วันเวลาปัจจุบัน 20 ต.ค. 2020, 05:43  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 14 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 ก.ค. 2011, 11:36 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ต.ค. 2010, 09:47
โพสต์: 19


 ข้อมูลส่วนตัว


คำถามคือ รักแท้สำหรับเพศที่สาม มีจริงไหม?

ผมได้อ่านหนังสือ "เคล็ดแก้กรรมที่มาจาก ความรัก" โดย ธ.ธรรมรักษ์
อธิบายเรื่องคู่ คู่มี 4 ประเภท คู่บารมี คู่บุญ คู่เวรคู่กรรม คู่ทุกข์คู่ยาก
การที่เราจะได้พบคู่ของเรานั้น จะถูกจัดสรรโดยกรรมอย่างเสมอภาค
คู่ลำดับต้นของแต่ละคนจะได้เจอหรือไม่นั้นก็ขึ้นอยู่กับวิบากกรรมของแต่ละคน

ส่วนเรื่องของเพศที่สาม ต้องเข้าใจก่อนว่าคือ พวกที่ชาติก่อน หรือ ชาตินี้เคยทำผิด
ศีลข้อ 3 มาแล้ว เลยต้องชดใช้วิบากกรรมด้วยการอยู่ในสภาพที่ชายก็ไม่ใช่ หญิงก็ไม่เชิง


ในหนังสือไม่ได้พูดถึงว่าเพศที่ 3 นี้จะมีโอกาสได้พบรักแท้ไหม เพียงแต่บอกว่าโดยรวมๆ ว่า
ทุกคน (ไม่ว่าเพศ 1 - 2 - 3) การจะได้เจอคู่แท้ อยู่ที่วิบากรรมของแต่ละคน โดยคู่ของเราถูกกำหนด
มาโดยกรรมแล้ว ถ้าชาตินี้คู่ของเรายังไม่มาเกิดมาเป็นคู่ลำดับต้นๆ เราก็คงต้องไปรอกันในชาติต่อไป
แสดงว่าถึงแม้ว่าชาตินี้คุณจะเกิดมาเป็นชายจริง หญิงแท้ ก็ไม่จำเป็นว่าคุณจะได้เจอรักแท้ หรือ คู่แท้ของคุณ
แสดงว่าทุกเพศมีความเสมอกันในเรื่องของการกำหนดคู่ของกรรม ผมเข้าใจถูกไหมครับ?? s006

ในหนังสือยังมีบางช่วงที่อธิบายถึงการลำดับคู่ว่า...สมมุติ A กับ B เคยครองคู่กันในชาติก่อน จนตายจากกัน
มาในชาติใหม่ A ได้เกิดมาแล้ว แต่ B ยังไม่มาเกิด ทำให้ A ไปพบกับ C ก่อนและสร้างบุญร่วมกันในชาตินี้
และเมื่อจบชาติ A ไปเกิดใหม่เป็นชาย ส่วน B กับ C ที่เคยเป็นคู่กันเมื่อชาติก่อนโน้น มาเกิด แต่เกิดเป็นชายทั้งคู่ เลยต้องเลื่อนลำดับลงไปอีกในชาตินี้ และ A ก็ไปเจอกับ D แทน และได้ครองคู่กัน ลำดับก็เป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ แล้วแต่กรรมเป็นผู้จัดสรรว่าเราจะได้พบกันชาติไหน หรือ ใครจะได้เป็นคู่อันดับต้นๆ ของเรา


ทีนี้ถ้าเกิดว่า ในชาติใดชาตินึง ยกจากตัวอย่างต่อเลยนะ จะได้ต่อเนื่อง ถ้าเกิด A ทำผิดศีลข้อ 3 ในชาติที่สามต่อมา A ต้องเกิดมาเป็นชายรักชาย (เกย์) เพื่อชดใช้วิบากกรรมในชาติที่สี่ และในทางเดียวกัน B ที่ในอดีตชาติเคยเป็นคู่กันมาก่อนในชาติที่หนึ่ง แต่ในชาติที่สองที่เกิดเป็นชาย ก็ดันไปสร้างกรรม ทำให้ในชาติที่สาม ต้องเกิดมาเป็นเกย์เหมือนกัน ผมสงสัยว่า ทั้งคู่จะได้เป็นคู่กันไหมครับ?? ทษฏีเรื่องการมีคู่แท้ของเกย์ ยังไม่เคยมีใครพูดถึงเลย ผมเลยสงสัยน่ะครับ ว่ามันจะเป็นไปได้ไหม?

ในหนังสือ สอนเรื่องของการถือศีล ภาวนา เพื่อที่เราจะได้ใช้บุญกุศลนั้น เชื่อมไปยังคู่ของเรา
แต่หนังสือก็ไม่ได้พูดถึงเพศที่สาม ผมเลยสงสัยอีกว่า ถ้าในชาติปัจจุบันของ A (A เกิดมาเป็นชาติที่ 4) และ B (B เกิดมาเป็นชาติที่ 3) ถ้าทั้งคู่ตั้งมั่นอยู่ในศีล และ ครองตนด้วยธรรม ถามว่าทั้งคู่มีสิทธิได้พบกันไหมครับ ทั้งๆ ที่ทั้งคู่เป็นชายเหมือนกัน??

ที่ผมสงสัย ไม่ใช่เพื่อตัวผมเอง แต่ถ้าหากสิ่งเหล่านี้มีความหวังบ้าง แม้เพียงเล็กน้อย อาจเป็นตัวช่วยให้เกย์ทั้งหลาย หรือ เพศที่สามที่มีอยู่ในปัจจุบันที่มีเยอะขึ้นๆ ทุกวัน เหตุเพราะคนเราทำผิดศีลข้อ 3 กันมากขึ้น ได้พบกับแสงสว่าง เป็นแรงใจให้พวกเขาครองตนในธรรม ไม่ปล่อยตัวให้หลงไปตามแรงของกามตัณหา ถ้าได้สอนพวกเขาให้ได้พบกับการครองตนที่ถูกต้อง ถึงแม้ชาตินี้จะไม่ได้เจอเนื้อคู่ ก็อาจจะไปเจอกันในชาติหน้า หวังว่าคงจะเข้าใจเจตนาของผมนะครับ Kiss


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 ก.ค. 2011, 21:48 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 เม.ย. 2009, 02:43
โพสต์: 12217


 ข้อมูลส่วนตัว


ineedsomelight เขียน:
คำถามคือ รักแท้สำหรับเพศที่สาม มีจริงไหม?
.......
หวังว่าคงจะเข้าใจเจตนาของผมนะครับ Kiss

:b12: :b12:

เข้าใจ..ครับ..เข้าใจว่าอยากรู้...


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 ก.ค. 2011, 22:32 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ต.ค. 2010, 09:47
โพสต์: 19


 ข้อมูลส่วนตัว


ตะเกียงแก้ว เขียน:
เห็นคนรอบตัว ที่เป็นเพศที่ ๓ ไม่เห็นใครจะมีความสุขอย่างแท้จริงซักคน
มัวแต่วิ่งตามตัณหาราคะ หาคนมาเข้าใจ หาคนมายอมรับ หาคู่แท้ มีซะที่ไหนกัน :b8:


ความสุขจากการเสพ ก็แค่ความรู้สึกวูบเดียว บ้าวูบเดียว ติดรสเวทนาแว๊บเดียว
ก็เสาะแสวงหา หาข้ออ้างต่างๆนาๆ ที่แท้ก็แพ้กิเลสทั้งนั้น


มีคู่แท้ เป็นตัณหา ก็ต้องเกิดทุกข์ทุกชาติ ไม่ว่าเพศที่ ๑ , เพศที่ ๒ , เพศที่ ๓


มีคู่แท้ เป็นธรรมะ ไม่ต้องมีเพศที่ ๑ , เพศที่ ๒ , เพศที่ ๓ ว่างจากเพศ
รื้อถอนตัณหาให้สิ้นซาก ก็หมดทุกข์กันตั้งแต่ปัจจุบันนี้ ชาตินี้


ถูกต้องโดยแท้ครับ ไม่เถียงเรื่องที่ถ้าหากละตัณหาซะ มีคู่แท้เป็นพระธรรม ก็คงไม่ต้องมีปัญหาเรื่องเพศ 1 - 2 - 3

พวกเรามีบาปติดตัว ความจริงอันนี้เข้าใจ แต่พอถูกสอนสั่งว่าเพศที่สามไม่มีทางมีคู่ ให้ละซึ่งกิเลสเสียเหมือนกับบอกว่าเพศที่สามไม่มีทางได้ครองเรือน อย่างนั้นหรือครับ?
เพศที่ 1 - 2 มีธรรมในการครองเรือนอย่าง ฆราวาสธรรม ๔ แต่กับพวกเพศที่ 3 ไม่มี??
อย่างนี้ก็เป็นการบอกเป็นนัยๆ ว่าเพศ 3 นี้ห้ามมีคู่อย่างนั้นน่ะหรอครับ? ใช่ว่าทุกคนจะละกิเลสได้
ถ้าละกิเลสกันได้ง่ายๆ คงเป็นพระอรหันต์กันหมด ถ้ามีเกย์ซักคนที่ลุกขึ้นมาใช้ ฆราวาสธรรม ๔ ผลจะเป็นอย่างไร?


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 ก.ค. 2011, 22:36 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 เม.ย. 2009, 02:43
โพสต์: 12217


 ข้อมูลส่วนตัว


1. รักแท้....จริง ๆ แล้ว...เคยมีมั้ย???.

...ถ้าหมายถึงคู่ที่จะเจอกับเกือบจะทุก ๆ ชาติ..กระผมไม่รู้...แต่อาจจะเทียบเคียง..กับพระนางพิมพ์พา...อธิฐานจิตเป็นคู่บารมีกับพระพุทธองค์..นับแต่ที่พระพุทธองค์อธิฐานเพื่อความเป็นพระพุทธเจ้า....

ถ้าเป็นอย่างนี้..ก็ต้องบอกว่า..มี

แล้วพวกเราละ...อยากเป็นอะไรกัน...วัน ๆ มีแต่ตกเป็นทาสของกิเลส...เดียวก็ชอบคนนั้น..เดียวก็อยากได้คนนี้...จิตใจเรรวนตามกิเลส...แล้วมานั่งนึกว่า..เราจะมีรักแท้...กับเขามั้ยนะรึ???

2. อย่าด่วนไปคิดถึงขนาดนั้นเลย..มาคิดถึงตัวเราในปัจจุบันนี้แหละ...เคยรักใครแท้ ๆ รึยัง???...ก็เมื่อยังไม่เคย...แล้วใครจะมารักแท้กับเรา

เท่าที่สังเกตุที่ยกตัวอย่างมา...ไม่ว่า..จะA..หรือ B..C..D..ก็ตามแต่....ได้เห็นรักแท้ของเขาเหล่านี้..รึเปล่าละ??...กระผมไม่เห็นว่าจะมีเลย....เห็นมีแต่เหตุและปัจจัย..ในขณะนั้น ๆ มากกว่า...ดังนั้น..รักแท้ของผู้ที่ตกอยู่ในกิเลสตัณหา...ย่อมไม่มี

3. แล้วการที่พบใครสักคนแล้วเกิดอาการอย่างใดอย่างหนึ่งละ...เป็นเพราะรักแท้รึเปล่า???.....มันเป็นเรื่องวัวเคยขาม้าเคยขี้...เท่านั้น...ของมันเคยเกิดมาเจอกันอีกก็เลยอาการตะหงิด ๆ...อย่างว่า....แต่จะหาสาระอะไรจากอาการอย่างว่านี้..ไม่ได้หรอก...พวกนี้เป็นของไม่เที่ยงทั้งนั้น...ถ้ามันเที่ยงมันต้องมีรักเดียวเท่านั้นต้องไม่ไปรักคนอื่น....แล้วที่เห็น ๆ มันมีรักเดียวมั้ยละ??....

4. จริง ๆ แล้ว..จิตไม่มีเพศ..เราจริง ๆ ไม่มีเพศ...(ถ้าเรามีเพศจริงก็ต้องเป็นเพศเดียวทุก ๆ ภพ ทุก ๆ ชาติ ไปสิ)...แต่ที่มีเพศเพราะตัณหาและอุปาทานความยึดมั่นว่าอย่างนี้อย่างนั้นมันดี...ยกเว้นมีกรรมเป็นเหตุ...ทีนี่..รักแท้ก็เหมือนกัน...มันมีเพราะอุปาทานความยึด..โดยเนื้อแท้แล้ว..มันไม่มี....

เมื่อเพศ..แท้แล้วมันไม่มีโดยความเป็นจริง...รักแท้ก็ไม่มีโดยความเป็นจริง...
เรื่องคู่แท้ในเพศที่สาม..หรือเพศไหน ๆ ...มันจะมีได้จริงรึ


มันเป็นเรื่องของเหตุปัจจัยแค่นั้น...หมดเหตุหมดปัจจัย...มันก็สลายตัวไป...เท่านั้นเอง

สิ่งที่ควรทำมากที่สุดในขณะนี้..คือ..ดูให้เห็นความทุกข์ของวัฏฏสงสารนี้เทอด...ดูเอาเทอด...
มันยุ่งเป็นด้ายพันกันมั่วไปหมดเลย..เห็นมั้ย cry cry


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 ก.ค. 2011, 22:56 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 เม.ย. 2009, 02:43
โพสต์: 12217


 ข้อมูลส่วนตัว


อ้างคำพูด:
อย่างนี้ก็เป็นการบอกเป็นนัยๆ ว่าเพศ 3 นี้ห้ามมีคู่อย่างนั้นน่ะหรอครับ?


ไม่ใช่อย่างนั้น...ผมว่าผมเข้าใจที่คุณตะเกียงแก้ว..ว่ามานะ

มันเป็นสภาวะเฉพาะขณะนี้เท่านั้น...ก็ถามเรื่องคู่แท้อะไรนั้นไม่ใช่หรอ...ไม่ได้ถามว่าจะมีคู่ครองเรือนได้มั้ยสักกะหน่อยนี้.. :b12:

มันเป็นสภาวะ...สภาวะมันเป็นอย่างนี้...

คุณลองมองดูเข้าไปในตัวเองลึก ๆ ดูซิ...ทำไมถึงไปกับคนนั้นคนนี้..ได้ง่าย ๆ จัง..ง่ายกว่าผู้ชายไปกับผุ้หญิงเสียอีกมั้ง...มันเป็นเพราะอะไรละ???...มันเป็นสภาวะใจที่คุณก็ไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกันใช่มั้ย??..กรรมมันส่งผลถึงระดับสภาวะของจิต..ไม่ใช่แต่กับร่างกายเท่านั้นนะ...

แล้วสภาวะใจง่าย ๆ อย่างนี้...มันก็ดึงดูดแต่คนง่าย ๆ เข้ามา...ใครจะมาจริงใจจริง ๆ ด้วยได้...มีก็แต่ฉาบฉวย...หากแต่ใจคุณอยากจะยึดให้สิ่งที่ไม่มั่นคง..ให้มันมั่นคง...ผลไม่ต้องเดาก็รู้ว่า..ทุกข์แน่ ๆ
คนเขาหวังดีไม่อยากให้คุณพบความทุกข์...อยากให้พบความสุข..เขาถึงแนะนำสิ่งที่จะนำความสุขมาให้คุณได้..นั้นงัย

สิ่งที่จะทำให้ทุกข์..เขาถึงบอกคุณให้ลืม ๆ มันไปซะ...


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 ก.ค. 2011, 23:02 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 เม.ย. 2009, 02:43
โพสต์: 12217


 ข้อมูลส่วนตัว


รถเก๋ง...อยากจะใช้บรรทุก....มันจะบรรทุกอะไรได้เหมือนกับรถบรรทุก..ได้เล่า..

มันก็บรรทุกได้แค่ตามสภาวะมันเป็นเท่านั้น...เกินนั้นจะได้มั้ยละ

เพราะเราไม่รู้ว่า..สภาวะเราอยู่ตรงไหน...พอทำไม่ได้..ก็เลยทุกข์ใจ..ว่าทำมั้ยทำไม่ได้อย่างคนอื่นเขา


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 ก.ค. 2011, 23:04 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 เม.ย. 2009, 02:43
โพสต์: 12217


 ข้อมูลส่วนตัว


แต่พระธรรม..เกิดที่จิตใจ

เมื่อจิตใจไม่มีเพศ...พระธรรมจึงยุติธรรมกับทุกคน


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 ก.ค. 2011, 23:10 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ต.ค. 2010, 09:47
โพสต์: 19


 ข้อมูลส่วนตัว


ออ...เพราะอย่างนี้นี่เอง กระจ่างขึ้นมาบ้างแล้วหละครับ ต้องขออภัยที่เข้าใจความหมายผิดไปนิด
อย่างนี้ก็แสดงว่า การที่จะไปตั้งมั่นกับการหารักแท้...ที่ไม่เที่ยง ก็เปลี่ยนเป็นตั้งมั่นกับสิ่งที่เป็นสิ่งจริงแท้
อย่างธรรมะ จะให้ผลที่ดีกว่าการไปยึดกับสิ่งที่ไม่เที่ยง ไม่ทน ไม่แท้ อย่างความรัก อย่างนั้นซินะครับ

หรืออีกนัยนึง เพศที่ 3 ก็อาจจะมีรักแท้ได้ ถ้าเรารู้จักจิตตัวเอง รู้ทันจิต และครองตนให้อยู่ในศีลในธรรม
เราทำตัวอย่างไร ก็จะดึงดูดคนอย่างนั้น เข้ามา เมื่อจิตไม่มีเพศ ฉะนั้นถ้าบุคคลนั้นมีตัณหา และ อุปทาน (หรือรสนิยมทางเพศ ถ้าแปลตามภาษาชาวโลก) แบบเดียวกัน ก็อาจจะครองคู่กันได้ แบบนั้นซินะครับ

ฉะนั้น...ตั้งจิตเอาไว้ที่ธรรมะ นั่นคือทางออกของคำตอบนี้ซินะครับ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 ก.ค. 2011, 23:14 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 เม.ย. 2009, 02:43
โพสต์: 12217


 ข้อมูลส่วนตัว


อ้างคำพูด:
ฉะนั้น...ตั้งจิตเอาไว้ที่ธรรมะ นั่นคือทางออกของคำตอบนี้ซินะครับ
สาธุ... :b8: :b8: :b8:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 ก.ค. 2011, 23:28 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ต.ค. 2010, 09:47
โพสต์: 19


 ข้อมูลส่วนตัว


ที่ผ่านๆ มาบอกตามตรง ผมอยู่ในสังคมของเกย์มา ถึงแม้จะไม่นานมาก
แต่ก็ไม่เคยเห็นใครที่ครองคู่กันนานๆ ได้เลย มีเหตุต้องให้เลิกกันไปนักต่อนัก
พอไม่มีตัวอย่างดีๆ มันเลยทำให้ค่านิยมของพวกเราเป็นไปตามคนหมู่มาก
ที่เชื่อกันอย่างผิดๆ ว่ารักแท้ไม่มีในหมู่เกย์ ...

ถ้าผมไม่ได้พบท่านผู้นั้น ก็คงยังไม่หยุดพฤติกรรมเฉกเช่นเดียวกับเกย์คนอื่นๆ หละครับ
แต่เมื่อได้พบก็เหมือนมีอะไรมาเตือนสติ ให้หยุด และ สำรวจตัวเอง จนรู้ว่าที่ผ่านมา
ตัวเองทำผิดอะไรเอาไว้มาก ได้มีโอกาสหันเข้าหาพระธรรม ก็ยังถือว่ายังมีความโชคดีในโชคร้ายอยู่บ้าง
ที่ได้กลับตัวทัน ผมตั้งมั่นเอาไว้แล้วว่าต่อจากนี้ไปจะรักษาพรหมจรรย์ และศีล 5 ไม่ให้ขาด

ถ้าเป็นไปได้ก็อยากชวนเพื่อนเพศที่ 3 คนอื่นๆ ให้ได้ตั้งต้นชีวิตตัวเองใหม่ ไม่ปล่อยไปตามกิเลสอีก
อย่างน้อยๆ ซักคนก็ยังดี แต่การเปลี่ยนความคิดพวกนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ กิเลสมันหนาจนถูกมองว่าเป็น
เรื่องปกติไปเสียแล้ว ไม่ต้องมองคนอื่นไกล มองที่ตัวผมเอง ถ้าไม่ใช่เพราะผมได้เจอท่านผู้นั้น
ผมเองก็ยังไม่เชื่อว่าการกระทำของตัวเองเมื่อก่อนจะไปทำความเดือดร้อนให้ใคร แถมไม่คิดจะหยุดด้วย
แต่พอได้เจอก็รู้ว่าเราทำร้ายทั้งตัวเรา แล้วก็คนอื่นๆ อีกนับไม่ถ้วน คิดแล้วก็เสียดายเวลาที่ผ่านมา
ถ้ารู้ตัวไวกว่านี้อีกหน่อย คงไม่ปล่อยให้ตัวเองต้องทำผิดพลาดไปขนาดนั้น s007


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 ก.ค. 2011, 23:40 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ต.ค. 2010, 09:47
โพสต์: 19


 ข้อมูลส่วนตัว


"รักแท้ในเพศที่ 3 จะมีจริง ถ้าเพศที่ 3 รู้จักครองตนให้มีศีล" ที่ทุกวันนี้พวกเพศที่ 3 (หรือจะเพศไหนๆ ก็ช่าง) ถามหารักแท้ แล้วไม่เจอ เพราะตนเองยังรักษาศีลไม่ได้เลย นานๆ ไปเลยหมดศรัทธาในรักไป จนถูกกิเลสครอบง่ำ :b43:


แก้ไขล่าสุดโดย ineedsomelight เมื่อ 10 ก.ค. 2011, 23:42, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 ก.ค. 2011, 23:41 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 เม.ย. 2009, 02:43
โพสต์: 12217


 ข้อมูลส่วนตัว


ทุกคนผิด..เพราะความไม่รู้..ทั้งนั้น

และ..ทุกคนก็มีผิด..มาก่อน..กันทุกคน

คนมีปัญญา...หรือถึงคราวของผลบุญ..ให้ผล...จึงได้รู้ว่าอะไรผิดอะไรถูก


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 11 ก.ค. 2011, 15:12 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2009, 15:06
โพสต์: 7359

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


กบนอกกะลา เขียน:
แต่พระธรรม..เกิดที่จิตใจ

เมื่อจิตใจไม่มีเพศ...พระธรรมจึงยุติธรรมกับทุกคน

Kiss
...เทศนาธรรมที่ท่านหลวงตามหาบัวเทศน์ว่าจิตไม่มีเพศ ไม่มีวัย...
:b27:
...ข้าพเจ้าว่าสมมุติรูปตามภพภูมิต่างหากที่ทำให้จิตยึดติดหลงว่ามีเพศและวัย...
...โมหะคือความหลงในภพชาติจึงหลงสมมติบัญญัติว่ามีเพศชาย-หญิง...
...มีวัยคือทารก เด็ก วัยรุ่น วัยผู้ใหญ่ วัยกลางคน และวัยชราในภพภูมิมนุษย์...
...เพราะเป็นภพภูมิที่เห็นความจริงการเกิดมีขึ้นและการเสื่อมสลายไปดีกว่าภพภูมิอื่นๆ...
:b12:
...ในครั้งที่พระพุทธเจ้าเสด็จไปบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์เพื่อเทศน์โปรดพระมารดานั้น...
...ท้าวสักกะเทวราชได้ไปอัญเชิญพระนางสิริมหามายาลงมาพบพระพุทธเจ้าจากสวรรค์ชั้นดุสิต...
...ซึ่งเมื่อครั้งที่พระมารดาสิ้นพระชนม์ชีพนั้นได้ไปจุติจิตเป็นพระโพธิสัตว์มานพหนุ่มในชั้นดุสิต...
...สมมุติต่างๆที่เราเห็น ที่มี ที่เป็น จึงเป็นสภาพธรรมชาติที่มีจริงในสมมุติบัญญัติตามภพที่จุติเท่านั้น...
:b16:
...เป็นสภาพที่ให้เห็นว่าเป็นตัวเราอาศัยอยู่ในเพศ วัย ต่างๆเพื่อปฏิบัติตามกฏธรรมชาติของมนุษย์...
...สิ่งที่เรากระทำทุกอย่างในชีวิตประจำวันเป็นสภาพแวดล้อมให้ทำกรรมต่างๆกันไปตามเหตุปัจจัย...
...ภพมนุษย์มี2เพศคือชายกับหญิง การกระทำที่ผิดเพศเกินความจริงจึงหลงผิดมากกว่าปกติค่ะ...
...ที่แย่กว่านั้นก็คือแม้ได้อัตภาพมนุษย์ได้เพศที่บริสุทธิ์สมควรแก่การปฏิบัติธรรมก็บรรลุธรรมไม่ได้...
:b1:
...การได้เพศที่ไม่พอใจก็เป็นทุกข์ การได้เพศที่พอใจก็เป็นทุกข์ เพราะยังไม่สิ้นกิเลสจึงเป็นทุกขสัจจ์...
:b20:
:b4: :b4:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 12 ก.ค. 2011, 23:58 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 31 พ.ค. 2009, 02:41
โพสต์: 5637

แนวปฏิบัติ: พอง ยุบ
ชื่อเล่น: เจ
อายุ: 0
ที่อยู่: USA

 ข้อมูลส่วนตัว www


สาธุค่ะ :b8:

.....................................................
"มิควรหวังร่มเงาจากก้อนเมฆ"


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 14 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

่กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร