วันเวลาปัจจุบัน 20 ต.ค. 2020, 06:31  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


กฎการใช้บอร์ด


รวมกระทู้จากบอร์ดเก่า http://www.dhammajak.net/board/viewforum.php?f=2



กลับไปยังกระทู้  [ 42 โพสต์ ]  ไปที่หน้า 1, 2, 3  ต่อไป  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 28 เม.ย. 2012, 18:16 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 เม.ย. 2012, 12:50
โพสต์: 40


 ข้อมูลส่วนตัว


รบกวนท่านผู้รู้แนะนำวิธีนั่งสมาธิให้มีสติหน่อยค่ะ เพราะนั่งสมาธิแต่ยังรู้สึกว่า ใจลอยๆ ยังฟุ้งซ่านอยู่นะค่ะ ขอขอบพระคุณล่วงหน้าเลยนะค่ะ tongue


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 29 เม.ย. 2012, 02:41 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 เม.ย. 2010, 08:10
โพสต์: 2812

แนวปฏิบัติ: ขันธ์5ด้วยการสังเกตุ รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ และอินทรีย์22
สิ่งที่ชื่นชอบ: พระสุตตันตปิฎก
อายุ: 0
ที่อยู่: ระยอง อุบลราชธานี

 ข้อมูลส่วนตัว


อานาปาณสติ คือกำหนดรู้ลมหายใจเข้าออกครับ มีอานิสงค์มาก นอกจากจะมีสติจดจ่ออยู่กับที่ ยังกำหนดรู้เวทนาของขันธ์5ได้ดีหรือกล่าวว่า รู้ความอึดอัดไว คือหายใจเข้าออกไม่ถึงนาทีจะรู้ถึงความอึดอัดมากๆ นั่นคือรู้นามครับ หากเห็นแล้วถือได้ว่าเริ่มกำหนดเห็นขันธ์5ตามความเป็นจริงแล้ว ไม่ต้องตกใจว่าทำไมใจไม่สงบ ทำไมไม่เป็นสมาธิเหมือนคนอื่นๆ ทำไมใจเต้นแรง เพราะนี่คือธรรมที่ก่อเป็นความรู้ ลองดูครับ ได้ทั้งสติ ได้ทั้งปัญญา
หากคล่องแล้ว ก็สามารถกำหนดรู้สังขารต่อไป และจะรู้ความหมายของวิญญาณต่อไปตามลำดับครับ จนเข้าระดับปัญญาคือพิจารณาลงทุกขัง อนิจจัง อนัตตา

.....................................................
อย่าท้อถอยต่อการปฏิบัติ อย่าปล่อยให้ความขุ่นเคืองเข้าแทรก สร้างพลังด้วยคำสอนของพระพุทธเจ้า รำลึกและตอบแทนพระคุณมารดา และบิดา มองโลกด้วยใจเป็นกลาง ระลึกเสมอว่าเรายังด้อยปัญญาหากยังไม่ได้ปัญญา


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 29 เม.ย. 2012, 16:41 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 เม.ย. 2012, 12:50
โพสต์: 40


 ข้อมูลส่วนตัว


ขอบคุณมากนะค่ะ คุณstudent กับคำแนะนำดีๆ smiley


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 30 เม.ย. 2012, 13:05 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 02 ส.ค. 2011, 15:12
โพสต์: 191


 ข้อมูลส่วนตัว


jiraporn thong เขียน:
รบกวนท่านผู้รู้แนะนำวิธีนั่งสมาธิให้มีสติหน่อยค่ะ เพราะนั่งสมาธิแต่ยังรู้สึกว่า ใจลอยๆ ยังฟุ้งซ่านอยู่นะค่ะ ขอขอบพระคุณล่วงหน้าเลยนะค่ะ tongue

สมาธิ ถ้าจะทำเฉพาะแต่อิริยาบถนั่งอย่างเดียว ก็คงจะเป็นเพียงความสงบชั่วคราว เพราะโดยธรรมชาติมนุษย์จะนั่งอย่างเดียวก็เป็นเรื่องที่ยากอยู่ ทั้งยังจะเป็นเรื่องที่ไม่ทันจะได้ทำอะไรเพื่อประโยชน์ตนและประโยชน์ผู้อื่น แต่การฝึกขัดเกลาเบื้องต้นนั้นอาจจะใช้อิริยาบถเดียวก่อนด้วยความเพียรยิ่ง ประกอบความตั้งใจอันแน่วแน่ต่อการกระทำที่จะให้สำเร็จผลอันเป็นธรรมที่ท่านเรียกว่า อิทธิบาท เป็นธรรมวิธีในการฝึกสมาธิเบื้องต้นอีกส่วนหนึ่งได้ สมาธิที่จะทำให้เกิดความสงบ ทรงสมาธิได้ดี ก็เกิดมีด้วยความเป็นผู้มีใจดีก่อน ใจดีด้วยความมีกุศลในใจ ไม่ทำบาปทั้งปวง ทาง กาย วาจา ใจ อันท่านเรียกว่า ความเป็นผู้มีศีล ปกติดี มีความปกติดี เมื่อระลึกอยู่ถึงความเป็นกุศลที่เกิดมีขึ้นแก่ตน จึงเป็นความดีใจ ดีใจกับกุศลความดีนั้น ความระลึกอยู่กับกุศลนั้น ก็จะน้อมนำใจให้อยู่กับอารมณ์ธรรมอย่าใดอย่างหนึ่ง ในที่นี้ หมายความถึง ความดีใจในกุศลความดีนั้น เมื่อระลึกอยู่อย่างนี้เป็นอาจิณ อารมณ์อันเป็นอกุศลความชั่วก็จะลดน้อยถอยลง การทำสมาธิให้ยิ่งขึ้นไปอีกก็จะเป็นเรื่องที่ไม่ยากสำหรับผู้นั้น ทำความเพียรเพ่งพิจารณาไปตามอารมณ์ธรรมเมื่อใด ก็ย่อมจะเกิดปีติสุข ถึงความสงบระงับอันเป็นสมถภาวนาได้
ฉะนั้น ผู้ทำสมาธิควรทำแต่ความดี ไม่ทำความชั่ว ชำระจิตใจตนให้ปกติจนถึงบริสุทธิ์เสมอ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 30 เม.ย. 2012, 16:45 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33853

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


jiraporn thong เขียน:
รบกวนท่านผู้รู้แนะนำวิธีนั่งสมาธิให้มีสติหน่อยค่ะ เพราะนั่งสมาธิแต่ยังรู้สึกว่า ใจลอยๆ ยังฟุ้งซ่านอยู่นะค่ะ



จขกท. ฝึกมานานหรือยังครับแล้วใช้วิธีฝึกยังไง รูปแบบใด

.....................................................
https://dhammachati.blogspot.com/


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 30 เม.ย. 2012, 18:15 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 เม.ย. 2012, 12:50
โพสต์: 40


 ข้อมูลส่วนตัว


ขอบคุณมากนะคะ คุณworld2/2554กับคำแนะนำดีๆค่ะ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 30 เม.ย. 2012, 18:21 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 เม.ย. 2012, 12:50
โพสต์: 40


 ข้อมูลส่วนตัว


ฝึกมาสักพักแล้วค่ะ ฝึกแบบกำหนดท้องพ่อง ท้องยุบค่ะคุณกรัชกาย เคยลองฝึกแบบกำหนดลมหายใจแล้วรู้สึกอึดอัดก็เลิกไปพักนึง เมื่อประมาณปี54 ไปบวชเนกขัมมะที่วัดใหญ่ชัยมงคล ที่อยุธยาแล้วพระอาจารย์ท่านให้ฝึกแบบท้องพ่อง ท้องยุบก็เลยฝึกแบบนั้นมาเรื่อยๆนะค่ะ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 30 เม.ย. 2012, 19:36 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33853

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ครับ ^

jiraporn thong เขียน:
รบกวนท่านผู้รู้แนะนำวิธีนั่งสมาธิให้มีสติหน่อยค่ะ เพราะนั่งสมาธิแต่ยังรู้สึกว่า ใจลอยๆ ยังฟุ้งซ่านอยู่นะค่ะ


การฝึกจิต (หรือนามธรรม) หรือจะเรียกว่าอะไรสุดแล้วแต่ ต้องอาศัยเวลา และความอดทนมากทีเดียว คือ จะต้องค่อยๆฝึกค่อยๆปฏิบัติไป และในทุกอิริยาบถใหญ่-น้อย คือ ยืน เดิน นั่ง นอน กิน ดื่ม ทำ คิด...ใช้เป็นอุปกรณ์สำหรับฝึกได้ทั้งสิ้น


แต่เมื่อใช้อิริยาบถนั่ง กำหนดท้องพอง ท้องยุบเป็นอารมณ์ ก็เกาะจับท้องพองท้องยุบนั่น พองเป็นพอง -ยุบเป็นยุบ

แต่เมื่อจิตแวบฟุ้งออกนอกท้องพอง-ยุบ (วางพอง-ยุบไว้ชั่วขณะ) พึงจับความคิดที่ฟุ้งนั่นกำหนดรู้ตามที่ที่มันเป็น เช่น ฟุ้งซ่านหนอๆๆๆ เมื่อกำหนดตามที่มันเป็นแล้ว พึงจับอาการท้องพอง-ยุบ พองหนอ ยุบหนอต่อไป

เมื่อคิดฟุ้งอีก หรือรู้สึกยังไง เป็นยังไง ก็กำหนดรู้ตามนั้นอีก กำหนดแล้ว มาเกาะจับพองยุบไปอีก ดังนี้เป็นต้น

.....................................................
https://dhammachati.blogspot.com/


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 30 เม.ย. 2012, 19:44 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33853

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ยามใช้ชีวิตประจำวัน จะทำงานอะไรก็ตาม ก็พึงเกาะจับงานที่ทำนั้นๆคือให้จิตใจอยู่กับงานเฉพาะหน้านั้นๆ เช่น ขณะกวาดบ้าน ...ถูบ้าน ...ซักผ้า ...อาบน้ำ ...ทานอาหาร ...อ่าน-เขียน-พิมพ์หนังสือ...ใช้งานเหล่านี้เป็นที่ฝึกสติสัมปชัญญะฝึกสมาธิได้ทั้งนั้น กำหนดชัดๆ แต่ก็ค่อยๆฝึกไปทำไป

ที่ว่าจิตใจลอยๆ ฟุ้งซ่าน เพราะกำหนดอารมณ์ไม่ชัดจึงขาดน้ำหนัก :b1:

.....................................................
https://dhammachati.blogspot.com/


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 30 เม.ย. 2012, 20:21 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 เม.ย. 2012, 12:50
โพสต์: 40


 ข้อมูลส่วนตัว


ขอบคุณสำหรับคำแนะนำดีๆนะค่ะ คุณกรัชกาย


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 02 พ.ค. 2012, 02:32 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 5
สมาชิก ระดับ 5
ลงทะเบียนเมื่อ: 08 เม.ย. 2011, 01:57
โพสต์: 324

แนวปฏิบัติ: อริยสัจ4
อายุ: 27
ที่อยู่: USA

 ข้อมูลส่วนตัว


สวัสดีครับ ถือว่าพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันนะครับ

ฟุ้งซ่าน เท่าที่ผมเคยสังเกตกับตัวเองดู เกิดจากหลายสาเหตุ

1. กรณีใช้ลมหายใจเป็นอารมณ์ (อานาปาณสติ) ตอนปลายลมหายใจเข้ากำลังจะหายใจออก หรือตอนปลายลมหายใจออกกำลังจะหายใจเข้า เป็นช่วงที่ลมอ่อน จับความรู้สึกลมกระทบกายได้ยาก หรือถ้าดูท้องพองยุบอย่างเดียวแล้วเพลิน ก็จะเกิดอาการสติหลุด ปรุงความคิดมากมายขึ้นมา หากเป็นอย่างนี้ ลองใช้คำภาวนาควบคู่ไปด้วย เช่นว่าพุธยาวๆเท่าลมหายใจเข้า โธยาวๆเท่าลมหายใจออกช่วยลดฟุ้งซ่านได้ หรือถ้าฟุ้งไม่มาก เอาสติดูไปที่ความคิดความฟุ้งซ่านที่เกิดขึ้น ก็พอหยุดฟุ้งซ่านได้เหมือนกัน

2. มีความอยากสงบ นั่งไป10นาทีก็แล้ว 20นาทีก็แล้ว ไม่สงบเสียที อันนี้ถ้ากำหนดรู้ว่าตัวเองมีความอยากสงบ ดูความอยากไปเรื่อยๆจนเลิกอยากแล้วก็จะกลับมาสงบได้เอง หรือถ้าอยากมาก ฟุ้งมาก ยิ่งดูความอยากยิ่งฟุ้ง ก็ถามตัวเองว่าเราปฎิบัติจะเอาอะไร เอารู้หรือเอาอยาก เมื่อเริ่มมีสติแล้วก็กลับไปกำหนดดูอารมณ์หลัก หรือดูความอยากต่อไป

เริ่มแรกควรหาให้เจอก่อนว่า แบบไหนเรียกว่ารู้สึกตัวอยู่ มีสติอยู่ แบบไหนเรียกว่าเผลอไป เพลินไป

เมื่อเริ่มชำนาญขึ้นแล้ว ถ้าฝึกสมาธิเพื่อจะฝึกสติเป็นหลัก (คือไม่ได้หวังจะเอาฌานเป็นหลัก) ไม่ว่าสงบไม่สงบ อยากไม่อยาก มีกิเลสไม่มีกิเลส จิตเป็นกุศลหรืออกุศล เรามีสติได้ทุกช่วงเลยครับ เพียงแค่รู้ไปให้หมด จิตดีจิตไม่ดี มีคิดไม่มีคิด สงบไม่สงบ ตามสติปัฎฐานสูตร หมวดจิตตานุปัสนา ก็มีกล่าวไว้แบบนี้เหมือนกัน คือให้รู้ให้หมดอย่าเลือกว่าตัวเองต้องมีแต่ของดี ของเสียๆร้ายๆเราจะซุกซ่อนไว้ไม่ยอมดู แบบนั้นไม่ใช่สติแบบที่เป็นกลางครับ เพราะแบบนี้เราไปบังคับมันไว้ แล้วอย่างนี้จะเห็นความเป็นอนัตตาหรือความบังคับบัญชาไม่ได้ของอารมณ์ต่างๆได้อย่างไร

จำได้ว่าเคยอ่านคำสอนของครูบาอาจารย์ท่านหนึ่ง (จำไม่ได้ว่าท่านไหน) ท่านบอกว่าฝึกจิต ให้ทำตัวให้เหมือนแมงมุม กางใยไปให้ทั่วทวารทั้ง 6 อะไรผ่านเข้ามา จะดีจะร้ายก็ตาม จงจับกินให้หมด (ข้อความไม่เหมือนเป๊ะ ใจความอาจคลาดเคลื่อนไปบ้าง โปรดระมัดระวังพิจารณา)

.....................................................
ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นคือความจริง การฝืนความจริงทำให้เกิดทุกข์ การเห็นและยอมตามความจริงทำให้หายทุกข์

คนที่รู้ธรรมะ มักจะชอบเอาชนะผู้อื่น แต่คนเข้าใจธรรมะ มักจะเอาชนะใจตนเอง

สัพเพ ธัมมา อะนัตตาติ ยะทา ปัญญายะ ปัสสะติ
เมื่อใดบุคคลเห็นด้วยปัญญาว่า, ธรรมทั้งปวงเป็นอนัตตา

อะถะ นิพพินทะติ ทุกเข เอสะ มัคโค วิสุทธิยา
เมื่อนั้น ย่อมเหนื่อยหน่ายในสิ่งที่เป็นทุกข์ ที่ตนหลง,
นั่นแหละเป็นทางแห่งพระนิพพานอันเป็นธรรมหมดจด

.....ติลักขณาทิคาถา.....


แก้ไขล่าสุดโดย คนธรรมดาๆ เมื่อ 02 พ.ค. 2012, 22:46, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 02 พ.ค. 2012, 21:19 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 เม.ย. 2012, 12:50
โพสต์: 40


 ข้อมูลส่วนตัว


ตอนกำลังกำหนดท้องพ่อง ท้องยุบ มีบางหลายครั้งเลยค่ะที่สติหลุดไปคิดโน่น คิดนี่อยู่บ่อยๆ พอกำหนดคิดหนอก็หาย และก็กลับมาฟุ้งซ่านเหมือนเดิม เป็นๆหายๆอยู่อย่างนี้มาตลอดเลยค่ะ

ขอบคุณคุณคนธรรมดาๆมากๆเลยนะค่ะสำหรับคำแนะนำดีๆ smiley


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 02 พ.ค. 2012, 23:00 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 5
สมาชิก ระดับ 5
ลงทะเบียนเมื่อ: 08 เม.ย. 2011, 01:57
โพสต์: 324

แนวปฏิบัติ: อริยสัจ4
อายุ: 27
ที่อยู่: USA

 ข้อมูลส่วนตัว


นี่ละครับ ผมก็เป็นอย่างนี้ละ สิ่งที่ผมทำต่อไปนะครับ คือผมจะดูไปเรื่อยๆ และเฝ้าสังเกต หรือถามตัวเองด้วยว่า

1. นี่เราเป็นคนเริ่มสร้างความคิด หรือความคิดเขาเกิดขึ้นมาเอง
2. นี่เราเป็นคนหยุดความคิด หรือความคิดเขาหยุดไปเอง
3. ความคิดแบบที่เราตั้งใจน้อมใจไปให้เกิดขึ้นให้ความรู้สึกอย่างไร ความคิดแบบที่เกิดขึ้นเองให้ความรู้สึกอย่างไร
4. ถ้าความคิดเกิดขึ้นมาเอง และหยุดไปเอง แล้วที่เราเอาแต่พยายามทำให้เขาเป็นไปตามใจอยู่ทุกวี่ทุกวันมันควรทำหรือไม่ควรทำ

อารมณ์อื่นๆ ผมก็ดูแบบนี้ครับ

ขอให้เจริญในธรรมยิ่งๆขึ้นไปครับ

.....................................................
ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นคือความจริง การฝืนความจริงทำให้เกิดทุกข์ การเห็นและยอมตามความจริงทำให้หายทุกข์

คนที่รู้ธรรมะ มักจะชอบเอาชนะผู้อื่น แต่คนเข้าใจธรรมะ มักจะเอาชนะใจตนเอง

สัพเพ ธัมมา อะนัตตาติ ยะทา ปัญญายะ ปัสสะติ
เมื่อใดบุคคลเห็นด้วยปัญญาว่า, ธรรมทั้งปวงเป็นอนัตตา

อะถะ นิพพินทะติ ทุกเข เอสะ มัคโค วิสุทธิยา
เมื่อนั้น ย่อมเหนื่อยหน่ายในสิ่งที่เป็นทุกข์ ที่ตนหลง,
นั่นแหละเป็นทางแห่งพระนิพพานอันเป็นธรรมหมดจด

.....ติลักขณาทิคาถา.....


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 03 พ.ค. 2012, 17:16 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 เม.ย. 2012, 12:50
โพสต์: 40


 ข้อมูลส่วนตัว


อนุโมทนาสาธุค่ะ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 03 พ.ค. 2012, 20:29 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33853

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


jiraporn thong เขียน:
ตอนกำลังกำหนดท้องพ่อง ท้องยุบ มีบางหลายครั้งเลยค่ะที่สติหลุดไปคิดโน่น คิดนี่อยู่บ่อยๆ พอกำหนดคิดหนอก็หาย และก็กลับมาฟุ้งซ่านเหมือนเดิม เป็นๆหายๆอยู่อย่างนี้มาตลอดเลยค่ะ


ทำอย่าง่นั้นถูกแล้วครับ กำหนดทุกๆครั้งทุกๆขณะ ที่รู้สึกตัวว่าจิตแวบไปแวบมา

เพราะสติสัมปชัญญะยังตามความคิดไม่ทัน สมาธิยังอ่อน ก็อย่างว่าแหละ

เหมือนเคยพูดแล้วว่า การฝึกฝนอบรมจิตเนี่ยจะต้องอาศัยความอดทน ตามรู้ดูทันมันเรื่อยๆ เหมือนฝึกลิงหรือสัตว์พาหนะครับ


.....................................................
https://dhammachati.blogspot.com/


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 42 โพสต์ ]  ไปที่หน้า 1, 2, 3  ต่อไป

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 4 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร