วันเวลาปัจจุบัน 21 ก.ย. 2019, 02:21  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 2 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 03 ก.พ. 2013, 12:30 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ก.ย. 2010, 20:29
โพสต์: 4874

แนวปฏิบัติ: พิจารณากาย
สิ่งที่ชื่นชอบ: มณีรัตน์,พระผู้เป็นดั่งผ้าขี้ร้วห่อทอง
อายุ: 34

 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ

ประวัติและผลงาน
หม่อมเจ้าหญิงพูนพิศมัย ดิศกุล

ชาวพุทธตัวอย่าง
ผู้ร่วมก่อตั้งและองค์ประธานองค์การพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก



ประวัติทั่วไป

หม่อมเจ้าหญิงพูนพิศมัย ดิศกุล
เป็นธิดาในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ
กับ หม่อมเฉื่อย ดิศกุล ท.จ.
ประสูติเมื่อวันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๓๘ ณ วังสามยอด

รูปภาพ
สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ
กับพระธิดาทั้ง ๓ คือ หม่อมเจ้าหญิงพูนพิศมัย (ยืน)
หม่อมเจ้าหญิงพิไลยเลขา และหม่อมเจ้าหญิงพัฒนายุ



ประวัติด้านการศึกษาและวิทยฐานะ

ได้ทรงศึกษาภาษาไทยชั้นต้นกับคุณหญิงวิทยาปรีชามาตย์ (อ่อง)
และข้าราชการผู้ทรงคุณวุฒิอีกบางท่าน และทรงศึกษาภาษาอังกฤษและฝรั่งเศส
กับครูสตรีชาวต่างประเทศเจ้าของภาษานั้นๆ

นอกจากทรงศึกษาความรู้รอบตัวจากพระบิดา
และจากสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์แล้ว
ยังทรงศึกษาวิชาสำหรับกุลสตรีจากสมเด็จเจ้าฟ้านิภานภดลอีกด้วย

หม่อมเจ้าพูนพิศมัย ดิศกุล ทรงศึกษาวิชาประวัติศาสตร์ไทย
และพระพุทธศาสนาจนทรงรอบรู้แตกฉานอีกด้วย

พ.ศ. ๒๕๑๐ มหาวิทยาลัยค็องกุ๊ด นครโซล ประเทศเกาหลี
ได้ถวายปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ทางปรัชญา
ในฐานะที่ทรงบำเพ็ญประโยชน์เพื่อศาลติของมวลมนุษยชาติ

พ.ศ. ๒๕๒๒ วันที่ ๒๔ พฤษภาคม ได้รับพระราชทานปริญญา
อักษรศาสตร์ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย


การทำงานและผลงานสำคัญ

รูปภาพ

ตำแหน่งและหน้าที่

๑. เมื่อ พ.ศ. ๒๔๘๙ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๘
โปรดเกล้าให้เป็นพระอาจารย์ถวายความรู้เกี่ยวกับพงศาวดารไทย

๒. ท่านได้ดำรงตำแหน่งนายกพุทธสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์
นับเป็นสตรีคนแรกที่ได้รับเกียรตินี้

๓. เป็นองค์ประธานองค์การพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลกท่านหญิงพูนพิสมัย ดิสกุล
ทรงประกอบภารกิจไม่น้อยให้วงการพระพุทธศาสนาทั้งภายในประเทศและนานาประเทศ

งานการประพันธ์

รูปภาพ

๑. วรรณกรรมที่สร้างเกียรติยศชื่อเสียงได้แก่ บทนิพนธ์เรื่อง “ศาสนคุณ”
ได้รับพระราชทานรางวัลที่ ๑ เมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๒ ทรงแสดงอักษรศิลป์
ให้ผู้อ่านหนังสือเล่มนี้เลื่อมใสศรัทธาประสาทะในพระพุทธศาสนาอย่างยิ่ง

๒. วรรณกรรมที่แพร่หลายในวงการ ได้แก่ ชุมนุมพระนิพนธ์เรื่อง “ประเพณีไทย”

๓. สารคดีที่ทรงแต่งได้แก่ โลกเก่า โลกใหม่ ไปลังกาทวีป และตำรากับข้าว
นอกจากนี้ตอนปลายพระชนชีพได้ทรงพระนิพนธ์อีก ๒ เล่มคือ
เล่มแรกบรรจุประวัติบุคคลสำคัญ และสารคดีในแหล่งต่างๆ ได้ ๓๖ บทหรือ ๓๖ เรื่อง
เล่มที่สองมีเนื้อหาสาระเช่นเดียวกับเล่มแรกอีก ๖๕ เรื่อง
โดยทั้งสองเล่มชื่อว่า “ชุมนุมพระนิพนธ์”


ปัจฉิมกาล

คุณธรรมที่เป็นแบบอย่าง

๑. ท่านเป็นผู้มีความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาและมีพระวิริยะอุตสาหะ
ในการงานที่เกี่ยวข้องกับการเผยแผ่และช่วยดำรงพระพุทธศาสนาอย่างดีเยี่ยม

๒. ท่านเป็นแบบอย่างของผู้หญิงที่ทรงเผยแผ่พระพุทธศาสนา มีพระจริยางดงามเหมาะสม
อีกทั้งใช้โอกาสที่ดีที่ได้เดินทางไปต่างประเทศ พบผู้คนมากมายนั้นให้เกิดประโยชน์
ประกอบภารกิจใหญ่น้อยให้วงการพระพุทธศาสนาทั้งภายในและภายนอกประเทศ
จนได้รับปริญญาเอกสาขาปรัชญาจากมหาวิทยาลัยดองกุก ประเทศเกาหลี
แสดงถึงการได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ

๓. พระจริยาวัตรส่วนพระองค์ก็งดงามสมเป็นอุบาสิกา เป็นหนึ่งในชาวพุทธตัวอย่างแห่งยุคสมัย

ในช่วงปลายพระชนม์ชีพทรงพักผ่อนด้วยโรคพยาธิ ณ ตำหนักเดิม ถนนหลานหลวง
จนพระชนมายุได้ ๙๔ พรรษา และท่านถึงชีพิตักษัยเมื่อวันที่ ๑๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๓๓


:b47: :b47:


ที่มาข้อมูลและภาพ
๑) http://th.wikipedia.org/wiki/หม่อมเจ้าพูนพิศมัย ดิศกุล
๒) http://mediacenter.mcu.ac.th/data/caipy ... nit4-7.php
๓) http://www.dharma-gateway.com/ubasika/u ... ssamai.htm
๔) https://sites.google.com/site/kaanlearn ... h-tawxyang

.....................................................
"เกิดดับ..เกิดแล้วไม่ดับไม่มี"


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 03 ก.พ. 2013, 12:41 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ก.ย. 2010, 20:29
โพสต์: 4874

แนวปฏิบัติ: พิจารณากาย
สิ่งที่ชื่นชอบ: มณีรัตน์,พระผู้เป็นดั่งผ้าขี้ร้วห่อทอง
อายุ: 34

 ข้อมูลส่วนตัว


องค์การพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก
(The World Fellowship of Buddhists)


ประวัติการก่อตั้ง

ดร. มาลาลาเสเกรา (MALALASEKERA) นักศึกษาบาลีผู้มีชื่อเสียงชาวศรีลังกา
เป็นผู้ริเริ่มและผลักดันให้เกิดความคิดเชิญประชุมบรรดาชาวพุทธให้ร่วมกัน
ตั้งองค์การโลกขึ้นปรากฏว่าความคิดนี้ ได้รับความสนใจมากเกินความคาดหมาย
บรรดาผู้แทนชาวพุทธทั้งหลายจากเอเชีย ยุโรป และอเมริกาเหนือ ต่างตอบรับ
และไปร่วมประชุมกันที่กรุงโคลัมโบ ประเทศศรีลังกา ถึง ๑๒๙ คน จาก ๒๗ ประเทศ
โดยไม่เน้นประเทศศรีลังกา ซึ่งเป็นเจ้าภาพ

ณ ที่นั้น องค์การพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก (พ.ส.ล.)
ก็ได้ถือกำเนิดขึ้นเมื่อวันที่ ๒๕ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๔๙๓
นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่พุทธศาสนิกชนแทบทุกนิกายในโลก
ไม่ว่าจะเป็นเถรวาท มหายาน หรือวัชรยาน ต่างไปพบปะร่วมประชุมปรึกษา
ร่วมแรงร่วมใจ และตั้งปณิธานร่วมกันในอันที่จะส่งเสริมพุทธศาสนา
โดยไม่ถือเอาลัทธิธรรมเนียมใดๆ เป็นเครื่องกีดกั้น
ที่ประชุมได้ลงมติก่อตั้งองค์การพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก
และได้อนุมัติธรรมนูญขององค์การฯ ขึ้น
เพื่อใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติงานร่วมกันต่อไป

องค์การนี้เรียกเป็นภาษาไทยว่า “องค์การพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก”
ใช้อักษรย่อว่า “พ.ส.ล.”
เรียกชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า “THE WORLD FELLOWSHIP OF BUDDHISTS”
ใช้อักษรย่อว่า “THE WFB”


วัตถุประสงค์

๑. ส่งเสริมสนับสนุนให้มวลสมาชิกรักษาศีลและปฏิบัติธรรม ตามคำสั่งสอน
ของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าโดยเคร่งครัด

๒.เสริมสร้างความสามัคคี ความเป็นปึกแผ่น และภราดรภาพในหมู่พุทธศาสนิกชน

๓.เผยแผ่หลักธรรมอันบริสุทธิ์ประเสริฐของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าก่อตั้ง
และดำเนินกิจกรรมทั้งหลายอันเป็นประโยชน์ในด้านสังคม การศึกษา วัฒนธรรม และมนุษยธรรม

๔. ดำเนินงานเพื่อเสริมสร้างสันติภาพและความสามัคคีกลมเกลียวในหมู่มนุษย์
และความผาสุกให้แก่มวลชน ตลอดจนทำให้ความร่วมมือกับองค์การอื่นๆ
ซึ่งประกอบกิจการที่มีความมุ่งหมายอย่างเดียวกัน


ที่ตั้งของสำนักงานใหญ่

เดิมให้ตั้งสำนักงานใหญ่ขององค์การพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก
ในประเทศที่อยู่ของประธานองค์การ ประธานองค์การคนแรกคือ ดร. มาลาลาเสเกรา
เป็นชาวศรีลังกา สำนักงานใหญ่ พ.ส.ล. จึงตั้งอยู่ที่กรุงโคลอมโบ

อีก ๘ ปีต่อมา คือ พ.ศ. ๒๕๐๑ นายอู จัน ทูน ชาวพม่า เป็นประธานองค์การฯ
สำนักงานใหญ่ก็ย้ายไปอยู่ที่เมืองย่างกุ้ง (RANGOON)
ต่อมาเกิดการปฏิวัติขึ้นในประเทศพม่าเมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๖ นายอู จัน ทูน
จึงส่งโทรเลขมายังประเทศไทย ขอให้รับช่วงกิจการของ พ.ส.ล. ต่อไป
สำนักงานใหญ่ พ.ส.ล. จึงตั้งอยู่ที่กรุงเทพฯ นับแต่ พ.ศ. ๒๕๐๖ เป็นต้นมา

ในปี พ.ศ. ๒๕๑๒ ที่ประชุมใหญ่ของ พ.ส.ล. ได้มีมติให้กรุงเทพฯ
เป็นที่ตั้งถาวรของสำนักงานใหญ่ พ.ส.ล.
และเลือกหม่อมเจ้าพูนพิศมัย ดิศกุล เป็นองค์ประธานโดยมติเป็นเอกฉันท์
ต่อมาใน พ.ศ. ๒๕๒๗ ฯพณฯ สัญญา ธรรมศักดิ์ จึงได้รับเลือกให้เป็นประธานองค์การฯ

ในปัจจุบันประธานองค์การ พ.ส.ล. คือ นายแผน วรรณเมธี เลขาธิการสภากาชาดไทย
ผู้ได้รับเลือกตั้งในการประชุมใหญ่ขององค์การ ครั้งที่ ๒๐ ที่ประเทศออสเตรเลีย เมื่อปลายปี ๒๕๔๑

ปัจจุบัน สำนักงานใหญ่องค์การพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก
ตั้งอยู่เลขที่ ๖๑๖ ในอุทยานเบญจสิริ สุขุมวิท ๒๔
แยกซอยเมธีนิเวศน์ เขตคลองเตย กรุงเทพฯ ๑๐๑๑๐
โทรศัพท์ ๐๒ ๖๖๑๑๒๘๔-๗ โทรสาร ๐๒ ๖๖๑-๐๕๕๕


ภารกิจหลักขององค์การพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก

ภารกิจหลักของ พ.ส.ล. คือ การเผยแผ่พระพุทธศาสนาและการส่งเสริมความเป็นปึกแผ่น
และสามัคคีธรรมของชาวพุทธทั่วโลก รวมทั้งจัดกิจกรรมอื่นๆ
เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ขององค์การฯ
ขณะนี้ พ.ส.ล. มีศูนย์ภาคีอยู่ ๑๖๔ ศูนย์ ใน ๓๘ ประเทศในทุกทวีปของโลก
ศูนย์ภาคีเหล่านี้คือองค์กรเผยแผ่พระพุทธศาสนาของ พ.ส.ล.
ดังเช่นในประเทศไทย ก็มีพุทธสมาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์
ยุวพุทธิกสมาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ สมาคมพุทธบริษัทไทย-จีนประชา
มูลนิธิธรรมกาย สมาคมธรรมประทีป พุทธสมาคมจังหวัดนครปฐม
พุทธสมาคมจังหวัดชลบุรี มูลนิธิหลวงพ่อวิริยังค์ สิรินธโร มูลนิธิพุทธธรรม
เปรียญธรรมสมาคมแห่งประเทศไทยในพระราชูปถัมภ์ มูลนิธิสิรินธรราชวิทยาลัยในพระราชูปถัมภ์
ซึ่งล้วนแต่เป็นองค์กรเผยแผ่พระพุทธศาสนาและส่งเสริมการปฏิบัติธรรมทั้งสิ้น
ในนานาประเทศ พ.ส.ล. ก็มีองค์กรพุทธซึ่งเป็นศูนย์ภาคีเหมือนกัน
พ.ส.ล. สนับสนุนศูนย์ภาคีในการประกอบกิจกรรมต่างๆ อย่างเต็มที่
เพื่อเผยแผ่พระพุทธศาสนา การปฏิบัติธรรม และเพื่อสวัสดิภาพของมนุษยชาติ


หน้าที่ของ พ.ส.ล. ก็คือ ให้แนวทางปฏิบัติตามมติของที่ประชุมใหญ่
และประสานงานกับศูนย์ภาคีต่างๆ ทั่วโลก
ทั้งนี้ โดยให้ผู้แทนของศูนย์ภาคีต่างๆ จะเข้าร่วมประชุมใหญ่ทุก ๒ ปี
เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ ความคิดเห็น และประสบการณ์ซึ่งกันและกัน
และพิจารณาออกมติต่างๆ เพื่อถือเป็นแนวทางปฏิบัติร่วมกัน
โดยวิธีนี้ พ.ส.ล. เห็นว่าจะเป็นการเสริมสร้างความเป็นปึกแผ่น
และสามัคคีธรรมในหมู่ชาวพุทธทั่วโลกอย่างต่อเนื่องตลอดไป

:b50: :b50:


ที่มาข้อมูล
http://www.morals.in.th/index.php

.....................................................
"เกิดดับ..เกิดแล้วไม่ดับไม่มี"


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 2 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร