วันเวลาปัจจุบัน 23 ก.พ. 2019, 07:45  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


กฎการใช้บอร์ด


- สถานที่ปฏิบัติธรรม
แนะนำรายชื่อสถานที่ปฏิบัติธรรมกรรมฐานทั่วประเทศ
http://www.dhammajak.net/forums/viewforum.php?f=9

- รวมกระทู้จากบอร์ดเก่า
http://www.dhammajak.net/board/viewforum.php?f=30



กลับไปยังกระทู้  [ 6 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 16 เม.ย. 2015, 20:18 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ก.พ. 2009, 20:49
โพสต์: 3958

แนวปฏิบัติ: พอง-ยุบ
งานอดิเรก: อ่านหนังสือ
ชื่อเล่น: นนท์
อายุ: 42
ที่อยู่: นครสวรรค์

 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ

onion onion onion

ตั้งมั่นในศีล

พระธรรมเทศนา โดย หลวงพ่อกัณหา สุขกาโม
วัดแพร่ธรรมาราม อ.เด่นชัย จ.แพร่


วันนี้เป็นวันพระเป็นวันธรรมสวนะ เป็นวันแห่งการรักษาศีล ฟังธรรม ปฏิบัติธรรม
เดือนหนึ่งมีวันพระ ๔ วัน คือ วัน ๘ ค่ำ ๑๕ ค่ำ วันเดือนดับรวมกันเป็น ๔ วัน
เปิดโอกาสให้ญาติโยมได้ถือศีลอุโบสถ วันธรรมดาก็ให้ญาติโยมรักษาศีล ๕ ทุกๆ วัน
ถึงวันพระก็ให้รักษาศีล ๘ ศีลอุโบสถ
การรักษาศีลมีความสำคัญอย่างไร
การรักษาศีลนี้มีความสำคัญมาก
พระพุทธเจ้าท่านเปรียบศีลให้ฟังว่า ศีลนี้เปรียบเสมือนแผ่นดิน
ถ้าไม่มีแผ่นดิน เราก็ไม่มีที่อยู่ที่อาศัย ปลูกบ้านสร้างบ้านสร้างเมืองไม่ได้ ฉันใด
ความดีมีคุณธรรมที่จะเกิดได้เนื่องมาจากการรักษาศีลปฏิบัติศีล
เราไม่มีศีล สมาธิเราก็ไม่มี ปัญญาเราก็ไม่มี
การบรรลุธรรมของเราก็ไม่มี เพราะเราเป็นคนไม่มีศีล

การรักษาศีลทำอย่างไร การรักษาศีลเริ่มต้นที่ตัวเจตนา
เจตนาที่จะงดเว้นที่จะตั้งใจไม่กระทำในสิ่งที่ห้าม

เช่น การฆ่าสัตว์ตัดชีวิต แล้วก็ให้เจริญเมตตามากๆ เจริญความสงสารมากๆ
มีความเห็นอกเห็นใจอย่างไม่มีที่สุดอย่างไม่มีประมาณ
คนเราต้องมีเมตตามากๆ มันถึงมีความสุข มันถึงจะไม่เครียด
ไม่บริโภคเขา ไม่เบียดเบียนเขา เห็นอกเห็นใจ ไม่เอาเปรียบเขาไม่ทำลายเขา
เพราะว่าเขามีปัญญาน้อยกว่าเรา เขามีบุญมีวาสนาน้อยกว่าเรา
อย่าไปคิดว่าเขาเกิดมาเพื่อเป็นผู้บริการเรา เราต้องเจริญเมตตาให้มากๆ ไว้
ปฏิบัติอย่างนี้เขาเรียกว่าการรักษาศีล
ถ้าเราไม่มีเจตนาเราเดินไปแล้วเหยียบสัตว์มันตายเราก็ไม่ผิดศีล

ศีลข้อที่ ๒ พระพุทธเจ้าท่านสอนให้เรารู้จักพอ ไม่ลัก ไม่ขโมย ไม่ให้แย่งชิง
ให้เรายินดีในของที่เรามีอยู่ ท่านให้เราเป็นผู้ที่มีจิตใจเพียงพอ
มีน้อยก็ให้มีความสุข มีมากก็ให้มีความสุข ไม่มีก็ให้มีความสุข
ความสุขของคนเราอยู่ที่การรู้จักพอ

พอใจในการเสียสละ พอใจในการรักษาศีล พอใจในการทำการทำงาน
อย่าให้อยากมันออกหน้าออกตา จนไปเบียดเบียนตัวและผู้อื่นโดยการทำผิดศีล
ผิดศีลบางทีมันไม่พอ มันผิดกฎหมายบ้านเมือง
คนเรามันต้องฝึกรู้จักพอ คนฝึกรู้จักพอไม่ใช่คนนอนตื่นสาย ไม่ใช่ขี้เกียจนะ
คนเราต้องพอใจในการทำสิ่งที่ดี ถ้าเรามีจิตใจที่รู้จักพอเราก็เป็นเศรษฐี
พระโสดาบันท่านมีจิตใจที่เป็นสุข ท่านตั้งอยู่ในผู้รู้จักพอ

ศีลข้อที่ ๓ ท่านไม่ให้ประพฤติผิดในกาม
หมายถึงผู้ที่ถือศีล ๕ ธรรมดานะ ไม่ใช่ศีลอุโบสถ
ผู้ที่เป็นสามีภรรยาก็ไม่ให้นอกใจกัน
เป็นผู้ให้ความรัก ความเมตตา ความอบอุ่นซึ่งกันและกัน
ทำหน้าที่ของความเป็นพ่อเป็นแม่ให้สมบูรณ์

เช่น พ่อแม่มีตำแหน่งเป็นผู้เสียสละ เป็นผู้ให้ เป็นผู้ไม่เห็นแก่ตัว
เป็นผู้ที่มีความรัก ความเมตตา ความสงสาร เป็นผู้ที่ใจดีใจสบาย
พ่อแม่นี้ก็เปรียบเสมือนพระพรหม เปรียบเสมือนพระอรหันต์ของลูก
เราเป็นพ่อเป็นแม่ต้องปฏิบัติหน้าที่สมกับตำแหน่งที่เราเป็นพ่อแม่
ต้องเป็นคนมีศีล มีธรรม รู้จักทำบุญตักบาตร ไหว้พระสวดมนต์ นั่งสมาธิ
ถึงเวลาวันพระก็พยายามถือศีลอุโบสถ ฟังธรรม เพื่อเป็นหลักให้กับตัวเองกับลูกๆ หลานๆ
พยายามบังคับตัวเองไม่ให้กระทำในสิ่งที่ไม่ดี เสียกำลังใจ ขาดการเคารพนับถือ
ผู้ที่ถือศีลอุโบสถให้ถือศีลพรหมจรรย์ เว้นจากสิ่งที่เป็นของคู่
รักษาให้ได้ตั้งแต่เช้าจนอรุณวันใหม่ นี้เขาเรียกว่าศีลอุโบสถ
สำหรับผู้ที่ยังเป็นหนุ่มสาวก็ให้ถือศีลพรหมจรรย์ตลอดไป
จนกว่าเราจะได้แต่งงานถูกต้องตามกฎหมาย ประเพณี พ่อแม่อนุญาต
เป็นการควบคุมบังคับตัวเองไว้ในทางที่ดี เพื่อเป็นบาทเป็นฐานแห่งชีวิต

ศีลข้อที่ ๔ คำพูดนี้เป็นสิ่งที่สำคัญ
ก่อนพูดเราเป็นนาย พอเราพูดจบเราเป็นบ่าว
เราพูดดีคนอื่นก็รัก เราพูดไม่ดีคนเขาก็เกลียดเรา เราก็ไม่สงบ
คำพูดนี้ก็สำคัญมาก เราต้องมีสติก่อนพูด ถ้าเราไม่แน่ใจอย่าไปพูด
ถ้าพูดออกไปแล้วมันมีผลต่อเราและต่อคนอื่น มันเป็นบาปเป็นกรรมทางคำพูด
เราอย่าไปว่าเราเป็นคนนิสัยอย่างนี้ พูดอย่างนี้ เราอย่าไปว่าอย่างนั้น
ถ้าเราพูดอย่างนั้น มันเป็นการพูดตามความสะใจของตัวเอง เป็นคนไม่มีเบรก

ขับเคลื่อนพวงมาลัยไปในทางที่ไม่ดี เคยพูดอย่างไรก็พูดอย่างนั้น
ถ้าพูดออกมาแล้วมันเน่ามันเหม็นนะ มันเสียหาย
คนเรานี้นะคบเพื่อนเพื่อนก็หายไป คบใครใครก็หายไป
ส่วนใหญ่เป็นเพราะคำพูด คำพูดเราไปทำลายเขา เผาเขา
พูดบ่อยๆ ทำบ่อยๆ จนมันเคยชินจนไม่รู้ตัวเองว่าเป็นคนปากไม่ดีปากเสีย
มีปากก็เป็นคนปากเสียปากใช้ไม่ได้ เถียงเก่ง ย้อนศรเก่ง
เขาเรียกว่าคนปากระเบิด ไปพูดที่ไหนวงแตกไปหมด

ทำลายธรรมชาติสิ่งแวดล้อม เสียหายหมดใช้ไม่ได้
พระพุทธเจ้าท่านให้ฝึกพูดดี พัฒนาเรื่องคำพูด
ครอบครัวจะมีความสุข สังคมจะมีความสุข ประเทศชาติจะมีความร่มเย็น

ศีลข้อที่ ๕ ไม่ดื่มน้ำดองของเมาพวกเหล้า เบียร์ ฝิ่น เฮโรอีน กัญชา ยาเสพติดทุกชนิด
เป็นการทำลายศักยภาพ สติสัมปชัญญะ ตั้งอยู่ในความประมาท
ศีลข้อนี้ก็มีโทษมากตั้งแต่ในปัจจุบัน เมื่อละสังขารแล้วไปสู่ทุคติ
เมื่อมาเกิดใหม่ก็เป็นคนไม่ปกติ ปัญญาไม่สมบูรณ์ ทำมาหากินก็ไม่เจริญ
เนื่องมาจากผิดศีลในข้อที่ ๕ พระพุทธเจ้าท่านเป็นห่วงเรา
แม้เสด็จดับขันธปรินิพพานแล้วยังบอกว่าให้เราตั้งอยู่ในความไม่ประมาท
การผิดศีลข้อ ๕ เป็นการตั้งอยู่ในความประมาท

สังคมทุกวันนี้ทุกบ้านทุกครัวเรือนนิยมดื่มเหล้า ดื่มเบียร์เป็นปกติโดยไม่คำนึงถึงศีล
ทุกคนก็ถือว่าเป็นเรื่องธรรมดา
แต่ที่จริงแล้วมันเป็นเรื่องที่เสียหายสำหรับตัวเอง ประเทศชาติและสังคม
งานที่มีเกียรติ งานที่ทรงเกียรติ ส่วนใหญ่จะมีการดื่มเหล้า ดื่มเบียร์ ดื่มไวน์
เป็นค่านิยมที่ผิดต่อคำสอนของพระพุทธเจ้า เป็นค่านิยมที่ตั้งอยู่ในความประมาท

เมื่อสังคมมันเป็นอย่างนี้เราจะทำอย่างไร
เราก็ต้องเอาพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าเป็นเกณฑ์
เป็นคนตั้งมั่นในศีล มีเจตนาที่งดเว้น เป็นคนหนักแน่นเป็นคนเข้มแข็ง
ใครจะทำอย่างไรก็ช่างหัวเขา ช่างหัวมัน เราไม่ยุ่งเราไม่เกี่ยว
เราปฏิบัติเราก็อย่าไปว่าใคร เราอย่าเอาความชั่ว คนเราไม่ว่าทางปากมันก็ว่าทางใจ
เราอย่าไปว่าเขาไปตำหนิเขา การไม่พูดร้าย การไม่ทำร้าย การไม่คิดร้าย
เราเน้นมาหาที่จิตที่ใจตัวเอง
ส่วนมากมันเอาทุกข์ข้างนอกมาใส่ใจของเรา
อยู่ดีๆ มันโง่ ใครเขาจะดีจะชั่วก็ไปเอามาแบกหมด
เราฝึกใจ เราปล่อยเราวาง เราจะได้มีความสุข

เราฝึกหายใจออกก็สบาย หายใจเข้าก็สบาย มีศีลเป็นที่ตั้ง มีศีลเป็นบาทฐาน
เพราะธรรมที่เกิดได้เนื่องมาจากศีล
ด้วยเหตุนี้ศีลก็เป็นสิ่งสำคัญ เป็นบาทฐานของความดีของบุญกุศล วันพระจึงเป็นวันสำคัญ
ขออนุโมทนากับผู้ที่มาถือศีลที่วัดกับผู้ปฏิบัติธรรมทั้งหลาย
ที่ทำตามความดี ที่เสียสละ ที่เดินตามรอยของพระพุทธเจ้า


ปรกฺกโม ภิกขุ
(บันทึก)
๒๕/๕/๕๔



คัดจาก “สมบัติของพ่อ” พระธรรมเทศนา โดย หลวงพ่อกัณหา สุขกาโม
http://www.dlitemag.com/index.php?optio ... t&Itemid=1

tongue tongue tongue


:b44: ประมวลภาพ “หลวงพ่อกัณหา สุขกาโม”
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=38&t=37258

:b44: รวมคำสอน “หลวงพ่อกัณหา สุขกาโม”
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=72&t=47448

.....................................................
แม้มิได้เป็นสุระแสงอันแรงกล้า ส่องนภาให้สกาวพราวสดใส
ขอเป็นเพียงแสงแห่งดวงไฟ ส่องทางให้มวลชนบนแผ่นดิน


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 09 มิ.ย. 2015, 17:43 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 7
สมาชิก ระดับ 7
ลงทะเบียนเมื่อ: 02 เม.ย. 2015, 09:43
โพสต์: 549

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ขออนุโมทนาบุญนะครับ :b17:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 24 ม.ค. 2016, 17:01 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ก.ย. 2012, 15:32
โพสต์: 1529


 ข้อมูลส่วนตัว


:b8: :b8: :b8:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 18 ก.ค. 2016, 10:42 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 9
สมาชิก ระดับ 9
ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ธ.ค. 2008, 09:34
โพสต์: 771


 ข้อมูลส่วนตัว


:b8: 4A ขออนุโมทนาค่ะ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 30 มี.ค. 2018, 15:06 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 มิ.ย. 2009, 10:51
โพสต์: 1829


 ข้อมูลส่วนตัว


น้อมกราบองค์หลวงพ่อเจ้าค่ะ
:b8: :b8: :b8:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 23 พ.ย. 2018, 10:02 
 
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 ก.ย. 2013, 07:16
โพสต์: 1650

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


:b39: :b44: ขออนุโมทนา สาธุๆๆ ค่ะ
:b8: :b8: :b8:


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 6 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 2 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร