วันเวลาปัจจุบัน 01 มี.ค. 2021, 08:16  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


กฎการใช้บอร์ด


อ่านกรรมแห่งกรรมจากบอร์ดเก่า
http://www.dhammajak.net/board/viewforum.php?f=4



กลับไปยังกระทู้  [ 18 โพสต์ ]  ไปที่หน้า 1, 2  ต่อไป  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 13 ส.ค. 2010, 18:37 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกใหม่
สมาชิกใหม่
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 ส.ค. 2010, 18:30
โพสต์: 5

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


มีเรื่องทุกข์ใจมาก

เราไปทำร้ายคนนึงด้วยความริษยา ครั้งแรก และแล้ว เราก็รู้สึกไม่ดีอย่างมาก...จู่ๆ เค้าเกิดจะแจ้งความขึ้นมา ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องใหญ่ถึงกับต้องแจ้งความ เจรจากันได้

เลยไปขอโทษเค้าค่ะ ...ขอโทษไม่ใช่พอเค้าจะแจ้ง เลยไปขอโทษ แต่ขอโทษเพราะรู้สึกผิดมากจริงๆๆ

แต่เค้าไม่ตอบกลับเลยไม่รู้ว่า เค้ามีจิตให้อภัยเราหรือเปล่า

แต่ไม่อยากให้เค้าแจ้งความเป็นเรื่องใหญ่โตค่ะ เพราะจะเดือดร้อนถึงคนอื่นอีกมากกก

อยากทราบว่า....ขอโทษซึ่งๆ หน้าไปแล้ว

การสวดมนตร์ แผ่เมตตา และการขออโหสิกรรม จะสามารถส่งไปถึงเจ้ากรรมนายเวร และบุคคลคนนั้นได้หรือเปล่าค่ะ

ตอนนี้ ร้อนใจมาก สำนักผิด และอยากได้รับการให้อภัย

ขอคำแนะนำด้วยค่ะ

เสียใจจริงๆ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 13 ส.ค. 2010, 19:32 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 02 ก.ค. 2010, 12:27
โพสต์: 91

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


เมื่อเราสำนึกผิด ไม่ยากหรอกค่ะ ขอโทษผ่าน sms ก็ยังได้ ซื้อของไปฝาก ฝากคำขอโทษผ่านเพื่อนเขาไปอีกที นัดแนะว่าจะไปขอโทษด้วยตัวเองอีกครั้งได้เมื่อไร ขอเลี้ยงข้าวสักมื้อนะ เพื่อเป็นการขอขมาโทษ

ขอให้สำเร็จนะคะ :b12:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 13 ส.ค. 2010, 23:30 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกใหม่
สมาชิกใหม่
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 ส.ค. 2010, 18:30
โพสต์: 5

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ขอโทษแล้วค่ะ เจรจาไปแล้ว แต่เค้าไม่ตอบกลับค่ะ

และเหมือนทำท่าเตรียมการอย่างดี ว่าจะไปแจ้งความ

ซึ่งก็ขอโทษเค้าไปแล้ว ขอโทษ อ้อนวอน ขอโอกาส เค้าแล้ว

แต่เค้าไม่มีท่าทีว่าจะตอบกลับ

เลยไม่รู้ว่า เค้าจะให้อภัยเรารึเปล่า ขอเพียง อยากให้กรรมนี้มันเบาลง

ให้มันทุกข์แค่ในใจพอแล้ว ไม่อยากให้เรื่องใหญ่โต เพราะเรื่องแบบนี้มันเจรจากันได้

ต่างคนต่างเรียนหนังสืออยู่บอกเค้าไปว่า อย่าตัดอนาคตกันเลย ไม่รู้เค้าจะเห็นใจกันบ้างมั้ย

แต่รู้สึกผิดจริงๆค่ะ รู้สึกผิดมานานแล้วด้วย ตั้งสัจจะอธิษฐานไว้ว่า จะไม่ทำแบบนี้อีกแล้ว

ขอเพียงโอกาสจากเขา เลิกแล้วต่อกัน

ควรทำอย่างไรดีค่ะ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 13 ส.ค. 2010, 23:40 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 พ.ค. 2008, 14:14
โพสต์: 3836

อายุ: 12
ที่อยู่: กทม.

 ข้อมูลส่วนตัว


เราสำนึกจริงหรือเปล่าล่ะ หรือว่ากลัวโทษที่จะเกิดจากการแจ้งความ


ธรรมดาคนมาขอโทษด้วยความจริงๆใจ ถ้าโทษมันไม่หนักหนานัก คนเรามักจะให้อภัยนะ
แต่ว่าถ้ามันหนักหนานัก ก็ต้องปล่อยให้ระยะเวลามันรักษาหน่อยนึง

แต่ถ้าเราเป็นคนที่ไม่มีสัจจะ คือเคยทำมาบ่อย คือเป็นคนที่ไม่น่าให้อภัย
หรือเคยผิดซ้ำๆมาหลายครั้ง มันเสียเครดิตไปแล้ว
เขามองว่าเราเป็นคนไม่จริงจัง อันนี้ยากหน่อย
จะไปให้เขาให้อภัยง่ายๆ มันก็ไม่แฟร์กับเขานะ

ขอโทษเฉยๆ ถ้าไม่พอ
อาจจะต้องขอรับผิดชอบสิ่งของเงินทองหรือความรับผิดชอบอะไรเพิ่มเติม


ถ้าคุณยังเรียนหนังสืออยู่ แล้วโทษไม่ได้หนักอะไรนัก
ก็ไม่ต้องกลัวหรอก ศาลเขาไม่ตัดอนาคตคุณหรอก
ศาลเขาจะพิจารณารอลงอาญา หมายว่า
ขึ้นศาลไปตามปกติ จนพิพากษาเลยว่า ผิดข้อนั้นข้อนี้ ลงโทษจำคุก เช่น 3 เดือน

แต่... จำเลยรับสารภาพ ประกอบกับจำเลยยังศึกษาอยู่ และกระทำความผิดครั้งแรก
ศาลจึงให้รอลงอาญา 2 ปี ปรับ .. บาท

ก็หมายความว่า ศาลปล่อยให้เป้นอิสระ แต่คาดโทษไว้ 2 ปี
ถ้าหากทำผิดอะไรก้ตามทางอาญาภายในสองปี ศาลจะเอาโทษจำคุกที่พิพากษาไว้ มาบวกเข้าไปกับโทษใหม่


แก้ไขล่าสุดโดย ชาติสยาม เมื่อ 13 ส.ค. 2010, 23:44, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 13 ส.ค. 2010, 23:57 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกใหม่
สมาชิกใหม่
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 ส.ค. 2010, 18:30
โพสต์: 5

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


จริงๆ สำนึกผิดนานแล้วค่ะ

แต่ไม่กล้าไปขอโทษเค้าค่ะ ได้แต่ ตั้งจิตอธิษฐานจะไม่ทำเช่นนี้อีก

ครั้งนี้เป็นครั้งแรก ที่ทำผิด เพราะปกติ ไม่มีประวัติเสียค่ะ และไม่เคยปล่อยให้โทสะครอบงำ

ครั้งนี้ครั้งแรก ที่โทสะ ครอบงำ จนกระทำความผิด และรู้สึกว่ามันน่ากลัวมากจริงๆ

ขนาดเป็นครั้งแรก ยังก่อให้เกิดผลเสียขนาดนี้

ต่อไปจะไม่ปล่อยให้เกิดขึ้นอีกแล้วค่ะ

แต่ครั้งนี้ ไปขอโทษเค้า เพราะคิดว่า สิ่งนี้ คือสิ่งที่ดีที่สุด ที่เราจะทำได้ค่ะ

ขอโทษจากใจค่ะ แต่ด้วยความที่เราไม่สนิทกัน ไม่ได้รู้จักกันอะไรกันมาก

เลยคิดว่า เค้าอาจจไม่ตอบกลับเพราะเหตุผลข้างบนค่ะ

แต่หวังเป็นอย่างยิ่ง ความผิดครั้งนี้ จะยอมกันได้ค่ะ

ความผิดนั้น อาจไม่ร้ายแรงในสายตาคนทั่วไป ไม่น่าจะแจ้ความ เอาผิด

แต่สำหรับบางคนอาจจะโกรธมากก็เป็นได้ค่ะ

ขอบคุณสำหรับคำชี้แนะค่ะ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 13 ส.ค. 2010, 23:59 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกใหม่
สมาชิกใหม่
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 ส.ค. 2010, 18:30
โพสต์: 5

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


อีกนิด ค่ะ อยากทราบว่า การสวดมนตร์ ทำสมาธิ แผ่เมตตา ขออโหสิกรรมนี้ จะส่งไปถึงเขารึเปล่าค่ะ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 ส.ค. 2010, 00:06 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 พ.ค. 2008, 14:14
โพสต์: 3836

อายุ: 12
ที่อยู่: กทม.

 ข้อมูลส่วนตัว


Thamma_tee เขียน:
อีกนิด ค่ะ อยากทราบว่า การสวดมนตร์ ทำสมาธิ แผ่เมตตา ขออโหสิกรรมนี้ จะส่งไปถึงเขารึเปล่าค่ะ


แม้แต่ตัวเขาอยู่ตรงหน้า เขายังไม่ให้อภัยเลย
เรื่องจะทำอยู่อีกที่หนึ่ง แล้วส่งไปให้เขาในทางลับนั้น อย่าหวังเลยครับ

แม้แต่ต่อให้เขาตายไปแล้ว ถ้าไม่อยู่ในสถานะที่จะรับได้ เขาก้รับไม่ได้นะ
ยกตัวอย่างเช่น ตัวเราเองน่ะ เราเป็นเจ้ากรรมนายเวรใคร
ตั้งแต่เล็กจนโตมา เคยรู้สึกไหมว่าใครส่งพลังพิศษมาเพื่อขอขมาโทษ เราก็ไม่เคยใช่ไหม
นี่แหละ วีธีที่คุณกำลังพยามทำอยู่ บอกตามตรงนะ มันไม่ตรงจุด

เขาโกรธ ต้องแก้ที่เขา ขอโทษที่เขา
จะหวังพึ่งพาอำนาจพิเศษอะไร มันก็พอช่วยได้บ้างเล็กน้อย
คือช่วยปลอบใจเราเองเท่านั้นเอง
ต้องไปปลอบใจคนที่เขาเสียใจโกรธแค้นโน่นน่ะครับ ถึงจะตรงจุด


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 ส.ค. 2010, 00:12 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 31 พ.ค. 2009, 02:41
โพสต์: 5637

แนวปฏิบัติ: พอง ยุบ
ชื่อเล่น: เจ
อายุ: 0
ที่อยู่: USA

 ข้อมูลส่วนตัว www


ถ้าทำด้วยจิตที่ตั้งมั่นแน่วแน่
ในการขออโหสิกรรม ผลดีย่อมเกิดขึ้นอย่างแน่นอน
ที่ได้รับเร็วที่สุดก็คือ ลดความเร่าร้อน ทุรนทุราย
ในใจของเราเอง

การสวดมนต์ ภาวนา กรวดน้ำขออโหสิกรรม
ให้แก่เจ้ากรรมนายเวร หรือใครๆ ก็แล้วแต่
เขาจะได้รับหรือไม่ ช้าหรือเร็ว ย่อมขึ้นอยู่
กับเหตุและปัจจัยหลายๆอย่าง...บุญกุศลใดๆ
ถ้าทำโดยไม่หวังผล....ย่อมให้ผลได้ดีและเร็วกว่า
การทำเพื่อหวังผล

ทำใจยอมรับ "ผล" แห่งการกระทำของตน
ไม่ว่าจะเป็นเช่นไร?...ใจจะได้ไม่ทุกข์เกินเหตุ

อนุโมทนาค่ะ :b8:

.....................................................
"มิควรหวังร่มเงาจากก้อนเมฆ"


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 ส.ค. 2010, 00:16 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกใหม่
สมาชิกใหม่
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 ส.ค. 2010, 18:30
โพสต์: 5

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ค่ะ พยายามทำอยู่

และก็จะสวดมนตร์ แผ่เมตตา ขออโหสิกรรมด้วย

ทำทั้งต่อหน้าและลับหลังเลยค่ะ

ก็ได้แต่คิดดีไว้ ว่าเค้าจะให้อภัย และไม่ทำเช่นนี้อีก

เพราะทุกคำที่ขอโทษ จากใจจริงๆ ทั้งนั้นค่ะ

ขอบคุณมากค่ะ สำหรับคำชี้แน่ะ :b8:

ไม่ท้อค่ะ พยายามต่อไปค่ะ การขอโทษ คือสิ่งที่เราคิดว่าดีที่สุดที่เราจะทำได้ ถ้าเขาต้องการอะไร เราก็พร้อมจะชดใช้ค่ะ :b18:

ขอเพียงให้เหตุการณ์ร้ายๆ ผ่านไป จะอดทนค่ะ

นี้คือผลกรรมที่เราทำไว้ ไม่มีใครหนีกรรมพ้น ความร้อนรนภายในใจก็กรรมอย่างนึงที่เราได้รับ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 ส.ค. 2010, 01:06 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 31 พ.ค. 2009, 02:41
โพสต์: 5637

แนวปฏิบัติ: พอง ยุบ
ชื่อเล่น: เจ
อายุ: 0
ที่อยู่: USA

 ข้อมูลส่วนตัว www


นอกจากมั่นสวดมนต์ ภาวนา ปฏิบัติธรรมแล้ว
รักษาศิลห้าให้ครบอย่างเคร่งครัด
จะทำให้จิตใจเยือกเย็น เป็นสุข
ไม่ว่าเขาจะยอม อโหสิให้หรือไม่
ไม่ต้องคำนึงถึง...มุ่งมั่นและแน่วแน่
ในการทำความดี แล้วความดีจะปกป้อง
คุ้มครองเรา ที่หนักก็จะผ่อนให้เป็นเบา
ที่เบาอยู่แล้วก็จะคลาดแคล้วไปได้

เจริญในธรรมค่ะ :b8:

.....................................................
"มิควรหวังร่มเงาจากก้อนเมฆ"


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 ส.ค. 2010, 13:16 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 02 ส.ค. 2010, 17:31
โพสต์: 24

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


เธอจงฆ่าความโกรธด้วยการไม่โกรธ พึงชนะคนโกรธด้วยการทำความดีต่อเขาให้มากๆ
ในโลกมนุษย์ อิจฉาได้ แต่ห้ามริษยา ทำความดีให้มากๆฝึกขอโทษบ่อยๆครับ สิ่งที่ทำให้เขาไม่ตอบกับเพราะยังโกรธ ทุกอย่างต้องใช้เวลา ความดีชนะความเลว สวดมนต์เป็นยาทา วิปัสสนาเป็นยากิน


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 15 ส.ค. 2010, 16:29 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 มิ.ย. 2008, 22:40
โพสต์: 1769

แนวปฏิบัติ: กินแล้วนอนพักผ่อนกายา
งานอดิเรก: ปลุกคน
สิ่งที่ชื่นชอบ: Tripitaka
ชื่อเล่น: สมสีสี
อายุ: 0
ที่อยู่: overseas

 ข้อมูลส่วนตัว


ไม่มีวิธีการใดๆที่จะเร่งให้ใครๆอโหสิฯได้ใครหรอกครับ.. หากมีแล้วไซร้พระพุทธเจ้าน่าจะได้ทรงประสบความสำเร็จในการขออโหสิกรรมจากพระเทวทัตได้แล้ว แต่จนแล้วจนรอด พระเทวทัตก็ตามทำร้าย พยาบาทพระองค์จนวาระสุดท้ายของชีวิต..!!

การที่เราสำนึกผิด จิตเป็นกุศลแล้วด้วยว่าจิตเป็นไปกับหิริโอตัปปะ คือความละอายชั่วกลัวบาป..เมื่อได้กล่าวขอโทษไปแล้วด้วยใจจริงก็ชื่อว่าได้แสดงความสำนึกด้วยวาจา..เมื่อเขาได้ฟังแล้วจะอภัยให้(อโหสิกรรม)เราหรือไม่ ก็เป็นเรื่ิองของเขา เพราะใครอื่นใดที่ไหนจักอาจบังคับจิตใจเขาได้เล่า...

เขาไม่อภัยให้เรายังไม่เสียหายเท่ากับการที่เราไม่คิดให้อภัยตนเอง ยังกังวลวิตกว่าเขาจะไม่อภัยให้ ซ้ำหนักขึ้นไปด้วยความหวาดวิตกที่เขาจะฟ้องร้องเอา นี้เท่่ากับ ปล่อยใจให้ตกอยู่อยู่กับบาปใหม่คืออุทธัจจะ(ฟุ้งซ่าน)และโทสะ(กลัว)ตลอดเวลา สติอันจำเป็นแก่กุศลทั้งหลายย่อมหดหาย ปัญญาเพื่อคิดแก้ไขปัญหาก็มืดมัวด้วยอำนาจของความฟุ้งซ่าน..กลัวภัย...กลายเป็นการทำบาปใหม่ที่ต่อเนื่อง เท่ากับกำลังสร้าง"เหตุเสีย"เพื่อต่อท่อนำร่องไปหาวิบากเสีย เร่งให้เขาไหลบ่ามาส่งผลท่วมทับเพิ่มเติม..

ชื่อว่าตนแล้ว ย่อมเป็นที่รักที่สุดของตนทีเดียว จึงควรอภัยในความผิดพลาดนี้เสียก่อน หากตนไม่อภัยตนก่อนแล้ว จะหวังให้คนอื่นๆมาอภัยตนได้อย่างไร

พึงระงับความฟุ้งซ่านหวาดผวาไปในทันที ประพฤติศีลให้มั่นคง ศึกษาพระธรรมที่ถูกต้องเพื่อเป็นปัจจัยแก่สติปัญญาเพื่อจะไม่ทำหรือเชื่อในเรื่องใดๆที่ไม่มีเหตุผลรองรับสักว่าเชื่อไปตามที่เขาเล่ามา..ปัญญาจากพระธรรมเท่านั้นที่จะคุ้มครองตนให้พ้นทุกข์ภัยได้ทั้งในโลกนี้และโลกหน้า มีอานิสงค์ถึงขั้นพ้นทุกข์ทั้งมวลเป็นสมุทเฉท..แม้จะทำสิ่งใดก็ทราบชัดวิธีทำที่ถูกควร ว่าเช่นนี้ๆมีประโยชน์หรือไม่ อย่างไร เพราะอะไร..มีเหตุผลสมควรรองรับหรือไม่เป็นต้น..

หากแม้นตนจะถูกฟ้อง ก็ด้วยอำนาจของบาปอันตนทำไว้ ไม่ได้เกิดเพราะฟลุคหรือซวย อาศัยคำสอนของพระพุทธเจ้าเราย่อมทราบชัดว่่า ผลทั้งหลายย่อมไหลมาแต่เหตุ เมื่อผลปรากฏก็ย่อมชี้เหตุเก่าที่ตนนั่นเองทำไว้แล้ว หากผลนั้นได้เหตุปัจจัยเหมาะสมเพื่อมาแสดงให้เราได้รับ ใครๆก็ไม่อาจห้ามปรามเขาได้.. สิ่งเดียวที่อาจช่วยได้คือการเจริญกุศลทั้งปวงให้มาก เพราะชื่อว่าบุญย่อมนำความสุขน่าชื่นใจมาสู่ตน..บุญที่ทำได้ด้วยตนเอง เกือบตลอดเวลาคือศีล๕ พึงตั้งใจประพฤติให้มั่นคง นี่จะเป็นเกราะคุ้มตนได้อย่างดี.. อีกประการหนึ่ง คือการเจริญเมตตาแก่คู่เวรเนืองๆ(ไม่ใช่สวดแบบนกแก้ว แต่ส่งความปรารถนาดีอย่างจริงใจแก่เขานึกอวยชัยให้พรเขา อย่างที่เราเองก็อยากได้นั่นแหละ.) อานุภาพแห่งเมตตาย่อมยังใจของผู้แผ่ให้สงบเย็น ส่วนผู้รับ ก็อาจได้รับหากผู้แผ่มีสมาธิตั้งมั่นดี เวรภัยย่อมระงับยับยั้งไปได้..

ขอให้พ้นทุกข์ภัยไวๆครับ :b47: :b47: :b47:

.....................................................
ศีล ๕ รักษาตนไม่ให้เกิดในอบายภูมิ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 21 ส.ค. 2010, 19:43 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ก.ค. 2010, 18:50
โพสต์: 24

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


การอโหสิกรรม ไม่ได้หมายถึงการลบล้างกรรมอันนั้นทั้งหมดเป็น 0 นะครับ
อย่าเข้าใจเช่นนั้น เพราะลักษณะการจู่โจมของกรรม นั้นมีส่วนนึง
ที่ให้ผลจู่โจมฝังเข้าที่จิตผู็กระทำทันที อันนี้ถ้าผู้ภาวนาเดินปัสสนามาระดับนึง
จะเข้าใจถึงกรรมข้อนี้ได้เป็ฯอย่างดี มันจะเป็นเสียงพากย์ที่อยู่ในหัว
เป็นม่านหมอกมาบังจิตไม่ให้สว่าง

ส่วนการอโหสิกรรมจะได้ผลหรือไม่
การอโหสิกรรมต้องกระทำต่อหน้าคู่กรรมของเรา และจะต้องได้รับการอภัย
อย่างไม่มีข้อกังขาทั้ง กาย วาจา และใจ ไม่ใช่เค้าเกรงใจเลยพูดให้ๆไปโดยส่งเดช
ก็ไม่มีผล

ส่วนการทำผิดพลาดแล้วมานั่งขออโหสิกรรมเมือ่อีกฝ่ายนึงได้ตายจากไปแล้ว
ก็ไม่ได้มีส่วนให้อีกฝ่ายนึงให้อภัยเลย เพียงแต่ทำให้เรารู้สึกดีขึ้นบ้างเท่านั้น

ดังนั้น ท่านจึงบอกว่า ให้ดำเนินชีวิตด้วยความมีสติ คิดก่อนพูด ก่อนทำ
เพราะถ้าทำไปแล้วมันแก้ไขยาก ก็ต้องรับผลก็กรรมไป

ยังไงก็ต้องตั้งมั่นแก้ปัญหาด้วยการมีสติ
ทุกสิ่งทุกอย่างไม่ว่าร้ายหรือดี สุดท้ายมันก็จะผ่านไป


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 21 ส.ค. 2010, 19:59 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 26 มี.ค. 2010, 12:49
โพสต์: 117

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


skygolo เขียน:

ดังนั้น ท่านจึงบอกว่า ให้ดำเนินชีวิตด้วยความมีสติ คิดก่อนพูด ก่อนทำ
เพราะถ้าทำไปแล้วมันแก้ไขยาก ก็ต้องรับผลก็กรรมไป

ยังไงก็ต้องตั้งมั่นแก้ปัญหาด้วยการมีสติ
ทุกสิ่งทุกอย่างไม่ว่าร้ายหรือดี สุดท้ายมันก็จะผ่านไป


:b8: :b8: :b8:
มีสติทุกเวลา คิดก่อนทำ
และยอมรับผลการกระทำ
อนุโมทนาสาธุค่ะ
:b8: :b8: :b8:

.....................................................
หนทางสว่าง เริ่มต้นจากใจของเรา


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 30 ส.ค. 2010, 19:47 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ส.ค. 2010, 18:54
โพสต์: 615

สิ่งที่ชื่นชอบ: พระไตรปิฏก อรรถกถา
ชื่อเล่น: พุทธฏีกา
อายุ: 0
ที่อยู่: ดอยสัพพัญญู

 ข้อมูลส่วนตัว www


เร็วที่รู้ เลวที่ไ่ม่รู้



ผลเบื่องต้น ดลใจ ให้หายโกรธ
ให้อดโทษ วาจากิ - ริยาศีล
ผลท่ามกลาง สมาธิ หยุดสิ้น
ตัวปัญญิณ - ทรีย์คือ ผลเบื่องปลาย

:b41: :b39:

จิตมานะ ตัณหา และทิฏฐิ
เกิดตำหนิ ตั่งอยู่ ดับสลาย
จิตอ่อนโยน โสภณะ มากมาย
อ่อนโยนหาย ทิฏฐิเกิด หมุนเวียน


:b41: :b43:

เร็วหรือช้า ปัญญา อบรมจิต
ช้าเห็นผิด ตัวตน ยนต์แนบเนียน
เร็วรู้เห็น สภาพธรรม แปรเปลี่ยน
หมดความเพี้ยน เวียนสมมุติ เขาเรา


:b41: :b45:

อโหสิ องค์ธรรม อโทสา
ไม่อิสสา มัจฉะ ริยะเขา
ไม่รำคาญ เขาได้ดี หนักเบา
ใจไม่เอา มาแบก อกแอกตัว


:b41: :b46:

อยากพิชิต ศัตรู ให้ขู่มิตร
ขู่ดวงจิต แบ่งแยก เราเขาทั่ว
อบรมจิต ให้เห็นธรรม ดีชั่ว
เปลี่ยนใจมัว ศัตรูเปลี่ยนเป็น มิตรงาม


:b50: :b48: :b47: :b45: :b47: :b48: :b50:


พุทธฏีกา
(คุตฺตวํโส ภิกฺขุ)
ดอยสัพพัญญู
๓๐ สิงหาคม ๕๓


รูปภาพ








Credit image by:
http://pirun.kps.ku.ac.th/~b5016055/

.....................................................
39777.กฎกติกา มารยาท และบทลงโทษ ในการใช้บอร์ด

42529.สีลัพพตปรามาส - สีลัพพตุปาทาน (สมเด็จพระญาณสังวรฯ)
44772.e-Book สัมมาทิฏฐิ ตามพระเถราธิบายของท่านพระสารีบุตรเถระ
พระไตรปิฎกมาแล้ว อรรถกถาอยู่ตรงไหน ตอนที่ 1 (ลานธรรมเสวนา)
พระไตรปิฎกมาแล้ว อรรถกถาอยู่ตรงไหน ตอนที่ 2 (ลานธรรมเสวนา)


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 18 โพสต์ ]  ไปที่หน้า 1, 2  ต่อไป

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 2 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร