วันเวลาปัจจุบัน 12 ธ.ค. 2019, 10:46  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 84 โพสต์ ]  ไปที่หน้า 1, 2, 3, 4, 5, 6  ต่อไป  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 01 มิ.ย. 2009, 01:26 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 มิ.ย. 2009, 00:13
โพสต์: 36


 ข้อมูลส่วนตัว


สวัสดีค่ะทุกท่าน

มีเรื่องอยากจะขอความเห็นจากทุกท่านที่มีธรรมะอยู่ในใจ เป็นเรื่องที่ยังหาทางออกไม่ได้ มันก่ำกึ่งในความรู้สึก ระหว่าง ความเชื่อ กับ สติปัญญา

เรื่องมีอยู่ว่า ที่บ้าน มีคนในครอบครัวที่มีอาการทางจิต (หวาดระแวง หูแว่ว ว่ามีคนอื่นมากลั่นแกล้งมาทำร้ายก่อนกวน) อาระวาดตะโกน ด่าว่าบุคคลที่ไม่มีตัวตน ต่อหน้าคนในครอบครัวและสาธารณะชน เป็นมานานแล้วตั้งแต่ แต่ระยะหลัง มีอาการหนักขึ้น ถึงขั้น พยายามพกอาวุธและทำร้ายบุคคลในครอบครัว ได้ทำการรักษาทางแพทย์แผนปัจจุบัน แต่ไม่ต่อเนื่อง เนื่องจากคนไข้ไม่ยอมรับว่าป่วย ด้วยเพราะบิดาและมารดายังทำใจไม่ได้ที่จะให้บุตรรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล และยังเห็นว่าบุตรของตนยังพอพูดจากันรู้เรื่อง เหตุการณ์ล่วงเลยสร้างความลำบากทุกข์ใจให้กับคนในครอบครัวมาก

จนกระทั่งวันหนึ่ง บิดาของคนป่วยเสียชีวิต อันเนี่องมาจากภาวะหัวใจล้มเหลว ด้วยความเครียดจากปัญหาในครอบครัว และทำใจยอมรับภาวะการป่วยของบุตรสาวไม่ได้ ผู้เป็นมารดาจำต้องรับภาระปัญหาไว้ ลูกสาวและลูกชาย พยายามเสนอให้ ผู้เป็นแม่ พาบุตรสาวคนโตไปรักษาที่โรงพยาบาล อันเนื่องจากเห็นว่ามารดาของตนอายุเยอะแล้ว และ พี่สาวยังเป็นไม่มากน่าจะรักษาได้หาย และทนไม่ได้ที่เห็นสภาพของมารดาต้องถูกพี่สาวด่าว่าและอาระวาดจนทำให้ผู้เป็นแม่มีความเศร้าซึมเสียสุขภาพกายและใจอยู่เสมอ

แต่ผู้เป็นมารดา มีความลังเลใจที่จะส่งบุตรสาวไปรักษา ด้วยกลัวว่า ลูกจะเสียงประวัติ และคิดว่าหากไปโรงพยาบาล กลับมาอาการจะหนักกว่าเก่า อันเนื่องด้วย จากประสบการณ์ ญาติพี่น้องคนที่เป็นไปรักษา กลับมา มีอาการสงบลงแต่เศร้าซึมและหวาดระแวง และด้วยความทุกข์จึงได้ไป ปรึกษา หมอดูท่านหนึ่ง ที่มีผู้แนะนำมา หมอดู บอกกับผู้เป็นแม่ว่า บุตรสาวไม่ได้บ้า แต่โดนทำ คุณไสย์ ซึงเป็นเหตุที่ทำให้ผู้เป็นแม่เชื่อ เนื่องจาก

1. ได้เพียงวันเดือนปีเกิด สามารถบอกบุคคลิก ท่านท่าทางอุปนิสัยได้อย่างถูกต้อง
2. บอกช่วงระยะเวลาการป่วยได้อย่างถูกต้อง
3. บอกสภาวะอาการของคนป่วยได้อย่างถูกต้อง เช่น ด่า หรือ เพ้อเจ้อเป็นถึงใคร
โดยไม่ได้เห็นหรือรู้จักกันมาก่อน เพราะคุยกันทางโทรศัพท์

เหตุการณ์นี้ จะไม่มีน้ำหนักและไม่ทำให้คิด เลย ถ้าหาก ไม่ได้ มีคนทัก เหมือนกัน ถึง สามคน คนแรก คือหมอดูทางโทรศัพท์ คนที่สองเป็นอาจารย์ทางด้านไสย์ศาสตร์ทำของขลัง คนที่สามเป็นผู้ปฏิบัติธรรมที่ขอคำปรึกษา โดยที่ทั้งสามคน ไม่เคยรู้จักหรือเห็นผู้ป่วยมาก่อน ทุกคนแนะนำให้พาไปวัดไปรดน้ำมณต์ และสวดมนต์แผ่เมตตา เหตุการณ์ น่าจะดีขึ้น หากบุตรสาวกระทำตามที่แนะนำ แต่หากว่า คนในบ้านคิดหรือมีแผนการณ์จะพาไปรดน้ำมณต์ที่วัด ก็จะมีอาการหวาดระแวงคุมครั่งขึ้นมาทันที ดังนั้นผู้เป็นแม่ก็พาไปรดน้ำมณต์เอง ตามวัดต่าง ๆ ในจังหวัดหรือต่างจังหวัด เท่าที่มีโอกาส ผลของการรดน้ำมณต์พาไปวัด ทำให้บุตรสาว มีสภาวะทางอารมาณ์ที่ดีขึ้นบ้าง แต่ยังมีอาการคุมคลั่งด่า และเพ้อเจ้อ อยู่ และบุตรสาวเองก็ไม่ยอมสวดมณต์ ทุกวันนี้ คนที่เป็นลูกอย่างดิฉัน ไม่มีความสบายใจเลยทุกข์ใจตลอดเวลา เป็นห่วงและสงสารแม่ แต่ตัวเองก็มีหน้าที่ต้องรับผิดชอบคือเรียนให้จบ

ดิฉันจึงขอคำปรึกษาจากผู้มีธรรมะในใจทุกท่านนะค่ะ

1. ทุกท่านคิดว่าเรื่องของไสย์ศาสตร์มีจริงหรือไหมค่ะ? มีในพระพุทธศาสนาไหมค่ะ

2. ดิฉัน เริ่มมีความโกรธ และเกลียด พี่สาวอยู่ในใจ เพราะทำให้แม่มีความทุกข์ทำให้พ่อต้องช้ำใจตาย ทั้งที่ในบ้างครั้งก็สงสาร ทุกครั้งที่มีการทำร้ายกัน ดิฉันจะเป็นคนที่ร้องไห้เอง ทั้ง ๆ ที่ ไม่ได้เจ็บบาดแผลทางกาย เลย แต่เสียใจ ที่เห็นแม่ทุกข์ทุกข์จนแทบจะไม่มีน้ำตาให้ร้องออกมา ดิฉันควรจัดการกับความโกรธในใจอย่างไรดี เคยได้ยินคำว่า ทุกข์ที่ไหนก็ให้ดับที่นั้น แต่ตอนนี้คิดไม่ออกว่าจะดับอย่างไร

3. ทุกวันนี้ ดิฉันและน้องชายยังมีความคิดที่จะส่งตัวพี่ให้ไปรักษาที่โรงพยาบาลแต่ติดอยู่ที่แม่ยังมีความเชื่อว่า ต้องลองรักษาพระก่อน เพราะแม่มีความคิดว่า ไปโรงพยาบาลกลับมาอาการก็ไม่ดีขึ้นเหมือนที่ญาติคนอื่น ๆ ที่เป็น ดิฉัน ควร จะรอ และให้โอกาส การรักษา ด้านความเชื่อนี้ต่อไปดีไหม ? เพราะเท่าที่เห็น คือ อาการที่พอจะคุยกันรู้เรื่อง โดยที่ไม่ต้องทานยา แต่ก็ยังอาละวาดอยู่

4. ถ้าหาก ดิฉันและคุณแม่ทำบุญสวดมณต์อุทิศส่วนกุศล ให้เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายแทนพี่สาว ผลบุญจะช่วยให้เขาหลุดพ้น วิบากกรรมได้ไหมค่ะ บุญกรรมทำแทนกันได้ไหม ?

สุดท้าย ขอขอบคุณทุกท่านที่ชี้แนะและให้ความเห็น ดิฉันหวังว่าคงจะมีผู้แนะหนทางให้กับดิฉันและครอบครัวได้ ดิฉันรู้ดีว่าตนย่อมเป็นที่พึ่งแห่งตน แต่หากตอนนี้สภาวะทางใจของดิฉัน ไม่สามารถที่จะคิดตัดสินเองได้ จึงอยากได้ความเห็นของผู้ที่มีใจเมตา แนะแนวทางออกขอขอบพระคุณค่ะ

ปล. ความจริงแล้ว ดิฉันมีความตั้งใจจะหาทางออกโดย นึกถึงท่านพระอาจารย์ วอ วัชชิระ เมธี แต่ไม่รู้ว่าจะติดต่อ ท่านอย่างไร เพราะ อ่านหนังสือธรรมมะของท่านมาพอสมควร คิดว่าท่านอาจช่วยเตือนสติให้กับดิฉันและชี้ทางออกได้พอดีมาเจอเว็บนี้ คิดว่าคำแนะนำจากสมาชิกลานธรรมจักร อาจช่วย ได้บ้างนะค่ะ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 01 มิ.ย. 2009, 03:46 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 ก.พ. 2009, 04:12
โพสต์: 1067


 ข้อมูลส่วนตัว


:b8: สวัสดีค่ะ คุณ lookwhy

:b47: อ่านเรื่องของคุณแล้วน่าเห็นใจ คนในบ้านจิตใจไม่มี
ความสุข เพราะเหตุจากพี่สาว น่าจะเรียกว่า อาการทางจิต
คนไร้สาระเคยเห็นคนที่เป็นลักษณะเช่นนี้ เขามีโลกส่วนตัวของ
เขาเ้อง ภาพต่าง ๆ มาจากจินตนาการในจิตใจ

:b47: สิ่งที่เกิดเป็นปัจจัยซึ่งกันและกันมา ด้วยเราผู้ศึกษา
ธรรมะไม่ได้มีญานหยั่งรู้ว่าเกิดจากกรรมวิบากอันใด แต่ที่แน่ ๆ
เป็นวิบาก ที่ส่งผลมาให้แล้ว ที่คุณทำสวดมนต์ไหว้พระ
หรืออุทิศเแผ่เมตตาให้เจ้ากรรมนายเวร ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำ
ให้จิตใจ ของผู้ปฏิบัติดีขึ้น แต่จะแผ่เมตตานั้นต้องมาจากจิตทีี่่
มีเมตตาที่แท้จริง เมื่อจิตใจดีก็เห็นทางออกของปัญหา ทำให้
สถานะการในบ้านที่เคยร้อนรน สงบเย็นลงได้

:b47: กรรมนั้น ผู้ใดทำผู้นั้นได้รับผล ไม่ว่าจะเป็นกรรมดี
กรรมชั่ว กรรมเป็นคำกลาง ๆ อันดับแรก ควรควรทำจิตใจตัว
เองให้มีความสุขก่อน คุณเป็นทายาทของกรรม ต้องได้รับผล
เช่นกัน เราทุก ๆ คนเกิิดมาเหมาะสมกับครอบครัวนั้นเสมอ
ยอมรับว่าสิ่งที่เกิดขึ้นสมควรแก่เหตุ สวดมนต์ไหว้พระ ทำสมาธิ
และถ้าให้ดีเจริญสติไปด้วย ถ้าตั้งใจทำจริง ๆ คุณไม่ต้องถาม
ใครว่า เพราะอะไร แก้อย่างไร จะเข้าใจได้ด้วยตัวเอง จะไม่ี
สร้างกรรมใหม่ที่โกรธพี่สาว จะรักและเมตตาเขาด้วยจิตใจที่
แท้้จริง

:b47: ในเวปลานธรรมจักร ในบอร์ด สมาธิ สติ มีวิธีมากมาย
ที่จะศึกษา เรียนรู้เรื่องการเจริญสติ ลองเข้าไปอ่านดูค่ะ
ค่อย ๆ คุยกับคุณแม่ว่าถ้ายังคิดว่าจะกลัวเสียประวัติ เดี๋ยวจะเสียลูก ๆ
(จิตใจเสีย) บ้านกลายเป็นที่ ที่ไม่อยากเข้า ไม่อยากอยู่
พาพี่สาวไปรักษาที่โรงพยาบาล ที่รักษาโรคอาการทางจิต
เอายามาช่วย

:b47: ในศาสนาพุทธไม่มีไสยศาตร์ มีแต่เป็นปัจจัยซึ่งกัน
และกัน วิชาพวกนี้ ท่านเรียกกันว่า เดรัจฉานวิชา

:b47: ที่เป็นทุกข์อยู่นี่เพราะไม่ยอมรับความจริง ต่อต้านกับ
ธรรมะชาติ มันต้องเป็นเช่นนี้ ไม่ว่าการกระทำใด ๆ ล้วนส่ง
ผลแบบชนิดที่เรียกว่าไม่ขาดตกบกพร่องแม้แต่น้อย
กฏแห่งกรรมยุติธรรมเสมอค่ะ ขออนุญาติแนะนำคุณ
ไว้เพียงเท่านี้ เดี๋ยวท่านผู้มีปัญญาจะมาช่วยอธิบาย
ให้คำตอบได้กระจ่างมากขึ้น

:b47: "สิ่งที่เราเป็น คือสิ่งที่เราเคยทำ
สิ่งที่กำลังทำเป็นสิ่งที่ต้องเผชิญ"


:b8: ขอเป็นกำลังใจ รักษาใจตัวเองให้มีความสุขให้ได้
เท่ากับรักษาจิตใจของคนรอบข้างไปด้วย และแก้ไขปัญหา
อย่างคนมีสติ :b52:

.....................................................
...นฺตถิตัณหา สมานที...
ห้วงน้ำใหญ่โต เสมอด้วยตัณหาไม่มี


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 01 มิ.ย. 2009, 08:42 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 มิ.ย. 2009, 00:13
โพสต์: 36


 ข้อมูลส่วนตัว


ขอขอบคุณคุณคนไร้สาระ
สำหรับคำแนะนำ เพื่อนำไปเป็น แนวทางปฏิบัติ ค่ะ
ทุกคำแนะนำและกำลังใจ ขอบคุณค่ะ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 01 มิ.ย. 2009, 12:58 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 32015

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


น่าเห็นใจ
เบื้องต้น คนในบ้านที่เกี่ยวข้องกัน ควรฝึกจิตทำใจตนเองให้มั่นคงด้วย ไม่อย่างนั้นจะหงุดหงิดสุขภาพจิตเสียกันทั้งบ้าน :b22:

อ้างคำพูด:
เรื่องมีอยู่ว่า ที่บ้าน มีคนในครอบครัวที่มีอาการทางจิต (หวาดระแวง หูแว่ว ว่ามีคนอื่นมากลั่นแกล้งมาทำร้ายก่อกวน) อาระวาดตะโกน ด่าว่าบุคคลที่ไม่มีตัวตน ต่อหน้าคนในครอบครัวและสาธารณะชน เป็นมานานแล้วตั้งแต่ แต่ระยะหลัง มีอาการหนักขึ้น ถึงขั้น พยายามพกอาวุธและทำร้ายบุคคลในครอบครัว ได้ทำการรักษาทางแพทย์แผนปัจจุบัน
แต่ไม่ต่อเนื่อง เนื่องจากคนไข้ไม่ยอมรับว่าป่วยด้วย เพราะบิดาและมารดายังทำใจไม่ได้
ที่จะให้บุตรรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล และยังเห็นว่าบุตรของตนยังพอพูดจากันรู้เรื่อง เหตุการณ์ล่วงเลยสร้างความลำบากทุกข์ใจให้กับคนในครอบครัวมาก



เคยเห็นคนเป็นแบบเนี่ยเหมือนกัน เห็นเดินไปด่าไป จับใจความได้ว่ากำลังทะเลาะโต้เถียงกับคนอยู่ (แต่ไม่มีใคร) ซึ่งน่าจะเห็นภาพคนๆนั้น ที่ตนสร้างขึ้นในใจ ทางธรรมเรียกว่าวิปลาส
(ภาษาแพทย์ ไม่ทราบเรียกว่า โรคอะไร) คือเขาคิดอย่างไรก็เห็นอย่างนั้น ภาพคนๆนั้นตามที่จิตปรุงแต่งขึ้นมา เหมือนคนนึกถึงผีก็เห็นภาพผีในใจ แล้วตนก็ยึดติดถือมั่นภาพนั้นอาการนั้นไว้

เป็นมานานแล้ว ต้องใช้เวลารักษาครับ อันดับแรกควรปรึกษาจิตแพทย์โดยตรง
เช่นพาไป รพ. ศรีธัญญา ใช้ทางยาช่วยด้วย ใช้ทางศาสนาช่วยด้วย

เมื่อต้องการให้ลูกหายเป็นปกติ ก็ไม่ต้องกลัวประวัติเสียครับ

อ้างคำพูด:
หากไปโรงพยาบาล กลับมาอาการจะหนักกว่าเก่า อันเนื่องด้วย จากประสบการณ์
ญาติพี่น้องคนที่เป็นไปรักษา กลับมา มีอาการสงบลงแต่เศร้าซึมและหวาดระแวง



ไม่เข้าใจประเด็นที่ว่า (จากประสบการณ์
ญาติพี่น้องคนที่เป็นไปรักษา กลับมา มีอาการสงบลงแต่เศร้าซึมและหวาดระแวง)


ประวัติคนในครอบครัวก็มีเป็นหรือครับ มิใช่เป็นแต่คนนี้เท่านั้น เข้าใจถูกไหมครับ


ตอบคำถามเป็นข้อๆ

1. มีพูดไว้แต่พระพุทธเจ้าเรียกว่า เดรัจฉานวิชา คือ วิชาที่ขวางทางพระนิพพาน

เท่าที่ดูหมอดูก็ไม่ได้เรียกร้องทรัพย์สินเงินทองอะไรนี่ แต่แนะนำให้รดน้ำมนต์ ก็รดได้ไม่มีปัญหา
เพื่อเรียกขวัญกำลังใจ
แต่ที่สำคัญผู้ป่วยเองจะต้องกลับได้สติรู้ตัวว่า ตนป่วยไม่สบายจึงจะรักษาหายเร็วขึ้น
หากเค้าเห็นว่า ตัวเองก็ปกติดีนี่ไม่เป็นอะไรอย่างว่าสะหน่อย อย่างนี้หลงแล้ว ก็ยากพอควรครับ

2. อย่างที่บอกข้างต้นว่า คนในครอบครัว ควรหาที่ให้จิตใจมีที่ยึดที่เกาะ ไม่อย่างนั้นสุขภาพจิตจะปล่อยแย่ไปด้วย

3. ควรรักษาควบคู่กันไปโดยใช้ยาตามแพทย์สั่งด้วย ใช้ทางศาสนาช่วยด้วย ทางศาสนาเริ่มต้นก็ เช่น ให้เค้าได้เห็นได้ฟังสิ่งที่น่าเลื่อมใสชักจูงใจให้สงบ เช่น พระพุทธรูป วัดวาอาราม แล้วเราก็ชี้แนะพูดคุยในทางบวกแก่เขา ทางหูก็ให้ฟังเสียงพระที่เขาเคารพนับถือพูดหรือแสดงธรรมเป็นต้น

4. โดยสภาพความเป็นจริงแล้วทำแทนกันไม่ได้ แต่ทางจิตวิทยาพอได้ คือ เราไปทำบุญหรือทำวัตรสวดมนต์ก็อธิฐานให้เขาหายวันหายคืน แบบนี้เราเองก็สบายใจ

ขอประสบสมหวังในสิ่งที่หวังครับ :b8:

.....................................................
http://group.wunjun.com/ake


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 01 มิ.ย. 2009, 13:07 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 10
สมาชิก ระดับ 10
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 พ.ย. 2008, 12:29
โพสต์: 807

ที่อยู่: กรุงเทพฯ

 ข้อมูลส่วนตัว


จขกท. ควรจะรีบพาคนในบ้านไปรักษาที่ รพ. โดยด่วนนะครับ เพราะว่าไม่รีบไปตั้งแต่เมื่อก่อน
ตอนนี้อาการเริ่มเป็นมากและน่าเป็นห่วงจะช่วยได้ยากมาก จะได้มียาไว้กินได้นอนพักและควบคุมสภาพกายและใจได้บ้าง ยาที่ให้กินเป็นยาให้ร่างกายและสมองได้พักผ่อน ส่วนจะไปรดน้ำมนต์หรือไปหาหมอดู หมอสะเดาะเคราะห์ที่ไหน เป็นปลายเหตุแล้วครับ แล้วก็อีกอย่างควรจะเร่งทำบุญให้พี่น้องคนนี้
เป็นต้นว่าไปไหว้พระประธาน บริจาคโลงศพ หรือช่วยทำบุญ รพ พระสงฆ์อาพาธ หรือทำบุญกับเด็กกำพร้า ได้บุญมากเชียวนะ แล้วอธิษฐานให้เจ้ากรรมนายเวรของเขาอนุโมทนาบุญกับเรา เลิกจองเวรจองกรรมกับคนๆนี้ เพื่อจะให้เขามีอาการดีขึ้นคุยรู้เรื่อง ไม่อาละวาด ช่วงที่เขานอนหลับ ช่วงกลางคืนก้ควรจะสวดมนต์ไหว้พระอธิษฐานจิตแผ่เมตตาให้เป็นประจำ เพราะว่าจะช่วยได้พอสมควร อีกทั้งมียากินจากหมอ(ยาที่ให้มากินจะควบคุมไม่ให้อาละวาด)และได้รับคำแนะนำจากหมอ(คือจะดูและปฏิบัติว่าจะเอาใจใส่คนๆนี้ยังไง) ทำให้ผมคิดว่ามีทางช่วยได้จริงๆ
:b40:

ให้ถือเป็นเรื่องสำคัญที่สุดในครอบครัวและรีบแก้ไขโดยด่วนไปเลย อย่ารอหรือเพิกเฉยอีกเลย เพราะเรื่องแบบนี้ผมก็เคยเจอมาเลยแนะนำแบบนี้ครับ :b39:

***ปล. ช่วยบอกชื่อจริง ชื่อเล่น และอายุ ของสมาชิกในครอบครัวท่านนี้ได้ไหม ผมจะลองแผ่เมตตาไปให้ เผื่อช่วยทำให้อาการดีขึ้นได้ (คงช่วยได้เพียง5-10 % แต่ก็ยังดีกว่าไม่ได้ช่วยเลย) :b16: :b16: :b16: :b39: :b40: :b40:

.....................................................
"มีสติเป็นเรือนจิต ใช้ชีวิตเป็นเรือนใจ ใช้ปัญญาเป็นแสงสว่างส่องทางเดินไปเถิด จะได้ล้ำเลิศในชีวิตของท่าน มีความหมายอย่างแท้จริง"
ในการปฏิบัติธรรม หลวงพ่อท่านบอกว่า ให้ตัดปลิโพธกังวลใจทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น ลูก สามี ภรรยา ความวุ่นวายทั้งหลายทั้งปวง อย่าเอามาเป็นอารมณ์ จากหนังสือ: เจริญกรรมฐาน7วันได้ผลแน่นอน หัวข้อ12: ระงับเวรด้วยการแผ่เมตตา


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 01 มิ.ย. 2009, 15:53 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 พ.ค. 2009, 12:52
โพสต์: 21


 ข้อมูลส่วนตัว


ถ้าคิดว่า เป็นเรื่องคุณไสย โดนของอะไรเทือกนี้
ลองให้คนป่วย "สวดหัวใจยอดพระกัณฑ์"

แต่ทางที่ดีควรส่งคนป่วยไปพบแพทย์ที่รักษาทางจิตเวชโดยด่วน
เพราะหมอจะได้ให้ยาช่วย

เป็นกำลังใจให้นะค่ะ การรักษาผู้ป่วยจิตเวช
ยา และ ญาติ เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยผู้ป่วยได้

ถ้าอาการยังเป็นไม่มาก ก็แค่พบแพทย์และรับยามา
ทานที่บ้าน ยังไม่ต้องแอดมิตเข้าโรงพยาบาลหรอกค่ะ

:b24:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 01 มิ.ย. 2009, 16:40 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 มิ.ย. 2009, 00:13
โพสต์: 36


 ข้อมูลส่วนตัว


ตอบคุณ กรัชกาย
ภาษาแพทย์ เรียกโรคจิตเภท ค่ะ
ญาติทางแม่ เป็นสองคน ค่ะ แพทย์ วินิฉัย ว่าเป็นทางกรรมพันธุ์ อันนี้ แม่ไม่ค่อยทำใจยอมรับ

ตอนแรกก็อยากให้กินยาและรักษาทางศาสนาไปด้วย
แต่ด้วยคนป่วย ไม่ยอมทานยาเพราะปฎิเสธ ว่าตนไม่ได้เป็นบ้า แต่มีคนมาทำก่อกวน พูดอยู่ในหัว หวาดระแวง คนอื่น คนในครอบครัว บางวันก็ตะวาดและ พยายามทำลายข้าวของ คนในบ้าน ที่แม่ยังไม่ตัดสินใจ ให้ไปโรงพยาบาลเพราะ
ประการแรก จากประสบการณ์คนอื่นร่วมและตนเองที่เคยมีญาติที่เป็นคนป่วยไปรักษาหลายคนที่กลับมา จากโรงพยาบาลจะไม่มีอาการคุมคลั่ง แต่จะเลื่อนลอย คิดทำอะไรเองไม่ได้ และพร้อมจะกลับมาอะลาวาด อีกทุกครั้งที่มีการกดดัน หรือไม่ทานยา
ประการที่สอง คนป่วยเอง มิได้มีอาการ เพ้อเจอตลอดเวลา ถ้าหากอยู่สังคมนอกบ้าน ก็จะดูเสมือนคนปกติ ถ้าไม่บอกจะดูไม่ออกเลยว่าป่วย สามารถพูดคุยโต้ตอบแสดงความเห็นกับผู้อื่นได้ แม้ในบางครั้งจะย้ำคิดย้ำทำหรือหวาดระแวงไปบ้าง แต่หาก อยู่คนเดียวและอยู่ในบ้าน จะแสดงอาการอาระวาด ทั้ง คนในบ้าน และหวาดระแวงเพื่อนบ้าน
ถ้าตัดสินใจไปโรงพยาบาล จะพาไปได้เพียงครั้งเดียว (เขาไม่ย่อมไปอาละวาดบ้านแตกแน่ ๆ) จะยอมเข้าไปรดน้ำมณต์ที่วัด มากกว่าไปพบแพทย์ แต่ก็ไม่สวดมณต์ใด ๆ สร้างความหนักใจให้กับคนในบ้านมาก จะเดินหน้าก็ไม่ได้จะถอยหลังก็ไม่ยอม

สุดท้ายขอขอบคุณสำหรับคำแนะนำที่จะช่วยให้ดิฉันและครอบครัวเกิดปัญญาขึ้นมาบ้าง
ขออนุโมธราบุญครั้งนี้ ด้วยค่ะ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 01 มิ.ย. 2009, 16:52 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 มิ.ย. 2009, 00:13
โพสต์: 36


 ข้อมูลส่วนตัว


ตอบคุณอินทรีย์5
เรื่องไปพบแพทย์ ทางแม่และดิฉันได้พยายาม พาไปพบแพทย์ และนำยากลับมาทานเองที่บ้านหลายครั้งหลายหน แล้วเพืยงแต่คนป่วย ไม่ยอมรับตัวเอง และคิดเพียงว่าไม่ได้ป่วยมีคนมาแกล้ง เพ้อเจอ โว้ยวาย ทำลาย ข้าวของและคนในบ้าน แต่อาการไม่ได้เกิดตลอดเวลา ส่วนแพทย์นั้นก็ แนะนำให้ในวิธีเดิม ๆ คือ ให้หยุดเรียน ก่อน แล้ว ก็ให้กินยา ออกกำลังกาย ถ้าทางครอบครัวคุมพฤติกรรมไม่ไหวก็ให้มาไว้ที่โรงพยาบาล
ส่วน ยานั้น ก็ไม่ยอมกิน แม่พยายามให้ทานยาโดยตลอดแต่ก็ไม่สามารถบังคับได้ คนที่เขาพอจะพูดด้วยและยอมเชื่อใจก็มีแต่แม่ ทุกวันนี้ เขาอยู่บ้าน แทบไม่ต้องทำอะไรเลยจะนอนจะกินจะซื้ออะไรไม่เคยมีใครว่าตามใจเพื่อให้สบายใจทุกอย่าง ขออย่างเดียว อย่าให้อาละวาด ซึ่งก็ ไม่ค่อยได้ผลเท่าไรนัก

แต่สิ่งที่คุณอินทรีย์ 5 ได้แนะนำก็นับว่าเป็นประโยชน์ กับดิฉันและครอบครัวเช่นกันค่ะ จะลองปฎิบัติตามนะค่ะ
ขอขอบพระคุณมากค่ะ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 01 มิ.ย. 2009, 16:55 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 มิ.ย. 2009, 00:13
โพสต์: 36


 ข้อมูลส่วนตัว


ตอบคุณอมัย
ขอบคุณสำหรับกำลังใจและคำแนะนำค่ะ จะนำไปปฏิบัติ ตาม
เรื่องไปพบแพทย์ทางบ้านได้ พยายามแล้วดังที่ได้ตอบไปสองความเห็นข้างต้น
อย่างไรก็ขอขอบคุณอีกครั้งนะค่ะสำหรับคำแนะนำ ขอบคุณจริงๆ ค่ะ

อมัย เขียน:
ถ้าคิดว่า เป็นเรื่องคุณไสย โดนของอะไรเทือกนี้
ลองให้คนป่วย "สวดหัวใจยอดพระกัณฑ์"

แต่ทางที่ดีควรส่งคนป่วยไปพบแพทย์ที่รักษาทางจิตเวชโดยด่วน
เพราะหมอจะได้ให้ยาช่วย

เป็นกำลังใจให้นะค่ะ การรักษาผู้ป่วยจิตเวช
ยา และ ญาติ เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยผู้ป่วยได้

ถ้าอาการยังเป็นไม่มาก ก็แค่พบแพทย์และรับยามา
ทานที่บ้าน ยังไม่ต้องแอดมิตเข้าโรงพยาบาลหรอกค่ะ

:b24:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 01 มิ.ย. 2009, 16:58 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 32015

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


อ้างคำพูด:
ภาษาแพทย์ เรียกโรคจิตเภท ค่ะ
ญาติทางแม่ เป็นสองคน ค่ะ แพทย์ วินิฉัย ว่าเป็นทางกรรมพันธุ์ อันนี้ แม่ไม่ค่อยทำใจยอมรับ


เป็นพันธุกรรมคงยากครับ
ขอให้คุณเองพึ่งพระรัตนตรัย หมั่นสวดมนต์ให้ทานเท่าที่พอจะเจียดทำได้ หมั่นรักษาศีลเท่าที่สามารถ พยายามเจริญสมาธิให้จิตมั่นคงไม่วอกแวกหวั่นไหวต่ออนิฏฐารมณ์ที่มากระทบมากนัก แล้วหมั่นพิจารณาให้เห็นโลกและชีวิตตามเป็นจริง แล้วจิตใจจะผ่อนคลายวางสิ่งหนักๆลงได้ตามสมควร เพราะเห็นความจริงบ้างแล้ว :b8:

.....................................................
http://group.wunjun.com/ake


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 01 มิ.ย. 2009, 18:34 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 เม.ย. 2008, 13:18
โพสต์: 1367

ที่อยู่: bangkok

 ข้อมูลส่วนตัว


lookwhy เขียน:
ดิฉันจึงขอคำปรึกษาจากผู้มีธรรมะในใจทุกท่านนะค่ะ

1. ทุกท่านคิดว่าเรื่องของไสย์ศาสตร์มีจริงหรือไหมค่ะ? มีในพระพุทธศาสนาไหมค่ะ


มีจริงครับ....แต่จริงๆแล้วไม่มี :b6:

lookwhy เขียน:
2. ดิฉัน เริ่มมีความโกรธ และเกลียด พี่สาวอยู่ในใจ เพราะทำให้แม่มีความทุกข์ทำให้พ่อต้องช้ำใจตาย ทั้งที่ในบ้างครั้งก็สงสาร ทุกครั้งที่มีการทำร้ายกัน ดิฉันจะเป็นคนที่ร้องไห้เอง ทั้ง ๆ ที่ ไม่ได้เจ็บบาดแผลทางกาย เลย แต่เสียใจ ที่เห็นแม่ทุกข์ทุกข์จนแทบจะไม่มีน้ำตาให้ร้องออกมา ดิฉันควรจัดการกับความโกรธในใจอย่างไรดี เคยได้ยินคำว่า ทุกข์ที่ไหนก็ให้ดับที่นั้น แต่ตอนนี้คิดไม่ออกว่าจะดับอย่างไร


โกรธเพราะเห็นว่าทำให้แม่เสียใจ...แต่จริงๆท่านเองก็รู้ว่าพี่สาวท่านป่วย...การกระทำของเขานั้นไม่ได้มาจากเจตนาที่จะทำร้ายจิตใจแม่เลย ทำไปเพราะอาการป่วย น่าสงสารมากนะครับท่านเองควรเมตตาเขาให้มากเพราะมันจะเป็นการช่วยแม่ของท่านด้วย แม่ของท่านจะได้มีกำลังใจที่จะทำหน้าที่ของแม่ต่อไป

lookwhy เขียน:
3. ทุกวันนี้ ดิฉันและน้องชายยังมีความคิดที่จะส่งตัวพี่ให้ไปรักษาที่โรงพยาบาลแต่ติดอยู่ที่แม่ยังมีความเชื่อว่า ต้องลองรักษาพระก่อน เพราะแม่มีความคิดว่า ไปโรงพยาบาลกลับมาอาการก็ไม่ดีขึ้นเหมือนที่ญาติคนอื่น ๆ ที่เป็น ดิฉัน ควร จะรอ และให้โอกาส การรักษา ด้านความเชื่อนี้ต่อไปดีไหม ? เพราะเท่าที่เห็น คือ อาการที่พอจะคุยกันรู้เรื่อง โดยที่ไม่ต้องทานยา แต่ก็ยังอาละวาดอยู่


เอาตรงกลางซิครับ...รักษาทั้ง 2 ทางนั่นแหละครับ การรักษาที่โรงพยาบาลก็จำเป็นกับคนป่วยครับ ส่วนการรักษากับพระนั้นจำเป็นกับแม่ของท่านครับ ลองคุยกับแม่ดูครับว่าพาไปรักษาทางร่างกายกับหมอแผนปัจจุบัน และก็ให้พระรักษาทางจิต แม่อาจจะยอมให้พี่สาวไปรักษาที่โรงพยาบาลบ้างก็เป็นได้ครับ แต่ท่านเองก็ต้องคอยสนับสนุนช่วยเหลือเวลาที่แม่ต้องการจะพาไปรักษากับพระด้วยนะครับ

lookwhy เขียน:
4. ถ้าหาก ดิฉันและคุณแม่ทำบุญสวดมณต์อุทิศส่วนกุศล ให้เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายแทนพี่สาว ผลบุญจะช่วยให้เขาหลุดพ้น วิบากกรรมได้ไหมค่ะ บุญกรรมทำแทนกันได้ไหม ?


ทำแทนกันไม่ได้ครับ...ของแบบนี้ใครทำใครได้ครับ แต่การกระทำแบบนี้อาจจะเป็นปัจจัยให้พี่สาวของท่านดีขึ้นได้ครับ

ท่านเองเป็นคนที่มีความกตัญญู...บุญกุศลจากความกตัญญูของท่านจะส่งให้ท่านสมปราถนา :b8:

ยังดีครับที่รู้ตัวว่ากำลังโกรธ รู้ว่าภาระหน้าที่ๆสำคัญของตัวเองมีอะไร ก็แปลว่ายังมีสติดีอยู่ครับ...ก็ครองสติไว้นี่แหละครับ และก็ทำใจสบายๆกินให้อิ่มนอนให้หลับครับ :b13:

.....................................................
ตั้งสติไว้ มองความจริงตามความเป็นจริง


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 01 มิ.ย. 2009, 20:56 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 เม.ย. 2009, 15:23
โพสต์: 13


 ข้อมูลส่วนตัว


หากว่าเชื่อเรื่องไสยศาสตร์ลองหาหนังสือเรื่อง อำนาจแห่งพลังจิต ของอาจารย์ปิติ ตั้งเอี่ยมขจร อ่านดูนะครับเนื้อหาเกี่ยวกับประสพการณ์ของคนที่มารักษาเกี่ยวกับไสยศาสตร์ หรือโดนผีเข้าอะไรประมาณนี้ครับ ผมอ่านแล้วรู้สึกว่าน่าเชื่อถือดีครับ อาจจะช่วยอะไรได้บ้างครับ :b4: :b4: ลองหาตัวอย่างหนังสือทางเน็ตดูก่อนก็ได้ครับ[/color]


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 01 มิ.ย. 2009, 21:06 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ก.ค. 2006, 20:52
โพสต์: 1210

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


สวัสดีค่ะคุณหลาน lookwhy

น้ารักหนูนะ รักษาสุขภาพของตัวเองด้วยจ้ะ
ถ้า่เป็นห่วงคุณแม่ หนูก็คอยเอาใจใส่ท่านนะตามใจท่าน อย่าไปเน้นย้ำเรื่องของพี่สาวบ่อยๆ
คุณแม่จะเสียใจบ่อยไปด้วย ไม่ดีต่อท่านนะจ๊ะ


หนู lookwhy ทำใจให้สบายๆ อย่าไปเครียดนัก ทำหน้าที่เราให้ดี เรียนให้จบอย่างที่ตั้งใจไว้นี่แหละดีแล้ว
เราสงบก่อน นิ่งก่อน แล้วเมื่อคุณแม่มีความมั่นใจเรา เชื่อใจเรา (ตอนที่เรียนจบ... เป็นผู้ใหญ่มากขึ้น..) แล้วค่อยแนะนำ และจัดการไปในตอนนั้นนะจ๊ะ (ต้องสร้างเหตุไว้ก่อนแล้วผลจะตามมา...)
ตอนนี้ทำใจเราให้เป็นสุข สงบ แล้วคนรอบข้างจะดีขึ้น
แบ่งปันความสุข สงบ เย็น ให้คุณแม่นะจ๊ะ กำลังใจในครอบครัวเป็นสิ่งสำคัญ

เป็นห่วงหนูนะ

.....................................................
สัพเพ สังขารา อนิจจา
สัพเพ ธรรมา อนัตตา...


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 01 มิ.ย. 2009, 22:03 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 มิ.ย. 2009, 00:13
โพสต์: 36


 ข้อมูลส่วนตัว


แมวขาวมณี เขียน:
สวัสดีค่ะคุณหลาน lookwhy

น้ารักหนูนะ รักษาสุขภาพของตัวเองด้วยจ้ะ
ถ้า่เป็นห่วงคุณแม่ หนูก็คอยเอาใจใส่ท่านนะตามใจท่าน อย่าไปเน้นย้ำเรื่องของพี่สาวบ่อยๆ
คุณแม่จะเสียใจบ่อยไปด้วย ไม่ดีต่อท่านนะจ๊ะ


หนู lookwhy ทำใจให้สบายๆ อย่าไปเครียดนัก ทำหน้าที่เราให้ดี เรียนให้จบอย่างที่ตั้งใจไว้นี่แหละดีแล้ว
เราสงบก่อน นิ่งก่อน แล้วเมื่อคุณแม่มีความมั่นใจเรา เชื่อใจเรา (ตอนที่เรียนจบ... เป็นผู้ใหญ่มากขึ้น..) แล้วค่อยแนะนำ และจัดการไปในตอนนั้นนะจ๊ะ (ต้องสร้างเหตุไว้ก่อนแล้วผลจะตามมา...)
ตอนนี้ทำใจเราให้เป็นสุข สงบ แล้วคนรอบข้างจะดีขึ้น
แบ่งปันความสุข สงบ เย็น ให้คุณแม่นะจ๊ะ กำลังใจในครอบครัวเป็นสิ่งสำคัญ

เป็นห่วงหนูนะ


ตอบคุณน้า แมวมณีขาว ค่ะ

ขอขอบคุณในความปราถนาดี และความรักที่มอบให้ค่ะ แม้ว่าเราไม่รู้จักกัน ดิฉันก็รับรู้ถึงความปราถนาดีที่มีให้ต่อกัน ขณะที่ดิฉันได้ อ่านข้อความของทุกคนนี้ น้ำตามันก็ไหลออกมาเอง ขอบคุณนะค่ะ

ตอนนี้ก็เหลือคุณแม่อยู่คนเดียวแล้ว แม่เองก็ทุกข์ใจอยู่ทุกข์วันกับพฤติกรรมของพี่ ปรึกษาหรือระบายกับใครก็ไม่ได้(เมื่อก่อนพ่ออยู่เขาก็รับฟัง) มีแต่ ดิฉันที่เป็นอีกคนหนึ่งที่แบกรับความรู้สึก ของคุณแม่ไว้แม่ทุกข์ก็เหมือนดิฉันทุกข์แหละค่ะ
ดิฉันจำคำพูดสุดท้ายที่พ่อ พูด ได้ว่าอยากให้เรียนให้จบและทำงานสักที และนั่นคงเป็นสิ่งที่ดิฉันจะทำให้ท่านได้ ในตอนนี้
ทุกคำชี้แนะ ที่คุณน้าให้ ดิฉัน จะพยายามทำให้ได้ค่ะ สัญญาญ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 01 มิ.ย. 2009, 22:15 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 มิ.ย. 2009, 00:13
โพสต์: 36


 ข้อมูลส่วนตัว


cotchasin เขียน:
หากว่าเชื่อเรื่องไสยศาสตร์ลองหาหนังสือเรื่อง อำนาจแห่งพลังจิต ของอาจารย์ปิติ ตั้งเอี่ยมขจร อ่านดูนะครับเนื้อหาเกี่ยวกับประสพการณ์ของคนที่มารักษาเกี่ยวกับไสยศาสตร์ หรือโดนผีเข้าอะไรประมาณนี้ครับ ผมอ่านแล้วรู้สึกว่าน่าเชื่อถือดีครับ อาจจะช่วยอะไรได้บ้างครับ :b4: :b4: ลองหาตัวอย่างหนังสือทางเน็ตดูก่อนก็ได้ครับ[/color]



ขอบคุณสำหรับคำแนะนำนะค่ะ
โดยแรกเริ่มเดิมที่ความคิดของดิฉัน ไสยศาสตร์ เป็นสิ่งที่ พิสูจน์ ไม่ได้ เป็นความเชื่อที่ทำให้คนเราสบายใจ ... แต่ ช่วงเวลาที่เกิดขึ้นในชีวิต เลยทำให้เกิดคำถามกับตัวเองว่า มีความเป็นไปได้ไหม ... และควรที่จะ เชื่อ ได้มากน้อยเพียงใด...ซึ่ง ไม่รู้จะทำอย่างไรกับความคิดดี...เลยต้องหาผุ้ที่มีสติ มาช่วยชี้แนะ ขอบคุณอีกครั้งสำหรับหนังสือที่แนะนำจะพยายามหาอ่านนะค่ะ ขอบคุณอีกครั้งค่ะ


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 84 โพสต์ ]  ไปที่หน้า 1, 2, 3, 4, 5, 6  ต่อไป

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 5 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร