วันเวลาปัจจุบัน 17 ต.ค. 2019, 20:10  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


กฎการใช้บอร์ด


รวมกระทู้จากบอร์ดเก่า http://www.dhammajak.net/board/viewforum.php?f=2



กลับไปยังกระทู้  [ 2 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 30 มิ.ย. 2009, 08:32 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 พ.ค. 2007, 09:55
โพสต์: 1632


 ข้อมูลส่วนตัว


สวัสดัขอรับท่านทั้งหลายผู้ใฝ่ในธรรม แลอยากปฏิบัติธรรม เพื่อทำให้จิตใจผ่องใส่ สมกับที่เป็นพุทธศาสนิกชน มาตั้งแต่ครั้งบรรพบุรุษ การใฝ่ในธรรม แลต้องการปฏิบัติธรรมของท่าน ยังเป็นการสืบสานรักษา พุทธศาสนา สุ่รุ่นลูก รุ่นหลานสืบต่อกันไปไม่มีที่สิ้นสุด
การปฏิบัติธรรม ตามหลักพุทธศาสนา มีทั้งการปฏิบัติธรรม ทางกาย ทางใจ
การปฏิบัติธรรม ทางกาย นั้น ก็คือ พฤติกรรม การกระทำ การพูด ของท่านทั้งหลาย
การปฏิบัติธรรม ทางใจ นั้น ก็คือ สภาพสภาวะจิตใจ ของท่านทั้งหลาย อันเป็นสภาพสภาวะจิตใจ ที่มีชื่อเรียก ตามหลักพุทธศาสนา ในหลายหมวดธรรมะ ตามแต่การเกิดสภาพสภาวะจิตใจของท่านทั้งหลาย ตามแต่ภาษาถิ่น ภาษาทั่วไป หรือตามแต่ภาษาแห่งภูมิภาคนั้นๆ ซึ่ง สภาพสภาวะจิตใจของแต่ละบุคคล ย่อมเกิดมีคล้ายคลึงกัน จะต่างกันที่การเรียก ตามหลักภาษานั้นๆ การปฏิบัติธรรม ทางใจนั้น ย่อมเป็นปัจจัยก่อให้เกิด การปฏิบัติธรรม ทางกาย โดยอัตโนมัติ
ในทางตรงกันข้าม การปฏิบัติธรรม ทางกาย ก็ล้วนถูกสั่งการ ควบคุม ด้วยทางใจทั้งสิ้น
ตามหลักพุทธศาสนาแล้ว คำว่า ใจ หรือ ทางใจ นั้นหมายถึง อวัยวะทุกส่วนของร่างกาย นับตั้งแต่ผิวหนัง ไปสู่อวัยวะภายในอื่นๆ ซึ่งท่านทั้งหลายคงพอมีความรู้อยุ่บ้างแล้ว คงไม่เป็นการยากที่ท่านทั้งหลายจะทำความเข้าใจว่า ใจ หรือ ทางใจ ตามหลักพุทธศาสนานั้น หมายถึง อวัยวะส่วนใดบ้าง

สมาธิ คือ ความมีใจสงบแน่วแน่ไม่ฟุ้งซ่าน ,ความมีใจตั้งมั่น, ความตั้งมั่นแห่งจิต ,สำรวมใจ,การเพ่ง ฯ ตามพจนานุกรมหลายฉบับ ซึ่งตามความเป็นจริงแล้ว สรรพสิ่งทั้งหลาย ล้วนมีสมาธิ เป็นธรรมชาติอยู่แล้ว เพราะเกิดจากสภาพแวดล้อม และปัจจัยอื่นๆอีกหลายสิ่งหลายประการ
สมาธิ มีความจำเป็นในการดำรงชีวิตของมนุษย์(ในที่นี้หมายเอา เฉพาะมนุษย์) และมนุษย์ทั้งหลาย ก็มีสมาธิ เป็นธรรมชาติ อยู่แล้ว
แต่ การฝึกสมาธิ หรือการปฏิบัติสมาธิ ตามหลักศาสนา ในที่นี้จะกล่าวถึงเฉพาะ ศาสนาพุทธ เพราะเป็นเรื่องของการปฏิบัติ สมาธิ ตามหลักพุทธศาสนา เป็นการฝึกปฏิบัติ ทางใจเพื่อให้สามารถควบคุมพฤติกรรม ทั้งทางใจและทางกาย เพื่อมิให้ไหลตาม หรือหลงตาม วัตถุนิยม หรือ มิให้เกิดความโลภ ความหลง ความโกรธ จนขาดสติ หรือไม่มีสมาธิในการควบคุมต้วเอง จนทำให้ทั้งตัวเอง และผู้อื่นเดือดร้อน
ถึงแม้ว่า มนุษย์จะมีสมาธิ เป็นธรรมชาติในตัวเอง แต่ก็เป็นเพียงสมาธิ ที่ใช้ในการดำรงชีวิต สังคมเป็นอยู่ร่วมกัน อันทำให้สมาธิที่มีอยู่ของมนุษย์โดยธรรมชาตินั้น เป็นสมาธิที่ไม่ทำให้เกิดสติสัมปชัญญะได้อย่างมั่นคง
ดังนั้น ศาสนาจึงเกิดขึ้น หลักการปฏิบัติตามศาสนาจึงมีขึ้น เพื่อกล่อมเกลา ขัดเกลา แนะนำ สอน วิธีการต่างๆ ที่จะทำให้บุคคลนั้นๆ มีสติสัมปชัญญะ คือ สมาธิ ที่แน่วแน่ มั่นคง สามารถควบคุม มิให้ไหลไปในทางพฤติกรรมที่ทำให้เกิดทุกข์ทั้งต่อตัวเองและผู้อื่่น
การปฏิบัติ สมาธิ ตามหลักศาสนาพุทธ ย่อมต้องมีเพียงรูปแบบเดียว ไม่ได้มีหลากหลายรูปแบบ ตามแต่พวกเดียรถีย์ บิดเบือน หรือสร้างก่อขึ้น เพื่อหวังผลประโยชน์ใดใดก็ตาม

จบตอนที่๑


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 ก.ค. 2009, 23:17 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 4
สมาชิก ระดับ 4
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ก.ค. 2009, 16:10
โพสต์: 298

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ขออนุโมทนาบุญด้วยนะค่ะ :b8: :b8: :b8:
ได้รับความรู้มากมายเลยนะ :b20: :b20:

:b53: :b53: :b53: :b53: :b53: :b53: :b53:
เวลาเดินยืนนั่งและนอนนิ่ง
อย่าได้ทิ้งภาวนาดูตัวฉัน
ทำอะไรอยุ่หายใจอยู่กันทั้งวัน
มีสติรู้ตลอดก็เรียกว่าภาวนา

ส่วนการนั่งสมาธิขัดตะหมาต
เป็นการชาร์ตพลังให้แน่นหนา
ให้ดวงจิตมีพลังไม่เฉื่อยชา
มีเวลานิดหน่อยค่อยๆทำ :b29: :b29: :b29:


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 2 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 2 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร