วันเวลาปัจจุบัน 04 เม.ย. 2020, 10:49  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


กฎการใช้บอร์ด


รวมกระทู้จากบอร์ดเก่า http://www.dhammajak.net/board/viewforum.php?f=2



กลับไปยังกระทู้  [ 3 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 07 ต.ค. 2019, 15:16 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 มิ.ย. 2009, 10:51
โพสต์: 2334


 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ

อย่าวุ่นวายเพราะความคิด
พระธรรมเทศนาโดย...หลวงพ่อกัณหา สุขกาโม
วัดแพร่ธรรมาราม อ.เด่นชัย จ.แพร่

:b50: :b49: :b50:

วันนี้เป็นวันจันทร์ เป็นวันที่ญาติโยมน้อย ส่วนใหญ่ก็มีแต่พระกับผู้ถือศีลปฏิบัติธรรม พระพุทธเจ้าท่านให้เรามีความเชื่อมั่นในตัวเอง ท่านให้เราพยายามให้มีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์ ให้กายให้ใจมันอยู่ด้วยกัน คนเรามันต้องมีความเชื่อมั่นในตัวเอง เพราะตัวเองได้ทำดีแล้วทำถูกต้องแล้ว ไม่ผิดพลาด เพราะเอาศีลเอาพระวินัยเป็นที่ตั้ง เอาข้อวัตรปฏิบัติกิจวัตรประจำวันเป็นที่ตั้ง ไม่จดๆ จ้องๆ ลังเลสงสัย เราทำดีแล้วถูกต้องแล้ว ให้เต็มที่ทำไปเลย ถ้ามันถูกต้องแล้วครูบาอาจารย์ก็ไม่ว่า พระพุทธเจ้าก็ไม่ว่า ท่านยินดี ท่านอนุโมทนา ท่านส่งเสริม

คนเราถ้าทำความดีมากๆ ทำสิ่งที่ถูกต้องมากๆ จิตใจมันอาจหาญ จิตใจมันร่าเริง ตั้งใจทำให้ดีๆ ถ้าเราไม่ตั้งใจ ใจมันไม่มีกำลัง มันไปไม่ได้ ฝึกหายใจเข้าให้สบาย หายใจออกให้สบาย ให้มีความสุขกับการหายใจเข้าหายใจออก มีความสุขกับการเดิน นอน นั่ง ยืน ทุกอิริยาบถ เราต้องใจสบาย ให้ใจมาอยู่กับกายด้วยกันตลอด สิ่งไหนมันไม่ดีเราไม่ต้องไปคิดมัน ไม่ต้องไปพูดไปทำ มีความสุขมีความดับทุกข์ในการปฏิบัติของเรา ทุกเมื่อทุกกาลทุกเวลา ตั้งแต่เช้าถึงนอนหลับ ตื่นขึ้นก็ทำอีกเพื่อให้มันต่อเนื่อง ให้มันชำนิชำนาญ เราถือคติว่าเราเกิดมาเพื่อทำความดี เพื่อเสียสละ เพื่อไม่ตามใจตัวเอง เพื่อตามศีล ตามธรรม ตามข้อวัตรปฏิบัติ จะเป็นคนไม่อ่อนแอ ท้อแท้ ท้อถอย เรื่องเหนื่อยเป็นเรื่องของกาย เรื่องหิวเป็นเรื่องของกาย แต่ใจนี้ไม่เหนื่อยไม่หิวไม่ท้อแท้ท้อถอย

ฝึกเป็นคนฉลาด เมื่อตากระทบรูป หูกระทบเสียง กระทบเมื่อไหร่ให้มันเกิดศีล เกิดสมาธิ เกิดปัญญา อินทรีย์ของเรามันจะแก่กล้าได้ เมื่อสัมผัสทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ มากระทบ ให้มันมีศีล สมาธิ ปัญญา อินทรีย์ของเรามันจะแก่กล้าได้ ใจของเราอารมณ์ของเรามันไม่ได้เป็นพระอริยเจ้า เราจะไปเชื่อมันไม่ได้ เวลาเป็นเด็กมันคิดอย่างหนึ่ง เวลาเป็นหนุ่มเป็นสาว กลางคน แก่ เจ็บ มันก็คิดอีกอย่างหนึ่ง เวลาอารมณ์เกิดความพลัดพราก ความชอบใจ มันก็คิดอีกอย่างหนึ่ง เราอย่าไปเชื่อมัน มันกระทบแล้วก็กระทบไป มันคิดแล้วก็แล้วไป เราอย่าไปวุ่นวายกับความคิด เพราะใจคนเรามันก็เหมือนลิง ลิงมันอยู่นิ่งไม่เป็น มันกระโดดโลดเต้น ถ้าเราไม่รู้อารมณ์ไม่รู้ใจของเรา เราจะเป็นคนมีปัญหา เป็นคนที่จิตใจไม่แข็งแรง อารมณ์มาทางไหน ก็ไปตามอารมณ์ แล้วแต่อารมณ์มันจะพาไป จิตใจไม่เป็นตัวของตัวเอง เราฝึกไว้ ฝึกหายใจเข้าสบาย ออกสบาย ใจของเราจะได้อยู่กับปัจจุบัน ใจของเราจะได้อยู่กับการทำงาน เราพยายามยืนไว้ตั้งไว้

ทุกสิ่งทุกอย่างมันล้วนแต่เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ล้วนแต่ดับไป เราเป็นคนยังไม่รู้จักรู้แจ้ง เมื่อบวชมาแล้ว พระพุทธเจ้าให้เราพิจารณาร่างกายให้มากๆ ทำไมถึงให้พิจารณาร่างกายให้มากๆ เพราะว่ามันหลงในร่างกาย หลงว่ากายเป็นของเรา ที่แท้จริงแล้วมันไม่ใช่ของเรา มันเป็นดิน น้ำ ลม ไฟ มันเกิดจากเหตุ เกิดจากปัจจัย เกิดจากกรรมเก่าที่มันรวมกันเป็นอัตตาตัวตน เปรียบเสมือนบ้านหลังหนึ่ง เขาเอาปูน เอาเหล็ก เอาไม้ เอากระจก เอาวัสดุต่างๆ มารวมกันเป็นบ้าน ตัวเราก็เหมือนกัน มันมีอาการ ๓๒ มาเป็นตัวเรา พระพุทธเจ้าจึงให้เอาผมออก หนังออก เล็บ เนื้อ เอ็น กระดูก แยกออกเป็นชิ้น เพื่อจะค้นหาตัวเราที่แท้จริงมันอยู่ที่ไหน ให้ภาวนาพิจารณามากๆ บ่อยๆ สลับกับทำจิตใจให้สงบ ทำไปเรื่อยๆ มันยังไม่เห็นก็ให้คิดเอาให้จินตนาการเอา ให้มันเห็นโดยคิดโดยปรุงโดยแต่งก่อน เราภาวนาอย่างนี้เป็นสิ่งที่ดี เป็นสิ่งที่ถูกต้อง เป็นการสร้างฐานของการประพฤติปฏิบัติ ต้องทำบ่อยๆ ทุกๆ วัน ให้มันแจ่มแจ้งขึ้น ถ้าเราไม่ทำ ปัญญามันไม่เกิด

พระพุทธเจ้าท่านให้เป็นภาคบังคับ ถ้าอุปัชฌาย์ใดให้การบรรพชาอุปสมบท ถ้าไม่ให้กรรมฐานในการพิจารณากายนี้ ท่านปรับอาบัติ ครูบาอาจารย์สายพระกรรมฐาน หลวงปู่มั่น ศิษย์หลวงปู่มั่น ท่านปฏิบัติอย่างนี้ ท่านเป็นพระอริยเจ้ากันเยอะ นี้ถือว่าเป็นหน้าที่ของเรา เป็นการเป็นงานของเรา ที่เรามุ่งหวังเป็นพระอริยเจ้า ขอให้เจริญมากๆ ปฏิบัติมากๆ ทำข้อวัตรปฏิบัติให้มันดีเยี่ยม ให้อ่อนน้อม ถ่อมตน รับเอาพระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามาดำเนินที่ประเสริฐ อย่าเป็นคนซบเซา หมกมุ่น ขี้เกียจ ขี้คร้าน ไม่ยอมประพฤติปฏิบัติตัวเอง ไม่ยอมพัฒนาตนเอง ถ้าเราเป็นคนขี้เกียจๆ ไม่เอาข้อวัตรปฏิบัติ ปัญญาของเราจะเกิดขึ้นไม่ได้ ให้เราตั้งอกตั้งใจ เพราะทุกท่านทุกคนก็มีความหวัง ญาติพี่น้อง วงศ์ตระกูล ก็มีความต้องการที่จะเห็นเราเป็นผู้ที่ประพฤติปฏิบัติตามพระธรรมคำสั่งสอนของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จะได้เป็นเนื้อนาบุญของโลก


จิรวฑฺฒโน ภิกขุ
(บันทึก)
๖/๖/๕๔


:b8: :b8: :b8: คัดลอกเนื้อหามาจาก ::
หนังสือ สมบัติของพ่อ
หลวงพ่อกัณหา สุขกาโม เล่มที่ ๑


:b44: รวมคำสอน “หลวงพ่อกัณหา สุขกาโม”
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=72&t=47448

:b44: ประมวลภาพ “หลวงพ่อกัณหา สุขกาโม”
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=38&t=37258


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 09 ต.ค. 2019, 10:40 
 
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ก.ย. 2012, 15:32
โพสต์: 1701


 ข้อมูลส่วนตัว


:b8: :b8: :b8:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 พ.ย. 2019, 09:49 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ธ.ค. 2008, 09:34
โพสต์: 1175


 ข้อมูลส่วนตัว


4Aขออนุโมทนาสาธุการค่ะ :b8: :b8: :b8:


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 3 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 4 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร