วันเวลาปัจจุบัน 25 ต.ค. 2020, 04:01  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 34 โพสต์ ]  ไปที่หน้า 1, 2, 3  ต่อไป  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 24 มิ.ย. 2012, 18:28 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 03 ธ.ค. 2011, 21:40
โพสต์: 952


 ข้อมูลส่วนตัว


มีคำถามมาให้ตอบกันอีกและ บอร์ดจะไดไม่เงียบ :b12:
จิต เป็นเช่นไร / จิต เกิดดับอย่างไร / จิตหลุดพ้น เป็นอย่างไร (ไม่ใช่จากอะไรนะครับ)
/จิตมั้ยที่เข้านิพพาน / ทำไมในพระไตรปิฏกจึงยังใช้คำว่า จิตของเรา ครับ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 24 มิ.ย. 2012, 20:10 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ก.พ. 2012, 12:27
โพสต์: 2372

แนวปฏิบัติ: ปฏิจจสมุปบาท และกรรมฐาน
งานอดิเรก: สวดมนต์รภาวนา
อายุ: 27

 ข้อมูลส่วนตัว


ไปยกพระไตรปิฎกมาอ้างอิงด้วยสิ เพราะปกติไม่เคยจำพระไตรปิฎกได้เลย นอกจากเอามากางให้อ่าน พูดลอยๆแบบนี้มันไม่ใช่วิสัยทัศของนักปฏิบัติธรรม จะได้ตีความในพระไตรปิฎกได้ ไม่อยากให้ใคร กล่าวอ้างพระไตรปิฎกแบบลอยๆ ธรรมของพระพุทธองค์ต้องมีที่มาที่ไป :b6:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 24 มิ.ย. 2012, 22:49 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 03 ธ.ค. 2011, 21:40
โพสต์: 952


 ข้อมูลส่วนตัว


เอาข้อมูลเพิ่มไป ตัดมาบางส่วนครับ

สิ่งที่เรียกกันว่า "จิต" ก็ดี ว่า "มโน" ก็ดี ว่า "วิญญาณ" ก็ดี นั้น ดวงอื่น
เกิดขึ้น ดวงอื่นดับไป ตลอดวัน ตลอดคืน.

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย
! เปรียบเหมือน วานร เมื่อเที่ยวไปอยู่ในป่าใหญ่ ย่อม
จับกิ่งไม้ : ปล่อยกิ่งนั้น จับกิ่งอื่น ปล่อยกิ่งที่จับเดิม เหนียวกิ่งอื่น เช่นนี้เรื่อย ๆ ไป,

ข้อนี้ฉันใด

; ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย! สิ่งที่เรียกกันว่า "จิต" ก็ดี ว่า "มโน" ก็ดี
ว่า "วิญญาณ" ก็ดี นั้น ดวงอื่นเกิดขึ้น ดวงอื่นดับ ไป ตลอดวัน .

และ
[๑๖๙] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้สิ้นอาสวะแล้ว อยู่จบพรหมจรรย์แล้ว
ทำกิจที่ควรทำเสร็จแล้ว ปลงภาระได้แล้ว บรรลุประโยชน์ตนแล้ว
โดยลำดับสิ้นสัญโญชน์ในภพแล้ว พ้นวิเศษแล้วเพราะรู้ชอบ
จึงนับว่ามีธรรมอันสมควรจะพยากรณ์ได้ดังนี้ว่า

ดูกรท่านผู้มีอายุ ข้าพเจ้ารู้แจ้งรูปแล้วแลว่า ไม่มีกำลังปราศจากความน่ารัก
มิใช่เป็นที่ตั้งแห่งความชื่นใจ จึงทราบชัดว่า
จิตของเราหลุดพ้นแล้ว เพราะสิ้น สำรอก ดับ สละ
และสลัดคืนซึ่งอุปาทานขันธ์ที่ยึดมั่นในรูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ
จิตของเราหลุดพ้นแล้ว เพราะสิ้น สำรอก ดับ สละ
และสลัดคืนซึ่งอุปาทานขันธ์ที่ยึดมั่นในวิญญาณ
และอนุสัยคือความตั้งใจและความปักใจมั่นในวิญญาณได้
[b]ดูกรท่านผู้มีอายุ จิตของข้าพเจ้าผู้รู้อยู่ เห็นอยู่[b]อย่างนี้แล
จึงได้หลุดพ้นจากอาสวะ ไม่ยึดมั่นในอุปาทานขันธ์ ๕ นี้

http://84000.org/tipitaka/pitaka_ite...69&pagebreak=0
^


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 มิ.ย. 2012, 00:14 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 ก.พ. 2011, 19:56
โพสต์: 1782


 ข้อมูลส่วนตัว


แล้วถ้าใช้คำว่า"กายของเรา"หล่ะ
แล้วกายเป็นของเราจริงๆรึเปล่า

หรือเป็นเพียงโวหารตามที่โลกใช้กัน

.....................................................
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงมีพระปัญญาเหนือบุคคลใดๆ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 มิ.ย. 2012, 14:55 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 เม.ย. 2010, 08:10
โพสต์: 2812

แนวปฏิบัติ: ขันธ์5ด้วยการสังเกตุ รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ และอินทรีย์22
สิ่งที่ชื่นชอบ: พระสุตตันตปิฎก
อายุ: 0
ที่อยู่: ระยอง อุบลราชธานี

 ข้อมูลส่วนตัว


เป็นเพียงโวหารตามที่โลกใช้กัน

.....................................................
อย่าท้อถอยต่อการปฏิบัติ อย่าปล่อยให้ความขุ่นเคืองเข้าแทรก สร้างพลังด้วยคำสอนของพระพุทธเจ้า รำลึกและตอบแทนพระคุณมารดา และบิดา มองโลกด้วยใจเป็นกลาง ระลึกเสมอว่าเรายังด้อยปัญญาหากยังไม่ได้ปัญญา


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 มิ.ย. 2012, 16:37 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 พ.ค. 2007, 09:55
โพสต์: 1632


 ข้อมูลส่วนตัว


ฝึกจิต เขียน:
มีคำถามมาให้ตอบกันอีกและ บอร์ดจะไดไม่เงียบ :b12:
จิต เป็นเช่นไร / จิต เกิดดับอย่างไร / จิตหลุดพ้น เป็นอย่างไร (ไม่ใช่จากอะไรนะครับ)
/จิตมั้ยที่เข้านิพพาน / ทำไมในพระไตรปิฏกจึงยังใช้คำว่า จิตของเรา ครับ


จิต คือ สภาพการรับรู้อารมณ์ หรือธรรมชาติที่รับรู้อารมณ์ ความคิด ตามหลักพุทธศาสนา ล้วนเป็นสิ่งที่อยู่ทั่วร่างกาย แบ่งเป็น กุศลจิต,อกุศลจิต,อัพยากตจิต ซึ่งล้วนนับเป็น "ชวนะจิต" ด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น
จิต ..คือ สภาพการรับอารมณ์ หรือธรรมชาติที่รับรู้อารมณ์ความคิด ล้วนเกิดขึ้น จากการได้รับการสัมผัสจากอายตนะภายนอก ด้วย อายตนะภายใน บ้างก็ ดับไป ตามธรรมชาติของมัน บ้างก็ดับไปด้วยความมีสติ ความมีปัญญา บ้างก็ตั้งอยู่นานจึงดับไป บ้างก็ตั้งอยู่ประเดี๋ยวประด๋าวก็ดับไป แต่ก็สามารถเกิดขึ้นใหม่ได้อีก นั่นก็หมายความว่า จิต สามารถ เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป
จิต ที่สามารถเข้าอยู่นิพพานได้ คือจิตที่ไดัรับการฝึกดีแล้ว ประกอบไปด้วย สติสัมปชัญญะ ปัญญา คือมี ฌานอันนับเข้าในวิปัสสนา
จิตของเรา ก็จิตของเรานะซิขอรับ ถ้าไม่ใช่จิตของเรา แล้วเราจะดิ้นรนแสวงหา ลาภ ยศ สรรเสริญ ปัจจัยสี่ หรือเลยไปถึง นิพพาน ทำไมกันละขอรับ
แต่...จิตของเรา ย่อมมี การเกิดขึ้น ตั้งอยุ่ ดับไป เรื่อง ธรรมดา ธรรมดา ขอรับ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 มิ.ย. 2012, 17:45 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 ก.พ. 2011, 19:56
โพสต์: 1782


 ข้อมูลส่วนตัว


เนื้อความบางส่วนจาก อัสสุตวตาสูตร ที่ ๑

....ปุถุชนผู้มิได้สดับ (ย่อม)ไม่อาจเบื่อหน่าย คลายกำหนัด หลุดพ้นในจิต เป็นต้นนั้นได้เลย ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะว่าจิตเป็นต้นนี้ อันปุถุชนมิได้สดับ (ย่อม)รวบรัดถือไว้ด้วยตัณหา ยึดถือด้วยทิฐิว่า
นั่นของเรา นั่นเป็นเรา นั่นเป็นตัวตนของเรา ดังนี้มาตลอดกาลช้านาน ฉะนั้น ปุถุชนผู้มิได้สดับ จึงไม่อาจจะเบื่อหน่าย คลายกำหนัด หลุดพ้นในจิต เป็นต้นนั้นได้เลย ฯ.....

http://nkgen.com/473.htm

.....................................................
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงมีพระปัญญาเหนือบุคคลใดๆ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 มิ.ย. 2012, 18:00 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 ก.พ. 2011, 19:56
โพสต์: 1782


 ข้อมูลส่วนตัว


จิตเป็นนามธรรมอย่างหนึ่งที่เกิดเพราะปัจจัย อาศัยปัจจัยให้เกิด เช่น อาศัยอารมณ์เป็นปัจจัยให้จิตเกิดขึ้นรู้อารมณ์นั้น แล้วก็ดับไป ไม่ใช่ตัวตนของเรา เกิดขึ้นทีละดวง รู้อารมณ์หนึ่งแล้วก็ดับไป ไม่ใช่ตัวตนบุคคลใดทำให้เกิด แต่เกิดเพราะอาศัยปัจจัย เช่น อารมณ์ เป็นต้นดังที่ได้กล่าวมาแล้ว

.....................................................
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงมีพระปัญญาเหนือบุคคลใดๆ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 มิ.ย. 2012, 21:37 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 20 เม.ย. 2012, 17:37
โพสต์: 37

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ฝึกจิต เขียน:
จิต เป็นเช่นไร / จิต เกิดดับอย่างไร / จิตหลุดพ้น เป็นอย่างไร (ไม่ใช่จากอะไรนะครับ)/จิตมั้ยที่เข้านิพพาน / ทำไมในพระไตรปิฏกจึงยังใช้คำว่า จิตของเรา ครับ

- จิตที่ตั้งมั่นก่อให้เกิดปัญญายิ่งใหญ่ สามารถเห็นการเกิดดับของกายและจิตอย่างชัดเจน
- แท้จริงจิตเกิดดับสืบเนื่องกันอย่างรวดเร็ว(สันตติ)แต่ผู้ที่ไม่เคยฝึกฝน จะเห็นว่าจิตมีดวงเดียวเคลื่อนที่ไปมา
- เมื่อใดเห็นจิตเกิดดับ(สันตติขาด)ถือว่าเข้าวิปัสสนาภูมิอย่างแท้จริง
- ปัญญาที่เห็นการเกิดดับของรูปและนาม ทำให้จิตเกิดเบื่อหน่าย หมดความดิ้นรน
- เมื่อหมดความดิ้นรน ความยึดมั่นในกายและใจ จิตก็เป็นอิสระจากอาสวะกิเลสหรือสังโยชน์ทั้งหลาย
- เข้าสู้เป้าหมายสูงสุดของการปฏิบัติธรรม คือนิพพาน (นิพพานัง ปรมัง สุขัง : พระนิพพานเป็นสุขอย่างยิ่ง)
::จากหนังสือแนวทางในการปฏิบัติธรรมในพุทธศาสนา ::

:b8: :b8: :b8:
ด้วยความเคารพอย่างสูง
---------------
plekaran


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 26 มิ.ย. 2012, 00:52 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 03 ธ.ค. 2011, 21:40
โพสต์: 952


 ข้อมูลส่วนตัว


มีผู้มาโปรดกระผม แค่นี้หรือ ผู้เข้าถึงธรรมท่านอื่นๆ ไม่เห็น เฮ้ย!!ไม่ใช่... ไม่มีความคิดเห็น บ้างหรือ หรือ กลัวผิดถูก :b12:

ไม่มีใครชี้ได้หรอก :b12:

ห่วง อัตตา กันจัง :b12:

ยั่วๆๆๆ :b28:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 26 มิ.ย. 2012, 02:13 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 เม.ย. 2010, 08:10
โพสต์: 2812

แนวปฏิบัติ: ขันธ์5ด้วยการสังเกตุ รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ และอินทรีย์22
สิ่งที่ชื่นชอบ: พระสุตตันตปิฎก
อายุ: 0
ที่อยู่: ระยอง อุบลราชธานี

 ข้อมูลส่วนตัว


ฝึกจิต เขียน:
มีคำถามมาให้ตอบกันอีกและ บอร์ดจะไดไม่เงียบ :b12:
จิต เป็นเช่นไร / จิต เกิดดับอย่างไร / จิตหลุดพ้น เป็นอย่างไร (ไม่ใช่จากอะไรนะครับ)
/จิตมั้ยที่เข้านิพพาน / ทำไมในพระไตรปิฏกจึงยังใช้คำว่า จิตของเรา ครับ



จิตเป็นเหมือนดั่งกระแสไฟฟ้า แม้จะมองไม่เห็นแต่ไม่ใช่ไม่มี มีการแปรสภาพเหมือนความดันอากาศ แม้จะสัมผัสได้แต่ไม่รู้ส่วนผสม(เช่น การที่เอาใจไปจดจ่อความเจ็บของรูปที่เกิดเวทนา)

จิตเกิดเพราะมีเหตุคือการดำรงอยู่ของขันธ์5 และดับลงเพราะการดำรงอยู่ของขันธ์5

จิตหลุดพ้นคือ สภาวะบริสุทธ์ เหมือนทองคำแท้ แม้จะเกิดการแปรสภาพเพราะความร้อนหรือความดัน ความบริสุทธ์ของทองคำก็คงที่

จิตที่เข้านิพพาน

จิตของเรานั้นเป็นสมมุติสัจจะ

.....................................................
อย่าท้อถอยต่อการปฏิบัติ อย่าปล่อยให้ความขุ่นเคืองเข้าแทรก สร้างพลังด้วยคำสอนของพระพุทธเจ้า รำลึกและตอบแทนพระคุณมารดา และบิดา มองโลกด้วยใจเป็นกลาง ระลึกเสมอว่าเรายังด้อยปัญญาหากยังไม่ได้ปัญญา


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 26 มิ.ย. 2012, 06:50 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 20 มี.ค. 2010, 19:57
โพสต์: 1014

โฮมเพจ: http://www.vitwong.blogspot.com
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


จิตของเรานั้นเป็นสมมุติสัจจะ

ท่านพูดออกมาได้อย่างไรครับท่าน


ปรมัตถสัจจะ มีสี่อย่างคือ จิต เจตสิก รูป นิพพาน

http://www.kammatan.com/download/book/paramattatam.pdf

.....................................................
ยังงมงาย...
เมื่อเห็นว่าพระไตรปิฏก มีส่วนถูก มีส่วนจริงแค่ 20 ถึง 30 เปอร์เซนต์ เท่านั้น

เลิกงมงาย..
เมื่อเห็นว่า พระไตรปิฏก มีส่วนถูก ส่วนจริง เกินกว่า 80 ถึง กว่า 90 เปอร์เซนต์

http://www.youtube.com/user/govit2554#g/u


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 26 มิ.ย. 2012, 07:09 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 เม.ย. 2009, 02:43
โพสต์: 12217


 ข้อมูลส่วนตัว


ฝึกจิต เขียน:
มีผู้มาโปรดกระผม แค่นี้หรือ ผู้เข้าถึงธรรมท่านอื่นๆ ไม่เห็น เฮ้ย!!ไม่ใช่... ไม่มีความคิดเห็น บ้างหรือ หรือ กลัวผิดถูก :b12:

ไม่มีใครชี้ได้หรอก :b12:

ห่วง อัตตา กันจัง :b12:

ยั่วๆๆๆ :b28:


อิ....อิ....

ตอนนี้อารมณ์มันอยากจะพูดแค่เรื่องง่าย ๆ ...

เรื่องอภิธรรมล้ำลึกละก้อ..ขอบาย....เอิ๊ก...เอิ๊ก.. :b32:

ในเมื่อจิตมันเกิด..ดับ...เกิดดับ...แล้วฝึกจิต...จะไปฝึกอะไร.

ดวงเก่าดับไป..ดวงใหม่เกิดมา...ตลอดทิวาราตรี....แล้วจะไปฝึกอารายยได้?

เอิ๊ก...เอิ๊ก.....เอิ๊ก :b17: :b17: :b17:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 26 มิ.ย. 2012, 07:36 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 03 ธ.ค. 2011, 21:40
โพสต์: 952


 ข้อมูลส่วนตัว


กบนอกกะลา เขียน:
ฝึกจิต เขียน:
มีผู้มาโปรดกระผม แค่นี้หรือ ผู้เข้าถึงธรรมท่านอื่นๆ ไม่เห็น เฮ้ย!!ไม่ใช่... ไม่มีความคิดเห็น บ้างหรือ หรือ กลัวผิดถูก :b12:

ไม่มีใครชี้ได้หรอก :b12:

ห่วง อัตตา กันจัง :b12:

ยั่วๆๆๆ :b28:


อิ....อิ....

ตอนนี้อารมณ์มันอยากจะพูดแค่เรื่องง่าย ๆ ...

เรื่องอภิธรรมล้ำลึกละก้อ..ขอบาย....เอิ๊ก...เอิ๊ก.. :b32:

ในเมื่อจิตมันเกิด..ดับ...เกิดดับ...แล้วฝึกจิต...จะไปฝึกอะไร.

ดวงเก่าดับไป..ดวงใหม่เกิดมา...ตลอดทิวาราตรี....แล้วจะไปฝึกอารายยได้?

เอิ๊ก...เอิ๊ก.....เอิ๊ก :b17: :b17: :b17:



ออ!! ก็แรกๆเราก็ฝึก จิต ให้เห็นการเกิด-ดับ แล้วค่อย หยุดไม่ให้มันเกิดไปเสวย สิ่งที่เกิด-ดับ อะดิท่านกบ จิตจึงจะหลุดพ้น

:b8:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 26 มิ.ย. 2012, 07:40 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 เม.ย. 2009, 02:43
โพสต์: 12217


 ข้อมูลส่วนตัว


แล้ว...อารายไปเสวยอารมณ์..นั้นได้ละ


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 34 โพสต์ ]  ไปที่หน้า 1, 2, 3  ต่อไป

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 15 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร


cron