วันเวลาปัจจุบัน 08 ธ.ค. 2019, 15:32  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 7 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 20 ม.ค. 2009, 06:58 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 6
สมาชิก ระดับ 6
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 ก.ย. 2007, 13:40
โพสต์: 465

อายุ: 0
ที่อยู่: กทม.

 ข้อมูลส่วนตัว


ทรมานพญาวัสสวดีมาร
ครั้นจำเนียรกาลนานมา จนพระพุทธศาสนาล่วงไปได้ ๒๑๘ ปี อโศกราชกุมารได้ผ่านพิราพมไหศ วรรคราชสมบัติ ณ กรุงปาตลีบุตรมหานคร ทรงพระนามว่าพระเจ้าธรรมาโศกราช พระองค์อาศัยนิโครธสามเณร จึงได้มีพระทัยเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา ได้ทรงสถาปนาในการสร้างพระวิหารและพระสถูปถึง ๘ หมื่น ๔ พันแห่ง ทั่วพระนครในชมพูทวีป และได้ทรงขุดค้นรวบรวมพระบรมสารีริกธาตุมาไว้เพื่อจะนำไปบรรจุพระสถูปทุกแห่ง เมื่อรวบรวมขุดค้นจากสถานที่ต่างๆ ได้หมดแล้วก็อัญเชิญสุ่ปาตลีบุตรนคร กระทำการสักการสัมมานะโดยอเนกประการ และแจกพระบรมสารีริกธาตุให้บรรจุไว้ในพระเจดีย์ทั้ง ๘ หมื่น ๔ พันแห่ง ภายหลังจึงให้สร้างพระมหาสถูปใหญ่ขึ้นใหม่องค์หนึ่งสูงประมาณกึ่งโยชน์ ที่ริมฝั่งแม่น้ำคงคามหานที ใกล้กรุงปาตลีบุตร เสร็จแล้วให้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุที่เหลืออยู่ส่วนหนึ่ง บรรจุไว้ในพระสถูปองค์นั้น


ฉลองพระสถูป
ในลำดับนั้น พระเจ้าธรรมาโศกราช มีพระทัยปรารถนาจะทำการฉลองพระสถูปทั้ง ๘ หมื่น ๔ พัน องค์ทุกๆพระนครในชมพูทวีป พร้อมทั้งมหาสถูปองค์ใหญ่นี้ ทรงพระดำริว่า “อาตมาจะทำการฉลองพระสถูปทั้งหลาย จะกระทำมหาสักการบูชาให้ถ้วน ๗ ปี ๗ เดือน ๗ วัน จึงจะสมควรแก่ศรัทธาของอาตมา ทำไฉนหนอจะไม่ให้มาอันตรายในการกุศล” ขอให้พระสงฆ์จัดหาภิกษุที่มีอิทธิฤทธิ์ให้ช่วยป้องกันอันตราย ไม่สามารถจะหาใครได้ ถามภิกษุทุกๆองค์ก็ไม่มีใครรับ จึงขอร้องสามเณรรูปหนึ่ง อายุ ๗ ขวบ เห็นมีฤทธิ์สามารถป้องกันมิให้ครุฑจับนาคกินได้ สามเณรก็ตอบว่า ตนเองมีอานุภาพน้อย ไม่สามารถจะป้องกันอันตรายได้ จึงแนะนำให้ไปหาท่านพระอุปคุตเถระ ซึ่งจำพรรษาอยู่ที่กลางทะเล พระสงฆ์จึงให้ภิกษุ ๒ รูป ซึ่งได้อภิญญาสมบัติไปนิมนต์พระอุปคุตเถระมา เมื่อพระผู้เป็นเจ้ามาด้วยความเคารพในสงฆ์แล้ว พระสงฆ์ทั้งปวงจึงแจ้งให้ทราบ แล้วมอบหน้าที่ให้เป็นผู้ป้องกันพญามาร มิให้มาทำอันตรายในการบำเพ็ญกุศลของพระธรรมราชา
ครั้นเพลารุ่งขึ้น พระเจ้าธรรมาโศกราชเสด็จไปยังวิหาร ถวายนมัสการแล้วจึงถามถึงพระสงฆ์ และพระสงฆ์ได้แนะนำท่านพระอุปคุตเถระ ผู้ซึ่งจะรับหน้าที่ป้องกันพญามาร พระมหากษัตริย์เสด็จทอดพระเนตร เห็นพระคุณเจ้ามีร่างกายผอม จึงดำริอยู่ในใจว่า พระผู้เป็นเจ้าจะมีอานุภาพสามารถหรือมิสามารถหนอ แล้วเสด็จกลับพระราชนิเวศน์


ทดลองฤทธิ์
รุ่งขึ้น พระมหาเถระได้เข้าไปบิณฑบาตในราชสกุล พระราชาทอดพระเนตร จึงสั่งให้ปล่อยช้างซับมัน เพื่อที่จะทดลองอานุภาพของพระมหาเถระ พระมหาเถระหันมาพบเข้าก็ทราบทันทีว่า พระราชาต้องการจะทดลอง จึงอธิษฐานว่า ขอให้คชาธารจงปรากฏดุจรูปช้าง ศิลาหยุดอยู่ในที่นี้ ช้างก็หยุดอยู่เหมือนช้างศิลา ด้วยอานุภาพของพระมหาเถระ พระราชาทอดพระเนตรเห็นเช่นนั้น จึงเสด็จไปขอขมาโทษ พระมหาเถระก็ถวายพระพรว่า ขอบรมบพิตรจงเป็นสุขเถิด ขอพญาช้างกุญชรจงกลับที่อยู่ของตน พอพระมหาเถระกล่าวจบ ช้างก็เดินไปยังที่อยู่ของตน


เอาหมาเน่าผูกคอพญามาร
พระเจ้าธรรมาโศกราช ตรัสให้ทำบริเวณรอบพระมหาสถูปเจดีย์ ให้โชตนาการด้วยประทีปประมาณกึ่งโยชน์ ตามริมฝั่งแม่น้ำคงคา พระภิกษุสงฆ์ทั้งหลายก็มาประชุมกันเพื่อนมัสการมหาเจดีย์สถาน ในขณะนั้น พญามารลงมาจากปรนิมมิตสวดีเทวโลก เพื่อจะทำลายการกระทำสักการบูชา ด้วยอิทธิฤทธิ์นานาประการ พระอุปคุตมหาเถระจึงเนรมิตรูปหมาเน่าที่เต็มไปด้วยหมู่หนอน เอาผูกคอพญาวัสสวดีมาร แล้วประกาศว่า บุคคลใดก็ตามถึงมาตรว่าจะเป็นเทพยดาหรือมหาพรหมก็ดี ก็อย่าแก้ออกได้ แน่ะมาร เจ้าจงไปจากที่นี้ พญามารมีซากสุนัขเน่า ผูกคอตนเองก็แก้ไม่ออก ไปให้เทพยดา และท้าวมหาพรหมแก้ก็แก้ไม่ออก มีจิตอัปยศเป็นที่สุด เมื่อสิ้นคิดที่จะแก้ได้ จึงกลับมาหาพระมหาเถระต่อไป พระมหาเถระจึงกล่าวว่า ท่านจงไปยังภูเขานั้น มารก็รีบไปโดยพลัน พระมหาเถระก็แก้สุนัขเน่าออก แล้วอธิษฐานประคดเอว พันคอพญามารติดกับภูเขาให้มั่นคง แล้วกล่าวว่า จงยืนอยู่ที่พื้นจนกว่าพระมหาธรรมาโศกราช จะกระทำมหกรรมสักการะพระมหาเจดีย์ถ้วน ๗ ปี ๗ เดือน ๗ วัน


พญามารปรารถนาพุทธภูมิ
เมื่อการบูชาสักการะพระมหาเจดีย์ครบกำหนดแล้ว พระมหาเถระจึงเข้าไปใกล้พญามาร แต่กำบังกายเสียมิให้เห็น ส่วนพญามาราธิราชสิ้นพยศร้าย ระลึกถึงพระพุทธคุณแล้วกล่าวว่า สมเด็จพระชินสีห์พระองค์ใด ทรงพระมหากรุณาบำเพ็ญสิ่งอันเป็นประโยชน์ เป็นสิ่งที่พึ่งพำนักแก่เหล่าสัตว์ทั้งหลายในกาลทุกเมื่อพระองค์นั้น เป็นผู้ประเสริฐ หาผู้เสมอเหมือนมิได้ อนึ่ง ในกาลก่อนข้าพเจ้าได้กระทำร้ายพระองค์มีประการต่างๆ แต่พระองค์ก็มิได้ทำโทษตอบข้าพเจ้าเลย บัดนี้พระสาวกของพระองค์กระไรเลยช่างไม่มีความกรุณา กระทำโทษข้าพเจ้า ให้เสวยทุกขเวทนาแสนสาหัส ผิข้าพเจ้ามีกุศลสมภารได้สะสมไว้ขอจงได้เป็นพระสัพพัญญูในอนาคตกาลด้วยเถิด
เมื่อพญามารออกวาจาปรารถนาพุทธภูมิด้วยประการฉะนี้ พระมหาเถระก็สำแดงกายให้ปรากฏเข้ามาแก้มัดโดยพลัน แล้วกล่าวขอให้มารนั้นยกโทษให้ และขอร้องให้มารนั้นเนรมิตพระรูปพระสัพพัญญูและเหล่าพระมหาสาวกให้ดู พญามารขอสัญญาว่า เมื่อตนแปลงร่างให้ดูแล้วขออย่าได้นมัสการกราบไหว้ แต่เมื่อพญามารเนรมิตให้ดูแล้ว พระมหาเถระเกิดศรัทธาปสาทะลืมสัญญา จึงนมัสการด้วยเบญจางคประดิษฐ์ มหาชนและพระเจ้าธรรมาโศกราชก็ทรงกระทำเช่นนั้น พญามารจึงคลายฤทธิ์เป็นพญามารตามเดิมและต่อว่า และพระมหาเถระก็กล่าวว่า ข้าพเจ้านมัสการพระบรมศาสดาและพระมหาสาวก มิได้ไหว้ท่าน
เมื่อพระเจ้าธรรมาโศกมหาราชทรงกระทำสักการบูชาสิ้นสุดลงแล้ว จึงตรัสถามพระสงฆ์ว่า โยมได้สละทรัพย์ทำบุญถึงเพียงนี้ ได้ชื่อว่าเป็นญาติในพระศาสนาหรือยัง พระโมคคัลลีบุตรติสสมหาเถระถวายพระพรว่า “มหาบพิตร ยังไม่ชื่อว่าเป็นญาติพระพุทธศาสนา ได้ชื่อเพียงว่าผู้ถวายปัจจัยไทยทานเท่านั้น บุคคลใดบวชบุตรธิดาในพระธรรมวินัยนั้นแหละ บุคคลนั้นจึงจะได้ชื่อว่าเป็นญาติในพระพุทธศาสนา” พระเจ้าธรรมาโศกราช (ซึ่งบางแห่งเป็นพระเจ้าอโศกมหาราช) ได้สดับดังนั้น ก็ทรงปีติโสมนัส ยังมหินทกุมารให้บรรพชาอุปสมบทเป็นภิกษุ และพระนางสังฆมิตตาราชกุมารีเป็นภิกษุณีในพระพุทธศาสนา ทั้งสองพระองค์ทรงไว้ซึ่งอภิญญา ๖ และแตกฉานในปฏิสัมภิทา ๔ เป็นพระขีณาสพ


อันตรธาน ๕
แท้จริงอันตรธาน มี ๕ ประการ คือ
๑. ปริยัติอันตรธาน การเสื่อมสูญแห่งพระปริยัติ
๒. ปฏิปัตติอันตรธาน การเสื่อมสูญแห่งการปฏิบัติ
๓. ปฏิเวธอันตรธาน การเสื่อมสูญแห่งการตรัสรู้
๔. ลิงคอันตรธาน การเสื่อสูญแห่งสมณเพศ
๕. ธาตุอันตรธาน การเสื่อมสูญแห่งพระบรมธาตุ
ในบรรดาอันตรธาน ๕ นั้น ปริยัติอันตรธานก่อน ต่อไปการปฏิบัติอันตรธาน เมื่อการปฏิบัติไม่มี การบรรลุธรรมก็ไม่มี เมื่อการบรรลุธรรมไม่มี ต่อนานๆไป เพศสมณะก็ผันแปร และในการสิ้นสุดแห่งพระพุทธศาสนา พระบรมสารีริกธาตุก็อันตรธานไปจากโลก ดังนี้แล.

.....................................................
"เป็นผู้เคารพยิ่งนักต่อพระสัทธรรมของสมเด็จพระผู้มีพระภาค"
ขอข้าพเจ้าพึงเป็นอติธัมมครุคือ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 27 ม.ค. 2009, 18:10 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 8
สมาชิก ระดับ 8
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.พ. 2008, 09:18
โพสต์: 635

อายุ: 0
ที่อยู่: กองทุกข์

 ข้อมูลส่วนตัว www


:b8: :b8: :b8:

.....................................................
"ผู้ที่ฝึกจิต ย่อมนำความสุขมาให้"
คิดเท่าไหรก็ไม่รู้ หยุดคิดจึงจะรู้

http://www.luangta.com
รูปภาพ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 23 ก.พ. 2009, 22:00 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 ก.ค. 2008, 14:47
โพสต์: 1562

อายุ: 0
ที่อยู่: หิมพานต์

 ข้อมูลส่วนตัว www


:b8:

.....................................................
อิมาหัง ภะคะวา อัตตะภาวัง ตุมหากัง ปะริจจะชามิฯ
ข้าแต่องค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า ข้าพระพุทธเจ้าขอมอบกายถวายชีวิต แด่พระพุทธเจ้า แด่พระธรรม แด่พระสงฆ์ นับแต่บัดนี้ตราบจนเข้าสู่พระนิพพาน


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 24 มี.ค. 2009, 08:33 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกใหม่
สมาชิกใหม่
ลงทะเบียนเมื่อ: 21 ธ.ค. 2008, 09:45
โพสต์: 8


 ข้อมูลส่วนตัว www


กระทู้นี้ ซ้ำกับข้างล่างนะครับ

.....................................................
ชนหมู่ใด มีปกติแสวงหาทางพ้นทุกข์ ชนหมู่นั้นย่อมมีตามองเห็นธัมม์ของพระตถาคต..
ชิเนน เยน อานีตํ โลกสฺส อมตมฺหิตํ ตสฺส ปาทมฺพุชํ วนฺเท พฺรหฺมเทวินฺทวนฺทิตํ ฯ
ทสฺสิตํ มุนิราเชน วนฺเท ธมฺมทิวากรํ โมหนฺธการวิทฺธํสิ เวเนยฺยมฺพุธโพธนํ ฯ
โสภิตํ สีลรํสีหิ วนฺเท สงฺฆํ นิสากรํ ปสาทกมุทํ นิจฺจํ โพเธนฺตํ ชนมานเส ฯ
นตฺวา วตฺถุตฺตยํ เอวํ ยํ ปุญฺญํ ปสุตํ มยา ตสฺส เตเชน หนฺตฺวาน อนฺตราเย อเสสโต ฯ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 07 ก.ค. 2009, 04:18 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 21 มี.ค. 2009, 20:48
โพสต์: 745


 ข้อมูลส่วนตัว


ขอกราบนอบน้อม พระพุทธเจ้าทั้งหลาย พระปักเจกพระพุทธเจ้าทั้งหลาย พระธรรม และ พระอริยสงฆ์ทั้งหลาย ขอให้ข้าพเจ้ามีส่วนในธรรมของพระอริยเจ้าทั้งหลาย

.....................................................
“เวลาทำสมาธิ ให้ระลึกลมหายใจเข้าออก ให้รู้ลมหายใจเข้าออก ไม่ต้องบังคับลมหายใจ ตามรู้ลมหายใจเข้าออก สงบก็รู้ ไม่สงบก็รู้ สงบก็ไม่ยินดี ไม่สงบก็ไม่ยินร้าย ไม่เอาทั้งสงบและไม่สงบ เอาแค่รู้ตามความเป็นจริงของสภาวธรรมปัจจุบันนั้น”

ธรรมเหล่านี้เป็นไปเพื่อคลายกำหนัด
เป็นไปเพื่อไม่ประกอบสัตว์ไว้
เป็นไปเพื่อไม่สั่งสมกิเลส
เป็นไปเพื่อความเป็นผู้มักน้อย
เป็นไปเพื่อสันโดษ
เป็นไปเพื่อความสงัดจากหมู่คณะ
เป็นไปเพื่อปรารภความเพียร
เป็นไปเพื่อความเป็นคนเลี้ยงง่าย


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 27 เม.ย. 2010, 10:36 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 มิ.ย. 2009, 09:55
โพสต์: 4062

แนวปฏิบัติ: มรณานุสสติ
อายุ: 0
ที่อยู่: ตรงปลายจมูก

 ข้อมูลส่วนตัว


พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ
ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ
สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ
:b44: :b44: :b44:
รูปภาพ

:b47: :b48: :b47: :b48: :b47:

ข้าพเจ้าขอตั้งสัจจะอธิษฐาน
ด้วยอานุภาพแห่งบุญกุศลทั้งหลายที่ข้าพเจ้าได้ตั้งใจปฏิบัติไว้ดีแล้ว
จงเป็นพลวปัจจัย เป็นนิสัยตามส่งให้ข้าพเจ้าเกิดความสุข ความเจริญ
และเกิดปัญญาญาณทั้งในชาตินี้ ชาติหน้าตลอดชาติอย่างยิ่ง
จนบรรลุถึงพระนิพพานในอนาคตกาลนั้น เทอญ.


:b8: :b8: :b8:

.....................................................
~ นิพพานัง ปัจจโยโหตุ ~


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 17 ส.ค. 2011, 09:32 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 7
สมาชิก ระดับ 7
ลงทะเบียนเมื่อ: 03 ต.ค. 2010, 09:11
โพสต์: 589


 ข้อมูลส่วนตัว


อนุโมทนาสาธุๆค่ะ ขอบพระคุณค่ะ :b8: :b8: :b8:

อัตตนา โจทยัตตานัง จงกล่าวโทษความผิด จิตของเราไว้เสมอ
:b11: :b11: :b11:


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 7 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

่กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร