วันเวลาปัจจุบัน 18 ต.ค. 2019, 03:53  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 30 โพสต์ ]  ไปที่หน้า 1, 2  ต่อไป  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 28 พ.ค. 2010, 08:29 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 พ.ค. 2010, 07:17
โพสต์: 161

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


เรียนรู้ที่จะรัก และอกหักให้เป็น

รูปภาพ

สองสิ่งที่ทำให้เราฟังเพลงแล้วมีความสุขเหมือนกัน คือเวลามีความรักกับเวลาอกหัก

ยามที่มีความรักโลกเป็นสีชมพู ฟังเพลงอะไรก็เพราะไปหมด แต่ตอนอกหักเวลาฟังเพลงโดนใจ เราอาจสุขแบบเจ็บ ๆ เป็นเหตุให้หลายคนอยากตกอยู่แต่ห้วงของความรักอย่างเดียว แต่แหม...ถ้ารู้จักแต่รัก ชีวิตมันก็ไม่มีรสชาติ การอกหักรักคุดในช่วงวัยรุ่น เป็นการเรียนรู้ชีวิตอย่างหนึ่ง เพื่อเราจะได้เป็นคนที่รู้จักความรัก และก็รู้จักอกหักให้เป็นด้วย


รู้จักทั้งความรัก และมิตรภาพ

สิ่งที่ได้ในรั้วโรงเรียน นอกจากความรู้ที่จะทำไปต่อสู้ฟาดฟัน หาโอกาสให้ชีวิตเพื่อทำดีขึ้นแล้ว สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ ความรักกับมิตรภาพจะเป็นสิ่งที่ติดตัวเราไปจนโตเพื่อนในวัยเยาว์จะจริงจัง ยั่งยืนกว่าในโรงเรียนจึงเป็นแหล่งร่วมเพื่อนแท้ชั้นดี ที่เราต้องรู้จักเสาะแสวงหามาเองใน


ขณะที่ความรักในรั้วโรงเรียนกลับเป็นสิ่งที่ฉาบฉวยที่สุดแต่ในมุมมองของเด็ก ๆ วัยรุ่นจะเห็นว่ามันสำคัญที่สุด เด็กหลายคนจึงมุ่งหาความรักแทนที่จะมุ่งรักษามิตรภาพ ทำให้หลายคนเรียนจบมาด้วยสถานภาพคลอนแคลน เรียกว่าพอกเรียนจบต่างกันก็ไม่มองหน้ากันไปกันเลย เพราะเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆในวัยเยาว์

อย่ามัวมองหาแฟนอย่างเดียว เล็งเพื่อนดี ๆ ไว้สักฝูงรับรองไม่เสียหาย


รักเต็มที่แต่ไม่มีความคาดหวัง

เมื่อเจอกิ๊กที่ถูกใจในรั้วโรงเรียน เธอต้องจำให้ขึ้นใจ จากวันนี้เธอกับเขาต้องจากกัน ไม่ได้คบใกล้ชิดกันตลอดแน่ เว้นแต่ว่าพอเรียนจบมัธยมปลายแล้วเธอกับเขาจะพากันไปรับจ้างในโรงงาน ไม่เรียนหนังสือหนังหาพากันไปกัดก้อนเกลือกินนั่นแหล่ะ แต่ถ้าไม่อยากลำบาก ทั้งเธอและเขาต่างก็ต้องไปเรียนต่อ สี่ปีในมหาวิทยาลัยทำให้อะไรเปลี่ยนแปลงได้หมด ไม่ว่าเธอว่าเขา


ดังนั้นเวลาที่เหลือในโรงเรียนจงเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันอย่าหน้ามืดตามัว หมกมุ่นเรื่องนี้จนเสียการเรียน ต่อไปในอนาคตถ้าทุกอย่างยังเหมือนเดิม เธอและเขาจะภูมิใจในเส้นทางความรัก ที่เดินร่วมกันมายาวนาน


เรื่องมือที่สาม ห้ามไม่ได้

เมื่อมีแฟนในวัยรุ่น อย่าคาดหวังว่าเขาจะต้องรักเธอคนเดียว มีเธอคนเดียว พอไม่ได้ก็เสียใจฟูมฟาย จงรู้ไว้เลยว่า ทั้งเธอและเขาต่างก็เป็นเด็กเป็นวัยรุ่น รักง่ายหน่ายเร็ว มีสติยั้งคิดน้อย คนเราก็ย่อมหวั่นไหวได้ง่าย ๆ แต่เจอคนดีกว่า สวยกว่าหล่อกว่า ใจก็ไปแล้ว เรื่องมือที่สามในความรักแบบวัยรุ่นไม่ใช้ความผิดของใคร ไม่ว่าเรา เขา หรือมือที่สามคนนั้น ในความเป็นเด็กทุนคนขาดวิจารณญาณ ย่อมทำผิดพรากด้วยกันทั้งนั้น

เมื่อรักกันแล้วคบกันแล้ว จงทำวันนี้ให้ดีที่สุด เมื่อถึงวันพรุ่งนี้ถ้ามันไม่ดีแล้วเธอจะได้ไม่เสียใจ เพราะทำทุกย่างดีที่สุดแล้ว ที่สำคัญคนที่เป็นมือที่สามนั้น เขาก็กำลังเรียนรู้ชีวิตในแบบของเขาอยู่ นาทีนี้เราต่างเรียนรู้ในเส้นทางของใครของมัน


ดังนั้นเมื่อมีแฟนในโรงเรียน รักได้ แต่อย่าคาดหวัง ให้คิดไว้ก่อนว่า เราไม่ใช่เจ้าของกันและกัน แต่วันนี้เราแบ่งบันความหวังดีให้กันเท่านั้น


เมื่อเลิกรา...ต้องอกหักให้เป็น

เมื่อความสัมพันธ์มาถึงการเลิกรา อย่าคิดว่าเสียเวลาหรือไม่มีประโยชน์ ความเสียใจอย่างสุดซึ้งจากการอกหัก จะทำให้เรามีแรงมีพลังไว้แบกรักความผิดหวังทั้งมวลในโลกนี้ ที่จะถาโถมเข้ามาในอนาคต


ต่อไปเธอจะเริ่มรู้จักคุณค่าของตัวเอง และมีสติในการเลือกใครเข้ามาในชีวิตมากขึ้น เพราะเธอรู้แล้วว่า ความรักมันรู้สึกอย่างไร ความเจ็บเป็นแบบไหน เราจะไม่ทุรนทุรายโหยหา อยากมีแฟน หรือคบใครแค่ให้ขึ้นชื่อว่ามีแฟนเป็นของตัวเองอีกแล้ว พอถึงวันวาเลนไทน์ แม้ไม่มีใครเคียงข้าง สองมือเราจะโอบกอดตัวเองได้อุ่นอย่างมีความสุขที่สุด


เราจะมองความรักเห็นอีกระดับหนึ่ง เมื่อโตขึ้นเธอจะซาบซึ้งเมื่อได้สัมผัสกับความรักในอีกแบบ ที่ใช้ความรู้สึกรับรู้ล้วน ๆ ไม่เกี่ยวกับคุณสมบัติ ไม่เกี่ยวกับความสวยความหล่อนั่นก็คือคุณค่าของคำว่ารักจากใจล้วน ๆในวันนั้นเธอจะหันไปขอบคุณความรักในวัยเยาว์ที่ทำให้เราฟูมฟายแทบตายนั่น แหละ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 28 พ.ค. 2010, 09:13 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ก.พ. 2009, 20:49
โพสต์: 3961

แนวปฏิบัติ: พอง-ยุบ
งานอดิเรก: อ่านหนังสือ
ชื่อเล่น: นนท์
อายุ: 42
ที่อยู่: นครสวรรค์

 ข้อมูลส่วนตัว


:b8: :b8: :b8: อนุโมทนาสาธุด้วยครับ :b8: :b8: :b8:

smiley smiley smiley smiley smiley smiley smiley smiley smiley smiley

.....................................................
แม้มิได้เป็นสุระแสงอันแรงกล้า ส่องนภาให้สกาวพราวสดใส
ขอเป็นเพียงแสงแห่งดวงไฟ ส่องทางให้มวลชนบนแผ่นดิน


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 29 พ.ค. 2010, 09:59 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 พ.ค. 2010, 07:17
โพสต์: 161

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


:b3: เรียนรู้คำว่า "รัก"

บางครั้ง ความรัก ก็เข้ามาหาเรา เพื่อให้เราเรียนรู้ มิใช่
ให้เราครอบครอง...

ไม่ผิดหาก จะ"รัก"คนมีเจ้าของ แต่จะ
ผิดหากเข้าไปทำ หน้าที่ซ้ำซ้อนคนอีกคน...

หน้าที่ของ "ความรัก" คือ การ เดินไปมอบ "ความรัก" และยืนเฉยๆ
เพื่อรับมันไม่ ใช่ การดิ้นรนเพื่อให้ได้มา...

ในห้วง "รัก" การ "ถูกรัก" มันสุขใจ การมอบ "ความรัก" มันอิ่มเอม
และเมื่อได้รับการปฏิเสธ มันทรมาน...

"ความรัก" จะเกิดขึ้น เมื่อเกิดการถ่ายเทพลังอันอ่อนโยนของ คนสองคน
"ความรัก" มิใช่ การเข้าไป เป็นชีวิตเขา แต่คือการเข้าไป
อยู่ ข้าง ๆ ชีวิตเขา...

คนบางคนเหมาะที่เกิดมาเพื่อให้เรา "รัก" แต่ไม่เหมาะ
ที่ จะร่วมชีวิตด้วย...

"ความรัก" ระยะแรก ทำให้ร่างกายหลั่งสารกระตือรือร้น
ทำ ให้มนุษย์ทำทุกอย่างให้ได้มาซึ่ง "ความรัก"
แฟน ก็คือ เพื่อนคู่คิด ที่ก้าวไปด้วยกันในวันข้างหน้า...

ในวันที่ "ความรัก" คงที่ สารกระชุ่มกระช่วยงดทำงาน
สิ่งเดียวที่จะทำให้อยู่ด้วยกันได้ตลอดไป คือ "ความเข้าใจ" ล้วน ๆ ...

ความห่างไกล มันทรมาน เวลาเจอกันจึงหอมหวาน
และ เป็นความทรงจำที่เก็บไปนั่งเพ้อฝันได้ในวันจาก...

บุคคลไม่พึงประสงค์สำหรับทุกคู่รัก
มักจะเดิน ทางมาโดยไม่มีปี่มีขลุ่ย...

ผู้ชายแสดง ความรัก ด้วยการกระทำ
ขณะที่ผู้หญิงอยากรู้ว่า รัก จากคำพูด...

ที่มา : forward mail


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 29 พ.ค. 2010, 10:02 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 พ.ค. 2010, 07:17
โพสต์: 161

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


อยู่เป็นคู่ได้อย่างไร เมื่อนิสัยต่างกัน :b10:

เมื่อชีวิตของคนสองคนตัดสินใจใช้ชีวิตคู่ร่วมกันนั้น ไม่มีใครคิดฝันว่าเมื่ออยู่กันไปนานๆ แล้ว จะเกิดปัญหาตามมา ทุกคู่แทบไม่มีใครคิดถึงปัญหาล่วงหน้าต่างคิดถึงการอยู่ร่วมกันอย่างมีความ สุข แต่ในความเป็นจริงของชีวิต มักจะไม่เหมือนกับความคิดของเราเสมอไป :b45:



บางครั้งก็อาจจะมี ความสุขมากกว่าที่คิด แต่ส่วนมากมักจะทุกข์ มากกว่าที่คิดซะมากกว่า ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดอะไร เพราะช่วงเริ่มต้นใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน เรามักจะฝันจะคิดถึง แต่เรื่องที่ประเทืองความสุข ไม่ค่อยคิดถึงเรื่องความทุกข์ เมื่อมาใช้ชีวิตจริง ปกติธรรมดาแล้วพบเรื่องทุกข์บ้าง ก็ต้องถือเป็นเรื่องธรรมดาของชีวิตอย่าไปคิด อะไรมาก...



ความยากลำบากของ ชีวิตคู่ที่อยู่ด้วยกัน จนผันเป็นความทุกข์อีกรูปแบบหนึ่งของชีวิต คือ ความ ขัดแย้งกันระหว่างสามีภรรยา" ความขัดแย้งของสามีภรรยา ที่พบได้บ่อยๆ มากที่สุด จนอาจกล่าวได้ว่าแทบไม่มีคู่ไหนหลีกหนีปัญหาข้อนี้ไปได้พ้นคือ...



"ความขัดแย้ง ของการใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันในชีวิตประจำวัน" :b39:



ที่เป็นเช่นนี้ เพราะคนสองคนที่มาใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน ล้วนมีที่มาต่างกันไปแทบทั้งสิ้น ตั้งแต่การอบรมเลี้ยงดู การศึกษา การคบหาสมาคมกับเพื่อน แต่ละคนต่างมี ที่มาต่างกัน เพราะฉะนั้นเมื่อมาอยู่ด้วยกัน ย่อมมีความแตกต่างกัน ในการใช้ชีวิตประจำวันอย่างแน่นอน เช่นเรื่อง "อุปนิสัย ส่วนตัว" บางคนมีอุปนิสัยใจคอเป็นคนใจร้อนใจเร็ว อยากได้อะไรต้องเอาให้ได้ดังใจทันที ถ้าช้านิดหน่อย จะโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ อุปนิสัยแบบนี้ ตอนที่จีบกันอยู่ อาจไม่เคยหลุดออกมาให้ดูให้เห็นเพราะไม่มีโอกาสที่จะพบเหตุการณ์ ที่แสดงความใจร้อนออกมา แต่พอมาอยู่เป็นคู่ชีวิตกันจริงๆ ทุกวันทุกคืน จะฝืนตัวเองยังไงไม่ให้ความใจร้อนหลุดออกมาบ้างเลยก็คงยาก



คนที่เป็นคู่ชีวิต อยู่ด้วย ก็คงช่วยทำให้เขาใจเย็นลงไม่ได้ เพราะมันเป็นอุปนิสัยใจคอที่เปลี่ยนแปลงยาก ความลำบากใจ จึงตกมาอยู่กับคนที่อยู่ด้วย ถ้าทนความลำบากใจจากอุปนิสัยที่แตกต่างกันไม่ได้ ก็จะอยู่ไปอย่างไม่มีความสุข ผลสุดท้ายอาจถึงขั้นแยกย้ายทางใครทางมันก็ได้



เรื่องนี้มีทาง เดียว คือ ต้องปรับจิตปรับใจของตัวเรา ให้ยอมรับเขาให้ได้ เมื่อพบเหตุการณ์ที่ทำให้เขาใจร้อน เมื่อไหร่เราก็ควรใจเย็น และใช้คำพูดคำจาที่เปรียบเสมือนน้ำเย็นเข้าลูบ คำพูดคำจาที่จะให้ออกมาต้องระมัดระวังให้ดี อย่าเป็นคำพูดที่เป็นเชื้อไฟ ให้ความใจร้อนใจเร็วและความโกรธเป็นฟืนเป็นไฟโหมแรงขึ้นไปอีก ไม่ควร เป็นคำพูดที่ตรงข้ามกับสิ่งที่เขาคิดเขาเชื่ออยู่ในขณะนั้น ควรจะพูดเออออห่อหมกกับเขาไปก่อน พูดง่ายๆ คือ พูดอะไรก็ได้ที่จะทำให้ถูกใจเขา ความใจร้อนโมโหโกรธาของเขาจะได้ลดลง ช่วงนี้อย่าเพิ่งไปคำนึงถึงข้อเท็จจริง หรือเรื่องของเหตุเรื่องของผล หาทางทำให้คู่ของเราเย็นลงให้ได้ก่อนเป็นความจำเป็นเฉพาะหน้า

พอใจร้อนใจเร็วซาลง แล้ว ค่อยมาพูดกันด้วยเหตุด้วยผล ก็จะช่วยทำให้เกิดความเข้าใจกันได้มากขึ้น ที่สำคัญอีกประการหนึ่ง คือ อย่าใช้การพูดเล่นเป็นน้ำเย็นเข้าลูบ เวลา ที่อีกฝ่ายใจร้อน โมโหโกรธานั้น เขาไม่มีอารมณ์มาพูดเล่นพูดหัวกับใคร หรือไม่มีกะจิตกะใจมาสนุกไปกับคำพูดเล่นของใครได้ ถ้าเราขืนพูดเล่นเพื่อหวังให้เขาเย็นลง จงจำไว้เถิดว่า เป็นการเข้าใจผิดอย่างมหันต์ ถ้าขืนทำกันจริง จะเท่ากับยิ่งเหมือนกับเอาน้ำมันราดใส่กองไฟ ยังไงยังงั้น



ถ้ายังไม่รู้ว่าจะ เอาน้ำเย็นเข้าลูบยังไงให้คู่ของเราเย็นลง ก็คงมีอีกวิถีทางหนึ่ง คือ "การเฟดตัว เองออกไปให้ไกลๆ สักระยะหนึ่ง" แต่ก็ไม่ต้องถึงกับออกนอกบ้านไป ไหน อยู่ในบ้านนั่นแหละ และคอยชำเลืองดูให้เขาอยู่ในสายตาตลอดเวลาก็พอ

เมื่อคนๆ หนึ่งใจร้อนใจเร็วโมโหโกรธา เขาอาจจะระเบิดอารมณ์ออกมาเต็มที่ ปล่อยให้เขาระเบิดออกมาให้เต็มที่ เพราะอีกไม่กี่สิบนาทีต่อมา มันจะค่อยๆ ซาลง เย็นลงเรื่อยๆ เมื่อเห็นเขาเย็นลงเมื่อไหร่ เราค่อยเข้าไปเอาน้ำเย็นเข้าลูบ จะสัมผัสด้วยการจูบ การโอบกันบ้างเพื่อสร้างความอบอุ่นก็ไม่ผิดกติกาอันใด ชีวิตคู่ก็จะอยู่กันได้ต่อไป ถึงแม้อุปนิสัยใจคอจะแตกต่างกันราวฟ้ากับดินก็ตาม



อย่าปล่อยให้ความ แตกต่างกันเล็กๆ น้อยๆ มาคอยทำให้ชีวิตคู่หดหู่ ถ้าเราปรับจิตปรับใจซะหน่อย ก็จะมีชีวิตคู่อยู่กันอย่างอร่อยเหาะแน่นอน :b4:



[ ที่มา...หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ วันเสาร์ที่ 18 มีนาคม พ.ศ.2543]


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 29 พ.ค. 2010, 10:10 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 พ.ค. 2010, 07:17
โพสต์: 161

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


แฟนเก่า :b45:

แฟนเก่าคือ คนที่ในอตีดเค้าคือ นางฟ้า/ฮีโร่ ในใจคุณ
แต่ ปัจจุบันเค้าคือ นางปีศาจร้าย/นายยมฑูต

แฟนเก่าคือ คนที่คุณเคยคิดว่าเค้าน่ารักที่สุด(ในสายตาคุณ)
แต่ปัจจุบันเค้า คือ...(แล้วแต่จะคิดค่ะ)ทั้งๆที่หน้าตาก้อไม่ได้เปลี่ยนไปเลย

แฟน เก่าคือ คนที่คุณเคยอยากเห็นหน้าเค้ามากที่สุด
แต่ปัจจุบันเค้าคือคนที่ คุณเห็นหน้าแล้วอยากจะเดินเข้าไปตบ/ต่อยซักที

แฟนเก่าคือ คนที่คุณเคยคิดถึงมากที่สุด
แต่ปัจจุบันเค้าคือคนที่ใครพูดถึงให้คุณได้ ยินแล้วอยากจะเดินเข้าไปด่า

แฟนเก่าคือ คนที่เคยสอนให้คุณรู้จักคำว่ารัก
แต่ปัจจุบันเค้าคือคนที่สอนให้คุณ รู้จักคำว่าเกลียด

แฟนเก่าคือ คนที่เวลาหนังเข้าคุณจะนึกถึงเค้าเป็นคนแรก
แต่ปัจจุบันเค้าคือคนที่ทำ ให้คุณไม่อยากดูภาคต่อไปของหนังเรื่องนั้น

แฟนเก่าคือ คนที่ทำให้คุณมองโลกสดใส(สีชมพู)
แต่ปัจจุบันเค้าคือคนที่ทำให้คุณฟัง เพลงอกหักได้เพราะขึ้น

แฟนเก่าคือ คนที่ทำให้คุณอยากไปโรงเรียน(อยากเจอกันทุกวัน)
แต่ปัจจุบันเค้าคือคน ที่ทำให้คุณไม่อยากไปโรงเรียน(ไม่อยากเจอหน้ามัน)

แฟนเก่าคือ คนที่สอนให้คุณเข้าใจสัจธรรมของคำว่าเข้าใจกันและกัน
แต่ปัจจุบันเค้า คือคนที่สอนให้คุณเข้าใจสัจธรรมของคำว่าเลิกลา

แฟนเก่าคือ คนที่เคยเป็น "แฟนฉัน"
แต่ปัจจุบันเค้าคือ "แฟนคนอื่น"

แฟนเก่า คือ คนที่ทำให้คุณหัวเราะได้
แต่ปัจจุบันเค้าคือ คุณที่ทำให้คุณรู้จักคำว่า 'เหงา'

แฟนเก่าคือ คนที่คุณเคยรัก
แต่ ปัจจุบันเค้าคือ คนที่ทำให้คุณคิดว่า 'เคยรักมันไปได้ยังไง' (เห็นธาตุแท้)

แฟน เก่าคือ คนที่คุณเคยคิดว่าอยากอยู่ด้วยกันตลอดไป
แต่ปัจจุบันเค้าคือ คนที่ทำให้คุณคิดว่า 'เคยอยู่กับมันไปได้ยังไง' (เบื่อหน้ามัน)

แฟน เก่าคือ คนที่ทำให้คุณมีความสุขกับความรัก
แต่ปัจจุบันเค้าคือ คนที่ทำให้คุณเข็ดกับการมีความรัก/หาใหม่ให้ได้ดีกว่านี้

แฟนเก่า คือ คนที่คุณเคยเบื่อที่จะตอบคำถาม ไปไหนมา ไปกับใคร ไปที่ไหน ไปทำไม
แต่ ปัจจุบันเค้าคือ คนที่คุณรอคอยว่าสักวันเค้าจะกลับมา

แฟนเก่าคือ คนที่คุณเคยพูดถึงเสมอว่า เบื่อ
แต่ปัจจุบันถ้าคุณยังพูดถึงเค้าเสมอ นั้นหมายถึงว่า คุณยังลืมเค้าไม่ลง

และสุดท้ายถ้าคุณเข้ามาอ่านบท ความ 'แฟนเก่า' นี้นั้นแสดงว่าคุณ ยังคิดถึงเค้าอยู่


ปล. แฟนเก่าคือคนที่สอนให้คุณเป็นคนปากกับใจไม่ตรงกันปากก็บอกว่าเกลียดๆทั้งที่
ในใจอาจจะยังรักเค้า :b21:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 29 พ.ค. 2010, 10:20 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 พ.ค. 2010, 07:17
โพสต์: 161

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


อินเลิฟ :b3:

วิธีกระชับสัมพันธภาพและความรัก

ที่จริงการอยู่ลำพังคนเดียวก็ไม่เลวร้ายนักในหลายๆ เรื่อง
แต่ ที่ไม่เลวยิ่งกว่าก็คือ การได้มีใครสักคนอยู่ร่วมในชีวิตของเรา


บ่อยครั้งไม่ใช่หรือ... ที่คนเรามักเกิดอารมณ์อ่อนแอ ท้อแท้ เงียบเหงา หวาดกลัว ขาดความมั่นใจ มองขวามองซ้ายแล้วตั้งคำถามกับตัวเอง ว่าทำไมเราถึงได้ไร้คนอยู่เป็นคู่คิด และโดดเดี่ยว เปล่าเปลี่ยวเช่นนี้ และอีกสารพัดอารมณ์ด้านลบที่จะคอยผุดคำถามขึ้นมา แล้วบั่นทอนความเชื่อมั่นในการอยู่คนเดียว

เมื่อคนเรามีคู่ครอง นั่นหมายถึงการมีบุคคลอีกคนหนึ่งเข้ามาอยู่เป็นหุ้นส่วนของชีวิต ซึ่งเอาเข้าจริงก็มีทั้งบรรยากาศที่ดี และที่เปลี่ยนไปจากความคุ้นเคยเดิมๆ

การที่คนสองคนจะอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขนั้น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะรู้สึกว่าคนใกล้ตัวเขามีความสำคัญต่อเรา และเรามีความสำคัญต่อเขาเช่นกัน ความรู้สึกเช่นนี้เกิดขึ้นได้จากการที่ทั้งคู่ได้ทบทวนความสัมพันธ์ที่มีต่อ กันอย่างสม่ำเสมอ และพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นทุกวัน หากรู้สึกว่าการอยู่ด้วย กันนั้นมีความหมาย และไม่คิดจะเปลี่ยนใจเพิ่มหุ้นเพื่อลดทุน หรือแยกย้ายกิจการ-บ้านใครบ้านมัน ทางใครทางมัน ชีวิตใครชีวิตมัน หันไปประกอบกิจการเล็กๆ ที่ชื่อ “ตัวคนเดียว” อย่างเดิมละก็ ต้องหมั่นเพิ่มพูนสัมพันธภาพ

ลองมาเพิ่มสัมพันธภาพให้มั่นคง มากขึ้นๆ ด้วยวิธีต่อไปนี้ดีไหม
1. ทบทวนจุดที่เรายืนอยู่ และสัมพันธภาพที่ผูกพันเรา เพื่อเพิ่มความ มั่นใจในที่อยู่ที่ยืนของวันนี้ ก่อนอื่นคุณจะต้องรู้จักตัวเองก่อนว่าคุณชอบอะไร คุณทำอะไรได้ดีที่สุดถนัดที่สุด มีความสุขที่ได้ทำสิ่งนั้น ขณะนี้คุณมีบทบาทอะไรอยู่ ทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุด ให้ความสำคัญกับตัวเองโดยไม่รอให้ผู้อื่นเป็นผู้เสนอให้ สร้างความมั่นใจให้ตัวเองโดยบอกตนเองว่าได้ทำอย่างดีที่สุดในสถานการณ์ขณะ นั้นแล้ว ยอมรับในทุกสิ่งที่กระทำอย่างกล้าหาญ คุณเป็นคนมีความสำคัญมากคนหนึ่งในบ้านหลังนี้ ทุกคนในบ้านยอมรับในความเป็นบุคคลของคุณ และตัวคุณเองยอมรับว่าคนอื่นในบ้านมีความสำคัญเช่นเดียวกับคุณ

2. จดจำเรื่องราวแห่งความสุขระหว่างเราทั้งสอง แค่นั้นยังไม่พอ ต้องหมั่นหาโอกาสรื้อฟื้นเรื่องราวนั้นขึ้นมาคุยกัน สัมผัสเรื่องราวแห่งความสุขนั้นอีกครั้ง ว่าครั้งนั้นใครทำอะไร คิดอย่างไรขณะนั้น และรู้สึกอย่างไร จะช่วยให้สามารถสร้างบรรยากาศวางแผนให้เกิดความสุขขึ้นมาอีกครั้ง ช่วงแห่งการรื้อฟื้นวันเวลาแห่งความสุขนี้จะไม่มีการตำหนิ กล่าวโทษ เรียกร้อง เพราะเราเป็นผู้สร้างความสุขให้ตัวเองไม่ใช่คู่สมรส หรือผู้อื่นที่อยู่ใกล้ชิด

3. ร่วมทุกข์ร่วมสุขกัน รับรู้ว่าเขากำลังทุกข์ด้วยความเห็นใจและพร้อม ที่จะช่วยเหลือ ขณะเดียวกันก็รับรู้ว่าเราทั้งสองกำลังมีความสุข ให้การช่วยเหลือกันและกัน รู้สึกมีความสุขเมื่ออยู่ใกล้กัน หันหน้าคุยกัน มีการจับเข่าคุยกัน ปรึกษาหารือกันในเรื่องต่างๆ ของชีวิตได้ตลอดเวลา รู้สึกมีส่วนร่วมในการจัดการกับการดำเนินชีวิตของกันและกันได้อย่างมีขอบเขต เมื่อใดก็ตามที่ต้องอยู่ลำพังก็ยังรู้สึกมีความสุข มั่นคง ไม่ระแวงสงสัยในอีกฝ่าย

4. สามารถแบ่งปันความรู้สึกลึกๆ ให้กันและกันฟังได้ ไม่ว่าจะดีหรือร้าย ทุกเรื่องทุกราวเราสามารถบอกกันได้อย่างสนิทใจ โดยไม่มีความกลัวว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะตำหนิ หัวเราะเยาะ หรือคิดในแง่ร้าย รู้สึกมั่นใจในอีกฝ่ายว่าเขาเป็นผู้ที่เข้าใจเรามากที่สุด

5. สามารถที่จะขอร้องให้เขาช่วยเหลือในเรื่องบางเรื่อง ไม่ มีใครเก่งกล้าสามารถไปเสียทุกเรื่อง ดังนั้น เมื่อพบเจอกับเรื่องบางอย่างที่เกินกำลังที่เราจะจัดการได้ ต้องกล้าขอร้องให้อีกฝ่ายมีส่วนร่วม ให้เขาช่วยจัดการแทน โดยไม่ต้องกลัวเสียหน้า หรือเสียฟอร์ม และต้องกล้ายอมรับผลของการขอร้อง โดยเข้าใจว่าอะไรทำให้ผลออกมาเป็นเช่นนั้น ไม่มีเบื้องหน้าเบื้องหลัง แต่ได้ใช้เหตุผลเหมาะสมซึ่งกันและกันแล้ว

6. รู้สึกประทับใจคู่สมรสหรือคนรัก และได้บอกความรู้สึกประทับใจนั้นแก่เขาแล้ว อย่าคิดว่าเป็นเรื่องน่าอาย หรืออีกฝ่ายจะรู้สึกเบื่อ การได้ช่วยให้คู่ของเราเกิดความรู้สึกว่า เรายอมรับในสิ่งที่เขาทำด้วยความจริงใจ ทำให้เกิดความมั่นใจในกันและกัน และเชื่อมั่นในการใช้ชีวิตคู่มากยิ่งขึ้น

7. รู้สึกพอใจกับความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ความเห็นพ้องต้องกัน และความสัมพันธ์ที่กลมเกลียวกันของเรา ข้อนี้คงไม่ต้องอธิบายอะไร อีกกระมัง เพราะคือบทสรุปของทั้งหมดทั้งปวงแห่งชีวิตคนสองคน

แถมท้ายด้วยข้อคิด 7 ข้อ จาก เดล คาร์เนกี้ ซึ่งเป็นนักพูด นักมนุษยสัมพันธ์ชาวอเมริกัน เขาเขียนไว้ในหนังสือ วิธีชนะมิตรและจูงใจคน ถึงหลัก 7 ประการ ที่จะช่วยให้ชีวิตสมรสมีความสุข คือ
1.อย่า เป็นคนจู้จี้ขี้เอาเรื่อง
2.อย่าพยายามเป็นเจ้าหัวใจของคู่สมรสของท่าน
3.อย่า ตำหนิติเตียน
4.จงให้คำยกย่องสรรเสริญด้วยความสุจริตใจ
5.จงเอาใจใส่ ในสิ่งเล็กๆ น้อยๆ
6.จงมีกิริยาวาจาสุภาพ อ่อนโยน
7.จงอ่านหนังสือดีๆ เกี่ยวกับกามารมณ์และการสมรส

คำแนะนำเหล่านี้มิใช่ข้อบังคับ มิได้มีใครบังคับให้ท่านทำ เว้นแต่ท่านเห็นดีเห็นงามว่าจะช่วยเพิ่มความแนบแน่นสนิทใจในใครบางคนและตัว ท่าน เช่นนั้นก็พึงกระทำเถอะ

ถึงที่สุดแล้ว ไม่ว่าชีวิตเราแบบเดี่ยวๆ หรือชีวิตเราที่เป็นคู่ ต้นทุนและการใช้จ่ายล้วนอยู่ในการกำหนดควบคุมของตัวเราเองทั้งนั้น :b29:

ที่มา : จากหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 29 พ.ค. 2010, 10:29 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 พ.ค. 2010, 07:17
โพสต์: 161

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


จะเลือกอะไร ถ้าเลือกได้ :b9:

เธอเลือก ที่จะขาดสิ่งไหน

ไม่มีอากาศ ...ก็ไม่มีลมหายใจ

ไม่มีความรัก ยังหายใจได้..เหมือนทุกวัน


อากาศไม่ต้องเสาะแสวงหา

แต่ความรักจะได้มาต้องบากบั่น

อากาศได้มาง่ายๆ และมีอยู่มากมายร้อยพัน

ส่วนความรัก แม้เพียงฝัน..ก็สุขใจ


อากาศแทบไม่มีน้ำหนัก

ส่วน ความรัก ใครก็เห็นว่ายิ่งใหญ่

อากาศ ไม่เคยสร้างความเสียใจ

หาก ความรัก ทำให้ต้องร้องไห้ มีน้ำตา


อากาศ ทำให้ทุกชีวิตดำรงอยู่

และความรัก ทำให้ลมหายใจทุกอณูมีคุณค่า

อากาศมองเห็นได้ยากด้วยสายตา

ส่วน ความรัก เห็นด้วยตารู้ด้วยใจ


มีอากาศโลก ก็เป็นอย่างที่เป็นอยู่

มีความรักโลกจะกลายเป็นสีชมพูหวานไหว

สำหรับ อากาศ เข้า-ออกตามลมหายใจ

แต่ความรักหากมีไว้..ก็ไม่อยากสูญเสียไป สักนิดเดียว


ดูแลรักษา อากาศว่าลำบาก

ดูแลความรัก ยิ่งยุ่งยาก หากไม่ชอบแลเหลียว

อากาศ มากเท่าไหร่ ...ก็ไม่กลมเกลียว

ความรักแม้บางเบาก็แน่นเหนียว...และ ผูกพัน


ส่วนประกอบของอากาศ สามารถบรรยาย

แต่ความรักไม่อาจอธิบายด้วยคำสั้นๆ

อากาศ อาจดี-แย่ แต่ละวัน

ส่วนความรักนั้น จะยังคงอบอุ่นกรุ่นหัวใจ


:b41: "ความรัก" กับ "อากาศ"

หากถามฉันว่าเลือกที่จะขาดสิ่งไหน

แม้อากาศจำเป็น สักเพียงใด

ในโลกที่ความรักสิ้นไร้ ..ก็ไม่อาจทนอยู่ได้ เช่นกัน...
:b48:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 29 พ.ค. 2010, 10:38 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 พ.ค. 2010, 07:17
โพสต์: 161

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


กฏทอง 10 ข้อของคนรักกัน :b1:

> กฎทองข้อที่ 1 เราจะไม่โกรธพร้อมกันทั้งสองคนอย่างที่คนโบราณเค้าว่าถ้าเขาร้อนเป็นไฟ คุณก็ต้อง เย็นให้ได้ดั่งน้ำ
> กฎทองข้อที่ 2 เราจะไม่ตะโกนใส่กันเด็ดขาด!ยกเว้นตอนเกิดไฟไหม้บ้านกระทันหัน
> กฎทองข้อที่ 3 จำไว้ว่าไม่มีใครชอบคำติ หากจะคุยถึงสิ่งที่คุณไม่ชอบให้เขาทำอย่าลืมพูดให้หวาน ๆ เข้าไว้
> กฎทองข้อที่ 4 เราจะไม่มารื้อฟื้นเรื่องบาดหมางในอดีต ถ้าจะคุยเรื่องเก่าๆ เลือกเรื่องหวานๆ ของ สองเราจะดีกว่า
> กฎทองข้อที่ 5 ทำให้เขารู้สึกว่า เขาสำคัญสำหรับคุณเสมอ
> กฎทองข้อที่ 6 สัญญากันนะว่าเราจะไม่โกรธกันข้ามคืนเพราะคุณนั่นแหล่ะจะนอนไม่หลับ คุยกันให้เข้าใจกันก่อนดีกว่าหันหลังให้กัน
> กฎทองข้อที่ 7 คุยกันให้มากหน่อย จะช่วยให้ความรักระหว่างเราเข้าใจกันมากขึ้นจะเป็นเรื่องอะไรก็ ได้ที่คุณเจอะเจอ เรื่องงานของคุณหนังสือที่คุณเพิ่งอ่านจบ ลองเล่าสู่กันฟังแล้วคุณจะรู้สึกได้เลยว่าเราผูกพันกันมากขึ้นกว่าเดิม
> กฎทองข้อที่ 8 ถ้ารู้ตัวว่าทำผิดก็ขอโทษซะ ไม่ต้องกลัวว่าจะเสียฟอร์มหรอก
> กฎทองข้อที่ 9 อย่าเข้าใจผิดว่าการอยู่ด้วยกันตลอดเวลา หมายถึงความเอาใจใส่อย่างแท้จริง เพราะ การใส่ใจ คือการให้ความสนใจเต็มร้อยเวลาที่อยู่ด้วยกันไม่ใช่คุณนั่งฟังเขาพูดแต่ดูทีวีไปด้วย
> กฎทองข้อที่ 10 อย่าลืมทำให้เขารู้ว่า เรายังรักกันเสมอ …
> กฎข้อพิเศษ สำหรับใครบางคน
การที่จะได้รู้จักใครซักคนเป็นเรื่องวิเศษ เพียงแค่เรื่องเล็กน้อยชั่ว ไม่กี่นาที
ตัดสินใจทำลายความสัมพันธ์ที่มีมามันคุ้มกันแล้วเหรอ เพียงคำว่าอภัยและปรับตัวเข้าหากันใหม่ สิ่งดี ๆ อาจมีขึ้น โดยที่คุณไม่รู้ตัว ปัญหาเกิดเพราะไม่คุยปัญหาเกิดเพราะไม่คิดจะแก้ไข

ปัญหา เกิดเพราะทิฐิ
ปัญหาเกิดเพราะคิดว่าไม่รู้จะทำไปทำไมเมื่อความสัมพันธ์เพิ่งเริ่มต้น
ปัญหา เกิดเพราะ นึกถึงแต่ตัวเอง คิดว่าทำอย่างนี้ดีที่สุด
แล้วอีกฝ่ายคิดแบบ เดียวกับคุณหรือเปล่า สุดท้ายก็มีแต่ความเสีย ใจ....หรือคุณไม่ได้รู้สึกอะไรเลย....อาจจะเป็นอย่างนี้....!!!!
> คุณเลือกที่จะยอมรับในสิ่ง ที่เค้าทำ แล้วรักษาสิ่งดี ๆ ต่อไปหรือเลือกที่จะทำลายเมื่อคุณไม่ได้มาซึ่งสิ่งที่คุณต้องการ !!!! :b45:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 29 พ.ค. 2010, 10:41 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 พ.ค. 2010, 07:17
โพสต์: 161

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


s005 แบบอย่างของความรัก

ผู้หญิงคนหนึ่งประสบ อุบัติเหตุ
ทำให้ต้องตาบอดทั้งสองข้าง
และเธอก็ทุกข์ทรมานกับการสูญ เสียการมองเห็น
แต่สามีเธอก็พยายาม ปลอบใจ และให้กำลังใจเธอตลอด
พยายาม สอนให้เธอใช้ประสาทสัมผัสให้มากขึ้น
ที่ทำงานของเธอกับสามีอยู่คนละทาง
แต่ เขาก็ขับรถไปส่ง และไปรับอยู่เสมอ
จนวันหนึ่งเขาพูดกับเธอว่าให้เธอลอง พยายามขึ้นรถเมล์ไปทำงานเอง
โดยที่เขาไม่ต้องไปรับไปส่งได้ไหม

นาที นั้น …..
เธอรู้สึกเหมือนโดดเดี่ยว และน้อยใจสามีเธอ
แต่เธอก็ พยายามทำตามที่เขาขอ
เธอพยายามขึ้นรถเมล์เอง พยายามไปทำงานด้วยตัวเอง
จน ในที่สุดเธอก็สามารถทำได้
วันหนึ่งก่อนที่เธอจะลงรถไปทำงานตามปกติ
คน ขับรถเมล์ก็เข้ามาจับแขนเธอและพูดกับเธอว่า
ผมช่างอิจฉาคุณผู้หญิงจริงๆ ครับ


เธอก็เลยถามว่า อิจฉาเธอเรื่องอะไร
คนขับรถเมล์ก็เลย บอกว่า
สามเดือนที่ผ่านมา
ผมจะเห็นสุภาพบุรุษคนหนึ่งเขาจะขึ้นรถ เมล์ตอนเช้า
มานั่งตรงเบาะหลังคุณ เฝ้ามองดูคุณด้วยความห่วงใย
และ ตามคุณลงรถไป
และเฝ้าดูคุณเดินเข้าไปที่ทำงานอย่างห่วงใย
และตอน เย็นทุกๆเย็นเขาก็จะมาเฝ้ารอดูคุณขึ้นรถ
และคอยดูคุณจนคุณลงรถ


พอ เธอได้ยินดังนั้น เธอก็นำตาไหลด้วยความตื้นตัน
เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมา เขาไม่เคยทิ้งเธอไปไหน
เขายังอยู่ดูแลเธออย่างใกล้ชิด
เขาเหนื่อย ยิ่งกว่าตอนที่เขาต้องคอยมารับมาส่งเธอซะอีก
หวังว่าทุกคนที่อ่านเรื่อง นี้แล้ว
ช่วยกลับไปมองความรักของเราอีกทีว่า
ทุกวันนี้เรารักเขา หรือเธอแบบไหน :b29: :b29:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 29 พ.ค. 2010, 10:44 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 พ.ค. 2010, 07:17
โพสต์: 161

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


50 ข้อดีของคนไม่มีแฟน " ************* s003 s003

1. มีเวลาทำอย่างอื่นนอกจากดูหนัง คุยโทรศัพท์

2. มีเวลาอยู่กับเพื่อนมากขึ้น

3. กลับบ้านดึกก็ได้ไม่ต้องโทรรายงานใคร

4. ไม่ต้องทะเลาะกับใคร ไม่สุขมากแต่ก็ไม่ทุกข์แล้วกัน

5. ประหยัด ค่าใช้จ่าย แบบว่าไม่รู้จะไปเที่ยวไหน

6. ร้องเพลง คนไม่มีแฟนของพี่เบิร์ดได้อย่างสะใจ

7. ไม่ต้อง คอยเอาใจคนอื่น

8. ไม่ต้องพบ เพื่อนของแฟนที่เราไม่อยากรู้จัก

9. ไม่ต้อง กลัวว่าจะมีใครมาแย่งแฟนเรา

10. มีคนคอย เป็นห่วงเยอะ (และคอยถามว่าทำไมไม่มีแฟน)

11. ไม่ต้องคอยหึงหวง

12. ไม่ต้องห่วงว่าเค้าจะสบายดีรึเปล่า

13. มีเวลาให้ตัวเองเต็มที่

14. ไม่ต้องฟังคำว่า "อนาคตของ เรา"

15. ไม่ต้องอก หัก อันนี้สำคัญมาก

16, ไม่ต้อง กังวลวันวันนี้ใส่ชุดอะไรดีถึงจะถูกใจมัน

17. ไปหา เพื่อนน่ะแต่งตัวแบบไหนก้อได้

18. ไม่ต้อง คอยเช็ค sms เผื่อว่ามันส่งมาแล้วยังไม่ได้ส่งกลับ

(เฮ้อออ....เปลืองอ่ะ)

19. อยากม่อ ใครก้อได้ไม่มีคนคอยตามประกบ

20. พ่อแม่จะ รักเป็นพิเศษเพราะอยู่ติดบ้าน

21. ไม่ต้อง เปลี่ยนตัวเอง เพื่อเอาใจใคร

22. ไม่ต้องรอ คำสัญญาที่มันไม่เป็นความจริง

22. ไม่ต้อง คิดมาก

23. มีทาง เลือกให้กับชีวิตเพิ่มขึ้น

24. .ไม่ต้อง ร้องไห้............

25. ได้ทำตามใจตัวเองอย่างเป็นสุขไม่ต้องกังวลถึง เค๊า

26. คิดถึงคน หลายๆคนพร้อมกันได้

27. คิดถึงตัว เองมากขึ้น

28. ชินกับการ อยู่บ้าน เพราะไม่มีแฟนชวนเที่ยว

29. เล่นเนท ได้นานสะใจ จะคุยกับใครก็ได้ไม่มีใครหวง

30. มีเวลาดู ละครน้ำเน่ามากขึ้น

31. เข้าถึง พระธรรมได้ง่ายขึ้น(แต่ไม่ยักกะทำ)

32. ไม่ต้องคอยโทรศัพท์

33. ไม่ต้องเปลืองค่าโทรศัพท์โทรหา

34. จะเหล่ใครก้อไม่มีใครว่าเพราะยังไม่มีใครถูกใจ

35. ไม่ต้อง คอยระแวงว่าคนที่เดินข้างๆจะเป็นใคร

36. จะทำอาไร ก็ได้

37. ไม่โดน เพื่อนด่าว่า"ลืมเพื่อน"

38. คิดถึงใครก็ได้ที่อยากจะคิด

39. ไม่ต้องโบะหน้าสวย,หล่อทั้ง วัน

40. ไม่ต้องปก ปิดด้านชั่วของตัวเอง

41. ไม่ต้อง ดัดเสียงให้ไพเราะและฟังดูน่ารัก

42. จะทำอาไร ไม่ต้องเกรงใจแฟน

43. ใครจะจีบ ก้อจีบไปเพราะเรา"ไม่มีแฟน"

44. ไม่ต้องเอาใจญาติพี่น้องแฟน

45. แต่ชอบที่จะอุ้มแฟนเข้าเรือนหอนะ

46. ร่างกายแข็งแรงเพราะเอาเวลาไปเล่นกีฬา

47. สามารถคุยกับเพศตรงข้ามได้โดยไม่รู้สึกผิด เพราะไม่มีแฟน

48. ไม่ต้อง ร้องเพลงอกหัก

49. ประหยัด นํ้าตาไว้ร้องไห้เรื่องอื่น

50. ไม่ต้อง คอยไปรับไปส่งใคร

-----------------------


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 29 พ.ค. 2010, 10:48 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 พ.ค. 2010, 07:17
โพสต์: 161

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


เลือกใครซักคนก่อนที่จะดูเฉลย
s001

คนที่1

คือคนที่เรารักเค้าและรอ คอยเค้ามาตลอดเวลาแม้ว่าเค้าจะเคยนอกใจเรา
แต่ตอนนี้เค้ากลับมาหาเราและ บอกกับเราว่าเค้าเป็นแค่คนธรรมดา
แฟนเก่าเค้าชอบเค้าตรงที่เค้าเด่นไม่ ได้ชอบที่ตัวของเค้าเค้าเลยเลิกแล้ว
เค้าก็มาบอกเราว่าในที่สุดเค้า
ก็ รู้ว่ามีอีกคนนอกจากพ่อและแม่แล้วที่รักเค้าคนๆนั้นก็คือเรา


คนที่2

คือคนที่ดูแลเราตลอดเวลาห่วงใยเราตลอดแต่เราเห็นเค้าเป็นเพื่อน เท่านั้น
แต่เค้าดีแสนดีเหลือเกินเค้าเป็นคนคิดมากๆห่วงเรามากๆและสนิท กับเรามากๆ


คนที่3

คือบุคคลภายนอกที่อยากรู้จักเราเค้า รู้จักเราโดยการแนะนำให้รู้จักกัน
เค้าเรียนเก่งมากๆ นิสัยดี และเป็นสุภาพบุรุษเกรงใจเราเสมอ


คนที่4

คือเพื่อนของพี่ ที่มารู้จักกับเราโดยบังเอิญเค้าโทรมาหาเราทุกวันพูดเก่งมากจนลิงหลับได้เลย
บางครั้งก็อยากคุยกับเค้าบางครั้งก็ไม่อยากคุย เค้าเป็นคนที่มีตระกูลดี มาก
(แต่ไม่ใช่อยู่บำรุง) รวยมาก การศึกษาดีสุดๆ

คนที่5
คือคนที่เก็บอารมณ์เก่งมาก นิ่งสุดๆ
จน เราดูไม่ค่อยออกเลยว่าเค้าคิดกับเราอย่างไรกันแน่
บางทีก็ใช่บางทีก็ไม่ เหมือน แต่พวกเพื่อนเราก็ลุ้นเค้าอยู่นะ


คนที่6
คือคนที่เรา แอบชอบเป็นคนดังในสังคม หล่อๆๆๆๆๆและหล่อ

คนที่7

คือเพื่อน ที่ห่างไกลเค้าชอบเรามานานมากและเค้าก็ยังชอบเราอยู่


เลือกก่อน ที่จะดูเฉลยด้านล่างน่ะ



+++++++++++++++++++


ถ้าคุณเลือก.....

คนที่ 1

คุณคือคนที่บูชาในความรักอย่างมากและ พร้อมจะเสียใจเสมอเมื่อเค้าจากไป


คนที่ 2

คุณควรจะมีเพื่อน ที่ดีมากกว่ามีแฟน

คนที่ 3

คุณชอบมีปฏิสัมพันธ์กับบุคคลภาย นอกและชอบค้นหาผู้คนใหม่ๆ


คนที่ 4

คุณชอบคุยโทรศัพท์แต่ มันก็แล้วแต่อารมณ์ของคุณอารมณ์คุณมักจะขึ้นๆลงๆเสมอ


คนที่ 5

คุณ เป็นคนเปิดเผยมากๆ ที่จะคุยกับเค้า

คนที่ 6

คุณเป็นคนที่ชอบ ตามกระแสไม่ยึดติดและไม่ค่อยจริงใจ

คนที่ 7

คุณชอบความมั่นคง ทางความรักมากกว่าหัวใจตัวเอง :b41:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 29 พ.ค. 2010, 10:52 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2006, 17:34
โพสต์: 7094

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


:b8: :b12: ขออนุโมทนาสาธุการด้วยค่ะ :b20: cheesy

.....................................................
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นกฎตายตัว


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 29 พ.ค. 2010, 10:57 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 พ.ค. 2010, 07:17
โพสต์: 161

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


6 วิธีที่ช่วยพยุ่งใจในวันที่อ่อนล้า!! cry

อย่า มัวแต่โอดโอยโหยไห้ และจมปลักอยู่กับเรื่องร้าย ๆ เลย ลุกมาเติมใจให้เต็มร้อยกันดีกว่า

1. ถ้าเธอเหนื่อยนัก หยุดพักเสียก่อน
ถ้ารถที่ขับเกิดผิดปกติขึ้นมา คุณจะจอดขางทางก่อนใช่ไหม นี่ก็เช่นกัน
เป็นทางเลือกที่ฉลาดสำหรับคนที่ ตกอยู่ในห้วงทุกข์
ถ้าฝืนดันทุรังไปข้างหน้า
วันแย่ ๆ อาจถึงกับเป็นวันวิบัติขั้นมาได้

2. ร้องเถิดถ้าอยากร้อง
แต่ การร้องไห้นานเกินไปก็เป็นการบ่อนทำลายได้เช่นกัน เพราะความเศร้าสามารถหล่อเลี้ยงตัวมันเองได้
ยิ่งเศร้าก็ ยิ่งคิดมาก และความทรงจำไม่ดีจะยิ่งประดังประเดทับถมมากขึ้นไปอีก
แต่ถ้ากลั้นน้ำตา ไว้ก็ช่วยอะไรไม่ได้ เหมือนกัน
ตอนนี้น่ะทั้งเศร้า ทั้งประสาท สิ้นหวังเต็มประดาแล้วจะทำอย่างไรดี
ก่อนอื่นต้องหัดยอมรับความ รู้สึกเหล่านั้นให้ได้
แล้วร้องไห้แต่พอเหมาะพอควร จะให้คุณประโยชน์
ช่วย ผ่อนคลายกล้ามเนื้อ หายเครียด และ คุณจะรู้สึกสงบนิ่งขึ้น

3. หาที่มาที่ไปของเจ้าตัวร้าย
ถึงแม้จะยังไม่มีข้อสรุปแน่นอนว่า ทำไมคนเราต้องรู้สึกหดหู่ ท้อแท้ ละเหี่ยใจ ไม่มีกะจิตกะใจจะทำอะไร มึนทึม
และ อีกหลาย ๆ ความรุ้สึกที่ไม่ดี
คำอธิบายที่น่าจะเป็นไปได้ที่สุด คือ ธรรมชาติสร้างให้คนต้องมีความรู้สึกเหล่านี้บ้าง
เพื่อบอกให้เรารู้จัก พักผ่อน และค่อย ๆ คิดว่าจะทำอะไรต่อไป

4. ตัดไฟแต่ต้นลม
ลอง สืบสาวถึงเหตุการ์ที่มักทำให้หัวใจป่วยดูหลาย ๆ ครั้ง แล้วจะเห็นว่าเกิดเป็นรูปแบบที่แน่นอน
นั่นก็คือร่าง กายจะส่งสัญ ญาณเตือนภัยออกมา
เวลาที่มีบางสิ่งบางอย่างมากระทบ กุญแจไขปริศนานี้สามารถได้มาด้วยการ
ฝึกฝนจิตใจตัวเองหาทางออกไปทีละ ขั้น และเหมาะสมกับการเผชิญและบรรเทาปัญหาที่รู้ว่าจะเกิดขึ้นในแต่ละ ครั้ง

5. อย่าเอาแต่นอนซังกะตาย
ที่ว่าบอกให้ค่อยเป็นค่อยไปนั้น ไม่ได้หมายความให้นอนแน่นิ่ง และปล่อยให้เรื่องเลวร้ายสุมทับตัวอยู่ตรงนั้นฝ่าย เดียว เราจะต้องลุกขึ้นและสู้กับมัน การจะควบคุมระบบความนึกคิดของตัวเองนั้น ต้องกระตุ้นตัวเองให้หลุดจาก ปลักที่จมอยู่ ขอแค่ให้ผ่านวันนี้ไปได้ แล้วพรุ่งนี้ทุกอย่างจะดีขึ้นเอง

6. อย่าโทษตัวเอง
เคยสงสัยไหม ว่า สิ่งไม่ดีที่เกิดขึ้นในวันเลวร้ายของคุณน่ะ เป็นเรื่องคอขาดบาดตายของตัวเองหรือคนรอบข้าง ถึงแม้การทำ ความเข้าใจและแก้ไขปัญหาจะมีประโยชน์ แต่การย้ำคิดถึงทุกสิ่งที่ผิดพลาดไปอย่างไม่หยุดหย่อน เป็นเสมือนการโษตัวเอง ที่ทำให้วันไม่ดี วันหนึ่งเป็นสัปดาห์แห่งความทุกข์ระทมได้ การจองจำตัวเองอยู่กับคำ คาดโทษตัวเองจะยิ่งเป็นอุปสรรคขวางกั้นการไปสู่หนทางแก้ปัญหาที่ ถูกต้อง ดังนั้นให้ลองถามตัวเองว่า กำลัง โหดร้ายกับตัวเองเกินไปรึเปล่า? และการทำเช่นนี้ช่วยขจัดปัญหา และเตรียมให้คุณพร้อมเผชิญ เหตุการณ์ยุ่ง ยากในคราวต่อไปได้ไหม?

เราต้องยอมรับความจริงว่า ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะตกเข้าไปในหลุมดำแห่งความทุกข์ด้วยกันทั้งนั้น ไม่เวลาใดก็เวลา หนึ่ง แม้แต่ คนที่ดูเหมือนจะเพอร์เฟ็กไปหมดทุกอย่าง ก็คงต้องเคยมีอากาของไข้ใจประเภทใดประเภทหนึ่งบ้าง ล่ะ ฉะนั้นสิ่งที่ทำได้คือถนอมตัวเองไว้ ให้ดี จนกว่าจะถึงพรุ่งนี้ (เป็นอย่างน้อยที่สุด)


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 29 พ.ค. 2010, 11:06 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 พ.ค. 2010, 07:17
โพสต์: 161

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ความรักกับรองเท้าแตะ :b27:

รองเท้าแตะส่วนมากขายตามร้านทั่วไป
ดังนั้นเวลาเราไป เห็นก็ไม่เคยจะนึกสนใจ
มีคนเสนอขายให้ราคาถูกๆ ก็ไม่เคยคิดจะซื้อ แต่พอจำเป็นเข้าจริงๆ
ก็ต้องไปซื้อมาแก้ขัดก่อนอยู่ดี

รองเท้า บางคู่สบายใหม่ๆ อาจรู้สึกสบาย แต่ถ้าใส่นานๆ เข้า
อาจจะรู้สึกว่า รองเท้าคู่นี้ไม่เหมาะกับเรา อยากจะถอดทิ้งเสียเหลือเกิน

รองเท้า บางคู่ลองใส่ที่ร้านแล้วรู้สึกแปลกๆ อาจมีบ้างที่คับไป หรือ
หลวมไป
แต่ ใครจะรู้ว่าบางทีพอใส่ไปซักพัก หนังอาจจะขยายพอดีกับเท้าของเรา
จน รู้สึกว่าดีเหลือเกินที่ตอนนั้นตัดสินใจเลือกคู่นี้

รองเท้าบางคู่ ดูภายนอกอาจตลก
แต่รู้มั๊ยว่าบางทีเมื่อมันมาอยู่คู่กับเท้าของเรา
อาจ จะทำให้ทั้งเท้าของเราและรองเท้าดูดีผิดหูผิดตาไป

ส่วนรองเท้าคู่ ไหนที่เห็นคนอื่นใส่แล้วดูดี
ก็ไม่แน่เสมอไปว่ามาอยู่กับเราแล้วจะดี เหมือนอยู่กับคนอื่น ...

......เคยเจอมั๊ย...ใครที่มีรองเท้ามากมาย เกินความจำเป็น
เขาเหล่านั้นก็คงจะไม่รู้ว่าคู่ไหนเป็นคู่โปรด
ตราบ เมื่อเค้าได้เสียรองเท้าคู่นั้นไป
ซึ่งมันก็อาจจะสายไปเสียแล้วที่จะทวง คืน

แล้วรองเท้าตามโรงแรมล่ะ
รองเท้าสาธารณะเหล่านั้นที่ได้ ผ่านเท้าของผู้คนมามากมาย บางคู่อาจยังใหม่
บางคู่อาจดูโทรม ส่วนบางคู่อาจจะนำพาโรคมาสู่ผู้ที่ใส่
แต่รองเท้าสาธารณะเหล่านี้ มีความเหมือนกันอยู่อย่างนึงคือ
ยากมากจนเรียกว่าแทบจะไม่มีเลย ที่จะมีคนมาขอซื้อเป็นเจ้าของ
นอกเสียจากซื้อไว้ดูเล่น ซึ่งก็จะไม่มีทางได้สัมผัสกับ ความรัก
ระหว่างเจ้าของกับ รองเท้า...เฮ้อ...น่าสงสาร....

.....รองเท้าที่เหมาะกับเรา หาไม่ยาก และไม่ง่าย
แต่ถ้าเดินไปแล้วเจอคู่ที่ถูกใจ
อยากบอกว่า ให้รีบตัดสินใจซื้อ ก่อนที่จะถูกคนอื่นมาชิงตัดหน้าไปก่อน
ซึ่งรองเท้า คู่นั้นอาจจะเป็นคู่เดียวในโลกที่เหมาะกับเรามากที่สุดก็ได้

ส่วน รองเท้าบางคู่ที่ไม่เหมาะกับเรา ใส่แล้วไม่รู้สึกสบาย
ขอแนะนำว่าอย่า พยายามใส่ต่อไปอีกเลย มีแต่จะทำให้เราทรมาน
เพราะในที่สุดเราก็ต้องโยน มันทิ้งไปอยู่ดี

....รองเท้าสมัยใหม่ ดูแล้วกิ๋บเก๋
แต่รองเท้า สมัยเก่าใส่แล้วก็ดูดีไปอีกแบบ
จะสมัยไหนก็ช่าง ขอให้ใส่แล้วสบายที่สุด
แล้วเมื่อเจอแล้วจงใส่มันอย่างถะนุถนอม
จะได้อยู่กับเราไปนานเท่า นาน

แต่ที่แน่ๆ
คุณจะไม่มีวันได้รู้หรอกว่ารองเท้าคู่ไหนเหมาะ กับคุณที่สุดจะเมื่อคุณได้ลองใส่มันเท่านั้น
...
....วันนี้คุณได้ เจอรองเท้าที่คุณคิดว่าเหมาะกับคุณที่สุดหรือยัง....
พยายามเสาะหาต่อไป เถอะ
เราเชื่อว่าซักวันคุณจะได้เจอรองเท้าคู่ที่ดีที่สุดสำหรับคุณอย่าง แน่นอน...

.....อย่าเลยนะ...อย่าพยายามเดินเท้าเปล่าเลย
เพราะ บนถนนมีสิ่งที่เป็นอันตรายต่อเท้าของคุณมากมาย
หารองเท้าซักคู่มาใส่ ป้องกันก่อนดีกว่า
แม้ว่าคู่นั้นอาจจะยังไม่ใช่คู่ที่ดีที่สุดสำหรับคุณ ก็ตาม :b18:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 29 พ.ค. 2010, 11:08 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 พ.ค. 2010, 07:17
โพสต์: 161

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ชอบ..รัก..หลง..แตกต่างกันอย่างไร s006

อาการเหล่านี้อาจจะใกล้ เคียงกันมาก แต่ก็สามารถพอจะแยกออกเป็นส่วนๆดังนี้

1. “ชอบ”

คำนี้ควรเอาไว้หน้าเครื่องหมายของความรักเพราะจะทำให้ปลอดภัยความขัดแย้งมักจะ มีความสุข และสมหวังเพราะ

1.1 ชอบ คือ รสนิยมตรงกัน นิสัยไปด้วยกันได้ เข้าใจกัน คุยกันถูกคอ
เรียกว่าชอบพอกัน เช่น การคบ เพื่อน เราก็ใช้ความรู้สึกนี้ เราจึงชอบเพื่อนรักเพื่อน
มีความสุขพอใจ เมื่อได้อยู่กับเพื่อนแม้จะคบกันมาตั้งแต่วัยเรียน จนถึงทำงานจนถึงแก่ เพื่อนก็ไม่เคยหมดความหมาย เพราะมาจากรากฐานความว่า “ชอบ”

1.2 ถ้าคำว่า ”ชอบ” นำมาใช้กับคนที่รักของเราก็จะเพิ่มดีกรีกว่าเพื่อนขึ้นไปอีก
เหตุนี้ควรพิสูจน์นิสัยใจ คอจนสามารถชอบเขาได้ แล้วค่อยกลายเป็นความรักจึงจะถูกต้อง อย่างที่ว่า
“จะรักใครชอบใครควรจะ ชอบเขามาก่อน แล้วความรักจะยั่งยืน”

1.3 แต่….ส่วนใหญ่ยังไม่ทันชอบเลยไม่รู้เสียด้วยว่าลูกใคร ครอบครัวเขาเป็นอย่างไร รู้แต่ชื่อเล่น ชื่อ จริง
ส่วนนามสกุลเอาไว้บอก ทีหลัง เราก็รักไว้ก่อน ชีวิตครอบครัวจึงไม่ประสบความสำเร็จล้มเหลว
วันๆ หนึ่งแต่งงานเป็นร้อยคู่ แต่ก็หย่ากันวันละ 200 คู่ ขาดทุน 100% เพราะเรียงลำดับผิด

1.4 เพราะถ้าเอา“ความรัก”ขึ้นหน้าไว้อันดับหนึ่งก่อนชอบ มักจะมองข้ามความบกพร่อง ความไม่ดี
ทุกอย่างของคนที่เรารักไปอย่างที่ ผู้ใหญ่บอกว่า“ความรักทำให้คนตาบอด”พ่อแม่ห้ามก็ไม่ฟัง

1.5 แต่ถ้าเอาชอบไว้ก่อนยังไม่รักถ้าคนรักเกิดพลิกล็อคกลายเป็นไม่ดีเพราะไม่มี อะไรจะซ่อนเร้น
มิดชิดและปกปิดได้นานเท่ากับหัวใจคนเรารู้ก่อนที่จะรัก เราก็ตัดใจไม่ยาก
ชอบมาก่อนจึงจะเกิดผลดี อย่างน้อย 2 ประการ 1.ตัดใจได้ง่าย 2.ได้คนดี


2. “รัก”

คำว่า รัก มีความหมายลึกซึ้งมากกว่าที่คุณคิด คนส่วนใหญ่จึงไม่รู้ความหมายของคำว่ารักอย่างแท้จริง
เพราะไม่คิดถึง ทั้งๆที่ตัวเองกำลังพฤติอยู่

2.1 รัก มีความหมายคือการอยากให้ ให้คนที่ตนรักมีความสุข แล้วตัวเองก็มีความสุขด้วย ทั้งที่ความ
สุขนั้น อาจจะไม่ได้หมายถึงความสมหวังเสมอไป
“ ในความรักไม่มีความกลัว เพราะความกลัวถูกจัดเข้ากับการลงโทษ “
แต่การเสียเขาไปต้องมีเหตุผลที่ สมควรจาก 2 ฝ่ายด้วย ไม่ใช่เราคิดว่าเขาคงจะได้ดีแล้วก็ทิ้งเขาไป

2.2 รัก “ถ้าเราจะรักใครสักคน” เราต้องคิดอยู่เสมอว่า
“เราจะให้อะไรกับ เขา” ไม่ใช่ว่าจะได้อะไรจาก เขา ความรักนั้นจะต้องอดทน
ความรักไม่อิจฉา ไม่อวดตัว ไม่หยิ่งผยอง ไม่หยาบคาย

2.3 ความรักไม่มีความกลัว เพราะถ้ามัวแต่กลัวจะเหมือนกับการโดนลงโทษ แล้วอาจจะโดน ม.ค.ป.ด


3. “หลง”

คำว่า ”หลง” หลงกับรักมักแยกกันยากมาก เพราะอาการคล้ายๆกัน ทีแรกก็ปลูกต้นรัก แต่พอรักเติบ ใหญ่
ทำไมออกดอกเป็นความหลงจะสำแดงแตก ต่างจากความรักสังเกตได้ 3 ประการ

3.1 เห็นแก่ตัว กอบโกยความสุขจากคนรักให้มากที่สุด เช่น ขอพบ ขออยู่ใกล้ ให้คนรักปรนนิบัติเอาใจ เรียกร้องความสนใจตลอดเวลา เอาแต่ความสุขความพอใจของตนเองเป็นใหญ่

3.2 ความหลงจะสังเกตได้ จะไม่มีลดน้อยลงแต่จะร้อนแรงขึ้นเป็นลำดับเหมือนถูกผีกระทำ จะไม่มี เหตุผล
เกรี้ยว กราด รุนแรงเอาแต่ใจ

3.3 การหึงหวง อย่างรุนแรง ไร้เหตุผล แม้ตัวเองจะได้ตายก็ยอม เช่น ฆ่าตัวตาย หรือ ฆ่าตัวตายทั้งคู่
เช่นรัก ไม่สมหวัง แต่นั่นคือการเข้าใจผิดมันไม่ใช่ความรัก เพราะความรัก คือความอ่อนโยน มีเหตุผล
ไม่กระทำผิดแต่ความหลงจะทำให้เรา “คิดสั้น” “หลงผิด” ถูกครอบงำด้วยอำนาจที่แฝงแปลงร่างคล้ายกับความรักแท้


***************************** "The End"**************************


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 30 โพสต์ ]  ไปที่หน้า 1, 2  ต่อไป

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

่กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร