วันเวลาปัจจุบัน 08 ธ.ค. 2019, 00:43  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


กฎการใช้บอร์ด


รวมกระทู้จากบอร์ดเก่า http://www.dhammajak.net/board/viewforum.php?f=2



กลับไปยังกระทู้  [ 4 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 22 พ.ย. 2015, 07:33 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ก.ย. 2010, 20:29
โพสต์: 4906

แนวปฏิบัติ: พิจารณากาย
สิ่งที่ชื่นชอบ: มณีรัตน์,พระผู้เป็นดั่งผ้าขี้ร้วห่อทอง
อายุ: 34

 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ

หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ
วัดอรัญญบรรพต
อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย



การเป็นนักบวชนี่ ถ้าหากว่าสละความอยาก
ความปรารถนาในหัวใจลงได้เป็นบางส่วนแล้วอย่างนี้
มันก็อยู่ประพฤติพรหมจรรย์นี้ได้เลย
ก็ไม่เดือดร้อนอะไรเลยเพราะว่า
สมณะนี่อาศัยแต่บริขารแปด เท่านี้ก็อยู่ได้

ไม่มีเงินไม่มีทองอะไรก็อยู่ได้ เจ็บป่วยลงไปโรงพยาบาล
โรงพยาบาลเขาก็ไม่เอาค่ารักษาเลยปานนั้นนะ
เขายกย่องพระพุทธศาสนารัฐบาลน่ะ

แล้วอย่างนี้ที่บุคคลประพฤติพรหมจรรย์ไม่ได้
ก็เพราะมันบรรเทา "ตัณหา" ในหัวใจไม่ได้เรื่องมันน่ะ
มันปล่อยให้ตัณหาครอบงำจิตใจอยู่อย่างนั้น
เพ่งไปในอดีต เพ่งไปในอนาคต อยู่อย่างนั้นแหละ...
โอ้ อนาคตต่อไปเราจะเป็นยังไงหนอ
เราจะไปหาเงินหาทองได้ยังไงหนอ
เราจะมีความสุขความทุกข์อย่างไรหนอ
วิตกวิจารณ์ไปก็เดือดร้อนไป
นั่นแหละผู้ที่จะประพฤติพรหมจรรย์ไปไม่ได้
ก็เพราะมันเพ่งไปอดีต เพ่งไปอนาคต

ในอดีตตนเคยสนุกสนานอย่างนั้นมาแล้วอย่างนี้
เมื่อนึกถึงความสนุกสนานในอดีตล่วงมาแล้ว
ก็มาดูปัจจุบันนี้ตนทำไม่ได้เพราะมีวินัยเป็นเครื่องบังคับไว้อยู่
ก็เดือดร้อนน่ะนั่นแหละผู้ที่จะประพฤติพรหมจรรย์ไปไม่ได้
เพราะมันส่งใจไปในอารมณ์ที่เป็น "อดีต"
ส่งใจไปในอารมณ์ที่เป็น "อนาคต"
มันไม่ได้กำหนดอยู่ใน "ปัจจุบัน"

ถ้าผู้ใดมากำหนดเอาปัจจุบันนี้เป็นหลัก
แล้วทิ้งอดีต อนาคตไปเลยอย่างนี้นะ
มันก็อยู่สบาย สบาย การปฏิบัติธรรมนี้นะ
ไม่ว่านักบวชหรือว่าคฤหัสถ์แหละ


อันคฤหัสถ์นี่อย่างว่านั่นแหละไม่ไหว
จะไม่ให้เพ่งไปก็ไม่ได้ แต่ผู้มี "สติสัมปชัญญะ"
ถึงแม้จะคิดอ่านการงานอะไรมันก็รู้เท่าทันไป
รู้เท่า คิดได้ สมหวังก็เอา ไม่ได้ก็แล้วไป
นี่เรียกว่า รู้เท่าความคิดความต้องการของตัวเอง

ถ้าไม่ทำความรู้เท่าไว้อย่างนี้แล้ว
เมื่อตนคิดอะไรอยากได้อะไรไป แสวงหาไป
ทำไปแล้วไม่ได้ตามใจหวังก็เดือดร้อนแล้ว ก็เป็นทุกข์
มันเป็นอย่างนั้นบุคคลผู้ตกเป็นทาสของตัณหาเนี่ย
ผู้ไม่ยอมตกเป็นทาสของตัณหาอย่างว่านั้น
มันก็เป็นอย่างว่านั่นแหละได้ก็เอา ไม่ได้ก็แล้วไป


ถ้าทำใจได้อย่างนี้ก็สบาย ใครจะอยู่ในฐานะอย่างใด
ก็พอสบายได้อยู่บ้าง นั่นแหละ
ยิ่งถ้าเป็นนักบวช
ก็ยิ่งต้องทำจิตใจให้เป็นปัจจุบันอย่างนี้อยู่เรื่อยไป
ไม่ต้องเพ่งไปในอดีต อนาคต อันประกอบไปด้วยตัณหา
ความทะเยอทะยานต่างๆ



:b45: :b45:


ส่วนหนึ่งจากพระธรรมเทศนาหัวข้อ
“ความทุกข์ในชีวิตมีมากมาย”



:: ประวัติ ปฏิปทาและคำสอน “หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ”
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=72&t=43689

.....................................................
"เกิดดับ..เกิดแล้วไม่ดับไม่มี"


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 02 ธ.ค. 2015, 12:59 
 
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ก.ย. 2012, 15:32
โพสต์: 1622


 ข้อมูลส่วนตัว


:b8: :b8: :b8:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 ธ.ค. 2015, 09:59 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 8
สมาชิก ระดับ 8
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 พ.ค. 2009, 05:25
โพสต์: 621


 ข้อมูลส่วนตัว


Kiss


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 31 มี.ค. 2016, 09:11 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 มิ.ย. 2009, 10:51
โพสต์: 2237


 ข้อมูลส่วนตัว


น้อมกราบองค์หลวงปู่เจ้าค่ะ
:b8: :b8: :b8:


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 4 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 2 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร