วันเวลาปัจจุบัน 18 ต.ค. 2019, 04:10  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


กฎการใช้บอร์ด


- สถานที่ปฏิบัติธรรม
แนะนำรายชื่อสถานที่ปฏิบัติธรรมกรรมฐานทั่วประเทศ
http://www.dhammajak.net/forums/viewforum.php?f=9

- รวมกระทู้จากบอร์ดเก่า
http://www.dhammajak.net/board/viewforum.php?f=30



กลับไปยังกระทู้  [ 13 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 17 ธ.ค. 2009, 11:04 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 ส.ค. 2005, 10:46
โพสต์: 12075

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


ศีลข้อมุสาวาทา

ขออนุญาตนำบทสนทนาธรรมดีดีจากบ้านธัมมะมาให้อ่านนะคะ
จะได้ทราบรายละเอียดได้เพิ่มเติมมากขึ้น และระวังตนเองไม่ให้ผิดศีล



:b8: olive:
ความคิดเห็นที่ 1

ศีลข้อมุสาวาทา
อยากถามเรียนถามท่านเว็บมาสเตอร์ว่า
ศีลข้อมุสาวาทา จำกัดเพียงแค่ห้ามพูดปดเท่านั้นหรือคะ
หรือหมายรวมถึง การห้ามพูดส่อเสียด พูดเพ้อเจ้อ พูดหยาบคายด้วยคะ
และการร้องเพลงเนี่ยรวมอยู่กับการพูดเพ้อเจ้อด้วยหรือเปล่าคะ

ตอนนี้กำลังฝึกรักษาศีลห้าอย่างจริงจังอยู่ค่ะ
แต่ชอบร้องเพลงมาก ก็เลยไม่ค่อยกล้าร้องเพลงเล่นแล้ว
เพราะไม่รู้ว่าศีลขาดหรือเปล่า เพราะยังไม่เข้าใจศีลข้อนี้ดีค่ะ


:b48: study
คำอธิบายจากอรรถกถามีดังนี้
คำว่า มุสา ได้แก่ วจีประโยค หรือกายประโยค
ที่ทำลายประโยชน์ของบุคคล ผู้มุ่งจะกล่าวให้คลาดเคลื่อน.
ก็เจตนาอันให้เกิดกายประโยคและวจีประโยค
ซึ่งพูดให้ผู้อื่นคลาดเคลื่อนของบุคคล
ผู้มุ่งจะกล่าวให้คลาดเคลื่อนนั้น
ด้วยประสงค์จะกล่าวให้คลาดเคลื่อน ชื่อว่า มุสาวาท.

อีกนัยหนึ่ง คำว่า มุสา ได้แก่ เรื่องที่ไม่เป็นจริง ไม่แท้.
คำว่า วาท ได้แก่ กิริยาที่ทำให้เขาเข้าใจเรื่องที่ไม่จริง
ไม่แท้นั้นว่า เป็นเรื่องจริง เรื่องแท้.
ว่าโดยลักษณะ เจตนาที่ให้เกิดวิญญัติอย่างนั้น
ของผู้ประสงค์จะให้ผู้อื่นเข้าใจเรื่องที่ไม่แท้ว่าเป็นเรื่องแท้
ชื่อว่า มุสาวาท.

ฉะนั้น โดยนัยของอกุศลกรรมบถ ๑๐
มุสาวาท หมายเอาเฉพาะการพูดโกหกเท่านั้น
ไม่รวมการพูดส่อเสียด คำหยาบเพ้อเจ้อ
ดังนั้น เมื่อกล่าวโดยนัยของศีล ๕
เมื่อพูดคำหยาบ พูดเพ้อเจ้อ ไม่ผิดศีลข้อที่ ๔ (มุสาวาท)
การร้องเพลงไม่ขัดกับศีล ๕ แต่อย่างใด
คือ ผู้ที่มีศีล ๕ ร้องเพลงหรือดูหนัง ดูละครศีลไม่ขาด

ขอเชิญอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมที่นี่ครับ ...มุสาวาท
http://www.dhammahome.com/front/webboar ... hp?id=3044

:b8: :b48: :b8:


:b44: แล้วเจอกัน
ความคิดเห็นที่ 2

ขอนอบน้อมแด่พระรัตนตรัย
ศีลข้อมมุสาวาท เฉพาะเจตนาที่จะพูดเท็จเท่านั้นครับ
ไม่รวม พูดส่อเสียด พูดหยาบ พูดเพ้อเจ้อ
ในอกุศลกรรมบถ 10 จะแยกออกมาต่างหากเลยครับว่า
พูดเท็จ พูดหยาบ พูดส่อเสียด พูดเพ้อเจ้อ
แต่พิจารณาง่ายๆ เจตนาของแต่ละข้อก็ต่างกัน
จึงไม่เหมือนกัน เช่น มุสาวาท
เจตนาเพื่อพูดให้คนอื่นเข้าใจในสิ่งที่ไม่จริง
พูดส่อเสียด คือ มีเจตนาพูดให้เขาแตกกัน
หรือให้ตนเป็นที่รัก เป็นต้น
การร้องเพลง รวมอยู่ในการพูดเพ้อเจ้อได้ครับ แต่ไม่ใช่อยู่ในศีล 5
แต่การงดเว้นร้องเพลงและดูการละเล่นจะอยู่
ในศีล 8 ครับ ดังนั้นศีล 5 จึงไม่ได้ห้ามร้องเพลงครับ
ศีล 5 ไม่ขาดครับ แต่อยากจะแนะนำว่า
การจะรักษาศีล 5 ได้สมบูรณ์นั้นต้องเป็นพระโสดาบัน
สรุปคือ รักษาได้
เพราะมีปัญญาจึงไม่ใช่ตัวตนที่จะพยายามรักษา
เมื่อเหตุปัจจัยพร้อมก็ล่วง
ดังนั้น หนทางเดียวที่จะดับกิเลส จึงไม่ใช่ขั้นศีล
แต่เป็นการอบรมปัญญาในขั้น สติปัฏฐาน
ซึ่งหาฟังเรื่องสติปัฏฐานได้ในเว็ปนี้
ขอแนะนำให้ลองฟังครับ

ขออุทิศกุศลให้สรรพสสัตว์


:b8: olive:
ความคิดเห็นที่ 3
ขอบคุณค่ะ


:b55: wannee.s
ความคิดเห็นที่ 4
การร้องเพลง ไม่ผิดศีลข้อมุสาวาท
แต่เป็นอกุศลศีลที่ประกอบด้วยโลภะ
คือ ความติดข้องในเสียงเพลงค่ะ


พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย ติกนิบาต เล่ม ๑ ภาค ๓ - หน้าที่ 515

ว่าด้วยความร่าเริงและความเบิกบานในธรรม


[๕๔๗] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย การร้องไห้ในวินัยของพระอริยะ
คือ การขับร้อง ความเป็นบ้าในวินัยของพระอริยะ คือการฟ้อนรำ
ความเป็นเด็กในวินัยของพระอริยะ คือ การหัวเราะจนเห็นฟันอย่างพร่ำเพรื่อ
เพราะเหตุนั้น ในเรื่องนี้ พึงชักสะพานเสีย
ในส่วนการขับร้อง การฟ้อนรำ (ส่วนการหัวเราะนั้น)
เมื่อท่านทั้งหลายเกิดธรรมปราโมทย์ (ความยินดีร่าเริงในธรรม)
ก็ควรแต่เพียงยิ้มแย้ม.

จบโรณสูตรที่ ๕


:b51: อิสระ
ความคิดเห็นที่ 5

ขออนุโมทนาครับ


:b45: ajarnkruo
ความคิดเห็นที่ 6

ตอนนี้กำลังฝึกรักษาศีลห้าอย่างจริงจังอยู่ค่ะ-ขออนุโมทนาครับ
แต่ขอเรียนถามเพราะสงสัยว่าเหตุใดจึงต้องฝึกรักษาศีลห้าอย่างจริงจัง
เหตุที่ฝึกเพราะอะไร และที่จริงจังนั้นฝึกอย่างไร
ยังใช้ชีวิตตามปกติธรรมดาอยู่ไหม....

แต่ชอบร้องเพลงมาก ก็เลยไม่ค่อยกล้าร้องเพลงเล่นแล้ว
ไม่รู้ว่าศีลขาดหรือเปล่า

- หากพิจารณาขณะจิตแล้วเป็นคนละขณะใช่ไหมครับ
ความรู้สึก สุข ทุกข์ เฉย เกิดดับเร็วมาก

การคิดจะรักษาศีล เป็นการคิดดี ขออนุโมทนาครับ
แต่ก็ควรศึกษาถึงสภาพของกุศลธรรมและอกุศลธรรม
ที่เกิดกับจิตแต่ละขณะประกอบด้วย
โดยฟังพระธรรมอยู่เสมอ แล้วพิจารณาไตร่ตรองเหตุผล
เพื่อที่จะเป็นปัจจัยปรุงแต่งให้สติเกิด
ระลึกถึงสภาพธรรมที่ปรากฏในขณะนี้ตามความเป็นจริง
สติจะทำหน้าที่คั่นกระแสของอกุศลธรรม
แล้วปิดกระแสอกุศลธรรมนั้นๆ โดยหน้าที่ของปัญญา
ซึ่งจะวิรัติทุจริตทางกายวาจา ใจ ได้ทันท่วงที

**ทุกอย่างเป็นสภาพธรรมจริงๆ
ไม่มีตัวเราไปพยายาม ที่จะไม่ให้อกุศลจิตเกิดได้เลยสักขณะ
ที่จะต้องระวังมากที่สุดคือ การไม่หาเพื่อนใหม่ หรือไม่หาเพื่อนที่เป็น
โลภะเพิ่มให้กับโลภะ เพราะโลภะในชีวิตประจำวันก็มากพออยู่แล้ว
การไปทำให้อะไรผิดปกติจากชีวิตประจำวันไม่ใช่หนทางที่จะละกิเลส
ไม่เป็นไปตามแนวทางการ เจริญสติปัฏฐานครับ


:b8: olive:
ความคิดเห็นที่ 7

เรียนคุณajarnkruo

ใช้คำว่าฝึกอย่างจริงจัง เพราะหมายถึงว่าในระหว่างวันจะหมั่นระลึกถึง
เพื่อสำรวมไม่ให้ล่วงศีล ฝึกเพราะได้ฟังมาว่า
การระลึกถึงศีลและข้อธรรมสามารถช่วยกั้นอกุศลจิต
และอกุศลกรรมบางส่วนได้และอยากขัดเกลาตนเองให้มากขึ้นด้วยค่ะ

สรุปก็ยังใช้ชีวิตปกติค่ะและก็จะมั่นระลึกและสำรวมระวังให้มากขึ้นเท่านั้นค่ะ
แต่เรื่องการเจริญสติปัฏฐานยอมรับค่ะ ว่ายังอ่อนความเข้าใจอยู่มาก
สัญญาว่าจะตั้งใจศึกษาตามคำแนะนำของทุกท่านๆ
ขอบคุณเว็บมาสเตอร์ เพื่อนกัลยาณมิตรทุกท่าน
ที่กรุณาแนะนำและสร้างเว็บดีๆอย่างนี้ค่ะ
อยากบอกว่าดีใจมากๆ เลยค่ะที่ได้มาเข้าเว็บนี้ได้ความรู้มากๆ
ได้พบคนดีมากมาย มีข้อธรรมหลายข้อ ที่เคยสงสัยมานาน
ก็ได้ความรู้จากเว็บนี้แหละค่ะที่ตอบข้อสงสัยเหล่านั้น
ขอบคุณทุกๆท่านค่ะ


:b45: ajarnkruo
ความคิดเห็นที่ 8

ขออนุโมทนาด้วยใจจริง ในการเจริญศีลของคุณ olive
ด้วยเกิดศรัทธาอันผ่องใส ด้วยเกิดสติระลึกในกุศลธรรมอันดี
ด้วยเกิดหิริ โอตตัปปะ ที่เป็นดั่งธรรมอันคุ้มครองโลกไว้
ด้วยเกิดร่วมกับโสภณสาธารณเจตสิกอื่นๆ มากมายในกุศลจิตขณะนั้นๆ
อันยังให้จิตเบา ไม่เศร้าหมอง ขุ่นมัว หรือ เร่าร้อน
และที่สำคัญยิ่ง คือ ด้วยปัญญาที่ส่องทางสว่าง
ให้การรักษาศีลนั้นมั่นคงต่อไปครับ


:b47: JANYAPINPARD
ความคิดเห็นที่ 9

มุสาวาทา เวรมณี คือ การงดเว้นจากการพูดเท็จ
ความมุ่งหมายในการทรงบัญญัติสิกขาบทข้อนี้
คือ เพื่อป้องกันการทำลายประโยชน์ของตนและผู้อื่น
ด้วยการพูดเท็จและให้เป็นคนมีสัจจวาจา

สมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระยาวชิรญาณวโรรส

ทรงอธิบายสิกขาบทข้อนี้ว่า
มีข้อห้ามและขอบเขตทั้งโดยตรงและโดยอ้อม
ซึ่งผู้รักษาศีลจะต้องเว้นเพื่อความบริสุทธิ์บริบูรณ์ คือ

๑. มุสาวาท ๗ วิธี (การแสดงเท็จ หรือลักษณะแห่งมุสาวาท)
ท่านประมวลไว้มี ๗ วิธี คือ


๑. ปด
ได้แก่การโกหกชัด ๆ ไม่รู้ว่ารู้ ไม่เห็นว่าเห็น ไม่มีว่ามี เป็นต้น

๒. ทนสาบาน
คือ ทนสาบานเพื่อให้คนอื่นหลงเชื่อว่าตนไม่เป็นเช่นนั้น

จะด้วยวิธีแช่งตัวเองหรือด้วยวิธีนั่งนิ่งเมื่อถูกถามก็จัดเป็นทนสาบาน

๓. ทำเล่ห์กะเท่ห์
ได้แก่ การอวดอ้างความศักดิ์สิทธิ์เกินความจริง เช่น

อวดวิเศษเรื่องใบ้หวยโดยไม่รู้จริงเห็นจริงเป็นต้น

๔. มายา
แสดงอาการหลอกคนอื่น เช่น ไม่เจ็บทำเป็นเจ็บ
เจ็บน้อยทำเป็นเจ็บมากเป็นต้น

๕. ทำเลศ
คือ ไม่อยากจะพูดเท็จแต่พูดเล่นสำนวน
พูดคลุมเครือให้ผู้ฟังคิดผิดไปเอง เช่น เห็นขโมยวิ่งผ่านหน้าไป
ไม่อยากบอกให้ผู้อื่นทราบ ว่าตนเห็น จึงย้ายที่ยืนหรือที่นั่งไป
เมื่อถูกถามพูดเล่นสำนานว่าอยู่ที่นี่ไม่เห็น อย่างนี้เรียกว่าทำเลศ

๖. เสริมความ
เรื่องเล็ก แต่พูดให้คนฟังเห็นว่าเป็นเรื่องใหญ่
เช่น เห็นไฟไหม้หญ้าแห้งก็ตะโกนเสียงดังว่าไฟๆ
เพื่อให้คนแตกตื่นตกใจหรือ
โฆษณาสินค้าพรรณนาสรรพคุณจนเกินความจริง

๗. อำความ
ตรงกันข้ามกับเสริมความ คือเรื่องใหญ่แต่พูดให้เป็นเรื่องเล็ก
หรือปิดบังอำพลางไว้ไม่พูดไม่รายงานต่อผู้มีหน้าที่ให้รับทราบ
ข้อห้ามหรือขอบเขตของสิกขาบทนี้
มีทั้งโดยตรงและโดยอ้อม ซึ่งผู้รักษาศีล
จะต้องเว้นเพื่อรักษาให้บริสุทธิ์บริบูรณ์ คือ


๑. มุสา

๒. อนุโลมมุสา

๓. ปฏิสสวะ

๑. มุสา
แปลว่าเท็จ หรือไม่จริง การกล่าวคำเท็จหรือคำไม่จริง
เรียกว่ามุสาวาทหรือพูดโกหก ส่วนมากใช้วาจา
แต่การแสดงเท็จหรือโกหกอาจแสดงได้ทั้ง ๒ ทาง
คือ ทางวาจากับทางกาย
ทางวาจา คือ พูดคำเท็จออกมาทางกาย คือ แสดงทางกาย
เช่น การเขียนจดหมายโกหก รายงานเท็จ ทำหลักฐานปลอม
ตีพิมพ์ข่าวเท็จ เผยแผ่ทำเครื่องหมายให้คนอื่นหลงเชื่อ
ตลอดจนการใช้ใบ้ให้คนอื่นเข้าใจผิด เช่น สั่นศีรษะหรือโบกมือ
ปฏิเสธในเรื่องควรรับหรือพยักหน้ารับในเรื่องที่ควรปฏิเสธ เป็นต้น

๒. อนุโลมมุสา
คือ การไม่แสดงเรื่องเท็จทั้ง ๗ อย่าง
แต่พูดเรื่องไม่จริงซึ่งไม่มีเจตนาจะกล่าวเท็จ
แต่เจตนาจะให้เขาเจ็บใจหรือแตกร้าวกัน เป็นต้น เรียกว่า อนุโลมมุสา

เช่น

-พูดเสียดแทง กระทบกระแทก แดกดัน

-พูดประชด ยกให้เกินความจริง

-พูดด่ากดให้ต่ำกว่าความเป็นจริง

-พูดสับปลับ ด้วยความคะนองวาจา แต่ไม่ตั้งใจให้เข้าใจผิด

-พูดคำหยาบ คำต่ำทราม

ไม่จัดเป็นมุสาวาทแต่ศีลด่างพร้อย

๓. ปฏิสสวะ
ได้แก่ การรับคำของคนอื่นด้วยเจตนาบริสุทธิ์
แต่ภายหลังกลับใจไม่ทำตามที่รับคำนั้น
โดยที่ตนยังพอทำตามคำนั้นได้อยู่ มี ๓ อย่าง คือ

๑. ผิดสัญญา ว่าจะทำด้วยความสุจริตใจ แต่กลับไม่ทำในภายหลัง

๒. เสียสัตย์ ให้สัตย์ปฏิญาณไว้แล้ว แต่ไม่ปฏิบัติตาม

๓. คืนคำ รับปากว่าจะไป แต่กลับใจภายหลังไม่ไป

ทั้ง ๓ อย่างนี้ ไม่เป็นมุสาวาท ศีลไม่ขาดแต่ทำให้ศีลด่างพร้อยได้
ในอัฏฐสาลีนี ได้กล่าวถึงองค์ประกอบของมุสาวาท
ว่าต้องพร้อมด้วยองค์ ๔ ประการ คือ


๑. เรื่องไม่จริง

๒. เจตนาจะพูดเรื่องนั้น

๓. พูดหรือแสดงออกไป

๔. ผู้ฟังเข้าใจเนื้อความนั้น


ในการพิจารณาว่ามุสาวาทอย่างไรมีโทษมากหรือมีโทษน้อย
ท่านได้อธิบายไว้ว่า
มุสาวาทที่ทำลายประโยชน์ของผู้อื่นมาก
คือเขาได้รับความเสียหายมากมีโทษมาก
ได้รับความเสียหายน้อยก็มีโทษน้อย
ส่วนการกำหนดโดยวัตถุเจตนาและประโยคเช่น
เดียวกับที่กล่าวมาแล้วข้างต้น

แต่ยังมีคำพูดอีกประเภทหนึ่งที่เป็นคำไม่จริง
แต่พูดแล้วไม่เป็นมุสาวาท
คือคำพูดที่พูดตามที่ได้ยินได้ฟังมาหรือเข้าใจว่าเป็นเรื่องจริง
เรียกว่า ยถาสัญญา คำพูดประเภทนี้มี ๔ อย่าง คือ


๑. โวหาร พูดตามสำนวนโลก ที่ใช้กันจนเป็นแบบธรรมเนียม
เช่น คำลงท้ายจดหมายว่า ด้วยความเคารพอย่างสูงหรืออย่างยิ่งเป็นต้น
แม้ว่าจะไม่ตรงตามความเป็นจริงก็ไม่เป็นมุสาวาท

๒. นิยาม การเล่านิยายหรือแสดงลิเก ละคร เป็นต้น
แม้จะเป็นเรื่องไม่จริงแต่ก็ไม่เป็นมุสาวาท

๓. สำคัญผิด พูดด้วยเข้าใจว่าถูกต้อง
ทั้งๆ ที่เรื่องนั้นไม่ถูกไม่เป็นความจริง
เช่น จำวันผิดบอกไปโดยเข้าใจว่าถูก ไม่เป็นมุสาวาท

๔. พลั้ง พูดด้วยความพลั้งเผลอ โดยไม่ได้ตั้งใจให้ผิดพลาด ไม่เป็นมุสาวาท

ที่มา...
http://www.dhammahome.com/front/webboar ... hp?id=4288

:b48: :b8: :b48:


แก้ไขล่าสุดโดย ลูกโป่ง เมื่อ 13 พ.ค. 2010, 16:12, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 24 ธ.ค. 2009, 02:53 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ม.ค. 2009, 02:20
โพสต์: 1387

ที่อยู่: สัพพะโลก

 ข้อมูลส่วนตัว


อนุโมทนา ครับ คุณลูกโป่ง :b8:

.....................................................
ผู้มีจิตเมตตาจะไม่มีศัตรู ผู้มีสติปัญญาจะไม่เกิดทุกข์.
รูปภาพ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 24 ธ.ค. 2009, 03:37 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 31 พ.ค. 2009, 02:41
โพสต์: 5637

แนวปฏิบัติ: พอง ยุบ
ชื่อเล่น: เจ
อายุ: 0
ที่อยู่: USA

 ข้อมูลส่วนตัว www


อนุโมทนาค่ะ :b8:

.....................................................
"มิควรหวังร่มเงาจากก้อนเมฆ"


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 24 ธ.ค. 2009, 06:04 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ก.พ. 2009, 20:49
โพสต์: 3961

แนวปฏิบัติ: พอง-ยุบ
งานอดิเรก: อ่านหนังสือ
ชื่อเล่น: นนท์
อายุ: 42
ที่อยู่: นครสวรรค์

 ข้อมูลส่วนตัว


:b8: :b8: :b8:

อนุโมทนาสาธุครับคุณลูกโป่ง


:b8: :b8: :b8:

.....................................................
แม้มิได้เป็นสุระแสงอันแรงกล้า ส่องนภาให้สกาวพราวสดใส
ขอเป็นเพียงแสงแห่งดวงไฟ ส่องทางให้มวลชนบนแผ่นดิน


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 17 ก.พ. 2010, 09:50 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ก.พ. 2010, 09:32
โพสต์: 45

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


อนุโมทนาสาธุด้วยคนครับ . . .
:b8: :b8: :b8: :b8: :b8:
smiley


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 19 ธ.ค. 2010, 08:38 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ก.ย. 2010, 20:29
โพสต์: 4882

แนวปฏิบัติ: พิจารณากาย
สิ่งที่ชื่นชอบ: มณีรัตน์,พระผู้เป็นดั่งผ้าขี้ร้วห่อทอง
อายุ: 34

 ข้อมูลส่วนตัว


:b1: อนุโมทนาค่ะ จะได้สำรวมระวังให้มากขึ้น โทษทางวาจาจะได้น้อยลง :b16:

.....................................................
"เกิดดับ..เกิดแล้วไม่ดับไม่มี"


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 19 ธ.ค. 2010, 09:22 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 เม.ย. 2009, 02:43
โพสต์: 12214


 ข้อมูลส่วนตัว


อ้างคำพูด:
ฉะนั้น โดยนัยของอกุศลกรรมบถ ๑๐
มุสาวาท หมายเอาเฉพาะการพูดโกหกเท่านั้น
ไม่รวมการพูดส่อเสียด คำหยาบเพ้อเจ้อ
ดังนั้น เมื่อกล่าวโดยนัยของศีล ๕
เมื่อพูดคำหยาบ พูดเพ้อเจ้อ ไม่ผิดศีลข้อที่ ๔ (มุสาวาท)


ที่ขีดเส้นใต้...ไม่ถูก..นะครับ

ตีความเอาตามตัวหนังสืออย่างเดียว..ไม่ได้ดูจุดมุ่งหมาย..อย่างนี้ไม่ถูก

มุสาวาท..ในศีล5..ความหมายรวมทั้งหมดของ วจีกรรม 4 ใน..อกุศลกรรมบถ 10 ครับผม


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 20 ธ.ค. 2010, 11:34 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 ส.ค. 2005, 10:46
โพสต์: 12075

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


กบนอกกะลา เขียน:
อ้างคำพูด:
ฉะนั้น โดยนัยของอกุศลกรรมบถ ๑๐
มุสาวาท หมายเอาเฉพาะการพูดโกหกเท่านั้น
ไม่รวมการพูดส่อเสียด คำหยาบเพ้อเจ้อ
ดังนั้น เมื่อกล่าวโดยนัยของศีล ๕
เมื่อพูดคำหยาบ พูดเพ้อเจ้อ ไม่ผิดศีลข้อที่ ๔ (มุสาวาท)


ที่ขีดเส้นใต้...ไม่ถูก..นะครับ

ตีความเอาตามตัวหนังสืออย่างเดียว..ไม่ได้ดูจุดมุ่งหมาย..อย่างนี้ไม่ถูก

มุสาวาท..ในศีล5..ความหมายรวมทั้งหมดของ วจีกรรม 4 ใน..อกุศลกรรมบถ 10 ครับผม


:b8: :b8: :b8:

ขอบคุณค่ะ...คุณกบนอกกะลา

:b8: ขออนุญาต นำบทความด้านล่าง มาแสดงเพิ่มเติมนะคะ
คัดลอกบางส่วนจาก... หนังสือ เพชรในดวงใจ
ของพระธรรมธีรราชมหามุนี (โชดก ญาณสิทฺธิ ป.ธ.๙)
จัดพิมพ์โดย สำนักงานกลางกองการวิปัสสนาธุระ


อกุศลกรรมบถ ๑๐

ทางแห่งอกุศลกรรม อันนำไปสู่ความเสื่อม ความทุกข์



(๔) มุสาวาท


:b41: ถาม
มุสาวาท หมายความว่าอย่างไร

:b44: ตอบ
หมายความว่า พูดเท็จ พูดไม่จริง คือ พูดเพื่อให้ผู้อื่น หลงผิดจากความจริง
พูดเพื่อหลอกลวง ด้วยเจตนาที่ทำให้ผู้อื่นเข้าใจผิด
ซึ่งประกอบด้วยโลภะ โทสะ ชวนะที่เกิดในกายทวารหรือวจีทวาร


:b41: ถาม
องค์ของมุสาวาท มีเท่าไร อะไรบ้าง

:b44: ตอบ
มี ๔ ประการ คือ

๑.อตถวตฺถุ
เรื่องไม่จริง

๒.วิสํวาทนจิตฺตํ
มีจิตคิดกล่าวเท็จ

๓.ปโยโค
พยายามกล่าวคำเท็จ

๔.ปรสฺส ตทตฺถวิชานนํ
ผู้ฟังเชื่อตามความที่มุสานั้น


:b44: ถาม
มุสาวาทนี้ แบ่งออกเป็นกี่ประการ อะไรบ้าง

:b44: ตอบ
๑. สำเร็จเป็นมุสาวาท แต่ไม่ล่วงกรรมบถ คือ ไม่นำไปสู่อบาย
เช่น มุสาวาทที่ครบองค์ ๕
แต่ไม่ทำความเสียหายให้เกิดขึ้นแก่ผู้หลงเชื่อแต่อย่างใด

๒. สำเร็จเป็นมุสาวาทด้วย ล่วงกรรมบถด้วย
คือ สามารถนำไปสู่อบายได้
เช่น มุสาวาทที่ครบองค์ ๔ และทำความเสียหายให้แก่ผู้หลงเชื่อ


:b41:ถาม
ปโยค คือ ความพยายามในมุสาวาทนี้ มีเท่าไร อะไรบ้าง

:b44:ตอบ

๑. สาหัตถิกปโยค
กล่าวเท็จด้วยตนเอง

๒. อาณัตติกปโยค
ใช้ให้ผู้อื่นกล่าวเท็จ


๓. นิสสัคคิยปโยค
เขียนเรื่องเท็จทิ้งไป เช่น ทิ้งจดหมายหรือโฆษณาทางวิทยุ

๔. ถาวรปโยค
เขียนเรื่องที่ไม่จริงแล้วปิดประกาศไว้หรือพิมพ์เป็นหนังสือ หรืออัดเสียงไว้


:b41: ถาม
มุสาวาทมีโทษมาก มีโทษน้อย เพราะเหตุไร

:b44:ตอบ
มีโทษมาก เพราะเหตุดังนี้

๑. เพราะประโยชน์ที่หักรานมาก

๒. เพราะผู้ที่ถูกหักรานประโยชน์มีคุณมาก

๓. เพราะกิเลสแรงกล้า

๔. เพราะเป็นพยานกล่าวเท็จหักรานประโยชน์

๕. เพราะตนมิได้เห็นแกล้งกล่าวว่าเห็น

๖. เพราะความพยายามกล้า


มีโทษน้อย เพราะเหตุดังนี้

๑. เพราะประโยชน์ที่หักรานน้อย

๒. เพราะผู้ที่ถูกหักรานประโยชน์มีคุณน้อย

๓. เพราะความพยายามน้อย

๔. เพราะกิเลสอ่อน


:b41:ถาม
ความแตกต่างกันในระหว่างบรรพชิตกับคฤหัสถ์ เกี่ยวกับเรื่องมุสาวาทนี้ เป็นอย่างไรบ้าง

:b44:ตอบ
เป็นอย่างนี้คือ

ก. สำหรับพวก คฤหัสถ์ พูดมุสาวาทว่า "ไม่มี" เพราะไม่ประสงค์จะให้ของๆ ตน มีโทษน้อย

ข. สำหรับพวก บรรพชิต กล่าวเพื่อให้หัวเราะ เช่น ได้น้ำมันและเนยใสน้อย พูดว่า

"วันนี้น้ำมันกับเนยใสในบ้านไหลดุจแม่น้ำ" มีโทษน้อย


:b41:ถาม
ถ้าบุคคลรักษาศีลข้อมุสาวาทนี้ได้ดี จะมีอานิสงส์ เป็นประการใดบ้าง

:b44:ตอบ
มีอานิสงส์อย่างนี้ คือ

๑. มีอินทรีย์ผ่องใส

๒. กล่าวถ้อยคำสละสลวยอ่อนหวานนิ่มนวล

๓. มีฟันเรียบเสมอดี

๔. ไม่อ้วนเกินไป

๕. ไม่ผอมเกินไป

๖. ไม่เตี้ยเกินไป

๗. ไม่สูงเกินไป

๘. มีสัมผัสเป็นสุข

๙. มีกลิ่นปากหอมดุจกลิ่นดอกอุบล

๑๐. ไม่มีคนริษยาลูกสะใภ้

๑๑. พูดแต่คำที่ควรพูด

๑๒. มีลิ้นอ่อนเช่นกับกลีบกมล อุบล และมีลิ้นมีโลหิต ซึมซาบเป็นอย่างดี

๑๓. ไม่ฟุ้งซ่าน

๑๔. มีคนรักใคร่พอใจ


ที่มา...
http://www.dharma-gateway.com/dhamma/mi ... _10_04.htm

:b48: :b8: :b48:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 26 ก.พ. 2011, 10:32 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 ม.ค. 2011, 16:58
โพสต์: 144

งานอดิเรก: อ่านหนังสือ
ชื่อเล่น: มุก
อายุ: 29
ที่อยู่: จ.ระยอง

 ข้อมูลส่วนตัว


:b8: :b8:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 28 มี.ค. 2011, 21:48 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 5
สมาชิก ระดับ 5
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ธ.ค. 2010, 08:25
โพสต์: 326


 ข้อมูลส่วนตัว


:b8: :b8: :b8: :b44: :b44: :b44:

.....................................................
สุดปลายฟ้า... เชื่อมั่นและสัทธาในพระธรรมคำสอนของพระพุทธองค์ ผู้รู้แจ้ง เห็นจริง ยึดถือพระองค์เป็นสรณะ อย่างไม่มีสิ่งใดเหนือกว่า


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 03 เม.ย. 2011, 20:59 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 พ.ค. 2010, 13:34
โพสต์: 1614

งานอดิเรก: ฟังเพลง และฟังธรรมตามกาลเวลา
สิ่งที่ชื่นชอบ: อภัยทาน
อายุ: 39
ที่อยู่: กรุงเทพมหานคร

 ข้อมูลส่วนตัว




สาธุ.bmp
สาธุ.bmp [ 20.99 KiB | เปิดดู 6169 ครั้ง ]
กราบอนุโมทนาบุญกับผู้เจริญในธรรมและกัลยาณมิตรทุกท่านนะเจ้าค่ะ :b8: :b8: :b8: :b20:

ขอน้อมนำคุณงามความดีไปปฏิบัติเจ้าค่ะ

.....................................................
ธรรมอำนวยพร
ขอให้.....มีจิตที่รู้ ที่ตื่น ที่เบิกบาน (พุทธะ)
ขอให้.....ทำการงานด้วยความสุข (อิทธิบาทสี่)
ขอให้.....ขจัดทุกข์ได้ด้วยปัญญา (อริยสัจสี่)
ขอให้.....มีดวงตาที่เห็นความจริง (ไตรลักษณ์)
ขอให้.....เจริญยิ่ง ๆ ขึ้นไปด้วยไตรสิกขา (ศีล, สมาธิ, ปัญญา)
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 01 ส.ค. 2011, 16:45 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 08 พ.ย. 2010, 12:18
โพสต์: 11


 ข้อมูลส่วนตัว


ขอคำปรึกษาหน่อยนะค่ะ เราจะทำยังงัยดีค่ะเมื่อมีคนถามเรื่องส่วนตัวทั้งๆที่เราไม่อยากตอบ cry และไม่อยากโกหกแต่จำต้องตอบเราจะทำยังงัยให้ดีที่สุดค่ะโดยที่ยังรักษาศีลไว้ด้วยค่ะ :b20:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 16 เม.ย. 2012, 16:27 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 มี.ค. 2010, 16:12
โพสต์: 2269

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


pink เขียน:
ขอคำปรึกษาหน่อยนะค่ะ เราจะทำยังงัยดีค่ะเมื่อมีคนถามเรื่องส่วนตัวทั้งๆที่เราไม่อยากตอบ cry และไม่อยากโกหกแต่จำต้องตอบเราจะทำยังงัยให้ดีที่สุดค่ะโดยที่ยังรักษาศีลไว้ด้วยค่ะ :b20:

อิอิ .. :b28: ไม่รู้จะเข้ามาอ่านเอาคำตอบหรือเปล่า เพราะถามไว้เกือบปี ไม่มีใครตอบ น่าจงฉาน ..

เรื่องบางเรื่องเราก็ต้องสงวนไว้บ้าง จึงเรียกว่า "เรื่องส่วนตัว" คนมีมารยาทเขาไม่ถามกัน
เรื่องนี้แก้ง่ายมาก
"ทำหน้าตายโกหกส่ง ๆ ไปแล้วก็บอกว่า โกหกนะ"
"ไม่บอกหรอกเรื่องส่วนตัว"
"อย่าเซ้าซี้ได้ไหม ไม่อยากโกหกนะ" เป็นต้น

แหะ ..ถ้าผู้หญิงถามเรื่องส่วนตัวผู้ชายละก็ ต้องตอบว่า
"ผมมีเมียแล้ว เมียหลวง ๑ คน เมียน้อย ๒ กิ๊กอีก ๑ คน"
รับรองว่า เธอไม่เชื่อเด็ดขาด และลงความเห็นว่า ขี้โม้ ยังเป็นโสด..อิอิ :b28:

ความสามารถเฉพาะตัว ห้ามเลียนแบบ :b13: :b28:

.....................................................
"พุทโธ .. พุทโธ .. พุทโธ"
ภาวนาวันละนิด จิตแจ่มใส


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 13 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

่กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร