วันเวลาปัจจุบัน 13 พ.ย. 2019, 07:36  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 28 เม.ย. 2010, 16:04 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 ส.ค. 2005, 10:46
โพสต์: 12075

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ


สมรส หมายถึง รสนิยมเสมอกัน
มีจริตนิสัย ชอบและไม่ชอบอะไรคล้ายๆ กัน
จึงเข้ากันได้เป็นอย่างดี


เมื่อเราใช้ชีวิตร่วมกับบุคคลอื่นใน ฐานะต่างๆ ต้องมี
คุณธรรม และมีรสนิยมเสมอกัน จึงจะมีความสุข
ถ้า ต่างกันมาก เข้ากันไม่ได้ ก็มักเกิดปัญหาตามมา


โดยเฉพาะชีวิตคู่ เป็นสามีภรรยาต้องใกล้ชิดกันมาก
จนเรียกได้ว่าทั้งเราและเขา
มีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน


อยู่ร่วมกันไปตลอดชาติ
จึงเป็นเรื่องที่ต้องคิดให้รอบคอบ
หากตัดสินใจจะใช้ชีวิตคู่กับใคร



อารมณ์รักเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอน เมื่อเราสามารถเริ่มต้น
ชีวิตคู่กับคนที่เรารักมากๆ เรารู้สึกสมหวังในความรัก
โลกทั้งโลกสดใสสวยงามสำหรับเรา แต่ทุกสิ่งทุกอย่าง
ในชีวิตของเรานี้ไม่แน่นอน ชีวิตสมรส อาจจะเป็น


ชีวิตคู่ที่อบอุ่น สร้างครอบครัวที่มีความสุขร่วมกัน
หรือโดยส่วนใหญ่ก็มี ทุกข์บ้าง สุขบ้าง
อย่างปุถุชนทั่วๆ ไป แต่สำหรับบางคู่อาจจะเป็น
ชีวิต ที่ตกนรกทั้งเป็นก็มี เปรียบชีวิตคู่เหมือน


ชีวิตแบบยักษ์อยู่ด้วยกัน
ชีวิตแบบเปรตอยู่ ด้วยกัน
ชีวิตแบบเดรัจฉานอยู่ด้วยกัน


อย่าหลงเชื่อใน ความรู้สึกรัก ซึ่งไม่แน่นอน
อารมณ์รักก็มีลักษณะเช่นเดียวกับ จิตที่เกิดอุปาทาน
เหมือนการติดบุหรี่ เล่นการพนัน ติดยาเสพติด


ที่เกิดจากอุปาทานยึดมั่นถือมั่นของจิต
การหลงรักในสิ่งที่คนทั่วไปไม่รัก ก็มีมาก
จึงทำให้ชีวิตมนุษย์เรานั้นสับสนวุ่นวายอยู่ในทุกวันนี้



เมื่อเรารู้ว่าอารมณ์รักเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอน
เราจึงไม่ควรใช้ อารมณ์รัก เพียงอย่างเดียว
มาเป็น ข้อตัดสินใจในการเลือกชีวิตคู่


พระพุทธเจ้าทรงให้หลักในการพิจารณา ไว้ว่า
ชีวิตคู่ที่จะมีความสุขร่วมกันได้ดี
ควรมี คุณธรรม เสมอกัน ๔ ประการ คือ



:b48: ศรัทธา ความเชื่อมั่นในสิ่งที่ดีงาม

:b48: ศีล ความประพฤติดีทางกาย และวาจา

:b48: จาคะ ความเสียสละ รู้จักแบ่งปัน

:b48: ปัญญา ความรู้ว่าสิ่งใดดีหรือชั่ว



อย่างไรก็ตาม ในชีวิตจริงเป็นเรื่องยากที่จะได้คู่ครอง
ที่มีความคิดจิตใจเหมือนกันกับเรา หลวงพ่อชา เคย
เปรียบชีวิตคู่ไว้ว่า เหมือนเอาไม้สองท่อนมามัดไว้ด้วยกัน


ถ้าไม้ท่อนเดียวกันเอามือจับปลายสองข้างจะดึงจะโค้งงอ
อย่างไร มันก็ทนกว่าไม้สองท่อนที่จับเอามามัดกันไว้
เมื่อเราจับงอหรือดึงไปคนละทาง
มันง่ายอยู่แล้วที่จะหลุดออกจากกัน


ดังนั้น เมื่อคนสองคนมาอยู่ด้วยกันแล้ว ก็ต้องรักกัน
สามัคคีกัน ให้เกียรติซึ่งกันและกัน ต้องเอาใจเขามาใส่ใจเรา
เพื่อเข้าใจอีกฝ่ายหนึ่ง ต่างคนต่างต้องแก้ไข
ปรับตัวเองเพื่อเข้ากับอีกฝ่ายหนึ่ง ต้องรู้จักอดทน
เมื่อเกิดไม่พอใจ ไม่ถูกใจ ต้องละทิฏฐิมานะ
ความเห็นแก่ตัว พยายามปล่อยวาง และให้อภัยต่อกัน


เรียกได้ว่าทั้งสองฝ่ายต้องปฏิบัติธรรม แบบอุกฤษฏ์
ต้องช่วยเหลือเอื้ออาทรต่อกัน ให้กำลังใจซึ่งกันและกัน
เพื่อที่จะผ่านพ้นอุปสรรคต่างๆ ไปได้
และใช้ชีวิตร่วมกันอย่างเป็นสุข สบายใจ




ที่มา...สาระแห่งชีวิต คือรักและเมตตา
โดย พระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก

วัดป่าสุนันทวนาราม
บ้านท่าเตียน ต.ไทรโยค อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี

โพสต์โดยคุณ TU อ่านฉบับเต็มได้ที่...

http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=6&t=30995

:b48: :b8: :b48:


แก้ไขล่าสุดโดย ลูกโป่ง เมื่อ 29 พ.ค. 2010, 14:47, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง

แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

่กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร