วันเวลาปัจจุบัน 21 ต.ค. 2019, 02:38  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


กฎการใช้บอร์ด


รวมกระทู้จากบอร์ดเก่า http://www.dhammajak.net/board/viewforum.php?f=7



กลับไปยังกระทู้  [ 3 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 28 ม.ค. 2011, 12:05 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 10
สมาชิก ระดับ 10
ลงทะเบียนเมื่อ: 20 ต.ค. 2008, 13:20
โพสต์: 821


 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ

วัด - วินัย
:: หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี

วันที่ ๑๕ กันยายน พ.ศ. ๒๕๐๖ ตอนค่ำ
ณ วัดเจริญสมณกิจ อ.เมือง จ.ภูเก็ต


วันนี้ เริ่มต้นเทศน์กัณฑ์ใหม่กันที ทุก ๆ คนจงพากันทำจิตของตนให้เป็นของใหม่จะได้ฟังเทศน์กัณฑ์ใหม่ ๆ กันต่อไป ของเก่ามักชักจะด้านไป เก่าคนเก่าใจ ไม่เป็นของมีค่า หาแวววาวมิได้

การอบรมฝึกฝนตามคำสอนของพระพุทธเจ้านั้น เบื้องต้นทุก ๆ คนมาวัดฟังเทศน์ ฟังธรรม จำศีล มาบวชในพระธรรมวินัยนี้ ก็เพื่อจะมาอบรมกาย วาจา ใจ ของตนให้ถูกต้องตามธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า เพราะเข้าใจว่าคำสอนในพระพุทธศาสนานี้เป็นคำสอนที่ดีมีเหตุผลเชื่อถือได้ ก็บัดนี้กาลเวลาล่วงมานานแล้วเหลืออยู่ไม่กี่วันก็จะออกพรรษาแล้ว การอบรมฝึกฝนของพวกเราดังกล่าวมาแล้วนั้น บัดนี้ได้พากันตรวจดูผลลัพธ์แล้วหรือยังว่า ใครได้อะไรบ้างเป็นผลตอบแทน ไม่ว่าแต่เฉพาะปีนี้ละ ผู้ที่ได้อบรมฝึกฝนมาแล้วนาน ๆ หลายปีก็ตาม จงตรวจดูว่าเราทำการ อบรมฝึกฝนมาคุ้มค่าแล้วหรือยัง

ธรรมดาคนเราผู้ ซึ่งจะเข้าไปศึกษาอบรมหาความรู้ ความดีในสถาบันใดก็ตาม จะต้องตัดสินใจตนเองเสียก่อนว่า สถาบันที่เราจะเข้าไปอบรมฝึกฝนนั้นเป็นสถาบันที่ดีและสามารถจะประสิทธิ์ ประสาท ให้ความรู้ความดีแก่เราได้สมเจตนาหรือไม่ โดยเฉพาะพระพุทธศาสนาเป็นสถาบันอันดีเลิศ ไม่สักแต่ว่าจะประสิทธิ์ประสาทให้เราได้ความรู้ความฉลาด เพื่อการครองชีพเป็นสุขสมบูรณ์เท่านั้น แต่ยังสามารถทำให้เราผู้เข้าใจแล้วทำตาม จนรู้แจ้งเห็นจริงในสัจธรรมเข้าถึงมรรคผลนิพพานได้ พระพุทธศาสนาจึงเป็นสถาบันอันสูงเยี่ยม เป็นที่รวมแห่งวัฒนธรรมและศีลธรรม ดำรงไว้ซึ่งสัมมาชีพ มีความผาสุขเป็นผลตอบแทน เมื่อเข้าใจรู้ชัดอย่างนี้แล้ว จึงเกิดศรัทธาอุตส่าห์เข้าอบรมในพระพุทธศาสนานี้

แต่เมื่อเข้ามาแล้ว ถ้าทำไม่ดี ไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์และปณิธานของตนแต่เบื้องต้น เช่นไม่ตั้งใจอบรมศึกษาให้เข้าใจในหลักธรรม มาทำลายระเบียบขนบธรรมเนียม กฎ กติกา ธรรมวินัยที่ท่านปฏิบัติไว้แล้ว ดื้อด้าน ฝ่าฝืน น้อมเอาระเบียบเหล่านั้นมาปฏิวัติเข้ากับกิเลสความต้องการของตน ตรงกันข้ามนอกจากจะเป็นการทำลายสถาบันอันมีเกียตริและศักดิ์สิทธิ์เคารพยิ่ง ของตนแล้ว ยังเป็นผลสะท้อนให้เกิดความเสื่อมเสียหายเดือดร้อนให้แก่คนมากมาย คล้ายกับว่าเรากำลังหิวอาหารเมื่อเห็นเขาเอาก้อนยาพิษมาขาย เราเข้าใจว่าได้รับประทานขนมที่อร่อยเพื่อแก้หิวเมื่อซื้อรับประทานเข้าไปแล้ว จึงจะรู้สึกว่ามิใช่ขนมเสียแล้ว แต่มันกลับเป็นยาพิษเพื่อสังหารชีวิต

พึงตั้งข้อสังเกตดูภายในจิตใจ ของตน ๆ ก็จะรู้ได้ว่า เราเข้าอบรมฝึกฝนธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าด้วยความบริสุทธิ์จริงใจ หรือว่าเรามาบ่อนทำลายสถาบันอันมีเกียรติและศักดิ์สิทธิ์เคารพยิ่งของตน จะรู้ได้จากเหตุผลเหล่านี้ คือ

เมื่อครูอาจารย์เพื่อนพรหมจรรย์ หรือใคร ๆ ก็ตาม ผู้ที่หวังดีต่อตักเตือนว่ากล่าวในสิ่งที่ชอบที่ควร เพื่อให้เข้าระเบียบธรรมวินัยก็ดี หรือได้เห็นได้ฟัง กฎ กติกา ระเบียบ ประเพณี ข้อวัตร และธรรมวินัยก็ดี แล้วทำให้เกิดความท้อใจ หนักใจ ขัดเคือง โกรธแค้น ไม่พอใจจนเป็นเหตุให้ล่วงละเมิดและฝ่าฝืน พึงเข้าใจเถิดว่านั้นเป็นบ่อนทำลายมิใช่เพื่อเชิดชูบำรุงส่งเสริมเสียแล้ว

แต่ถ้าเมื่อครูอาจารย์และเพื่อนพรหมจรรย์เป็นต้นผู้หวังดีต่อเรา กล่าวตักเตือนในสิ่งที่ดีที่ควรเพื่อให้เราประพฤติถูกต้องตามธรรมวินัยก็ดี ได้เห็นได้ฟังกฎ กติกา ระเบียบ ประเพณีข้อวัตรที่ท่านตั้งไว้แล้วก็ดี ยิ่งเพิ่มความเลื่อมใสแสดงความพอใจ อยากประพฤติให้ถูกต้อง ถามท่านผู้รู้เพื่อแนะแนวทางในการปฏิบัติให้ ไม่มีทิฐิมานะกระด้างถือตัว เหมือนกับบุคคลผู้ปรารถนากำลังแสวงหาทรัพย์อันมีค่าอยู่เมื่อใครก็ตามแม้แต่ คนขี้เรื้อนหาที่อยู่อาศัยมิได้ก็ตาม มาชี้แหล่งที่มีทรัพย์ให้ว่า ณ บริเวณที่ตรงนั้นมีแร่ต่าง ๆ ที่มีค่าหลายชนิด อาทิเช่น ทองคำและเพชรพลอยก็มาก ดังนี้ บุคคลนั้นเขาจะไม่แสดงความรังเกียจคนขี้เรื้อนคนนั้นเลย ความกระหยิ่มและปลื้มใจในการที่ได้รับคำบอกเล่า ทั้ง ๆ ที่ยังไม่เห็นทรัพย์ ก็จะนับจะประมาณมิได้เสียแล้ว อาการเหล่านี้เป็นอาการของผู้บวชเข้ามาอบรมฝึกฝน เพื่อเพิ่มพูนส่งเสริมเชิดชูพระพุทธศาสนาให้เจริญก้าวหน้าโดยส่วนเดียว

ให้คิดดูจงดีว่า ธรรมวินัย กฎ กติกา ระเบียบ ประเพณี ข้อวัตร ทั้งหลาย ท่านตั้งไว้เพื่อเป็นเครื่องอบรมฝึกฝนผู้ต้องการจะอบรมฝึกฝนกาย วาจา ใจ ของตนให้ดีขึ้นโดยลำดับ และมีไว้ก่อนนานแล้ว ก่อนแต่เรายังไม่เข้ามาอบรมฝึกฝนเสียด้วยซ้ำ เราสมัครใจเลื่อมใสเห็นว่า เป็นหนทางที่ดีที่ถูกแล้วจึงได้เข้ามาอบรมฝึกฝนโดยมิได้มีใครบังคับ แต่เมื่อเข้ามาอบรมฝึกฝนแล้วกลับตาลปัตร มองไปแง่ไหน เห็นอะไรทำอะไร ดูเหมือนจะเป็นพิษเป็นภัย บีบบังคับแก่เราเสียคนเดียวทุก ๆ วิถีทางครูบาอาจารย์หมู่เพื่อนตักเตือน ก็เหมือนกับเอาหอกมายอกหัวอก บวชแบบนี้เข้ามาอบรมฝึกฝนเพื่อผลความดีมีความสุขตอบแทน เลยกลับตกนรกทั้งเป็นอย่างน่าสงสาร และใครจะช่วยก็ไม่ได้ด้วย

ที่ แสดงมานี้เพื่อให้พวกผู้อยู่ภายในที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด ช่วยกันตรวจดูว่าการที่พวกเราพากันมาอบรมฝึกฝนนี้ สิ่งใดยังบกพร่องอยู่ควรแก้ไขแล้วจงช่วยกันปรับปรุงแก้ไขให้มันดีขึ้น ถ้าสิ่งใดมันถูกต้องแล้วก็จงพากันส่งเสริมให้เจริญ ก้าวหน้าถาวรต่อไป อย่าได้ทอดทิ้งให้แต่ครูบาอาจารย์ผู้เป็นหัวหน้าคนเดียว มันหนักท่าน ความหนักของผู้เป็นหัวหน้ามิใช่แต่เรื่องบริหารอย่างเดียว มันมากนัก

โดยเฉพาะเรื่องของพระแล้ว ภาระมากเหลือจะพูด พระผู้เป็นศูนย์กลางของทุก ๆอย่าง ทั้งดีและชั่ว บริหารวัดไม่ดี อบรมลูกศิษย์พุทธบริษัทไม่ดีก่อสร้างรักษาวัดไม่ดี ไม่ทำตามใจของลูกวัด และชาวบ้านผู้ต้องการ รับใช้เขาไม่ไหว เพราะสุขภาพไม่สมบูรณ์ และมีเหตุการณ์บางอย่างด้วยความจำเป็นเหล่านี้เป็นต้น เขาก็เกลียด ถ้าทำให้ถูกใจลูกวัดและชาวบ้าน แต่มันขัดต่อนโยบาย และระเบียบธรรมวินัยเมื่อทำไปแล้วก็เสีย เสื่อมสูญเศร้าหมองตนและพุทธศาสนา โดยเฉพาะการอบรมฝึกฝนลูกวัดและพุทธบริษัทเพื่อหวังดี บางทีไม่สักแต่ไม่ยอมเชื่อฟังทำตามเท่านั้น บางคนถึงกับโกรธหาเรื่องยกโทษต่าง ๆ นานาไปก็มี เวรกรรมของพระผู้เป็นหัวหน้าแท้ ๆ

ฉะนั้น พระผู้ใหญ่บางท่านที่ขี้เกียจ ไม่ยอมรับเวรกรรม จึงปล่อยวางทอดธุระ ไม่เอาเรื่อง เพราะเห็นว่าทำไปแล้วไม่คุ้มค่า ผลที่สุดสถาบันอันสูงและมีเกียรติก็จะมีแต่สมาชิกที่เลวทรามมาอาศัย ทำให้ปัญญาชนเบื่อระอาขาดความเคารพนับถือ ผู้ที่ประพฤติตนเลวทรามเช่นนั้น ได้ชื่อว่ามาสร้างบาปกรรมทำความฉิบหายให้เกิดแก่ตนและส่วนรวมแท้ ๆ พระผู้หนักแน่นในศีลธรรมและระเบียบอันดีงาม หวังความเจริญแก่ตน ทนอยู่ไม่ไหว ก็หาอุบายเอาตนรอดทอดทิ้งพรรคพวกที่เลอะเทอะเหลวไหล ไว้ให้ย่ำยีพระธรรมวินัยตามวิสัยของคนเลว นี่นับเป็นการบ่อนทำลายพระพุทธศาสนาโดยไม่รู้ตัวจริง ๆ

นี้ขอให้พา กันตรวจดูความประพฤติและจิตใจของพวกเราว่า เท่าที่เราได้เข้ามาบวชอบรมฝึกฝนในพระพุทธศาสนานี้ เราเข้ามาส่งเสริมเชิดชูให้เจริญรุ่งเรือง สมกับความเชื่อมั่นในเบื้องต้น ก่อนที่เราจะเข้ามาอบรมแล้วหรือยัง ถ้าหากเราเข้ามาเพื่อเป็นศัตรูบ่อนทำลายพุทธศาสนา อันเป็นสถาบันที่มีเกียรติเคารพสูงสุดของเรา ก็นับได้ชื่อว่าเป็นผู้มาสร้างบาปกรรมอย่างน่าใจหาย พุทธศาสนาเป็นของดีเด่นปรากฏแก่ชาวโลกมานานกว่าสองพันปีแล้วถ้าหากเราน้อม กายน้อมใจเลื่อมใสปฏิบัติตามโดยความสุจริตแล้ว จะได้ความปลื้มใจในการที่เราคนหนึ่ง ได้มีส่วนร่วมเชิดชู บำรุงพระพุทธศาสนา

การที่เราเข้าไปศึกษาอบรมในสถาบันใดก็ตาม ไม่ว่าแต่ในพระพุทธศาสนา จะเป็นคริสตศาสนา ศาสนาอิสลาม และสำนักศึกษาใดก็ตาม อย่าได้ดึงข้อบัญญัติ กฎ กติกา ระเบียบประเพณีเป็นต้น ของสถาบันนั้น ๆให้มาเข้ากับกิเลสของตน หรือดัดแปลงแก้ไขข้อบัญญัติเหล่านั้นตามชอบใจของตน ตั้งตนเป็นศาสดาแทนเอาเสียเลย บุคคลผู้ทำตนเช่นนั้นจะเป็นการบั่นทอนความเจริญก้าวหน้าของตนเอง ผลที่สุดจะเป็นคนคับโลกไม่มีที่อยู่

ตัวอย่างจะเห็นได้จากผู้รักษา ศีลบางคน ข้อ ๑ งดเว้นจากการฆ่าสัตว์แล้ว แต่เมื่อเห็นสัตว์ร้ายเป็นพิษ ทั้ง ๆ ที่สัตว์ตัวนั้นก็ยังมิได้ทำอันตรายแก่ใครเลย ทำลายฆ่ามันเสียเพื่อป้องกันไม่ให้มันไปทำอันตรายแก่คนอื่น สัตว์อื่น ดังนี้เป็นต้น จัดได้ชื่อว่า น้อมเอาศีลมาเข้ากับกิเลสของตน ไม่สมกับว่ารักษาศีลละกิเลสอย่างหยาบ ผู้มีกิเลสทั้งหลายทำอะไรลงไปมักไม่เหมือนเพื่อนอยู่เสมอ ฉ้อโกง ลักขโมย ข่มเหง เบียดเบียน คนอื่นได้โดยไม่มียางอาย เข้าใจว่าเป็นความดีของตน

ข้อ ๒ งดเว้นจากการลักขโมยของคนอื่นที่เขาไม่ได้ให้ แต่บางกรณีเมื่อมีช่องทางพอจะได้มาก ๆ ก็ทนไม่ไหว ทำการฉ้อโกงขโมยเสียสักที รวยแล้วไม่ต้องเป็นทุกข์ จึงเริ่มรักษาศีลล้างใหม่ อย่างนี้คิดแต่ได้ไม่เห็นใจคนอื่น ทำบุญรักษาศีล ล้างบาป ก็เหมือนเอาน้ำมันล้างขี้โคลนนั่นเอง

ข้อ ๓ งดเว้นจากกามเมสุมิฉาจาร แต่บางครั้งยั้งจิตไม่อยู่ เพราะอีกฝ่ายหนึ่งยั่วให้หลงใหล เมื่อผิดไปแล้ว ต่างก็โทษซึ่งกันและกัน ว่าจิตใจซึ่งข้าบริสุทธิ์ดีอยู่ แต่อีกผ่ายหนึ่งมาพาให้ผิดต่างหาก เมื่อร่วมกันผิดแล้วก็ต่างไม่ยอมกามเมสุมิจฉาจาร มนุษย์ธรรมดาเขามิใช่จะล่วงละเมิดได้ง่าย ๆ ไม่เหมือนสัตว์ดิรัจฉาน อันเป็นประเพณีของเขา แต่ถึงกระนั้นมนุษย์เราก็ยังไม่สามารถจะจับตามองเขาได้ ป่วยการกล่าวไปไยถึงการแกล้งละเมิด

ข้อ ๔ งดเว้นจากการกล่าวเท็จ กล่าวคำไม่จริง แต่เล่ห์เหลี่ยมมารยา ของคนเรามีมากนัก ไม่โกหกก็หลอกลวง ไม่หลอกลวงก็ยุแหย่ ไม่ยุแหย่ก็ยกโทษนินทา พูดกระแทกแดกดัน หาเรื่องให้คนอื่นเขาอยู่เป็นสุขไม่ได้ มนุษย์พรรค์นี้อยู่ที่ไหนนรกทั้งนั้น เป็นบาปจริง ๆ

ข้อ ๕ งดเว้นจากการดื่มสุรา ยาเมา แต่เมื่อชอบเข้าแล้ว ก็หาเอาเลยว่า เพื่อเพื่อน เพื่อสังคม เพื่อเป็นยาเจริญอาหาร และสุขภาพบางประการบ้าง

ที่สุด ดื่มแล้วบอกว่าไม่ได้ไปอาละวาดกับใคร คงไม่บาปเหล่านี้เป็นต้น ล้วนแล้วแต่เป็นการดึงเอาศีลมาเข้ากับกิเลสของตน ให้ศีลยอมจำนนต่อความต้องการของตนแท้ ๆ

ฝ่ายผู้บวชในพระธรรมวินัย นี้ ก็ทำนองเดียวกัน ที่บวชเข้ามาทำให้ยุ่งในหมู่ในคณะชื่อว่าเป็นพระเณรที่รกวัด ก็ล้วนแล้วแต่บังคับให้พระธรรมวินัยระเบียบแบบแผน กฎ กติกาเป็นต้น ยอมจำนนต่อความต้องการของตน บวชแบบนี้เป็นการบ่อนทำลาย ล้างผลาญพระพุทธศาสนาโดยส่วนเดียว บาปมากคนทำบาปทำแต่ความชั่ว เมื่อเห็นคนอื่นทำดีทนอยู่ไม่ได้หาวิธีกีดกันทุกวิถีทางกลัวเขาจะเบียดเบียน ความชั่วของตัว แล้วความชั่วของตัวจะปรากฏขึ้น พอถูกพระหรือครูบาอาจารย์ผู้หวังดี หมั่นแนะนำตักเตือนบ่อยนัก ก็หาว่าจู้จี้รำราญอะไร ๆ ก็มีแต่ผิดหมด จะเอาอะไรกันอีก เรื่องของตัวเองยังไม่ได้สำรวจดูว่าเราเป็นอย่างไร ทั้งเราก็เข้ามาใหม่ ธรรมวินัยก็ยังไม่รู้ และยอมมาศึกษาหาความรู้ปฏิบัติตามท่าน เมื่อท่านให้การศึกษาอบรมกลับไม่พอใจ นี้เพราะเหตุใดเพราะผู้จะเข้ามาบวชมาอบรมในวัด ไม่ยอมปล่อยกิเลสไว้นอกวัดก่อน มีเท่าไร ๆ หอบเข้ามาด้วยกันหมด

การศึกษาอบรมในพระพุทธศาสนา เป็นวิธีการบั่นทอนชำระล้างกิเลสของตน ๆ ให้เบาบางลงโดยลำดับจนหมดสิ้นไปในที่สุด

ฉะนั้น พอถูกการศึกษาให้รู้หน้าตาของกิเลส อบรมฝึกฝนตามแผนการบั่นทอนชำระกิเลส กิเลสจึงเดือดร้อนดิ้นรน สมุนคนใช้ของกิเลสก็ทนอยู่ไม่ไหวจึงแสดงปฏิกิริยาออกมาให้ปรากฏแก่คนภายนอก จนเป็นเหตุบ่อนทำลายในที่ทุกสถานและสถาบันทุกแห่ง ในเมื่อผู้นั้นเข้าไปถึงเข้า

คราวนี้เมื่อผู้นั้นหนีไปจากสถานเช่น นั้น หรือสึกออกไปจากวัดนั้นแล้วโดยที่ตนมิได้นำความดีออกไปจากสถานที่เช่นนั้น มีแต่ความชั่วทั้งเวลาเข้ามาและออกไป แล้วก็เอาความชั่วนั้นแหละออกไปโฆษณา ว่าสถาบันไม่ดี วัดไม่ดีครูบาอาจารย์ไม่ดี ผู้ที่มีอุดมคติเช่นเดียวกันก็พลอยหลงเชื่อคารมไปด้วย ทั้งที่ตนเองก็ยังไม่ได้เข้าไปในสถาบัน หรือบวชในวัดนั้น ๆ เลย

มัน ไม่ผิดอะไรกันเลยกับตัดเรียวไม้ไผ่ทั้งหนาม ขนไปกองไว้ในวัด ใครจะเข้าไปแตะต้องทำอะไรไม่ได้ หากจะเอาไฟใส่เผาทิ้งหรือ เจ้าของเขาก็ยังไม่มอบกรรมสิทธิ์ให้ ลากเข้าไปไว้ในบ้าน ก็รกบ้านรกเรือนเท่าเก่า เมื่อจะให้เทศน์ตามความเป็นจริงแล้ว มันต้องว่ากันอย่างนี้ เป็นธรรมดาของคนขี้ขโมยย่อมไม่ชอบขี้หน้าเจ้าหน้าที่ แต่ขี้ขโมยกลับตัวได้ก็เพราะเจ้าหน้าที่ คอยควบคุมขี้ขโมย

การมา บรรพชาอุปสมบทในพระพุทธศาสนา แม้ที่สุดอุบาสกอุบาสิกาเข้ามาวัดเพื่อฝึกหัดอบรมเป็นครั้งเป็นคราว ก็เพื่อทรมานฝึกหัดกาย วาจา ใจ ในสิ่งที่ไม่ดีไม่งาม ให้กระจายหายไป มิใช่มาตั้งตัวเป็นอิสระ ถือมานะทิฐิใครจะว่ากล่าวตักเตือนไม่ได้ และไม่ยอมทำตามโอวาทของใคร เอาแต่ใจของตนอย่างเดียว คนเราถ้าไม่ยอมสละมานะทิฐิทรมานตนแล้วอยู่ในสังคมเขาไม่ได้แน่ คำว่า มนุษย์ผู้มีใจสูงนั้น มิใช่สูงด้วยทิฐิมานะอันแสดงถึงความกระด้าง ถ้าหมายถึงสูงแบบนั้น ริ้นตัวเล็ก ๆ อาจมีใจสูงกว่าคนเราก็ได้ สูงในที่นี้หมายถึงความรู้ดีชั่ว แล้วละชั่วกลับเป็นดีได้ แล้วไม่กลับตัวลงไปทำความชั่วอันเป็นของต่ำช้าเลวทรามอีก

สัตว์ ดิรัจฉานมีใจต่ำ น้อยตัวที่สามารถกลับตนให้ดีกว่าภูมิเดิมได้ ถึงแม้คนจะหัดศิลปวิชานานาชนิดให้ เป็นต้นว่าหัดเล่นละครได้อย่างดีสักเท่าไร ก็ได้เพียงแค่เจ้าของผู้หัดให้เท่านั้น นอกเหนือออกไปจากนั้นแล้ว มันไม่สามารถจะทำได้เลยและเรื่องที่มันทำได้อยู่นั้นก็ดี มันหาได้รู้เรื่องเค้าความเป็นมาและความประสงค์ในเรื่องนั้นไม่ อนึ่ง การหัดสัตว์นั้น เขามักหัดให้มันติดยาเสพติดเสียก่อน เมื่อมันติดยาแล้วจึงเอายาเสพติดมาจ้าง ให้มันทำตามบังคับของตน

สำหรับ พุทธศาสนาไม่ใช่ยาเสพติด สอนให้รู้จักสิ่งที่ผิดที่ถูกสิ่งที่ดีให้เกิดคุณประโยชน์ สิ่งที่ชั่วให้เกิดโทษเป็นทุกข์ รู้คุณและโทษชัดเองด้วยแล้ว ละชั่วทำดีโดยไม่มีใครบังคับ จึงชื่อว่าเป็นผู้มีใจสูงถ้าละไม่ได้ก็ไม่สูง

แต่นี้ไปจะนำนิทาน สัตว์ ๕ เหล่า ผู้มีวาสนา มาเล่าให้ฟังพอเป็นคติเรื่องมีอยู่ว่า มีนกพิราบตัวหนึ่งเป็นทุกข์โศกถึงเมีย เพราะเหยี่ยวมาโฉบเอาเมียของมันไปกิน มันเห็นโทษของความรัก ต้องการจะบรรเทาความโศกด้วยการรักษาศีล จึงปลีกไปรักษาศีลอยู่แต่ลำพังในสถานที่แห่งหนึ่ง

ต่อมามีงูหลามตัว หนึ่ง กัดเอาวัวอุสุภราชตัวหนึ่ง ที่เที่ยวหากินหญ้าอยู่ริมชายป่า ให้ถึงแก่ความตาย โดยที่วัวตัวนั้นไปเหยียบถูกงูเข้า งูจึงโกรธแล้วกัดเอา พวกเจ้าของวัวไปเห็นเข้าเป็นทุกข์เศร้าโศกอยู่ ณ ที่นั้น งูมาคิดได้ว่า เจ้าของวัวเป็นทุกข์เพราะเราโกรธแล้วกัดวัวเขาตาย งูจึงคิดจะรักษาศีลเพื่อระงับความโกรธ แล้วเข้าไปรักษาศีลอยู่ในที่แห่งหนึ่งซึ่งไม่ไกลกันนักกับนกพิราบ

ภาย หลังมีหมีตัวหนึ่ง เที่ยวแสวงหาอาหารกินอยู่ในป่าทึบแห่งหนึ่ง เห็นอาหารอุดมสมบูรณ์ไปด้วยลูกก่อและน้ำผึ้งเป็นต้น เลยเพลินหากินไปจนเลยขอบเขตที่ตนเคยแสวงหามา หมานายพรานเห็นเข้าก็วิ่งกวด เจ้าหมีวิ่งหนีแทบเอาตัวไม่รอด หมาเป็นสัตว์บ้าน มีเชาว์สู้หมีไม่ได้ หลงร่องรอยหมีจึงตามไม่ทันหมีพ้นจากอิทธิพลของหมาไปได้อย่างหวุดหวิด แล้วหนีไปนอนซบเซาอยู่ในสุมทุมพุ่มไม้แห่งหนึ่ง จึงมาจินตนาว่า ที่เราได้รับความทุกข์ครั้งนี้ ก็เพราะเราไม่รู้จักประมาณในการแสวงหาอาหาร อย่าเลยเราจะไปรักษาศีลเพื่อบรรเทาความละโมภ คิดแล้วก็ไปรักษาศีลอยู่ไม่ไกลกันนักกับงูนั้น

ยังมีสุนัขจิ้งจอก ตัวหนึ่ง เที่ยวหาอาหารไปเจอช้างเถื่อนตายอยู่ตัวหนึ่งสุนัขจิ้งจอกคิดว่าโชคของเรา นักหนาวันนี้ อาหารกองใหญ่จะกินกี่วัน ๆ ก็ไม่หมดคิดแล้วก็เข้ากัดกิน เป็นธรรมดาอาหารมากสุนัขจิ้งจอกก็เหมือนกับสัตว์อื่น ๆ จะต้องเลือกกินแต่ที่อร่อย ๆก่อน เมื่อสุนัขจิ้งจอกเดินรอบกองอาหารมหึมา ไป ๆ ก็ไปเห็นช่องทวารของช้าง โดยเข้าใจว่าตรงนี้แหละจะกัดทะลุเข้าไปถึงเครื่องในเร็ว เครื่องในนี้เป็นอาหารอร่อยกว่าเนื้อทั้งหมด เจ้าสุนัขผู้เคราะห์ร้ายปราศจากปัญญา มุ่งแต่อาหารอย่างเดียว พอกัดทะลุเข้าไปถึงเครื่องในแล้วก็กินเพลินไปเลยพอรู้สึกอิ่มหันตัวกลับออก มาไม่ได้เสียแล้ว ตกลงหมอบท่าเดียวอยู่ในกองอาหาร ( ในท้องช้าง ) เป็นเวลาหลายเดือน จนกว่าเนื้อหนังของช้างจะเปื่อยหลุดออกจากกันสุนัขจึงจะออกมาได้ แต่ที่ไหนได้ขนหลุดหมด ยังเหลือแต่หนังแดงฉาดทั่วทั้งตัว เขาจึงมารำพึงว่า เออ ที่เราได้รับทุกข์เวทนาแสนสาหัสครั้งนี้ ก็เพราะเราหลงในอาหาร อย่าเลยเราจะไปรักษาศีลเพื่อบรรเทาความหลง คิดแล้วเขาก็ไปรักษาศีลอยู่ ณ ที่ใกล้สัตว์ทั้ง ๓ นั้น

ณ ที่บริเวณสัตว์ ๔ จำพวกไปรักษาศีลอยู่ เป็นที่อยู่ของฤษีมาเป็นเวลานาน ฤษีตนนั้น เช้ามาออกเที่ยวแสวงหามูลผลาหารมาเลี้ยงชีพเป็นประจำทุกวัน อยู่มาวันหนึ่งฤษีออกเที่ยวแสวงหามูลผลาหารแต่เช้า พอตกเย็นกลับมาถึงอาศรมที่อยู่ของตน ได้แลเห็นพระปัจเจกโพธิเจ้า ทรงประทับนั่งอยู่บนอาสนะที่นั่งของตน ก็โกรธคิดว่าสมณะรูปนี้ดีวิเศษอย่างไร จึงบังอาจมานั่งอยู่บนที่นั่งของเราแล้วก็ตะโกนไปด้วยมานะว่า เฮ้ย สมณะท่านนี้ดีอย่างไร จึงบังอาจมานั่งอยู่บนอาสนะของเรา ท่านได้ฟังคำนั้นแล้วท่านก็เหาะหนีไปโดยทางอากาศเสีย ฤษีได้เห็นดังนั้นก็มาจินตนาการว่า แหม สมณะรูปนี้วิเศษนักหนา ถ้าหากเราไม่มีมานะเข้าไปถามอรรถธรรมอันหนึ่งอันใดกับท่านแล้ว ก็จะได้ความรู้ความฉลาดบางทีอาจสำเร็จอย่างท่านก็ได้ นี่เป็นเพราะมานะของเราท่านจึงเหาะหนีไปเสีย คิดแล้วจึงมาปรารภกับตนเอง อย่าเลยเราจะรักษาศีล เพื่อบรรเทามานะของตน แล้วก็รักษาศีลอยู่ ณ ที่นั้น

เมื่อ ฤษีเห็นสัตว์ทั้งสี่มาอยู่รักษาศีลด้วยอาการสงบเสงี่ยมรวมกันอยู่ ณ บริเวณแห่งเดียวกัน จึงถามสัตว์เหล่านั้นว่า พวกเธอต่างเผ่ากันมารวมอยู่ ณ ที่แห่งเดียวกันนี้เพื่อประโยชน์สิ่งใด สัตว์เหล่านั้นต่างก็ตอบตามความตั้งใจของตน ๆ ดังแสดงมาแล้วแต่หนหลัง ๆ

สัตว์ ดิรัจฉานถึงแม้จะเป็นอาภัพพะสัตว์ไม่สามารถจะทำดีให้ถึงมรรคผลนิพพานได้ก็ จริง แต่บางตัวเมื่อรู้สึกเห็นโทษแห่งความชั่วของตนแล้ว ก็ยังพยายามรักษาศีลเพื่อแก้ตัว ละความชั่วนั้นเสีย ส่วนพวกเราเล่า เป็นมนุษย์มีสมัญญาว่า เป็นผู้มีใจสูง สามารถทำดีได้ทุก ๆวิถีทาง และทำให้ดีที่สุดของกองทุกข์ก็ได้ เวลานี้เราเป็นพุทธมามกะอยู่แล้ว พากันมารักษาศีลฟังธรรมและมาบวชเป็นพระ เป็นเณร เป็นชี เมื่อยังละความรัก-ความโลภ-ความโกรธ-ความหลง และมานะทิฐิไม่ได้ หรือไม่พยายามจะละเสียเลย พวกเราจะได้เลวกว่าสัตว์ดิรัจฉานเหล่านั้นไปเสียอีกหรือ น่าสลดใจบ้างหรือไม่ กิเลสเหล่านั้นได้ทำให้เป็นทุกข์เดือดร้อนมาแล้วในชาตินี้เองก็นับไม่ถ้วน ไม่ต้องพูดถึงอดีต หรืออนาคตชาติ

พวกเราพากันเข้ามาฝึกฝนอบรมใน พุทธศาสนานี้ ก็เพื่อจะละกิเลสทั้งหลายเหล่านั้นนั่นเอง แต่เมื่อเข้ามาอบรมฝึกฝนกันจริงจังแล้ว หากยังละไม่ได้มีแต่จะพอกพูนกิเลสให้หนาแน่นทวีขึ้นทุกทีแล้ว ก็จะเป็นคนสกปรกด้วยกิเลส ผู้ดีมีศีลธรรมจะเข้าใกล้ไม่ได้ เหมือนกับสุกรนอนเกลือกคูถเหม็นคลุ้งทั้งตัว ราชสีห์เป็นสัตว์สะอาดเมื่อราชสีห์เข้าใกล้ไม่ได้เพราะเกลียดของโสโครก แต่สุกรกลับทะนงตัวหาว่าตนมีอำนาจเหนือราชสีห์

คนชนิดนั้นจะอยู่ ณ ที่ใด ไป ณ ที่ใดหาความสุขไม่ได้เลย เพราะไฟคือ กิเลส มีความรัก-โลภ-โกรธ-หลง และมานะทิฐิตามเผาอยู่ตลอดเวลาจะเข้าในสังคมใดเขาก็รังเกียจ เนื่องจากกิเลสเหล่านั้นมันปิดบังไว้ ไม่สามารถปรับปรุงเข้ากับสังคมได้

พุทธ ศาสนาเป็นสถาบันฝึกฝนอบรมเพื่อสันติ แต่เมื่อนำเอากิเลสเหล่านั้นเข้ามา พาให้สร้างบาปกรรมแล้ว รู้สึกจะเป็นบาปมากกว่าสร้างในสถานที่อื่น เพราะกิเลสเหล่านั้นของแต่ละคน เมื่อสงบระงับไม่ได้ทำให้รั่วไหลออกมารดคนอื่นที่เขาสะอาด ๆ จะเป็นความสกปรกอย่างน่าเกลียดมากเหมือนสุกรนอนอยู่ในหลุมคูถ ซึ่งเขาเหล่านั้นไม่มีความรู้สึกอะไรเลย นอกจากจะเป็นความเกษมสำราญของเขา

วัดเป็นที่อบรมศีลธรรม แต่เมื่อเข้ามาอยู่ในวัด ถูกกิเลสเหล่านั้นปกคลุมไว้เสียแล้ว ตนเองก็ไม่มีช่องทางจะมองเห็นศีลธรรมได้ แม้คนอื่นก็จะไม่มีโอกาสชี้ช่องทางให้เขาเห็นได้เหมือนกัน ใครจะพูดดีสอนดี มีเมตตาปรารถนาดีแต่อย่างไร ๆ เขาจะมองไปในแง่ร้าย ทั้งหมดนี้มิใช่เป็นการปรักปรำ พูดตามความจริง ใครเป็นอย่างว่ามาแล้วต้องรู้ได้ด้วยตนเองหรือเราเข้าไปในสังคมใด ๆ ก็ตาม คงจะได้ประสบคนชนิดนี้มีอยู่ทั่วไป

เทศน์ให้ฟังนี้เพื่อ ให้ทุก ๆ คนตรวจดูในตนของตนเอง ไม่มีใครจะเอามาให้ เมื่อเรายังละไม่ได้ ไม่เห็นโทษ หรือเห็นแล้วแต่ยังไม่ยอมละก็อย่าไปโทษคนอื่น หรือโทษพระพุทธศาสนา ตลอดจนถึงขนบธรรมเนียม ข้อบังคับ กฎ กติกาเป็นต้นของเขา เพราะเขามีไว้อย่างนั้นแล้วตั้งแต่ก่อนเรายังไม่ได้เข้ามาอบรมฝึกฝน จงโทษตนเสียดีกว่า ว่าเราเข้ามานี้ ผิดความประสงค์ของตนแล้ว ไม่ถูกตามต้องการของตนเสียแล้ว แล้วก็ปลีกตัวเสียจากสถาบันหรือวัดนั้นออกไปเสีย เพราะนอกจากจะไม่เป็นประโยชน์แก่ตนและคนอื่นแล้ว ยังเป็นอุปสรรคแก่การที่เขาจะดำเนินกิจการตามแนวโครงการ ในสถาบันและวัดของเขา ทั้งเป็นเครื่องขัดข้องเดือดร้อนใจตนอีกด้วย เป็นการมาสร้างบาปกรรมใส่สถาบันอันศักดิ์สิทธิ์และเคารพไม่สมควรอย่างยิ่ง เป็นความชั่วอันแสดงออกมาให้แก่ชาวโลกเห็นได้ชัด

สมัยพุทธกาล มีเรื่องเล่าไว้ถึงเรื่องภิกษุทุศีลหลายรูป ได้ฟังธรรมเทศนาที่พระพุทธเจ้าแสดงถึงโทษของการทุศีล แล้วพากันเห็นโทษของการเป็นผู้ทุศีลของตน เกิดความเดือดร้อนถึงกับอาเจียนเป็นโลหิตออกมาฯ ตอนนี้ขอแทรกอีกนิด หากจะถามว่า ที่ภิกษุเป็นเช่นนั้นมิใช่พระพุทธเจ้าทรงทำความเดือดร้อนให้แก่พระสาวกหรือ ขอเฉลยว่ามิใช่ แต่พระสาวกของพระองค์ทำความชั่วด้วยตนเอง แล้วก็เดือดร้อนตนเองต่างหาก เพราะได้ฟังธรรมเทศนาแล้วเห็นโทษแห่งความผิดที่ตนได้ทำไว

ศาสดาทุก ๆ ท่านในโลกนี้ ย่อมสอนให้ศาสนิกชนเห็นโทษแห่งความชั่วแล้วละเสีย แสดงให้เห็นคุณประโยชน์แห่งความดีแล้วให้กระทำความดีนั้น

แต่บางศาสดายอมรับถ่ายเอาบาป (ความชั่ว) ที่ศาสนิกชนของตนทำลงไปแล้วด้วยวิธีกรรมต่าง ๆ แต่พระพุทธศาสนา พระพุทธเจ้าทรงไม่ยอมรับเอาความชั่วความดีของใครทั้งหมด ใครทำก็เป็นของ ๆ คนนั้น ไม่ว่าชั่วหรือดีเป็นแต่ทรงสอนให้รู้จักคุณและโทษของความดีและความชั่วนั้น ๆ แล้วละหรือกระทำเอาเองอย่างเสรี

ฉะนั้น ผู้ใดอยากชั่วแต่กลัวบาป และไม่อยากทำความดีเพราะมักง่ายขี้เกียจ ไปเข้าลัทธิศาสนาที่มีพระเจ้าล้างบาปให้ก็ดีเหมือนกัน แสดงมาวันนี้เพื่อให้เป็นข้อคิดว่าเราจะทำการอะไรลงไปในพื้นที่ดิน จำเป็นจะต้องปราบให้เรียบร้อยเสียก่อน เป็นต้นว่าจะปลูกบ้าน ทำนา ทำสวน ก็ดี ถ้าพื้นที่ไม่เรียบร้อยแล้ว ทำลงไปย่อมไม่เป็นผลดีเลย

การเข้ามาอบรมฝึกฝนในพระพุทธศาสนานี้ก็เหมือนกัน หากไม่ยอมสละกิเลสทั้งหลายมี รัก โลภ โกรธ หลง มานะ และทิฐิเป็นต้น ไว้นอกวัดเสียก่อนแล้ว เข้ามาอบรมฝึกฝนก็จะไม่ได้ผลตามประสงค์นอกจากจะไม่ได้รับผลตามความประสงค์แล้ว ยังจะเป็นเครื่องเดือดร้อนแล้วก็กีดกันแนวนโยบายของตน และสถาบันที่จะดำเนินต่อไปอีกด้วย

ฉะนั้น เมื่อพากันได้ฟังแล้ว ขอได้นำเอาหัวข้อธรรมะนี้ไปพิจารณาและแก้ไขให้ถูกต้องตามธรรมที่แสดงมา ก็จะเป็นประโยชน์และความสุขแก่ตน ๆ หากไม่ยอมรับพิจารณา หรือไม่ยอมแก้ไขแล้วหมดหนทาง ไม่มีใครจะช่วยได้

ดังแสดงมาด้วยประการ ฉะนี้ฯ


:b8: ที่มา http://www.thammaonline.com/

:b50: :b49: รวมคำสอน “หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี”
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=72&t=43000

:b50: :b49: ประวัติและปฏิปทา “หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี”
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=13&t=35963


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 28 ม.ค. 2011, 17:11 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 ส.ค. 2005, 10:46
โพสต์: 12075

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


:b8: :b8: :b8:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 09 ธ.ค. 2017, 16:25 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ก.ย. 2010, 20:29
โพสต์: 4885

แนวปฏิบัติ: พิจารณากาย
สิ่งที่ชื่นชอบ: มณีรัตน์,พระผู้เป็นดั่งผ้าขี้ร้วห่อทอง
อายุ: 34

 ข้อมูลส่วนตัว


:b20: :b8:

.....................................................
"เกิดดับ..เกิดแล้วไม่ดับไม่มี"


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 3 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: Google [Bot] และ บุคคลทั่วไป 4 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร