วันเวลาปัจจุบัน 13 พ.ย. 2019, 01:25  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


กฎการใช้บอร์ด


รวมกระทู้จากบอร์ดเก่า http://www.dhammajak.net/board/viewforum.php?f=2



กลับไปยังกระทู้  [ 7 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 28 เม.ย. 2015, 09:48 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ก.ย. 2010, 20:29
โพสต์: 4894

แนวปฏิบัติ: พิจารณากาย
สิ่งที่ชื่นชอบ: มณีรัตน์,พระผู้เป็นดั่งผ้าขี้ร้วห่อทอง
อายุ: 34

 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ

พระอาจารย์ลี ธัมมธโร
วัดอโศการาม
อ.เมือง จ.สมุทรปราการ


อบรมสมาธิตอนบ่าย วันที่ ๔ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๙๙

๑.) การนั่งภาวนานี้มีข้อสำคัญที่ต้องทำอยู่ ๓ ข้อ คือ

๑. ลมหายใจ ให้เป็นวัตถุที่ตั้งของจิต
๒. สติ คือ การนึกถึงคำภาวนา "พุท" หายใจเข้า "โธ" หายใจออก
๓. ทำจิตให้อยู่กับลมกับภาวนา ทำลมให้สบาย ทำจิตให้สบาย
อย่าสะกดลม สะกดจิต ทำจิตของตนให้เที่ยงตรง ไม่วอกแวก

นี่เป็นข้อที่เราควรจะต้องศึกษา แต่ไม่ใช่ศึกษาเพื่อ "รู้"
เป็นการศึกษาเพื่อ "ปฏิบัติ"
คือ ปฏิบัติให้รู้ความจริงในข้อที่เราต้องการ


:b47:

.....................................................
"เกิดดับ..เกิดแล้วไม่ดับไม่มี"


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 06 พ.ค. 2015, 12:47 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ก.ย. 2010, 20:29
โพสต์: 4894

แนวปฏิบัติ: พิจารณากาย
สิ่งที่ชื่นชอบ: มณีรัตน์,พระผู้เป็นดั่งผ้าขี้ร้วห่อทอง
อายุ: 34

 ข้อมูลส่วนตัว


๒.) การที่จะรักษาจิตให้บริสุทธิ์ได้นี้
ก็ต้องอาศัยการตัด "สัญญา" ไม่ให้ติดค้างหรือเกาะเกี่ยวอยู่ในใจ
เหมือนกับการรักษาผ้าขาวที่เราปูที่นอน คือ
เราจะต้องคอยระวังดูขี้ผงที่มันปลิวมาตกบนผ้า
หรือตัวสัตว์ ตัวแมลงต่างๆ เช่น มด และเรือดไร เป็นต้น
ที่จะมาอาศัยอยู่บนผ้าผืนนั้น


ถ้าพบเห็นขี้ผงก็ต้องยกผ้าขึ้นสลัดเลยหรือปัดฝุ่นละออง
ให้มันออกไปจากผ้าผืนนั้น ถ้าตรงไหนมีรอยเปื้อนก็รีบนำไปซักเสีย
อย่าปล่อยให้รอยเปื้อนมันติดอยู่นาน จะทำให้ติดผ้า ซักออกยาก
ถ้าเป็นสัตว์ก็เก็บทิ้งเสียเพราะมันอาจจะกัดให้เป็นผื่นคัน
หรือทำให้นอนไม่หลับด้วย เมื่อเราคอยรักษาความสะอาดอยู่เช่นนี้
ผ้าผืนนั้นก็ย่อมจะขาวบริสุทธิ์และใช้ปูนอนได้อย่างสบาย

ฝุ่นผงหรือตัวสัตว์แมลงเหล่านี้เปรียบด้วย "สัญญา"
ซึ่งเป็นตัวนิวรณ์ต่างๆ อันเป็นข้าศึกของใจ
การระวังรักษาจิตก็เช่นเดียวกัน ต้องคอยระวังอย่าให้สัญญาใดๆ
เข้ามาแอบแฝงเกาะกินใจได้ ต้องปัดทิ้งให้เกลี้ยง
จิตใจก็จะเกิดความสงบ ปราศจากความฟุ้งซ่าน

.....................................................
"เกิดดับ..เกิดแล้วไม่ดับไม่มี"


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 08 พ.ค. 2015, 08:13 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ก.ย. 2010, 20:29
โพสต์: 4894

แนวปฏิบัติ: พิจารณากาย
สิ่งที่ชื่นชอบ: มณีรัตน์,พระผู้เป็นดั่งผ้าขี้ร้วห่อทอง
อายุ: 34

 ข้อมูลส่วนตัว


๓.) ในขณะที่เรานั่งภาวนาอยู่นี้
ย่อมจะเกิดกุศลขึ้นถึง ๓ ทาง คือ


"กาย" เราก็ไม่ได้เบียดเบียนประทุษร้ายใคร
"วาจา" เราก็สงบไม่กล่าวร้ายต่อใคร
"ใจ" ของเราก็อยู่ในเจตนาที่ดี
คือ ระลึกถึงแต่ "พุทโธ" ทุกลมหายใจเข้าออก
ไม่ได้คิดชั่วทุจริตหรือโกรธเกลียดใคร
ดังนี้ "กาย วาจา ใจ" ของเราก็บริสุทธิ์
เกิดเป็นบุญเป็นกุศลขึ้นเพราะไม่ได้ทำบาปอันใด

การกำหนดนึกถึงลมหายใจด้วยการภาวนานี้
เหมือนกับได้วาดรูปภาพลงในแผ่นผ้าขาว
จิตธรรมดาของเรานั้นเปรียบเหมือนผ้าขาวเฉยๆ
ที่ไม่มีดอกมีดวงหรือลวดลายอะไรเลย
เมื่อเราทำจิตให้สูงขึ้นไปอีกก็ได้แก่ การวาด "มโนภาพ" ลงไป


คือ นึกขึ้นในองค์ภาวนาของเรา เช่น นึกพุทโธ เข้าไปนี้เรียกว่า มโนภาพ
เพราะแลไม่เห็นด้วยตาแต่เห็นด้วยการนึก ถ้าเรานึกก็เหมือนกับสีหรือน้ำหมึก
ที่ซึมซาบลงในแผ่นผ้า ถ้าไม่นึกหรือนึกเพียงตื้นๆ
ก็เท่ากับเส้นดินสอดำ มันไม่ติดแน่น อาจเปื้อนเปรอะเลอะเลือนได้

ต่อไปเราก็ขยายภาพนั้นอีกได้แก่ "วิจาร"

วิจารนี้เหมือนกับเรายืนอยู่ที่หน้าต่างบ้านของเรา
ใครเดินผ่านไปผ่านมาเราก็เห็นก็รู้ แต่เราไม่ทักทายเขา
ไม่เอี้ยวตัวเหลียวแลไปตามเขา ยืนนิ่งอยู่กับที่ตรงหน้าต่างแห่งเดียว
ถ้าเรามั่นคงอยู่เช่นนี้ก็เท่ากับภาพที่เขียนของเรานั้นวิจิตรดี


เมื่อภาพของเราวิจิตรดีแล้วก็จะต้องสังเกตอีกว่า
เวลาที่เราหายใจออกนั้น เรารู้สึกสบายดีหรือยัง
ถ้าสังเกตเห็นว่า สะดวกสบายดีก็ให้ตั้งอยู่อย่างนั้น
บางทีใจสบายแต่กายไม่ดีก็มี บางทีกายดีแต่ใจจุกจิกฟุ้งซ่านไม่สงบก็มี
บางทีกายก็มีความสงบระงับดีพอสมควร ส่วนใจก็ไม่วอกแวก มีความสงบระงับ
ดังนี้เมื่อเราสังเกตเห็นส่วนใดที่ไม่สะดวกสบาย ก็ควรแก้ไขเสีย
เหมือนชาวนาที่คอยระวังหัวคันนาของตนให้ดี
ต้องคอยเก็บหลักเก็บตอที่จะกางกั้นน้ำ
เรียกว่า "ปุญฺญกฺเขตฺตํ โลกสฺสาติ"
ถ้าเห็นสิ่งใดไม่ดี เราก็ควรปราบปรามมันเสีย


ลมที่หายใจเข้าออกนี้ เราจะต้องตั้งข้อสังเกตดูว่า
ถ้าหายใจเข้าช้าเกินไปหรือเร็วเกินไป ทำให้ไม่ดีหรือเหนื่อย
ก็เปลี่ยนทางหายใจเสียใหม่ เหมือนกับพวกเราพากันคราดหรือไถบนพื้นที่นา
เมื่อก้อนดินใหญ่ๆกระจายไปทั่วแล้ว แผ่นดินก็จะราบ
เมื่อร่างกายราบรื่นเช่นนี้ ก็ควรรักษาไว้ให้ดี แล้วจิตก็จะราบรื่นตาม
เพราะจิตอาศัยอยู่ในกาย ดวงจิตของเราก็จะได้อาศัยอยู่ในที่สบาย
มันจะดีบางส่วน หรือดีทุกส่วน เราก็รู้

.....................................................
"เกิดดับ..เกิดแล้วไม่ดับไม่มี"


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 15 พ.ค. 2015, 07:56 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ก.ย. 2010, 20:29
โพสต์: 4894

แนวปฏิบัติ: พิจารณากาย
สิ่งที่ชื่นชอบ: มณีรัตน์,พระผู้เป็นดั่งผ้าขี้ร้วห่อทอง
อายุ: 34

 ข้อมูลส่วนตัว


๔.) การสร้างกุศลให้มีขึ้นในดวงจิตดวงใจเช่นนี้ก็เท่ากับเราเป็นคนมีทรัพย์
และเมื่อมีทรัพย์ก็จะต้องมีสิ่งรบกวนเหมือนต้นไม้ที่มีดอกสวยงาม
ก็มักมีบุ้งหนอนหรือแมลงต่างๆ มารบกวนเพราะดอกของมันมีกลิ่นหอม

จิตของเราก็เหมือนกัน..เมื่อมีพุทธคุณ ธรรมคุณและสังฆคุณเกิดขึ้น
ก็จะต้องมีเครื่องทำลายรบกวน คือ "นิวรณ์" หรือ "นิมิต"
เหมือนดอกไม้ที่มีแมลงมาตอม ดอกของมันก็จะต้องร่วงหล่น
เมื่อดอกร่วงหล่นเสียแล้ว ผลของมันก็ไม่สามารถเกิดขึ้นได้
จิตของเราก็เช่นเดียวกัน อย่าให้ความดีร่วงหล่นไปตามนิวรณ์

จึงต้องคอยระวังจิตให้ตั้งเฉยอยู่ในตัวของเราเอง
จนรู้สึกว่าไม่มีสิ่งอะไรมารบกวนหรือทำลาย
จิตก็จะเหมือนกับช่อมะม่วงที่ถูกละอองฝนหล่อเลี้ยง
ไม่ช้าก็จะมีผลตามมาแล้วเราก็เก็บผลกินสบาย

.....................................................
"เกิดดับ..เกิดแล้วไม่ดับไม่มี"


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 19 พ.ค. 2015, 08:31 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ก.ย. 2010, 20:29
โพสต์: 4894

แนวปฏิบัติ: พิจารณากาย
สิ่งที่ชื่นชอบ: มณีรัตน์,พระผู้เป็นดั่งผ้าขี้ร้วห่อทอง
อายุ: 34

 ข้อมูลส่วนตัว


๕.) ตาม "สติปัฏฐานสูตร" ท่านว่า คนที่ลืมหรือเผลอนั้น
เปรียบเหมือน "คนตาย" คือ สลบไปชั่วขณะ ถ้าเผลอนานก็สลบนาน
ฉะนั้นถ้าเรารู้สึกตัวว่าเผลอต้องรีบแก้ คือ ตั้งสติเสียใหม่
บางคนเผลอก็รู้ตัวว่าเผลอก็ยังดี
บางคนเผลอไปก็ไม่รู้ มาก็ไม่รู้ อย่างนี้ใช้ไม่ได้


ตามศัพท์บาลีก็ว่า

"ปมาโท มจฺจุโน ปทํ"
ความประมาทเป็นทางแห่งความตาย


เพราะความประมาทเป็นรากเหง้าของอกุศล
เรียกว่า "อกุศลมูล" คือ ตัวโมหะ
เมื่อโมหะเกิดขึ้นแล้วก็ย่อมเป็นทางเข้าแห่งบาปทั้งหลาย

ฉะนั้นเราจะต้องรีบถอนรากถอนโคนของมันทิ้งเสียก่อน
อย่าทันให้มันออกกิ่งก้านสาขาใหญ่โตออกไป

เพราะความเผลอนั้นเมื่อเกิดขึ้นแล้ว
ก็ทำให้คิดไปเป็นเรื่องราวต่างๆ ได้หลายอย่าง
ความเผลอย่อมทำให้กิจการงานสำเร็จได้ยาก

อย่าว่าแต่เราจะทำงานเพียงแค่นั่งดูลมหายใจอย่างนี้เลย
ถึงจะเขียนจดหมายสัก ๑ ฉบับก็ไม่สำเร็จ
ดังนั้นจึงต้องระวังรักษาสติไว้ให้มาก
อย่าปล่อยให้เผลอหรือลืมตัวได้


๖.) หายใจลงไปถึงคอหอยแล้ว
ให้กระจายออกไปทางข้างซ้ายข้างขวา

ผ่านปอด แล้วก็ถึงหัวใจ แล้วลงไปสู่ส่วนกลาง
เหมือนกับเรือยนต์ที่แล่นไปในน้ำเป็นปีก ๒ ข้าง
แหวกโปร่งโล่งไปโดยตลอด

๗.) ถ้าใจยังไม่นิ่ง ให้มองดูแต่ลมเข้า ลมออกอย่างเดียว
ไม่ต้องไปดูว่าดีหรือไม่ดี จะทำให้ใจวอกแวกไป

เหมือนชาวสวนถางหญ้าไว้มากนัก ปลูกไม่ทัน หญ้าก็จะขึ้นมาอีก
ให้ถางเฉพาะตรงที่ที่จะทำการเพาะปลูกนั้นเสียก่อนจึงจะได้ผล


:b44: :b44:

คัดลอกจาก
หนังสือแนวทางปฏิบัติ วิปัสสนา-กัมมัฏฐาน เล่ม ๒
พระอาจารย์ลี ธัมมธโร. มกราคม, ๒๕๕๓. หน้า ๘๑-๘๖


:b50: :b50: รวมคำสอน “ท่านพ่อลี ธมฺมธโร”
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=72&t=38679

:b50: :b50: ประวัติและปฏิปทา “ท่านพ่อลี ธมฺมธโร”
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=13&t=21381

.....................................................
"เกิดดับ..เกิดแล้วไม่ดับไม่มี"


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 08 ม.ค. 2016, 14:42 
 
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ก.ย. 2012, 15:32
โพสต์: 1622


 ข้อมูลส่วนตัว


:b8: :b8: :b8:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 28 ต.ค. 2019, 07:20 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 มิ.ย. 2009, 10:51
โพสต์: 2206


 ข้อมูลส่วนตัว


:b8: :b8: :b8: :b20:


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 7 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 4 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร