วันเวลาปัจจุบัน 17 พ.ย. 2019, 19:23  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


กฎการใช้บอร์ด


รวมกระทู้จากบอร์ดเก่า http://www.dhammajak.net/board/viewforum.php?f=2



กลับไปยังกระทู้  [ 2 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 03 ธ.ค. 2015, 08:19 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ก.ย. 2010, 20:29
โพสต์: 4894

แนวปฏิบัติ: พิจารณากาย
สิ่งที่ชื่นชอบ: มณีรัตน์,พระผู้เป็นดั่งผ้าขี้ร้วห่อทอง
อายุ: 34

 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ

หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ
วัดอรัญญบรรพต
อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย



ทางที่ดีจึงว่า คนเราได้เกิดเป็นมนุษย์ ได้มาพบพระพุทธศาสนา
บุญกุศลตกแต่งมาดีแล้วอย่างนี้นะ ควรพยายามละเว้นกรรมอันชั่วนั้นให้ได้
สิ่งใดที่พระศาสดาทรงห้ามไว้ ก็พยายามเว้นให้ได้เลย

ดังนี้ พยายามทำตั้งแต่การงานที่มันปราศจากโทษ
ปราศจากบาปกรรมเวรภัยต่างๆนั้น
เมื่อทำได้อย่างนี้ในปัจจุบันนี้ก็มีความสุข
แม้ว่าจะไม่ร่ำรวยเหมือนอย่างบุคคลอื่นที่ร่ำรวยกันมากๆก็ตาม
แต่เมื่อมานึกถึง "สุจริตธรรม" ที่ตนได้รักษามา
ตนได้กระทำบำเพ็ญมาแล้วอย่างนี้มันก็ได้รับความอุ่นใจ
เพราะว่า "ทรัพย์ภายใน คือ บุญและคุณ" อันนี้น่ะ
มันติดสอยห้อยตามคนเราไปทุกแห่งทุกหน

อำนวยความสุขให้ในภพในชาติที่เกิดนั้นๆ

ซึ่งไม่เหมือนอย่าง "ทรัพย์ภายนอก มีเงินทอง เป็นต้น"
ของเหล่านี้มันอำนวยผลให้ตนมีความสุขแต่ในปัจจุบันนี้เท่านั้นเอง
ทั้งอำนวยความทุกข์ให้ด้วย ไม่ใช่อำนวยแต่ความสุข

เช่น ถูกเขาจี้เขาปล้นเอา เขาทุบเขาตีเอาจนเสียองคะก็มีไปต่อสู้กับเขา
บางคนก็ถูกเขาฆ่าตายไม่ทันได้บริโภคสมบัติอันนั้นไปนมนานอะไรเลย
อันหมู่นี้ทรัพย์ภายนอกน่ะมันอำนวยทั้งความสุขอำนวยทั้งความทุกข์ให้
ผู้ไม่มีปัญญาก็ไม่คิดแหละ คิดเอาแต่ว่าได้เงินมาใช้มาจ่าย
มีความสุขสนุกสนานก็พอแล้ว ส่วนความทุกข์ภัยพิบัติต่างๆ
อันจะเกิดมีแก่ตนและผู้อื่นนั้นไม่คิดไม่คำนึงเลย

เพราะฉะนั้นคนเราถึงจมอยู่ในห้วงแห่งความทุกข์นี่แหละ
หนีจากทุกข์อันนี้ไปไม่ได้

ชีวิตที่บุคคลไม่เพียรพยายามละกรรมชั่ว ทำกรรมอันดีนี่
ส่วนมากก็มีแต่ตกต่ำเรื่อยไป มันเป็นอย่างนั้น ทางจะสูงขึ้นไม่มี
อันผู้ที่ละความชั่วได้ ทำความดีให้เกิดมีขึ้นในตนแล้ว
ใจผ่องใสสะอาดเพราะไม่มีบาปกรรมมาครอบงำ
เช่นนั้นบุคคลสามารถทำความดีให้สูงขึ้นไปได้เลย

ก็หมายความว่า "ให้ทาน" ก็ให้มายินดีพอใจในการให้การบริจาค
"ศีล" ก็ยินดีในการรักษาให้บริสุทธิ์อย่างนี้นะ
มาแล้วอย่างนี้มันก็มีโอกาสที่จะ "ภาวนาสมาธิ" ได้
สามารถที่จะทำกุศลคุณงามความดีให้สูงขึ้นไปได้เลย
เพราะการภาวนามันเป็นการบำเพ็ญบุญกุศลอย่างสูง
แต่ถ้าใครทำใจให้มัวหมองอยู่ด้วยบาปกิเลสต่างๆ หมู่นั้นน่ะ
ใจเศร้าหมองขุ่นมัวอยู่ด้วยกิเลสบาปอธรรมล่ะก็
ไม่สามารถที่จะมานั่งสมาธิภาวนาทำใจสงบได้ ให้คิดดู

ผู้ที่นั่งภาวนาทำใจให้สงบได้ ส่วนมากก็เป็นผู้ละบาปมาแล้ว
มีแต่บุญกุศลอยู่ในจิตใจนี้ เพราฉะนั้นน้อมใจ น้อมสติ
เข้าไปประคองจิตให้สงบอยู่ภายใน จิตก็สงบอยู่ได้
เมื่อจิตสงบอยู่ได้อย่างนี้ก็มีสติประคองจิตที่สงบนั้นแหละไว้

อย่าให้จิตมันวอกแวกไปทางอื่น อันนี้เรียกว่าเป็นวิธีที่สามนะวิธีฝึกจิตน่ะ
เมื่อจิตสงบลงไปแล้วหากว่า ไม่มีสติประคองไว้อย่างนี้นะ
จิตก็ถอนจากสมาธิแล้วก็ฟุ้งซ่านเลื่อนลอยไปในที่ต่างๆ
นั่นก็เมื่อใจฟุ้งซ่านเลื่อนลอยเช่นนั้นแล้วปัญญาก็เกิดขึ้นไม่ได้

มันเป็นอย่างนี้ เมื่อไม่มีปัญญาแล้วก็เอาตัวรอดจากทุกข์ไม่ได้
รู้เท่าสังขารนามรูปนี้ไม่ได้ ก็ไปสำคัญว่านามรูปนี้
เป็นตัวเป็นตนเป็นเราเป็นเขาไปอย่างนั้นแหละ



:b45: :b45:


ส่วนหนึ่งจากพระธรรมเทศนาหัวข้อ
“การฝึกจิตเพื่อชีวิตที่สูงขึ้น”



:: ประวัติ ปฏิปทาและคำสอน “หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ”
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=72&t=43689

.....................................................
"เกิดดับ..เกิดแล้วไม่ดับไม่มี"


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 ธ.ค. 2015, 09:59 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 8
สมาชิก ระดับ 8
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 พ.ค. 2009, 05:25
โพสต์: 621


 ข้อมูลส่วนตัว


Kiss


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 2 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 3 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร