม่วอกแวก มี อุเบกขา คือไม่ตีโพยตีพายในเวลาตกต่ำ และไม่หลงระเริงในยามได้ดีมีสุข ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ก็ให้วางใจเป็นกลาง สงบนิ่งในทุกสถานการณ์ เหมือนเรื่องต่อไปนี้

เศรษฐีคนหนึ่งมีลูกชาย ๒ คน ก่อนตายเศรษฐีทิ้งมรดกมากมายไว้ให้ลูกชายทั้งสอง เมื่อสิ้นบิดาลูกชายทั้งสองตกลงแบ่งมรดกกันคนละครึ่ง แบ่งทุกอย่างจนมาถึงชิ้นสุดท้าย เป็นกล่องใบหนึ่ง เมื่อเปิดกล่องก็พบแหวนสองวง วงหนึ่งเป็นแหวนเพชร อีกวงหนึ่งเป็นแหวนทองเกลี้ยง ๆ มีรอยจารึกว่า "อิทัง อนิจจัง (สิ่งนี้ไม่เที่ยง)"

พี่ชายบอกตนควรจะได้แหวนเพชร เพราะเป็นแหวนประจำตระกูล น้องชายตกลงยกแหวนเพชรให้พี่ชาย พวกเขาแยกย้ายกันไปทำธุรกิจ คนทั้งสองมีชะตาชีวิตต่างกัน

เมื่อพี่ชายไปทำธุรกิจ ช่วงไหนเศรษฐกิจดี หุ้นขึ้นราคา เขาก็ลิงโลดดีใจ ช่วงไหนเศรษฐกิจตกต่ำ ราคาหุ้นตกเขาเครียดมาก ทำใจไม่ได้ ไม่นานก็เป็นโรคประสาท

ฝ่ายน้องชายก็ไปทำธุรกิจเช่นเดียวกัน ช่วงไหนเศรษฐกิจดี หุ้นขึ้นราคา เขาดูแหวนแล้วบอกกับตัวเองว่า "อิทัง อนิจจัง (สิ่งนี้ไม่เที่ยง)" ทำธุรกิจด้วยความไม่ประมาท

ช่วงไหนเศรษฐกิจตกต่ำ ราคาหุ้นตก เขามองไปที่แหวนแล้วบอกตัวเองว่า
"อิทัง อนิจจัง (สิ่งนี้ไม่เที่ยง)" เขาจึงไม่เครียดและไม่เป็นโรคประสาท
ธุรกิจของเขาอยู่ได้เพราะเตรียมเผชิญวิกฤตด้วยความไม่ประมาท

การที่น้องชายรอดมาได้เพราะเขาถือคำว่า
"อิทัง อนิจจัง (สิ่งนี้ไม่เที่ยง)" เป็นคำมหัศจรรย์ หรือ Magic word


:b20: :b20: :b20:


ขอบคุณที่มา :: คุณเสรี ลพยิ้ม ::
ในยามวิกฤต เราจะรักษาใจให้เข้มแข็งได้อย่างไร
:: โดย พระพรหมบัณฑิต (ประยูร ธมฺมจิตฺโต)


:b44: ♡✿(◕‿◕)✿♡ กราบอนุโมทนาบุญกับท่านผู้เจริญในธรรมและกัลยาณมิตรทุกท่าน ธรรมรักษา เทวดาคุ้มครอง ขอให้ท่านเจริญในธรรมยิ่ง ๆ ขึ้นไปนะเจ้าค่ะ ♡✿(◕‿◕)✿♡ :b8: :b8: :b8: :b20:

.....................................................
ธรรมอำนวยพร
ขอให้.....มีจิตที่รู้ ที่ตื่น ที่เบิกบาน (พุทธะ)
ขอให้.....ทำการงานด้วยความสุข (อิทธิบาทสี่)
ขอให้.....ขจัดทุกข์ได้ด้วยปัญญา (อริยสัจสี่)
ขอให้.....มีดวงตาที่เห็นความจริง (ไตรลักษณ์)
ขอให้.....เจริญยิ่ง ๆ ขึ้นไปด้วยไตรสิกขา (ศีล, สมาธิ, ปัญญา)
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 16 ก.ค. 2013, 17:14 
 
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ก.ย. 2012, 15:32
โพสต์: 1615


 ข้อมูลส่วนตัว


เป็นข้อธรรมที่งดงามและนำมาใช้ได้จริงค่ะ
ขออนุโมทนาบุญด้วยค่ะ :b8:


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 2 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 3 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร