วันเวลาปัจจุบัน 25 ก.พ. 2021, 04:23  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 64 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2, 3, 4, 5  ต่อไป  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 17 ก.ค. 2010, 17:50 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 26 มี.ค. 2010, 12:49
โพสต์: 117

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


:b8: :b8: :b8: อนุโมทนาสาธุค่ะ :b8: :b8: :b8:

จะนำไปเป็นแบบอย่างที่ดี

:b53: :b53: :b53: :b41: :b41: :b41: :b53: :b53: :b53:

.....................................................
หนทางสว่าง เริ่มต้นจากใจของเรา


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 21 ก.ค. 2010, 05:39 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 ก.พ. 2010, 17:53
โพสต์: 4999

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


anisa2521 เขียน:
เรื่องบุญกรรมมีจริงไหม? การทำบุญช่วยทำให้ชีวิตดีขึ้นจริงเหรอ? แล้วบุญทำแทนกันได้ด้วยเหรอ?

เรื่องบุญกรรมมีจริงไหม?

.....เรื่องกรรมที่มีความหมายว่าผลของการกระทำ มีจริงครับ
แล้วผลของมัน อันไหนเป็นบุญอันไหนเป็นบาป เราเอาอะไรมาตัดสินครับ
ว่านั้นบุญนี้บาป ผมว่ามันขึ้นอยู่กับ การพอใจหรือไม่พอใจ กับสิ่งที่ได้รับครับ
ถ้าไม่พอใจก็ว่าบาป พอใจก็ว่าบุญ
.....ซึ่งทั้งหมดขึ้นอยู่กับการที่เราส่งใจไปยึดติดกับสิ่งนั้นๆ แล้วส่งผลปรุงแต่ง
ออกมาให้เป็นทุกข์ เป็นสุข ดูจากคุณเป็นต้น
คุณเอาใจไปยึดติดกับความเป็นอยู่ของแม่คุณ ซึ่งแม่คุณกับคุณมันคนละคนกัน
กายและใจก็ของใครของมัน

....ทั้งหมดทั้งมวล เป็นตัวคุณเองทั้งนั้นที่ทุกข์ ที่คุณทำไปทุกอย่าง
ก็เพื่อให้ตัวเองหายทุกข์ ทุกข์จากแม่ป่วย ทุกข์เพราะหาวิธีช่วยแม่

การที่คุณยกเอาเรื่อง เจ้ากรรมนายเวรมาเป็นแพะก็เพื่อให้ใจตัวเอง
ผ่อนคลายไม่สิ้นหวัง อันที่จริงเจ้ากรรมนายเวรมันไม่จริงหรอกครับ
ที่แม่คุณป่วย มันไม่ได้เกิดจาก เจ้ากรรมนายเวร มันเป็นกฎธรรมชาติ
ที่เรียกว่า วัฏสงสาร มันต้องเจอกันทุกคนไม่เว้น แม้แต่พระพุทธเจ้า


สรุปถ้าคุณยังเชื่อเรื่องที่แม่คุณมี เจ้ากรรมนายเวรอยู่ละก็ ผมว่าคุณคิดผิดครับ
ความหมายของเจ้ากรรมนายเวร คือผู้ที่มาทวงถามกรรมที่ได้ก่อไว้กับเขา
ส่งผลให้ให้เจ้าตัวเกิดทุกข์ ที่นี้คุณลองย้อนดูตัวเองว่า กำลังทุกข์ที่แม่ป่วย
อยู่หรือเปล่า แม่คุณหรือคุณกันแน่ที่มีเจ้ากรรมนายเวร
แล้วดูให้ลึกใครเป็นเจ้ากรรมนายเวรของคุณ


การทำบุญช่วยให้ชีวิตดีขึ้นจริงหรือ?

ถ้าเป็นเรื่องชีวิตความเป็นอยู่ ทรัพย์สินเงินทองไม่จริงครับ
แต่ถ้าเป็นเรื่องของจิตใจละก็ใช่ครับ แต่มันก็ขึ้นอยู่ของจิตใจแต่ละคน
ถ้าเข้าใจว่าการทำบุญเพื่อ เสียสละสิ่งนอกกายไม่ยึดติดหรือหวังผลสิ่งนี้ทำให้จิตใจดีขึ้น

บุญทำแทนกันได้ด้วยหรือ?
การทำบุญเป็นการฝึกจิตใจให้รู้จักการเสียสละ มันเป็นคำสอนของพระพุทธเจ้า
การทำบุญเป็นการปฏิบัติเบื้องต้น เพื่อให้รู้จักการปล่อยวาง ไม่ไปยึดสิ่งต่างๆ
ที่ทำให้เกิดทุกข์ ถ้าสังเกตุดู การทำบุญทำให้ลดละกิเลสที่เรียกว่า ความโลภลงได้

ดูจากความหมายของการทำบุญแล้ว มันเป็นเรื่องเฉพาะตัว จิตใจเฉพาะตน
คนอีกไม่เกี่ยวครับ เรื่องที่คุณเล่ามามันเป็นเรื่องที่คุณ ปรุงแต่งโยงเรื่อง
โน้นมาปนเรื่องนี้ ถ้าแม่คุณจะดีขึ้น ถ้าเป็นเรื่องของจิตใจแล้วก็เป็นเพราะแม่คุณเอง
ส่วนในเรื่องของร่างกาย ที่ดีขึ้นก็เพราะหมอครับ แต่ที่คุณว่าที่แม่ดีขึ้นไม่เกี่ยวกับหมอ
เป็นเพราะคุณไม่รู้จักคำว่าพอใจในสิ่งที่ได้ เมื่อไม่ได้เลยเกิดอคติ เรื่องการรักษามัน
ขึ้นอยูกับคนสองคน คือคุณหมอและคุณแม่ อีกคนรักษาจิตใจตัวเอง อีกคนคอยรักษา
ทางร่างกาย ทุกอย่างมันถึงดีขึ้นไงครับ


มันไม่เกี่ยวกับเจ้ากรรมนายเวร หรือทำบุญทำกรรมแทนกันแม้แต่น้อย


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 21 ก.ค. 2010, 08:18 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 20 ก.ค. 2010, 09:13
โพสต์: 11

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


อนุโมทนาบุญ และสาธุด้วยค่ะ อ่านแล้ว ได้ข้อคิด และคิดถึงเหตุการณ์ของตัวเองเกี่ยวกับอาม่าก่อนอาม่าจะเสียประมาณ 4 เดือนค่ะ และได้ข้อคิดจากเรื่องและคำตอบของหลายๆ ท่านค่ะ
ขอให้คุณแม่ของคุณและครอบครัวของคุณมีความสุขสมหวังทุกประการค่ะ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 23 ก.ค. 2010, 13:27 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 มิ.ย. 2008, 22:40
โพสต์: 1769

แนวปฏิบัติ: กินแล้วนอนพักผ่อนกายา
งานอดิเรก: ปลุกคน
สิ่งที่ชื่นชอบ: Tripitaka
ชื่อเล่น: สมสีสี
อายุ: 0
ที่อยู่: overseas

 ข้อมูลส่วนตัว


โฮฮับกล่าว:

อ้างคำพูด:
ดูจากความหมายของการทำบุญแล้ว มันเป็นเรื่องเฉพาะตัว จิตใจเฉพาะตน
คนอีกไม่เกี่ยวครับ........

มันไม่เกี่ยวกับเจ้ากรรมนายเวร หรือทำบุญทำกรรมแทนกันแม้แต่น้อย


:b8: อนุโมทนาครับ
ความเห็นที่ถูกตรงเช่นนี้ หายากยิ่งนักในที่ทั้งปวง..

.....................................................
ศีล ๕ รักษาตนไม่ให้เกิดในอบายภูมิ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 26 ก.ค. 2010, 02:27 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 พ.ค. 2010, 03:10
โพสต์: 34

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ขอบคุณมากครับที่ยกย่องกันมากขนาดนี้ บอกตรงนี้เลยครับผมก็คนธรรมดาๆครับ ผมเชื่อว่าว่าหลายคนดูแลบุพการีได้ดีกว่าผมอีก ที่เล่ามาก็แค่ยากแชร์ประสบการณ์ที่เจอมาเท่านั้นเอง ไอ้เรื่องธรรมะชั้นสูงที่พยายามกระแดะเข้าใจกันผมไม่มีครับ กายเนื้อใจเนื้อโดยแท้ ไม่มีปรุงแต่งแต่อย่างใด แน่นอนผมยึดติด..ก็มันแม่ผมนี่นา ผมไม่อยากพูดมากครับ..แต่อดไม่ได้จริงๆ เพราะผมเชื่อว่าคนที่พยายามพูดถึงแก่นธรรมของ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา มันก็ไม่ใช่ของจริงเหมือนกัน แก่นแท้ของมนุษย์คือการดำรงค์ชีวิตอยู่ หากให้ผมคิดว่าการเกิดแก่เจ็บตายเป็นเรื่องธรรมดา แล้วปล่อยให้แม่เป็นไปตามเวรกรรม ผมยอมรับไม่ได้ครับ ผมก็เชื่อว่าหลายๆคนก็ไม่ทำเช่นนั้นเหมือนกัน
ความเป็นจริงกับธรรมะไปด้วยกันจริงๆ แต่ควรจะเลือกให้เหมาะสมใช้ สักแต่รู้แล้วพูดแล้วไงอ่ะ..ใช้ปัญหาจริงรึเปล่า? หรือสักแต่อ่านตำราว่าตามเขาไป ทำงี้ดีตรงไหน?อ่ะอยากรู้ แล้วมันจะต่างอะไรกับเอาขวานมาขุดดิน(แทนที่จะใช้เสียบ-จอบ) แน่นอนมันขุดได้ ปลูกต้นไม้ได้ แต่ถามว่าคนมีปัญญาเขาทำกันรึเปล่า? ก็คิดดูละกัน

มนุษย์ คือ มนุษย์ ทำความดีไว้เยอะๆ กตัญญูเยอะๆ ชีวิตไม่มีทางอับจนแน่นอน กรรมเวรมีจริง ผมเชื่อว่าเจ้ากรรมนายเวรมีจริง คนเรามีกายมีใจมองหน้านิดหน่อยยังเล่นกันถึงตายเลย ถามตัวเองเถอะวันๆสบถคำด่าสาบแช่งวันละกี่ครั้งกัน แน่นอนมันเกิดจากเรื่องๆเล็กๆน้อยทั้งนั้น นับประสาอะไรกับวิญญาณที่เราไปทำร้ายถึงชีวิต แรงอาฆาตรพยาบาทจะไม่มีเลยเหรอ
ทำไมฉันไม่เห็นมีล่ะ เจ้ากรรมนายเวร? ก็แน่นอนล่ะสิ่งที่คุ้มหัวเราอยู่ก็บุญเก่าๆทั้งนั้น ลองประมาทดิ ใช้ให้มันให้หมดไวๆทำกรรมเยอะๆ ตกต่ำมามันก็พร้อมจะยำคุณทุกเวลา
อยากรู้ว่าเจ้ากรรมนายเวรมีจริงไหม? ก็ลองเดินไปตบกระบานใครสักคนดิ บางคนดีหน่อยก็เฉยๆให้อภัยเลิกแล้วต่อกัน หรือถ้าเขาสู้คุณได้เขาก็จะอัดคุณกองตรงนั้น หากสู้ไม่ได้เขาจะจองกฐินคุณไว้ รอโอกาสชำระแค้นแน่นอน

อจินไตย เกินกำลังที่มนุษย์จะรู้ได้ อย่าประมาท-อย่าฟันธง-อย่าชักใบให้เรือเสีย เพราะท่านก็ไม่ได้รู้จริงเหมือนกัน


แก้ไขล่าสุดโดย anisa2521 เมื่อ 26 ก.ค. 2010, 02:45, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 27 ก.ค. 2010, 06:15 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 ก.พ. 2010, 17:53
โพสต์: 4999

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


anisa2521 เขียน:
ขอบคุณมากครับที่ยกย่องกันมากขนาดนี้ บอกตรงนี้เลยครับผมก็คนธรรมดาๆครับ ผมเชื่อว่าว่าหลายคนดูแลบุพการีได้ดีกว่าผมอีก ที่เล่ามาก็แค่ยากแชร์ประสบการณ์ที่เจอมาเท่านั้นเอง ไอ้เรื่องธรรมะชั้นสูงที่พยายามกระแดะเข้าใจกันผมไม่มีครับ กายเนื้อใจเนื้อโดยแท้ ไม่มีปรุงแต่งแต่อย่างใด แน่นอนผมยึดติด..ก็มันแม่ผมนี่นา ผมไม่อยากพูดมากครับ..แต่อดไม่ได้จริงๆ เพราะผมเชื่อว่าคนที่พยายามพูดถึงแก่นธรรมของ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา มันก็ไม่ใช่ของจริงเหมือนกัน แก่นแท้ของมนุษย์คือการดำรงค์ชีวิตอยู่ หากให้ผมคิดว่าการเกิดแก่เจ็บตายเป็นเรื่องธรรมดา แล้วปล่อยให้แม่เป็นไปตามเวรกรรม ผมยอมรับไม่ได้ครับ ผมก็เชื่อว่าหลายๆคนก็ไม่ทำเช่นนั้นเหมือนกัน
ความเป็นจริงกับธรรมะไปด้วยกันจริงๆ แต่ควรจะเลือกให้เหมาะสมใช้ สักแต่รู้แล้วพูดแล้วไงอ่ะ..ใช้ปัญหาจริงรึเปล่า? หรือสักแต่อ่านตำราว่าตามเขาไป ทำงี้ดีตรงไหน?อ่ะอยากรู้ แล้วมันจะต่างอะไรกับเอาขวานมาขุดดิน(แทนที่จะใช้เสียบ-จอบ) แน่นอนมันขุดได้ ปลูกต้นไม้ได้ แต่ถามว่าคนมีปัญญาเขาทำกันรึเปล่า? ก็คิดดูละกัน

คุณจขกทครับ กรุณาอย่าใส่อารมณ์ครับ คุณว่ามาแชร์ประสบการณ์ พวกผมก็เหมือนกันครับ
มาแชร์ความรู้ที่ได้รับการถ่ายทอดมาจาก พระสงฆ์ ครูบาอาจารย์และพระพุทธเจ้าที่ส่งต่อกันมา
คุณต้องไม่ลืมนะว่าเว็บนี้เป็นเว็บเผยแพร่พุทธศาสนา ผมเห็นว่า คุณเอาเรื่องที่ไร้สาระในทางพุทธ
มาเผยแพร่ ผมไม่เห็นด้วยก็ต้องแสดงความคิดเห็นไป อีกทั้งไม่ได้ใช้ถ้อยคำรุนแรงไปตำหนิติเตียน
การกระทำของคุณ คุณก็ควรใช้ความเป็นสุภาพชนอธิบายความกลับมา

.....คุณแน่ใจแล้วหรือกับประโยคนี้ของคุณว่า อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา มันก็ไม่ใช่ของจริง
ถ้าอย่างนั้นผมขอถามกลับหน่อย คุณนับถือศาสนาอะไรครับ

.....คุณกำลังสับสนอยู่หรือเปล่าครับ ธรรมะไม่ได้สอนให้คนว่าพอมีเรื่องแล้ว ปล่อยให้มันไปตาม
เวรตามกรรมนะครับ ท่านสอนให้รู้จักเหตุ รู้จักผล รู้จักแก้ปัญหาแบบคนมีปัญญา หาต้นตอแล้วลง
มือแก้ไข ไม่ใช้พอเกิดเรื่องก็โทษนั้นโทษนี้มั่วไปหมด แล้วสิ่งที่ไปโทษมันก็ไม่มีอยู่จริง
ผมจะเน้นเลยนะครับศาสนาพุทธไม่ใช้ไสยศาสตร์ ศาสนาพุทธเป็นวิทยาสตร์ สามารถอธิบายได้
โดยมีเหตุและผล

anisa2521 เขียน:
ความเป็นจริงกับธรรมะไปด้วยกันจริงๆ แต่ควรจะเลือกให้เหมาะสมใช้ สักแต่รู้แล้วพูดแล้วไงอ่ะ..ใช้ปัญหาจริงรึเปล่า? หรือสักแต่อ่านตำราว่าตามเขาไป ทำงี้ดีตรงไหน?อ่ะอยากรู้ แล้วมันจะต่างอะไรกับเอาขวานมาขุดดิน(แทนที่จะใช้เสียบ-จอบ) แน่นอนมันขุดได้ ปลูกต้นไม้ได้ แต่ถามว่าคนมีปัญญาเขาทำกันรึเปล่า? ก็คิดดูละกัน

ท่านยกอุทาหรณ์มานี้นะ ท่านแน่ใจแล้วหรือว่ามันจะไม่ย้อนไปเข้าตัวเอง
หมอเขาใช้จอบขุดดินเพื่อหาแหล่งน้ำอยู่ แต่มันอาจช้าหน่อยเพราะไปเจอหินเข้า
หมอเลยใช้เสียมค่อยงัดหินขึ้นมา ท่านไม่พอใจบอกว่าช้าไปหยิบขวานฟันลงไป
ในบ่อที่หมอขุดไว้ เผอิญมีน้ำผุดขึ้นมา ท่านได้เที่ยวตะโกนร้องแร่แห่กะเช่อว่า
ตัวเองเก่งเป็นเพราะตัวเองถึงได้น้ำนี้มา ท่านไม่คิดถึงหมอที่ขุดบ่อมาแต่แรกเลยหรือ

ถ้าท่านมั่นใจในความเชื่อและการกระทำของท่านมาก ผมว่าท่านไม่ต้องพาแม่ไปหาหมอ
ได้แล้วมันเสียเวลา ยาที่หมอสั่งก็เลิกกินเสียเงินเสียทอง แล้วก็ไม่ต้องให้แม่ออกกำลัง
มันเหนื่อยเปล่า ท่านไปอ้อนวอนภาวนาขอร้อง เจ้ากรรมนายเวรแต่อย่างเดียวมันคงพอแล้วมั้ง

การรู้จักใช้ปัญญาแก้ปัญญา ไม่หลงตนคิดว่าตัวเองเก่ง ค่อยแก้ไปปัญหาก็คลี่คลาย
แต่ถ้ายังมัวเมา หลงอยู่เรื่องเล็กก็จะกลายเป็นเรื่องใหญ่ นีดีนะที่เกิดเรื่องยังพาไปหาหมอก่อน
ถ้าไปมัวแต่ไปทำพิธีขอโทษเจ้ากรรมนายเวรละก็ ไม่อยากจะคิดเลย


แล้วที่ยกเรื่องจอบเรื่องขวานมา มันเข้ากับเรื่องของตัวเองที่ไหน มันเป็นการแสดงออกให้รู้ว่า
ท่านไม่มีความเข้าใจในเรื่องธรรมะ มาแต่ต้น
ผมจะอธิบายเรื่องที่ท่านยกมาที่เกี่ยวกับปัญญาให้ท่านฟังนะครับ
สมมุติท่านต้องไปขุดบ่อสักบ่อ มีเครื่องมืออยู่สามอย่าง คนที่มีปัญญา
ก็ต้องเลือกเครื่องมือที่ตรงกับลักษณะของงาน เช่นมีต้นไม้ขวางอยู่ก็ต้องใช้ขวาน
ใช้จอบเปิดหน้าดิน เมื่อลึกพอสมควรก็ใช้เสียมขุดตาม ถ้าเป็นแบบนี้มันไม่มีปัญหา
แต่ถ้าเขามีขวานมาให้อย่างเดียว เหมือนกับที่ท่านประชดประชันมาว่า ใช้ขวานขุดดิน
คนเขลาเบาปัญญาก็คงคิดว่าขวานขุดดินไม่ได้ แต่ถ้าเราเปลี่ยนลักษณะการใช้ขวาน
แทนที่เราจะฟันลงตรงๆบนหน้าดิน เราก็เปลี่ยนเป็นฟันเฉียงๆแค่นี้ก็ขุดดินได้แล้ว

[b]มันก็เหมือนกับเรื่องของคุณ ถ้าเราใช้ปัญญามาพิจารณาหาเหตุที่เกิด
ว่าเป็นเพราะอะไร และเหตุที่ดับเป็นเพราะอะไร เมื่อเกิดเหตุซ้ำขึ้นอีก จะได้แก้ได้ทันท่วงที
แต่ถ้าหลงไปกับสิ่งที่เป็นไปไม่ได้เพราะ ไม่ใช้ปัญญามาแก้ไขสิ่งที่เกิดเสียก่อน ผลที่ตามมามัน
มากเกินกว่าการแก้ภายหลัง


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 27 ก.ค. 2010, 06:49 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 ก.พ. 2010, 17:53
โพสต์: 4999

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


anisa2521 เขียน:
มนุษย์ คือ มนุษย์ ทำความดีไว้เยอะๆ กตัญญูเยอะๆ ชีวิตไม่มีทางอับจนแน่นอน กรรมเวรมีจริง ผมเชื่อว่าเจ้ากรรมนายเวรมีจริง

ความกตัญญูเป็นสิ่งดีครับ แต่ต้องมีปัญญาในการใช้กตเวทีด้วย
มิฉะนั้น สิ่งที่ตามมามันจะกลายเป็นโทษมากกว่าคุณ
ก็อย่างว่าดีนะที่ยังพาไปหาหมอก่อน
แล้วค่อยมาทำสิ่งที่ตัวเองคิดตัวเองหลง

anisa2521 เขียน:
คนเรามีกายมีใจมองหน้านิดหน่อยยังเล่นกันถึงตายเลย ถามตัวเองเถอะวันๆสบถคำด่าสาบแช่งวันละกี่ครั้งกัน แน่นอนมันเกิดจากเรื่องๆเล็กๆน้อยทั้งนั้น นับประสาอะไรกับวิญญาณที่เราไปทำร้ายถึงชีวิต แรงอาฆาตรพยาบาทจะไม่มีเลยเหรอ
ทำไมฉันไม่เห็นมีล่ะ เจ้ากรรมนายเวร? ก็แน่นอนล่ะสิ่งที่คุ้มหัวเราอยู่ก็บุญเก่าๆทั้งนั้น ลองประมาทดิ ใช้ให้มันให้หมดไวๆทำกรรมเยอะๆ ตกต่ำมามันก็พร้อมจะยำคุณทุกเวลา
อยากรู้ว่าเจ้ากรรมนายเวรมีจริงไหม? ก็ลองเดินไปตบกระบานใครสักคนดิ บางคนดีหน่อยก็เฉยๆให้อภัยเลิกแล้วต่อกัน หรือถ้าเขาสู้คุณได้เขาก็จะอัดคุณกองตรงนั้น หากสู้ไม่ได้เขาจะจองกฐินคุณไว้ รอโอกาสชำระแค้นแน่นอน

แล้วท่านยกมาอ้างทำไม มันเกี่ยวกับเจ้ากรรมนายเวร ผีเพี้ยน วิญาณอาฆาตตรงไหน
มันเป็นเรื่องของเหตุและผลที่เกิดในปัจจุบัน มันอธิบายได้เป็นวิทยาสตร์
anisa2521 เขียน:
อจินไตย เกินกำลังที่มนุษย์จะรู้ได้ อย่าประมาท-อย่าฟันธง-อย่าชักใบให้เรือเสีย เพราะท่านก็ไม่ได้รู้จริงเหมือนกัน

ผมว่าเป็นท่านมากกว่าที่มาชักใบให้เรือเสีย ผมรู้ตามเหตุและผล
รู้ตามความเป็นจริง รู้ว่าเมื่อไม่สบายคนที่จะช่วยเราได้คือหมอ
เจ้ากรรมนายเวรไม่มีจริง การที่เราเจ็บป่วยมันเป็นเพราะเราทำตัวของเราเอง
ที่ไม่ได้ดูแลสุขภาพ กินอะไรตามใจ ไม่ระวังสภาพแวดล้อมที่เป็นพิษ

การที่ท่านนำเรื่องไร้สาระมาโพสท์ ถ้าไม่มีคนมาแย้ง เผอิญมีคนที่ไม่เข้าใจ
หลงเชื่อไปตามท่าน วันหลังเกิดเหตุการณ์คล้ายๆท่าน แล้วไม่นำพาที่จะไปขอ
ความช่วยเหลือจากหมอ แต่ไปทำพิธีแก้กรรมกับเจ้ากรรมนายเวรแทน
ท่านไม่คิดหรือว่าผลที่ตามมาจะเสียหายขนาดไหน


anisa2521 เขียน:

อจินไตย เกินกำลังที่มนุษย์จะรู้ได้ อย่าประมาท-อย่าฟันธง-อย่าชักใบให้เรือเสีย เพราะท่านก็ไม่ได้รู้จริงเหมือนกัน

เรื่องของท่านมันไม่เกี่ยวกับอจินไตยเลย อย่าเอามาผสมปนเปกับเรื่องพุทธศาสตร์
เรื่องของท่านถ้าพูดให้ดูดีแบบไม่อยากมีเรื่อง ก็ต้องพูดว่า"มันเป็นศีลพรตปรามาส
แต่ถ้าพูดแล้วไม่กลัวมีเรื่องต้องพูดว่าพระท่านว่า มันเป็นเหตุที่นำไปสู่เดรัจฉานวิชาครับ
อธิบายความเดรัจฉานวิชา คำนี้ไม่หยาบนะครับ มันหมายถึง ...
วิชานอกรีตที่ไม่มีอยู่ในพุทธศาสนาครับ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 27 ก.ค. 2010, 12:44 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ส.ค. 2008, 16:50
โพสต์: 175

ที่อยู่: กรุงเทพฯ

 ข้อมูลส่วนตัว


ขออนุโมทนาบุญด้วยครับ.......... :b8:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 27 ก.ค. 2010, 14:35 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 มิ.ย. 2008, 22:40
โพสต์: 1769

แนวปฏิบัติ: กินแล้วนอนพักผ่อนกายา
งานอดิเรก: ปลุกคน
สิ่งที่ชื่นชอบ: Tripitaka
ชื่อเล่น: สมสีสี
อายุ: 0
ที่อยู่: overseas

 ข้อมูลส่วนตัว


บางที บางท่านอาจคิดว่า เป้าหมายของการบวชคือเพื่อ"เอาบุญ"แล้วแผ่ให้คนที่ตนรักเพื่อให้"หายป่วย รอดตาย หายจน พ้นภัย ได้ทรัพย์ รับโชค ฯลฯ" หาได้เป็นเช่นนั้นไม่หรอกครับ เป้าหมายที่แท้จริงของการบวชคือขัดเกลากิเลสของตน เพื่อพ้นทุกข์ การเสนอเรื่องราวทำนองชักจูงโน้มน้าวชนทั้งหลายให้เชื่อในสิ่งโดยผิดจากคำสอนของพระพุทธเจ้าที่ทรงตรัสไว้ชัดเจนว่า "สัตว์ทั้งหลายมีกรรมเป็นของของตน"ดังมีมาในอ้างอิงตัวอย่างข้างล่าง...

*อ้างอิง*:
ฐานสูตร
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๒ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๔
อังคุตตรนิกาย ปัญจก-ฉักกนิบาต

http://www.84000.org/tipitaka/read/?22/57/81

อ้างคำพูด:
เรามีกรรมเป็นของตน เป็นทายาทแห่งกรรม มีกรรม
เป็นกำเนิด มีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์ มีกรรมเป็นที่พึ่ง จักทำกรรมใด ดีก็ตาม ชั่ว
ก็ตาม เราจะเป็นผู้รับผลของกรรมนั้น ๑ ฯ


นี้เป็นสิ่งที่พึงสังวรณ์ระวังให้มาก เพราะเท่ากับชักจูงชนผู้ง่ายต่อศรัทธาโดยขาดปัญญาให้เข้าถึงความรู้ที่ไม่เป็นจริง เขาเหล่านั้นย่อมยังตนและบริวารให้เข้าถึงความเสื่อมคือตกไปจากศาสนาพุทธ ไม่มีโอกาสแม้จะได้ยินพระธรรมที่ถูกต้องในภายหน้าอีก เพราะสะสมอุปนิสัยรับเอาลัืืทธินอกคำสอนจนเคยชิน นี้คือโทษภัยร้ายแรงกว่าอนันตริยกรรม..

ก็ชนทั้งหลายไม่เคยสดับพระธรรมที่ถูกต้องมาก่อน เมื่อได้ยินเรื่องราวปาฏิหาริย์ก็ย่อมเชื่อโดยงมงายเพราะถูกจริตเหมือนได้สูตรสำเร็จที่ทำได้ง่ายๆเพื่อแก้ปัญหาประดามีของตน
ด้วยความรวดเร็วทันใจ ไม่ใส่ใจอีกกับหลักการแห่งกรรม เพราะคิดว่า อะไรๆย่อมแก้ได้ง่ายๆเพียงด้วยการบวชหรือให้คนอื่นบวชแทน แล้วแผ่บุญให้เจ้ากรรมฯ การที่ตนจะขวนขวายทำดีละชั่วก็เป็นอันไม่ต้องใส่ใจ บันเทิงในชีวิตด้วยความประมาทต่อไป... ต่อมา คงจะมีพระที่บวชเพื่อการนี้มากมาย ครานี้คิดถึงอกชาวบ้านที่มีศรัทธา นำอาหารของควรถวายสักการะมาถวายพระที่ตนคิดว่าเป็นเนื้อนาบุญของโลกดูเถิดว่า จะน่าสงสารเพียงไร เพราะเขาไม่รู้เลยว่าชายที่นุ่งห่มผ้ากาสาวพัสตร์นั้นกำลังกระทำบุญเพียงเพื่ออุทิศเจ้ากรรมฯที่ใหนก็ไม่รู้อย่างแน่วแน่..ชายที่นุ่งห่มเช่นนั้นจะสำนึกในคุณของ"ผู้ให้"บ้างหรือไม่ก็ไม่อาจรู้ได้..การบริโภคของชาวบ้านก็เท่ากับเป็นหนี้ชาวบ้่านอยู่ หากไม่ทำตัวให้สมกับเป็นเนื้อนาบุญอันควรแล้ว ใครที่ใหนเล่าจักได้รับโทษถ้าไม่ใช่ตน?...และการทำตนให้เป็นนาบุญนั้นก็คือการศึกษาพระธรรม(ปริยัติ) และเจริญวิปัสสนา(ปฏิบัติ)เพื่อการบรรลุธรรม(ปฏิเวธ)เท่านั้น หาใช่การแผ่บุญแก่เจ้ากรรมฯแต่ประการใดไม่
หากได้ปฏิบัติกิจเช่นนี้ ท่านผู้ผ่านการบวช(แท้จริง ไม่ใช่บวชตามพิธี)ย่อมมีจิตอ่อนควรแก่การถือเอาทิฏฐิที่ถูกต้องสมกับที่ได้เคยสวมแบบฟอร์มที่พระพุทธองค์ทรงอนุญาตและประทานไว้..มิใช่ป่าวประกาศความเห็นตรงข้ามกับพระพุทธเจ้าเลย


เรื่องของความกตัญญูนั้น ย่อมควรแก่การสรรเสริญสาธุการ แต่ไม่พึงนำมาปะปนกับความเห็นที่ผิดจากคำสอนของพระพุทธเจ้า หากท่านเป็นคนนอกศาสนา ก็จะไม่มีใครมาชี้แนะทางถูกเลย เพราะไม่มีประโยชน์

อนึ่ง ชาวเราที่ยังจะมีพระธรรมที่พระพุทธเจ้าตรัสสอนไว้ดีแล้วเป็นสรณะ พึงทราบว่าพระศาสนาจะอยู่ต่อไปไม่เสื่อมสลาย ก็ด้วยการ[color=#0040BF][b]คุ้มครองด้วย"ปัญญา"เท่านั้น ไม่ใช่ด้วยศรัทธา ..จึงพึงขวนขวายศึกษาคำสอนที่ถูกตรงเสียให้มากจะได้มีเครื่องป้องกันมิให้เชื่ออะไรๆง่ายๆดายๆไปโดยไม่รู้ที่มาที่ไปหรือเหตุผลที่ควร..

ข้อเขียนนี้มุ่งประโยชน์แก่ธารณชน ไม่มุ่งเพื่อเปลี่ยนความเห็นของเจ้าของกระทู้แต่ประการใดครับ

.....................................................
ศีล ๕ รักษาตนไม่ให้เกิดในอบายภูมิ


แก้ไขล่าสุดโดย -dd- เมื่อ 27 ก.ค. 2010, 16:13, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง.

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 28 ก.ค. 2010, 05:33 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 ก.พ. 2010, 17:53
โพสต์: 4999

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


anisa2521 เขียน:
หากการบอกธรรมที่ผิดบิดเบียนต่อความเป็นจริง(จะรู้ไม่รู้ก็ตาม) ผมมองว่าต่อให้เจตนาดีหรือจิตใจบริสุทธิ์เพียงใด ก็คงไม่ต่างจากเด็กไร้เดียงสาที่ยื่นซองพิษให้ผู้อื่นฉันนั้น(ผลคือตายเหมือนกัน) หากเรารู้ไม่มากหรือไม่รู้อะไรเลย ควรเป็นผู้ฟังที่ดีจะดีกว่า หรือไม่ก็ทำตัวเป็นนิสิตฯค้นคว้าหาความรู้มาตอบ ผมอยากให้มองความถูกต้องมากกว่าเจตนา หากคุณทำผิดมันก้คือผิด แต่เจตนาเป็นเครื่องบงบอกว่าคุณเล็งผลแบบไหน?
สมมุติว่า..ผมอยากทำประทัด..แต่คุณไม่รู้..ไปถามจำจากปากคนอื่นมาสอน(คนนี้อาจไม่ชอบคุณก็ได้)..แต่พอระเบิดตูมมือขาดขึ้นมา..ผมควรสาธุการใครดี? (1.คุณที่สอนผมมาผิดๆเพราะรู้ไม่จริง 2.คนที่สอนคุณ รู้จริงแต่บอกไม่หมด อาจหวังผลให้คุณเสียหาย 3.ตัวผมเอง ไม่รู้แต่รับรู้สิ่งผิดๆมา)

anisa2521 เขียน:
กรรมเวรมีจริง ผมเชื่อว่าเจ้ากรรมนายเวรมีจริง คนเรามีกายมีใจมองหน้านิดหน่อยยังเล่นกันถึงตายเลย ถามตัวเองเถอะวันๆสบถคำด่าสาบแช่งวันละกี่ครั้งกัน แน่นอนมันเกิดจากเรื่องๆเล็กๆน้อยทั้งนั้น นับประสาอะไรกับวิญญาณที่เราไปทำร้ายถึงชีวิต แรงอาฆาตรพยาบาทจะไม่มีเลยเหรอ

ท่านจขกทครับผมเห็นท่าน เคยไปตั้งกระทู้เอาไว้
ผมพิจารณาเนื้อหาในกระทู้แล้ว เป็นกระทู้แนวกระทบและตำหนิผู้อื่น
ซึ่งหาประโยขน์ในทางธรรมไม่ได้เลย แต่มีอยู่ความเห็นหนึ่งของท่าน
ที่ผมอยากหยิบยกเอามาให้สมาชิกหรือแม้กระทั้งตัวท่านเอง
ได้นำมาพิจารณาว่า การตั้งกระทู้หรือการแสดงความเห็นของท่าน
มีหลักการหรือจุดยืนมั้ย หรือเป็นการแสดงความเห็นเพื่อเอาความสะใจ
แต่อย่างเดียว
ประเด็นสำคัญของความเห็นที่ท่านได้ให้ไว้ แสดงให้เห็นว่ามันขัดแย้งกันเอง
เป็นทำนองว่า "ว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเอง"

กระทู้เก่าเคยตำหนิติเตียนชาวบ้าน ที่เอาธรรมของพระพุทธเจ้ามาเถียงกัน
ซึ่งตามความเป็นจริงมันก็มีประโยชน์ ในทางเลือกเฟ้นธรรมให้เหมาะกับตัวเอง
แต่แล้วก็มีผู้ที่ไม่เข้าใจ หรือจะเข้าใจแต่จะหาประโยชน์กระทำตัวเป็น ผู้ที่ดีเพรียบพร้อม
ไม่ชอบเห็นการทะเลาะเบาะแว้ง ทั้งๆที่ตัวเข้าไปอ่านหรือเข้าไปข้องแวะกับการถกเถียง
หรือที่เรียกว่าสอดส่ายเอง โดยลืมคำนึงถึงว่า นี่เป็นเว็บบอร์ด
เขาไม่ได้ทะเลาะหรือตีกันจริงๆ

การกระทำแบบนี้ ผมว่ามันน่ารำคาญ ท่านอย่าคิดว่าทุกคนจะคิดแบบท่าน
คนที่เขาเข้าใจเรื่องของการสนทนา เรื่องความขัดแย้ง เรื่องต้องการเสนอแนวคิด
มันมีอีกเยอะครับ ไม่ใช่เห็นเป็นการทะเลาะกันแบบท่าน

ถ้าเราเข้าไปกระทู้ที่มีความขัดแย้ง เราก็เลือกรับเอาที่เป็นความรู้มาซิครับ
ถ้าท่านเข้าไปแล้วไม่ชอบก็ออกมา ไม่ต้องไปอ่านต่อ
ที่สำคัญอย่าไป แสดงความเห็นตำหนิติเตียนเขา เพราะนั้นเท่ากับว่า
ตัวท่านเองก็ไม่ได้แตกต่างกับเขาเลย ผิดกันตรงที่ เขาเหล่านั้นถกเถียงกันเพื่อที่
จะให้ประโยชน์ต่อผู้อื่น แต่ท่านหรือผู้ที่ตำหนิพยายามเอาประโยชน์จากเหตุนี้
คืออยากให้ดูดีในสายตาชาวบ้าน


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 28 ก.ค. 2010, 19:37 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 31 ส.ค. 2009, 22:34
โพสต์: 173

ชื่อเล่น: เจ้ก
อายุ: 23

 ข้อมูลส่วนตัว


อนุโมทนา สาธุด้วยคนขอรับ เป็นลูกที่ดีจริงๆเลยน่ะครับ

.....................................................
จะขอเป็นแก้วน้ำที่ว่างเปล่า..เพื่อเติมเต็มธรรมที่ขาดหาย


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 29 ก.ค. 2010, 02:07 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 พ.ค. 2010, 03:10
โพสต์: 34

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


แน่ะๆ ร้อนกันมากล่ะซี่..อิอิ :b32:
.....คุณแน่ใจแล้วหรือกับประโยคนี้ของคุณว่า อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา มันก็ไม่ใช่ของจริง
ถ้าอย่างนั้นผมขอถามกลับหน่อย คุณนับถือศาสนาอะไรครับ...


ที่ผมพูดว่าไม่ใช่ของจริง คือ คนที่พูดอ่ะครับ..ไม่ใช่ของจริง ดิ้นเร่าตอบกระทู้เป็นวักเป็นเวรนี่ไงอ่ะครับ ใช่..ผมเคยตั้งกระทู้เสียดสีไว้แค่เพื่ออยากให้ฉุกคิดดูบ้างครับ ว่าเราฟุ้งเฟ้อไปกันใหญ่ละ เก่งแต่ตอบ-เก่งแต่อ้างกัน อวดฉลาดกันว่าฉันนี้สิ..รู้ลึกรู้จริงยิ่งกว่า คม-ชัด-ลึก ซะอีก โถ่..หลงตัวเองทั้งนั้น ที่แท้ก็ค้นหาหนังสือหรือเอาในเน็ตมาตอบ ผมว่าหลายคนในนี้เป็นเอามากครับ บางทีลืมไปว่าเรายังเป็นมนุษย์อยู่ แถมชอบอวดอุตริอยากเป็นอริยะกันจัง ตอบเป็นคนธรรมดาไม่ค่อยจะได้อ่ะครับ

มีกระทู้นึงเขาชวนไปทำบุญ-บวชเนกขัมฯไปด้วยกันไหม? // คนธรรมดา..จะตอบว่าไปสิยังไงดี? หรือไม่ว่างครับแต่ขออนุโมธนาด้วย? แต่เทพเจ้าทั้งหลายจะไปค้นพระไตรฯมาตอบล่ะ ว่าคนปฎิบัติต้องละเลิกนะ ฯลฯ ทำยังงั้นไม่ได้-อย่างนี้ไม่ดี ว่ากันไปถึงไหนต่อไหนเลย..ฟุ้งเฟ้อเพ้อเจ้อรึเปล่าล่ะครับ เขาชวนไปทำบุญไม่ใช่มาฟังท่านแสดงเทศนา //

ผมคนธรรมดาๆครับ อารมณ์เสีย-ใส่อารมณ์บ้างมันก็ธรรมดา แต่เจตนาก็เท่าที่อ่านครับ อยากให้คนเห็นถึงความดีและมีแรงศรัทธาต่อศาสนา หากคุณคิดว่ามันไม่ถูกต้องและทุกอย่างคือวิทยาศาสตร์ต้องพิสูจน์ได้ คุณไม่ต้องอะไรมากมายเลย แค่ไปพิสูจน์ในสิ่งที่คุณเชื่อ แค่หลักการที่เอามาค้านผมหัวฟัดหัวเวี่ยงอยู่เนี่ยก็พอ..คุณอ่ะได้รึยัง..แล้วได้จริงรึป่าว? หรือยังมืดแปดด้าน แล้วยังระรานเอาไม้เท้าเขี่ยมาโดนคนอื่นอีก คุณไม่ชอบก็ไม่ต้องมาเชื่อผม พระที่อื่นเขาพูดถึงนรกสวรรค์ไม่ไปเถียงเขาล่ะ ว่าวุ่นวายในกระทู้เล็กๆนี้ทำไม คุณไม่ชอบผม..คุณก็ไม่น่าโพสให้เสียความรู้สึกเลยนิครับ เก่งแต่เอาความรู้มาข่มคนอื่น..ดีตรงไหน? เป็นอริยะแท้ๆแล้วมาทำอะไรอยู่ในกระทู้นี้ครับ เชิญท่านเสวยวิมุติสุขตามลำพังดีกว่าครับ มนุษย์เขาคุยกัน เด๋วท่านจะขัดเคืองลูกตากระผมจะตกนรกป่าวๆครับ..บาย

smiley



ผมว่าผู้ดูแลปลดกระทู้นี้ลงจากหมุดเถอะ..สงสัยจะยาว... :b6:


แก้ไขล่าสุดโดย anisa2521 เมื่อ 29 ก.ค. 2010, 02:42, แก้ไขแล้ว 3 ครั้ง.

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 29 ก.ค. 2010, 05:35 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 ก.พ. 2010, 17:53
โพสต์: 4999

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


anisa2521 เขียน:
แน่ะๆ ร้อนกันมากล่ะซี่..อิอิ :b32:
ผมว่าผู้ดูแลปลดกระทู้นี้ลงจากหมุดเถอะ..สงสัยจะยาว...

ที่ต้องมาดิ้นเร่าๆตอบกระทู้ก็เพราะ กระทู้มันปักหมุด
ถ้าเป็นกระทู้ธรรมดา แบบไม่มีคนตอบกระทู้ก็หลุดไป
ผมก็ไม่คิดต่อล้อต่อเถียงด้วยหรอก ผมเห็นว่า กระทู้ท่านมันอันตรายต่อ
พุทธศาสนา ผมมีสิทธิที่จะเข้ามาแย้ง ถ้าท่านไม่พอใจหรือรำคาญมาก
ก็ลบกระทู้ทิ้งได้นี้ครับ
ผมก็ไม่รู้ว่าเขาเอากระทู้ท่านปักหมุดได้อย่างไรนะครับ
ทั้งๆที่ดูแล้วมันทำให้ คำสอนของพระพุทธเจ้าผิดไปจากความเป็นจริง
ถ้าผิดจารณาให้ดีมันผิดกฎของเว็บบอร์ดเขาครับ
แต่เรื่องปักหมุด คงไม่ใช่ความผิดท่านหรอกครับ ว่าไปแล้วมัน
ขึ้นอยู่ที่ผู้มีอำนาจในการพิจารณาครับ
anisa2521 เขียน:
ที่ผมพูดว่าไม่ใช่ของจริง คือ คนที่พูดอ่ะครับ..ไม่ใช่ของจริง ดิ้นเร่าตอบกระทู้เป็นวักเป็นเวรนี่ไงอ่ะครับ ใช่..ผมเคยตั้งกระทู้เสียดสีไว้แค่เพื่ออยากให้ฉุกคิดดูบ้างครับ ว่าเราฟุ้งเฟ้อไปกันใหญ่ละ เก่งแต่ตอบ-เก่งแต่อ้างกัน อวดฉลาดกันว่าฉันนี้สิ..รู้ลึกรู้จริงยิ่งกว่า คม-ชัด-ลึก ซะอีก โถ่..หลงตัวเองทั้งนั้น ที่แท้ก็ค้นหาหนังสือหรือเอาในเน็ตมาตอบ ผมว่าหลายคนในนี้เป็นเอามากครับ บางทีลืมไปว่าเรายังเป็นมนุษย์อยู่ แถมชอบอวดอุตริอยากเป็นอริยะกันจัง ตอบเป็นคนธรรมดาไม่ค่อยจะได้อ่ะครับ

ก็ท่านตั้งกระทู้เสียดสีชาวบ้านเขาไว้ ว่าเขาไว้ต่างๆนาๆ แล้วตัวเองทำไมมาพฤติเสียเองครับ
คนอื่นเขาเถียงกันอวดกัน เขาก็เถียงกันในกรอบของพุทธศาสนา มีหลักฐานเป็นพระไตรปิฎก
สิ่งที่เขาเถียงกันมันมีอยู่จริง คือพระไตรปิฏก แต่กับของท่านล่ะ เอามาอวดเอามาโชว์
มีหลักฐานมั้ยครับ เอาเรื่องที่สุ่มเสี่ยงที่จะทำให้คนที่ไม่รู้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ มาโพส
ผมว่ามันหนักกว่าคนที่ท่านไปว่าเขาไว้อีกครับ


แล้วที่พวกเขาเอาหนังสือเอาตำรามาอ้างมันก็ถูกแล้ว ในแง่ของความมีอยู่จริงของเนื้อหา
ของท่านมีมั้ยครับ คิดเองเออเองทั้งนั้น หรือประเภทไม่คิดเองก็จำเอามาจากหนังผี
หนังหลอกเด็ก ก็รู้ๆอยู่ว่าเป็นเรื่องไม่จริงก็ยังมีผู้ใหญ่บางคนปัญญาอ่อนหลงเชื่อ มิหน่ำยัง
กล้าเอามาโพส โดยหลงเอาใจผิดว่า คงได้รับคำสรรเสริญเยินยอ

ท่านอ้างว่า ท่านตอบแทนบุญคุณแม่โดยการไปบวชพราหมณ์7วัน ผมถามหน่อยครับ
ภูมิใจมากมั้ยครับ กับการบวชพราหมณ์ ขอถามซ้ำอีกครั้งท่านนับถือศาสนาอะไรครับ
ท่านรู้สึกอายเด็ก อายแม่ชีบ้างมั้ยครับ เด็กประถมบางคนพ่อแม่ให้บวชเณรภาคฤดูร้อน
เด็กก็ตามใจพ่อแม่ บวชทีเป็นเดือน ถือศีล10ข้อมากกว่าเป็นพราหมณ์แบบท่านอีก
แล้วอย่างแม่ชี ถึงแม้จะถือศีลเสมอท่าน แต่ท่านกล้าโกนหัวแบบแม่ชีมั้ยครับ ทั้งๆที่แม่ชี
เป็นผู้หญิงเพศที่รักสวยรักงาม

ผมเห็นการพูดการจาของท่านมันออกแนวเด็กช่างกล ห้าวไม่มีที่ติ
ผมขอเตือนจะเก่งจะกล้า ควรแสดงให้ถูกทาง ผมดูการกระทำของท่านแล้ว
ขอบอกเลยว่า ตัวเป็นช้างแต่ใจเป็นมดครับ

อายเด็ก อายแม่ชีบ้างนะครับ ท่านผู้กล้า


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 29 ก.ค. 2010, 06:13 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 ก.พ. 2010, 17:53
โพสต์: 4999

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


anisa2521 เขียน:
มีกระทู้นึงเขาชวนไปทำบุญ-บวชเนกขัมฯไปด้วยกันไหม? // คนธรรมดา..จะตอบว่าไปสิยังไงดี? หรือไม่ว่างครับแต่ขออนุโมธนาด้วย? แต่เทพเจ้าทั้งหลายจะไปค้นพระไตรฯมาตอบล่ะ ว่าคนปฎิบัติต้องละเลิกนะ ฯลฯ ทำยังงั้นไม่ได้-อย่างนี้ไม่ดี ว่ากันไปถึงไหนต่อไหนเลย..ฟุ้งเฟ้อเพ้อเจ้อรึเปล่าล่ะครับ เขาชวนไปทำบุญไม่ใช่มาฟังท่านแสดงเทศนา //

ผมก็ไม่รู้ว่าท่านไปมีปัญหากับใครในเรื่องนี้ ผมขอตอบแบบกว้างๆนะ
เจ้าของกระทู้ตั้งกระทู้ถูกที่ถูกทางหรือเปล่า เว็บบอร์ดเขามีห้องไว้ให้โพส
โดยเฉพาะอยู่แล้ว ถ้าเราไม่ต้องการต่อล้อต่อเถียงกับใครก็มีห้องให้เลือกอยู่แล้วนี้ครับ

แต่ผมว่าประเด็นสำคัญมันอยู่ที่ว่า เราไปโพสให้กระทบจิตใจหรือการ
กระทำของคนอื่นหรือเปล่า
ถ้าเรารับไม่ได้ กับคำโต้แย้งของคนอื่น ผมว่า
คิดจะทำอะไร ถ้าเห็นว่าดีก็ทำไปเลยครับ ไม่ต้องไปโพธนาให้ชาวบ้านเขาฟัง
ท่านมองคนอื่นเป็นอย่างไร คนที่นิสัยเหมือนท่านมันก็มีนะครับ เขาอาจมองท่านกลับว่า
อยากเด่นอยากดัง จะทำอะไรต้องมาอวดด้วย ทั้งๆที่ไม่น่าอวด
anisa2521 เขียน:
ผมคนธรรมดาๆครับ อารมณ์เสีย-ใส่อารมณ์บ้างมันก็ธรรมดา แต่เจตนาก็เท่าที่อ่านครับ อยากให้คนเห็นถึงความดีและมีแรงศรัทธาต่อศาสนา หากคุณคิดว่ามันไม่ถูกต้องและทุกอย่างคือวิทยาศาสตร์ต้องพิสูจน์ได้ คุณไม่ต้องอะไรมากมายเลย แค่ไปพิสูจน์ในสิ่งที่คุณเชื่อ แค่หลักการที่เอามาค้านผมหัวฟัดหัวเวี่ยงอยู่เนี่ยก็พอ..คุณอ่ะได้รึยัง..แล้วได้จริงรึป่าว? หรือยังมืดแปดด้าน แล้วยังระรานเอาไม้เท้าเขี่ยมาโดนคนอื่นอีก คุณไม่ชอบก็ไม่ต้องมาเชื่อผม พระที่อื่นเขาพูดถึงนรกสวรรค์ไม่ไปเถียงเขาล่ะ ว่าวุ่นวายในกระทู้เล็กๆนี้ทำไม คุณไม่ชอบผม..คุณก็ไม่น่าโพสให้เสียความรู้สึกเลยนิครับ เก่งแต่เอาความรู้มาข่มคนอื่น..ดีตรงไหน? เป็นอริยะแท้ๆแล้วมาทำอะไรอยู่ในกระทู้นี้ครับ เชิญท่านเสวยวิมุติสุขตามลำพังดีกว่าครับ มนุษย์เขาคุยกัน เด๋วท่านจะขัดเคืองลูกตากระผมจะตกนรกป่าวๆครับ..บาย

ผมก็คนธรรมดาครับ จะคุยกับใครก็ต้องเตือนสติกันก่อนว่า เป็นการสนทนา
ไม่ใช่เป็นการยกพวกไปรุ่มกระทืบใคร หรือคิดอีกแง่ว่า เราคุยกันอยู่ตัวต่อตัว
จะพูดจะจาระวังให้ดีหน่อย เราโกรธได้คนอื่นก็โกรธได้ บางคนถึงจะเรียนธรรมะ
ไม่ใช่เด็กช่าง แต่ถ้าตัวต่อตัวก็สู้ไม่ถอยครับ

ผมไปบอกท่านเมื่อไรครับ ว่าผมได้อะไร อย่าโมเมด่ากราดไร้เหตุผลซิครับ
แล้วที่ผมค้านมีอันไหนไม่จริงบ้างครับ กรุณาบอกมาหน่อยครับ
แต่ของท่านที่เอามาอวดชาวบ้านผมชี้ได้ครับว่าไม่จริง

อย่าเช่นเรื่อง ที่ท่านบอกว่า ท่านรู้จักกตัญญู ผมฟังแล้วอยากหัวเราะครับ
อะไรกันครับ แม่ตัวเองเจ็บป่วย รอดตายในเบื้องต้นก็เพราะหมอเพราะแพทย์แท้ๆ
แทนที่จะสำนึกบุญคุณหมอ แต่กลับบอกว่าเป็นเพราะตัวเองไปแก้กรรมให้แม่
แม่ถึงรอดตาย อุแม่เจ้า! นี้หรือครับคนรู้คุณคน


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 29 ก.ค. 2010, 08:22 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 20 ก.ค. 2010, 11:06
โพสต์: 141

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ผมว่าแต่ละคนมีทิฐิมากไป

มองที่เจตนา เจ้าของกระทู้ ก็ได้ทำในสิ่งที่ลูกที่ดีควรกระทำ คือพยายามรักษาคุณแม่ของเขาให้ดีที่สุด นอกจากมือหมอแล้ว ก็อาศัยสิ่งที่คิดไว้ คือการอาศัยบุญมาช่วย จะใช่ หรือไม่ใช่ จะถูก หรือจะผิด ไม่มีใครมีสิทธิ์ไปตัดสินการกระทำของเขาได้

และคุณรู้หรือเปล่าว่า อาจจะเป็นเพราะผลบุญที่เขาได้กระทำ จึงอาจทำให้คุณแม่ของเขา มาได้พบกับหมอและวิธีรักษาที่ถูกกับโรคจนหายก็เป็นได้

ในฐานะของลูกคนหนึ่งของแม่ ถ้าเป็นผม ผมก็จะทำเหมือนกัน อะไรที่คิดว่าช่วยได้ ผมจะทำหมดทุกอย่างเท่าที่จะทำได้เช่นกัน



:b1:


แก้ไขล่าสุดโดย modonut เมื่อ 29 ก.ค. 2010, 08:31, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง

แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 64 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2, 3, 4, 5  ต่อไป

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 4 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร