วันเวลาปัจจุบัน 15 ต.ค. 2019, 05:54  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


กฎการใช้บอร์ด


รวมกระทู้จากบอร์ดเก่า http://www.dhammajak.net/board/viewforum.php?f=2



กลับไปยังกระทู้  [ 16 โพสต์ ]  ไปที่หน้า 1, 2  ต่อไป  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 ธ.ค. 2008, 18:44 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 เม.ย. 2007, 17:21
โพสต์: 4149

อายุ: 0
ที่อยู่: กทม.

 ข้อมูลส่วนตัว www


จิ ต ใ จ และ ก า ร ฝึ ก จิ ต
อัคร ศุภเศรษฐ์ (ดร.ไชย ณ พล)

ชีวิตมีอยู่สองส่วน คือ แก่นชีวิต และเปลือกชีวิต
เปลือกชีวิตก็คือร่างกาย ลมหายใจ ผัสสะ และความรู้สึก
ทั้งหลายนี้ ซึ่งกำลังตายลงๆ ทุกวันๆ

แก่นชีวิตก็คือใจ
เลือกเอาจะะรักษาร่างกายที่กำลังตาย
และพยายามหอบมันหนีความตายที่ซึ่งไม่อาจหนีพ้น
หรือจะรักษาจิตใจซึ่งมีค่ากว่าการดำรงอยู่อย่างสงบสุขและสง่างาม


ใครเลือกรักษาจิตใจอันเป็นชีวิตก็ต้องทำความรู้จักจิตใจให้ชัดเจน
บริหารให้เหมาะสม และฝึกฝนให้จริงจังจนแก่กล้า

การฝึกจิตนั้นมีหลายวิธีเพื่อหลายวัตถุประสงค์
จะฝึกตามวิธีไหนที่ใครสอนก็ได้
เพราะจิตใจเป็นสากล

ต้องการให้จิตใจเข้มแข็งสมบูรณ์
ก็ควรเปิดกว้างเพื่อการเรียนรู้และฝึกฝน
ใครสอนอะไรถ้าสมสมัจจะตามระดับสติปัญญาของท่านก็ควรเรียนรู้


แต่ถ้าใครพยายามจะครอบงำสติปัญญาของท่าน
ว่าอย่างนี้เท่านั้นถูก อย่างอื่นผิด
ปัญญาของตนเช่นนั้นเป็นดั่งไส้เดือนที่อยู่ในรู
มิได้รู้โลกกว้างอย่างแท้จริง

หรือหากรู้ก็แสดงว่ามีเจตนาไม่บริสุทธิ์
ประสงค์จะครอบงำท่านไว้เป็นบริวาร

ดังนั้นก็อย่ารับการครอบงำอันคับแคบนั้นมา
มิฉะนั้นปัญญาท่านจะตีบตัน
ทั้งจะพลาดสัจจะที่ยิ่งใหญ่และไม่ได้ประโยชน์สุขอันไพศาล


จำไว้ว่า สิ่งที่ดีนั้นดี แต่การเมาดีนั้นบ้า
ความบ้าทุกชนิดมีความโง่เป็นแม่
มีความขลาดเป็นพ่อ มีความไม่แยบคายเป็นพี่เลี้ยง


ดังนั้นเพื่อประโยชน์สุขของตน จงเรียนรู้ให้กว้างขวาง
แล้วเลือกสิ่งที่เหมาะสมกับแต่ละภาวะแห่งชีวิตมาใช้ให้สนุกสนาน

(มีต่อ)


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 ธ.ค. 2008, 18:50 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 เม.ย. 2007, 17:21
โพสต์: 4149

อายุ: 0
ที่อยู่: กทม.

 ข้อมูลส่วนตัว www


• ก ร ร ม ฐ า น

กรรมฐาน แปลตรงตัว
คือฐานแห่งกรรม หรือการกระทำ หรืองานของใจ
แปลโดยอรรถคือการพัฒนาจิตใจ


ซึ่งแบ่งเป็นสองประเภทใหญ่ๆ

คือฝึกโดยการใช้การควบคุมจิตใจให้สงบ
คือฝึกโดยการปล่อยวางให้โล่งโปร่งใส

เมื่อใช้ทั้งสองวิธีรวมกันย่อมได้กำลังมากพอ
ที่จะชำระจิตใจให้บริสุทธิ์จนถึงที่สุดแห่งวิวัฒนาการได้


การถึงที่สุดแห่งวิวัฒนาการนั่นเองคือเป้าหมายแห่งชีวิต
และชีวิตทั้งหลายมีจิตใจเป็นจุดหมุนหลัก
ดังนั้นการฝึกพัฒนาจิตใจจึงเป็นการหลักของทุกชิวิต
เพื่อยกชีวิตให้ดีขึ้นโดยลำดับ จนถึงความบริสุทธิ์โดยที่สุด


ใครยังไม่ได้ฝึกพัฒนาจิตใจ ถือว่ายังไม่ได้ทำงานที่ที่แท้จริงของชีวิต

ทำงานหากินนั้นเป็นเพียงงานพื้นฐาน
แต่กินอยู่เพื่ออะไรนี่สำคัญกว่า การดำรงอยู่เองด้วยซ้ำ

งานตามหน้าที่นั้นเป้นเพียงงานสมมติตามตำแหน่ง
หากไม่แบกตำแหน่งนั้นก็ไม่มีหน้าที่ จึงไม่ใช่งานจริงจังอะไร
และหากบ้าทำงานตามตำแหน่งจนจิตใจสียหายก็นับว่าขาดทุน

ดังนั้นไม่ว่าจะมีตำแหน่งอะไร รับผิดชอบหน้าที่ใด นั่นเป็นงานเสริม
ส่วนงานหลักคือยกระดับวิวัฒนาการให้ได้
และวิธีจะยกระดับวิวัฒนาการได้ คือ การพัฒนาจิตใจ


ดังนั้นการฝึกจิตจึงเป็นงานของทั้งฆราวาสและนักบวช
ยิ่งเป็นนักบวชต้องให้ฝึกให้มากกว่าฆราวาสหลายเท่า

เพราะฆราวาสเลี้ยงนักบวชอยู่
นักบวชจึงต้องมี อธีศีล อธิจิต อธิปัญญา บริสุทธิ์ผ่องแผ้ว
ซึ่งทั้งหมดนี้จะเกิดได้ก็ด้วยกรรมฐาน หาไม่จะเป็นหนี้โยม

(มีต่อ)


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 ธ.ค. 2008, 18:55 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 เม.ย. 2007, 17:21
โพสต์: 4149

อายุ: 0
ที่อยู่: กทม.

 ข้อมูลส่วนตัว www


• ฐ า น ะ แ ล ะ เ ป้ า ห ม า ย ใ น ก า ร ฝึ ก จิ ต

การฝึกจิตทั้งหลายในโลกนั้นมีหลายวิธี เพื่อหลายวัตถุประสงค์

เช่น ฝึกจิตเพื่อสุขภาพ ฝึกจิตเพื่อปัญญา
ฝึกจิตเพื่ออำนาจ ฝึกจิตเพื่อแก้ปัญหาใจ
ฝึกจิตเพื่อการพักผ่อน และฝึกจิตพื่อการบริสุทธิ์ เป็นต้น

พระท่านจะเน้นการฝึกจิตเพื่อความบริสุทธิ์หลุดพ้น
คฤหัสถ์อาจเน้นฝึกจิตเพื่อสุขภาพก็ได้
เพื่อพัฒนาปัญญาก็ได้ เพื่อการพักผ่อนก็ได้
หรือเพื่อพัฒนาอำนาจก็ได้
หากใครอยากเพิ่มความบริสุทธิ์ให้แก่ชีวิตจิตใจ ด้วยก็ดี


• การฝึกจิตเพื่อสุขภาพ

ให้ฝึก ธรรมชาติสัมพันธ์ ชี่กง กังฟู ฟลังจักรวาล โยคะ

• การฝึกจิตเพื่อความสุข

ให้ฝึก อัปมัญญาสมาธิ รูปฌาน อรูปฌาน

• การฝึกจิตพื่อความสัมพันธ์อันดี

ให้ฝึก เทวปูชา มหาเมตตาแบบทิเบต

• การฝึกจิตเพื่อปัญญา

ให้ฝึก มโนยิทธิ เซน อภิธรรม

• การฝึกจิตเพื่ออำนาจ

ให้ฝึก กสิณ บริหารใจ จินตภาพ มนตรยาน

• การฝึกจิตเพื่อแก้ปัญหาใจ

ให้ฝึก จิตวิเคราะห์ วิปัสสนาแบบสูตรดั้งเดิม ธรรมะโยคะเปิดโลก

• การฝึกจิตเพื่อการพักผ่อน

ให้ฝึก โยคะ ธรรมชาติสัมพันธ์ ความว่างแบบเต๋า

• การฝึกจิตพื่อความบริสุทธิ์

ให้ฝึกแบบ พุทธดั้งเดิมวิธีใดก็ได้ หรือทุกวิธีก็ดี

เป็นต้น

หากฝึกแล้วยังไม่ได้ผลดังหวัง รู้สึกยากหรือติดขัดที่อารมณ์ตน
ก็ให้ลองสำรวจดูว่าตนมีจริตโด่งเกินไปหรือไม่ หากมีก็แก้เสีย


(มีต่อ)


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 ธ.ค. 2008, 18:58 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 เม.ย. 2007, 17:21
โพสต์: 4149

อายุ: 0
ที่อยู่: กทม.

 ข้อมูลส่วนตัว www


• จ ริ ต แ ล ะ ป ร ะ เ ภ ท ก า ร ฝึ ก จิ ต

จริตคืออุปนิสัยหรืออัธยาศัยที่โดดเด่นของแต่ละคน
แต่ละคนอาจะมีหลายจริตหรือจริตเดียวก็ได้
แต่โดยมากจะมีหลายจริตรวมกันโดยมีจริตใดจริตหนึ่งเด่นออกมา
ก็ชื่อว่าเป็นคนจริตนั้นๆ

แต่ละจริตต้องการวิธีการฝึกที่แตกต่างกัน
เมื่อฝึกดีแล้วจริตอาจจะปลี่ยน ก็เปลี่ยนวีธีฝึกตามจริตให้เหมาะสมกัน


จริตของบุคคลที่พระพุทธเจ้าทรงจำแนกไว้มีหกจริตด้วยกัน
คือ ราคะจริต โทสะจริต โมหะจริต ศรัทธาจริต ปัญญาจริต วิตกจริต


ท่านที่จะเลือกกรรมฐานที่เหมาะสมกับตนเอง
วิเคราะห์ดูว่าช่วงนี้ของวิวัฒนาการท่านมีจริตใดเด่นเป็นอันดับหนึ่ง
จริตใดเด่นเป็นอันดับสอง และจริตใดด้อยสุด


(มีต่อ)


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 ธ.ค. 2008, 19:00 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 เม.ย. 2007, 17:21
โพสต์: 4149

อายุ: 0
ที่อยู่: กทม.

 ข้อมูลส่วนตัว www


o ราคะจริต

พวกราคะจิตคือพวกที่เพลิดเพลิน ยินดี มัวเมา แสวงหากาม และการบริโภค
พวกนี้มักมีจริยาเรียบร้อย นุ่มนวล รักสะอาด
ชอบอาหารที่มีรสหวานมัน สีสันสวย
นิยมการเยินยอ สรรเสริญ
มักโอ้อวด จ้าเล่ห์ แง่งอน

o โทสะจริต

พวกโทสะจริตเป็นพวกเจ้าอารมณ์ ฉุนเฉียว แปรปรวนเร็วหมือนไฟไหม้ฟาง
พวกนี้มักมีจริยารีบร้อน กระด้าง ตึงตัง
ชอบอาหารที่มีรสจัด เช่น เปรี้ยวจัด เค็มจัด ขมจัด
นิยมการต่อสู้แข่งขัน
มักลบหล่คุณคน ตีตนเสมอ ริษยา
และมีปรารถนาอาฆาตเนืองๆ

o โมหะจริต

พวกโมหะจริตเป็นพวกคิดไม่เป็น ไม่มีเหตุไม่มีผล
เป็นไปตามอำนาจสัญชาตญาณ

พวกนี้มักมีกิริยาเซื่องซึม เหม่อลอย
ชอบอาหารที่รสหมักดอง สุรายาเมา กินมูมมาม

นิยมการเออออห่อหมกไปกับพวก
เขาว่าดีก็ดีด้วย เขาว่าไม่ดีก็ไม่ดีด้วย ไม่มีมาตรฐานของตนเอง

มีอาการง่วงเหงาหาวนอนเป็นประจำ
และมีความสงสัยแต่ขี้เกียจเนืองๆ

(มีต่อ)


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 ธ.ค. 2008, 19:02 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 เม.ย. 2007, 17:21
โพสต์: 4149

อายุ: 0
ที่อยู่: กทม.

 ข้อมูลส่วนตัว www


o ศรัทธาจริต

พวกศรัทธาจริตคือพวกที่แสวงหารประโยชน์ ชอบพัฒนา
ครั้นพบสิ่งที่ดีกว่าตนหรือทำให้ตนดีขึ้น
ก็จะหมกมุ่น คลังไคล้ เชื่อมั่นอย่างจริงจัง

พวกนี้มักมีจริยาแช่มช้อย ละมุนละม่อม เป็นระเบียบเรียบร้อย
ชอบอาหารที่มีรสหวาน มัน กลิ่นหอม

นิยมการทำบุญและความเรียบง่าย
มักเอาหน้าในสิ่งที่ทำ หรือโอ้อวดในสิ่งที่ตนเชื่อ
และมีความเลื่อมใสออกนอกหน้าเนืองๆ

o ปัญญาจริต

พวกปัญญาจริตคือพวกที่รอบรู้
(ทำได้หรือไม่ได้เป็นอีกเรื่องหนึ่ง)
พวกนี้สามารถหาเหตุผลสารพัดมาพิสูจน์ความเห็นของตน
(ถูกหรือผิดเป็นอีกเรื่องหนึ่ง)

พวกนี้มักมีจริยาเร็วแต่เรียบร้อย
ชอบอาหารที่มีรสกลมกล่อม หลายรสผสมกันให้กลมกลืน

นิยมการวิเคราะห์วิจัยโดยไม่มีอารมณ์ หรือมีก็เพียงเล็กน้อย
มักมีความเพียรเข้ม ว่าง่าย รู้เร็ว
และมีปรารถนาสงส่งอุดมคติเลิศเนืองๆ

o วิตกจริต

พวกวิตกจริตคือพวกคิดมาก คิดแล้วคิดอีก
และออกจะไปในทางคิดร้างๆ
ทำชั่วก็วิตกไปว่ากลัวคนจะรู้
จะทำดีก็วิตกไปว่ากลัวจะไม่ได้ดี
ทำดีแล้ววิตกไปว่าคนจะไม่เข้าใจ

พวกนี้มีจริยาเชื่องช้า แต่หลุกหลิก
ชอบอาหารที่มีรสไม่จำเพาะ กินไม่เลือก
นิยมความแปรปรวน เดี๋ยวรัก เดี๋ยวเกลียด
มักลักปิดลักเปิด เดี๋ยวพูดมาก เดี๋ยวเงียงขรึม
และมีปรารถนาคลุกคลีกับคณะเพื่อฝอยฟุ้งเนืองๆ

(มีต่อ)


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 ธ.ค. 2008, 19:07 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 เม.ย. 2007, 17:21
โพสต์: 4149

อายุ: 0
ที่อยู่: กทม.

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ

เมื่อจำแนกได้แล้วว่าตนเป็นพวกไหน ก็เลือกกองกรรมฐาน ดังเบื้องต้น

(มีต่อ)


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 ธ.ค. 2008, 19:09 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 เม.ย. 2007, 17:21
โพสต์: 4149

อายุ: 0
ที่อยู่: กทม.

 ข้อมูลส่วนตัว www


กรรมฐานเหล่านี้เป็นกรรมฐานปรับแก้จิต
ไม่ใช่กรรมฐานที่ควรยึดเป็นหลักตลอดไป


กรรมฐานที่ควรยึดเป็นหลักคือกรรมฐานเพื่อบรรลุเป้าหมายต่างๆที่ต้องการ

เมื่อจริตมิให้สุดโต่งจนเกินไปได้แล้ว
จากนั้นให้ตรวจสอบเทียบเคียง
กับกองกรรมฐานที่ควรฝึกเพื่อเป้าหมายที่ประสงค์สำเร็จผล
ในหัวข้อที่แล้ว แล้วจึงเลือกกรรมฐานกองเริ่มต้นได้

เมื่อปฏิบัติไปคุณสมบัติในตนจะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ
ก็ดูอีกครั้งว่าเป้าหมายเปลี่ยนหรือไม่ จริตเปลี่ยนหรือไม่
หากเปลี่ยนก็เลือกกองกรรมฐานเพิ่มเติมอีก
หรือแม้ไม่เปลี่ยนแต่ประสงค์จะเรียนรู้ฝึกฝนเพิ่มเติมเพื่อพัฒนาจริตก็ทำได้


และหากใครสามารถ
แนะนำให้ฝึกทุกอย่างแล้วท่านจะแตกฉานในเรื่องจิตเป็นอย่างดี


แต่การจะฝึกทุกอย่างต้องแน่ใจประการหนึ่งว่า
ท่านสามารถควบคุมอารมณ์ได้แล้วทุกกรณี
และสามารถแก้อารมณ์ที่ไม่ปรารถนาได้
หรือมีกัลยามิตรที่ดีอยู่ใกล้ที่จะช่วยได้


(มีต่อ)


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 ธ.ค. 2008, 19:21 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 เม.ย. 2007, 17:21
โพสต์: 4149

อายุ: 0
ที่อยู่: กทม.

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ

(มีต่อ)


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 ธ.ค. 2008, 19:32 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 เม.ย. 2007, 17:21
โพสต์: 4149

อายุ: 0
ที่อยู่: กทม.

 ข้อมูลส่วนตัว www


เมื่อรู้เกณฑ์แล้ว
จากนั้นก็ลองประเมินผลการฝึกจิตที่ผ่านมาดูว่า
วิธีการใดให้ผลอย่างไร

แล้วทำการคัดสรรว่าวิธีใดควรฝึกต่อ
วิธีการใดควรเลิกฝึก และควรฝึกเพิ่มวิธีใด


วิธีการฝึกจิตทั้งหมดเป็นเพียงเครื่องมือให้ใช้ขี่ไปหาสมาธิ
ดังนั้น วิธีการเองไม่ใช่สรณะที่ต้องยึดถือหลงไหล

หากหลงเครื่องมือก็จะไม่ได้ผลเลิศใดใด
เป็นเพียงคนเขลาแบกเครื่องมือไปอวดกันโดยไม่รู้จักใช้ให้เกิดผล
หรือถึงเกิดผลบ้างก็จะเป็นเพียงผลบางส่วนท่านั้น
ไม่ได้ผลครบถ้วนแห่งฌานวิสัยอันเป็นอจินไตย


ปัญญาชนย่อมไม่คลั่งไคล้ในเครื่องมือ
แต่ใช้เครื่องมือประดามีสร้างผล
คือ ฌานสมาธิ ปัญญาญาณ และความบริสุทธิ์ ให้ครบถ้วนสมบูรณ์
เพราะนั่นคือเป้าหมายการฝึกจิตที่แท้จริง


:b8: :b8: :b8:

(ที่มา : สรรพศาสตร์แห่งการฝึกจิต โดย อัคร ศุภเศรษฐ์, หน้า ๒๓-๓๑ และ ๓๘๓-๓๓๙)

:b44: รวมคำสอน “ดร.ไชย ณ พล (ศิยะ ณัญฐสวามี)”
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=72&t=48689


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 13 ต.ค. 2015, 07:15 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 8
สมาชิก ระดับ 8
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 พ.ค. 2009, 05:25
โพสต์: 621


 ข้อมูลส่วนตัว


Kiss :b8:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 04 ต.ค. 2016, 18:09 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 7
สมาชิก ระดับ 7
ลงทะเบียนเมื่อ: 02 เม.ย. 2015, 09:43
โพสต์: 544

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


:b8: :b8: :b8:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 ม.ค. 2019, 08:40 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ธ.ค. 2008, 09:34
โพสต์: 1056


 ข้อมูลส่วนตัว


4Aขออนุโมทนาสาธุการค่ะ :b8: :b8: :b8:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 02 ก.พ. 2019, 17:38 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 มิ.ย. 2009, 10:51
โพสต์: 2174


 ข้อมูลส่วนตัว


Kiss


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 ก.ค. 2019, 09:54 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 8
สมาชิก ระดับ 8
ลงทะเบียนเมื่อ: 02 มิ.ย. 2007, 13:49
โพสต์: 662


 ข้อมูลส่วนตัว


:b8: :b8: :b8:

.....................................................
ทำความดีทุกๆ วัน


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 16 โพสต์ ]  ไปที่หน้า 1, 2  ต่อไป

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

่กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร