วันเวลาปัจจุบัน 10 ส.ค. 2022, 21:24  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


กฎการใช้บอร์ด


รวมกระทู้จากบอร์ดเก่า http://www.dhammajak.net/board/viewforum.php?f=28



กลับไปยังกระทู้  [ 18 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 26 มิ.ย. 2009, 08:08 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 4
สมาชิก ระดับ 4
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 มิ.ย. 2009, 17:52
โพสต์: 202

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ผมไม่ได้มีอคติกับคุณ walaiporn หรอกนะครับ

เพียงแต่สะกิดให้ท่านรู้บ้างว่า สิ่งที่คุณทำหนะ มันมีทั้งคุณและโทษ อย่ามองแต่คุณด้านเดียว
เหมือนอย่างที่คุณว่า
อ้างคำพูด:
ส่วนใครจะได้ประโยชน์หรือไม่ได้ประโยชน์ไม่ไปคิดแทนใคร ..
ส่วนตัวเองหรือคะ .. ไม่มานั่งสวดอะไรยาวๆแบบนี้หรอกค่ะ ..


คิดให้ดีครับ คุณก็มีความรู้ดีอยู่นะ ถ้าหัดมองให้รอบด้าน ก็จะเกิดประโยชน์กับคนรอบข้างเยอะเลย


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 26 มิ.ย. 2009, 08:28 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 28 พ.ค. 2009, 11:31
โพสต์: 149


 ข้อมูลส่วนตัว


คนขวางโลก เขียน:
คุณหมูตอนครับ

ถ้าคุณเชื่อว่ามีพระพุทธเจ้าจริง
คุณก็คงจะรู้นะครับว่า พวกสัตว์ในแดนทิพย์ทั้งหลายหนะ มีอยู่จริงเพราะพระพุทธเจ้าก็ทรงกล่าวไว้แล้ว
ว่ามีพวกเขาอยู่จริงๆ แล้วจะให้ใครมาพูดยืนยันอีกใช่ไหมครับ
มันเคยเกิดเรื่องเดือดร้อนจริงๆ พระพุทธองค์ถึงได้บัญญัติห้าม

ส่วนคนที่มองแต่ด้านดีก็จะบอกว่า มันดีอย่างนั้นดีอย่างนี้ ใครขอมาก็จัดให้เพราะมองเห็นแต่สิ่งดีๆๆๆๆๆๆๆ
แต่ก่อนผมก็เคยสวดเหมือนกัน และก็จำได้ทั้งหมดแค่ 3 ชั่วโมงเอง สวดได้คล่อง ยอมรับว่า อานุภาพของบทสวดนี่สุดยอดจริงๆ รู้ได้ไงเหรอครับก็รู้ได้ด้วยตนเอง ประสบกับตนเองไม่ใช่แค่ครั้งสองครั้ง มีอะไรมั้งเหรอครับ

ก็มีทั้งดีมากๆๆๆๆๆๆ และวุ่นวายมากๆๆๆๆๆๆ เหมือนกัน
เลยหันมาศึกษาอย่างจริงจังว่า ทำไม ก็ได้คำตอบว่า ที่เราสวดเราท่องไปหนะ มันมีทั้งผู้อนุโมทนาด้วยและผู้สาบแช่งเราด้วย ดังนั้นจึงอยากจะบอกให้ผู้ที่ไม่รู้ให้ได้รู้มั่งว่า อย่ามองแต่ด้านดีเพียงด้านเดียว มันจะเดือดร้อนได้ก็เท่านั้น ทุกวันนี้ก็ถ้าจะสวดก็จะสวดเมื่อจำเป็นและก็รู้วิธีสวดที่ถูกต้องด้วย

มันก็เปรียบเหมือนกับพวกที่ขายยานั่นแหละ เห็นคนเขาเสพเขากินแล้วดี ก็จัดให้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆ โดยไม่คำนึงถึงว่าคนที่เขากินไปนั้นมันจะเดือดร้อนยังไงก็ช่างไม่เกี่ยว(ไม่รับผิดเลยมีแต่รับชอบ)

ฉะนั้น จะให้อะไรไปก็ต้องบอกสรรพคุณและโทษของสิ่งนั้นให้เขารู้ด้วย เมื่อเขารู้แล้วเขาก็จะได้เลือกใช้ให้เกิดแต่ประโยชน์และพยายามหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดโทษเกิดภัย

อย่างนี้สิถึงจะเรียกว่าเป็น กัลยาณมิตร กัลยาณธรรม



อนุโมทนาค่ะ
ขอบคุณค่ะที่มาตอบให้นะคะกระจ่างขึ้นเยอะเลย



:b51: :b52: :b53: :b8: :b8: :b51: :b52: :b53:

.....................................................
ธรรมมะนี้คือการมีชีวิตเพื่อที่จะเรียนรู้ความจริงของชีวิต
ทุกอย่างล้วนไม่เที่ยง เป็นทุกข์ ตั้งอยู่ไม่ได้
หากยังยึดติด ไม่ปล่อยวาง ย่อมยังเป็นทุกข์


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 26 มิ.ย. 2009, 08:58 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 มิ.ย. 2009, 15:47
โพสต์: 36


 ข้อมูลส่วนตัว


คนขวางโลก เขียน:
ผมไม่ได้มีอคติกับคุณ walaiporn หรอกนะครับ

เพียงแต่สะกิดให้ท่านรู้บ้างว่า สิ่งที่คุณทำหนะ มันมีทั้งคุณและโทษ อย่ามองแต่คุณด้านเดียว
เหมือนอย่างที่คุณว่า
อ้างคำพูด:
ส่วนใครจะได้ประโยชน์หรือไม่ได้ประโยชน์ไม่ไปคิดแทนใคร ..
ส่วนตัวเองหรือคะ .. ไม่มานั่งสวดอะไรยาวๆแบบนี้หรอกค่ะ ..


คิดให้ดีครับ คุณก็มีความรู้ดีอยู่นะ ถ้าหัดมองให้รอบด้าน ก็จะเกิดประโยชน์กับคนรอบข้างเยอะเลย


นี่ล่ะครับ กัลยาณมิตร
:b8: :b8: :b8:


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 18 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

่กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร