วันเวลาปัจจุบัน 03 ธ.ค. 2020, 13:58  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


กฎการใช้บอร์ด


รวมกระทู้จากบอร์ดเก่า http://www.dhammajak.net/board/viewforum.php?f=2



กลับไปยังกระทู้  [ 42 โพสต์ ]  ไปที่หน้า 1, 2, 3  ต่อไป  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 13 มิ.ย. 2010, 05:53 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 5
สมาชิก ระดับ 5
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ก.พ. 2009, 05:07
โพสต์: 372


 ข้อมูลส่วนตัว


การฝึกอภิญญา ตอนที่ ๑
http://www.palungjit.com/smati/apinya6/apinya1.htm

สำหรับในตอนนี้ขอนำเรื่องของ " อภิญญาหก " มาแนะนำแก่บรรดาท่านพุทธบริษัท คือว่า ทุกคนเวลานี้เป็นการเตรียมตัวเพื่ออภิญญาหก " มโนมยิทธิ " นี่เขาถือว่าเตรียมตัวเพื่ออภิญญาหก เหมือนกับนักเรียนเตรียมเข้ามหาวิทยาลัย เตรียมตัวไว้ก่อนซ้อมไว้



อภิญญาหกจริง ๆ บรรดาท่านพุทธบริษัท อาจจะทำได้จนเป็นสาธารณะ ต่อเมื่อถึง " พ.ศ. ๒๕๔๓ "



ตอนนั้นถ้าคนไม่ขี้เกียจ จะสามารถทำอภิญญาหกได้ เวลานี้จะได้เป็นบุคคลบางคน อย่างนักเรียนที่โรงเรียนสวนกุหลาบ เวลานี้เธอสามารถใช้กำลังอภิญญาหกได้บางส่วน คือ ไปไหนก็ไปทั้งตัว จะไปนรก ไปสวรรค์ ไปพรหมโลก ก็ยกตัวร่างกายไปเลย แต่ว่ากำลังของอภิญญาหกจริง ๆ ยังใช้หมดไม่ได้ ใช้ได้เฉพาะไปแค่รู้

เพราะกำลังจริง ๆ จะเข้ามาถึง " พ.ศ. ๒๕๔๓ " ถ้าถึง " พ.ศ. ๒๕๔๕ อันนี้เป็นสาธารณะจริง ๆ

สำหรับอภิญญาหก บรรดาท่านพุทธบริษัท ก็เราก็ไปกันอย่างที่เราฝึกนี่แหละ! เราสามารถแสดงฤทธิ์แสดงเดชได้ ต้องการจะทำอะไร แค่นึกมันก็เกิดขึ้นทันที ถ้าเราเป็นคนแก่ อยากจะให้คนอื่นเห็นเป็นคนหนุ่มสาว นึกว่าให้เห็นอย่างคนขนาดนั้น อายุแบบนั้น รูปร่างแบบนี้มันก็เป็นทันที เอากันแค่นึก .


-----------------------------------------------------------------

มีเรื่องเล่าสืบต่อกันมา ว่า ตั้งแต่ปี ๒๕๔๓ คนจะมีอภิญญา ได้วิชา มโนมยิทธิ มากขึ้น


ใครที่ได้อิทธิ ที่ว่า จะช่วยเปิดเผยตนเองได้ไหมครับ

ส่วนคุณหลับอยู่ นี้ผมไม่แน่ใจว่า สำเร็จวิชานี้หรือยัง ?

.....................................................
สมถะ (ฌาน, สมาธิ) ที่เป็นบาทของวิปัสสนา
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=2&t=21049

ผู้บรรลุธรรม จากสมถะ มีจำนวนน้อยกว่าผู้ไม่มี
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=2&t=21062

การเจริญสติปัฏฐานหมวดพิจารณาอิริยาบถ ๔ จากพระไตรปิฏก อรรถกถา
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=2&t=29201

ควรศึกษาอัตตโนมติ ของท่านพุทธทาสหรือไม่ ?
http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?t=17187


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 13 มิ.ย. 2010, 06:01 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 5
สมาชิก ระดับ 5
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ก.พ. 2009, 05:07
โพสต์: 372


 ข้อมูลส่วนตัว


http://www.larnbuddhism.com/grammathan/mano/naenam.html

ตอนนี้ภาพที่เรามองไม่เห็นจะมีความรู้สึกว่ามีเห็นเป็นผู้หญิงผู้ชายนั่นแหละ มันไม่ปรากฏภาพมาก่อน แต่ความรู้สึกจะเกิดขึ้นกับใจ เมื่อจิตเริ่มเป็นฌานภาพจึงปรากฏขึ้นกับใจ
หลังจากนั้นไปครูเขาจะแนะนำในการตัดขันธ์ ๕ การตัดขันธ์ ๕ มีความสำคัญมาก คือเอาจิตมุ่งพระนิพพานโดยเฉพาะ คิดว่าถ้าตายชาตินี้ เมื่อตายเมื่อไหรขอไปนิพพานจุดเดียว ตัดสินใจแน่นอนละก็ไปถึงนิพพานแน่
หลังจากนั้นเขาจะพาไปพระจุฬามณี ซึ่งตั้อยู่บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ถ้าขั้นถึงจุฬามณีพึงทราบได้เลยว่าขณะนั้นจิตเป็นฌาน ๔ ภาพจะเกิดความสว่างไสวมาก เขาจะพาไปนมัสการพระ ให้เห็นเทวดาหรือพรหม
หลังจากผ่านพระจุฬามณีแล้วเขาจะพาตรงไปพระนิพพาน ที่เราว่านิพพานสูญนั้นน่ะ เราจะได้ทราบว่านิพพานไม่สูญ ถ้านิพพานสูญก็ไม่มีพระอรหันต์องค์ไหนไปนิพพาน
นี่พูดถึงว่าสำหรับจิตที่มีกำลังอ่อน แต่ว่ามีมากท่านด้วยกันที่มีความเข้มแข็งทางจิต จิตสะอาดจริง พอเริ่มได้รับคำแนะนำจากครูไม่กี่คำจิตจะสว่างจ้า เห็นภาพชัดเจนแจ่มใสมาก เหมือนกับเห็นคนในเวลากลางวัน เครื่องแต่งกายละเอียดละออเพียงใดก็ตาม ก็สามารถจะเห็นได้


----------------------------------------------

คุณหลับอยู่ครับ ฝึกมโนมยิทธิ+ธรรมกาย ถึงขั้นเทพหรือยังครับ ?

ใกล้ถึงดินแดนพระนิพพานหรือยังครับ ?

ถึงแล้ว อย่าลืมนำภาพมาฝาก ข้าน้อย ชาวโลกผู้หนาแน่นด้วยกิเลส ผู้ไร้ซึ่งวรยุทธ ใด ๆ ด้วยนะครับ

.....................................................
สมถะ (ฌาน, สมาธิ) ที่เป็นบาทของวิปัสสนา
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=2&t=21049

ผู้บรรลุธรรม จากสมถะ มีจำนวนน้อยกว่าผู้ไม่มี
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=2&t=21062

การเจริญสติปัฏฐานหมวดพิจารณาอิริยาบถ ๔ จากพระไตรปิฏก อรรถกถา
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=2&t=29201

ควรศึกษาอัตตโนมติ ของท่านพุทธทาสหรือไม่ ?
http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?t=17187


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 13 มิ.ย. 2010, 08:27 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33872

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว




x63345627qw7qo1.gif
x63345627qw7qo1.gif [ 68.46 KiB | เปิดดู 4824 ครั้ง ]
chalermsak เขียน:

อย่าลืมนำภาพมาฝาก ข้าน้อย ชาวโลกผู้หนาแน่นด้วยกิเลส ผู้ไร้ซึ่งวรยุทธ ใด ๆ ด้วยนะครับ



ดูภาพนี้พลางๆก่อนนะ :b1:

.....................................................
https://dhammachati.blogspot.com/
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 มิ.ย. 2010, 05:46 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 5
สมาชิก ระดับ 5
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ก.พ. 2009, 05:07
โพสต์: 372


 ข้อมูลส่วนตัว


http://www.larnbuddhism.com/grammathan/mano/naenam.html

ตอนนี้ภาพที่เรามองไม่เห็นจะมีความรู้สึกว่ามีเห็นเป็นผู้หญิงผู้ชายนั่นแหละ มันไม่ปรากฏภาพมาก่อน แต่ความรู้สึกจะเกิดขึ้นกับใจ เมื่อจิตเริ่มเป็นฌานภาพจึงปรากฏขึ้นกับใจ
หลังจากนั้นไปครูเขาจะแนะนำในการตัดขันธ์ ๕ การตัดขันธ์ ๕ มีความสำคัญมาก คือเอาจิตมุ่งพระนิพพานโดยเฉพาะ คิดว่าถ้าตายชาตินี้ เมื่อตายเมื่อไหรขอไปนิพพานจุดเดียว ตัดสินใจแน่นอนละก็ไปถึงนิพพานแน่
หลังจากนั้นเขาจะพาไปพระจุฬามณี ซึ่งตั้อยู่บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ถ้าขั้นถึงจุฬามณีพึงทราบได้เลยว่าขณะนั้นจิตเป็นฌาน ๔ ภาพจะเกิดความสว่างไสวมาก เขาจะพาไปนมัสการพระ ให้เห็นเทวดาหรือพรหม
หลังจากผ่านพระจุฬามณีแล้วเขาจะพาตรงไปพระนิพพาน ที่เราว่านิพพานสูญนั้นน่ะ เราจะได้ทราบว่านิพพานไม่สูญ ถ้านิพพานสูญก็ไม่มีพระอรหันต์องค์ไหนไปนิพพาน
นี่พูดถึงว่าสำหรับจิตที่มีกำลังอ่อน แต่ว่ามีมากท่านด้วยกันที่มีความเข้มแข็งทางจิต จิตสะอาดจริง พอเริ่มได้รับคำแนะนำจากครูไม่กี่คำจิตจะสว่างจ้า เห็นภาพชัดเจนแจ่มใสมาก เหมือนกับเห็นคนในเวลากลางวัน เครื่องแต่งกายละเอียดละออเพียงใดก็ตาม ก็สามารถจะเห็นได้




-----------------------------------------------



อ้างคำพูด:
chalermsak เขียน:

อย่าลืมนำภาพ(แดนพระนิพพานที่ได้จากวรยุทธมโนมยิทธิ+ธรรมกาย)มาฝาก ข้าน้อย ชาวโลกผู้หนาแน่นด้วยกิเลส ผู้ไร้ซึ่งวรยุทธ ใด ๆ ด้วยนะครับ



อ้างคำพูด:
คุณหลับอยู่ เขียน
ทำไม่ได้หรอกเหลิม แต่ไม่เลวชาติ เปลืองน้ำเปลืองข้าวที่พ่อแม่ เลี้ยงมาแบบมึงว่ะ เที่ยวโจมตีเขาไปทั่ว แล้วมึงก็เสือกไปว่าพุทธทาสบิดเบือน สวรรค์นรกตอนนี้มึงเป็นซะเอง
ดูทิิฐิวิบัติ3ที่มึง โพสๆไว้แล้วย้อนดูตัวมึงด้วย



คุณหลับอยู่ครับ หากถ่ายภาพออกมาไม่ได้ ก็จำไว้แล้วถ่ายทอดออกมาเป็นภาพวาดก็ได้ครับ

ให้เป็นบุญตา ของข้าน้อยผู้ด้อย วรยุทธใด ๆ ด้วยเถิด

.....................................................
สมถะ (ฌาน, สมาธิ) ที่เป็นบาทของวิปัสสนา
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=2&t=21049

ผู้บรรลุธรรม จากสมถะ มีจำนวนน้อยกว่าผู้ไม่มี
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=2&t=21062

การเจริญสติปัฏฐานหมวดพิจารณาอิริยาบถ ๔ จากพระไตรปิฏก อรรถกถา
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=2&t=29201

ควรศึกษาอัตตโนมติ ของท่านพุทธทาสหรือไม่ ?
http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?t=17187


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 มิ.ย. 2010, 05:57 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 5
สมาชิก ระดับ 5
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ก.พ. 2009, 05:07
โพสต์: 372


 ข้อมูลส่วนตัว


จากพระไตรปิฏก เล่ม ๙

มโนมยิทธิญาณ
[๑๓๒] ภิกษุนั้น เมื่อจิตเป็นสมาธิบริสุทธิ์ ผ่องแผ้ว ไม่มีกิเลส ปราศจากอุปกิเลส
อ่อน ควรแก่การงาน ตั้งมั่น ไม่หวั่นไหวอย่างนี้ ย่อมโน้มน้อมจิตไปเพื่อนิรมิต รูปอันเกิด
แต่ใจ คือนิรมิตรกายอื่นจากกายนี้ มีรูปเกิดแต่ใจ มีอวัยวะน้อยใหญ่ครบถ้วน มีอินทรีย์ไม่บกพร่อง
ดูกรมหาบพิตร เปรียบเหมือนบุรุษจะพึงชักไส้ออกจากหญ้าปล้อง เขาจะพึงคิดเห็นอย่างนี้ว่า
นี้หญ้าปล้อง นี้ไส้ หญ้าปล้องอย่างหนึ่ง ไส้อย่างหนึ่ง ก็แต่ไส้ชักออกจากหญ้าปล้องนั่นเอง
อีกนัยหนึ่ง เปรียบเหมือนบุรุษจะพึงชักดาบออกจากฝัก เขาจะพึงคิดเห็นอย่างนี้ว่า นี้ดาบ นี้ฝัก
ดาบอย่างหนึ่ง ฝักอย่างหนึ่ง ก็แต่ดาบชักออกจากฝักนั่นเอง อีกนัยหนึ่ง เปรียบเหมือนบุรุษ
จะพึงชักงูออกจากคราบ เขาจะพึงคิดเห็นอย่างนี้ว่า นี้งู นี้คราบ งูอย่างหนึ่ง คราบอย่างหนึ่ง
ก็แต่งูชักออกจากคราบนั่นเอง ฉันใด ภิกษุก็ฉันนั้นแล เมื่อจิตเป็นสมาธิบริสุทธิ์ผ่องแผ้ว
ไม่มีกิเลส ปราศจากอุปกิเลส อ่อน ควรแก่การงาน ตั้งมั่น ไม่หวั่นไหว อย่างนี้ เธอย่อม
โน้มน้อมจิตไปเพื่อนิรมิตรูปอันเกิดแต่ใจ คือนิรมิตกายอื่นจากกายนี้ มีรูปเกิดแต่ใจ มีอวัยวะ
น้อยใหญ่ครบถ้วน มีอินทรีย์ไม่บกพร่อง ดูกรมหาบพิตร นี้แหละสามัญผลที่เห็นประจักษ์
ทั้งดียิ่งกว่า ทั้งประณีตกว่าสามัญผลที่เห็นประจักษ์ข้อก่อนๆ.
---------------------------------------------------------

จากพระอภิธัมมัตถสังคหะ

http://www.abhidhamonline.org/aphi/p9/058.htm

๑. อิทธิวิธอภิญญา หรือ อิทธิวิธญาณ เป็นความรู้ที่แสดงฤทธิได้ (ฤทธิ=ความสำเร็จ) ซึ่งจำแนกออกได้เป็น ๑๐ คือ

(๑) อธิฏฐานอิทธิ ความสำเร็จที่เกิดจากการอธิฏฐาน การตั้งความปรารถนาอย่างแรงกล้า เช่น คนเดียวเนรมิตให้เป็นหลายคน ตัวอย่าง พระจุฬปัณถกเถระเจ้า อธิฏฐานให้เป็นพระหลายรูปจนเต็มไปทั้งวัด

(๒) วิกัพพนอิทธิ ความสำเร็จด้วยการจำแลงกายให้เป็นคนแก่ ให้เป็นเด็ก ให้เป็นเสือ เป็นช้าง เช่น พระโมคคัลลาน์ แปลงกายเข้าไปทางปากไปเดินอยู่ในท้องของ นันโทปนันทพยานาค แม้พยานาคนั้นจะมีฤทธิและมีพิษมากเพียงใด ก็ไม่สามารถทำอันตรายได้

(๓) มโนมยอิทธิ ความสำเร็จด้วยอำนาจกำลังใจที่ยิ่งใหญ่เป็นพิเศษ เช่น พระพุทธองค์ทรงบันดาลให้พระสรีระใหญ่โตมาก เป็นการสำแดงให้อสุรินทรยักษ์ผู้ตำหนิพระองค์ว่าทรงมีรูปร่างเล็ก เพราะเป็นมนุษย์นั้นได้เห็น ที่พระพุทธองค์ทรงกระทำได้ดังนี้ ก็เพราะทรงมีอิทธิทางมโนสูงยิ่ง

อิทธิทั้ง ๓ ข้อนี้เป็นอิทธิวิธญาณโดยตรง อันจะเกิดขึ้นได้ก็ด้วยอำนาจแห่งอภิญญา ที่มีรูปาวจรปัญจมฌานเป็นบาท

(๔) ญาณวิปผารอิทธิ ความสำเร็จที่ป้องกันอันตรายต่าง ๆ ได้ เช่น พวกโจรจับสามเณรสังกิจจะไป เพื่อจะฆ่าทำเครื่องเซ่นสังเวย ขณะที่โจรจะฆ่า สังกิจจะสามเณรได้เข้านิโรธสมาบัติ โจรจึงฆ่าไม่ตาย ทั้งไม่เป็นอันตรายอย่างใด ๆ ด้วย พวกโจรเลยยอมเป็นศิษย์

(๕) สมาธิวิปผารอิทธิ ความสำเร็จที่เกิดขึ้นด้วยอำนาจสมาธิ เช่น นันท ยักษ์ตีพระสารีบุตรด้วยกระบองเพ็ชร แต่พระสารีบุตรไม่เป็นอันตราย แม้แต่จะรู้สึกเจ็บก็ไม่มี ส่วนนันทยักษ์เมื่อตีแล้วก็ถูกธรณีสูบไปเลย

(๖) อริยอิทธิ ความสำเร็จที่เกิดจากความไม่หวั่นไหวต่อกิเลส เช่น พระอริย บุคคลที่สามารถวางเฉยต่ออิฏฐารมณ์ อารมณ์อันเป็นที่ชอบใจและอนิฏฐารมณ์ อารมณ์อันไม่เป็นที่ชอบใจ

(๗) กัมมชอิทธิ บ้างก็เรียกว่า กัมมวิปากชอิทธิ ความสำเร็จที่เกิดจากกรรม เช่น เทวดาวินิปาติกบางพวก และนก ไปมาในอากาศได้โดยไม่ต้องมีฌานมีอภิญญา เป็นความสำเร็จด้วยอำนาจกรรมในปฏิสนธิ

(๘) บุญญวโตอิทธิ บ้างก็เรียกว่า บุญญอิทธิ ความสำเร็จที่เกิดจากบุญของเขา เช่นการเป็นพระเจ้าจักรพรรดิเป็นต้น เป็นความสำเร็จด้วยอำนาจกรรมในปวัตติ

(๙) วิชชามยอิทธิ ความสำเร็จที่เกิดขึ้นด้วยวิชา มีคาถาอาคมต่าง ๆ ตลอดจนมีเข้าเจ้าทรง

(๑๐) ตัตถตัตถสมาปโยคปัจจยอิทธิ บ้างก็เรียกว่า อิชฌนัฏเฐนอิทธิ ความสำเร็จที่เกิดจากความพากเพียรอย่างจริงจัง เป็นความสำเร็จที่เกิดจากการ กระทำ เช่น พากเพียรเจริญสมถภาวนา ก็สำเร็จถึงฌาน เมื่อถึงฌานแล้วก็ให้สำเร็จไปเกิดเป็นพรหม

ได้กล่าวแล้วว่า อิทธิข้อ (๑) ถึงข้อ (๓) รวม ๓ ข้อ เป็น อิทธิวิธญาณโดยตรง คือ เป็นอิทธิฤทธิที่เกิดขึ้นเพราะอภิญญา เป็นอานิสงส์ของสมาธิ ส่วนอิทธิ ข้อ (๔) ถึงข้อ (๑๐) รวม ๗ ข้อนั้น สำเร็จด้วยการกระทำอย่างอื่นที่ไม่ใช่ฌาน ไม่ใช่อภิญญา ไม่ใช่อิทธิวิธญาณอันเกิดขึ้นด้วยอำนาจแห่งอภิญญาที่มีรูปาวจรปัญจมฌานเป็นบาท แต่ที่นำมากล่าวไว้ด้วยก็เพื่อจะได้ทราบครบจำนวนของอิทธิ

----------------------------------------------------------------

การอบรมสมาธิเพื่ออภิญญา
http://www.abhidhamonline.org/aphi/p9/055.htm


อภิญญา ญาณ วิชา
http://www.abhidhamonline.org/aphi/p9/063.htm

อย่าว่าแต่จะได้ถึงซึ่งอภิญญาเลย แม้การเจริญสมถกัมมัฏฐาน จนกว่าจะได้ฌานนั้น ก็มิใช่ว่าจะกระทำได้โดยง่ายดายนัก ต้องมีใจรักอย่างที่เรียกว่า มีฉันทะมีความพอใจเป็นอย่างมาก มีความพากเพียรเป็นอย่างยิ่ง ประกอบด้วยเอาใจจิตใจจ่ออย่างจริงจัง ทั้งต้องประกอบด้วยปัญญารู้ว่าฌานนี้ก็เป็นส่วนหนึ่ง ซึ่งเป็นบาทที่ก้าวขึ้นไปสู่ความหลุดพ้น แล้วจึงตั้งหน้าเจริญภาวนาตามวิธีการจนเกิดฌานจิต ฌานจิตที่เกิดจากการปฏิบัติเช่นที่ได้กล่าวแล้วทั้งหมดนี้ มีชื่อเรียกว่า ปฏิปทาสิทธิฌาน เป็นการได้ฌานด้วยการประพฤติปฏิบัติ ได้ฌานด้วยการเจริญสมถภาวนา
---------------------------------------------------------------------------



ข้างบนนี้ คือหลักฐานการอบรมสมาธิเพื่อ โลกียอภิญญา เมื่อครั้งพุทธกาล

จะเห็นได้ว่า แตกต่างจาก การฝึก วิชามโนมยิทธิ และ วิชาธรรมกาย ในปัจจุบัน

ที่ทำได้ง่าย ๆ ที่ต้องมีคนคอยนำการนั่งสมาธิ มีการนำคฑากายสิทธิ์ มาแตะที่หัว

ดู ๆ แล้วเหมือนการสะกดจิตมากกว่า

ได้นิมิตเห็น นรก สวรรค์ นิพพาน แล้ว แต่ยังละ อภิชฌา โทมนัส(ความพอใจ ไม่พอใจ) ไม่ได้ มีแต่ความถือตัว ว่า วิชาของสำนักข้านี้ถูกต้องที่สุด ใครมาแตะไม่ได้

ดังเช่น คุณหลับอยู่ เป็นต้น

.....................................................
สมถะ (ฌาน, สมาธิ) ที่เป็นบาทของวิปัสสนา
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=2&t=21049

ผู้บรรลุธรรม จากสมถะ มีจำนวนน้อยกว่าผู้ไม่มี
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=2&t=21062

การเจริญสติปัฏฐานหมวดพิจารณาอิริยาบถ ๔ จากพระไตรปิฏก อรรถกถา
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=2&t=29201

ควรศึกษาอัตตโนมติ ของท่านพุทธทาสหรือไม่ ?
http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?t=17187


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 มิ.ย. 2010, 06:07 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 09 มิ.ย. 2007, 21:13
โพสต์: 2631

อายุ: 0
ที่อยู่: กทม.

 ข้อมูลส่วนตัว


หวัดดีเหลิม

เจอตัวอีกแระ

ตอบคำถามก็ไมได้

เก่งแต่เสียดสีชาวบ้าน

ด่าครูบาอาจารย์

พูดจาไม่อยู่กับร่องกับรอย

แล้วคุยว่าปริยัติมาแล้ว

ใบลานเปล่ายังใช้รองถ้วยรองจานได้

แตใบลานเปื่อยอย่างเหลิม

รกแผ่นดิน

ทำปุ๋ยยังไม่ได้เลย

.....................................................
นิพพานที่นี่ เดี๋ยวนี้


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 มิ.ย. 2010, 07:44 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 เม.ย. 2009, 02:43
โพสต์: 12217


 ข้อมูลส่วนตัว


เหลิมเอ๋ยย....ทำไมถึงน่าสงสารอย่างนี้..

:b7: :b7: :b7:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 มิ.ย. 2010, 08:04 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 09 มิ.ย. 2007, 21:13
โพสต์: 2631

อายุ: 0
ที่อยู่: กทม.

 ข้อมูลส่วนตัว


คนที่โจมต่ด่าว่าครูบาอจารย์ได้

ผมมีสิทธ์ด่า

.....................................................
นิพพานที่นี่ เดี๋ยวนี้


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 มิ.ย. 2010, 12:22 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 5
สมาชิก ระดับ 5
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ก.พ. 2009, 05:07
โพสต์: 372


 ข้อมูลส่วนตัว


อ้างคำพูด:
คุณหลับอยู่ เขียน
มัน ก็แบบนี้แลครับคุณmes
ทิฐิของมันวิบัติซะเอง
มันเชื่อเทวดาสวรรค์นรก แต่มันก็แลไม่เห็น
พอยกพระสูตร นิพพาน มันยิ่งแลไม่เห็นกว่า
พระสูตรแสดงไว้ว่า พระพุทธองค์ ตรัส แม้ 5ตา ก็มองไม่เห็น....

mesมันไม่เอาฌาณก็แบบนี้แล ทิฐิมันวิบัติเองแล้ว...


คุณหลับอยู่ครับ ผมเชื่อว่าภพภูมิ นรก สวรรค์ พรหม มีจริงครับ

แต่แดนนิพพาน ที่ วิชามโนมยิทธิ+ธรรมกาย เข้าไปเห็น และติดต่อกับพระพุทธเจ้า พระอรหันต์ทั้งหลายนี้ ขัดแย้งกับพระไตรปิฏก อรรถกถา

แต่คุณหลับอยู่ พยายามเลี่ยงพระบาลี เหมือนเจ้าสำนักจานบินทำไว้ครับ

.....................................................
สมถะ (ฌาน, สมาธิ) ที่เป็นบาทของวิปัสสนา
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=2&t=21049

ผู้บรรลุธรรม จากสมถะ มีจำนวนน้อยกว่าผู้ไม่มี
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=2&t=21062

การเจริญสติปัฏฐานหมวดพิจารณาอิริยาบถ ๔ จากพระไตรปิฏก อรรถกถา
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=2&t=29201

ควรศึกษาอัตตโนมติ ของท่านพุทธทาสหรือไม่ ?
http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?t=17187


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 15 มิ.ย. 2010, 19:53 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 เม.ย. 2009, 02:43
โพสต์: 12217


 ข้อมูลส่วนตัว


chalermsak เขียน:
อ้างคำพูด:
คุณหลับอยู่ เขียน
มัน ก็แบบนี้แลครับคุณmes
ทิฐิของมันวิบัติซะเอง
มันเชื่อเทวดาสวรรค์นรก แต่มันก็แลไม่เห็น
พอยกพระสูตร นิพพาน มันยิ่งแลไม่เห็นกว่า
พระสูตรแสดงไว้ว่า พระพุทธองค์ ตรัส แม้ 5ตา ก็มองไม่เห็น....

mesมันไม่เอาฌาณก็แบบนี้แล ทิฐิมันวิบัติเองแล้ว...


คุณหลับอยู่ครับ ผมเชื่อว่าภพภูมิ นรก สวรรค์ พรหม มีจริงครับ

ไหน ๆ คุณเหลิมก็เชื่อว่าภพภูมิ นรก สวรรค์ พรหม มีจริง..
แล้วเหลิมเอาภาพมาให้ดูหน่อย..ดิ :b12: :b12:

อ้างคำพูด:
แต่แดนนิพพาน ที่ วิชามโนมยิทธิ+ธรรมกาย เข้าไปเห็น และติดต่อกับพระพุทธเจ้า พระอรหันต์ทั้งหลายนี้ ขัดแย้งกับพระไตรปิฏก อรรถกถา

แต่คุณหลับอยู่ พยายามเลี่ยงพระบาลี เหมือนเจ้าสำนักจานบินทำไว้ครับ


:b32: :b32:
คุณเหลิมนี้ทำให้ผมนึกถึงนักวิทย์โบราณ..ที่เขาเชื่อว่า..โลกแบน
กาลิเลโอ..ว่าโลกกลม..อย่างมีหลักมีเกณท์..ทดลองพิสูจน์ได้..กลับถูกจับขังคุกซะนี้..

เหลิม..คุณมีแต่ความเชื่อ..หัดหาความจริงบ้างนะ..
เหลิมเอ๋ย... :b7:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 15 มิ.ย. 2010, 20:14 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33872

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว




54848500.gif
54848500.gif [ 19.52 KiB | เปิดดู 4645 ครั้ง ]
ชั่งเหน็บแนมแกมประชด อรุณเอ๋ยแบบบด
ของแม่ชั่งหยดชั่งย้อย โอ้นกเขาที่เคย
หนออย่าเลยลืมคู่ แม่นกเขาที่เคยคู
อยู่ที่คูโคนข่อย แก้มที่พี่เคยจูบ
หนอเคยลูบเคยคลำ น้องจงถนอมแก้มงาม
อย่าให้มันช้ำเป็นรอย อย่าให้เป็นขีดเป็นข่วน
อย่าให้ผิวนวลน้องคล้ำ ไอ้ผิวตรงไหนที่มันดำ
น้องจงถนอมมันหน่อย น้องจงเอาแป้งคอยลูบ
อย่าให้ใครจูบซ้ำรอย

http://www.youtube.com/watch?v=DMvx4S_WJW4


:b1: :b32: :b35:

.....................................................
https://dhammachati.blogspot.com/
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 16 มิ.ย. 2010, 04:34 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 5
สมาชิก ระดับ 5
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ก.พ. 2009, 05:07
โพสต์: 372


 ข้อมูลส่วนตัว


อ้างคำพูด:
คุณกบ เขียน
ไหน ๆ คุณเหลิมก็เชื่อว่าภพภูมิ นรก สวรรค์ พรหม มีจริง..
แล้วเหลิมเอาภาพมาให้ดูหน่อย..ดิ

คุณเหลิมนี้ทำให้ผมนึกถึงนักวิทย์โบราณ..ที่เขาเชื่อว่า..โลกแบน
กาลิเลโอ..ว่าโลกกลม..อย่างมีหลักมีเกณท์..ทดลองพิสูจน์ได้..กลับถูกจับขังคุกซะนี้..



นี้เป็นภาพภพภูมิต่าง ๆ นะครับ เป็นภาพที่ใช้ประกอบการเรียนพระอภิธัมมัตถสังคหะ มีผู้นำไปลงไว้ที่

http://board.palungjit.com/f2/%E0%B8%99 ... 32082.html



อ้างคำพูด:
รูปแรก คือ โลก (The Earth)


รูปสอง คือ ระบบสุริยะ (Solar System)


รูปสาม คือ ดาวฤกษ์เพื่อนบ้าน (Stars) และระบบอื่น กลุ่มดาวอื่น


รูปสี่ คือ กาแล็กซี (Galaxy)ทางช้างเผือกของเรา มีรูปร่างเหมือนกังหัน มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 1 แสนปีแสง ประกอบด้วยดาวฤกษ์ประมาณ 1 พันล้านดวง เวลาเรามองไปบนท้องฟ้าที่ปลอดโปร่งไม่มีแสงไฟ และควันบังชั้นบรรยากาศ เราจะเห็นกาแล็กซี ทางช้างเผือก

รูปห้า คือ กระจุกกาแล็กซี (Cluster of galaxies)กาแล็กซีมิได้อยู่กระจายตัวด้วยระยะห่างเท่า ๆ กัน หากแต่อยู่รวมกันเป็นกลุ่ม (Group) หรือกระจุก (Cluster) "กลุ่มกาแล็กซีของเรา" (The Local Group) ประกอบด้วยกาแล็กซีมากกว่า 10 กาแล็กซี กาแล็กซีเพื่อนบ้านของเรา มีชื่อว่า "กาแลกซีแอนโดรมีดา" (Andromeda galaxy) อยู่ห่างออกไป 2.3 ล้านปีแสง กลุ่มกาแล็กซีท้องถิ่นมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 10 ล้านปีแสง

รูปหก คือ ซูเปอร์คลัสเตอร์ (Supercluster)ซูเปอร์คลัสเตอร์ ประกอบด้วยกระจุกกาแล็กซีหลายกระจุก "ซูเปอร์คลัสเตอร์ของเรา" (The local supercluster) มีกาแล็กซีประมาณ 2 พันกาแล็กซี ตรงใจกลางเป็นที่ตั้งของ "กระจุกเวอร์โก" (Virgo cluster) ซึ่งประกอบด้วยกาแล็กซีประมาณ 50 กาแล็กซี อยู่ห่างออกไป 65 ล้านปีแสง กลุ่มกาแล็กซีท้องถิ่นของเรา กำลังเคลื่อนที่ออกจากกระจุกเวอร์โก ด้วยความเร็ว 400 กิโลเมตร/วินาที

รูปเจ็ด คือ เอกภพ (Universe)

"เอกภพ" หรือ "จักรวาล" หมายถึง อาณาบริเวณโดยรวม ซึ่งบรรจุทุกสรรพสิ่งทั้งหมด นักดาราศาสตร์ยังไม่ทราบว่า ขอบของเอกภพสิ้นสุดที่ตรงไหน แต่พวกเขาพบว่ากระจุกกาแล็กซีกำลังเคลื่อนที่ออกจากกัน นั่นแสดงให้เห็นว่าเอกภพกำลังขยายตัว เมื่อคำนวณย้อนกลับนักดาราศาสตร์พบว่า เมื่อก่อนทุกสรรพสิ่งเป็นจุด ๆ เดียว เอกภพถือกำเนิดขึ้นด้วย "การระเบิดใหญ่" (Big Bang) เมื่อประมาณ 13,000 ล้านปีมาแล้ว

-------------------------------------------------
ความตรัสรู้ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จากการบรรยายของท่านอาจารย์บุญมี เมธางกูร

http://www.thaimisc.com/freewebboard/ph ... opic=11128



ผีสางเทวดา ที่เป็นรูปปรมาณูทั้งหลายเกี่ยวข้องพัวพันอยู่ในโลกมนุษย์นั้นเกิดขึ้นมาด้วยเหตุอะไร ในขณะกำลังเกิดนั้นมันมีงานอะไรบ้าง เหตุไฉนจึงมีรูปกายแปลกประหลาดน่าอัศจรรย์ใจเช่นนั้น มันเป็นไปได้อย่างไร แล้วมาเกี่ยวข้องพัวพันกับมนุษย์ทำไม


สัตว์ที่มีร่างกายเป็นปรมาณูคือ เทวดาในชั้นต่าง ๆ มีกี่ชั้นแต่ละชั้นอยู่ที่ไหน (ที่ไม่ได้อยู่ในโลกมนุษย์) และสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างไร


พรหมซึ่งมีร่างกายเป็นปรมาณูประณีตยิ่งกว่าเทวดา เกิดขึ้นมาได้ด้วยเหตุอะไร อยู่ที่ไหน มีการงานอะไร


สัตว์นรก เปรต และอสุรกาย ตลอดจนสัตว์เดรัจฉานชนิดต่าง ๆ มีร่างกายหยาบและเป็นรูปปรมาณูมองเห็นไม่ได้ เกิดขึ้นมาได้อย่างไร อยู่ที่ไหนบ้าง และมีความเป็นอยู่ มีความเป็นไปประการใด ฯลฯ


ผู้ที่ชอบทำแต่บาปเป็นอาจิณก็ย่อมจะหนีจากอบายภูมิคือสัตว์นรก สัตว์เดรัจฉาน เปรต อสุรกาย ไปไม่พ้น เพราะด้วยอำนาจของอกุศลกรรมได้ผลักส่งให้ปฏิสนธิเป็นสัตว์นรก สัตว์เดรัจฉานที่มีกายหยาบและกายละเอียด เปรต และอสุรกาย โดยจิตที่ปฏิสนธิตั้งชื่อว่า อุเบกขาสันตีรณอกุศลวิบาก


ผู้ที่ชอบทำบุญแล้วก็มีบุญส่งให้เกิดในภพชาติใหม่ แต่มีบุญกำลังน้อยลงไป เพราะมีบาปเข้าไปพัวพันเป็นบริวารเป็นต้น ดังนั้น การเกิดมีชีวิตขึ้นมาใหม่ก็จะเอาดีไม่ได้ เช่น เกิดเป็นมนุษย์หรือเทวดาชั้นจาตุมหาราชิกา (ชั้นต่ำ) แล้วก็เป็นง่อยเปลี้ยเสียแข้งขาเพราะไปยิงสัตว์เอาไว้ หรือเป็นคนปัญญาอ่อนเพราะชอบดื่มสุราหรือยาเสพติดเมามาย ขาดสติอยู่เสมอ ๆ บาปดังได้กล่าวเอาไว้มาเป็นบริวาร จึงทำให้กำลังของกุศลลดลงไป จิตที่ปฏิสนธินี้ชื่อว่าอุเบกขาสันตีรณกุศลวิบาก


ผู้ที่ชอบทำกุศลอยู่เสมอโดยบริจาคทาน ช่วยเหลือเจือจานผู้อื่นที่ควรช่วย รักษาศีลและเจริญภาวนาหรือมีปัญญาเพราะได้ศึกษาเล่าเรียนเรื่องของชีวิตจิตใจจากในพระธรรม ก็จะเกิดเป็นเทวดา ๖ ชั้นด้วยกันคือ ชั้นจาตุมหาราชิกา ดาวดึงส์ ยามา ดุสิต นิมานนรดี และปรนิมมิตวสวัตตี ก็แล้วแต่อำนาจของกุศลที่ทำไว้ ผู้ทื่ทำสมาธิอยู่เสมอจนได้ฌานชั้นต่าง ๆ (ซึ่งมีองค์และมีหลักเกณฑ์มากมายจะตัดสินเอาง่าย ๆ ไม่ได้) ก็จะเกิดเป็นพรหมและอรูปพรหม


--------------------------------------------------------------------

เรียนคุณ กบ ครับ ภพภูมิของ โอปปาติกะ เป็น รูปปรมาณูครับ( ๑ ใน ๘๒ ล้านส่วนเมล็ดข้าวเปลือก) ละเอียดจนตาเปล่ามองไม่เห็น

อันนี้รวมถึง เขาสิเนรุ อันเป็นแกนกลางของจักรวาล ก็เป็นรูปปรมาณู นะครับ

การถ่ายภาพจากกล้องจึงทำไม่ได้ เพราะอาศัยรูปหยาบ และการสะท้อนแสง แต่จะเห็นด้วยอำนาจอภิญญาจิต

แต่มี ภูมิของมนุษย์ที่เป็นกายหยาบ อยู่ ๔ ทวีป ( ๔ โลก ) ที่อยู่ทั้ง ๔ ด้านของกาแล็กซี่

ได้มาศึกษาจากพระอภิธัมมัตถสังคหะ จึงได้รู้รายละเอียด เพิ่งรู้ว่า มนุษย์ต่างดาวมีจริง แต่การเดินทางด้วยกายหยาบคงไปไม่ถึง


อ้างคำพูด:
ทวีปใหญ่ หรือพื้นแผ่นดินทั้ง ๔ ทิศ ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของมนุษย์นั้น มีชื่อเรียกกันดังนี้คือ

๑. อุตตรกุรุทวีป อยู่ทางทิศเหนือของภูเขาสิเนรุ มนุษย์ที่อาศัยอยู่ในทวีปนี้ มีลักษณะใบหน้าเป็นรูปสี่เหลี่ยม มีคุณสมบัติ ๓ ประการ คือ

๑) ไม่ยึดถือเอาทรัพย์สินเงินทองว่าเป็นของตน
๒) ไม่มีการยึดถือในบุตร, ภริยา, สามี ว่าเป็นของตน
๓) มีอายุยืนถึง ๑๐๐๐ ปี

มนุษย์ในอุตตรกุรุทวีปนี้มีการรักษาศีล ๕ เป็นนิจ เมื่อตายไปแล้วย่อมเกิดในเทวโลก แน่นอน ดังสารัตถทีปนีฏีกา แสดงว่า คติปิ นิพฺพตฺถา มโต สคฺเคเยว นิพฺพตฺตนฺติ แปลความว่า มนุษย์อุตตกุรุนี้ เมื่อตายแล้ว ย่อมไปบังเกิดในชั้นเทวโลกอย่างแน่นอน หมายความว่า เมื่อตายจากภพมนุษย์แล้วย่อมไปบังเกิดในชั้นเทวโลกแต่ถึงเวลาที่จุติจากเทวโลกแล้ว อาจไปเกิดในอบายภูมิ ๔ หรือมนุษย์ในทวีปอื่นใดก็ได้ จะไม่ไปสู่อบายภูมิเพียงชั่วภพถัดไปจากที่กำลังเป็นมนุษย์อุตตรกุรุเท่านั้น

๒. ปุพพวิเทหทวีป อยู่ทางทิศตะวันออกของภูเขาสิเนรุ มนุษย์ที่อาศัยอยู่ในทวีปนี้ มีลักษณะใบหน้าตอนบนตัดโค้งมนลงส่วนล่างคล้ายบาตร มีอายุยืนถึง ๗๐๐ ปี

๓. อปรโคยานทวีป อยู่ทางทิศตะวันตกของภูเขาสิเนรุ มนุษย์ที่อาศัยอยู่ในทวีปนี้ มีลักษณะใบหน้ากลม คล้ายวงพระจันทร์ มีอายุยืนถึง ๕๐๐ ปี

๔. ชมพูทวีป อยู่ทางทิศใต้ของภูเขาสิเนรุ มนุษย์ที่อาศัยอยู่ในทวีปนี้ มีลักษณะใบหน้ารูปไข่ กำหนดอายุขัยไม่แน่นอน โดยความยิ่งหย่อนในคุณธรรม สมัยใดคนชมพูทวีปมีกาย วาจา ใจ เพียบพร้อมยิ่งด้วยคุณธรรมสมัยนั้นคนชมพูทวีปมีอายุยืนถึงอสงไขยปี สมัยใด คนชมพูทวีป กาย วาจา ใจ ย่อหย่อนด้วยคุณธรรม สมัยนั้นมีอายุลดน้อยถอยลงมาเพียง ๑๐ ปี เป็นอายุขัย

-----------------------------------------------------------------

จากสารานุกรมพุทธศาสตร์

ทวีป ๔,พื้นที่ในจักรวาล
จักรวาลหนึ่ง ๆ ซึ่งประดับด้วยทวีปใหญ่ ๔ ทวีป และ
ทวีปน้อย ๒ พันทวีป อย่างนี้ คือ
๑. ปุพพวิเทหทวีป ซึ่งมีปริมณฑลถึง ๗ พันโยชน์
ซึ่งประดับด้วยทวีปน้อย ๕๐๐.
๒. อุตตรกุรุทวีป ซึ่งมีปริมณฑล ๘ พันโยชน์
ประดับด้วยทวีปน้อย ๕๐๐.
๓. อมรโคยานทวีป ซึ่งมีปริมณฑล ๗ พันโยชน์
ประดับด้วยทวีปน้อย ๕๐๐.
๔. ชมพูทวีป ซึ่งมีปริมณฑล ๑ หมื่นโยชน์
ประดับด้วยทวีปน้อย ๕๐๐.
#ขุทฺทก.อ. ๑/๖/๓๕-๓

.....................................................
สมถะ (ฌาน, สมาธิ) ที่เป็นบาทของวิปัสสนา
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=2&t=21049

ผู้บรรลุธรรม จากสมถะ มีจำนวนน้อยกว่าผู้ไม่มี
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=2&t=21062

การเจริญสติปัฏฐานหมวดพิจารณาอิริยาบถ ๔ จากพระไตรปิฏก อรรถกถา
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=2&t=29201

ควรศึกษาอัตตโนมติ ของท่านพุทธทาสหรือไม่ ?
http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?t=17187


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 16 มิ.ย. 2010, 04:39 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 5
สมาชิก ระดับ 5
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ก.พ. 2009, 05:07
โพสต์: 372


 ข้อมูลส่วนตัว


จากหนังสือ ซอกตู้พระไตรปิฏก ที่ท่านอาจารย์ได้เล่าถึงภพภูมิต่าง ๆ ประกอบการศึกษาพระอภิธัมมัตถสังคหะ


อุตตรกุรุทวีป อายุขัย ๑,๐๐๐ ปี มีความเป็นอยู่สุขสบายมาก เพราะเกิดด้วยอำนาจบุญอันแรง คือ ทำบุญแก่กล้ามาก แต่ไม่ประกอบด้วยปัญญา ข้าวก็ไม่ต้องปลูก(เมล็ดใหญ่มาก ๆ เมล็ดเดียวอิ่ม) เมื่อเด็ดไป ก็งอกขึ้นมาในวันรุ่งขึ้น ไม่ต้องปรุง ที่นั้นมีหินชนิดหนึ่ง กลางวันให้ความร้อน นำไปปรุงอาหารได้ กลางคืนให้ความสว่าง ใบหน้าของเขาเป็นรูปสี่เหลี่ยมตัดหมด

เมื่อจุติจากอุตตรกุรุทวีปจะปฏิสนธิเป็นเทวดาหรือไม่ก็นางฟ้าไปเป็นภูมิรองรับแน่นอนเลย ในชั้นจาตุมหาราชิกาและดาวดึงส์ ๒ ชั้นเท่านั้น เพราะบุญที่ทำไว้นี่แรงมาก แล้วอยู่ที่นั่นมีโมหะ แต่ไม่มีโอกาสทำบาป เมื่อหมดบุญจากเทวดา ส่วนใหญ่จะไปเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉาน เพราะชีวิตที่เป็นอยู่เป็นโมหะตลอด

คนที่นี้ความเป็นอยู่สุขสบาย เพราะว่าเกิดด้วยอำนาจบุญอันแรง คือทำบุญแก่กล้ามาก แต่เป็นบุญที่ไม่ประกอบด้วยปัญญา เช่น ทำบุญสร้างโบสถ์คนเดียวไม่ยอมให้ใครร่วมเลย

บุพเพวิทหทวีป อายุขัย ๗๐๐ ปี ใบหน้ารูปทรงบาตรหน้าตัด ชีวิตความเป็นอยู่ต้องดิ้นรน มีแต่ภูเขา ส่วนใหญ่เป็นกลางคืนและมืดมากเนื่องจากได้รับแสงอาทิตย์ค่อนข้างน้อย ผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย สมสู่กันตลอดเวลา ออกลูกแฝดและเสียชีวิตเป็นส่วนใหญ่

ตายจากที่นี้จะไปนรกเสียมาก เพราะการเกิดได้ที่บุพพวิเทหทวีปนี่มีปัญญาพอดี แต่เป็นปัญญาทางโลก คือนักวิจัย นักค้นคว้า แล้วก็ไม่มีบุญ เพราะพวกนี้เห็นไหม การทำนี่มันจะต้องทุ่มเทชีวิตอยู่ในห้องวิจัย โอกาสจะแสวงหาบุญก็ไม่มี

อปรโคยานทวีป ไม่มีบุญแล้วก็ไม่มีปัญญา ความเป็นอยู่แบบป่าเถื่อน ชอบกินของสด ๆ คาว ๆ ชอบกินเนื้อคน ไม่กินเนื้อสัตว์อื่น ออกลูกแล้วกินลูกตัวเองเป็นอาหาร บางคนต้องหลบหนีไปออกลูกบนเขา

สองพวกนี้ คือมนุษย์ในบุพพวิเทหทวีป และ อปรโคยานทวีป ในพระไตรปิฏกไม่ได้อธิบายมากมาย เพราะว่าไม่เป็นเรื่องน่านิยม อุตตรกุรุทวีปนี่เป็นเรื่องน่าศึกษาเพราะไปด้วยบุญและมีโอกาสไปเป็นเทวดา และเผื่อตั้งตนไว้ชอบ ไปเจออาจารย์ดีมันก็มีโอกาสเปลี่ยนจริต ส่วนอีก ๒ ทวีปนั้นมีโมหจริตและวิตกจริตเสียมาก ไม่มีโอกาสที่จะแก้ไข ห่างไกลรัศมีพระธรรม ถึงมีโอกาสเกิดในชมพูทวีป ตอนพระพุทธเจ้าประกาสศาสนาก็จะเป็นพวกเดียรถีย์หรือไม่ก็นิยตมิจฉาทิฏฐิเสียมาก

.....................................................
สมถะ (ฌาน, สมาธิ) ที่เป็นบาทของวิปัสสนา
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=2&t=21049

ผู้บรรลุธรรม จากสมถะ มีจำนวนน้อยกว่าผู้ไม่มี
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=2&t=21062

การเจริญสติปัฏฐานหมวดพิจารณาอิริยาบถ ๔ จากพระไตรปิฏก อรรถกถา
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=2&t=29201

ควรศึกษาอัตตโนมติ ของท่านพุทธทาสหรือไม่ ?
http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?t=17187


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 16 มิ.ย. 2010, 04:50 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 5
สมาชิก ระดับ 5
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ก.พ. 2009, 05:07
โพสต์: 372


 ข้อมูลส่วนตัว


หลาย ๆ ท่านที่ศึกษาพระไตรปิฏก อรรถกถา ไม่ดีพอ และไม่มีอภิญญาจิต เช่น ท่านพุทธทาส

มักจะเดาเอาว่า เขาสิเนรุ คือ ภูเขาหิมาลัย ในโลกมนุษย์แห่งนี้

อุตตรกุรุทวีป ก็คือ ประเทศแถบรัสเซีย

ท่านจึงได้แสดงทิฏฐิ ในหนังสือ อภิธรรมคืออะไร ว่า

ในเรื่องราวนี้มันจะมองกันในแง่วิจารณ์อย่างอิสระ ข้อแรกจะมองตามความ วิตถารที่ว่า เมื่อพระพุทธเจ้าขึ้นไปบนดาวดึงส์เพื่อเทศน์แก่พวกเทวดานั้น จะขอเล่าเพื่อคนบางคนที่ยังไม่รู้เรื่อง คนที่รู้เรื่องแล้วทนเอาหน่อย พระพุทธเจ้าต้องขึ้นไปจำพรรษาบนดาวดึงส์ ๓ เดือน เพื่อจะเทศน์โปรดบุคคลที่เคยเป็นพุทธมารดา เป็นประธานในเทวดาทั้งหลาย ทีนี้ท่านทำอย่างไร ท่านเป็นคนอย่างเราๆท่านต้องฉันข้าว แล้วจะอยู่บนนั้น ๓ เดือนได้อย่างไร เช้าขึ้นท่านต้องบิณฑบาต ในเมืองมนุษย์ข้อความเล่าว่า กลับไม่ลงมาสู่บ้านที่ท่านเคยอยู่คือชมพูทวีปนี้ แต่ก็ไปบิณฑบาตเสียที่อุตตรกุรุทวีปคือจะเป็นหลังภูเขาหิมาลัยไปทางประเทศรัสเซียโน้น ไปบิณฑบาตทางโน้น แล้วก็มาฉันที่ตีนเขาหิมาลัย ที่สระอโนดาดเพื่อให้พระสารีบุตรไปเฝ้าที่นั่นทุกวัน แล้วก็แสดงแก่พระสารีบุตรว่าวันนี้ได้เทศน์อะไรที่บนดาวดึงส์ พระสารีบุตรก็จำเอามา แล้วก็มาบอกแก่ภิกษุทั้งหลาย ๕๐๐ รูปช่วยจำเอาไว้ ทุกวันทำอย่างนี้ แต่พระพุทธเจ้าท่านต้องลงมาบิณฑบาตในเมืองมนุษย์ ถ่ายอุจจาระ ปัสสาวะในเมืองมนุษย์ เพราะมันทำบนเทวโลกไม่ได้ ทำอย่างนี้จนครบ ๓ เดือน หรือพรรษาหนึ่ง

--------------------------------------------------------------

ประวัติพระอภิธรรม โดยท่านผู้รู้ ที่คุณกุหลาบสีชา นำมาลงไว้ :b8:

http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?t=14797

.....................................................
สมถะ (ฌาน, สมาธิ) ที่เป็นบาทของวิปัสสนา
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=2&t=21049

ผู้บรรลุธรรม จากสมถะ มีจำนวนน้อยกว่าผู้ไม่มี
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=2&t=21062

การเจริญสติปัฏฐานหมวดพิจารณาอิริยาบถ ๔ จากพระไตรปิฏก อรรถกถา
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=2&t=29201

ควรศึกษาอัตตโนมติ ของท่านพุทธทาสหรือไม่ ?
http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?t=17187


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 16 มิ.ย. 2010, 04:58 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 5
สมาชิก ระดับ 5
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ก.พ. 2009, 05:07
โพสต์: 372


 ข้อมูลส่วนตัว


อ้างคำพูด:
คุณกบ เขียน
ไหน ๆ คุณเหลิมก็เชื่อว่าภพภูมิ นรก สวรรค์ พรหม มีจริง..
แล้วเหลิมเอาภาพมาให้ดูหน่อย..ดิ



กระทู้นี้ คุยเรื่องการฝึกมโนมยิทธิ ตามแนวสำนักหนึ่ง ที่สะกดจิตกันไปเห็นนิมิตแปลก

กลายมาเป็นการคุยเรื่อง ภพภูมิ เสียแล้ว

---------------------------------------------------
จากภาพวาด ภพภูมิต่าง ๆ ทั้ง ๓๑ ภูมิ

หากเป็น สำนักวิชามโนมยิทธิ+ธรรมกาย วาดออกมา

เชื่อว่า ต้องมีแดนพระนิพพาน อยู่ด้านบนสุด เป็นแน่

.....................................................
สมถะ (ฌาน, สมาธิ) ที่เป็นบาทของวิปัสสนา
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=2&t=21049

ผู้บรรลุธรรม จากสมถะ มีจำนวนน้อยกว่าผู้ไม่มี
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=2&t=21062

การเจริญสติปัฏฐานหมวดพิจารณาอิริยาบถ ๔ จากพระไตรปิฏก อรรถกถา
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=2&t=29201

ควรศึกษาอัตตโนมติ ของท่านพุทธทาสหรือไม่ ?
http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?t=17187


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 42 โพสต์ ]  ไปที่หน้า 1, 2, 3  ต่อไป

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 4 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร