วันเวลาปัจจุบัน 19 พ.ย. 2019, 14:35  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


กฎการใช้บอร์ด


รวมกระทู้จากบอร์ดเก่า http://www.dhammajak.net/board/viewforum.php?f=2



กลับไปยังกระทู้  [ 2 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 16 ต.ค. 2015, 08:16 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ก.ย. 2010, 20:29
โพสต์: 4894

แนวปฏิบัติ: พิจารณากาย
สิ่งที่ชื่นชอบ: มณีรัตน์,พระผู้เป็นดั่งผ้าขี้ร้วห่อทอง
อายุ: 34

 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ

หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ
วัดอรัญญบรรพต
อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย



ลมหายใจเข้าออกนี้เป็นเส้นชีวิตโดยแท้
ชีวิตนี้ก็มีอยู่แค่ลมหายใจเข้าออกเท่านี้เองนะ

ถ้าลมหายใจเข้าออกนี้หยุดลงเมื่อใด
ชีวิตนี้ก็หมดความหมายเราก็เรียกกันว่า “คนตาย”
แต่ไม่ทราบเลยว่า ลมหายใจเข้าออกนี้มันจะหยุดลงเมื่อใด
เราก็ทราบไม่ได้ เพราะฉะนั้นเราต้องเตรียมตัวไว้เสมอๆ

แต่ว่าก่อนที่ลมหายใจมันจะหยุดลงนี้..นี่ล่ะสำคัญนะ
มันป่วนปั่นหวั่นไหว มันแปรปรวนกระทบกระทั่ง
กับดวงจิตนี้อย่างรุนแรงเลยทีเดียวล่ะสังขารร่างกายอันนี้น่ะ
ที่โบราณท่านว่า “ธาตุมันจะแตก นามมันจะดับ”
มันดิ้นรนกระวนกระวายสารพัด


บุคคลใดไม่มีสติควบคุมจิต ไม่เคยฝึกจิตใจมาแต่ก่อนแล้ว
ก็เลยไม่สามารถที่จะสำรวมจิตของตนให้ตั้งมั่นอยู่ได้เลย
จิตนี้ก็เลยหวั่นไหวไปตามทุกขเวทนาหมด ลืมเนื้อลืมตัว

ไม่ทราบว่าตนนั้นตั้งอยู่อย่างไร ไม่รู้เลย
ไม่รู้ว่าจิตใจของตนตั้งมั่นอยู่ในความดีได้หรือไม่
หรือมันไปเกาะไปข้องอยู่สิ่งใดก็รู้ไม่ได้เลย
นี่เป็นภัยอันร้ายแรงที่สุดเลยในชีวิตของคนเราน่ะ
ความที่ปล่อยจิตของตนให้หลงไป
ตามอำนาจแห่งสังขารทั้งหลายที่แปรปรวนไป

ต้องเตรียมตัวไว้เสมอ ผู้ใดไม่เตรียมตัวไว้ถึงเวลานั้นมาแล้ว
มันจะไม่มีกำลังใจที่จะมาต้านทานทุกขเวทนาต่างๆ ได้

มีแต่ลอยไปตามมันเท่านั้นแหละ
เหมือนอย่างบุคคลพายเรือทวนกระแสน้ำขึ้นไปเบื้องเหนือ
ถ้าคนไม่มีกำลังเรี่ยวแรงมากพอสมควร
ไม่สามารถที่จะพายเรือทวนกระแสน้ำขึ้นไปได้เลย
มีแต่มันไหลไปตามกระแสน้ำนั่นแหละ ฉันใดก็อย่างนั้นแหละ
คนเราถ้าหากว่ากำลังใจอ่อนแอแล้วอย่างนี้
มันย่อมไม่สามารถที่จะต้านทานต่อทุกขเวทนาต่างๆ ได้
ไม่สามารถที่จะต้านทานต่ออำนาจกิเลสตัณหา

ที่มันจะจูงใจให้ไปเกาะไปข้องอะไรต่ออะไรอยู่ในโลกนี้

เพราะฉะนั้นแหละให้พึงพากันเข้าใจ
นี่เพราะฉะนั้นการฝึกใจให้หนักแน่นให้ตั้งมั่นอยู่ในบุญในกุศล
ตั้งมั่นอยู่ในสติในปัญญานี้นะ จึงชื่อว่าเป็นหน้าที่ของเราทุกคน
ผู้ต้องการความสุขอันเป็นแก่นสาร ผู้เบื่อหน่ายต่อความทุกข์
เราจะต้องพยายามฝึกจิตใจนี้ให้หนักแน่น ให้มีที่พึ่งอันมั่นคงไว้
เมื่อเวลาความตายมาถึงเข้า จิตใจนี้ก็จะไม่ได้หลงไม่ได้ลืมตัว
มันจะไม่หวั่นไหวไปตามทุกขเวทนาต่างๆ นั้น มันจะนึกถึงความดีได้
นึกถึงคุณพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ได้ นึกถึงบุญกุศลที่ทำมาได้


เมื่อเราเคยรวบรวมบุญคุณเข้าไว้ในจิตใจนี้แต่เวลายังดีๆอยู่นี้
นับว่าเป็นความดีของเราทุกคนทีเดียวเพราะเมื่อเวลาเจ็บหนักลง
จวนจะตายมันก็จะนึกถึงบุญถึงคุณเหล่านั้นได้ บุญคุณเหล่านั้น
ก็จะเกิดขึ้นในจิตใจเป็นที่พึ่งของจิตได้อย่างมั่นคงในเวลาเช่นนั้น

นี่แสดงถึงตามบุคคลที่ยังไม่สามารถที่จะหลุดพ้นจากกิเลสตัณหาได้
จิตใจยังหลุดพ้นจากกิเลสตัณหาไม่ได้ มันต้องยึดเอาบุญเอาคุณเป็นที่พึ่งก่อน
เออ เป็นอย่างนั้น ถ้าบุคคลใดไม่มีบุญคุณนี้เป็นกำลังใจแล้ว
มันก็สู้อำนาจของกิเลสตตัณหาไม่ได้ หมายความว่าอย่างนั้น



:b46: :b46:


ส่วนหนึ่งจากพระธรรมเทศนาหัวข้อ “เตรียมพร้อมไว้เสมอ”


:: ประวัติ ปฏิปทาและคำสอน “หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ”
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=72&t=43689

.....................................................
"เกิดดับ..เกิดแล้วไม่ดับไม่มี"


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 08 พ.ย. 2015, 17:24 
 
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 ก.ย. 2013, 07:16
โพสต์: 1937

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


:b39: ขออนุโมทนา สาธุๆๆ ค่ะ
:b8: :b8: :b8:


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 2 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 6 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร