วันเวลาปัจจุบัน 25 ก.พ. 2021, 12:24  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 5 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 03 ม.ค. 2013, 12:09 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ธ.ค. 2012, 10:07
โพสต์: 11


 ข้อมูลส่วนตัว


..ทุกข์เหมือนกันค่ะ..รอทุกเดือนน้ำตาซึมทุกเดือน
..ไม่เคยทำแท้งนะค่ะ..สุขภาพแข็งแรง .ใครมีคำแนะนำทางพุทธ ช่วยแนะนำด้วยนะค่ะ

ขอบคุณมากค่ะ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 04 ม.ค. 2013, 12:11 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ส.ค. 2010, 18:54
โพสต์: 615

สิ่งที่ชื่นชอบ: พระไตรปิฏก อรรถกถา
ชื่อเล่น: พุทธฏีกา
อายุ: 0
ที่อยู่: ดอยสัพพัญญู

 ข้อมูลส่วนตัว www


เลิกคอยเลิกหวัง มันก็คลายทุกข์ คลายโศก ปลดทรมานได้
ที่ทุกข์เพราะอยากมี และเสียใจที่ยังไม่มี สองความรู้สึกนี้
มันเรียกว่าเบียดเบียนทรมานกายใจตัวเองนะครับโยม.

ว่ากันว่าการเกิดเป็นมนุษย์นี่เป็นของยาก พูดกันเล่นๆ นะ
ถ้าเกิดจะมี ปฏิสนธิจิตดวงแรกในชาตินี้ภพนี้มาลงสู่ครรภ์
บางทีอาจเป็นเพราะความไม่พร้อมของสภาพร่างกาย (กรรม,อุตุ,อาหาร)
และสภาพของใจ(จิต) ไม่พร้อม คือจิตของพ่อของแม่
ยังทุกข์ยังร้อน อดไม่เป็น ทนไม่ได้

คืออด ต่อความปรารถนาที่อยากมีนั้นไม่ได้ และทนต่อ
ความไม่สมปรารถนานั้นไม่ได้ มันเลยเบียดเบียนกายใจ
ของตัวเองจน บางที ผลจากความทุกข์ความกังวลนั่นแหละ
เลยทำให้ สภาพร่างกาย คือพฤติกรรมการรับประทาน การหลับนอน
การพักผ่อนของคู่สามีภรรยา ถูกต้องเหมาะสมหรือไม่

อุตุหรืออุณหภูมิภายในร่างกาย ความเย็นความร้อนต่างๆ
เหมาะสมพอเหมาะพอดีหรือไม่ อาหารหรือยาต่างๆ ที่
รับประทานเข้าไปได้ไปขัดขวาง การเจริญครรภ์โดยปกติ
ตามธรรมชาติหรือเปล่า แ่ต่โดยหลักส่วนใหญ่ ถ้าจิตกังวล
จิตคอย จิตดิ้นรน มีสภาพทุกข์สภาพบีบคั้น นั่นหมายถึง
การส่งผลไปถึง ระบบเซล ระบบประสาท ระบบเลือด
ระบบเคมีในสมอง ในร่างกาย มีผลทำให้ พฤติกรรมต่างๆ
เช่นการรับประทานอาหาร การหลับนอน การทำงาน(ที่เครียด)
ความสมดุลของความร้อนเย็นในร่างกาย จนทำให้เจ็บป่วย
จากโรคภัยไข้เจ็บอื่นๆ ทั้งหมด มีสาเหตุเป็นเหตุให้
อาหารที่ดี กลายเป็นอาหารขยะ ยาดีกลายเป็นยาร้าย
พฤติกรรมก็ยิ่งแย่ ยิ่งซ้ำร้าย ทุกข์ทรมาน คอยถามว่าทำไมๆๆๆ
ตอกย้ำ ให้ทุกๆ ระบบในร่างกาย และจิตใจ ปฏิเสธต่อ
ความสุขโดยอัตโนมัติ! เลยทีเดียว

มาเดินทางสายกลางระหว่างรอ ได้ดูใน fb เป็นมุขนะครับ
ไม่อยากให้เครียด คือเขาบอกว่า คู่ครองคนรักของคุณโยม
กาละแมเป็นคนต่างชาติ กาละแมถามว่าเป็นคนชาติอะไร
คำตอบคือ ชาติหน้า! ...

ระหว่างรอ คุณโยมควรไป ทำบุญที่สถานเด็กกำำพร้า เด็กอ่อน
เด็กเล็ก พุทธฏีกาเอง อาตมาเอง ไม่มีลูก แต่ก็เหมือนมีลูก
เยอะแยะเลยทีเดียว ช่วงมาฆบูชา(กุมภา)ที่จะถึงนี้ กำลังจะหา
ขนมเสื้อผ้าเครื่องเีรียนเขียนอ่านไปให้เด็กบนดอย (ห้วยข้าวลีบ)
ดูชื่อจะลำบากขนาดไหน ขนาดข้าวยังลีบคิดดู..

ปกติจะนำไปแจกก่อนปีใหม่ หรือวันเด็กแต่ปีนี้ติด ผ้าป่าห้องน้ำ
จึงจะจัดหานำไปช่วงวิสาขะ ถือว่ามาบอกบุญคุณโยมให้ลอง
มีลูกที่ไม่ได้ให้กำเนิด ทีเดียวเป็นร้อยเป็นพันคน แบบพุทธฏีกา
ดูบ้างไหม ความสุขที่เราเห็น รอยยิ้มที่เราได้รับ ลองหาชิมลอง
เอาแถวๆ ในเมืองตามโรงพยาบาล สถานเด็กกำพร้าต่างๆ ก่อน
ก็ได้ เอาตามสะดวกตามสบายของเรา เพื่ออะไร

ก็เพื่อว่าจิตใจจะได้ไม่เศร้าหมอง ไม่รอคอย บีบคั้นกดดันจน
เป็นผลต่างๆ ของทั้งเราและคนรัก จนต่างฝ่ายต่างไม่มีความสุข
พอลอง ได้ให้ทาน ให้ความสุข หล่อเลี้ยงชีวิตน้อยๆ จนจิตใจ
ของคุณโยมมีคุณภาพ มีความสุขมากพอ กินอาหารอาจไม่ดีมาก
พอเข้าปากก็กลายเป็น อาหารโอชารส พฤติกรรมการหลับนอน
การทำงาน สุขภาพต่างๆ ก็จะกลับมาดี เมื่อเรามีกำลังจิตกำลังใจ
ไปในทางที่ดี นี่แหละทางสายกลาง ไม่ต้องรอที่จะทุ่มเทความรัก
อยากได้อยากมี เหมือนคนอื่น ยังมีเด็กที่ขาดความเอาใจใส่ดูแล
มีเด็กที่ไม่มีพ่อไม่มีแม่ ซึ่งเด็กจะดีจะแย่ ก็ขึ้นอยู่กับหลายๆ เหตุ
หลายๆ ปัจจัยจะนำทางชีวิตเขาไป เป็นคนดีของสังคม หรือเป็น
ปัญหาให้กับสังคม นะครับ ลองมาทำความพร้อม รักษากายรักษาใจ
ของตัวเราเอง ให้พฤติกรรม(ทำงาน,รับประทาน,การหลับนอนพักผ่อน)
จิต,อุตุ,อาหาร เป็นไปในลักษณะที่ทำให้ตัวเราเองจิตใจเราเอง
มีความสุข ระหว่างรอ คาดหวังแต่ไม่ใช่เค้นบังคับ ต้องเตรียมพร้อม
สถานการณ์(ของกายใจคนสองคน)ให้พอเหมาะพอดีก่อน

รอคอยแต่ไม่งอมืองอเท้า (คือทำบุญทำกุศล ให้ทาน แบ่งปันความสุข)
และแม้จะเป็นตลกร้ายจริงๆ ถึงลูกเราจะเป็นคนต่างชาติ!

แต่เชื่อเถอะ ความสุขจากการพอใจในสิ่งที่ตนเองมี ไม่ง้อโชคชะตา
ไม่น้อยใจในวาสนา จะทำให้คุณโยมกลับได้พบความสุขที่แท้จริง
ได้ยิ่งกว่า ในไม่ช้าไม่นาน เอาใจช่วยนะครับ เจริญพร.

.....................................................
39777.กฎกติกา มารยาท และบทลงโทษ ในการใช้บอร์ด

42529.สีลัพพตปรามาส - สีลัพพตุปาทาน (สมเด็จพระญาณสังวรฯ)
44772.e-Book สัมมาทิฏฐิ ตามพระเถราธิบายของท่านพระสารีบุตรเถระ
พระไตรปิฎกมาแล้ว อรรถกถาอยู่ตรงไหน ตอนที่ 1 (ลานธรรมเสวนา)
พระไตรปิฎกมาแล้ว อรรถกถาอยู่ตรงไหน ตอนที่ 2 (ลานธรรมเสวนา)


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 04 ม.ค. 2013, 20:59 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ธ.ค. 2012, 10:07
โพสต์: 11


 ข้อมูลส่วนตัว


..ดิฉันขอขอบคุณพระคุณเจ้า พุทธฏีกา..
..จะยึดไว้เป็นแนวทางปฏิบัติต่อไปค่ะ..

ขอบพระคุณค่ะ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 17 ก.พ. 2013, 11:55 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ก.พ. 2013, 11:46
โพสต์: 137


 ข้อมูลส่วนตัว


wipaporn_18 เขียน:
..ทุกข์เหมือนกันค่ะ..รอทุกเดือนน้ำตาซึมทุกเดือน
..ไม่เคยทำแท้งนะค่ะ..สุขภาพแข็งแรง .ใครมีคำแนะนำทางพุทธ ช่วยแนะนำด้วยนะค่ะ

ขอบคุณมากค่ะ


บางครั้งการคิดว่าเป็นเวรกรรมก็ช่วยให้เราปลงได้บ้างนะคะ ชาติก่อนเราอาจเคยทำแท้ง
หรือเคยทอดทิ้งลูกชาตินี้จึงมีลูกยาก เวรกรรมจริงๆนะคะ บางคนไม่อยากมีแต่ก็มาหัวปีท้ายปี
แต่ก็ยังเอาลูกไปทิ้งขยะ ทิ้งข้างทาง หรือไม่ก็ทำแท้ง บางคนอยากมีแทบขาดใจแต่ก็ไม่มี
ซะที ทุกข์ไปก็ไม่ใช่ว่าจะมี อย่าทุกข์ดีกว่าค่ะ รอเวลาเท่านั้น บางทีเขาอาจมาเกิดตอนที่เรา
เลิกหวังจนลืมไปแล้วก็ได้นะคะ ทำใจให้สดชื่นดีกว่าค่ะ ยิ่งทุกข์ยิ่งแกไวนะคะ :b45:

.....................................................
อันความกรุณาปราณี จักมีใครบังคับก็หาไม่ หลั่งมาเองดั่งน้ำทิพย์ชโลมใจ จากฟากฟ้าสุลาลัยสู่แดนดิน
มอง...ข้างหน้า ให้เป็นความหวัง มอง...ข้างหลัง ให้เป็นบทเรียน มอง...สิ่งที่มัน หมุนเวียน เพื่อยอมรับ...การเปลี่ยนไป


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 19 ก.พ. 2013, 16:39 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ต.ค. 2012, 19:33
โพสต์: 117


 ข้อมูลส่วนตัว


คุณ wipaporn_18 ค่ะ ลองอ่านประสบการณ์ของดิฉันดูนะค่ะ
แล้วใช้วิจารณญาณดู....ประสบการณ์นี้เกิดขึ้นกับตัวดิฉันเอง

ดิฉันแต่งงานกับสามี 10 ปี ไม่เคยคุมกำเนิดด้วยวิธีใดเลย
เพราะคิดว่าแต่งแล้ว ถ้ามีก็มีเลย ไม่ได้วางแผนรอปีนั้น ปีนี้

ตอนแรกไม่คิดอะไรมากนัก พออายุเฉียดเข้าเลข 3 ก็คิดมากทำอย่างไรดี
ถ้าเข้าเลข3ไปแล้ว เราเลี่ยงเขาไม่โตแน่เลย
ที่ไม่มีก็ไม่รู้สาเหตุเพราะไม่กล้าไปปรึกษาหมอ ...
กลัวคำตอยสุดท้าย...คุณเป็นหมัน อะไรประมาณนี้

ก็ให้บังเอิญ...หรือถึงเวลาที่ลูกต้องมาเกิดไม่รู้
ได้มีโอกาศกลับไปพักผ่อนที่บ้านต่างจังหวัด ..ก็เลยคิดกันเล่นกับแฟนว่า
เราไปขอทหารเอกแม่ย่า มาเป็นลูกสักคนดีมั๊ย (เป็นลูกสาวแม่ย่าโมค่ะ)
คิดปุ๊บก็ลงมือปฏิบัติเลย ...ดอกบัว 16 ดอก ธูป 16 ดอกไปบอกแม่ย่าตามที่คิดกัน

แล้วก็เดินทางกลับที่ทำงาน...กลับมานอนก็ฝันว่ามีคุณยายคนหนึ่ง(ไม่ใช่แม่ย่า)มาบอกว่า
หลังจากนอนกับแฟนแล้ว 3 วันให้เอามะขามเปียกกับเกลือไปถวายแม่ย่า
ตื่นมาก็ไม่เชื่อหรอกค่ะ ...เพราะคงเป็นอุปาทาน...ปรุงแต่งของเราเองเพราะเราอยากมี

ผ่านไป 2 เดือน ก็มีอาการเหมือนคนป่วย..ปวดหัวก็ไม่ใช้ เป็นไข้ก็ไม่
เป็นอยู่หลายวันก็เลยไปหามอ ....หมอก็ซักประวัติ โน่นนั่นนี่ตามธรรมเนียม
รอบเดือนมาตรงมั๊ย ...ขอตรวจปัสวาวะ ..เอ้าก็ตรวจ

สักพักหมอเดินมา ...รอบเดือนคุณมาครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่?.
ผลตรวจปัสาวะ บอกว่าคุณตั้งครรภ์นะค่ะ ....อุย!!ตกใจ...ไม่เชื่อ..ไม่กล้าดีใจ
เพราะแบบนี้เราเป็นบ่อย..รอบเดือนไม่มา2-3เดือนไปตรวจก็ปกติ

กลับมาบ้าน...ก็มานั่งคิดว่า เอ...ช่วงที่ป่วยนี่ทำใมเราถึงกินมะขามเปียกจิ้มเกลือ
(ถึงกับพกไปออฟฟิตที่ททำงาน)
ก็นึกถึงความฝันของตัวเอง .........ผ่านไป 2อาทิตย์ด้วยความกระวนกระวาย
หมอให้ไปตรวจซ้ำ...เพื่อยืนยันผล ......ผลคือตั้งครรภ็ได้ 2เดือนแล้ว

เป็นเช่นนั้นค่ะที่ไปขอแม่ย่ามา...ได้ลูกชายแต่จะบอกคุณว่า
มักมีคำพูดว่า ลูกขอนั้นเลี้ยงยาก ....ดื้อสุดๆ...

แต่ดิฉันไม่ใช่ค่ะ ตอนนี้ลูกชายอยู่ ม.1 เป็นเด็กสุขุม...นิ่ง แต่เป็นเด็ก Eco สูงค่ะ
เลือกคบเพือ่น ...รูปร่างสูงโป่งชอบศึกษาเรื่องปืน ชีวิตนี้อยากเป็นทหาร...หรือตำรวจเท่านั้น
หากสอบเข้า 2 หน่วยงานนี้ไม่ได้ ...แล้วจะสอบอย่างอื่นให้ตามที่แม่ขอ
เมื่อคนแรกมา คนที่ สองก็ตามมาเร็วค่ะ ผู้ชายทั้งคู่ (คนที่สองไม่ได้ขอค่ะมาเอง)

อันที่จริงดิฉันไม่เคยคิดที่จะขอ.... ไม่เช่นนั้นคงไม่ปล่อยให้ล่วงเลยมาจนถึง 10 ปี
ลองดูนะค่ะ...อยู่ที่ความเชื่อและความศรัทธา


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 5 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 5 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร